ตอนที่ 2 : ไร่ภูผา 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    13 ก.พ. 62


เช้าวันใหม่และเสียงไก่ขันที่แสนจะหนวกหูพาให้คนหน้าหวานยู่จมูกด้วยความขัดเคืองใจ เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์คู่ใจก่อนจะเปิดหน้าจอดู หกโมง?

          อาจเป็นเพราะความแปลกที่ถึงทำให้นอนหลับได้ไม่สนิทจึงตื่นเช้าเช่นนี้ สองขายาวตะกุยผ้าห่มผืนหนาร่นลงไปอยู่ปลายเท้าและดีดตัวขึ้นจากที่นอน พร้อมบิดขี้เกียจแบบคนขี้เกียจ หมุนตัวไปซ้ายทีขวาทีเป็นอันเสร็จ

          สดชื่น พร้อมรับวันใหม่

          เมื่อแบกร่างตัวเองออกมาจากห้องนอนเพื่อที่จะไปห้องน้ำก็พบกับคนแปลกหน้า ผู้หญิงรูปร่างอวบกำลังยืนทำอะไรบางอย่างอยู่ที่ครัว ตากลมลอบมองว่าหญิงคนนั้นทำอะไร ทว่าต้องรีบหลบเพราะหล่อนหันมาก่อน แต่ดูเหมือนเธอจะเห็นคนที่หลบอยู่หลังกำแพง จึงละทุกอย่างแล้วมาเอ่ยทักทายเด็กหนุ่ม

          สวัสดีค่ะหล่อนเอ่ยทักทายอย่างเป็นมิตร

          เอ่อ... สวัสดีครับ

          พ่อหนุ่มชื่ออะไรนะ ไทๆ คุณภูบอกป้าก่อนไปสาวใหญ่ขวมดคิ้วครุ่นคิด

          “ไทม์ครับ

          “อ้อใช่ๆ ส่วนป้าชื่อนิด คอยดูแลบ้านหลังนี้ค่ะ

          “ครับ

          “คุณภูบอกไว้ป้าว่าให้คุณไทม์รออยู่ที่บ้าน เดี๋ยวกลับมานะคะพูดจบหญิงวัยสูงวัยหันหลังกลับจะไปตระเตรียมธุระของตน ทว่ามีอีกเสียงรั้งไว้

          “ป้าครับ!!”

          ...เธอสะดุ้งตกใจก่อนหันกลับมาเผชิญหน้าเด็กหนุ่มอีกรอบ

          คือ...ผมอยากไปสวนครับ เห็นข้างหลังมีสวนองุ่นด้วย...เสียงแผ่วเล็ดลอดออกมาจากปากมุบมิบบวกกับหน้าตาออดอ้อนเล็กน้อยนั่นทำให้ป้านึกเอ็นดูจนเธออดใจอ่อนให้ไม่ได้ หล่อนลอบถอนหายใจก่อนส่งยิ้มเอ็นดูแล้วอนุญาตให้เด็กหนุ่มไปตามที่ใจต้องการ

          “งั้นก็ไปอาบน้ำแต่งตัว กินข้าวแล้วป้าจะพาไปค่ะ

          “แล้วนี่คุณอาไปไหนหรอครับคนน่ารักถามพลางสอดสายตามองทั่วบ้าน

          “คุณอา...?

          คุณภูครับ

          “อ๋อ รายนั้นน่ะเข้าสวนตั้งแต่ยังไม่ไก่โห่โน่น เดี๋ยวสายๆ ก็แวะกลับบ้าน บ่ายก็เข้าเมือ... ว้าย ตาเถร!”

