ตอนที่ 4 : ไร่คุณภู 04

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 115
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    13 มี.ค. 62

“คุณไทม์สิให้จ้อนนอนหม่องใด๋จ๊ะ?” เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยความสงสัย

“หม่อง?”

“จ้า บ่อนนอนน่ะ”

“คือยังไงหรอจ้อน พี่ไม่เข้าใจ”

“ฮ่วย คุณคนขาวนี่ก็ดาย สิให้จ้อนนอนหม่องนี่ หรือหม่องนี่?” มือผอมชี้ให้อีกคนดูที่พื้นกับบนเตียง

“อ๋อ บนเตียงก็ได้ นอนด้วยกันนี่แหละ”

เมื่อได้ยินคำอนุญาติ ไม่รอช้าเด็กหนุ่มกระโดดขึ้นเตียงกว้างม้วนตัวกลิ้งไปกลิ้งมาราวกับไม่เคยนอนบนเตียงนุ่มมาก่อน

“นุ่มหล๊ายหลายยยยยย”

ธาราเอาแต่ยืนมองการกระทำแสนน่ารักที่เพิ่งเจอ พร้อมกับหัวเราะคิกคักไปด้วย


หลังจากปิดไฟแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอน แต่สายตาแวววับที่เด่นชัดในความมืดทำให้เขาต้องหันไปถามเด็กน้อยที่นอนอยู่ข้างกัน

“มีอะไรหรือเปล่าจ้อน”

“คุณไทม์นี่เป็นตาซังเนาะ ”

“หือ?”

“น่าฮักน่าซังจ้า”

“อ่า หรอ…”

คนถูกชมถึงกับไปต่อไม่ถูก ขัดเขินราวกับเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่ก็ได้ยินมาตั้งหลายครั้ง















--บ้านจอมเดช


“แล้วมึงก็ไปหาเค้า?”

“อือ”

“ใจอ่อนแล้ว?”

“เปล่า แค่เดือดร้อนนิดหน่อยก็เลยไปช่วย”

“แน่หร้ออออ” จอมเดชหรี่ตาใส่เพื่อน

ชายหนุ่มเบื่อที่จะตอบคำถามพวกนั้นเต็มทน จึงทำได้แต่ยกน้ำสีอำพันเข้าปากซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“กระดกรัวขนาดนี้เดี๋ยวก็เมาเร็วหรอกไอ้ภู” ใบหม่อนหนึ่งในเพื่อนสนิทของภูเอ่ยขึ้น

“ปล่อยมัน” จอมเดชตอบ

“แล้วที่ไร่มึงตอนนี้เป็นไง เห็นว่าไม่ค่อยดี”

“ก็เครียดนิดหน่อย ช่วงนี้กูยุ่งๆ เพราะมีคนต้องดูแลด้วย”

“ใครวะ” จอมเดชแทรก

เขาไม่ตอบ เพียงแต่มองหน้าเพื่อนที่ยื่นเข้ามาใกล้ ผลักหัวออกไปคล้ายรังเกียจ

“มึงมีใครต้องดูแลเนี่ย ป้านิดหรอ อย่าบอกนะว่ามึงจะเอาป้าทำเมีย”

“เมียพ่อมึงสิ ไอ้เวร!”

“นี่มึงเล่นแม่กูเลยใช่มั้ย ห๊ะ!!” จอมเดชลุกขึ้นโวยวาย ภูผาได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอา

เอ้อ เรื่องเล่นใหญ่ไว้ใจมันจริงๆ

นั่งคุยกันสักพักจอมเดชขี้โวยวายก็ขอตัวลุกไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้เพื่อนทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพัง

“ไอ้ภู” ใบหน้าหล่อหันไปตามเสียงเรียกของหม่อน

“ว่า?”

“ถ้ามึงอยากกลับไปคบกับคินก็ไม่ว่านะ”

“อืม.. ก็ยอมรับว่าคิดถึง แต่จะให้กูกลับไปคบอีกรอบก็ไม่เอาอะ”

“...”

