The Secret of heart ความลับหัวใจของยัยจอมมาร

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 : ขอให้เหมือนเดิม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 มิ.ย. 57

ฉันเกลียดวันจันทร์ที่สุด!

“ริชชี่~หม่ำๆข้าวเช้าก่อนนะคะลูก>w</

“ไม่ล่ะค่ะ”

“ใจร้าย T^T ฝีมือแม่มันแย่ขนาดนั้นเชียวเหรอ”

“.....”

ฉันเลือกที่จะเงียบแล้วเดินเลี่ยงออกมาซะยังจะดีกว่าทำร้ายจิตใจแม่ตัวเองด้วยการบอกความจริงให้นางรู้ว่า อาหารฝีมือแม่มันพัฒนากลายเป็น Poison cooking เข้าไปทุกวันแล้ว - -

“ริช จะไม่หม่ำจริงๆเหรอลูกT^T

“จริง -_-

“จริงๆเหรอ แม่ลุกขึ้นมาทำแต่เช้าเลยนะTT^TT

“จริงค่ะ”

“หม่ำนิดหนึ่งก็ได้ แม่เป็นห่วงนี่นาTTT^TTT

ถ้าแม่เป็นห่วงหนู หนูว่าแม่ควรล้างสมองตัวเองแล้วกรอดข้อมูลลงไปใหม่ว่า ฉันเกลียดการทำอาหาร จะดีกว่าค่ะ ชีวิตหนูจะปลอดภัยกว่านี้เยอะ

            “คนบ้านนี้นี่มันยังไงกันนะ!อุตส่าห์ตื่นมาทำอาหารเช้าให้กินก็เอาแต่พูดว่าไม่กันทั้งพ่อทั้งลูก โมโหแล้วนะ!!

แม่ทำท่าเหมือนก๊อซซิลล่าเตรียมถล่มเมืองเดินตรงไปทางห้องทดลองของพ่อ แต่ก่อนจะได้ทำลายล้างอะไรสักอย่างในบ้านสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้นช่วยชีวิตขึ้นมาซะก่อนใครคือผู้กล้าขี่ม้าขาวมาแต่เช้าแบบนี้นะ

“โย่ว~!จอมมาร”

“ทำอะไรน่ะริช แม่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เลย(._.)”

ตรงไหนที่บอกว่าเหมือนจะร้องไห้ นั่นน่ะใบหน้าของการทำลายล้างชัดๆ พวกนายมองไม่ออกรึไง โซลยิ้มกว้างส่งมาทักทาย ในขณะที่เซโร่เอาแต่มองหน้าฉันสลับกับแม่ที่ยิ้มด้วยความตื้นตัน นั่นสิ ทำไมฉันถึงเดาไม่ออกนะว่ามีแค่ตัวยุ่งพวกนี้เท่าที่กล้ามารบกวนถึงที่บ้านฉันอย่างนี้-^-

“โซล>< เซโร่>< ช่วยแม่ด้วย”

“ทำไมเหรอครับ จอมมารขู่ฆ่าคุณน้าเหรอครับ”

“ถ้าขืนยังปากดีแบบนี้ ฉันจะให้นายได้ตายเป็นศพแรกเลย สัญญา”

“ไม่เอาดีกว่า ไม่ต้องให้เกียรติฉันขนาดนั้นก็ได้ ^^;

โซลว่าแล้วยิ้มแห้งๆส่งมาให้พร้อมกับทำตัวลีบไปหลบหลังเซโร่ในทันที และไอ้คนโดนใช้เป็นโล่ก็วิ่งไปหลบหลังแม่ของฉันอีกที ทีแบบนี้ละก็รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดีกันเชียวนะ

“ตกลงจะมีใครบอกฉันได้รึยังว่ามาทำอะไรกันตั้งแต่เช้า”

“มารับเธอไปโรงเรียนไง” เซโร่ตอบเสียงใส ใบหน้ายิ้มๆซีดลงก่อนจะรีบก้มลงหลบหลังแม่ของฉันให้ต่ำลงอีก

“ฉันขอเหรอ”

