The Secret of heart ความลับหัวใจของยัยจอมมาร

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 16 : เที่ยงคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ก.ค. 57

...การสอบผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แน่นอนว่าฉันไม่ได้คาดหวังว่ามันจะออกมาเต็มร้อย ถึงแม้ว่าข้อสอบต่างๆที่ครูเอามาออกมันจะง่ายต่ำกว่ามาตรฐานทั้งนั้นที่สำคัญมันอยู่ที่ตอนนี้ปิดเทอมแล้วต่างหาก เฮ้อ - - ชีวิตฉันจะได้สงบสุขสักพักใหญ่ๆสักที

“กลับมาแล้วเหรอ สาวน้อยที่รัก”

“....”

ฉันพยักให้กับเพอร์เช่ที่ยืนยิ้มระรื่นในคราบชุดผ้ากันเปื้อน หน้ามันเยิ้ม กลิ่นหอมๆที่ลอยออกมาจากครัวทำให้รู้เลยว่าเขาคงจะไปขลุกอยู่ในนั้นเพื่อทำอาหารเย็น(ขอบคุณที่ไม่ใช่แม่ฉันทำ) ตั้งแต่กลับมารู้สึกว่าเขาจะเข้าทำงานทุกวัน  ซึ่งก็ดีแล้วล่ะ เพราะถ้าว่างเมื่อไหร่เขาต้องกาเรื่องไปวุ่นวายที่โรงเรียนฉันแน่ๆ(ไม่อยากจะคิดด้วยว่าฉันจะต้องปวดหัวมากแค่ไหน)

“หิวรึเปล่า ถึงจะหายแล้วก็ต้องบำรุงตัวเองเยอะๆนะ”

“มีทางเลือกมั้ย”

“มีสองทาง กินที่พี่ทำ หรือรอแม่กลับมาทำให้กิน”

“มีแต่คนโง่ที่จะรอแม่กลับมาทำให้กิน”

เขายิ้มกว้างแล้ววางกับข้าวลงบนโต๊ะ จากนั้นก็เอื้อมมือมายีผมฉันเล่นก่อนจะต้องร้องโอ๊ยและรามือไปเมื่อเจอส้อมพิฆาตในมือฉันจิ้มให้เต็มรัก(ยังมีหน้ามาค้อนฉันด้วย - -)

“ถามจริง ตอนที่อยู่มหาวิทยาลัยนายไปเรียนอะไรมา คหกรรมรึไง”

“บ้าสิ นี่แค่ความชอบส่วนตัว”

เพอร์เช่ยิ้มแฉ่งเมื่อเห็นสีหน้าของฉัน แล้วเขาก็เดินไปที่ประตูบานใหญ่ที่อยู่สุดมุมทางเดิน ก่อนจะลงมือเคาะประตูพร้อมแดนซ์อย่างมันส์กระจาย = = ก็อย่างที่คนเขาพูดกัน อัจฉริยะกับคนบ้าอยู่ห่างกันแค่คนละด้านกำแพง แต่ในกรณีของหมอนี่ มันแค่คนละด้านของกระดาษสา

“เฮ้อ!หิวจังเลย อ๊ะ!ริช ว่าไงลูกสาวพ่อไม่เจอกันน้าน นานJ

คนที่เดินออกมาจากประตูห้องทดลองคือผู้ชายตัวสูง ใบหน้าเหนื่อยอ่อนมีร่องรอยแห่งการอดหลับอดนอน หนวดเคราเขียวครึ้มแถมเข้าตายังลึกโบ๋ แต่ถึงอย่างนั้น ความโทรมก็ไม่สามารถกลบความหล่อเหลาที่ยังคงฉายแววโดดเด่น น่าแปลกที่วันนี้ฉันเจอกับพ่อตัวเอง ตลกมั้ยล่ะ อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆบางปียังไม่เคยเจอหน้ากันเลยด้วยซ้ำ!

