ตอนที่ 1 : ไร่ภูผา 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    2 ก.พ. 62


ภูผา (องซองอู)

ไทม์ (ไลควานลิน)

 โซ่ (ยูซอนโฮ)

 




          โซ่มึงช่วยไรกูหน่อยดิ เสียงร้อนอกร้อนใจถูกส่งไปยังปลายสาย

          [ ให้ช่วยไร ]

          กูไปนอนบ้านมึงได้มั้ย ไม่อยากอยู่บ้านแล้ว

          น้ำเสียงติดสั่นเครือของคนเป็นเพื่อน ทำให้คนฟังรู้สึกได้ถึงอารมณ์ของเจ้าตัวในขณะนี้ว่ากำลังคิดจะทำอะไร

          [ มึงจะหนีออกจากบ้านอีกแล้ว? มานอนบ้านกูละก็ให้พ่อมึงมาตามอะนะ? ]

          แหงสิ เป็นครั้งที่เท่าไหร่ใช้นิ้วมือรวมนิ้วเท้านับยังไม่พอเลย ไอ้ตัวดื้อนามว่าไทม์น่ะชอบมาขอร้องอ้อนวอนมานอนบ้านเขาบ่อยเสียจนกลายเป็นลูกชายอีกคนก็ว่าได้ พ่อแม่เขานี่ก็ดีใจเหลือเกิน เอ็นดูมันเข้าไป เข้ามากิน ๆ นอน ๆ วันนึงไม่ต้องทำอะไรมากมาย อยู่บ้านเขาน่ะมันสบายจะตาย

          ไม่ กูจะไปทำงานที่ไร่บ้านมึง

          [ อะไรนะ? ] ประโยคที่โพล่งออกมาทำให้โซ่ชะงักเล็กน้อย

          ปิดเทอมจะไปทำงานที่ไร่องุ่นบ้านมึง ชัดพอยัง

          [ แต่มันอยู่ต่างจังหวัดแบบนอกเมืองเลยนะ มึงโอเคหรอวะ ]

          โอเคดิ กูเบื่อ เบื่อมาก ๆ ไม่อยากอยู่บ้านแล้ว

          [ คราวนี้เรื่องอะไรล่ะ หรือเรื่องแม่เลี้ยงเหมือนเดิม? ]

          อืม

 

          ถ้าจะให้เล่าเรื่องครอบครัวของไทม์เนี่ย สามวันก็ยังเล่าไม่จบ แม่ตาย พ่อแต่งงานใหม่ ไม่ถูกกับแม่เลี้ยง ทะเลาะกับพ่อเป็นประจำก็เพราะป้าคนนั้น อยู่ที่บ้านแบบอึดอัดใจมาแรมปี อันที่จริงตัวเขาเองก็ไม่ได้จะคัดค้านอะไรหากพ่ออยากมีความสุขอีกครั้ง

แต่การเข้ามาของป้ามหาภัยคนนี้น่ะทำให้เขาหงุดหงิดใจเกินทน นู่นไม่ได้ นี่ไม่ได้ นั่นไม่ดี ทำอะไรก็ผิดไปซะทุกอย่าง กลับดึกหล่อนยังอุตส่าห์โทรไปฟ้องพ่อ วันไหนขอทำงานส่งอาจารย์ที่หอเพื่อนก็หาว่าแอบนัดไปเถลไถลกับแฟน พ่อเขาช่างหูเบาเสียเหลือเกิน เชื่อไปหมดทุกอย่าง

เชื่อทุกคนยกเว้นลูกตัวเอง

 

          สิ่งที่ให้น้อยเนื้อต่ำใจที่สุดก็คงมาจากความไม่เชื่อใจจากพ่อของเขานั่นแหละ

          เลี้ยงกับมือจนโตมาป่านนี้ แต่คนเป็นพ่อกลับทำเหมือนไม่รู้จักนิสัยกันแม้แต่นิดเดียว

          คำค่อนขอดที่ต้องฟังจากปากแม่เลี้ยงทุกวันมันสะสมจนอยากจะระเบิดออกมาวันละหลายรอบ

          อยากหนีไปให้ไกล ๆ

          อยากเรียนจบไว ๆ

          อยากไปอยู่ที่ไหนก็ได้บนโลก ยกเว้นบ้านตัวเอง

 