“พวกฉันเสนอหน้าเองแหละ ฮ่าๆ><”ประโยคนี้มาจากใครไม่ต้องถามเลยว่ามาจากใคร - -++

ฉันมองผู้ชายสองคนที่ยืนหลบอยู่ข้างหลังแม่ของตัวเองอย่างเหนื่อยใจ เซโร่ในชุดนักเรียนสุดเนี้ยบที่มีแม่ของฉันยืนปลื้มปริ่มยิ้มหน้าชื่นอยู่ข้างหน้า กับโซลในชุดนักเรียนที่ผ่านการโมดิฟายมาซะแทบไม่เหลือเค้าเดิม...มันก็หล่อดีหรอกแต่....แต่...เดี๋ยวนะ ทำไมโซลใส่ชุดนักเรียน

“วันนี้นายไปโรงเรียนด้วยเหรอ โซล”

“แหงสิ วันนี้มีสอบนะจ้ะเธอ”

โซลตอบพลางยักคิ้วกวนประสาท นี่คิดว่าอยู่หลังแม่แล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรสินะ

“หยุดทำหน้าดุเลยนะ ริช><!!

และ...แม่ฉันก็ออกโรงปกป้องหนุ่มๆของเธอ - - นี่ฉันเคยบอกรึเปล่า ว่าแม่ชอบหลงเสน่ห์เพื่อนหนุ่มน้อยน่ารักทั้งสองของฉันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว และฉัน...ต้องทำใจ

 “แม่คะ หลีก...”

“หนูนั่นแหละหลีกไปลูก แม่จะพาหนุ่มๆไปทานข้าว^^

และก่อนที่จะได้มีใครประท้วง แม่ก็วิ่งยิ้มแฉ่งลากทั้งคู่เข้าไปในครัว สองหนุ่มนี่ไม่เคยลิ้มลองฝีมือแม่เลยส่งยิ้มหวานอย่างเอาอกเอาใจตามไปอย่างว่าง่าย แล้วพวกนายจะได้กลัว

            หลังมื้อเช้าแสนทรหดและอดทนผ่านพ้นไป (ฉันปฏิเสธลูกเดียว)ทั้งโซลและเซโร่ที่อยู่ในสภาพผะอืดผะอมพร้อมจะอาเจียนออกมาได้ทุกเวลาก็ฝืนยิ้มหวานให้กับแม่ บอกลา แล้วรีบลากฉันให้ออกจากบ้านมาชนิดที่เรียกว่าวิ่งไม่เห็นฝุ่น และทันทีที่พ้นประตูรั้ว ทุกสิ่งอย่างที่ลงไปอยู่ในกระเพาะก็ออกมาสู่โลกกว้างอีกครั้ง สมน้ำหน้า

“ทำไมไม่เตือนสักหน่อยล่ะว่า ไอ้นั่นน่ะมันกินไม่ได้!!

เซโร่ต่อว่าทันทีที่หยุดคายของเก่า นั่งทรุดอยู่ริมฟุตบาทอย่างหมดสภาพ ในขณะที่โซลเองก็ดูเหมือนจะไม่มีแรงพูดอะไร แต่ก็ไม่วายส่งสายตาหาเรื่องมาให้กับฉัน

“ก็ดูพวกนายระริกระรี้อยากลองกินกันดูนักนี่”

“เธอรู้อยู่แล้วใช่มั้ยฮะ ว่านั่นมันไม่ใช่ของกิน”

“นายน่าจะฉลาด คิดได้ตั้งแต่เห็นว่าฉันไม่ยอมกินแล้วนะ โซล”

“ใครจะไปรู้วะ!ก็ปกติเธอก็ไม่กินข้าวอย่างคนปกติอยู่แล้วนี่”

“ยังจะปากดี อยากให้ฉันเข้าไปบอกแม่มั้ยว่าพวกนายเอามาคายทิ้งไว้ที่นี่”

“ไม่!!/โนวววว!!!

