ปิ่นโลหิต [ สำนักพิมพ์รักคุณ ]

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 544,829 Views

  • 5,404 Comments

  • 12,297 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    778

    Overall
    544,829

ตอนที่ 3 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15910
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 374 ครั้ง
    8 ก.พ. 62

บทที่ 1


ท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงบ ณ ตำหนักองค์ชายน้อยแห่งฉีเซียง


“องค์ชาย...องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”


เสียงเรียกแสดงอาการลนลานดังขึ้นพร้อมการเขย่าปลุกร่างน้อยบนแท่นบรรทม กายเล็กเริ่มเขยื้อนอย่างคนที่เพิ่งจะรู้สึกตัว แล้วนัยน์ตาคู่นั้นก็ปรือขึ้นก่อนฉายแววประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้น?”


บุรุษหนุ่มข้างเตียงมีสีหน้าเคร่งเครียดชัดเจนยามกล่าว “พระองค์ต้องหนี”


องค์ชายน้อยขยับนั่งพลางขมวดคิ้วอย่างงุนงง “หนีไปไหน?”


หากอีกฝ่ายหนึ่งกลับมิรออธิบายความ เร่งมือสวมชุดคลุมดำมืดให้เจ้านายก่อนจะอุ้มร่างน้อยลงจากเตียงแล้วคว้ามือนั้นมากุมไว้ “ตามกระหม่อมมานะพ่ะย่ะค่ะ”


กงเสวียนเทียนหลง แม้ยามนี้งุนงง หากทว่าด้วยความสัมพันธ์อันสนิทสนมกับเจ้าของร่างใหญ่ซึ่งจับจูงเขาอยู่ เด็กชายจึงมิได้รู้สึกกังวลใจเท่าใดนัก


สองร่างต่างขนาดเร่งฝีเท้าไปตามเส้นทางแห่งวังหลวง ด้วยยศศักดิ์อันสูงส่งของบุรุษหนุ่ม จึงมิมีผู้ใดคิดสงสัยเกี่ยวกับเด็กน้อยในเสื้อคลุมที่เขาจับจูงแม้เพียงนิด การลักลอบหนีจึงเป็นไปอย่างง่ายดายดั่งคาด


ยามเมื่อทั้งคู่ออกพ้นเขตราชวัง รถม้าที่อยู่ภายนอกก็รอรับพวกเขาก่อนจะเคลื่อนตัวฝ่าความมืดมิดอันแสนหนาวเหน็บแทบจะในทันที


“มันเกิดอะไรขึ้น?” องค์ชายน้อยมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างมิใคร่เข้าใจนัก เสียงน้อยแจ้วว่า “เจ้าจะพาข้าไปไหน?”


“สถานที่ที่ปลอดภัยพ่ะย่ะค่ะ”


“ทำไมข้าต้องไปสถานที่ที่ปลอดภัยด้วย?”


..........


ชายหนุ่มยังจำได้ดีถึงสายตาแสดงความลำบากใจของ ซือถูซื่อหลาง เมื่อสิบห้าปีก่อนยามได้ยินคำถามนั้น ด้วยคำตอบมิใช่สิ่งที่เด็กเช่นเขาในเวลาดังกล่าวควรได้ยินนัก


                อดีตองค์รัชทายาทหนุ่มเดินไปตามแนวไม้เลื้อยในป่ารกชัฏแห่งหนึ่ง มือข้างหนึ่งกำหูศพกระต่ายอุ่น ๆ สามตัว อีกข้างลากธนูไปตามผืนดินซึ่งประปรายด้วยเศษใบไม้แห้ง นัยน์ตาคมเต็มไปด้วยแววแห่งการครุ่นคิด


คิดแล้วก็ให้ถอนหายใจยาวกับชะตาชีวิตของตัวเอง เป็นองค์รัชทายาทแห่งแคว้นได้เพียงไม่กี่ปี ยามอายุสามก็สูญเสียมารดา อายุห้าก็พลัดพรากจากบ้าน


เรื่องนี้แท้จริงต้องเล่าย้อนไปเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน กล่าวถึงฮ่องเต้แห่งฉีเซียงนาม กงเสวียนจงซื่อ มีฮองเฮาที่เขารักใคร่แลโปรดปรานยิ่งนาม ไป๋หูหลานหลาน เดิมทีเป็นองค์หญิงต่างแดนจาก แคว้นหัวหยิน การสมรสระหว่างทั้งสองเกิดขึ้นด้วยพันธสัญญาทางการเมือง ทว่าเรื่องก็เป็นไปอย่างเกินความคาดหมาย เมื่อพวกเขาต่างตกหลุมรักในตัวกันและกันตั้งแต่แรกพบ


