ตอนที่ 60 : บทที่ 58

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 168 ครั้ง
    15 มิ.ย. 62

บทที่ 58


 “มิใช่เช่นนั้นเพคะ หม่อมฉันเพียง…” แล้วนางก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อไม่รู้จะว่าอย่างไรต่อไปดี ด้วยรู้แจ้งว่าหากอีกฝ่ายตัดสินใจจะทำอะไรแล้ว ให้เปลี่ยนใจเขา พลิกหน้าแผ่นดินยังง่ายเสียกว่า


“เช่นนั้นย่อมหมายถึงว่าตำแหน่งฮองเฮาของหม่อมฉัน…ต้องถูกถอดถอนด้วยใช่หรือไม่เพคะ?”


กงเสวียนเจียงกวานไม่ได้ตอบอันใด ซึ่งนั่นคือคำตอบที่ดีที่สุด


“พระองค์เคยรักหม่อมฉันบ้างไหมเพคะ?”


เจียงกวานฮ่องเต้มองภรรยาด้วยสายตาเรียบเฉย “มารดาสอนข้าเสมอ ว่าความรักกับอำนาจ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถอยู่ข้างเคียงกันอย่างเท่าเทียมได้ หากเลือกหนึ่งอย่าง ต้องสูญเสียอีกอย่าง ไม่อาจครอบครองทั้งสอง”


อี้หมี่ฮวาเม้มปาก กล้ำกลืนทุกคลื่นอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนภายใน


เขาไม่แม้แต่จะบอกว่ารักนาง


“แต่การที่จู่ ๆ จะปลดเจ้าออกจากตำแหน่ง ย่อมมิสามารถทำได้ เรื่องนี้เจ้าคงรู้ดี”


นางพยักหน้ารับช้า ๆ เอ่ยเสียงสั่น “หม่อมฉันต้องหลุดออกไปจากตำแหน่งด้วยความผิดบางอย่าง”


เห็นอาการเช่นนั้นของฮองเฮา เขาก็ต้องเสมองไปทางอื่น ด้วยความรู้สึกผิดเริ่มแจ่มชัดในสำนึก “เจ้าเข้าใจใช่ไหมว่ามันเป็นความจำเป็นของบ้านเมือง?”


นางมีทางเลือกหรือ?


หญิงสาวหลุบตาลงต่ำก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว “เพคะ”


“เช่นนั้นเราเพียงต้องสร้างคดีความขึ้นมา…”



เสียงเหยียบใบไม้จากข้างหลังส่งผลให้นางหันขวับ ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมคว้ามีดจ่อไปทางนั้นทันที ทว่ายามเห็นว่าเป็นผู้ใด คมอาวุธก็ค่อย ๆ ลดลง


ที่แท้ก็เป็นกงเสวียนซื่อหวางผู้นั้น


“ข้าขอโทษที่ทำให้ตกใจ”


นางมองเขาด้วยสายตาแสดงชัดถึงความไม่สบอารมณ์ “ท่านมาทำอะไรแถวนี้อีก ถูกกับดักคราก่อนยังไม่เข็ดหรืออย่างไร?”


ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ พลางส่ายหน้า “หากถูกกับดักซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วได้แม่นางมาช่วยตัด ข้าก็ไม่มีอะไรจะต้องให้เข็ดทั้งสิ้น”


มู่หรงเหลียนเยว่ย่นจมูกก่อนจะหันกลับไปทางเดิม แล้วจึงคุกเข่าลงอีกครั้ง มือก็จัดการบดสมุนไพรบนหินอย่างไม่สนใจคนข้างหลัง หากภายในเวลาชั่วอึดใจชายหนุ่มก็เดินมายืนอยู่ตรงหน้านางเสียแล้ว กระนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้แสดงว่าใส่ใจเขาแต่อย่างใด


“มันได้รับบาดเจ็บหรือ?”