“ให้ไปทั้งใจ แต่โดนเขาทำลายไม่มีชิ้นดี”

“แต่ขอเตือนว่าอย่าทำตัวใจดีจนเกินไป”

“เออ รู้น่า”















ไร่ภูผา


“หากุญแจเจอยังไอ้หม่อน แม่งตัวก็ผอมแต่ทำไมหนักวะ” จอมเดชโวยวาย

“เออ เจอแล้ว กำลังจะไปเปิดระตูเนี่ย ขี้บ่นจริง”

“เร็ว หนัก!”

“เออๆๆๆ” ใบหม่อนรีบจ้วงเท้านำไปที่ประตูหน้าบ้านในทันทีที่จอมเดชหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะคนที่หมดสติทิ้งน้ำหนักตัวเต็มที่

หลังจากเปิดประตูเข้ามาได้ มือใหญ่ควานหาสวิชต์ไฟในความมืดพลางประคองเพื่อนไร้สติไปด้วย แต่ไอ้ภูผามันเริ่มไหลไปตามแรงโน้มถ่วงแล้วก็ต้องปล่อยให้นอนกับพื้นไปซะ แบกไว้ก็เสียงพลังงานเปล่า



ทางด้านเด็กหนุ่มหน้าหวานที่กำลังหลับฝันเป็นอันต้องตื่น เพราะได้ยินเสียงกุกกักมาจากด้านนอก ตัวเขามั่นใจแน่นอนว่าล็อคหมดแล้ว เช็คกับจ้อนอย่างดีก่อนที่จะล้มตัวลงนอน

“จ้อน.. จ้อนๆ” มือเรียวจับไหล่พร้อมเขย่าร่างหวังให้อีกคนรู้สึกตัวเช่นเดียวกัน

“อือออออ”

“จ้อน ลุกเร็ว”

“อือออ จั๊กแปป”

เห็นท่าคนที่อยู่ในห้วงนิทราจะไม่ตื่นง่ายๆ ก็ต้องใช้ไม้ตายเท่านั้น

“จ้อน ไฟไหม้!”

“ห้ะ!! ไฟไหม้!!” หนุ่มน้อยสะดุ้งตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความตื่นกลัว คนน่ารักอดหัวเราะคิกคักไม่ได้

อันที่จริงไม่อยากจะปลุกสักเท่าไหร่ แต่จะให้เดินไปดูคนเดียวก็กลัวเกินกว่าจะไปได้


มือเรียวเปิดประตูอย่างช้าๆให้เกิดเสียงน้อยที่สุดพร้อมชะโงกหน้าออกไปดูก็พบว่าตรงห้องนั่งเล่นไฟเปิดสว่าง ส่วนเด็กตัวเตี้ยกว่าเดินงัวเงียตามหลัง

ธาราถอนหายใจ อย่างน้อยก็คงไม่ใช่ขโมย


“จ้อนจะไปนอนก็ได้นะ น่าจะไม่มีอะไร”

“เอ้า แล้วคุณไทม์สิปลุกจ้อนมาทำหยัง”

“แฮ่ะ กลัวเป็นขโมยอะ แต่คงไม่ใช่หรอก”

ร่างสูงโปร่งในชุดนอนกำลังจะเดินออกไปแต่โดนขัดด้วยเสียงทักของคนในห้อง

“แล้วคุณไทม์สิไปไสจ๊ะ?”

“ไปดูคุณอา น่าจะกลับมาแล้ว”





เด็กหนุ่มเดินตามแสงไฟส่องสว่างไปจนถึงห้องนั่งเล่น แต่ก็พบกับความว่างเปล่า ไม่มีคนที่เด็กหนุ่มคาดว่าจะกลับมา จากความใจชื้นแปรเปลี่ยนเป็นความกลัวเริ่มเกาะกุมในใจขึ้นมาทีละนิด

“คุณอา..”

“...”