ไม่กี่ฤดูกาลหลังการแต่งงาน หลานหลานฮองเฮาก็ให้กำเนิดบุตรชายนามกงเสวียนเทียนหลง ด้วยความที่จงซื่อฮ่องเต้ทั้งดีใจและโปรดปรานในลูกชายแรกของตนเป็นอย่างยิ่ง จึงมิได้เป็นการยากแต่อย่างใดที่องค์ชายน้อยจะถูกแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาทหลังลืมตาดูโลกได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น


อนิจจาสามปีให้หลัง หลานหลานฮองเฮาป่วยด้วยโรคประหลาดบางอย่างซึ่งหาสาเหตุมิได้ ก่อนจะสิ้นใจในเวลาต่อมา ระหว่างนั้นองค์จงซื่อฮ่องเต้ก็เริ่มป่วยด้วยโรคแปลกประหลาดเช่นเดียวกัน กลายเป็นอัมพาตครึ่งตัว มิมีความสามารถออกรับราชการใด ๆ ได้ หลังจากนั้นไม่กี่เดือน ฮองเฮาองค์ใหม่ก็ถูกแต่งตั้งขึ้น จากพระสนมเอก จงเจิ้งกุ้ยเหนียง ธิดาของเสนาบดีใหญ่แห่งฉีเซียง สู่ตำแหน่งกุ้ยเหนียงฮองเฮา


เป็นที่รู้กันไปทั่ววังหลวงว่าฮองเฮาองค์ใหม่คือผู้ถืออำนาจแท้จริงเบื้องหลังบัลลังก์มังกร ทว่ามิมีผู้ใดหาญกล้ามากพอจะลงมือทำการอันใด ด้วยนางทำหน้าที่ของตนได้อย่างไร้ซึ่งข้อบกพร่อง อีกทั้งยังมิมีข้อกังขามากเพียงพอที่จะให้เกิดการทักท้วงขึ้นมาได้


หากไม่นานหลังจากนั้น องค์รัชทายาทกงเสวียนเทียนหลงก็ป่วยเป็นโรคแปลกประหลาดอีกเช่นกันและสิ้นชีพตามมารดาไปในที่สุด


นั่นคือสิ่งที่หลายคนรับรู้ ทว่าข้อเท็จจริงซึ่งมีน้อยคนนักที่จะทราบคือ เขายังมีชีวิตอยู่ การตายอันถูกกล่าวขานนั้นแท้จริงถูกปลอมแปลงขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของชายหนุ่มนั่นเอง


การจัดฉากนี้อยู่ภายใต้การดำเนินการของกลุ่มคนที่เชื่อว่าการเสียชีวิตของหลานหลานฮองเฮาหาได้เป็นเพราะโรคป่วยไข้ใด ๆ ไม่ ทว่ากลับเป็นการลอบสังหารซึ่งมีผู้อยู่เบื้องหลัง


กงเสวียนเทียนหลงถูกพวกเขาเหล่านี้พาหนีออกจากวังได้สำเร็จ ซึ่งกลุ่มคนที่ว่าคือเหล่าผู้จงรักภักดีต่อหลานหลานฮองเฮาและองค์รัชทายาทที่แท้จริง และเป็นคนกลุ่มนี้เอง คือผู้ก่อตั้ง พรรคเขี้ยวมังกร โดยเป็นการรวมตัวของทั้งเหล่าอดีตแม่ทัพ ขุนนาง อำมาตย์ เสนาบดีหลายท่านด้วยกัน ซึ่งพวกเขาเคยเป็นข้าทาสบริพารภายใต้กงเสวียนจงซื่อ 


เป้าหมายของเขี้ยวมังกร คือการทวงคืนบัลลังก์ให้แก่องค์รัชทายาทที่แท้จริงกงเสวียนเทียนหลง ซึ่งเวลานี้เป็นที่รู้จักกันในนาม เสิ่นจินสือ ประมุขพรรคเขี้ยวมังกร...หรือเขานั่นเอง


ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอีกครา อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงม้าของเขา พลันร่างสูงต้องชะงักกึกยามหนึ่งเสียงลอยมากระทบโสตประสาท


เสียงอะไร?


คิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อยพร้อมสัญชาตญาณการระวังตัวเข้าครอบคลุม เงี่ยหูฟังเพียงไม่นานเขาก็รู้ว่าต้นเสียงมาจากเบื้องหลัง เป็นการเขยื้อนของบางสิ่งลากครืดกับผืนดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ


เสียงนี้มัน...เลื้อย...หนัก...งู?