          ยังไม่ทันจะจบประโยคป้าก็ส่งเสียงวี้ดว้ายวิ่งหน้าตั้งไปครัวเพื่อปิดแก๊สเนื่องจากน้ำที่เดือดจัดจนทะลักเลอะเทอะเต็มเค้าท์เตอร์ครัว ทำให้หล่อนสาละวนอยู่กับการทำความสะอาด ส่วนทางนี้ก็คงต้องแยกไปจัดการธุระส่วนตัว

         

 

 

 

         

 

 

 

 

 

         

          ป้าๆๆๆ ผู้ได๋น่ะ คือขาวจั๊วะเสียงแหลมของเด็กหนุ่มคนหนึ่งถามขึ้นเมื่อเดินสวนทางกัน พร้อมกับจ้องมาที่ร่างขาวราวหยวกกล้วย เด็กนั่นทำตาแวววาวราวกับไม่เคยเห็นคนแบบเขามาก่อน ดูตื่นเต้นแปลกพิกล

          หลานคุณภู

          “อ้าว บ่ใช่คุณโซ่ติ?เด็กหนุ่มยังถามต่อด้วยความสงสัย หลานแม่นบ่ป้า

          “ไม่ใช่เรื่องของเด็ก เอ็งจะไปไหนก็ไปไป๊ป้าบอกปัดพร้อมกับตีไหล่เด็กหนุ่มเป็นเชิงไล่

          “หลานแม่นติ หน้าตาจังซี่ คุณภูมักอีหลี

          “เอ๊ะ ไอ้จ้อน!” หล่อนหันไปทำหน้าดุใส่เด็กที่ชื่อจ้อน จากนั้นจึงหันมาพูดกับเขา อย่าไปฟังอะไรมันมากเลย เด็กก็อย่างนี้แหละคุณไทม์

          แม้ภายในใจจะมีเรื่องสงสัยเกี่ยวกับคำพูดของจ้อน ถึงจะฟังไม่ค่อยได้ศัพท์แต่ก็ยังพอจับใจความได้นิดหน่อย ตอนนี้จึงทำได้แค่ผงกหัวตอบรับไปส่ง ๆ

         

         

          เดินมาเรื่อยๆ ดวงตาเบิกโพลงราวไข่ห่านเมื่อเจอกับเถาองุ่นเรียงยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา

          “สุดไร่นี่มันอยู่ตรงไหนหรอครับเด็กหนุ่มถามด้วยความตื่นเต้น หญิงกลางคนหัวเราะน้อยๆ ก่อนตอบ

          สุดไร่ก็จะมีน้ำตกค่ะ แต่อันตราย อย่าเที่ยวไปคนเดียวเชียวนะคะ ถ้าจะไปป้าแนะนำให้ขอคุณภู

          เด็กหนุ่มไม่ได้ฟังอะไรมากนักจับใจความได้แต่สุดไร่มีน้ำตก สองขาก้าวยาวพุ่งไปหาพวงองุ่นที่ห้อยอยู่ อยากลองชิมจากเถาดูสักครั้งว่ามันจะอร่อยไหม ปกติก็เคยซื้อกินตามซุปเปอร์ พอมาเห็นแบบอยู่บนต้นของมันแล้วรู้สึกตื่นเต้นพิกล

          องุ่นพวกนี้กินได้หรือยังครับป้าเด็กน้อยช่างสงสัยเอ่ยถาม

          ยังเลยค่ะ ต้องรออีกนิด ถ้ากินตอนนี้มันจะฝาด ไม่อร่อย

          “แล้ว...องุ่นปลูกยากมั้ยครับสองเท้าก้าวเดินไปเรื่อย ทว่าตาก็ยังชื่นชมวิวทิวทัศน์รอบข้าง

          ไม่ยากหรอกค่ะ ถ้าคุณไทม์อยากลองวันหลังลองบอกคุณภูสิคะ

          “ป้าสอนไทม์ไม่ได้หรอครับ

          เธอยิ้มใจดีก่อนที่จะตอบคำถามเด็กหนุ่ม คุณภู เธอเป็นคนเก่งคนนึงเลยค่ะ ถ้าอยากได้ความรู้จริง ๆ แนะนำให้คุณภูสอนดีกว่า เรื่องในไร่ในสวนป้าไม่ค่อยถนัด นานครั้งจะมาช่วยที

          “ไทม์ไม่อยากรู้แล้วก็ได้ครับ

          แค่นึกถึงหน้าบูดๆ ของอีกคนก็พาลแต่จะให้อารมณ์เสีย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          ฮัดเช้ย!!!!!

