love high school kids รักเด็กมัธยม

ตอนที่ 2 : - 2 - ทำความรู้จัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 เม.ย. 59

ประเทศไทย~ รวมเลือดเนื้อเป็นชาติเชื้อไทย~” เพลงนี้ร้องกันตั้งแต่อนุบาลยันมอปลาย เชื่อครับว่าหลายคนจำเพลงนี้ไม่ได้เพลงที่ไม่ว่าจะกี่ปีก็จำไม่ได้ แถมหลายคนก็เป็นแบบนี้ร้องรวมได้แต่อย่าให้ร้องเดี่ยวเหมือนยืนเปลี่ยวในป่าช้า

เตรียมตัวสวดมนต์เสียงแฟนผมเองแหละ เธอชื่อครีมเป็นประธานนักเรียนน่ารักน่าเจี๊ยะ แต่ผมเจี๊ยะเธอไม่ได้หรอก ผมรักและให้เกียรติเธอมาก ผมมีแฟนมาหลายคนแต่ผมไม่เคยมีอะไรกับแฟนเลยสักคน ผมยังซิงทั้งหน้าและหลังฮ่าๆ แต่ที่แน่ๆ ผมจะไม่ยอมเสียซิงหลังให้ใครเด็ดขาด

เสียดายครีมว่ะผมมองหาต้นเสียงคนที่พูดถึงแฟนผม

นั่นดิ คบกับไอ้ห่วยนั่นได้ไงก็ไม่รู้มีดีแค่บ้านรวยอ้าว วอนซะแล้วว่าคนอื่นห่วยมึงดีจังเนาะ

ก็อย่างว่าแหละครีมก็มีดีแค่หน้าตา ส่วนอื่นก็โบ๋แถมชอบหลอกเอาเงินผมมองหาต้นเสียงจนเจอ ตอนนี้ผมเริ่มเดือดนิดๆ ละ ด่ากูห่วยกูไม่ว่าแต่อย่าลามปามแฟนกู

สิบแปดมงกุฎว่ะ ไอ้ตะวันก็โง่คนที่เคยคบกับครีมเขาก็พูดกันยังไม่ตาสะว่างซะทีกูเชื่อใจแฟนกู

ไปเซฟเฮ้าส์กันมาแล้วมั้ง สงสัยจะดีเลยโง่หัวปักหังปำฮ่าๆผมกระซิบขอเปลี่ยนที่แล้วไปหยุดยืนอยู่ตรงที่พวกมันคุยกัน

พวกมึงสองตัวมีปัญหาไรกับแฟนกูกับตัวกูมากป้ะมันยืนอยู่แถวหน้าผมทางซ้ายมือ ผมพูดเสียงเรียบ พวกมันหันมาแล้วยิ้มเยาะใส่ผม

พวกกูคุยกันหนุกๆ สองคนมึงยุ่งไรด้วยห้ะไอ้คนทางขวามมือพูด กูจะไม่ยุ่งเลยถ้ากูไม่ได้ยินชื่อตัวเอง

ก่อนจะมาเผือกเรื่องชาวบ้าน เอาเรื่องตัวเองให้รอดก่อนเหอะว่ะผมพูดไปอย่างเหลืออด

ตะวันกูว่ามึงกลับไปที่เหอะไอ้นิคเพื่อนห้องผมบอกมันตัวเล็กกว่าผม มันพยายามจะดึงผมให้กลับไปแต่ผมไม่ไป เห็นผมหงิมๆ ใช่ว่าผมจะยอมคน

กลับไปอย่างที่เพื่อนมึงบอกเถอะไอ้วัน กูไม่อยากรังแกคนอ่อนๆ เดี๋ยวจะร้องไห้ขี้มูกโป่งฮ่าๆไอ้คนขวามือผมมันยังไม่หยุดพูดตั้งแต่ผมมายืน

เดี๋ยวครีมไม่รักนะจ๊ะ! กลับไปไป๊!” คราวนี้เป็นไอ้คนซ้ายมือ ปากวอนโดนทั้งคู่ ผมจะขึ้นปกครองครั้งแรกก็วันนี้แหละครับ