นัยน์ตาสีอ่อนเลื่อนขึ้นไปมองอีกฝ่าย “ท่านโง่เง่าหรืออย่างไร? เห็นแล้วยังถาม” 


กงเสวียนซื่อหวางหัวเราะเบา ๆ “จริงด้วย”


หญิงสาวส่งเสียงหึในลำคอ ก่อนจะจัดการหยิบสมุนไพรที่บดได้ที่แล้วโปะบนแผลชุ่มเลือดของกระต่ายตรงหน้า


หลังจากมัดขามันเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางก็อุ้มเจ้าตัวขาวขนปุยขึ้นมาแนบอก ปรายตามองบุรุษที่ยังยิ้มแป้นแล้นตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเจรียมเดินจากไป ทว่า…


“แม่นาง เดี๋ยวก่อน” เขามายืนขวางหน้านางเอาไว้


“หลบไป”


“เดี๋ยวก่อน ที่เจ้าช่วยข้าเอาไว้เมื่อวันก่อน ข้ายังไม่ได้ตอบแทนเจ้าเลย” ว่าจบชายหนุ่มก็คว้าถุงผ้าสีแดงข้างเอวขึ้นมายืนให้อีกฝ่าย “ทองหนึ่งตำลึงตามที่ข้าได้รับปากเจ้าเอาไว้”


มู่หรงเหลียนเยว่มองอีกฝ่ายคล้ายกำลังประเมิน ก่อนจะเลื่อนลงจ้องถุงผ้าในมือเขา แล้วจึงดึงสายตาขึ้นมองผู้ถืออีกครา “ข้าไม่ต้องการ ท่านเก็บเอาไปเถอะ” ว่าจบนางก็เตรียมเดินไปอีกทาง ทว่าเขาก็มาขวางเอาไว้อีก


“ได้โปรดเถิด ให้ข้าได้ตอบแทนท่านบ้าง อะไรสักอย่าง อะไรก็ได้”


มู่หรงเหลียนเยว่เลิกคิ้ว “อะไรก็ได้เยี่ยงนั้นหรือ?”


กงเสวียนซื่อหวางพยักหน้ารับรัว ๆ


หญิงสาวขยับยิ้มเล็กน้อย “เช่นนั้นก็ตามข้ามา ขาดคนทำความสะอาดคอกม้าอยู่พอดี”


เขาถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ “ทำความสะอาดคอกม้า?”


“ไหนท่านบอกว่าอะไรก็ได้?”


“ใช่ อะไรก็ได้ ตามที่แม่นางต้องการ” เขารีบว่าก่อนจะพึมพำเบา ๆ “คอกม้าก็คอกม้า”


“เช่นนั้นก็ตามข้ามา”


 “ว่าแต่แม่นางมีนามว่าอันใดหรือ?”


หญิงสาวชั่งใจอยู่ครู่ก่อนจะยอมบอกออกไปในที่สุด “มู่หรงเหลียนเยว่”


ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็เผยรอยยิ้มพึงใจ “ชื่อข้าคือ…”


“ท่านบอกข้าแล้ว”


รอยยิ้มเขายิ่งขยายกว้างขึ้น “แม่นางจำได้?”


“ข้าไม่ได้โง่เง่าเหมือนท่านนะ “ ว่าจบนางก็เดินนำไปอย่างไม่สนใจจะต่อความใดอีก ดวงลักษณ์แสดงอารมณ์เรียบเฉยมาโดยตลอด ทว่ายามเดินห่างมาสักระยะหนึ่งและมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่เห็นสีหน้า หญิงสาวก็หลุดยิ้มขำออกมิได้


เจ้าโง่งม



ต้านไถจิวเลี่ยนหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อยยามเดินไปตามเส้นทางหลังอุทยานหลวง


รอยยิ้มที่ซ่อนไม่มิดซึ่งความขมขื่น


ไม่อยากเชื่อว่าตัวตนอันไร้ความทรงจำของนางจะโง่งมจนไปตกหลุมรักกงเสวียนซื่อหวางได้ หากเป็นมู่หรงเหลียนเยว่คนเดิม บุรุษเช่นเป่ยอ๋องมีเพียงจะเป็นเหยื่อไว้ดูเล่นแค่สองสามวันเท่านั้น