สรุปใจความได้ดังนั้นธนูในมือก็ถูกปล่อยลง มือหยาบจับหมับบนด้ามดาบข้างเอว ด้วยลักษณะการเคลื่อนไหวของมัน ชายหนุ่มมั่นใจว่าเดรัจฉานตัวดังกล่าวจะไม่จู่โจมโจมตีเขาโดยทันทีทันใด ก่อนจะหันไปมองช้า ๆ


สิ่งที่ปรากฏสู่สายตา ทำให้เสิ่นจินสือต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง


เป็นอสรพิษสีดำมะเมื่อมตัวหนึ่ง หากกายมันกลับยักษ์ใหญ่ผิดธรรมชาติ ขนาดเสมือนดั่งช้างสาร กำลังแผ่แม่เบี้ยแสดงความองอาจ ทว่าสิ่งที่น่าตกใจกว่านั้น ในปากของมัน บัดนี้คาบร่างไร้สติของหนึ่งอนงค์นางเอาไว้


ดวงเนตรนิลกาฬวาววับดั่งอัญมณีจ้องไปยังชายหนุ่มนิ่ง ซึ่งเสิ่นจินสือก็ได้แต่ยืนแข็งค้าง มิอาจคิดอ่านอันใดได้ทัน หากแม้นว่ามันหมายจะทำร้ายเขา ก็ทำได้ภายในเพียงหนึ่งกะพริบตาเท่านั้น


ในชั่ววินาทีแห่งความเป็นตาย อสูรยักษ์ค่อย ๆ โน้มกายคายร่างนงคราญลงบนผืนธรณีด้วยท่าทีนุ่มนวลราวทะนุถนอมยิ่ง หากนัยน์เนตรคู่นั้นยังมิละจากเสิ่นจินสือไปไหน มันจ้องเขาอยู่อีกครู่ราวต้องการสื่อสารบางสิ่งก่อนจะขยับร่างหันเขยื้อนไปอีกทางแล้วจึงเลื้อยออกไปเชื่องช้าจนลับสายตาไปเพียงระยะเวลาไม่นาน


ยามนั้นสติของบุรุษหนุ่มคล้ายเพิ่งหวนคืน เขาสะบัดหน้าสองสามทีก่อนสายตาจะจับจ้องอยู่ที่ร่างหมดสติของสตรีแปลกหน้าด้วยอารมมึนงงสุดขีด


แท้จริงแล้วเพิ่งเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?



กลิ่นหอมหวนของบางสิ่งที่กำลังถูกปรุงลอยละล่องทั่วสถาน มิแคล้วให้ต้องแตะปลายจมูกงามปลุกเจ้าของร่างให้ตื่นจากการหลับใหล เปลือกตาซีดขาวร้อยปักด้วยม่านเงางามขยับเชื่องช้าค่อย ๆ เผยดวงเนตรสีอ่อนสุกใส นางเคลื่อนขยับกายช้า ๆ เรียวมือยกแตะขมับพร้อมดวงหน้าที่เบ้เบี้ยวอย่างเจ็บปวด


มันเกิดอะไรขึ้น?


เด็กสาวยกตัวขึ้นนั่งก่อนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็พบว่าตนกำลังนอนบนแคร่ยกสูงในห้องเล็ก ๆ แห่งหนึ่งซึ่งนางไม่คุ้นตาเลยแม้แต่น้อย


ที่นี่...ที่ไหน?


และก่อนจะได้ถามคำถามอันใดไปมากกว่านั้น หนึ่งร่างสูงก็ก้าวเข้ามาพร้อมถ้วยในมือ เด็กสาวมองหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม


“เจ้าตื่นแล้วหรือ?” เสิ่นจินสือเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มก่อนจะคว้าเก้าอี้ตัวหนึ่งไปนั่งข้างแคร่ดังกล่าว หากทว่านางกลับยังคงมองเขาด้วยสายตาที่ยังคงไม่คลี่คลายซึ่งข้อข้องใจ “เจ้าเป็นใคร?”


“ข้าต่างหากที่ต้องถามว่าเจ้าเป็นใครสาวน้อย ที่มาของเจ้าช่างน่าประหลาดนัก”


เด็กสาวขมวดคิ้ว ยังคงมองบุรุษหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ “ที่มาของข้า?”


ประมุขเขี้ยวมังกรมองอีกฝ่ายหนึ่งอย่างประเมิน “เจ้าจะได้หรือไม่ว่าก่อนจะมาอยู่ที่นี่ ก่อนหน้านี้ เกิดอะไรขึ้น?”


นางคล้ายจะครุ่นคิดชั่วขณะก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ


“แล้วเจ้าจำอะไรได้บ้างไหม?”