สองหนุ่มพร้อมใจประสานเสียงตอบรับโดยพร้อมแพรียง พอเห็นแบบนั้นฉันก็อดหัวเราะไม่ได้ สภาพน่าสงสารซะจนซ้ำเติมไม่ลงเลยจริงๆ วันนี้มีสอบย่อยด้วย จะไหวมั้ยเนี่ย - -

“ไหวมั้ยเนี่ย”

“ไหวน่า...ป่ะ!ไปโรงเรียนกันได้แล้ว”

โซลกลั้วน้ำในปากก่อนจะส่งให้เซโร่ แล้วทั้งคู่ก็ตรงมาที่ฉันหลังจากที่หยุดอาการคลื่นไส้ได้แล้ว รถสปอร์ตสุดหรูสีแดงสดจอดอยู่ไม่ไกลถูกเปิดประตูออกโดยฝีมือเซโร่ในขณะที่โซลเข้าประจำที่คนขับรถ ฉันก้าวขึ้นรถและหลังจากที่รถออกตัวไปได้สักครู่ ก็ถึงเวลาสอบสวน

“เอาล่ะ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ พวกนายมารับฉันทำไม”

“ก็แค่อยากมารับน่า” โซลว่าทั้งๆที่สายตายังไม่ละจากถนนใหญ่

“จะพูดความจริงหรือนายอยากให้ฉันเค้นเอง... ขอบอกเอาไว้ก่อน ครั้งนี้ไม่ว่านายจะขอร้องให้ช่วยอะไรเกี่ยวกับเทียนหอม เชิญกลับไปฝันกลางวันที่บ้าน ณ ตอนนี้ได้เลยนะเซโร่ ส่วนนายนะ โซล ไม่ว่านายกำลังคิดจะทำอะไร ขอแนะนำให้หยุดคิดก่อนที่ฉันจะล่วงรู้ เพราะไม่อย่างนั้นนายอาจจะไม่มีโอกาสแม้กระทั่งเอ่ยคำแก้ตัวกับฉัน”

ฉันดักคอเอาไว้อย่างรู้ทัน และจะเพราะเสียงเฉียบติดจะดุของฉันหรือเพราะพวกนี้มีความผิดติดตัวรึเปล่าก็ไม่รู้ว่าข้อไหน แต่สองหนุ่มกลับพากันสามัคคีชุมนุมกลืนน้ำลายลงคอในทันที

“รู้ทันซะด้วย”เซโร่

“ก็บอกแล้วว่าปิดไม่มิดหรอกU^U”โซล

 “ถ้ารู้ว่าปิดไม่มิดก็คราวหลังก็อย่าทำ”

“ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่า พวกฉันแค่อยากมารับ ส่วนเรื่องจุดประสงค์ ปล่อยๆมันไปซะ” เซโร่ว่าพลางถอนหายใจแล้วอมยิ้มอะไรไม่รู้คนเดียว ในขณะที่โซลกลับฮัมเพลงหนีความผิด เนียนไหลได้เป็นปลาไหลใส่โรลเลอร์เบลดเชียวนะคุณ

โรงเรียน Sent. Sonata

ทันทีที่รถจอดสนิท ฉันก็เดินตรงเข้าไปในโรงเรียนพร้อมกับเพื่อนสนิทที่สีหน้ายังดูซีดๆ แต่ดูท่าว่าวันนี้ทั้งโรงเรียนจะถึงทีแตกตื่น เพราะแม้ว่านักเรียนจะไม่กล้ามองหน้าฉันอย่างเคยก็จริง แต่หลงจากที่ฉันเดินผ่านไปแล้ว เสียงซุบซิบกรี๊ดกร๊าดก็ดังตามขึ้นมาตลอดระยะทางที่เดินผ่าน...ใช่ว่าฉันจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรล่ะนะ

“ถ้าวันหลังพวกนายจะช่วยมากันเองจะดีมากL” เสียงของผู้หญิงพวกนี้มันน่ารำคาญ

“มีเพื่อนหล่อเธอต้องทำใจนะJ” โซลตอบพลางยิ้มกวนๆ

“ต้องยอมรับนะริช ว่าเพื่อนเธอมีเสน่ห์เหนือความน่าเกรงขามของจอมมาร”เซโร่ยิ้มกว้างหลังเอ่ยประโยคนี้ออกมา พระเจ้าคะ ทำไมพระองค์ถึงได้บันดาลให้หนูมาชอบคนหลงตัวเองแบบนี้ด้วย = =

“แล้วถ้าเสน่ห์ของพวกนายนำปัญหามาให้ ก็อย่ามาร้องขอความเมตตาจากความน่าเกรงขามของฉันแล้วกันนะ”

พูดทิ้งท้ายประโยคไว้แล้วก็เดินจากมาทั้งๆแบบนั้น ก่อนพวกนั้นจะโวยวายแล้ววิ่งไล่ตามมาฉันก็เดินมาไกลแล้ว