ตะวันกลับเหอะไอ้นิคยังไม่หยุดดึงผมตั้งแต่เมื่อกี้ มึงไปประกวดความพยายามเป็นเลิศมั้ย? กูไม่ไปมึงก็พากเพียรดึงกู

มึงไม่ตายดีแน่!” ผมพูดก่อนจะเดินกลับไปที่เดิมเพราะรำคาญไอ้นิค

แล้วจะรอวันตายนะจ๊ะฮ่าๆไอ้คนขวามือพูดไล่หลังผมมา

 

ชั่วโมงโฮมรูม

เข้าแถวเสร็จก็ขึ้นห้องขึ้นมาก็มาเจอสุนทรพจน์ครูต่อ เป็นอะไรที่ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่ให้ความรำคาญมาก สุนทรพจน์โอมรูมที่เจอกันบ่อยๆ ก็จะมีเรื่องการบ้าน เวรห้อง พฤติกรรมนักเรียน แล้วก็เรื่องส่วนตัวนักเรียน เรื่องส่วนตัวนักเรียนถือว่าเป็นสถิติที่มาแรงกว่าเรื่องอื่น ซึ่งมันมีทั้งมีสาระและไม่มีสาระส่วนใหญ่จะไม่มีเพราะสุนทรพจน์โฮมรูทมไทยเน้นสายบ่น

ตะวันถ้าเราบอกว่าครีมมีคนอื่นแกจะเชื่อป้ะ?” เสียงนุ่นที่นั่งอยู่ข้างผมดังขึ้น มันกำลังทำกิจวัตรประจำวันเรียนอยู่นั่นคือปั่นการบ้านยามเช้า ไม่ว่าจะมอต้นหรือมอปลายก็เป็นกันหมด วิชาที่เน้นๆ เลยก็คณิตฯ เป็นส่วนใหญ่

แกอย่าถามเรื่องนี้ได้ป้ะ เราไม่อยากฟังผมตอบกลับไปเอาจริงๆ ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองนะ มีคนเตือนผมเรื่องครีมระวังเธอจะหลอก แต่ผมว่าเธอไม่ได้หลอกผมนะ เธอไม่เคยขออะไรผมเลยสักอย่าง

แต่แกควรจะฟังนะผมไม่เข้าใจทำไมต้องมาบอกผมว่าครีมเป็นแบบนั้นแบบนี้ ผมไม่เคยโดนเธอหลอก ผมไม่เชื่อคำพูดปากต่อปากจนกว่าผมจะได้เห็นกับตาตัวเอง

เลิกพูดถึงสักที!” ผมขึ้นเสียงใส่นุ่นผมมองหน้าเพื่อนสนิทคนเดียวตอนนีทำหน้านิ่งมองหน้าผม

เมื่อก่อนแกดีกว่านี้รู้ป้ะจบคำพูดนุ่นก็ปิดสมุดเดินออกไปจากห้อง แล้วเมื่อก่อนกับตอนนี้มันต่างกันตรงไหน

ตอนนี้เราไม่ดีตรงไหนพอนุ่นกลับมาผมก็ถามทันที

ตรงที่แกไม่ฟังเราเลยพอแกคบกับครีมเมื่อก่อนเราพูดถึงครีมแกก็ยังไม่อะไรแต่พอตอนนี้ดิ แค่เรียกชื่อก็แทบจะไม่ได้เอ้า นี่ผมผิด? เวลาผ่านไปอะไรๆ ก็เปลี่ยนมันแปลกหรอที่ผมจะหงุดหงิดที่มีคนมาว่าแฟนผม

แกก็ต้องเข้าใจเรามั่งดิ เราก็ไม่อยากให้ใครมาว่าแฟนเรานะผมพูดออกไปตรงๆ นุ่นถอนหายใจแล้วหลบหน้าผม

ช่างมันเหอะครูเข้าห้องละไรวะ มีแต่เรื่องให้หงุดหงิด เพื่อนก็เป็นแบบนี้ไหนจะแฟนที่โดนคนอื่นว่าเสียๆ หายๆ โว้ย!! ไม่มีอะไรดีสักอย่าง!

