The Secret of heart ความลับหัวใจของยัยจอมมาร

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 17 : เสียงสะท้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ก.ค. 57

รู้สึกฉันจะคิดผิดที่เผลอหลับ เพราะตื่นมาอีกที ทำไมจากตึกสิบชั้นเรียงกันเป็นแถวถึงได้กลายเป็นต้นมะพร้าวใกล้หาดทรายและสายน้ำทะเลได้ล่ะเนี่ย = =”

“ตื่นแล้วเหรอ ยัยขี้เซาJ

“อะไรกันเนี่ย”

โซลจอดรถไว้หน้าสถานที่ที่ดูโดยรวมแล้วคล้ายรีสอร์ทกึ่งๆโรงแรม การตกแต่งอย่างมีสไตล์บวกกับพื้นที่ติดชายทะเลทำให้คาดเดาได้ว่าราคามันคงหรูตามสถานที่ไปด้วย

“โรงแรมเปิดใหม่ของที่บ้านฉันเอง”

เซโร่อธิบายพลางส่งกุญแจรถให้พนักงานเอารถไปเก็บไว้ แล้วดึงมือฉันให้หลีกทางให้กับพนักงานที่มาช่วยขนของ

“นี่มันเรื่องอะไร...”

“เข้าที่พักก่อนน่า แล้วจะอธิบายให้ฟัง”

 “ปะ จอมมารที่รัก เราก็ตามไปมั่งดีกว่า~

โซลว่าแล้วจับมือฉันเพื่อจะจูงไปข้างหน้า ตามเซโร่ที่เดินนำเข้าไปก่อน ก็ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกนะที่หมอนี่กล้าทำแบบนี้ แต่ทำไม...ครั้งนี้มันเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั้งตัวจนฉันเผลอสะบัดมือออก นั่นทำให้โซลหันมามองอย่างแปลกใจ

“ฉันเดินเองได้ ไม่ต้องมาจับ”

ฉันพูดเพื่อกลบเกลื่อนอาการแปลกๆที่มันวิ่งไปทั้งร่างกาย อยู่ๆหัวใจก็เต้นแรงซะอย่างนั้น บ้าชะมัด!

“เฮ้~!ริช...โอเคนะ ดูเธอจะหน้าแดง...”

“ไม่มีอะไร จะเข้าไปไม่ใช่เหรอ นำไปสิ”

โซลมองหน้าฉันนิ่งแล้วขยับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบที่ฉันไม่ชอบเอาซะเลย ไอ้รอยยิ้มเหมือนรู้อะไรแล้วทำเหมือนไม่รู้นี่น่ะ

“ยิ้มอะไร จะไปหรือไม่ไปL

ฉันถามอย่างพาลๆ นึกหงุดหงิดตัวเองที่เกิดบ้าอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้

“ไปครับไป เชิญครับ คุณผู้หญิง”

โซลค้อมตัวลงก่อนจะยักคิ้วยิ้มๆทำให้ฉันได้แต่ปึงปังเดินไปอย่างหงุดหงิด โซลเดินตามมาแต่ก็ยังไม่ยอมหยุดหัวเราะส่งเสียงคิกๆชวนโมโหนั่นอยู่ได้ ชิ!

พนักงานพาเราไปยังห้องพักที่ออกแบบเหมือนเป็นบ้างหลังเล็กๆ ภายในมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ด้านหน้าเป็นสระว่ายน้ำหันหน้าติดทะเล ริมสระเป็นระเบียงกว้างมีโต๊ะไม้ตัวเล็กๆเข้าชุดกันตั้งไว้พร้อมประดับด้วยดอกกุหลาบสีชมพูปักเข้าช่อสร้างความสดชื่นเข้ากับกลิ่นอายของชายทะเล

รู้สึกปลอดโปร่งยังไงก็ไม่รู้สิ...

