The Secret of heart ความลับหัวใจของยัยจอมมาร

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 : เธอคือจิตวิญญาณของฉัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 พ.ค. 57

“รอยยิ้มของจอมมาร? โอ้~สงสัยจริงว่าใครกันนะ ที่น่าสนใจถึงขนาดนั้น เขา หรือ เธอ??”

“คำถามคือ นายจะมีข้อมูลให้ฉันได้มากแค่ไหนต่างหากละ โซล J

ฉันส่งยิ้มหวานให้กับคนตรงหน้าพร้อมสายตาเจ้าเล่ห์ชนิดที่โซลต้องรู้ว่าฉันต้องการอะไร เขาเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัยก่อนที่จะทำท่านึกและพูดออกมายิ้มๆ

“ทำหน้าแบบนี้ เมื่อกี้ไอ้ซีซาร์มันจีบเธอรึไง”

“ประเด็นอยู่ที่ผู้หญิงคนหนึ่ง ส่งสายตา...”

“จอมมารโดนเด็กใหม่ส่งสายตาอาฆาตเพราะผู้ชายของเขามาช่าลาล้ากับจอมมารล่ะซี่~

โซลดักคออย่างรู้ทันพลางหลิ่วตาให้อย่างน่าหมั่นไส้ ไม่ได้หมั่นไส้ที่หมอนี่รู้อะไรๆไปซะทุกเรื่องหรอกนะ แต่ว่า ไอ้ศัพท์ ช่าลาล้า อะไรนั่น จะสื่ออะไรของมันไม่ทราบ - -

“นายรู้อะไร”

“นี่แม่คุณ ฉันก็ไม่ค่อยจะได้ไปโรงเรียนนะ เธอยังคิดว่าฉันจะมีข้อมูลอะไรให้เธออีกหรือไง”

“ก็เห็นถามทีไรนายมีคำตอบให้ทุกที”

“งั้นตอบมาก่อนสิ รู้แล้วเธอจะทำอะไร”

นั่นสินะ ตอนนี้ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องไปอยากรู้เรื่องของยัยนั่นแต่...พอคิดถึงสายตาแสนสวยที่มีแววทั้งโมโหทั้งน้อยใจ รวมไปถึงสายตาที่ประกาศอย่างชัดเจนว่าเธอไม่ชอบฉันมันชวนให้รู้สึกอยากปราบพยศซะเหลือเกิน หล่อนร้ายน่ะอันนี้มันของแน่ แต่ที่อยากจะรู้ก็คือ ผู้หญิงสวยที่ดูจะฉลาดคนนี้ มีดีกรีร้ายได้สักแค่ไหนกันนะ...คิดถึงตรงนี้แล้วก็ทำให้ฉันขยับรอยยิ้มอย่างขบขันก่อนจะเปลี่ยนเป็นหน้าบึ้งเมื่อหันไปสบสายตาเอ็นดูของหมอนั่น

“ส่งสายตาแบบนั้นมา หมายความว่าไงไม่ทราบ”

“ยังกับเด็กแน่ะ จอมมาร ไปแกล้งเขาเล่นแบบนี้น่ะ”

“ใครว่าฉันแกล้ง ฉันไม่ได้สนใจคนนอกสาระบบอย่างนั้นหรอกนะ”

“งั้นเหรอ~ แต่หน้าเธอมันฟ้องชัดเจนมากกกกกก ว่าเธอกำลังมีความคิดอยากจะจะยั่วเล่นให้ยัยนั่นโมโหแล้วก็ร้ายใส่ อยากแข่งชิงตำแหน่ง Queen of Evil รึไง”

“ถ้าไม่อยากตายตรงนี้ก็หุบปากไปเลย”

“ใจเย็นน่า ฮ่าๆ วันนี้ออกจะสวยนะ สุดฮอต”

“ขืนนายเรียกฉันแบบนั้น อีกแค่ครั้งเดียว...”

ฉันจ้องตาโซลแล้วมองอยู่อย่างนั้นเงียบๆ ไม่ต้องพูดอะไรต่อเขาก้รู้ดีว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ให้ตายสิ!อยู่กับหมอมันก็สนุกดีหรอก เสียแต่มีเรื่องให้หงุดหงิดบ่อยจนเหนื่อยใจแบบนี้

“นายรู้อะไรก็พูดมา โซล ฉันเบื่อจะเล่นสงครามประสาทกับนายแล้ว”

“สองพี่น้องคลีโอกับซีซาร์สินะJ โอเค้~ ซีซาร์...”