เด็กสาวมองหน้าคนถามนิ่งก่อนจะพยักหน้า “ข้าชื่อเหลียนเยว่...มู่หรงเหลียนเยว่” 



ปีต่อมา


แสงจันทร์ส่องกระทบผิวน้ำ คลื่นบางเบาส่งประกายระยิบระยับตามแรงเขยื้อนของสิ่งหนึ่ง คือร่างสะโอดสะองซึ่งยืนเล่นอยู่กลางแม่น้ำ เกศาดำวาวยาวเปียกแนบแผ่นหลัง ครึ่งกายส่วนบนเปิดเปลือย ชวนเชิญให้สายลมอ่อนแผ่พัดจุมพิตผิวผ่อง  เป็นภาพที่งดงามขัดแย้งกับสภาพถิ่นเถื่อนรอบด้านยิ่ง


มือเปียกยกไล้ผิวหน้าพร้อมเสียงถอนหายใจดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า  เปลือกตาปรือขึ้นเผยดวงแก้วกลมโตทอดแววกังวล 


ความฝันนั้น...สตรีในชุดดำ


เพียงนึกถึงอีกคราก็รีบสะบัดหน้า รีบขยับกายลงไปตามเส้นทางน้ำ ปล่อยร่างตนจมลึกลงในสัมผัสแห่งความชื่นฉ่ำ ทว่ามิทันจะได้ทำดั่งใจปรารถนา เสียงหนึ่งกลับดังขัดให้สะดุ้ง


“เยว่เอ๋อร์!”


ถึงกระนั้นก็คลายตกใจลงในชั่วขณะถัดมา เมื่อจำได้ดีว่าน้ำเสียงดังกล่าวเป็นของผู้ใด "จะเสียงดังทำไมเล่าจินสือ?" ร่างแน่งน้อยหันไปหาผู้มาเยือน พร้อมรอยยิ้มอาบชัดบนดวงหน้า


เสิ่นจินสือเบือนหน้าหนีแทบไม่ทัน ใจเขาสั่นไหวอย่างมิอาจห้าม


สตรีผู้นี้ จะคิดจะทำอันใด หาได้คำนึงถึงการกระทำ หรือใส่ใจสภาพของตนไม่ ช่างน่าปวดหัวเสียจริง


"เยว่เอ่อร์! ข้าสอนเจ้าไว้ว่าอย่างไร ไฉนถึงไม่รู้จักจดจำ?"


ยามได้ยินเขาตวาดถามเสียงไม่เต็มคอเช่นนั้น ร่างเปลือยในน้ำจึงสำนึกตนขึ้นมาได้ แก้มนวลเริ่มขึ้นสีเลือดฝาด สองมือรีบยกขึ้นคล้ายบดบังทรวงอกตน เสียงใสเจื้อยว่า "เจ้าต่างหากเดินเข้ามามิบอกกล่าว จะให้ข้าทันตั้งตัวได้อย่างไรเล่า?"


ชายหนุ่มถอนหายใจยาวให้กับข้อแก้ตัวอีกฝ่าย "ขึ้นมาได้แล้ว เล่นน้ำยามอากาศเย็นจัดเช่นนี้ มิแคล้วได้ป่วยอีก"


"เจ้าค่ะ" ถึงจะเอ่ยราวประชดประชัน หากร่างพราวด้วยหยาดน้ำกลับยอมก้าวขึ้นสู่ผืนดินแต่โดยดี 


ภายในระยะเวลาเพียงครู่ เจ้าตัวก็จัดการห่อหุ้มกายตนเรียบร้อย สายตามองแผ่นหลังกว้างของบุรุษตรงหน้าพร้อมยิ้มขำยามเสียงใหญ่เริ่มดังเทศนานางอีกครา


"เยว่เอ๋อร์ ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้ว ในป่ายามค่ำคืนนั้นอันตราย รู้หรือไม่ ยามข้าไม่เจอเจ้าในถ้ำ..."


ก่อนจะมีโอกาสบ่นจบประโยค ปากเขาก็ถูกมือเย็นเฉียบเลื่อนแนบปิดจากด้านหลัง แล้วเสียงกระซิบแผ่วหนึ่งก็ดังข้างหู "เจ้าน่ะ...หยุดบ่นได้แล้ว"


ร่างฉกรรจ์คล้ายจะอ่อนเปลี้ย ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นมิตรงจังหวะเดิม


เมื่อใดนางจะรู้จักวางตัวให้สมสตรีเสียที นับวันก็ยิ่งยากเกินจะรับมือ


เสิ่นจินสือหลับตาลง รวบรวมสติตนให้คงที่ก่อนดึงมือนางออก แล้วหันไปเผชิญหน้าหมายเอ่ยปรามตามที่คิดไว้  "เจ้า..." ทว่าทุกวจีกลับสะดุดอยู่เพียงลำคออีกครั้งยามสบตาคนตัวเล็ก เขายืนแข็งค้างเช่นนั้น มิอาจขยับกายได้