“ชอบมั้ยล่ะ นี่นะ ห้องพักพิเศษที่ฉันขอพ่อเอาไว้ เผื่อพวกเรามาเที่ยวกันแบบนี้”

“แล้วที่นี้จะมีไอ้ตัวไหนอธิบายกับฉันได้รึยัง”

ฉันถามทันทีที่เซโร่พูดจบ ขืนรอนานกว่านี้ไอ้เจ้าพวกนี้เป็นต้องเฉไปเบี่ยงมาไม่ยอมเข้าประเด็นนี้แน่ อย่านึกว่าไม่รู้นะที่ทำเป็นอธิบายเรื่องห้องนี่นั่นน่ะ

“ว้า~=3=  เธอนี่น้า จะรีแลกซ์บ้างไม่ได้รึยังไง จอมมาร”

“นั่นสิ จะเครียดอะไรนักหนา”

ฉันยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามอะไรทั้งนั้น นั่นทำให้ทั้งโซลและเซโร่ต่างยกมืออย่างจำยอม

“แกอธิบายแล้วกันนะโซล ฉันจะไปรับเทียนหอมก่อนล่ะ ป่านนี้อาจจะมาถึงแล้วก็ได้”

เซโร่ว่าพลางยิ้มร่าออกไปที่ประตู ประโยคที่หมอนั่นพูดทิ้งไว้ทำเอาฉันหน้าบึ้งยิ่งกว่าเดิม ก็ใช่ว่าจะคาดไม่ถึงหรอกว่าหมอนั่นจะพายัยนั่นมาด้วย แต่มันรู้สึกหงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน

ฉันเดินหนีไปนั่งที่ริมหน้าต่างหันไปทางทะเล เผื่อว่าอากาศเย็นสบายจะทำให้รู้สึกหายหงุดหงิดบ้าง โซลเดินเข้ามานั่งใกล้ๆพร้อมรอยยิ้มที่ฉันไม่ชอบอย่างเคย

“เฮ้ ไม่เอาน่า หน้าบึ้งแบบนี้ไม่สวยเลยนะรู้มั้ย”

“ใครสน”

 “ฉันนี่ไงล่ะที่สน”

ประโยคนั้นทำเอาฉันชะงักไปนิดหนึ่ง พร้อมๆกับเบนสายตากลับไปที่โซล พยายามที่จะรักษาสีหน้านิ่งเฉยเหมือนกับว่าไม่สนใจ ทว่า ความรู้สึกแปลกๆมันก็เริ่มมากขึ้นทุกที

“ฉันเป็นคนออกความคิดให้เซโร่พาเธอมาที่นี่เองล่ะ ก็พวกเราไม่ได้มาเที่ยวด้วยกันนานแล้ว”

“....”

“พักนี้ดูเธอเหนื่อยๆ ก็เลยรู้สึกแค่ว่าอยากให้พักน่ะ”

“แล้วไง”

“ก็ไม่แล้วไง เธอไม่ชอบเหรอ”

“แค่จะมาเที่ยว ต้องทำลับๆล่อด้วยรึไง พิลึกเป็นบ้า”

“อ๋อ...”

โซลหยุดคำที่กำลังจะพูดด้วยเสียงหัวเราะน้อยๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะที่ตรงนั้นแสงมันสวยกำลังดีหรือเพราะหมอนี่มันหน้าตาดีอยู่แล้วกันแน่ฉันถึงได้มองว่ามันน่าดูขึ้นมาได้

พอมันน่าดู ก็เลยมองไม่หยุด แล้วหัวใจบ้าๆก็เลยพาลเต้นผิดจังหวะขึ้นมาได้

“ขืนบอกว่าจะพามา คุณอาจอมหวงของเธอก็ต้องตามมาด้วยแหงๆ เรื่องอะไรจะพาตัวยุ่งมาด้วยล่ะ จริงมั้ย”

“นั่นสินะ -^-

“อีกอย่าง ฉันบอกคุณน้าเอาไว้แล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องที่จะเกิดต่อจากนี้หรอกนะ”

“แม่นะแม่ -^-” หนอย เป็นเจ้าพวกนี้หน่อยไม่ได้ ขออะไรก็ยกให้หมดไม่เว้นแม้แต่ลูกสาวตัวเอง!!

“ไหนๆก็ปิดเทอมทั้งที เธอก็ถือโอกาสพักผ่อนซะเลยสิ ไม่ต้องคิดเรื่องอะไรต่างๆนานาหรอกน่า”

ฉันมองหน้าคนพูดที่ยิ้มแฉ่งอย่างน่าหมั่นไส้ น่าหมั่นไส้จนอดไม่ได้ที่จะยื่นมืออกไปดึงแก้มขาวๆนั่นเล่นอย่างมันเขี้ยว

“โอ๊ย~!><อัยออมอาร อ่อยอ้า~(ยัยจอมมารปล่อยนะ)”

“ยิ้มอะไรนักหนา มีความสุขอะไรมากมายฮะ นี่แน่ะๆๆๆๆ”

ฉันยืดแก้มของโซลออก ไม่สนใจเสียงร้องประท้วงของเขาเลยสักนิด ผู้ชายอะไรน่าหมั่นไส้เป็นบ้า แม้แต่ในเวลาที่ตัวเองเจ็บ ยังมีหน้ามาปกป้องฉันอีก

“เฮ้ย~!