คิดแล้วก็ให้รู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย มือข้างกายถึงกับกำหากันแน่น


ตกหลุมรักคนผู้นั้นแท้จริงคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ชายผู้ที่ไม่แม้กล้าจะยืนหยัดเพื่อภรรยาของตนเอง สุดท้ายนางต้องสูญเสียทั้งลูกทั้งชีวิต


ยิ่งคิดก็ยิ่งคับแค้นใจ ลึกลงไปภายในนั้นปรารถนาที่จะจัดการทำลายล้างครอบครัวฝ่ายนั้นด้วยการนำทุกคนที่จะสร้างความเจ็บปวดแก่ผู้ที่ทำร้ายนางทั้งหมด มาลงมือทรมานก่อนจะสังหารพวกมันแต่ละคนอย่างเลือดเย็น ทว่าด้วยคำสาปแห่งลู่ฉิน หญิงสาวจึงทำได้เพียงใจเย็น และเดินเกมจัดการกำจัดหมากแต่ละตัวอย่างสงบนิ่งเท่านั้น


อีกไม่นานหรอก ทุกคนที่ทำร้ายข้าและลูก…อีกไม่นานเท่านั้น


แล้วองค์หญิงแห่งปี้หยางก็ต้องสะดุดเมื่อเดินมาถึงศาลาริมสระแห่งหนึ่ง ณ ที่นั้นปรากฏร่างหนึ่งกำลังยืนอยู่ เดาได้ไม่ยากว่าเป็นกงเสวียนฉินเยวี่ย และก่อนที่นางจะทันทำอะไร เขาก็กระโดดลงสู่น้ำด้านล่างไปเช่นนั้น








...........


สวัสดีค่ะ

มาคุยกับไรท์กันนิดหน่อย เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง
ว่าด้วยเรื่องการฆ่าตัวตายและโรคทางจิตเวช

ซึ่งในนิยายเรื่องนี้มีทั้งสองอย่าง การฆ่าตัวตายของตัวละคร กับลักษณะความผิดปกติทางจิตของตัวละคร ซึ่งคนอ่านจะได้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ตอนที่อ่านไปทุก ๆ ตอน

สำหรับกงเสวียนฮุ่ยเหนียง นางฆ่าตัวตายเพราะความผิดหวังกับชีวิตที่อาภัพลงเรื่อย ๆ อย่างที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรเลยสักอย่าง ทั้ง ๆ ที่เกิดมาเป็นเจ้าหญิง ชีวิตน่าจะสุขสบายกว่าคนอื่นแล้วแท้ ๆ

พอดีวันนี้ไรท์ได้เห็นข่าวหนึ่ง ข่าวการฆ่าตัวตายของเน็ตไอดอลคนหนึ่ง

ไรท์เคยได้ยินข่าวเธอคนนี้ตอนเกิดเรื่องดราม่าขโมยไอโฟน แล้วเธอบอกว่าเธอเป็นโรคซึมเศร้า ประเภท Kleptomania ( โรคชอบขโมย Kleptomania เป็นโรคทางจิตเวชประเภทหนึ่ง ที่ไม่สามารถยับยั้งใจต่อแรงกระตุ้นที่จะลักขโมยได้ ส่วนใหญ่ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะลักเล็ก ขโมยน้อยในสิ่งของที่ไม่มีประโยชน์ต่อตนเอง ซึ่งโรคนี้เกิดจากความผิดปกติทางชีวภาพ ทำให้สมองหลั่งสารเซโรโทนินน้อยลง โดยอาจมีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดู ความเครียด ความกดดันในวัยเด็ก หรือพันธุกรรม ผลักดันให้มีนิสัยชอบขโมยของเพื่อทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ) และมันเป็นสาเหตุที่เธอลงมือขโมย เพราะเธอไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

ชื่อว่าตอนนั้นน่าจะมีคนในเน็ตโจมตีผู้หญิงคนนี้เยอะมาก ว่าโรคบ้าอะไรที่ทำให้คนขโมยของได้ ข้ออ้างใช่ไหมบลา ๆ