          ยิ่งตอนนี้ป้ามหาภัยกำลังตั้งท้อง พ่อของเขาก็ต้องยิ่งใส่ใจเป็นพิเศษ แต่มันคงต้องถึงคราวแตกหักจริง ๆ แล้วล่ะมั้ง เพราะเขาดันลั่นวาจาไว้ว่า

 

          ผมเกลียดพ่อ! เกลียดที่พ่อไม่เคยเข้าใจ เกลียดที่พ่อเอาแต่เข้าข้างผู้หญิงคนนั้น ไม่เคยคิดจะสนใจความรู้สึกของผมเลยด้วยซ้ำ เกลียดที่เอาแต่บอกว่าน้าเค้ากำลังท้อง คนท้องที่ไหนจะมาใช้คำพูดหมา ๆ พ่นใส่คนอื่นแบบนี้ พ่อรู้มั้ยว่าไทม์ทนมาตั้งเท่าไหร่ และวันนี้จะไม่ทนแล้ว จะไม่อยู่บ้านนี้อีกต่อไป!!! ถ้าบ้านนี้มีเค้า ต้องไม่มีไทม์!’

 

 

          พอมาคิดดูอีกที พูดอะไรออกไปวะ ไอ้ไทม์เอ้ย...

          จะหวนกลับไปบอกว่าขอโทษก็ไม่อยากทำ เพราะคำว่าทิฐิ

          งานเข้าแล้วกู จะไปอยู่ที่ไหน ไปเป็นคนเร่ร่อนหรอ หรือขอทานอะไรแบบนี้?

          แต่ขอทานที่ไหนจะหน้าตาดีขนาดนี้อะ ได้แต่คิดแล้วก็กลุ้มใจ

 

          สุดท้ายก็ต้องพึ่งไอ้เพื่อนยามยากนามว่า ไอ้โซ่

 

          นี่แหละชีวิตของไทม์ ธารา ที่คนภายนอกต่างมองว่าชีวิตกินหรูอยู่สบาย ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ แต่ใครเล่าจะรู้ว่าความจริงโคตรจะไม่มีความสุข

          บางทีสิ่งที่เขาต้องการที่สุดก็ไม่ใช่เงิน

          แต่เป็นความเข้าใจและความรักจากใครบางคน

 

 

         

 

 

                  ——————————————————————————————————

 




           "มึงบอกพ่อมึงแน่แล้วใช่มั้ย เดี๋ยวเค้าจะหาว่ากูลักพาตัวมึงนะ" โซ่ถามอย่างเป็นกังวล

            "เออน่า บอกแล้ว" 

             ซะที่ไหนล่ะ นี่แหละการหนีออกจากบ้านของแท้ แถมวันนี้ที่บ้านไม่มีใครอยู่สักคน ป้าแกก็ออกไปกับเพื่อน พ่อผมก็ไปดูงานต่างจังหวัด เหมาะเหม็งอะไรเบอร์นั้น

          'งั้นแล้วไป

          มันใช่ทางไปไร่มึงจริงหรอวะสุ้มเสียงติดกังวลของคนน่ารักเอื้อนเอ่ยยามมองไปนอกรถ สองข้างทางล้วนเป็นต้นไม้ใบหญ้า น้อยนักที่จะมีบ้านคน อีกทั้งยังเป็นทางเปลี่ยวที่ไม่มีแม้กระทั่งไฟริมทาง

          ใช่ดิ ทำไมอะ

          มันน่ากลัว นี่ขนาดตอนกลางวันนะ...