เพราะมั่วแต่เหม่อ(ผสมกับแกล้งคนอื่นโดยไม่มองทาง)ทำเอาฉันสะดุดขาเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ...

สองมือของเขาโอบกอดฉันเอาไว้อีกแล้ว...

“ริช!! เป็นอะไรมากรึเปล่า เจ็บตรงไหนมั้ยเนี่ย!!

น้ำเสียงของเขาแสดงความห่วงใยอย่างไม่ปกปิดเลยสักนิดเดียว บ้าไปแล้ว เขาต่างหากที่ต้องเจ็บตัวเพราะฉัน...ก็ฉันไม่ใช่คนที่มีเลือดไหลออกมาจากหัวเหมือนเขานี่นะ

“ตอบฉันสิ ริช อย่าเงียบแบบนี้นะ ฉันใจไม่ดี”

“นาย...ทำแผลก่อนดีมั้ย”

“พูดได้แล้วเหรอยัยตัวดี เป็นไง เจ็บตรงไหนมั่งเนี่ย”

“เลือดนายออกนะ”

“เธอฟังที่ฉันพูดบ้างมั้ยเนี่ย= =”

“ฉันว่านายควรไปทำแผลนะ”

“เฮ้~!!!ริชแบรนน์~><!! เธอเจ็บตรงไหนมั้ย”

ฉันหยุดพูดก่อนจะมองหน้าอีกฝ่ายที่กำลังจ้องมองมา ในสายตาของโซล มีทั้งความร้อนรน กังวล และห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง

หัวใจของฉัน มันกำลังเต้นแรง...ฉันรู้

หัวใจของเขา...ก็เต้นรัวไม่แพ้กัน...

ใบหน้าของโซลเคลื่อนเข้ามาใกล้...

เรายังคงจ้องกันอยู่อย่างนั้น...

ถ้าหากว่า...เรายังไม่หยุด...

ถ้าหากฉันไม่ทำอะไรสักอย่าง....

ฉันว่า...หยุด...มั้ย”

 เสียงของฉันปลุกให้โซลตื่นจาภวังค์ที่เขาหลงเข้าไป เขาชะงักด้วยระยะห่างที่เหลือเพียงแค่ช่องว่างระหว่างริมฝีปาก จมูกของเราชนกันจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจของอีกฝ่าย โซลเบิกตากว้างอย่างตกใจก่อนจะรีบลุกขึ้นอย่างเร่งรีบพลางยกมือปัดตามร่างกายอย่างงุ่นง่าน...ท่าทางแบบนั้น รวบกับหน้าแดงๆนั่น...น่ารักจัง

จอมมาร เธอนี่ ซนไม่เข้าเรื่อง

โซลส่งมือมาให้ฉันพร้อมทำหน้ามุ่ยทั้งๆที่ใบหน้านั่นก็ยังแดงไม่หาย ฉันที่ได้แต่นอนนิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไร มองไปยังมือที่ยื่นมาให้นั้นด้วยสายตาเฉยชา

...แต่ใครจะรู้ ลึกลงไปภายในใจกลับเต้นแรงอย่างหยุดไม่อยู่

ฉันลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินนำเข้าไปในข้างในโดยไม่สนใจเสียงเรียกจากคนข้างหลัง

ให้ตายสิ เมื่อกี้นี้ถ้าหากว่าฉันเผลอตัวปล่อยใจให้ไปตามกับอารมณ์อีกสักนิด...

