บิ๊กดาต้าจากอุปกรณ์สวมใส่ช่วยแจ้งเตือนแนวโน้มโรคโควิด-19 ระบาด
ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป

บิ๊กดาต้าจากอุปกรณ์สวมใส่ช่วยแจ้งเตือนแนวโน้มโรคโควิด-19 ระบาด
เกริ่นเรื่อง:
20 พ.ค. 63 , View: 15 , Post : 0


Huami เปิดเผยผลการวิจัย พบบิ๊กดาต้าจากอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะช่วยแจ้งเตือนแนวโน้มใหม่ ๆ เกี่ยวกับโรคโควิด-19 


ผลการศึกษาทางวิชาการชี้ให้เห็นบทบาทของอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ ในการแจ้งเตือนการแพร่ระบาดและการบริหารจัดการระบบสาธารณสุขตั้งแต่เนิ่น ๆ
 
 
ในรายงานวิจัยล่าสุดหัวข้อ Learning from Large-Scale Wearable Device Data for Predicting Epidemics Trend of COVID-19  ซึ่งเผยแพร่โดยฉบับพิเศษ[1]จากวารสารทางวิทยาศาสตร์เจ้าหนึ่ง[2] Huami ได้แสดงให้เห็นศักยภาพในการบริหารจัดการสุขภาพของอุปกรณ์สวมใส่ รวมถึงบทบาทสำคัญของอุปกรณ์เหล่านี้ในการแจ้งเตือนการแพร่ระบาดและระบบสาธารณสุขตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้เบาะแสใหม่ ๆ ในการจัดตั้งระบบเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในวงกว้าง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและคาดการณ์ทางสาธารณสุข[3]
 
 
การวิจัยนี้[4]ได้รับการสนับสนุนจาก Huami Corporation ซึ่งได้มีการกำหนดโมเดลการคาดการณ์ขึ้นโดยใช้บิ๊กดาต้าและอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ สิ่งนี้ก่อให้เกิดแนวทางใหม่ในการคาดคะเนแนวโน้มการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
 
 
การวิจัยดังกล่าวดำเนินการภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของ Huami และการปกป้องข้อมูล นักวิจัยได้เก็บข้อมูลอัตราหัวใจเต้น กิจกรรมทางกายภาพ การนอน และข้อมูลทางสรีรวิทยาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาการข้างต้น โดยเป็นข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ จนได้ข้อมูลที่ลบตัวบ่งชี้ออกไปจากเซ็นเซอร์ของผู้สวมใส่อุปกรณ์ Huami ราว 1.3 ล้านคน ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2560 ถึงวันที่ 8 เมษายน 2563 ตามมาตรการควบคุมความปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ผู้ใช้งานทุกรายได้รับการชี้แจงแล้วว่า ข้อมูลของพวกเขาที่ลบตัวบ่งชี้ออกไปแล้วอาจนำไปใช้ในการวิจัยทางวิชาการ[5]
 
 
ผลการวิจัยพบว่า เมื่ออุณหภูมิร่างกายขึ้นทุก 1 องศาเซลเซียส อัตราการเต้นของหัวใจก็จะเพิ่มขึ้นประมาณ 8.5 bpm[6] และเมื่อประเมินจากข้อมูลดังกล่าวแล้ว การที่อัตราหัวใจเต้นเพิ่มขึ้นจากอาการไข้ที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 หรือโรคที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเฟ้นหาแนวทางตรวจจับความผิดปกติทางสรีรวิทยา
 
 
นักวิจัยของ Huami ได้กำหนดเกณฑ์ประเมินความผิดปกติของอัตราการเต้นของหัวใจขณะพักไว้ที่ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.5 เหนือจากค่าเฉลี่ยของแต่ละบุคคลเป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน และระยะเวลานอนมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานไม่น้อยกว่า 0.5 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย

 
ผลการวิเคราะห์โมเดลคาดคะเนพบว่า ในเมืองอู่ฮั่น ปักกิ่ง เซินเจิ้น เหอเฟย และหนานจิง มีการพบช่วงการแพร่ระบาดชัดเจนในเส้นโค้งคาดคะเนอัตราการติดเชื้อของแต่ละเมือง ซึ่งสอดคล้องกับการแพร่ระบาดจริงในแต่ละเมือง

 
ยกตัวอย่างเช่น ที่เมืองอู่ฮั่น อัตราการติดเชื้อที่คาดการณ์จากแบบจำลองดังกล่าวแตะระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 28 มกราคม ขณะที่จำนวนผู้ป่วยได้ทีรับการยืนยันรายใหม่ของเมืองอู่ฮั่น แตะระดับสูงสุดจริง ๆ เกือบ 2,000 รายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ โดยอัตราการติดเชื้อที่คาดไว้ว่าจะแตะระดับสูงสุดนั้นถึงจุดสูงสุดก่อนเกิดขึ้นจริง 10 วัน
 