          กลับไม่ทันละนะ กูไม่ไปส่ง

          อ้าว ทำไมวะ

          กูลืมบอกมึงหรอว่าไปเรียนซัมเมอร์ที่ออสเดือนครึ่ง พ่อกับแม่กูก็จะไปเที่ยวด้วย

          “…” ใบหน้าหวานเริ่มเบะเล็กน้อย โกหก...มั้ย

          จริง

          กูนึกว่ามึงจะมาอยู่ด้วย เห็นบอกว่ามาทุกปิดเทอม

          โซ่ส่ายหัวพร้อมกับหัวเราะน้อย ๆ ขอโทษว่ะ แต่อาภูดูแลได้หายห่วง กูบอกอาไว้แล้ว

          ใครคืออาภูหัวกลมเอียงเล็กน้อยด้วยความสงสัย

 

          อากูไง คนที่หล่อ ๆ เหมือนกูอะ

          หลังจบประโยคแขนข้างขวาปวดหนึบเพราะถูกกำปั้นทุบเข้ามาอย่างจัง

          กูเจ็บนะมึง!”

          สมน้ำหน้า

           







          ไร่ภูผา คือป้ายที่ตั้งอยู่ตรงทางเข้ารถเลี้ยวเหมาะเจาะพอดี มองลึกเข้าไปมีแต่ความเขียวขจีของเหล่าต้นไม้ใบหญ้ารวมถึงบ้านพักต่าง ๆ ที่คาดว่าน่าจะเป็นของคนงานหรือไม่ก็คนในละแวกนี้ เมื่อเข้ามาจากปากทางไม่ไกลก็พบกับบ้านอิฐมอญชั้นเดียวโทนน้ำตาลแดง มีต้นไม้ปลูกอยู่ที่หน้าบ้านดูร่มรื่น และน่าอยู่


          ถึงแล้วจ้าเด็ก ๆเสียงของสาววัยกลางคนผู้เป็นแม่ของโซ่เอ่ยบอก น้องไทม์ ถ้าขาดเหลืออะไรบอกอาภูได้เลยนะครับ ถือว่ามาพักผ่อนแล้วกัน

          ขอบคุณครับคุณน้าแล้วก็คุณอาด้วยครับที่มาส่ง

          ไม่เป็นไร ๆ เล็กน้อย เราก็เหมือนลูกอาคนหนึ่งผู้ใหญ่ทั้งสองพยักหน้ารับรู้คำขอบคุณ ก่อนที่แม่ของโซ่จะปลีกตัวเข้าไปในบ้านหลังนั้น

          แล้วผมล่ะพ่อ! ผมเป็นลูกพ่อหรือเปล่า!!” เสียงแหวดังขึ้นอย่างไม่พอใจจากลูกชายตัวแสบ

          เอ็งมันก็ลูกรักนี่ไง ไอ้ลูกเทวดาเอ้ยยย” จบประโยคทั้งสามหนุ่มก็หลุดหัวเราะครืนออกมาอย่างไม่ได้นัดหมาย

 

 

          ไม่ว่าจะให้เขาพูดอีกกี่ครั้ง ตัวเขาน่ะอยากมีครอบครัวแบบนี้ บ้านที่มีแต่เสียงหัวเราะและความสุข มีพ่อกับแม่ที่เหมือนเพื่อน

          ถ้าเลือกเกิดได้... อยากมีครอบครัวเอาไว้เป็นที่พักใจยามเหนื่อยเช่นกัน โซ่โคตรโชคดีเลยที่ได้เกิดมาเจอครอบครัวดี ๆ 

          น่าอิจฉา

          ไม่รู้ว่าในใจนึกอิจฉามันไปกี่ร้อยรอบแล้ว




ไม่นานนักหญิงสาววัยกลางคนออกมาพร้อมกับชายคนหนึ่ง ชายคนนั้นสวมเสื้อแขนยาวลายสก็อตสีเขียวเข้ม กางเกงยีนส์ที่ดูสภาพแล้วน่าจะเก่าพอตัว พร้อมกับรองเท้าผ้าใบที่คาดว่าคงเป็นคู่เก่งของเจ้าตัวอีกนั่นแหละ บนหัวมีหมวกปีกรอบครอบเอาไว้บังแดด 

เหงื่อกาฬที่ไหลท่วมทั่วตัวทำให้สภาพของอีกคนดูไม่จืดเท่าไหร่ แต่ถ้าถามถึงเรื่องหน้าตาก็จัดว่าหล่อเอาเรื่อง ถ้าไปอยู่ในเมืองกรุงผู้หญิงก็คงมองตาเป็นมัน