“ของเล่นก๊องแก๊งของพ่อเสร็จแล้วเหรอคะ”

“แล้วสิ >< คราวนี้มีเวลาว่างนิดหน่อย ทำของเล่นใหม่ให้ริชด้วยล่ะ^^

พ่อยิ้มแฉ่งก่อนจะเดินมานั่งที่โต๊ะแล้วลงมือกินข้าวอย่างหิวโหย เดาได้ไม่ยากว่าพ่อคงยอมอดอาหารดีกว่าแตะต้องของที่แม่ทำส่งลงไปให้ บ้านนี้เขารู้กันน่ะ

“แล้วนี่แม่เราเค้าไปไหน”

“ไม่รู้สิคะ บอกแค่มีงาน”

“โฮ้! งั้นพ่อก็รอดไปอีกวัน ^^ ว่าไงเพิร์ช”

พ่อทักทายน้องชายตัวเองที่ยังไม่หยุดยกกับข้าวมาวางเรียงบนโต๊ะ เวลาไปอยู่เมืองนอกนี่เปลี่ยนชายไทยให้เป็นแม่บ้านได้ขนาดนี้เชียว แล้วจะทำเลี้ยงทั้งหมู่บ้านเลยรึไง = = นี่รอบที่สามแล้วกับข้าวยังไม่หมดอีกเรอะ!

“คราวนี้พี่ทำอะไรอีกละครับ”

“งานฉันก็ต้องทำของเล่นส่งให้ไอ้พวกกิ๊กก๊อกที่ไร้น้ำยาพวกนั้นน่ะสิ คราวนี้แค่ลองทำอุปกรณ์ตรวจจับดูเฉยๆ”

“ฟังดูน่าเบื่อนะครับ”

“งั้นสิ -^- นายคิดว่าเรื่องถูกกฎหมายมีอะไรน่าสนุกงั้นเรอะ”

พ่อยักคิ้วกวนๆส่งให้เพอร์เช่ ในขณะที่คนเป็นน้องชายก็หัวเราะอย่างครื้นเครง แหม้แหม ช่างคุยเรื่องสนุกๆแบบนี้ได้ไม่อายปากและตำรวจเลยนะ - -

“โหมงานอย่างนี้สาวน้อยของผมขาดความอบอุ่นแย่”

“ไม่เลยสักนิด”

ฉันตอบกลับเสียงเฉียบหยุดเสียงหัวเราะจากทั้งสองคนให้ชะงักเหมือนรถเหยียบเบรกดังเอี๊ยด พ่อกระแอมไอแก้เก้อแล้วทำทีเป็นเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น

“แล้วหนูล่ะ สอบเป็นไงบ้าง โอเคนะ”

“ก็ดีค่ะ”

“ได้ยินอย่างนั้นพ่อก็ดีใจ เอ่อใช่ เห็นแม่บอกว่าลูกไม่สบายนี่นา หายหรือยังคะ คนดี”

“หายแล้วค่ะ แค่ไข้ขึ้นนิดหน่อย”

พ่อส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ หนึ่งในหลายสิ่งที่มีเสน่ห์ของ ริชาร์ด ชาร์มมิ่ง ก็คือรอยยิ้มของเขานี่ล่ะ ใครได้เห็นถ้าไม่หลงนั่นแสดงว่าเขาไร้ความรู้สึกอย่างรุนแรง

“ได้ยินแบบนั้นพ่อก็โล่งใจ แต่ว่านะ ถ้าลูกกลับมาเป็นสาวน้อยแสนน่าทะนุถนอมพ่อจะดีใจกว่านี้”