“อาภูครับ”

ปากอิ่มลองขานชื่อเผื่อจะมีเสียงตอบรับ แต่ก็ไม่ ไม่มีเสียงอะไรนอกจากเสียงลมหายใจของเขาเอง

หัวใจเริ่มเต้นรัวเร็ว ดวงตาทั้งสองสำรวจทั่วห้อง สองเท้าขยับถอยหลังเตรียมจ้ำอ้าวกลับห้อง ทว่าโสตประสาทรับรู้ถึงเสียงบางอย่าง เป็นเสียงของคนที่กำลังคุยกันแต่จับใจความไม่ได้ ธารามองหาอาวุธติดมือเอาไว้เผื่อยามคับขัน สายตาสะดุดกับกีต้าร์โปร่งที่วางไว้ข้างผนังใกล้ทีวี คว้าสิ่งใกล้มือมาถือไว้แล้วเข้าไปหลบอยู่หลังโซฟา โผล่ออกมาเพียงลูกตาไว้สอดส่อง

เสียงเปิดประตูออกมาจากห้องไหนสักห้อง มือเรียวจับกีต้าร์แน่น เสียงคุยกันชัดขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อเริ่มออกมือด้วยความกังวล อีกทั้งพวกมันยังมีสองคน ถ้าเขาออกไปตอนนี้จะสู้ได้หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าต้องฟาดใครสักคนแล้ววิ่งหนีกลับเข้าห้องไปโทรแจ้งตำรวจน่าจะดีที่สุด

นั่นคือสิ่งที่คิดไว้

แต่ความเป็นจริงคือโผล่ออกไปหมายจะฟาดกีต้าร์ลงไปที่ผู้ชายสองคนกำลังเดินมาทางห้องนั่งเล่นเพื่อออกประตูหน้าบ้าน แต่ก็ต้องชะงักมือเพราะหนึ่งในนั้นร้องเสียงหลงเสียจนธาราเองก็ยังงุนงงว่าสรุปใครเป็นโจร

“อ๊ากกกกกกกกกกก!!!!” จอมเดชคนขี้โวยวายหลับตาปี๋เพราะคิดว่าจะโดนตี

“โอ้โห นึกว่าจะโดนฟาดด้วยกีต้าร์ซะละ” ใบหม่อนที่ได้สติคืนกลับมาก่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก

“...” เด็กหนุ่มยังคงถือกีต้าร์ค้างไว้มองหน้าสองคนสลับไปมาดูหน้าแล้วก็คงจะไม่มีพิษสงอะไร แถมยังดูอายุมากกว่าตนเยอะ

“วางกีต้าร์ก่อนมั้ย คือพวกเราเป็นเพื่อนภูผา” ใบหม่อนพูดกล่อม และก็เป็นผลหัวกลมพยักหน้ารับรู้ พร้อมแขนเล็กค่อยๆลดระดับกีต้าร์ลงจนวางมันพิงไว้ที่ข้างตัว

“เพื่อนอาภูหรอครับ”

“เอ้า มันไม่ได้มีไอ้โซ่เป็นหลานคนเดียวหรอวะ” จอมเดชหันไปพูดกับเพื่อนตน

“มึงอย่าเพิ่งขัด”

“แล้วอาภูไปไหนล่ะครับ”

“อ๋อ มันเมา ก็เลยแบกมาส่งที่บ้าน”

“อ่า ครับ”

“แล้วเราล่ะเป็นใคร” จอมเดชผู้ใฝ่รู้ถาม

“เพื่อนโซ่ครับ”

“อ๋อ โอเคๆ งั้นพวกอากลับแล้วนะ มาส่งภูเฉยๆ” ใบหม่อนตัดบทพร้อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ส่วนเด็กหนุ่มยิ้มรับ

มือหนาดึงเพื่อนให้ออกมาจากบ้าน ขืนอยู่นานกว่านี้เด็กคนนั้นคงจะโดนถามจนพรุน

แต่คำหนึ่งที่ใบหม่อนนึกขึ้นมาได้ว่าภูผามีคนที่ต้องดูแล

ถ้าหาหว่าเขาคิดไม่ผิด… อาจเป็นคนที่เพิ่งเจอเมื่อครู่ เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม เห็นเพียงคราแรกยังรู้สึกวูบไหว ดวงตากลมโต ใบหน้าเรียวรีแต่มีพวงแก้มน่ารัก คิ้วเป็นทรงสวย จมูกโด่งรับกับใบหน้า และพ่วงด้วยปากอิ่มสีชมพู ทุกอย่างลงตัวไปหมด