ใบหน้าละอ่อนเฉกเช่นบุปผาแรกแย้ม นัยน์ตาสุกใสดั่งดวงดารา กลีบปากอวบอิ่มเผยอรอยยิ้มสดใส หยดน้ำที่ยังเกาะตามผิวนวลยิ่งส่งเสริมความงดงามจนผู้พบเห็นเกือบลืมหายใจ ยังมินับถึงทรวดทรงเจริญวัยเต็มที่ซึ่งมิอาจซ่อนมิดภายใต้อาภรณ์บุรุษนั้น


มิอาจทำใจเชื่อได้ว่านี่คือเด็กสาวไร้ความทรงจำผู้มีลักษณ์สภาพมิเจริญตาเมื่อสามปีก่อนคนนั้น


มู่หรงเหลียนเยว่เอียงคอเล็กน้อยคิ้วขมวดหากันยามเห็นอีกฝ่ายชะงักค้างไปอย่างประหลาด "เจ้าจะว่าอะไรนะ?"


คนตรงหน้ายังคงนิ่งมิตอบสนองเสมือนเสียงนางหาได้ลอยเข้าหูเข้าไม่ จึงยื่นมือตบแก้มเรียก "จินสือ?" 


เมื่อนั้นเอง เสิ่นจินสือจึงหลุดจากภวังค์ แสร้งกระแอมไอกลบเกลื่อน "ข้ามีอะไรให้คิดนิดหน่อย" นัยน์ตาคมเลื่อนมองไปทางอื่น ด้วยยังมิอาจจัดการความว้าวุ่นในใจตนได้ รีบเบี่ยงเบนว่า "กลับถ้ำได้แล้ว ข้าจะพาไปส่ง"


หากว่าอาการผิดแปลกทั้งมวลนั้น มีหรือนางจะไม่สังเกตเห็น ตั้งแต่รู้จักกันมา พูดได้เต็มปากว่านี่เป็นครั้งแรกกระมังที่เขามีท่าทีเช่นนี้


เหม่อลอย พูดจาติดขัด มิกล้าสบประสานสายตา ที่สำคัญ เขายังตัดใจเลิกเทศนานางได้อย่างง่ายดาย ทั้งหมดนี้ล้วนตรงกันข้ามกับวิสัยของบุรุษนามเสิ่นจินสือโดยสิ้นเชิง


แล้วมีหรือ ยามมู่หรงเหลียนเยว่เกิดข้อสงสัยแล้วจะไม่ถาม


"จินสือ เจ้าไม่ดุข้า?"


ชายหนุ่มหันไปหานางอีกครา นัยน์ตาคมทอชัดซึ่งความงุนงง "เหตุใดข้าต้องดุเจ้าด้วย?" หากเจ้าตัวกลับถึงบางอ้อในชั่วพริบตานั้น เมื่อนึกได้ว่าก่อนหน้าตั้งใจจะเอ่ยเทศน์อีกฝ่ายอย่างที่ทำเป็นประจำ


นางเคยสำนึกตัวบ้างหรือไม่ ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้สมาธิเขาปรวนเแปรจนเสียเรื่อง คิดแล้วก็ถอนหายใจ ว่าเสียงเขียว "พอดุก็บ่น พอไม่ดุก็ทักท้วง ทำให้เจ้าพอใจนี่คงยากยิ่งกว่าปรนเปรอฮ่องเต้อีกกระมัง"


"ข้าเปล่าไม่พอใจเสียหน่อย แค่แปลกใจเท่านั้นเถอะ" คนถูกว่าปฏิเสธ ดวงตากลม ๆ นั่นตวัดค้อนมองเขาอย่างผู้ที่กำลังร้อนตัว ด้วยรู้ดีว่าสิ่งที่เพิ่งถูกว่ากล่าวออกไป หาได้แตกต่างจากความเป็นจริงไม่


"กลับกันเถอะ เดี๋ยวเจ้าไม่สบาย" น้ำเสียงนุ่มอ่อนที่เขาใช้เพียงกับนางเท่านั้น ดึงรอยยิ้มกลับมาบนหน้ามนอีกครั้ง ร่างบางออกเดินเคียงข้างชายหนุ่มอย่างว่าง่าย


ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี ตามหนทางเดินดินสีเข้มอาบไล้ด้วยแสงจันทร์ คือสองร่างบุรุษสตรีเดินเคียงคู่กัน หากผู้ใดพบเห็นคงเข้าใจอย่างเดียวกันว่าเป็นคู่รักสามีภรรยา