นักเรียนทั้งหมดทำความเคารพ

สวัสดีครับ/ค่ะ

เปิดหนังสือไปที่หน้าหนึ่งร้อยสิบสองภาควิชาที่เรียนวันนี้ก็น่าเบื่อคาบแรกภาษาไทย คาบต่อไปศิลปะ เรียนต่อคาบสามก็พละ ภาคบ่ายก็คณิตฯ ต่อด้วยเรียนวิทย์ จบด้วยแนะแนว แล้วไปเช้าชุมนุม นี่แหละประเทศไทย

"ตอนเข้าแถวเราเห็นแกคุยกับห้องอื่น...แกคุยอะไร" ถ้าไม่เรื่องครีมก็ต้องเรื่องผม ไม่เข้าใจว่าผมมีเพื่อนหรือมีพี่เลี้ยงกันแน่

"ไอ้พวกนั้นมันว่าครีมเราเลยเข้าไปคุย" ผมบอกไปตามตรง

"เรารู้ว่ามันไม่ได้มีแคค่นั้น แกจะไปหาเรื่องคนอื่นเพราะเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ" อย่างว่าแหละครับ เพื่อนสนิทรู้ทุกอย่าง

"..." ผมเลือกที่จะเงียบ จริงๆ ผมก็ไม่ได้อยากหาเรื่องนะ อีกอย่างผมก็คงสู้ไม่ไหวแน่เพราะผมไม่เคยมีเรื่องชกต่อยมาก่อน

"แกจะไปมีเรื่องเพราะคนเขาพูดเรื่องจริงเนี่ยนะ แกควรจะเลิกกับครีมได้แล้วนะ ถ้าเป็นเราเจอแบบแกเราเลิกไปแล้ว" ผมเงยหน้าไปมองบนกระดานก็เห็นครูกำลังมองมาผมก็เงียบแต่นุ่นดูเหมือนจะไม่รับรู้เลยว่าครุกำลังมองมา นุ่นยังพูเรื่องครีมแถมยังไม่หยุดพูดว่าผมควรจะเลิกกับครีม อยากจะบอกว่าผมเริ่มจะโมโหมากกว่าจะหงุดหงิดแล้วครับ

"นุ่น!"

 [ เดี๋ยวมาต่อนะครัชชชช ]


ต่อ………

“…” เสียงอันทรงพลังและหนักแน่นดังมาจากหน้าห้อง สายตาสี่สิบกว่าคู่ภายในห้องที่มองมาทางนุ่น ทำให้ต้องใช้สำนวนที่ว่า มองมาเป็นตาเดียว

คุยอะไรกัน!...ตะวัน คุยอะไรกันอ่าวกูซวย พอนุ่นเงียบก็หันมาที่ผมแทน มันใช่หรอครับครู

เรื่องการบ้านค่ะ! คือหนูยังทำไม่เสร็จค่ะเชรดดดดด โกหกคำโต สิ่งที่มึงทำกับสิ่งที่มึงตอบนี่คนละเรื่อง

มันใช่เวลามั้ย ฉันสอนอยู่! ถ้าจะคุยก็ไปคุยข้างนอกพวกผมนั่งเงียบกริบกุ้มหน้าดูหนังสือ

“…” ในห้องเงียบรู้สึกเหมือนอยู่ในโรงเย็นเลยครับฮือออ~

 

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปจบคาบภาษาไทย

 

ต่อไปเรียนศิลปะ

เอาล่ะนักเรียน วันนี้ครูจะให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เปิดไปหน้าห้าสิบต่างกับวิชาภาษาไทยอย่างสิ้นเชิง วิชานี้ชิลๆ สบาย ส่งงานครบดีไม่ดีช่างมันยังไงก็ได้คะแนน แต่มีข้อเสียอยู่นิดหน่อย

ทำตั้งแต่หน้าห้าสิบไปจนถึงหน้าหกสิบ ไม่เสร็จเป็นการบ้านส่งครูพรุ่งนี้เช้านะจ๊ะเนี่ยแหละครับข้อเสีย ครูไม่ดุเท่าไหร่แต่สังงานเยอะ ครูคิดว่าผมเรียนกับครูแค่คนเดียวหรอครู

 

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปจบคาบศิลปะ

 

ต่อไปเรียนพละ

ปี๊ดดดด!!