“ซีซาร์อะไรนั่นไม่ต้องพูดถึงก็ได้ ฉันอยากรู้จักคนที่ชื่อ คลีโอ”

“ให้ฉันทายแล้วมาพนันกันมั้ยว่ามันจะต้องถูกตามทฤษฎีแน่ๆ  ซีซาร์แสดงท่าทีว่าชอบเธอ ส่วนคลีโอก็คงจะแสดงอาการหึงจนเห็นได้ชัดแต่หมอนั่นดันดูไม่ออก จอมมารเลยสนใจอยากจะรู้ว่า สองคนนี้ ถ้าแหย่ต่อไปเรื่อยๆ จะมีเรื่องน่าสนุกรึเปล่า แล้วที่อยากรู้เรื่องของคลีโอก็เพราะอยากจะรู้ว่าผู้หญิงที่ดูสวยอันตรายแบบนั้นถ้าลองได้ร้ายถึงที่สุดแล้วจะร้ายได้แค่ไหนสินะ”

ฉันพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ความรู้สึกหงุดหงิดปนกับความรู้สึกอะไรสักอย่างที่ยังหานิยามไม่ได้ ให้ตายสิ บางที คนรู้มากก็รู้มากเกินไป รู้ดีจนบางทีก็อดนึกหวั่นใจไม่ได้

            “นายน่าจะเปลี่ยนอาชีพไปเป็นหมอดูนะ โซล ชอบเดามั่วซั่วไปเรื่อย”

            “แล้วมันตรงกับที่ใจจอมมารคิดรึเปล่าละครับ”

ฉันเลือกที่จะเงียบแทนการให้คำตอบ นั่นทำให้โซลผิวปากแล้วฮัมเพลงเบาๆอย่างพอใจ

“เอาล่ะ ฉันจะส่งข้อมูลของคลีโอให้เธอทีหลังเพราะตอนนี้มันเป็นเวลาที่ฉันจะได้อยู่กับเพื่อน ตกลงนะ”

“....

“ถามจริง แอบไปหว่านเสน่ห์ตอนไหน ทำไมไอ้ซีซาร์ถึงได้สนใจเธอนัก”

“ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่นายว่าเลยสักนิด”

“ขนาดดุแบบนี้ไอ้หมอนั่นยังตามมาเนี่ยน้า~ไม่ได้ทำแน่เรอะ”

“ไม่ต้องทำอะไรเสน่ห์ฉันมันก็ร้ายพออยู่แล้วล่ะ”

“กล้ามากเลยครับคุณ มั่นหน้ามากกก”

“มีเพื่อนแบบนายมันก็แอบซึมซับมาบ้าง ใช่มั้ยล่ะ พ่อคนเจ้าเสน่ห์”

ฉันว่าพลางยักคิ้วกวนประสาททำเอาคนยิ้มหุบยิ้มลงฉับพลันพร้อมหน้าตาตึงๆที่เหมือนจะไม่ขำเมื่อถูกย้อนแบบนี้ ไม่ใช่นายคนเดียวหรอกนะที่กวนประสาทเป็นน่ะ ฉันปรายตามองโซลที่ย่นจมูกทำหน้างอนตุ๊บป่องแต่เพียงครู่เดียว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็แย้มขึ้นที่มุมปาก มันทำให้ใบหน้าหล่อร้ายอันตรายขึ้นโดยไม่รู้ตัว และมันเป็นสัญญาณที่บอกว่าฉันจะต้องปวดหัวกับไอ้เพื่อนคนนี้อีกแน่

“ก็คงอย่างนั้น...”

“....”

“แต่เสน่ห์ของฉันก็ยังไม่มากพอจะขโมยหัวใจจอมมารเหมือนที่ใครบางคนทำได้”

คราวนี้กลับเป็นฉันที่พูดไม่ออก สายตาของโซลเต็มไปด้วยแววตาแปลกๆเหมือนกับว่าเขารู้ความลับข้างในหัวใจของฉัน รู้อย่างโจ่งแจ้ง รู้มาตลอด...