 “เฮ้!ฉันตั้งตารอเช้านี้มาก เพราะอย่างนั้น ทักทายกันด้วยรอยยิ้มหน่อยสิคนสวยJ

เสียงนั้นมาพร้อมรอยยิ้มกริ่มของคนตัวสูงที่มายืนขวางหน้าของฉันเอาไว้ ฉันหยุดการเดินเร็วๆของตัวเองก่อนที่สายตามาดร้ายจะส่งตรงพุ่งดิ่งไปยังร่างสูงๆที่อาจหาญมาขวางหน้า  ทำไมเช้านี้มีแต่คนมากวนใจจังโว้ย!

“สวัสดีครับ~ เราเคยรู้จักกันรึเปล่า~หน้าตาคุ้นๆ~...”

“ถามจริง...นั่นเสียงคนร้องเพลงหรือเสียงควายโดนรถทับ”

“โห~ปากร้ายพอๆกับความสวยของคุณเลยนะ^^;; แต่ไม่เป็นไร เพราะผมหล่อ ผมให้อภัย”

ฉันชักสีหน้าเย็นชาใส่เขาอย่างจงใจ ผู้ชายพวกนี้นี่มันสายพันธุ์หลงตัวเองกันหมดเลยรึยังไงนะ

“ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับนาย  หลีกไป”

“โว้~ถึงแม้หน้าเธอจะดุแค่ไหน มันก็ยังสวยสุดๆไปเลย><

“สิ่งที่ฉันบอกนายคือ หลีกออกจากทางเดินไปเดี๋ยวนี้”

ซีซาร์ส่งยิ้มมาให้แม้จะเห็นได้ชัดว่าในแววตาของเขาไม่มีความหวั่นเกรงสักเลยแม้แต่น้อย แต่เขาก็ยอมถอยหลังปล่อยให้ฉันเดินผ่านมาและเขา...ก็เดินตามมาด้วย - -

“นายจะตามฉันมาทำไมนะ”

“ก็ผมอยากคุยกับคุณ อยากรู้จักคุณ คุณดูรีบๆแต่ผมว่างก็เลยเดินตามคุณมานี่ไง”

“ฉันไม่อยากรู้จักนาย”

“ไม่เป็นไรนี่ ผมอยากรู้จักคุณคนเดียวก็พอแล้ว^^

รอยยิ้มกว้างที่ถูกส่งมาให้ไม่ได้ทำให้หมอนี่ลดระดับความน่ารำคาญเลยสักนิด มีแต่จะเพิ่มความหงุดหงิดให้ก็เท่านั้น

“ทำไมอารมณ์เสียแต่เช้าเลยล่ะวันนี้ รู้มั้ยว่าโมโหบ่อยๆเธอจะหน้าแก่เร็วนะ”

“เพราะมีคนน่ารำคาญอย่างนายอยู่ในโลกใบนี้ยังไงล่ะ”

ฉันหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับซีซาร์ที่ยังยิ้มอย่างไม่หวาดหวั่น ดูจากสถานการณ์แล้วหมอนี่ไม่น่าจะปล่อยฉันไปง่ายๆ ทำไมถึงรู้น่ะเหรอ ก็เพราะสายตาของเค้ามีแววตาเหมือนฉันน่ะสิ

“นาย...อยากรู้จักฉันใช่มั้ย”

“ดูเหมือนว่าในที่สุดคุณก็จะให้โอกาสผมแล้วสินะ^^

ฉันขยับเข้าไปใกล้เขาจนชิดพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้กับเขา...ยิ้มหวานอย่างที่ใช้เฉพาะเวลาที่ฉันต้องการหว่านเสน่ห์ และเมื่อไหร่ที่จอมมารหว่านเสน่ห์นั่นหมายความว่าต้องมีคนโดนสังเวย

พลั๊ก!!