ทีมต่อไป! เร็ว!” วิชานี้ขาดนกหวีดไม่ได้ แลัะมีข้อห้าม

ข้อหนึ่งห้ามสายไม่โดนตีก็ให้ไปวิ่ง

ข้อสองห้ามช้าถ้าทำอะไรช้าตอนเรียนครูจะโกรธและจะโดนหักคะแนน

ข้อสามห้ามขาดไม่ว่าจะขาดส่งงานขาดสอบจะโดนทำโทษรายตัว

ตอนนี้พวกผมนักเรียนสี่สิบกว่าคนพากันวิ่งกันจนลิ้นห้อยน้ำลายเหนียวหอบแดดเป็นหมาก็ไม่ปาน

ตอนนี้โดนทำโทษครับ แบ่งสี่ทีมทีมละสิบคนผลัดกันทำหน้าที่ ขั้นแรกเราจะต้องซิดอัพห้าสิบไหนจะครูแกล้งปาไปเกือบร้อยละที ขั้นที่สองไปวิ่งรอบสระว่ายน้ำอีกยี่สิบ ขั้นที่สามวนรอบสนามฟุตบอลอีกสองรอบ ส่วนขั้นสี่ได้พักแค่เสี่ยววิโกยอากาศเข้าปอด ข้อหาไม่มาสอบตะกร้อและมาเข้าเรียนสาย

หยวนๆ ก็ได้ป้ะวะเชรี่ยยย ใครแม่งพูดวะ ครูได้ยินนี่ซวยยกห้องนะมึง

ใครพูด!” ยอมรับไปเส้!! “ไม่มีใครรับผิดวิ่งรอบสนามเพิ่มอีกรอบ!” โถ่~ อดทนหน่อยนะขาฮือๆๆ แล้วมันจะผ่านไปด้วยดี~ แล้วใจของเราจะเปลี่ยนไป~ ขอร้องเพลงปลอบใจในใจดังๆ สักเพลง

 

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปจบคาบพละ

 

ต่อไป...พักเที่ยง!!!

เฮ้ย! กินไรวะ

"โอ้ย!! หิวโว้ยยย"

เอาน้ำป้ะเดี๋ยวกูเผื่อ

เหนื่อยโคตรๆ

ไปกินผัดกระเพราเหอะ

เชื่อ...ไม่ว่าจะโรงเรียนไหนนักเรียนเป็นแบบนี้หมด ช่วงที่ยังอยู่ในชั่วโมงเรียนมันจะดูห่อเหี่ยวแห้งแล้งรอเวลาที่จะพักเที่ยวพอพักปุ๊บ จากโรงเรียนที่เงียบอย่างป่าช้าก็ไม่ปานจะกลายเป็นนกกระจอกแตกรังในพริบตา

“แกจะกินไร” ผมถามนุ่นที่ชะเง้อมองนู่นมองนี่

“กินสุกี้น้ำละกัน”

“งั้นเดี๋ยวเราไปซื้อสุกี้ให้แกไปซื้อน้ำ” ผมตัดสินใจเองแต่ก่อนที่ผมจะเดินไปนุ่นก็ดึงแขนผมไว้