“นายเพ้ออะไร”

“โหย~อุตส่าห์นึกว่าจะทำให้จอมมารหลุดฟอร์มได้ซะอีก เซ็งเลย=3=

“นายหยุดกวนประสาทฉันสักทีจะได้มั้ย ฉันเหนื่อยใจกับนายแล้วนะ”

“โอเคๆ ฉันแค่อยากแกล้ง เธอนี่ก็ทำซีเรียสไปได้”

โซลหัวเราะแหะๆก่อนจะหลบลูกเตะของฉันได้อย่างหวุดหวิด ไอ้หมอนี่ เพราะชอบพูดเล่นอยู่เรื่อย เลยตีความไม่ออกสักทีว่าจริงๆแล้วต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ แต่ว่าสายตาแบบเมื่อกี้ ยอมรับว่าทำให้หัวใจของฉันนึกหวั่นไปชั่วครู่เหมือนกัน...ฉันซ่อนมันลงลึกสุดใจ ถ้าหากว่าเขาจะรู้ใจฉันได้ง่ายขนาดนั้น บางที ฉันอาจจะต้องพิจารณาตัวเองใหม่ว่าตอนนี้หัวใจตัวเองยังเข้มแข็งเหมือนเดิมรึเปล่า

“แล้วตอนนี้จะเอาไงล่ะ อยากกลับเข้าไปในงาน หาอะไรลงท้องก่อนมั้ย เธอยังไม่ได้กินอะไรเลยนี่นา”

“อยากกลับบ้าน”

“ทำไมล่ะ วันนี้ฉันเหนื่อยมากนะกว่าจะแปลงโฉมจอมมารให้กลายเป็นนางฟ้า -_-^

“สับสนแล้วไอ้คนเพี้ยน โน่น!นางฟ้าคือคนที่ยืนยิ้มแป้นข้างทาสรับใช้ของฉันโน่น”

สายตาของฉันจับจ้องไปยังภาพของหนึ่งเพื่อนรักกับผู้หญิงอีกคนที่กำลังหัวเราะกันอย่างมีความสุข รอยยิ้มที่สดใสของเทียนหอมสร้างความสุขให้กับเซโร่ในขณะเดียวกันก็สร้างความปวดร้าวในใจของฉันให้บาดลึกลงไปยิ่งกว่าเดิม เสียงนาฬิกาดังมาจากที่ไหนสักแห่งบอกเวลาเที่ยงคืน เซโร่พาเทียนหอมเดินเลี่ยงผู้คนออกมายังสวนริมน้ำนี่โดยที่ไม่เห็นฉันกับโซลที่นั่งกันอยู่ตรงนี้ กุหลาบสีชมพูหนึ่งช่อถูกส่งให้กับผู้หญิงคนนั้น และแทนที่จะให้ของขวัญวันเกิดอย่างที่แนะนำไป เซโร่กลับกอดเธอเอาไว้แน่น ใบหน้าของเขาโน้มลงใกล้ใบหน้าสวยหวาน และก่อนที่ฉันจะได้เห็นภาพที่อาจจะต้องเสียใจ มือใหญ่ของคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆก็เอื้อมมาปิดตาของฉันเอาไว้แล้วดึงตัวฉันให้ซุกกับอ้อมกอดของเขา

“ถ้าเห็นแล้วมันทำให้รู้สึกแย่ ก็อย่ามองมันเลย”

“ฉันไม่ได้เป็นอะไร”

ฉันโกหก...ในความเป็นจริงแล้วในใจมันร่ำร้องว่าเจ็บปวด จะทำยังไงได้ ก็ในเมื่อคิดผิดตั้งแต่เผลอใจไปรักเพื่อนของตัวเองแล้ว...คงทำได้แค่ยอมเจ็บ...ยอมทรมานเพื่อแลกกับสิ่งที่ตัวเองต้องการ ฉันคือริชแบรนน์ เจ็บแค่นี้ไม่ได้ทำให้ชีวิตฉันดำเนินต่อไปไม่ได้

“จอมมาร...”

”....”

“ชอบเซโร่...ใช่รึเปล่า”

เสียงของโซลยามที่ถามฟังดูแผ่วเบาไม่รู้ว่าที่มันเบาเพราะเสียงของหมอนั่นหรือเพราะตอนนี้ฉันไร้สติเกินกว่าจะรับรู้ข้อความที่โซลส่งมา...ดวงตาคู่คมจับจ้องมาที่ฉันอย่างแน่วแน่ ทั้งๆที่ไม่มีการคาดคั้น แต่สายตาที่มีความเป็นห่วงแฝงมานั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด...นานแล้วที่ฉันไม่เคยที่จะสูญเสียการควบคุมตัวเองแบบนี้ ฉันว่าบางที...ฉันอาจจะต้องเช็คตัวเองดูสักหน่อยแล้วว่า มีอะไรที่ผิดปกติ

 “นาย...พูดอะไรนะ”

“นั่นสิน้า~จะไม่รู้ได้ไงก็ในเมื่อ...