“โอ...โอยย><

เข่าของฉันกระแทกเข้ากลางจุดอ่อนของเขาแล้วสวนเข้าที่ลิ้นปี่อีกหมัดส่งผลให้คนตรงหน้าทรุดลงไปกองกับพื้นแถมยังจุกจนพูดอะไรไม่ออกอีกต่างหาก

“ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย อย่ามายุ่งกับฉัน”

ฉันทิ้งเขาเอาไว้ข้างหลังแล้วเดินจากมาอย่างไม่ไยดี ก็ทำตัวน่ารำคาญแถมยังมากวนประสาทอีกต่างหาก สมควรแล้วล่ะ

 “เฮ้~!จอมมาร อย่าทิ้งเราไว้สิ><

“ช่วยด้วยริช >< พอเธอทิ้งพวกฉันเอาไว้พวกผู้หญิงก็วิ่งเข้ามารุมเลยอะTT

ทั้งโซลและเซโร่ที่วิ่งตามมาข้างหลังรีบเกาะแขนฉันเอาไว้คนละข้างพลางทำสีหน้าอ้อนวอนเหมือนลูกหมา เหอะ!ไงล่ะ เสน่ห์อันเหลือล้นนี่ช่วยอะไรได้บ้างล่ะ

“ไหนว่ามีเสน่ห์เหลือล้นไงล่ะ

“ขอความเมตตาแบ่งความน่าเกรงขามมาคุ้มครองพวกเราหน่อยเหอะน้า~T^T

ฉันปรายตามองเพื่อนแล้วก็ต้องถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน พระเจ้าคะ จะมีเพื่อนทั้งทีขอเพื่อนดีๆหน่อยได้มั้ยคะ

“กรี๊ด><!! คนอะไรไม่รู้ ยิ่งดูก็ยิ่งน่ารัก”

“ดูสองหนุ่มนั่นสิ น่าร้ากกก><!!

เสียงน่ารำคาญหยุดลงทันทีที่ฉันปรายสายตาเย็นเยียบไปให้ และนั่นทำให้สองหนุ่มข้างกายพากันลอบถอนหายใจในทันที...แต่ก็ไม่วายส่งยิ้มน้อยๆเป็นเชิงขอโทษไปให้ยัยพวกนั้น ยังไม่เข็ดอีก

ฉันต้องไปหาเทียนหอมละ พวกนายอยู่กันได้นะ

อย่าห่วงเลยเซโร่ ขาดนายฉันไปสักคนไม่ได้ทำให้ฉันเดือดร้อนหรอก

ถึงแม้ถ้อยคำที่พูดออกไปจะแสดงท่าทีเหมือนกับว่าฉันไม่แคร์ แต่ลึกๆในใจแล้วฉันก็ไม่สามารถหลอกตัวเองได้ว่าฉันไม่เจ็บปวด...ใช่ ริชแบรนน์...ข่มความเจ็บปวดเอาไว้ อย่าให้ใครรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังอ่อนแอ ในเมื่อเธอเลือกเองแล้ว...ก็จงรับผิดชอบเส้นทางที่เธอเลือกเองนี้ซะ

ไอ้เซโร่ เดี๋ยว!”

ฉันหันไปมองโซลที่อยู่ๆก็เกิดเฮี้ยนเรียกเซโร่เอาไว้ บางที...หมอนี่อาจจะอยากทำอะไรเพื่อช่วยฉัน...และอะไรที่ว่านั่น...มันเป็นสิ่งไม่จำเป็น!!

 ว่าไง โซล แกมีอะไรวะ”

“ฉันว่าแก...”

 นายจะรีบไปหรือจะรอให้ฉันใช้นายไปทำเรื่องเสี่ยงตาย”

“ไปแล้วคร้าบ~><

เซโร่ยิ้มรับ ตบบ่าของโซลเบาๆสองสามทีเหมือนให้กำลังใจก่อนไปรบแล้ววิ่งจากไป ฉันได้แต่ยืนมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยสายตาที่เย็นชา นึกทั้งสมเพชตัวเองที่อ่อนแอ และนึกอยากหัวเราะให้กับคนที่บังอาจมาปกป้องฉัน

เราต้องคุยกันนะ จอมมาร

นายเลิกเรียกชื่อฉันแล้วหันไปเรียกฉายาบ้าๆนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่กันน่ะ โซล

 ก็ตั้งแต่ที่เธอทำให้ฉันใจเต้นแรงเวลาเรียกชื่อเธอน่ะสิ”

โซลพูดเหมือนไม่ใส่ใจก่อนจะจับมือของฉันแล้วพาลากไปอย่างที่ฉันก็ไม่รู้ว่าเขารู้จุดหมายหรือเปล่า รู้แต่ประโยคที่เขาพูดออกมา มันกำลังทำให้ภายใจของฉันเกิดรีเอฟเฟคโดยไม่รู้ตัว...อีกแล้ว

....ลานว่างหลังโรงเรียน...