“จะเอาชากาแฟหรือโกโก้” ผมชอบกินกาแฟไม่ก็โกโก้แทนน้ำเปล่าหลังกินข้าว

“กาแฟ” ผมจะเดินไปนุ่นก็ดึงผมไว้อีก

“ถ้าไม่มีเอาชานมไข่มุกแทนนะ” ผมพยักหน้าส่งๆ ไปแล้วเดินไปซื้อสุกี้

“นี่!” ผมหันไปตามเสียงกับแรงจิ้มที่ไหล่ขวามือก็เจอแฟนตัวเองมองมา

“มีอะไรหรอครีม” ผมถามเธอช่วงกลางวันครีมไม่มากินข้าวกับผมหรอกครีมบอกว่าครีมให้เวลากับเพื่อนมากกว่า ผมก็ไม่ว่าอะไรแค่ต้องพยายามเข้าใจเธอให้มากๆ

“เย็นนี้ครีมจะไปบ้านเพื่อนนะ” บ้านเพื่อนอีกแล้วหรอ...ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้อยู่กับครีมเท่าไหร่เธอจะไปบ้านเพื่อนบ่อยมาก

“อีกแล้ว?” ผมถามไปตามความคิด ก็เบื่อเหมือนกันนะที่มีแฟนแบบนี้แต่ผมก็ยังอดทน

“อื้อ ก็ครีมต้องไปทำโครงงานวิทย์กับเพื่อนตะวันเข้าใจใช่มั้ย” ผมพยักหน้ารับไป ผมจะอดทนกับครีมได้มากแค่ไหนก็ไม่รู้ เผลอๆ พรุ่งนี้ผมอาจจะเลิกกับเธอก็ได้

“ไลน์มาด้วย” ผมบอกครีมเธอยิ้มกลับมาให้ผมแล้วเดินไป

“สุกกี้น้ำสองครับ” ครีมเดินไปก็มาถึงคิวผมพอดี ผมบอกป้ารอไม่นานก็ได้ผมเดินไปที่โต๊ะประจำก็เห็นนุ่นนั่งหน้าบึ้งอยู่คนเดียว

“ช้าว่ะ หิวจนไส้กิ่วแล้วเนี่ย” ผมส่งชามสุกี้ให้นุ่นกำลังจะว่างของตัวเองผร้อมกับนั่งลง

 

ผลั่ก!

“อุ้ย! โทษทีว่ะ พอดีไม่เห็นเจ็บตรงไหนรึเปล่าจ้ะน้องสาว” ไอ้สองตัวเมื่อเช้ามันแกล้งมาชนผมตอนนี้สุกี้ผมไม่ต้องกินมันละ เสื้อผมก็เลอะสุกี้แถมสุกี้ยังร้อนๆ อยู่ทั้งแสบทั้งร้อนไปหมด

“ตะวัน! แกไปล้างตัวก่อนเหอะ” นุ่นรีบเข้ามาหาผมแล้วไอ้คนที่มันทำให้สุกี้ผมหกก็เข้ามามันจับตัวผมปัดนู่นปัดนี่ทำให้สุกี้เลอะไปใหญ่ ผมปัดมือมันออกแล้วพยุงตัวเองลุกขึ้นยืน

“เฮ้ยๆ ทำหน้าดุด้วยว่ะฮ่าๆ โอ้ยยย กลัวแล้วจ้าาา ฮ่าๆๆ” ถึงกูจะไม่เคยมีเรื่องแต่กูจะเอาเรื่องมึงคนแรก! ไอ้หน้าเจ๊ก!

 

ผลั่ก! ตุบ!

ผมถีบมันเต็มแรงพวกเพื่อนๆ มันก็เหวอรีบเข้าไปช่วยมันทำหยิ่งลุกขึ้นเองขำไม่ออกแล้วสิมึง

“มึงกล้าถีบกูหรอ” มันพูดกัดฟันกรอดกำหมัดแน่นตรงเข้ามาหาผม

หมับ!