นี่อาภูจ้ะน้องไทม์คุณน้าเอ่ยแนะนำพร้อมกับผายมือไปทางคนที่ชื่ออาภู

ภู ส่วนนี่น้องไทม์ พี่ฝากเราดูหลานหน่อย เดี๋ยวเปิดเทอมจะมารับใบหน้าหล่อพยักเล็กน้อย ก่อนที่สายตาลากยาวมาบรรจบที่ร่างสูงโปร่งของไทม์ตามแม่โซ่ที่กำลังมองมาที่เขาเช่นกัน

ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ชอบกล

นัยน์ตาสีดำสนิทราวกับท้องฟ้าในตอนกลางคืนกำลังจ้องมาที่เขา สายตาอ่านยากไม่รู้ว่าอีกคนกำลังคิดอะไร บวกกับหน้าที่โคตรจะนิ่งในตอนนี้อีก ต้องอยู่กับเค้าไปอีกสองเดือนเลยนะ แต่จะกลับตัวตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว พอแนะนำเสร็จทางครอบครัวนั้นก็ตรงดิ่งไปสนามบินเลยเพราะมีบินไฟลท์กลางคืนแถมนี่ก็เป็นช่วงบ่ายแก่แล้วด้วยยังอุตส่าห์ขับรถมาส่งถึงในป่าในดง

ใจนึงก็เคยคิดบ่อย ๆ ว่าตัวเองน่ะเป็นภาระของคนอื่นบ้างหรือเปล่า แต่ทุกครั้งที่รู้สึกสงสัย โซ่และครอบครัวก็มักจะทำให้สบายใจขึ้นทุกครั้ง

รู้สึกขอบคุณโลกนี้ที่ยังมีเรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิต

 

 

ยืนทำอะไรอยู่ จะเข้ามั้ยบ้านเสียงเข้มแกมดุเล็กน้อยเอ่ยขึ้น

คะ..ครับที่เห็นเสียงตะกุกตะกักแบบนี้ไม่ได้กลัวหรอกนะ แต่อีกคนน่ะทำหน้าตาอย่างกับไปกินรังแตนที่ไหน หน้าบึ้งตึงตลอดเวลา ไม่มียิ้มทักทาย แถมยังพูดน้อยซะจนน่ากลัว 

เป็นมนุษย์ที่ไม่น่าเข้าใกล้เอาเสียเลย

         

          สองขาจ้ำเร็วรีตามเจ้าของบ้านไปให้ไวก่อนที่จะโดนเอ็ดเอาอีกรอบ

         พอเข้ามาในตัวบ้านก็กว้างขวางกว่าที่คิด ทุกอย่างถูกแบ่งเป็นโซนไว้อย่างเป็นระเบียบ มองเผิน ๆ จากภายนอกคิดว่าบ้านจะเล็กกว่านี้ไว้เยอะ

          ระหว่างทางที่เดินมีแต่ความเงียบและความอึดอัด อีกคนก็ไม่พูดอะไร และเขาก็ไม่รู้ว่าจะชวนคุยอะไรดี ได้แต่เดินตามต้อย ๆ เป็นลูกหมาหลงทาง

          นี่ห้องเธอเสียงเรียบว่าพร้อมใช้มือบิดประตูเข้าไป ห้องน้ำอยู่ข้างครัว ขาดเหลืออะไรก็บอกแล้วกัน เดินทางมาเหนื่อยก็พักผ่อนซะ

           

          ขอบคุณครับคุณอาไทม์เอ่ยก่อนที่จะไล่สายตาสำรวจห้องนอนใหม่ ดูคล้ายเพิ่งทำความสะอาดเลยแฮะ แถมยังมีกลิ่นฝุ่นและกลิ่นอับเล็กน้อยเหมือนไม่ได้ใช้มานาน

          มันก็จะอับ ๆ หน่อยนะ เปิดหน้าต่างให้ลมเข้า จะได้หายเหม็น

          ไม่ทันได้ถามเจ้าตัวก็เอ่ยบอกเสียก่อน

          อ๋อ ครับ” ตากลมโตไล่สำรวจ ส่วนปากก็ทำหน้าที่ขานรับไปด้วย

          อืม งั้นอาขอตัวไปทำงาน

          ครับคุณอา

 

          อาภู

          “อะไรนะครับ?” 