          จามแรงขนาดนี้ มีใครนินทามึงป่ะ?

          ภูผาได้ยินแต่เลือกที่จะทำเป็นหูทวนลมพร้อมยกแก้วกาแฟดื่มต่อ

          แล้วนี่ไม่กลับไร่? มานั่งจิบกาแฟสบายใจอยู่ร้านกูเนี่ยนะจอมเดชยังตื๊อคุยต่อ

          เรื่องของกู

          “ตอบแบบนี้ด่ากูว่าเสือกเลยดีมั้ยเพื่อน ฮึ!” เขาทำเสียงเง้างอด แถมหน้าพองลมแบบที่คิดว่าน่ารักและแบ๊วสุดกำลังแต่กลับกลายเป็นเรียกฝ่ามือจากคนตรงหน้า

 

 

           เพี๊ยะ

          มึงตบแก้มกูทำไมเนี่ย กูเจ็บ!” จอมเดชโวยวายเสียงดัง ทำหน้าเศร้าแล้วลูบแก้มป้อยๆ     

           อันที่จริงตัวเขาก็ไม่ได้ตีแรงอะไรขนาดนั้น แต่ไอ้เพื่อนตัวดีมันเล่นใหญ่เกินเบอร์

            เลิกทำหน้าแบ๊วเถอะ สงสารกูหน่อยเขาส่ายหัวเอือม จะว่าชินก็ชินหรือจะเรียกว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากับไอ้เพื่อนตัวกวนคนนี้ก็ว่าได้

            กูเห็นน้า มึงยิ้มมุมปากอะ กิ๊วๆ

            เจ้าของไร่องุ่นยกขาขึ้นมาหมายจะถีบเพื่อนซี๊ แต่อีกคนดันรู้ทันหลบได้เสียก่อน

         

 

ภูผาเงียบไปสักพักก่อนเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้า ไอ้จอม

ว่า?

กูเจอ—

 

 

ครืดดดด~ ครืด~

อะ มึงรับโทรศัพท์ก่อนจอมเดชทำท่าผายมือให้ก่อนหลบไปเข้าห้องน้ำ

 

[ คุณภูคะ! คือคุณไทม์ คุณไทม์เค้า.. ] เสียงปลายสายที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นป้านิดที่คอยดูแลบ้านของเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงลนลาน

ใจเย็นๆ นะครับป้า มีอะไรค่อยๆ เล่า

[ เผลอไม่ได้เลยค่ะ คุณไทม์หนีไปเล่นน้ำตกที่ท้ายไร่ ข้อเท้าแพลงด้วยเพราะลื่นตะไคร่ที่เกาะอยู่กับหิน คุณภูรีบมาดูหน่อยนะคะ ตอนนี้ช่วยกันพามาที่บ้านแล้ว ] ป้านิดพูดรัวเร็วราวกับว่าจะลืมบทที่ท่องไว้

ครับ ผมจะรีบไปชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้กับความแสบซนของเพื่อนหลานชาย มือหนาล้วงกระเป๋าควักเงินออกมาจ่ายแล้ววางไว้ที่โต๊ะ ก่อนจะรีบลุกออกไปหาคนเจ้าปัญหา

ในขณะที่จอมเดชเดินออกมาหน้าร้านพอดิบพอดี แต่ก็ไม่ทันที่จะรั้งเพื่อนหน้านิ่งเอาไว้

ไอ้ภู! ไปไหนของมึงวะน่ะ ไอ้ภู!” เขาชะเง้อมองตามรถกระบะคันใหญ่ ขับหายลิบไปจากหน้าร้าน

อะไรของมัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงรถคันใหญ่จอดเทียบหน้าบ้านเรียกความสนใจจากความชุลมุนวุ่นวายภายในบ้าน ที่เคยส่งเสียงโหวกเหวกโวยวาย พอเจ้าเด็กจ้อนบอกว่าคุณภูกลับมาแล้ว ทุกอย่างราวกับถูกสาป ไร้การเคลื่อนไหว ดวงตาจ้องมองเพียงร่างสูงโปร่งที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาภายในตัวบ้าน

คะ คุณภู สวัสดีจ้าจ้อนเอ่ยทักทายแบบเกร็งๆ

ทว่าเจ้าของไร่ไม่สนใจ ภายในสมองตอนนี้มีแต่คำว่าตัวป่วน ตัวยุ่ง ตัวปัญหา เขาทำได้เพียงตำหนิในความคิดว่าเจ้าเด็กนี่ไปคนเดียวไม่ดูทางบ้างหรือไงกันว่าท้ายไร่มันเปลี่ยว หากเพื่อนหลานของเขาเป็นอะไรไป จะไปบอกพ่อแม่ของเด็กว่าอย่างไร เหมือนเอาลูกเค้ามาดูแลแล้วทิ้งขว้างไม่สนใจ

หน้าตานิ่งขรึมพาให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเยือก ป้านิดกับจ้อนรู้งานอย่างดีรีบปลีกวิเวกทิ้งเด็กหนุ่มไว้ลำพังกับเจ้านายมาดนิ่ง ส่วนตัวต้นเหตุได้แต่นั่งอ้าปากพะงาบๆ ยื่นมือออกไปหมายจะรั้งแต่ไม่ทันเสียแล้ว

เจ็บตรงไหนเขาพูดพลางนั่งลงบนพื้นตรงหน้า ส่วนดวงตาเรียวรีกำลังใช้สำรวจข้อเท้าขาว และเจ้าตัวปัญหาของภูผานั่งอยู่บนโซฟาด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน

ไม่... ไม่เจ็บครับ

ข้างไหนไม่ว่าเปล่า มือหนาเอื้อมจับ แต่ยังไม่ทันจะออกแรงอะไรมากเสียงโอดโอยก็ดังมาจากอีกคน

นั่งอยู่เฉยๆ ห้ามขยับ

 

 

หายไปสักพักอาภูกลับมาพร้อมกับกะละมังใบเล็กที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง และผ้าหนึ่งผืน ร่างสูงนั่งลงบนพื้นอีกครั้งจากนั้นมือหนาเอื้อมมาประคองข้อเท้ามาไว้บนหน้าขาของตน คุณอาเจ้าของไร่นำผ้าที่ห่อน้ำแข็งมาประคบตาข้อเท้าที่เริ่มบวมเป่ง ตากลมคอยลอบมองการกระทำที่ไม่เคยได้สัมผัสกลับรู้สึกหวิวในใจ พลางคิดไปว่าในตอนนี้คุณอาน่ะดูใจดี ผิดกับครั้งที่ชอบทำหน้านิ่งใส่

สายไล่สำรวจไปทั่วใบหน้าหล่อ จมูกสันเป็นคมรับกับคิ้วได้รูป ปากเรียวบางที่ส่งให้ใบหน้านี้ดูหล่อเหลาราวรูปปั้นมากขึ้นไปอีก ผิวที่ไม่ได้เรียบเนียนอะไรมากนักแต่กลับดึงดูดแบบน่าประหลาด เด็กน้อยนึกอิจฉาที่คนตรงหน้า ที่คาดว่าอายุน่าจะห่างกันราวสิบปีเหตุใดจึงดูดีได้ขนาดนี้

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คนโตกว่ากำลังเปลี่ยนมาพันข้อเท้าให้เขาอยู่ มัวแต่นึกเหม่อมองไปถึงเรื่องราวไร้สาระ จนไม่ได้สนใจว่าอีกคนกำลังทำอะไร