มือใครบางคนมารับหมัดแทนหน้าผม ไอ้คนที่จะต่อยผมมันรีบเก็บมือกลับหลังจากเห็นหน้าคนที่เอามือมารับหมัดมัน

“อย่ายุ่งกับคนนี้ดีกว่า” ไอ้คนที่จะต่อยผมมันก็มองหน้าผมก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับเพื่อนมัน

“ตะวันไปล้างตัวเหอะ เราขอบใจมากนะภูมิ” ภูมิชื่อไอ้พระเอกขี่ม้าขาวเนี่ยหรอ ผมมองหน้าคนชื่อภูมิคำถามผุดเลยครับ มันคือใครกูไม่เคยเห็น

“ไม่เป็นไร” ภูมิมองหน้าผมแล้วยิ้มเป็นมิตรมาให้ผมยิ้มตอบแล้วเดินไปล้างตัวกลิ่นสุกี้ฟุ้งห้องแน่ภาคบ่ายไม่ต้องเรียนดีกันละงานนี้

“เราว่าไปห้องพยาบาลดีกว่า เผื่อสุกี้ที่ลวกแกเมื่อกี้โดนเนื้อแกอักเสบขึ้นมาแย่เลยนะ” นี่เพื่อนหรือแม่ นุ่นลากผมไปที่ห้องพยาบาล

 

ห้องพยาบาล...

“โดนสุกี้ลวกค่ะ” มาถึงปุ๊บ! นุ่นก็พูดกับรุ่นน้องมอห้าที่นั่งเช็คอะไรก็ไม่รู้อยู่ที่โต๊ะทันที

“นั่งรอเตียงที่สองนะคะเดี๋ยวพี่ที่เป็นเวรห้องก็มาแล้วค่ะ” ให้มันได้แบบนี้สิครับ มาดูอาการที่ห้องพยาบาลแต่ต้องมารออีก นี่ถ้าปวดหัวไมเกรนไม่ตายก่อนหรอ

“แสบมากมั้ยแก ถอดเสื้อออกก่อนดิมันจะได้ไม่อบ” ไม่น่าถามว่าแสบมั้ย นุ่นบอกให้ผมก็ถอนเสื้อผมก็ถอดออก โอยยย แดงเถือกแต่ไม่รู้สึกแสบอะไร

“อ้าว! พี่ภูมิสวัสดีค่ะ เตียงสองเลยค่ะ” ผมนั่งฟัง ภูมิหรอ? ใช่คนเดียวที่ช่วยเราเมื่อกี้ป่าววะ

“ขอบคุณครับ”

ครืด...

เสียงรูดท่านเปิดออกผมหันไปตามเสียงใช่จริงๆ ด้วย ภูมิคนที่ช่วยผมจริงๆ

ผมลืมบอกไปทำให้หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีครูห้องพยาบาล ที่โรงเรียนผมจะรับอาสาสมัครนักเรียนเฉพาะห้องวิทย์ คณิตฯ มาเป็นเวรที่ห้องพยาบาลบางคนก็มาฝึกไว้เพราะอยากจะเป็นหมอ แต่ก่อนจะมาทำได้เนี่ยต้องไปฝึกกับครูอยู่สักพักล่ะครับ

“อ้าว! ภูมิเป็นเวรวันนี้หรอ” มึงสนิทกับมันหรอนุ่น กูยังไม่รู้เลยว่ามันเป็นใคร

“อืม เสื้อที่เลอะสุกี้เก็บไปซักเหอะ เดี๋ยวเราเอาเสื้อในห้องให้ยืมไปก่อนแล้วค่อยเอามาคืน” ใจดีแท้พ่อคุณ พุดจบนุ่นก็รู้หน้าที่ลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปจากห้องเตียงสองเลยแถมเอาเสื้อผมไปด้วย

“น้องดาว! เอาน้ำเย็นกับยาทาน้ำร้อนลวกให้พี่หน่อย” ตะโกนแบบนี้เตียงอื่นไม่ตื่นกันหมดหรอวะ

“เอ่อ...ตะโกนแบบนี้จะดีหรอ คนที่อยู่เตียงอื่นไม่ตื่นหรอ” ถามออกไปตามความคิด

“ไม่ตื่นหรอก...” หลับเป็นตายเลยว่างั้น “เพราะไม่มีคนอยู่” Animal! (กรุณาแปลไทยด้วยตัวท่านเอง)