ไรท์ต้องบอกก่อนว่าเธอคนนี้เป็นคนที่สวยมาก ฐานะดี มีงานการมั่นคง เธอไม่มีความจำเป็นต้องขโมยเพื่อประทังชีวิตหรืออะไรเลย แต่ที่เธอทำไปก็เพราะโรค

ตอนนั้นไรท์แอบคิดว่าถ้าคุณคนนี้เป็นโรคนั้นจริง ๆ แรงกดดันพวกนี้จะทำร้ายเธอขนาดไหนนะ


วันนี้ไรท์ได้ยินข่าวว่าเธอเสียชีวิตแล้ว โดยการฆ่าตัวตาย ????????????


ปกติกับคนแปลกหน้าไรท์ไม่เคยรู้สึกอะไรเป็นพิเศษนอกจากหดหู่เวลาได้ยินข่าวประมาณนี้ แต่กับเธอคนนี้ไรท์ได้ยินข่าวแล้วอยากร้องไห้ รู้สึกเจ็บข้างใน


เพราะไรท์เชื่อว่าเธอเองก็น่าจะทรมานมามากแล้วกับการที่ต้องเป็นโรค ที่หาคำอธิบายง่าย ๆ มาอธิบายให้คนอื่นเข้าใจว่าต้องมีชีวิตที่ลำบากกว่าคนปกติขนาดไหนไม่ได้


เป็นโรคที่ส่งผลให้มีพฤติกรรมไม่ดีโดยไม่สามารถควบคุมได้ พออธิบายให้คนอื่นฟังว่ามันไม่ใช่ตัวตนของเธอ มันคือความผิดพลาดของสารเคมีในสมอง มันคืออาการป่วย ก็ใช่ว่าจะมีใครพยายามเข้าใจ เนื่องจากไม่ได้ยืนอยู่ ณ จุด ๆ เดียวกัน


ไรท์เข้าใจมันเป็นอย่างดีเลย เพราะนั่นคือสิ่งที่ไรท์กำลังประสบอยู่ พยายามควบคุมชีวิตตัวเองขนาดไหนก็คุมไม่ได้ โรคมันอยู่เหนือเราตลอด


โรคพวกนี้ ถูกมองว่าเป็นโรคที่เรียกร้องความสนใจ โรคแห่งข้ออ้าง


คนเป็นโรคมะเร็ง เป็นเนื้องอก ยังโชคดีกว่าคนที่เป็นโรคทางจิตเยอะมาก อย่างน้อยเวลาคนอื่นฟังยังเข้าใจว่าเข้าป่วย รับฟัง สงสาร 


ในขณะที่โรคทางจิตเวชกลับถูกมองว่าเป็นปัญหาที่ด้อยค่ากว่ามาก ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วมันหนักพอ ๆ กัน มันคือโรคแห่งความเป็นความตายพอ ๆ กัน


โรคทางจิตเวชมันคือมะเร็งดี ๆ ที่มองไม่เห็นนี่เอง มันเป็นเงาที่ทำลายชีวิตคนดี ๆ มาหลายคนแล้ว และคนเราส่วนมากยังไม่เข้าใจมัน คนไทยส่วนมากยังไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่


ยังไงก็ตามแต่ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังสู้โรคพวกนี้อยู่นะคะ อย่าน้อยใจอย่าเสียใจที่คนอื่นไม่เข้าใจเรา เพราะเขาไม่ได้ยืนอยู่  ณ จุดที่เรายืน เขาไม่มีวันเข้าใจเราสมบูรณ์


แล้วก็สำหรับคนที่คิดว่าการพิมพ์ไม่กี่คำทำร้ายความรู้สึกของคนไม่รู้จักบนโลกออนไลน์ เป็นเรื่องเล็กน้อยแล้วล่ะก็ ขอให้คิดใหม่ค่ะ เพราะถ้ามีใครฆ่าตัวตายเพราะคำพูดสิ้นคิดของคุณ คุณเองก็ไม่แตกต่างอะไรจากฆาตกรคนหนึ่งเท่านั้น และคนที่จะเสียใจตอนมีข่าวแบบนี้เกิดขึ้น ก็คนที่ไปมีส่วนร่วมแบบไม่ยั้งคิดนั่นแหละ