นี่ฉัน...เป็นอะไรไปนะ

 

สวยจังเลย~>< อ๊ะ~! ดอกกุหลาบ

นี่ๆ ใจเย็นๆสิ เธอจะอยู่ที่นี่อีกตั้งอาทิตย์ ค่อยๆเดินดูก็ได้น่า

เสียงกระหนุงกระหนิงนั่นไม่ได้มาจากฉันหรอกนะ แต่มาจากนางฟ้าของเซโร่ที่พอมาถึงก็เดินไปนั่นมานี่ยังไม่หยุดเลย -^- แล้วเจ้าเพื่อนสนิทของฉันก็เดินตามไม่ห่างยังกะลูกหมาตามแม่ยังไงยังงั้น

นี่ทุกคน หิวกันรึเปล่า เย็นนี้จะกินอะไรกันดี อยากกินที่โรงแรมหรือว่าจะออกไปกินข้างนอก

โซลถามขึ้นขัดบรรยากาศอันหวานแหววของคู่รักน่ารำคาญตรงหน้า จะว่าไปฉันก็ไม่ได้ดูเวลาเลยตั้งแต่มาถึง นี่มันใกล้จะหกโมงเย็นแล้วสินะ

ว่าไง ถ้าไม่มีใครเสนออะไรฉันจะเรียกรูมเซอร์วิสแล้วนะ

ไหนๆก็มานี่ทั้งที เราออกไปหาอะไรกินข้างนอกเถอะ รับลมเย็นๆ สบายดีออก

เซโร่ขัดโซลที่กำลังจะยกโทรศัพท์ขึ้น ก่อนจะหันมาทางฉันแล้วยิ้มหวาน...อะไรของหมอนี่ = =

ริช ว่าไง ^^

นายควรจะไปสนใจนางฟ้าของนายมากกว่าจะมาสนใจจอมมารอย่างฉันนะ เซโร่

ฉันเกือบจะดีใจที่เห็นเซโร่ให้ความสำคัญกับฉัน แต่เพราะสายตาบ้าๆนี่มันดันเหลือบไปเห็นใบหน้าของผู้หญิงอีกคนที่หม่นลงเพราะคนที่ควรจะใส่เธอมากที่สุดกลับไปชวนผู้หญิงคนอื่นทั้งๆที่แฟนของตัวเองก็ยืนอยู่ใกล้ๆ

เธออยากกินอะไรล่ะ นางฟ้า

นั่นสินะ มาทะเลแบบนี้ อาหารทะเลก็ดีนะจ๊ะ

เทียนหอมตอบแล้วยิ้มให้กับเจ้าของคำถาม เปล่า...ไม่ใช่เซโร่ที่ถาม แต่กลับเป็นโซลที่หันไปถามคำถามที่คนที่สมควรจะถามกลับไม่ถาม ฉันว่ามันมีอะไรแปลกๆยังไงก็ไม่รู้สิ

งั้นเดี๋ยวอีกสิบนาที เจอกันที่นี่แล้วกันนะโซลว่าแล้วดึงมือฉันให้ลุกขึ้นก่อนจะลากออกมาจากวงสนทนา

อะไรของพวกนาย ทำยังกับว่าทะเลาะงั้นแหละ

เปล่า แต่ไอ้เซโร่กำลังงี่เง่า

แล้วนายไม่งี่เง่างั้นเหรอ อยู่ๆก็ลากฉันออกมาแบบนี้ กล้าดีจังเลยนะโซล

หึ ถ้าใจไม่กล้า ฉันคงไม่รักเธอหรอกริชแบรนน์

ประโยคนั้นทำเอาฉันหยุดชะงัก ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนเช้าย้อนกลับมาเล่นงานให้หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง โซลเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าก่อนจะก้มลงมาจนหน้าผากเราติดกัน...

ฉันเคยคิดนะว่า ไม่ว่าเธอต้องการอะไรฉันก็จะเป็นให้ขอแค่ให้ฉันได้อยู่ข้างๆเธออย่างนี้ก็พอ

สองมือของเขาเอื้อมมากุมมือของฉันไว้เบาๆ น่าแปลก...ที่ตอนนี้ฉันกลับไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านเลยสักนิดเดียว

แต่ดูท่าฉันจะประเมินความรักต่ำไปเยอะ

หมายความว่ายังไง

ฉันพยายามจะรักษาระยะห่างด้วยการถอยหลังออกมา แต่เพียงแค่ก้าวเดียวหลังของฉันก็ติดกับผนังในขณะที่โซลก้าวตามมาประชิด...นั่น...ไม่ดีเลยสักนิด

มันทำให้ฉันคิดถึงแต่เธอ ต้องการเธอ อยากเจอเธอ สายตาของฉันไม่สามารถมองใครได้อีกนอกจากเธอ...

ผนังที่เย็นเฉียบไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิร่างกายที่เริ่มสูงขึ้นของฉันเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะเมื่อโซลเลื่อนใบหน้าลงมาจนลมหายใจร้อนๆสัมผัสกับใบหน้าของฉัน...หัวใจมันเต้นรัวทั้งเร็วและแรงจนฉันกลัวว่าเขาจะได้ยิน

เวลาที่เธอมองคนอื่น มั้ยฉันปวดใจแค่ไหน

ไม่รู้...ฉันไม่เคยรู้...จริงเหรอ?

เวลาที่เธอทุกข์ใจ รู้บ้างรึเปล่าว่าฉันเจ็บกว่าเธอตั้งเท่าไหร่

ฉันไม่รู้...ไม่ยอมที่จะรับรู้...ฉัน...

เวลาที่มีคนอื่นมาทำให้เธอหวั่นไหวได้ ฉันต้องระงับใจไม่ให้เข้าไปขัดขวางกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

พอเถอะโซล

ริช...

น้ำเสียงของโซล...ชวนให้รู้สึกปวดหัวใจ...โซลตอนนี้มันไม่เหมือนกับโซลคนเดิมที่ฉันเคยรู้จัก สายตาของเขาที่มองมาสะท้อนให้เห็นแค่ใบหน้าของฉันที่อยู่ห่างแค่ปลายจมูก สายตาเว้าวอนสะท้อนให้ฉันได้รู้ว่าที่ผ่านมาเขาต้องอดทนและเจ็บปวดแค่ไหน...

...ความเจ็บปวดที่ฉันคิดว่าฉันรู้จักมันดี...

นายทำแบบนี้ทำไม

“...”

มันไม่ควรต้องเป็นแบบนี้...

โซลเอานิ้วแตะที่ริมฝีปากของฉันเป็นการบอกให้เงียบกลายๆ รอยยิ้มอ่อนโยนของเขาฉายขึ้นพร้อมน้ำเสียงแผ่วเบาทว่าฟังได้ชัดเจน ความรู้สึกแปลกๆกำลังเล่นงานฉันอย่างไม่สามารถห้ามมันได้...

จอมมาร...ฟังนี่นะ

โซลเอื้อมมือมาจับมือของฉันเอาไว้ก่อนจะลากมันไปตรงกลางหน้าอกข้างซ้ายพอดิบพอดี...เสียงสะท้อนจากอวัยวะที่กำลังสูบฉีดเลือดที่กำลังเต้นแรงทำเอาใจฉันแกว่งไปมา...

ถ้าหากว่าเธอบอกว่าเธอไร้หัวใจ...ฉันจะให้หัวใจฉันกับเธอ

“...”

ถ้าหากว่าเธอบอกว่า ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีใครรักจอมมารอย่างเธอ ฉันจะเป็นคนเดียวที่รักเธอ

แต่คนอย่างนาย....ถ้าไปรักผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน....

อย่าบอกให้ฉันไปรักคนอื่น ฉันไม่ได้มีหัวใจมากมายขนาดนั้น”

โซล...

และฉันขอแค่ข้อเดียว...ขอแค่ให้ฉันได้รักเธอ...

“...”

ไม่ต้องรักฉันก็ได้ แค่เห็นเธอมีความสุขฉันก็พร้อมจะทำทุกอย่าง...

สาบานได้ว่าฉันไม่เคยไร้สติได้มากเท่านี้มาก่อน แต่จะเพราะเหตุผลอะไรก็ช่าง หลังจากที่ประโยคนั้นหลุดออกมาจากปากของคนตรงหน้า ฉันยุติทุกอย่างที่คิดเอาไว้ในใจ...แล้วเขย่งตัวขึ้นประกบริมฝีปากกับเจ้าชายที่มาหลงรักมารร้ายอย่างฉัน...เหตุผลเอาไว้ทีหลัง...จะโทษอะไรก็เอาไว้ทีหลัง...

...รู้แค่ว่าตอนนี้ เสียงสะท้อนจากใจฉันมันเริ่มจะเด่นชัดมากขึ้นทุกทีซะแล้วสิ....

11 ความคิดเห็น

  1. #7 IYUN (@alliyun) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 / 21:39
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    สุดท้ายริชแบนด์ก็กำลังจะเปิดใจแล้วสินะ
    หลังจากที่ปิดใจมาแสนนาน
    กร๊าซซซซซ
    ไรเตอร์ รีบอัพต่อด่วนนน ><!!!!
    สนุกมากค่ะ รักโซล -3-
    #7
    0