“พ่อพูดถึงใครเหรอคะ ตล๊กตลก อะไรคือน่าทะนุถนอม -^-

“บางทีลูกก็ทำให้พ่อรู้สึกว่าหนูเป็นลูกแม่มากเกินไปหน่อยนะ ^^

แล้วสองหนุ่มก็หัวเราะอย่างรู้กันดังลั่นบ้าน พ่อถามอะไรไร้สาระอีกหลายอย่าง(มีแฟนรึยัง, เมื่อไหร่จะครองโลกสำเร็จ บลาๆๆ มันเป็นเรื่องปกติที่คนเป็นพ่อลูกจะคุยกันใช่มั้ย - -)

“แล้วโซลกับเซโร่ล่ะ ยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า”

“ยังอยู่เป็นผู้เป็นคนค่ะ”

“ก็ดี อยากเป็นลูกเขยบ้านนี้ ต้องถึกและอดทนเกินคนธรรมดา”

“มีใครพูดเหรอคะว่าสองคนนั้นจะมาเป็นลูกเขยบ้านนี้ - -

“เป็นการคาดการณ์ของอัจฉริยะอย่างพ่อ ฮ่าๆๆ”

“หนูจะบอกแม่เรื่องที่พ่อแอบเทอาหารแม่ทิ้ง^^

ฉันยิ้มกว้างกลบรอยยิ้มเพี้ยนๆของพ่อ ได้เห็นสีหน้าร้อนรนของพ่อตัวเองแบบนี้แอบมีความสุขเล็กๆ หึหึหึ

ติ๊ง~ต่อง

“หนูไปดูเองค่ะ”

ฉันว่าแล้วลุกออกจากโต๊ะทานข้าวเดินไปที่หน้าบ้าน ทันทีที่ประตูเปิดออกร่างสูงๆที่คุ้นตาก็ปรากฏโซลยิ้มกว้างอย่างยียวนในขณะที่เซโร่ส่งยิ้มหวานมาให้

“ว่าไง -_-

“ว่าไงJ กินข้าวรึยังเนี่ย”

“ยัง กำลังจะกิน เข้ามาสิ”

ฉันหลีกทางให้ทั้งสองคนเดินเข้ามา เซโร่กับโซลร้องเย้วๆอย่างกับว่ามีอะไรน่าสนุกนักหนา โซลกระซิบกระซาบอะไรกับเซโร่ จากนั้นก็กระโดดไปที่ประตูเป็นจังหวะเดียวกับที่เพอร์เช่โผล่หน้าออกมาพอดี

“ใครมาเหรอ...”

“สวัสดีครับคุณอา!

“ใครอานายวะไอ้เด็กบ้า!

เพอร์เช่ที่ตกใจจนเกือบตกเก้าอี้ตะคอกใส่หน้าโซลพร้อมแก้มที่ขึ้นสีแดงเมื่อเห็นว่าทั้งพ่อและเซโร่หัวเราะที่เขาโดนแกล้งแบบนั้น ส่วนตัวการน่ะเหรอ - - ไม่ได้ไว้หน้าใครเลย หัวเราะอย่างเปิดเผยและจริงใจมากกกกก

 “ต้องให้ได้อย่างนี้สิ ><!! ฮ่าๆ”

“พ่อช่วยเก็บอาการนิดหนึ่งค่ะ ส่วนนาย นั่งลงดีๆ จะขอบคุณมาก”

โซลนั่งลงอย่างว่าง่ายเป็นเวลาเดียวกับที่เพอร์เช่เลื่อนเก้าอี้ของเขาออก โซลที่เกือบจะล้ม มองหน้าเพอร์เช่อย่างหาเรื่องพอๆกับอีกฝ่ายที่จ้องหน้าอย่างไม่ลดละ มันน่าจับแต่งงานจริงๆเลยคู่นี้

“หยุดจ้อง!! แล้วนั่งลงซะ”

คำสั่งเสียงเฉียบจากฉันทำให้ทั้งคู่ต้องทำตามอย่างไม่เต็มใจ พ่อหัวเราะเสียงกิ๊กกั๊ก(เป็นการแอบหัวเราะที่น่ารังแกมาก) ฉันตักข้าวส่งให้เซโร่กับโซลพร้อมพลางพูดคุยไปพลาง