เสร็จแล้ว อย่าลงน้ำหนักเท้าข้างขวาเยอะ เป็นไปได้ก็พักก่อนอย่าเพิ่งไปไหน

แต่อยู่บ้านผมเบื่อ

ดูโทรทัศน์

คนน่ารักถอนหายใจพลางคิดว่าคนแก่นี่ช่างไม่รู้อะไรซะบ้างเลย

อาภู คือว่า...พาผมไปด้วยไม่ได้หรอเด็กหนุ่มกลั้นใจพูดออกมา แม้ใจจริงจะไม่ได้อยากติดสอยห้อยตามเจ้าของไร่อะไรมากนัก แต่จะให้เขาอยู่บ้านอย่างเดียวก็ได้เฉาตายกันพอดี และเมื่อสองสายตาสบกันก็ได้รับคำตำหนิกลับมา แม้จะไม่ได้พูดแต่เด็กหนุ่มรับรู้ได้ว่าเพราะอะไร ...ครับ

ไว้หายดีก่อน อาจะพาไป

แต่

ไม่มีแต่

ก็ได้ครับเด็กหนุ่มทำหน้างอเป็นปลาทูคอหักอย่างเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ยู่หน้ายู่ปากจนคนแก่กว่าเห็นแล้วอดที่จะส่ายหัวไม่ได้

               ดูก็รู้แล้วว่าเด็กมันเอาแต่ใจ 




#ไร่คุณภู
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #22 KARN_JUNSEOB (@karnlovebeast) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 22:10
    อาภูทำไมดุน้องจังเลยล่ะ สงสารน้องน่ะ
    #22
    0
  2. #18 If_it_rain (@rtatachi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 05:20
    เป็นความหวานที่ไม่หวานมาก แบบละมุนเบาๆ แต่น้องทำไมซนแบบนี้คะ อยู่เฉยๆซี่เจ็บตัวหมดเลย โอ๋ๆ
    #18
    0
  3. #13 SiO2_ss (@kaewkung00) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:35
    ขำพรืดมาตอนจ้อนออกมาเว้าอิสาน ผู้ได๋น่ะคือจาวจั๊วะ55555555555 ชอบบบ แบบอาภูทำไมขี้ดุจังคะ น้องกลัวใหญ่แล้วเนี่ยเห็นมั้ย แต่น้องไทม์ก็แบบซนตังหนู ซนๆ แบบนี้ต้องมีคุณภูไว้ห้ามปรามนะรู้มั้ย
    #13
    0
  4. #11 earnnearn (@earnnearn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:22
    *อาภูอย่าดุน้อง
    #11
    0
  5. #10 earnnearn (@earnnearn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:22
    อาภูอย่ากุน้อง
    #10
    0
  6. #9 ppptyn (@ppptyn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:38
    น้องไทม์อย่าดื้อกับอาภูนะ อาภูอย่าดุน้องนักกก // กรี๊ดอาภูมากกบอกเลยยยย5555555
    #9
    0
  7. #8 realshinijan_ (@minthar2010) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:51
    เด็กวัยกำลังอยากรู้อยากเห็นเลย เอ็นดูน้องไทม์ แงงง แต่ต่อไประวังหน่อยน้าาา คุณอาภูก็ตีหน้านิ่งไปงั้น แต่การกระทำอบอุ่น พวกป่ากแข็งแต่ใจดี อุแงงง อาขา
    #8
    0
  8. #7 Pinky Poppy (@kwanchanokpoppy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:24
    โอ้โห -น้องจ้อน มาเอาเงินที่พี่ไปเลยค่ะร้อยนึง พูดจาได้ถูกใจพี่มากเลย 5555555 ขนาดเด็กยังรู้นะคะอาภู ได้โปรดอย่าตีหน้าเข้มให้มาก เดี๋ยวเด็กชังขี้หน้าไม่รู้ตัวด้วยนะ
    #7
    0
  9. #6 dagirlpaix (@dagirlpaix) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:58
    โอ้ยขาวจั้ว คุณภูชอบแม่นบ่ น้องไทม์ทำไมซนจังเลยอะคับ ฮึ นึกว่าคุณอาภูจะดุซะอีก
    #6
    0