ความคิดที่ลอยเข้ามานี้ ยิ่งทำให้เสิ่นจินสือสำรวมกิริยา นิ่งเงียบสงบมากขึ้นไปอีก


ตลอดเวลาที่ผ่านมาร่วมสามปี ตั้งแต่ที่รับนางเข้ามาดูแล เขาบอกตัวเองตั้งแต่แรกเริ่มว่าจะมองสตรีผู้นี้มิต่างจากน้องสาวร่วมสายเลือดผู้หนึ่งเท่านั้น หากยิ่งเวลาล่วงผ่านพ้นไป ชายหนุ่มกลับมิอาจปฏิเสธว่าความคิดที่ตั้งใจไว้ กับสิ่งที่หัวใจตนกำลังร่ำร้องปรารถนา คือสิ่งที่ขัดแย้งกันอย่างมิน่าอภัย


แขนที่แทรกเข้ามารัดพร้อมศีรษะที่เอนซบแขนเขา ทำให้เจ้าของร่างสูงมิแคล้วใจหวิววาบ หากสามารถจับอารมณ์ตนได้ทัน จึงมิได้แสดงอาการตกใจอะไรออกไป ทว่าสัมผัสสั่นเทาจากร่างนางคือสิ่งที่ส่งผลให้เขาหยุดเดินก่อนถามเสียงอ่อน "หนาวใช่หรือไม่เล่า?" 


มู่หรงเหลียนเยว่พยักหน้ารับเบา ๆ ริมฝีปากอิ่มถึงกับสั่นระริก เพียงเท่านั้นเขาก็ดึงนางเข้าไปกอดเอาไว้ คนที่กำลังหนาวเหน็บรีบซุกตัวในอ้อมอกอุ่นอย่างมิรอช้า นางค่อย ๆ ปรือตาลงยามรู้สึกถึงมือที่กำลังลูบหัวตนเบา ๆ


"ดีจังเลย..." เสียงหวานพึมพำผะแผ่วพร้อมจังหวะลมหายใจที่เร่งถี่ขึ้นด้วยเริ่มมีอาการหอบ 


แขนแกร่งตวัดรัดร่างนางประชิดแนบกายยิ่งขึ้น เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังหมดแรงและทำท่าจะล้มลง "เยว่เอ๋อร์"


เจ้าของชื่อครางรับในลำคอ มิได้เอ่ยคำใดไปมากกว่านั้น เสิ่นจินสือถอนหายใจยาว ตัดสินใจถือวิสาสะอุ้มนางขึ้นแล้วออกเดินต่อ "ไม่ทำให้ข้าเป็นห่วงสักวันคงเป็นเรื่องยากมากสำหรับเจ้าสินะเยว่เอ๋อร์"


"บ่น..." เสียงอ่อนแรงพึมพำก่อนเจ้าตัวจะขยับหน้าซบอกเขาจนแนบชิดมากขึ้น 


ชายหนุ่มหลุบตาลงมองคนไม่เจียมตัวในอ้อมอก เห็นนางหลับตา จมูกเล็กแลแก้มอิ่มขึ้นสีแดงระเรื่อชัด ร่างที่สั่นสะท้านรุนแรงในทีแรกสงบลงช้า ๆ รอยยิ้มบาง ๆ จึงเผยพาดบนใบหน้าคมคาย


ราวความสับสนวุ่นวายที่ก่อตัวมานานพลันเลือนหาย ยามนี้มีหนึ่งสิ่งในใจที่ปรากฏแจ่มชัด เสิ่นจินสือพบว่า ตนยินดีจะดูแลสตรีผู้นี้ไปตลอดชีวิตในชั่วขณะนั้นเอง


สตรีในอ้อมกอดผู้นี้...เขารักนาง เขารักมู่หรงเหลียนเยว่ เป็นคำตอบที่แน่ชัด



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 374 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #5206 Kuro-NekoNo-97 (@Kuro-NekoNo-97) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 09:54
    ทีมลยาที่ไม่ได้อ่านนิยายมานาน แค่ก ๆ
    #5206
    0
  2. #5205 maprang_naja (@maprang_1984) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 01:50

    ยังคงเฝ้ารอ อยู่เสมอ อย่าหายไปนาน ค้างหนักมาก T_T

    #5205
    0
  3. #5204 ♡'Eye' (@eyeloveeve) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 23:57
    สู้ๆนะคะ
    #5204
    0
  4. #5202 Campass (@Campass) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 22:28
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ สู้ๆ
    #5202
    0
  5. #5201 HighGirl (@Ammy_PMP) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 18:32
    สู้ๆนะคะไรท์
    #5201
    0
  6. #5200 Jaeyaol_kk (@Kaithao) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 10:07