“แล้วทำไมถึงมาที่นี่”

“ก็เรื่องที่เธออยากรู้น่ะ อยู่นี่”

เซโร่ยื่นซองสีน้ำตาลแผ่นบางเฉียบมาให้ซึ่งฉันก็รับมาโดยที่ไม่ได้สนใจสีหน้าอยากรู้อยากเห้นของทั้งพ่อและเพอร์เช่แม้แต่น้อย ทำอะไรจริงใจเปิดเผยดีมั้ยล่ะ

 “ได้เรื่องมั้ยล่ะ”

“ระดับนี้แล้ว ว่าแต่ ถ้าเธอทำเองไม่ง่ายกวาเหรอ”

“ก็มันน่าเบื่อ ให้พวกนายไปทำแล้วฉันมาจัดการต่อมันน่าสนุกกว่า”

“ร้ายจริงนะ ตัวแค่นี้J

โซลส่งคำพูดเพ้อเจ้อมาให้พร้อมยักคิ้วหลิ่วตาอย่างไม่กลัวตาย ไม่ได้สนใจฉันที่ส่งสายตาหงุดหงิดไปให้ไอ้คนปากดีที่ยังมีหน้ายิ้มยั่วต่อมโมโหเล่นไม่หยุด จนคนข้างๆที่ได้แต่นั่งยิ้มแห้งๆต้องลุกขึ้นมาไล่เก็บหมาในปากของเพื่อนก่อนจะพูดกลับเกลื่อนสถานการณ์

“เอาน่าๆ อย่าทะเลาะกันสิ ริชก็ใจเย็นๆนะ^^;

“ฮ่าๆๆๆ เด็กๆวัยนี้สนุกกันจังนะ^^ ฮ้า คิดถึงวันวาน”

พ่อพูดจาครื้นเครงอยู่คนเดียวในขณะที่คนอื่นพากันนั่งเงียบกริบ(มีท่านริชาร์ดคนเดียวแหละที่ทำได้) หลังจากนั้นเราก็นั่งลงกินข้าวกันเงียบๆโดยมีพ่อส่งเสียงเจี้ยวจ๊าวอยู่คนเดียวเป็นการสร้างบรรยากาศที่ไม่มีใครให้ความร่วมมือ

...การทานอาหารผ่านไปอย่างรวดเร็ว ที่จริงเป็นเพราะว่ามันอึดอัดจนฉันแทบไม่อยากจะกินอะไรเลยสักอย่าง ทันทีที่ฉันเช็ดปาก แทบทุกคนในโต๊ะ(ยกเว้นพ่อ)ก็พร้อมใจกันลุกขึ้นแล้วเลื่อนเก้าอี้ทันที

“วันนี้เราออกไปข้างนอกกันนะ”

เซโร่กระซิบบอกเมื่อตอนที่เราล้างจานอยู่ด้วยกัน พร้อมเหลือบตามองโซลที่ไปร่วมมือกับพ่อแหย่เพอร์เช่เล่น พอฉันหันกลับมามอง เซโร่ที่มองหน้าฉันด้วยสายตาแปลกๆก็ส่งยิ้มแก้เก้อมาให้แล้วผิวปากเป็นเพลง ท่าทางมีพิรุธชะมัด

“วางแผนอะไรอยู่”

“โน่ววว ไม่มี><!