โซลจับไหล่ฉันกดให้นั่งแล้วตัวเองถึงจะนั่งตาม ตาคู่คมจับจ้องฉัน ในสายตานั้นมีความเจ็บปวดแฝงอยู่...ถึงเขาจะพยายามซ่อน ให้มิดยังไงฉันก็หาเจอ

เธอจะมาห้ามฉันไว้ทำไม!ฉันพยายามจะช่วยเธอนะ

“ไม่จำเป็น”

“ยังจะปากดีอีก!เจ็บเจียนตายแบบนั้น เธอเลิกทำท่าเหมือนไม่รู้สึกอะไรสักทีจะได้มั้ย”

 ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรอย่างที่นายว่านักหรอก

โกหก

ฉันไม่จำเป็นต้องทำอย่างที่นายว่านะ

เธอเจ็บมากขนาดนี้ ทำไมฉันจะไม่รู้

ฉันจ้องหน้าของเขาอย่างแปลกใจ หมอนี่นี่ยังไงกันนะ ก็บอกไปแล้วนี่นาว่าไม่เจ็บ ขืนนายยังมาถามเซ้าซี้แบบนี้ นายเองนั่นแหละที่จะต้องเจ็บ

ทุกครั้งที่เธอมองเซโร่ มองเวลามันเดินไปหาเทียนหอม ฉันรู้ว่าเธอเจ็บ

สองมือของโซลจับไหล่ของฉันเอาไว้อย่างแผ่วเบา สายตาคู่นั้นเหมือนจะเน้นย้ำให้ฉันรับรู้ถึงความเป็นห่วงที่เขาส่งมา...แต่ฉันไม่เคยที่จะรับมันเอาไว้เลยสักนิด

เพราะฉันมองเธอมาตลอด...มองเธอคนเดียว ฉันถึงได้รู้ว่าเธอรู้สึกยังไง

โซล...

ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลาหรอกนะ ริช...

เสียงที่เรียกชื่อฉันในเวลานี้ ทำไมถึงได้อ่อนโยนจนสามารถสั่นคลอนหัวใจของฉันได้ขนาดนี้กันนะ

ถ้าอยากจะร้อง...ร้องออกมาเถอะ

คนอย่างฉันไม่มีน้ำตาหรอกโซล

“เด็กผู้หญิงทุกคนมีน้ำตา ริช”

สิ้นประโยค โซลดึงตัวของฉันเข้าไปกอดอย่างง่ายดาย ถึงแม้ว่าฉันจะแปลกใจที่เขากล้าทำแบบนี้แต่ลึกๆในใจแล้วกก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวเองต้องการจะผลักไสอ้อมกอดของผู้ชายคนนี้ 

ตอนนี้เราอยู่กันสองคน เธอไม่ใช่จอมมารหรอกนะ ริช เพราะงั้นจะร้องก็ร้องออกมาเถอะ

ฉันไม่ได้อยากจะร้องไห้

ก็บอกแล้วไงว่าอย่าโกหก

ฉันซบหน้าลงกับอ้อมกอดของโซล ที่ผ่านมาฉันไม่เคยเป็นแบบนี้ และหากจะหาเหตุผลตอนนี้ฉันเองก็บอกไม่ได้เช่นกัน รู้แค่ตอนนี้ หัวใจที่กักเก็บสะสมความปวดร้าวและความรู้สึกต่างๆเอาไว้ กำลังจะพังทลายเป็นเขื่อนแตกเพราะผู้ชายคนนี้

“สัญญากับฉันนะโซล”

“ว่าไง...”

“หลังจากวันนี้ไป...ขอให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม”

“...”

“ขอแค่ ขอให้เหมือนเดิม”

“ฉันสัญญา”

น้ำตาที่มีอยู่ไหลทะลักพร้อมกับเสียงคร่ำครวญของฉัน แค่วันนี้เท่านั้นที่ฉันจะปล่อยตัวเองให้มีอิสระ ไม่ต้องคิดไม่ต้องปิดบังความรู้สึกใดๆ ปล่อยให้หัวใจได้รับการเยียวยาจากหมอที่ชื่อว่าโซล....

11 ความคิดเห็น