เด็กหนุ่มถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาที่ห้องนอนใหญ่ เจ้าของห้องกำลังนอนผ่อนลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะบางเบา

เอามาส่งก็คือเอามาส่งจริงๆ รองเท้าก็ไม่ถอดให้

เห็นดังนั้นไม่รอช้า เด็กหนุ่มจัดการถอดรองเท้าและถุงเท้าออกให้ก่อนที่จะจัดท่านอนอีกคนรู้สึกนอนสบายขึ้น ไม่ทันที่จะหันหลังเพื่อไปเตรียมผ้าและน้ำมาเช็ดตัวก็ถูกมือหนารั้งไว้เสียก่อน

อาภูนั้นยังหลับสนิททว่ามือนั้นบีบเขาแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ เด็กหนุ่มรีบแกะมือนั้นแล้วไปตระเตรียมของ

ไม่รู้ว่าคนเมาไปโกรธอะไรมา ทำไมต้องบีบมือเขาแรงจนเป็นรอยแดงอยู่พักหนึ่ง

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ


มือเรียวบิดผ้าจุ่มน้ำให้หมาด พับเป็นสี่เหลี่ยมแล้วซับลงบนใบหน้าจนทั่ว เลื่อนลงมาที่คอ จากนั้นจุ่มผ้าลงในน้ำแล้วทำแบบเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้เช็ดที่แขนและตามร่างกายส่วนอื่น ๆ ซึ่งให้บอกตามตรงว่านี่ก็เป็นครั้งแรกที่ทำให้ ที่จริงก็ไม่รู้ว่าต้องดูแลคนเมายังไง ล้วนแต่ดูมาจากในหนังในละครทั้งสิ้น

เช็ดตัวให้เสร็จสรรพ เด็กหนุ่มชั่งใจอยู่พักนึงว่าควรเปลี่ยนชุดด้วยดีไหม แต่สุดท้ายก็กลัวอีกคนจะนอนไม่สบาย ตัดสินใจเปลี่ยนแค่เสื้อแล้วกัน ส่วนกางเกงนี่ขอผ่าน

ซึ่งกว่าจะเปลี่ยนเสร็จก็คือต้องพลิกประมาณสามสิบแปดตลบ เป็นคนเมาที่มืออยู่ไม่นิ่งเลย ปัดป่ายไปทั่วไม่ยอมให้เปลี่ยน

ตอนตื่นก็หน้าดุ ตอนเมายังจะดื้ออีก

กว่าจะเปลี่ยนเสร็จก็ทำเอาเด็กหนุ่มเสียพลังงานไปเยอะ









“คุณภู สายแล้วค่ะ” ป้านิดเขย่าตัวนายจ้างเบาๆ

“อืออ”

“แปดโมงแล้วนะคะคุณภู”

“ห้ะ!”

เจ้าของไร่ลุกพรวดในทันทีที่สิ้นเสียงป้านิดพร้อมดูนาฬิกา

“ป้า ผมยังไม่ได้ไปให้-”

“อันนั้นเรียบร้อยแล้วค่ะ”

“แล้วก็ยังไม่-”

“ตอนนี้กำลังเก็บองุ่นกันอยู่ค่ะ เดี๋ยวเขาจะเข้ามาเอาวันพรุ่งนี้”

“อ่อครับ”

“พักบ้างสักวันก็ดีนะคะ พาคุณไทม์เธอไปเปิดหูเปิดตาบ้าง เมื่อคืนก็น่าจะอยู่ดูแลคุณภูถึงได้หลับผล็อยข้างๆเตียง”

ภูผาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นความฝันเมื่อคืนกลับเป็นจริง

“งั้นวันนี้ผมขออู้สักวันนะครับ”

“ค่ะ เดี๋ยวป้าดูให้”




หลังจัดการธุระส่วนตัวเสร็จสรรพเตรียมจะไปเคาะประตูห้องนอนของเพื่อนหลาน ทว่าต้องชะงักเพราะอีกคนดันเปิดประตูเสียก่อน เด็กหน้าหวานตกใจนิดหน่อยที่เจอคนอายุมากกว่าในตอนนี้ เจ้าของไร่จึงได้แต่ยืนจังก้าทำท่าแปลกๆ จากกำปั้นที่ยกขึ้นมาก็ต้องแบมือออกแล้วเอาไปลูบท้ายทอยแก้เก้อแทน