เสียงสูงที่ฟ้องตัวเองว่ากำลังโกหกทำให้ฉันชักสีหน้า จากนั้นมือที่กำลังเช็ดจานก็เงื้อขึ้นเตรียมฟาดไปที่คนข้างๆนั่นทำให้เขาต้องรีบตะโกนออกมาเสียงหลง

“อย่านะๆๆ><!! ใจเย็นๆ โอเคๆ บอกแล้วๆ”

“ถ้าไม่ลีลา ก็จะไม่เจ็บตัว”

“ยัยคนใจร้าย><!! อ๊ะๆ อย่าๆ คืองี้...พวกเราเห็นว่าเธอเบื่อหน้าอาสุดที่รักเต็มทีแล้วใช่มั้ยล่ะ”

“แล้วไง”

“เราจะแอบพาเธอไปโดยไม่ให้อาเธอรู้”

เซโร่ยิ้มกว้างกับประโยคนั้น ดูภูมิใจมากกับความคิดไร้สาระนี่

“โซลแค่อยากยั่วเพิร์ชให้คลั่งล่ะสิ ส่วนนาย คงคิดอยากจะทำอะไรที่รู้ว่าฉันจะต้องไม่ชอบใจใช่มั้ย”

ฉันดักอย่างรู้ทัน นั่นทำให้เซโร่คอตกทำหน้าเป็นหมาหงอย และเป็นอีกครั้ง ที่ใบหน้าหมาน้อยนั้นมีผลกับฉัน -^- ไม่สบอารมณ์เลยจริงๆ ฉันขมวดคิ้วกำลังจะอ้าปากต่อว่าอะไรอย่างที่เคยแต่เซโร่กลับยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงให้ฉันเบาเสียง แล้วเหลือบมองเพิร์ชที่เหล่มองมาทางเราด้วยสายตาเตรียมหาเรื่องเต็มพิกัด

ที่ริมฝีปากฉัน ร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่ได้เพียงแค่นิ้วของเซโร่สัมผัส

“ตกลง กี่โมงละ”

“เที่ยงคืน พวกฉันจะไปจดรถรอที่ใต้ต้นไม้ข้างหน้าต่างห้องนอนของเธอนะ”

รอยยิ้มอ่อนโยนที่ส่งมาให้ทำให้ระยะห่างระหว่างเราหายไปอีก รู้ตัวอีกที ก็เป็นตอนที่ลมหายใจร้อนๆของเซโร่พ่นลงบนหน้าผากพร้อมกับรอยจูบอุ่นๆที่ประทับลงบนหน้าผาก แล้วเซโร่ก็เดินไปเก็บจานเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้ฉันยืนค้างอยู่อย่างนั้น พร้อมหัวใจที่เต้นโครมครามอย่างห้ามไม่อยู่

เที่ยงคืนไปรออยู่ที่ริมหน้าต่าง ทำยังกับว่าจะพาฉันหนีตามกันไป...

หนีตามงั้นเหรอ ไม่มีทางหรอกน่า ริชแบรนน์ เธอกำลังเพ้ออะไรอยู่

ว่าแต่รอยจูบที่หน้าผากเมื่อกี้...มันหมายความว่าไงกันนะ เซโร่

เที่ยงคืน...

ฉันหยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กที่ใช้ประจำมาคล้องขอ หลังจากตรวจเช็คแล้วว่าหุ่นไม้ที่อยู่บนที่นอนอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและประตูห้องก็ล็อคแล้วแน่ๆ ฉันก็เดินไปที่หน้าต่างแล้วเตรียมจะปีนออกไป

 “มารอจริงๆซะด้วยแฮะ”

“นายคงไม่อยากตกลงไปใช่รึเปล่า”

ฉันถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ทำเอาคนชอบกวนต้องส่งยิ้มแห้งๆกลับมา เซโร่ที่อยู่บนต้นไม้ส่งมือมาให้ฉันเหมือนจะบอกว่าเขามาเพื่อมาช่วยให้ฉันไม่ตกลงไป แต่ฉันเมินมือนั้นแล้วกระโดดก้าวเดียวไปยืนอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ก่อนจะโหนตัวลงมายืนบนพื้นอย่างคล่องแคล่ว ทิ้งเซโร่ให้รีบปีนตามลงมาอย่างทุลักทุเลพร้อมคำบ่นชุดใหญ่ที่ฉันไม่ใส่ใจจะฟัง