    เบื้องหลังไรท์เป็นไงผมไม่รู้เพราะไม่ได้โฟกัสตรงนั้น,,ไรท์เล่าให้ฟังผมก็ฟังเพราะ อย่างน้อยคนอ่านอย่างผมก็ยังมีประโยชน์ให้ไรท์ได้ระบายออกมา,,การที่ผมชอบนิยายที่ไรท์แต่งขึ้นเพื่อคนอ่านให้มีความสุขนั้นมันก็เรื่องส่วนตัวผมเหมือนกัน,,ไม่ต้องมาจับผิดไรท์เพื่อให้ผมเลิกอ่านเพราะผมไม่สนและนั่นมันเรื่องส่วนตัวเค้า,,หลอกจริง,หลอกเล่นผมไม่รุ้,แต่ที่รู้ๆถ้าหลอกผมก็เต็มใจให้หลอกถ้านิยายเค้าสนุกแบบนี้5555555

    #5200
    1
    • #5200-1 hongse2 (@hongse) (จากตอนที่ 3)
      17 พฤศจิกายน 2561 / 12:49
      เห็นด้วยกับคุณคะ
      #5200-1
  7. #5199 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 09:27

    เป็นกำลังใจให้
    #5199
    0
  8. #5198 0800191474 (@0800191474) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 08:46