“แล้ว.. เอ่อ... ดีขึ้นหรือยัง”

“ดีขึ้นเยอะแล้วครับ จ้อนช่วยนวดช่วยประคบให้เมื่อวาน”

“อืม งั้นจะได้พาไปทัวร์รอบไร่”

“อะไรนะครับ” เด็กหนุ่มทวนประโยคอย่างไม่เชื่อหูตน

“จะพาไปดูว่าไร่ภูผามีอะไรบ้าง”

สิ้นประโยคของภูผา ธารายิ้มกว้างจนดวงตากลายเป็นจันทร์เสี้ยวอีกทั้งยังเผยลักยิ้มข้างแก้มจนคนเห็นไม่สามารถละสายตาออกจากรอยยิ้มอันแสนสนใสนั้นได้




#ไร่คุณภู




จดหมายโน้ยจากคนเขียน : ขอให้เอนจอยควัฟฟฟฟ แล้วก็ขอบคุณที่รอฟิคเรานะคะ ฮื่อ มาไม่บ่อย แต่ไม่ทิ้งแน่นอนฮะ

ยังไม่ได้ตรวจคำผิดเลยค่ะ เดี๋ยวมาอีดิทเน้อ ;___;
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #35 KARN_JUNSEOB (@karnlovebeast) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 09:42
    ดีใจจัง น้องจะได้ไปเที่ยวแล้ว อาภูใจดีกับน้องหน่อยน่ะ
    ว่าแต่คินนี้คือใครที่ทำให้อาภูเมาขนาดนี้
    #35
    0
  2. #28 SiO2_ss (@kaewkung00) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 07:07
    คินคือใครรร แฟนเก่าอาภูหรอ นี่แบบแอบคิดเลยนะว่าที่จ้อนเคยพูดเมื่อตอนนู้นว่าคุณภูชอบขาวๆ แบบน้องไทม์นี่แหละหมายถึงคนชื่อคินหรือเปล่าหนอ // อ่านจอนจ้อนพูดอีสานกับน้องไทม์แล้วน้องไทม์งง คือเอ็นดูน้องอะ ความฟังไม่ออก แต่หนูเป็นตาชังแท้นะค้าบ 😊 // ตอนใบหม่อนเจอน้องไทม์ละบอกหัวใจวูบไหวคืออิชั้นคิดไปเองมั้ยคะ ไม่ม้างงง ไม่น่าใช่มั้งงงง // รออ่านตอนคุณภูพาชมไร่น้า อยากเห็นฉากเล่นน้ำตกกันจังเลย มันคงจะขาว แค่กๆๆๆๆๆ หมายถึงสนุกน่าดูเลยเนอะะะะ 😂😂😂😂
    #28
    0
  3. #27 earnnearn (@earnnearn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 06:08
    เย้น้องได้ไปเที่ยวแล้ว
    #27
    0
  4. #26 dagirlpaix (@dagirlpaix) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 05:29
    ได้ไปเที่ยวด้วยกันแล้วน้า งุ้ยคุณภูอะไรกับคนเก่าอยู่หรอ!!!! ใช่ๆๆๆๆๆๆๆ อย่าใจดีเกินไปนะ!!!! ชอบความเล่นใหญ่ของจอมเดชจริง
    #26
    0
  5. #25 realshinijan_ (@minthar2010) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 01:51
    เขาจะได้ไปเที่ยวด้วยกันแล้ววววว อยากให้รู้จักกันมากกว่านี้ ฮือออออ รอเลยค่ะ
    #25
    0
  6. #24 Strawberry Sundae_ (@Permelia_P) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 01:19
    ตอนหน้าทัวร์ไร่องุ่นกับคุณภูพา รอเลยค่ะ!!! ในที่สุดก็มีวันที่เค้าจะคุยกันได้หลายๆประโยคสักที แต่ที่แน่ๆตอนนี้รู้สึกตกหลุมรักคุณจอมเดชเฉยเลย 55555 น่ารักดีค่ะคาแรคเตอร์นี้
    #24
    0