“กวน” ผมไม่พูดคำต่อท้าย ภูมิที่หันมามองที่ตัวผมแทนหน้าผม

“นี่ค่ะพี่ภูมิ” น้องมอห้าเอากระมังใส่น้ำเย็นกับผ้าส่งให้ภูมิแล้วเดินออกไปแล้วก็เดินกลับมาพร้อมหลอดยา

“ขอบคุณครับ” ภูมิยิ้มอ่อนๆ กลับไปให้ แต่อิหนูมอห้านี่สิหน้าแดงบิดตัวจนจะเป็นง่อยอยู่แล้วมั้ง

“เดี๋ยวเช็ดตัวเอง” ผมบอกทันทีที่เห็นภูมิเอาผ้าชุบน้ำ

“อืม เราขอดูหลังหน่อยแล้วกัน” ภูมิตอบผมก็เอื้อมมือไปหยิบผ้ามาเช็ดตัว ซี๊ด! แสบสุดๆ ฮืออ

“อ่า...ซี๊ด...” ผมที่เผลอครางออกไปเพราะแสบแผลก้มดูแล้วก็มองหาตรงมี่ยังไม่ได้เช็ด สมองผมก็นึกถึงนุ่นไปทำไมยังไม่กลับมาก็ไม่รู้

“จะยั่วหรอ” หือ? ผมเงยหน้าขึ้นเพิ่งจะรู้ว่าภูมิมายืนกอดอกมองผมอยู่

“อะไร?” ผมถามกลับ

“เช็ดตัวไปครางไปจะยั่วเราหรอ” บ้านเตี่ยมึงเหอะใครจะไปยั่วผู้ชายกันเองวะ

“เช็ดเสร็จแล้ว” ผมเปลี่ยนเรื่องพูด เริ่มจะรำคาญไอ้ภูมินี่เต็มที

“ต่อไปก็ทายา” ผมหยิบหลอดยาที่รุ่นน้องมอห้าเอามาให้แล้วจัดการทาเอง

“เสร็จแล้ว” ผมบอกภูมิ ผมไม่รู้จักไอ้ภูมินี่แล้วก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกับมันด้วยไม่เข้าใจว่ามันจะมาดูผมทำไม

“อืม เอายานี่ไว้ทาวิธีใช้ยามีอ่านเอา แล้วก็อย่าให้เหงื่อยออกมากแผลจะอักเสบ” อย่าให้เหงื่อออก? จะบ้าไงวะ นี่คนนะเว้ยมันก็ต้องมีเหงื่อมั่งแหละ

“ให้หยุดเรียนเปิดพุงตากลมอยู่บ้านเลยมั้ย” ผมพูดประชดไอ้ภูมิมันกำลังเก็บของที่ผมเพิ่งใช้เมื่อกี้

“ได้ก็ดี” Foot! (กรุณาแปลไทยด้วยตัวท่านเอง)

“ตะวัน!! ภูมิตะวันเป็นไงมั่ง” เรียกกูแต่ถามมันคือไร?

“ไม่ถึงตายหรอก อย่าให้เหงื่อออกมากก็พอ ทายาประจำแต่ไปโรงบาลไม่ก็คลินิกดูหน่อยก็ดี” ภูมิพูดแล้วเดินออกไป

“อ่ะ เราซื่อมาให้เผื่อแกจะหิว” นุ่นยื่นแซนวิชกับโกโก้ไข่มุกมาให้ผม

“แล้วแกไปไหนมานานจัง” ผมถามไปกินไป

“เราก็ไปกินข้าวไงแล้วก็โทรคุยกับพี่น้ำว่าเย็นนี้ให้มารับเราด้วยแล้วก็จะพาแกไปด้วย” ไม่ปรึกษากูสักคำว่ากูจะไปด้วยมั้ย

“ทำไมไม่ถามเราก่อน” ผมถามนุ่น

“ถ้าถามแกก่อนแกก็ปฏิเสธเราดิ ใครจะถามให้โง่ล่ะ” นั่นสิ เป็นผมผมก็ไม่ถามฮ่าๆ

[ เดี๋ยวมาต่อน้า อีกนิดเดียว ]

2 ความคิดเห็น