    อย่าคิดมากจนเครียดน้า
    #5198
    0
  9. #5197 FA_PBF (@Far1412) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 08:19
    อย่าไปสนคำอะไรพวกนั้นเลยค่ะ เขาจะคิด จะพูด จะใส่ความอะไรยังไงก็ตาม พี่ทำดีที่สุดแล้วค่ะ น้องก็เป็นนักอ่านที่ติดตามมานาน รับรู้ได้ว่าหลายๆสิ่งหลายๆผลงานของพี่มันดีมาก คงไม่แปลกที่เขาจะอิจฉาหรือใดๆก็ตาม อยากให้พี่สู้ๆนะคะอย่าไปคิดอะไรเลย ความจริงก็คือความจริง คำกล่าวเท็จสู้ความจริงที่เป็นอยู่ไม่ได้หรอกค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #5197
    0
  10. #5196 bird_only (@bird_only) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 06:34
    สู้ๆๆๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #5196
    0
  11. #5195 kaepawarisa (@kaepawarisa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 05:46
    เป็นกำลังใจให้จ้าน้องลยา สู้ๆต่อไปนะ อย่าไปสนคำคนที่ไม่หวังดีกับเรา ปล่อยวาง ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอจ้า
    #5195
    0
  12. #5194 (((หมิว))) (@mew_kjst9) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 03:27
    คุณอย่าให้ค่า ให้ราคากับคำตัดสิน ติฉินนินทาต่างๆเลยค่ะ มันจะยิ่งทำให้โรคที่คุณเป็นอยู่แย่ลง ให้คิดเสียว่ามันคืออุปสรรคพิสูจน์คุณ เมื่อวันนึงคุณมีผลงานออกมาจริง คนที่กล่าวหาหรือให้ร้ายคุณเขาก็จะเเพ้ไปเอง ในตอนนี้ไม่ว่าคุณจะพูดอะไรเขาก็ไม่ฟังคุณหรอกค่ะ พอคุณออกมาชี้เเจงเขาก็คงคิดว่าคุณออกมาดิ้น มาแถต่อ อยู่เงียบๆเฉย สวยๆดีกว่าค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #5194
    0
  13. #4906 MHEEPQ12 (@MHEEPQ12) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 09:03
    งานนี้มีปวดหัวบอกเลย
    #4906
    0
  14. #4869 Kuro-NekoNo-97 (@Kuro-NekoNo-97) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 17:35
    จ่ะ...เจ๊ลยาาาาา
    #4869
    0
  15. #4667 moonbless (@moonbless) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 11:32
    ส่วนตัว: รี้ดยังชอบความโหดแบบเดิมอะ อิอิ ทุกสิ่งตามนิมิตนางไทเฮาไม่ได้สะกิดใจนางให้หยุดความเลวเลยหรือ
    #4667
    0
  16. #4666 moonbless (@moonbless) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 11:25
    ยินดียิ่งที่ลยาลีพาโลหิตนางกลับมาแล้ว เปิดเรื่องได้น่าสนใจดีจร้า ซอฟท์มากๆเลย ลยาลีจะค่อยๆเร่งไฟแรงขึ้นเรื่อยๆใช่มั้ย รอนะจร้า
    #4666
    0
  17. #4665 Emmymartin (@Emmymartin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 01:33
    เนื้อเรื่องดูละเอียดขึ้น รอลุ้นตอนต่อไปค่ะ
    #4665
    0
  18. #4664 คิม ฮานึล (@kim_falona) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 22:27
    งานเขียนดีขึ้นคะ. รู้สึกว่าการดำเนินเรื่องมันละเอียดขึ้น (เหมือนกับกินหมูนุ่มที่มันนุ่มขึ้นคะ).... คิดถึงไรท์เหมือนกัน
    #4664
    0
  19. #4663 snowflake13 (@snowflake13) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 19:45
    รอค่าาาา
    #4663
    0
  20. #4662 Hanbinny (@pinkpink_543) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 19:03
    รอเสมอนะคะ ภาษาสวยเหมือรเดิมเลย เยี่ยมๆ💕
    #4662
    0
  21. #4661 exoaoy25341 (@exoaoy25341) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 17:21
    สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้คะ
    แต่ก็รอนานมากคะแต่ไม่ว่ายังไงก็จะรอต่อไปคะ
    สู้ๆนะไรล์
    #4661
    0
  22. #4660 momayluffy1 (@momayluffy1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 16:17
    ไม่เป็นไร รอได้เสมอค่ะ
    #4660
    0
  23. #4659 0823843310 (@0823843310) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 15:09
    เเต่งดีเหมือนเดิมนะคะ ไม่ต้องตอบเม้นเราก็ได้ เเค่รู้ว่าเราเป็นกำลังใจให้ก็พอ คิดถึงมากกกกกกกกก....ทั้งนิยายเเละคนแต่ง สู้ๆนะ ไม่รีบ รอเสมอ
    #4659
    0
  24. #4650 Kuro-NekoNo-97 (@Kuro-NekoNo-97) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 06:57
    ผมมองเป็น120%55+
    #4650
    0
  25. #4648 SaGitTarius1703 (@SaGitTarius1703) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 01:51
    รอเสมอค่ะ เย้ๆๆๆๆไม่ต้องอารมค้างแย้วววว
    #4648
    0
  26. #4647 กิตติพศ2001 (@7998thanakwan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 00:58
    ขอให้น้องลยาเข้มแข็งนะคะ พี่เป็นกำลังใจให้คะ
    #4647
    0
  27. #107 Earn Nuttanun Setwipattanachai (@earnniestar) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 01:02
    ฝ่ายชายเป็นถึงอ๋อง ถ้ารักผู้หญิงทำไมไม่รับเป็นชายา เป็นชายารอง หรืออนุตั้งแต่แรก มีการมามีอะไรกับเค้าจนท้องก่อนอีก
    #107
    0
  28. #65 sanzia :D (@p_rae_w) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 10:34
    เราว่าคำบรรยายโอเคเลยนะ แต่ดูความรู้สึกของตัวละครมันไม่ค่อยสมเหตุสมผล เหมือนไม่ได้รักกันจริงๆตามคห.อื่นนั่นแหละ เปลี่ยนจากข้าท้องเป็นอย่างอื่นดีไหมคะ เราว่ามันแปร่งๆนะ โดยรวมชอบเนื้อเรื้องค่าาาาา
    #65
    0
  29. #26 Angiemammy (@Angiemammy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 16:54
    รอๆๆ มาต่อไวๆๆน้า
    #26
    0
  30. #25 Pang-8399 (@Pang-8399) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 16:29
    ขอบคุณค่ะ
    #25
    0
  31. #23 S576101419536 (@S576101419536) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 14:26
    รอออออออออออออ
    #23
    0
  32. #22 Minnie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 14:19
    เชื่อง่ายไปมั้ย?? แค่บอกลูกคนอื่นก็เชื่อซะละ

    นี่สรุปรักกันจริงรึเปล่าเนี่ยะ
    #22
    0
  33. #21 วิภา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 13:30
    ต่อๆ ดีคะ เราเลี้ยงเองได้ ไม่ต้องง้อมันอ๋องเฮงซวย
    #21
    0
  34. #20 คนเดียวดาย (@dream_553) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 12:36
    สนุกดี สู้ๆ
    #20
    0
  35. #19 นักอ่าน. หนอนหนังสือ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 12:18
    คนมันกำลังเสียใจเนอะ แถมท้องอีกอารมณ์คนท้องมันก็อาจจะงี่เง่าบาง ก็สนุกดีคะไม่ค่อยงงเท่าไร สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้...
    #19
    0
  36. #18 Pool4072530 (@Pool4072530) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 12:17
    ต่อๆค้าง
    #18
    0
  37. #16 PunchM (@PunchM) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 11:55
    นางเอกดูงี่เง่า
    #16
    0
  38. #15 56140060 (@56140060) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 11:50
    งงๆๆๆๆ
    #15
    0