 
เมื่อพิจารณาถึงช่วงห่างระหว่างการติดเชื้อโควิด-19 กับการแสดงอาการและการวินิจฉัยแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จากแบบจำลองดังกล่าวยังสอดคล้องกับผลการศึกษาโควิด-19 ย้อนหลัง ซึ่งดำเนินการโดยศูนย์ Chinese Center for Disease Control[7]
 
ความพยายามที่เพิ่มขึ้นในการสู้กับโรคโควิด-19 และการจัดการด้านสุขภาพ
 
นอกจากงานวิจัยทางวิชาการจาก Huami แล้ว ทางบริษัทยังคงเดินหน้าความพยายามตามพันธกิจ Connect Health with Technology โดยบริษัทได้บริจาคเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์มูลค่า 11.5 ล้านหยวนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

 
Amazfit ซึ่งเป็นแบรนด์ของ Huami ได้เริ่มพัฒนาหน้ากากอนามัย N95 แบบใสในชื่อ Amazfit AERI เพื่อช่วยยกระดับการบริหารจัดการทางการแพทย์และการป้องกันการแพร่ระบาดทั่วโลก ผลิตภัณฑ์คอนเซปต์นี้ประกอบด้วยที่ครอบแบบใสพร้อมคุณสมบัติกันฝ้าและโครงหน้ากากแบบโปร่งแสง ซึ่งทำให้มองเห็นสีหน้าของผู้สวมใส่ ส่งผลให้รู้สึกสบายใจมากขึ้นแม้ต้องเว้นระยะทางสังคม ทั้งยังทำให้ผู้สวมใส่ปลดล็อกมือถือด้วย Face ID ได้ด้วย นอกจากนี้ Amazfit AERI ที่ล้ำสมัยยังสามารถทำความสะอาดด้วยตัวเองและคงอยู่นานหลายสัปดาห์ และในเดือนเมษายนที่ผ่านมา Amazfit X Smarch สุดล้ำสมัย ที่มีจอแสดงผล AMOLED แบบโค้ง และดีไซน์ไร้ปุ่มกด ได้เปิดขายผ่านการทำคราวด์ฟันดิง ซึ่งสร้างประสบการณ์เหนือชั้นแก่ผู้ใช้งานเช่นกัน
 
 
ในเรื่องของการต่อสู้กับโรคโควิด-19 Huami ยังได้จับมือเป็นพันธมิตรกับศูนย์ China National Clinical Research Center of Respiratory Disease (NCRCRD) และสถาบัน Guangdong Nanshan Medical Innovation Institute ซึ่งนำโดยนายแพทย์จงหนานซาน เพื่อสร้างห้องปฏิบัติการอุปกรณ์อัจฉริยะ ห้องปฏิบัติการดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะของ Huami และอัลกอริทึมประมวลผลอันทรงพลัง เพื่อช่วยผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่หายดีแล้วในการติดตามอาการและดูแลตนเองผ่านแพลตฟอร์มบิ๊กดาต้าอย่าง NCRCRD
 
 
[1] Cognitive Modeling of Multimodal Data Intensive Systems for Applications in Nature and Society (COMDICS)
 
[2] Discrete Dynamics in Nature and Society https://www.hindawi.com/journals/ddns/2020/6152041
 
[3] อุปกรณ์สวมใส่ของ Huami ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ และไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อใช้ในการวินิจฉัยหรือติดตามอาการทางการแพทย์
 
[4] ความพร้อมใช้ของข้อมูล: ข้อมูลเซ็นเซอร์ในการวิจัยนี้ไม่สามารถแบ่งปันได้เนื่องด้วยความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แต่สามารถทำข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลสถิติระดับภูมิภาคที่ลบตัวบ่งชี้ออกไปแล้วเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ
ผลประโยชน์ทับซ้อน: ผู้นิพนธ์การวิจัยนี้ขอประกาศว่า ตัวผู้นิพนธ์ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการตีพิมพ์รายงานฉบับนี้
 
[5] อ้างอิงจาก https://www.hindawi.com/journals/ddns/2020/6152041
 
[6] ข้อมูลจากการวิจัยอาการไข้และจังหวะการเต้นของหัวใจ, L. Faust, K. Feldman, S. M. Mattingly et al., "Deviations from normal bedtimes are associated with short-term increases in resting heart rate," Npj Digital Medicine, vol. 3, no. 1, pp. 1–9, 2020.
 
[7] The New England Journal of Medicine (NEJM): https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMoa2001316


 
 

รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20200519/2807737-1
 
คำบรรยายภาพ - Huami: โมเดลคาดคะเนแนวโน้มการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1

    ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    12150
    Comments
    16
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog