The Secret of heart ความลับหัวใจของยัยจอมมาร

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 : สัญญาเกี่ยวก้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 พ.ค. 57

“ขอบคุณคร้าบ~ ว่าแล้วว่าเชื่อมือเธอได้แน่ๆ”

ผู้ชายที่ตัวโตยังกับตึกกำลังกระโดดตบมืออย่างดีใจ พร้อมทำตาลุกวาวเมื่อตอนที่ฉันส่งห่อของสีชมพูหวานผูกริบบิ้นพร้อมเสร็จ น้ำเสียงเริงร่ามาพร้อมกับสีหน้ายินดีที่ได้ยิน ทำให้ฉันรู้สึกทั้งดีใจที่ทำให้หมอนี่ยิ้มได้และรู้สึกหงุดหงิดเพราะรอยยิ้มที่ฉันกำลังได้รับมันมีไว้สำหรับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง แต่ก็แค่นึกหงุดหงิดเท่านั้นแหละ

“มันคืออะไรเหรอ”

“สร้อยคอ”

“มีอะไรแนะนำเพิ่มเติมมั้ย”

“ยังจะเอาอะไรอีก แค่นี้ไม่พอรึไง”

“เอาน่า ถือเป็นเซอร์วิสให้ฉันหน่อยสิ การบ้านเธอมันก็หนักเอาการนะ”

เซโร่ยิ้มแฉ่งอย่างทะเล้น ก่อนจะพลางมองห่อของในมืออย่างปลื้มใจ

“ทริคมันอยู่ที่ดอกกุหลาบสีชมพูตามจำนวนอายุของยัยนั่นจากนั้นให้กล่องเปล่าก่อน เสร็จแล้วค่อยใส่ให้ทีหลัง พูดประโยคซึ้งๆบอกรักตอนเที่ยงคืน”

“ทำไมรู้ดีจังฮะเรื่องพวกนี้น่ะ”

“ถามจากโซลน่ะสิ จะไปรู้มาจากไหนล่ะ”

“ไปร้านมันมาเหรอ”

“อืม”พูดได้เพียงแค่นั้น เราสองคนก็ได้แต่นั่งเงียบไม่พูดอะไร

 “โซล ไม่มาโรงเรียนนานแล้วเหมือนกันนะ”

“งานเยอะน่ะ นี่ก็ไม่กลับบ้านมาสองอาทิตย์แล้ว”

 “นั่นสิน้า ไอ้บ้านั่นน่ะ ทำเป็นอยู่สองอย่าง งานกับงาน ฮ่าๆ”

“โซลบ่นถามหาอยู่ ว่างๆก็แวะไปหาบ้างแล้วกัน”

“อืม...ก็ว่าจะพาเทียนหอมไปซื้อของร้านมันอยู่นะ”

 “....”

 “นี่ ที่เอาแต่เงียบแบบนี้ คงไม่ใช่โกรธที่ฉันเอาพูดแต่เรื่องของเทียนหอมหรอกใช่มั้ย”

“ก็ไม่นี่ ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ”

            “ก็...เดี๋ยวนะ...”

สายตาของเซโร่มองมายังกำไลที่ข้อมือของฉันพร้อมส่งสายตาเป็นเชิงคำถามมาให้

 “โซลให้มา”

“ของขวัญเหรอ? ทำไมอยู่ๆหมอนั่นถึง....”

เซโร่ชะงักเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ก่อนจะเงียบไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันว่าฉันพอจะเดาได้นะว่าเขานึกได้แล้วว่าเมื่อวานเป็นวันอะไร และคงจะรู้แล้วด้วยว่าตัวเองลืมถึงได้ไม่กล้าพูดอะไรอีก

 “อาทิตย์หน้า เราก็จะสอบกลางภาค เสร็จแล้ว อีกไม่กี่เดือนพวกเราก็คงต้องแยกย้ายไปเข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องเรียนแล้วเนอะ”

“....”

“เร็วจนน่าใจหายเลย อีกไม่นานพวกเราก็ต้องแยกจากกันไปแล้วสินะ”

ฉันเหลือบมองเซโร่อย่างไม่ได้ตั้งใจ นัยน์ตาแสนเศร้าทอดมองมาที่ฉันอย่างที่ทำให้ใจรู้สึกวูบไหว บางที...อาจเป็นความอ่อนโยนแบบนี้ ที่สามารถพัดผ่านเข้ามาสู่หัวใจที่ปิดตายของฉันจนเผลอเกิดความผูกพันที่มากกว่าคำว่าเพื่อน

“เธอจะคิดถึงฉันไหม?”

 “นาย...”

“ว่าไง?”

รอยยิ้มที่ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ทำให้ฉันอดแปลกใจไม่ได้ว่าเซโร่น่ะเหรอทำหน้าตาเจ้าเล่ห์  หมอนี่มีอาการแบบนี้กับเขาด้วยรึไง

“จอมมาร...ยังไงก็เป็นจอมมารอยู่วันยังค่ำ ไม่มีหัวใจเหลือไว้ให้ใครผูกพันหรอก เซโร่”

ฉันหยุดทุกถ้อยคำที่เขาเตรียมจะพูด พร้อมๆกับหยุดทุกความรู้สึกที่ฉันกำลังจะเกิด ถ้าไม่อยากให้ตัวเองเจ็บ ก็อย่าเอาไปฝากไว้กับใคร อย่าปล่อยให้ใจล่องลอยไปกับความรู้สึกแบบนั้น

“ถึงเธอจะพูดแบบนั้น ฉันก็ยังอยากจะเป็นคนที่เธอคิดถึง...สักวินาทีหนึ่งก็ยังดี”

ก็ไม่ได้อยากจะยอมรับหรอกนะ แต่...โอเค...ตอนนี้มันชักไม่เวิร์กค่ะ หัวใจเริ่มเต้นจนผิดปกติแถมยัง...ควบคุมไม่ได้อีกด้วย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไอ้ถ้อยประโยคเมื่อครู่จะมีผลกับตัวฉันมากมายขนาดนี้ เวลาที่ผู้หญิงแอบชอบใครสักคนนี่ มันสะกดความรู้สึกได้ยากขนาดนี้เลยเหรอไง และมันยิ่งสะกดยากเข้าไปอีกเมื่อสบสายตาคู่นั้นที่ทำให้ฉันเผลอคิดไปว่า บางที เซโร่เองก็อาจจะคิดเหมือนกัน...แต่มันก็คงเป็นแค่ความฝัน เพราะฉันรู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีทางที่เซโร่จะเลิกรักเทียนหอม...ไม่มีทางที่เขาจะเห็นฉันในสถานะอื่น...หรือต่อให้เขาเลือกฉัน ฉันก็ไม่เอาเด็ดขาด

“ริช...”

ก่อนที่จะมีใครได้พูดอะไรเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นช่วยชีวิตและทำลายความเงียบของพวกเรา ก่อนที่เซโร่จะวิ่งออกไปหน้าระรื่น ก็คงไม่พ้นเทียนหอมโทรมาตามอีกแหงๆ ฉันหลับตานั่งพิงกำแพงอย่างหมดแรง ใจดวงน้อยก็ยังไม่ยอมหยุดสั่นเลยสักนิด แต่จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่า...ถึงเขาจะรักฉัน...ถึงเซโร่จะมองฉันเป็นผู้หญิงขึ้นมา...ฉันเองคงเสียดายเวลาที่เราเป็นเพื่อนกันอย่างนี้เป็นที่สุด...

และฉันอยากให้เราเป็นเพื่อนกันอย่างนี้...ตลอดไป

“บอกตัวเองไว้นะ ริชแบรนน์...ถ้าไม่อยากผิดหวังก็อย่าตั้งความหวังให้ตัวเองอีก”

 

...เลิกเรียน...

“เฮ้!ริช เดี๋ยวสิ”

ฉันหยุดเดินก่อนจะหันไปตามเสียงเรียก เซโร่ที่เดินควงคู่มากับยัยเทียนหอมยิ้มระรื่นในขณะที่เด็กนักเรียนคนอื่นพากันก้มหน้างุดไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าฉันเลยแม้แต่คนเดียว...ไม่ต้องแปลกใจหรอกมันเป็นเรื่องธรรมดา

“มีอะไร”

“วันนี้วันเกิดฉันน่ะจ้ะ”

เทียนหอมเป็นฝ่ายตอบคำถามพร้อมกับยิ้มหวานส่งมาให้ฉัน เรื่องนั้นถึงไม่บอกฉันก็รู้ สร้อยคอแสนสวยเข้ากันกับรอยยิ้มหวานๆนั่นอย่างที่ฉันคาดเอาไว้ไม่มีผิด แต่ว่าพอเห็นใบหน้าที่สวยใสดูไร้เดียงสาแบบนี้แล้วก็ให้นึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้วสิ ไม่มีอะไรหรอก เห็นท่าทางเอื่อยเฉื่อยใสซื่อแบบนี้แล้วมันดูน่ารำคาญน่ะ

“ไปงานเลี้ยงบ้านเทียนหอมกันนะ”

“ขอปฏิเสธ ฉันไม่ชอบออกงานสังคม”

“เฮ้ยๆ ใช้เวลาคิดสักนิดก็ได้มั้งเพื่อน”

“นะจ้ะ นะริชน้า ไปเถอะนะจ้ะ”

เสียงหวานออดอ้อนก่อนที่ปลายเสียงจะสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ จริงๆยัยนี่ก็ยังกลัวฉันอยู่นั่นแหละ แต่เพื่อไม่ให้เซโร่เป็นห่วงก็เลยทำเป็นไม่กลัวต่อหน้าฉัน เธอก็เหมือนคนอื่นๆที่กลัวในสิ่งที่คิดไปเอง

“ฉันไม่อยากไปให้งานมันเงียบเป็นป่าช้าหรอกนะ..”

“ฉันขอนะ”

เสียงขอร้องของเซโร่อีกแล้ว...ให้ตายสิ นี่คิดว่าพอตัวเองพูดพร้อมกับทำหน้าหมาน้อยแบบนี้แล้วฉันจะต้องไปใช่มั้ย จะต้องยอมใช่มั้ย?

“ไปเถอะ เทียนหอมอยากให้เธอไปจริงๆ”

“ถ้าฉันพูดว่าไม่ นั่นคือฉันตัดสินใจแล้ว”

“เถอะน่า ริช ไปเถอะนะ ถ้าเธอไม่ไปงานนี้ ฉันคงไม่สนุกแน่ๆ”

“นายก็มีเทียนหอมแล้วนี่”

“เพื่อนกับแฟนไม่เหมือนกันนะ ริช “

ฉันรู้ว่าสถานะมันต่างกัน และเพราะฉันรู้แบบนั้น ฉันถึงได้เลือกที่จะทำแบบนี้ ฉันรู้ดีถึงสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่...แม้ว่ามันอาจจะยากไปสักหน่อยก็เถอะ

“ฉันตัดสินใจไปแล้วว่าฉันจะไม่ไป จบนะ”

ฉันเลือกที่จะเดินจากมาและปล่อยให้เซโร่พูดปลอบใจเทียนหอมอยู่อย่างนั้น...ความรู้สึกเจ็บจี๊ดๆกำลังแล่นไปทั่วหัวใจ แต่ไม่เป็นไร...แค่นี้ไม่ได้ทำให้ฉันเจ็บอะไรมากมายนักหรอก...

“ริช!รอเดี๋ยว”

เซโร่ที่วิ่งตามมาหยุดฉันเอาไว้พร้อมสีหน้าเหนื่อยหอบฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาจะวิ่งตามมาทำไมให้ตัวเองเหนื่อยเปล่า ในเมื่อถ้าฉันบอกว่าไม่ ยังไงก็คือไม่

“มีอะไรเซโร่”

“เธอไม่ได้โกรธอะไรฉันหรอกใช่มั้ย”

“เปล่านี่”

“งั้นสัญญามาก่อน ว่าเธอจะไม่โกรธฉัน”

เซโร่ยื่นนิ้วก้อยมาให้พร้อมยักคิ้วกวนๆ รอยยิ้มทะเล้นประดับที่ใบหน้าเหมือนอย่างเคย ใบหน้าที่ชวนให้ใจฉันสั่น...ใบหน้าเดิมที่เคยทำให้อะไรๆมันเปลี่ยนไปในวันนั้น

“ทำอะไรเป็นเด็กๆน่า บอกว่าไม่โกรธก็ไม่โกรธสิ”

“ไม่เอาสิ!สัญญาเกี่ยวก้อย ไม่งั้นไม่เชื่อ><

ท่าทางน่ารักๆนั่นมันอะไร ผู้ชายรอบตัวฉันนี่มันอะไรกัน คนหนึ่งก็แรด อีกคนก็ชอบแอ๊บแบ้ว ที่ทำอยู่นี่เพื่อให้ฉันยอมใจอ่อนใช่มั้ยเนี่ย -^-

 “เอ้า!พอใจรึยัง” ฉันยื่นนิ้วเข้าไปเกี่ยวก้อยกับนิ้วของเขา เซโร่ทำตาโตก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

“พูดด้วย พูดเลย สัญญาอะไร”

“เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป”

“ฮะ?!! ไม่ใช่ที่ตกลงกันไว้นี่”

“ต่อให้ฉันจะโกรธนายยังไง ก็ยังจะเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ สัญญาแบบนี้ ไม่ดีตรงไหน”

“เจ้าเล่ห์นักนะ” เซโร่ย่นจมูกพลางบ่นพึมพำแต่ก็ยิ้มกว้างล็อคนิ้วเกี่ยวก้อยไว้กับฉันและเขย่าสัญญาแบบเดียวกับที่เราเคยทำเหมือนเมื่อตอนเด็กๆ

“สัญญาเกี่ยวก้อยกันแล้วน้า เป็นเพื่อนกันตลอดไป ใครผิดสัญญาต้องกลืนเข็มพันเล่ม^^

ฉันผิดสัญญาตั้งแต่ก่อนสัญญาแล้วล่ะเซโร่....

11 ความคิดเห็น