อย่าเพิ่งตัดสินใครโดยที่เราไม่ได้รู้จักเขาดีหรือรู้ว่าเขากำลังประสบกับอะไรอยู่เลยค่ะ ถ้าคำพูดเราไม่ได้ช่วยเหลืออะไรใครได้ ก็อย่าพูดเลยดีกว่า อย่าทำร้ายคนอื่นโดยไม่จำเป็นเลย


ท้ายนี้ขอบคุณสำหรับการติดตามและกำลังใจนะคะ รักนักอ่านทุกคนมาก ๆ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 168 ครั้ง

5,848 ความคิดเห็น

  1. #5843 Kwang-cat (@Kwang-cat) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 14:10
    ตัวตนจริงของคุณเป็นยังไง คุณคือคนที่รู้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น อย่าแคร์คนอื่นเยอะเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ สู้ๆค่ะ
    #5843
    0
  2. #5635 Nantanat_neung (@Nantanat_neung) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 11:59
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #5635
    0
  3. #5634 ZaBELLaZ (@bundid4862) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 23:23
    รักลยา จุ๊บๆ
    #5634
    0
  4. #5633 onlymam (@onlymam) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 22:33
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ทั้งไรท์ และคนป่วยทุกคนค่ะ
    #5633
    0
  5. #5632 HighGirl (@Ammy_PMP) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 19:42
    สู้ๆค่ะ!!
    #5632
    0
  6. #5631 emmabenroxy (@emmabenroxy) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 17:27
    ป้าเข้าใจเพราะลูกชายเป็นโรค depression เป็นมาตั่งแต่เรียน High Schoolตอนนี้อายุ22แล้วยังต้องกินยา เช้าและก่อนนอนทุกวัน
    #5631
    0
  7. #5630 Ning1998 (@Ning1998) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 15:33

    รักคำพูดเหล่านี้
    #5630
    0
  8. #5629 SnowQueenFox (@loveyouskysea) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 14:10
    ได้ประโยชน์มากเลยกำลังทำโครงงานเกี่ยวกับจิตวิทยาอยู่พอดี(ตอนแรกได้คณิตแต่ขอเปลี่ยน)
    #5629
    0
  9. #5628 GreyEye (@sirius1980) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 13:38
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ไรต์อธิบายให้เข้าใจได้ง่ายมากค่ะ
    #5628
    0
  10. #5627 MikaPure (@MikaPure) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 13:35
    ไรท์ อธิบายและ สื่อสาร

    ได้ดีมาก เป็นนักเขียนแท้

    ชื่นชมจากใจจริง
    #5627
    0
  11. #5626 Aum110440 (@Aum110440) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 13:28

    สู้ๆค่ะ ขอให้ผ่านไปด้วยดีนะคะ
    #5626
    0
  12. #5625 nonameja55 (@nonameja55) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 13:10
    สู้ๆจ้า​
    #5625
    0
  13. #5624 SLPsecret (@vivianvcaronos35) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 13:09
    เป็นกำลังใจให้ไรท์กับทุกคนที่เผชิญอยู่กับปัญหานี้นะคะ มันอาจต้องใช้เวลา แต่เราเชื่อคุณจะผ่านมันไปได้ค่ะ
    #5624
    0
  14. #5623 SLPsecret (@vivianvcaronos35) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 13:08
    เพราะค่านิยมกับการศึกษาบ้านเราไม่ได้ปูมาให้เราเข้าใจเรื่อองพวกนี้ ค่านิยมที่เชื่อจิตเวช=บ้าคือมาจากพื้นฐานที่ไม่ได้ถูกeducatedให้เข้าใจอย่างถูกต้อง น่าเศร้าใจจริงๆคะ ทั้งๆที่อาการเหล่านี้ก็คืออาการป่วยเหมือนไข้หวัดทั่วไปแท้ๆ
    #5623
    0
  15. #5622 Athoh.h (@achira169) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 12:56
    สู้ๆค่ะไรท์
    #5622
    0