“ตกลงบ้านนี้มีลูกสาวหรือมีลิงสาวเป็นลูกกันแน่”

 “- -

“ปืนเก่งยังกับลิง ให้ตาย”

“เลิกวิจารณ์แล้วไปสักทีจะได้มั้ย”

เซโร่ย่นจมูกใส่ฉันแต่ถึงอย่างนั้นก็เดินนำไปโดยไม่พูดอะไรอีก (หน้าตาตอนนี้ น่ารักเป็นบ้า)โซลนั่งเคาะพวงมาลัยอยู่ในรถสปอร์ตสุดหรู เขาหันหน้ามามองเมื่อเห็นฉัน เราสองคนสบตากันเพียงชั่วครู่ก่อนที่โซลจะยักคิ้วกวนประสาทให้ฉันทำหน้ามุ่ย

“ขึ้นรถเถอะ ก่อนที่พ่อเธอจะเล่นงานฉัน”(เซโร่)

“แล้วก็ก่อนที่คุณอาสุดหวงนั่นจะตามมาขัดขวางด้วย”(โซล)

รถแล่นด้วยความเร็วพอๆกับรถคนร้ายคดีปล้นธนาคาร แต่ฉันชินซะแล้วล่ะ โซลเป็นพวกตีนผีมานานจนฉันเริ่มหาทางปรับตัวได้มาตั้งนานแล้ว...แต่กับเซโร่...ฉันคิดว่าไม่

“ช้าๆหน่อยโว้ยย><!!!!

“หุบปากแล้วนั่งเฉยๆโว้ย!ร้องเป็นตุ๊ดเลยแก ดูผู้หญิงยังไม่บ่นสักแอะ”

“แกนับริชเป็นผู้หญิงได้ไง!! ช้าๆโว้ยย><!!!

ถึงแม้ว่าเซโร่จะแหกปากร้องเสียงดังขนาดไหน ความเร็วรถก็ไม่ได้ลดลงเลย(ซ้ำยังจะเพิ่มขึ้นอีก)ฉันนั่งมองผู้ชายสองคนเถียงกันไปมาแล้วอดนึกสมเพชใจตัวเองไม่ได้ นี่ฉันออกมากับพวกนี้ทำไมเนี่ย

“ตกลงว่าจะพาไปไหน ทำไมต้องออกมาตอนเที่ยงคืนด้วยไม่ทราบ”

“....”

เงียบ -_- ไม่มีใครตอบกลับมา ชักจะอวดดีเกินไปแล้วนะ ฉันมองหน้าเพื่อนสนิททั้งสอง และเมื่อยังไม่มีคำตอบอะไรออกมาจากปาก มือของฉันก็เอื้อมไปแย่งพวงมาลัยจากมือของโซลจนรถปัดไปปัดมา คราวนี้เสียงร้องดังมาจากผู้ชายใจตุ๊ดทั้งสองคน โซลแย่งดึงมือฉันออกจากพวงมาลัยได้สำเร็จก็หันมาเทศน์อย่างเคย

“เฮ้!! จะเล่นกับชีวิตไปถึงไหน รู้ใช่มั้ยว่ามันอันตรายน่ะฮะ!!

“คำตอบ”

“ถ้าบอกแล้วจะเรียกเซอร์ไพรส์มั้ยล่ะ อย่าถามมากน่า เงียบๆเข้าไว้ นอนไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวถึงแล้วจะบอก”

ฉันเบะปากอย่างไม่สบอารมณ์ โซลหันมามองหน้าพร้อมสายตาแปลกๆรวมไปถึงเซโร่ที่ก็จ้องหน้าฉันนิ่งๆด้วยสายตาแปลกๆพอกัน พอเห็นแบบนั้น หัวใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นแปลกๆขึ้นมาอีกแล้วฉันเลยตัดสินใจนอนลงนิ่งๆ ก่อนจะเผลอหลับไปซะอย่างนั้น

 

11 ความคิดเห็น