“...”

“สายตาเธอไม่เคยมองใครเลยนอกจากหมอนั่น”

ฉันเงียบ ปล่อยให้โซลกอดอยู่อย่างนั้น  ในเวลานี้ ฉันรู้ตัวว่าไม่ควรทำอะไร เพราะยิ่งทำ จะยิ่งเผยให้โซลรู้ว่าฉันกำลังหวั่นใจ...ความรู้สึกที่ฉันไม่รู้ว่ามาจากไหน...นานแล้วที่ฉันไม่ได้รู้สึกแบบนี้...

 “ชอบเซโร่มันจริงๆสินะ”

“มันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้วล่ะโซล”

“หมายความว่าไง เธอยอมแพ้แล้วงั้นเหรอ”

“มันไม่ใช่ว่าแพ้หรือชนะ เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่การแข่งขัน”

“แล้วมันเป็นเรื่องของอะไรล่ะ”

ฉันหยุดความคิดที่จะโกหก เพราะความรู้สึกลึกๆในใจบอกฉันว่า ถึงโกหกไป โซลก็รู้อยู่ดี...ไม่ใช่แค่คิดไปเอง แต่เขารู้ และคงจะรู้มานานพอสมควร คนอย่างโซล ถ้าไม่แน่ใจอะไร ไม่มีทางพูดออกมา

“ก็แค่ความรู้สึกที่มันดันก่อตัวขึ้นมา ในเมื่อฉันควบคุมไม่ได้ ก็แค่กำหนดทิศทางที่มันควรจะเป็นไป”

“เธอจะเก่งไปมั้ย ฮะ กำหนดทิศทางหัวใจได้ด้วยเหรอ”

“....”

“มันจะง่ายกว่ามั้ย ถ้าเธอจะทำอะไรสักอย่างให้ไอ้บ้านั่นมันรู้ว่าเธอคิดยังไง”

“จะทำไปทำไม ไม่มีความจำเป็นสักนิด”

“ทำไมล่ะ  เธอกลัวว่าจะแย่งมาไม่ได้งั้นรึไง”

“ก็เพราะว่าฉันไม่ได้อยากจะแย่งเขามาจากใคร ฉันพอใจที่เป็นอยู่แบบนี้ นายไม่เข้าใจหรอก”

 “เธอพูดถูก...ฉันไม่เข้าใจ!

โซลมองหน้าฉันด้วยแววตาเหมือนมีแววคุกกรุ่น เรานั่งเงียบกันอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเสียงของเซโร่กับเทียนหอมออกห่างไปไกล  รอยยิ้มปรากฏที่มุมปาก รอยยิ้มที่สร้างขึ้นอย่างนึกสมเพชตัวเอง ทำไมน่ะเหรอ...เพราะคนอย่างฉันที่เหนือกว่าใครกลับต้องมาทุรนทุรายทุกครั้งที่เห็นผู้ชายคนหนึ่งกับผู้หญิงอีกคน

“ตอนนี้นายอาจไม่เข้าใจเหตุผลของฉัน...”

“ไม่เข้าใจเลยจริงๆน่ะแหละ”

“จริงๆแล้วมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใจ และไม่จำเป็นที่จะต้องอธิบายให้คนอย่างนายเข้าใจด้วย”

 “ไม่เป็นไร ถึงเธอจะไม่บอกเหตุผลของเธอกับฉันก็ไม่เป็นไร”

อยู่ๆโซลก็กลับกระชับอ้อมแขนให้แน่นพร้อมกับเสียงสั่นเทาที่กระซิบอยู่ข้างหู...น้ำเสียงของเขาที่ราวกับจะส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดมาให้

“ฉันอาจจะไม่เข้าใจเธอและก็คงจะไม่มีวันเข้าใจ”

“...”

“แต่ฉันอยากให้เธอรู้...เหตุผลที่ฉันอยู่กับเธอ ไม่ใช่แค่เพราะเธอเป็นเพื่อนคนสำคัญของฉัน”

“โซล...”

“แต่เพราะเธอคือจิตวิญญาณของฉัน ริชแบรนน์”

ณ วินาทีนั้น ใบหน้าจริงจังของโซลเลือนรางในความทรงจำของฉัน แต่สิ่งเดียวที่ชัดเจน กลับเป็นเสียงเล็กๆที่ดังก้องอยู่ข้างใน

เธอคือจิตวิญญาณของฉัน ริชแบรนน์

11 ความคิดเห็น