          “เรียกอาว่า อาภู





————————————————————————————



     ด้วยความหนหวยอยากแต่งพล็อตบ้านๆนอกเมืองมาหลายอาทิตย์แล้วก็เลยเปิดซะ ทีแรกจะให้คุณอาเขาเป็นเจ้าของปางไม้ แต่อยากเห็นเขาในอาชีพเจ้าของไร่มากกว่า 555555 

     ไม่รู้ว่าจะมาลงบ่อยๆมั้ย เพราะบรรยายมันต้องเค้นพลังนิดนุง (ขนาดเขียนจอยยังขี้เกียจ)

     ทุกคนสามารถกด 99 เป็นกำลังใจให้เลาดั้ยจ้ะ แล้วก็ฝากแท็ก #ไร่คุณภู ไว้ด้วยนะฮะ จะมีใครเล่นแท็กมั้ยไม่รู้ แต่ฝากไว้ก่อน  

     เจอปืนควัฟ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #41 นาโอมิ เอ็ม. (@naomipark) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 21:07
    เพิ่งได้เข้ามาอ่านเรื่องนี้ ตอนอ่านก็ฟังเพลง ถ้าหากไม่รัก - โรส ศิรินทิพย์ ไปด้วย ยังไม่แน่ใจว่าเข้ากันมั้ย แต่อาภูก็ดูติดเย็นชาหน่อยๆ ความจริงแล้วจะเป็นคนใจดีรึเปล่านะ
    #41
    0
  2. #21 KARN_JUNSEOB (@karnlovebeast) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 22:02
    อาภู อย่าดุน้องสิ น้องไทม์สู้ๆนะครับ หนูต้องผ่านมันไปให้ได้น่ะ
    #21
    0
  3. #12 SiO2_ss (@kaewkung00) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:22
    กด 99 ให้ไร้เต้อค่ะ // น้องไทม์น่าสงสาร มันแบบจะดราม่าอยู่แล้วนะ แต่คือปลายปากกาไรท์คือตลกอะ จะดราม่าก็ขำก่อน 555555 คือคุณอาเคเาก็มาหล่อนะ แต่ว่าพอนึกภาพตามตอนใส่เสื้อเขียวลายสก๊อตแล้วขำอะไรก็ไม่รู้55555552 ขอโทษค่ะพี่อง ยังไงก็ฝากดูแลน้องด้วย อย่าดุน้องใฟ้มันมากนักน้า
    #12
    0
  4. #5 ppptyn (@ppptyn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:20
    น้องไทม์น่าสงสาร เอ็นดูหนูลูก สู้ๆ นะมาอยู่ไร่กับอาภู \\ รออ่่านนเลยยชอบบพล็อตแนวนี้
    #5
    0
  5. #4 earnnearn (@earnnearn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:49
    น้องไทม์น่าสงสารจังสู้ๆนะครับเดี๋ยวมันก้ผ่านไปได้
    #4
    0
  6. #3 realshinijan_ (@minthar2010) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:12
    น้องไทม์สู้ๆนะคั้บบบ คุณอาอย่าดุน้องเกินไปน้าา ทำหน้าดุจนน้องกลัวหมดแน้ว
    #3
    0
  7. #2 Pinky Poppy (@kwanchanokpoppy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:39
    ฮือออ หอมหัวน้องไทม์พร้อมกับกอดแน่นๆ ที่สำคัญคือรอติดตามตอนต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะคุณไรท์เตอร์
    #2
    0
  8. #1 dagirlpaix (@dagirlpaix) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:47
    สงสารน้องไทม์ ถ้าครอบครัวไม่ใช่สิ่งที่ทำให้มีความสุขก็แย่อะ หนีเสือจะมาปะคุณภูอิอิ โถ่เอ๊ย ให้น้องเรียกว่าอาภูซะด้วย รอติดตามตอนต่อไปนะคะ
    #1
    0