กระซิบสวาท (จำหน่ายทางอีบุ๊คแล้วค่ะ)

ตอนที่ 28 : Chapter 7 เลขาฝึกหัด (80%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    9 ธ.ค. 60

Chapter 7
เลขาฝึกหัด (80%)



          ภัทรนนท์พยายามปลอบด้วยการคว้ามือนุ่มมากุมเอาไว้ หากแต่ว่าหล่อนกลับชักหนีไม่ให้เขาถูกตัว หยาดน้ำตาที่ไหลรินบาดลึกลงไปในความรู้สึกขมปร่า เขารู้สึกผิดจนไม่มีถ้อยคำใดๆ มาแก้ตัว หากไม่ทำลงไปแบบนั้น ก็คงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น มันคือบทเรียนที่เขาต้องจดจำว่าทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไป ทำอะไรต้องระวังตัวมากกว่าเดิมหลายเท่า เพราะขบวนการล่าแม่มดนั้นแฝงตัวอยู่ทั่วทุกซอกหลืบ คนพวกนี้จะรอเหยียบย่ำซ้ำเติมคนที่ถูกตีจนล้ม ไม่ว่าจะเคยทำเรื่องดีๆ มาหรือไม่ หากผิดเพียงครั้งก็จะถูกประนามกลายเป็นคนเลวของสังคมทันที ถูกสาดสีดำเข้าใส่จนเป็นตราบาปติดตัวไปจนวันตาย

           "ปลากริมอยากกลับบ้าน ขอลากลับได้มั้ยคะ..."

           "ถ้าจะกลับเดี๋ยวพี่ไปส่ง ต่อไปนี้ไม่ต้องขึ้นรถไปไหนมาไหนเองอีกแล้ว"

           "ไม่ต้องค่ะ พี่ภามทำงานไปเถอะไม่ต้องมาสนใจคนไร้ตัวตนคนนี้...ในเมื่อ..."

           หล่อนตัดสินใจไม่พูดมันออกมา จากที่จะบอกเขาว่าหล่อนรู้หมดแล้วเรื่องสัมพันธ์ที่ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานระหว่างเขากับรุ้งลาวัลย์...เพียงแค่คิดความจริงก็ตอกย้ำใจให้ความเจ็บปวดถาโถม มันเจ็บเพราะความชิดใกล้ในขณะที่เขาเองก็มีคนในหัวใจอยู่แล้วทั้งคน และหล่อนคือคนมาทีหลัง ไม่อาจทำได้หากจะแย่งของคนอื่นมาเป็นของตน

           "ขอร้องนะคะ อย่าทำแบบนี้ หากมีใครอยู่แล้วก็ปล่อยปลากริมไป อย่ามายุ่งวุ่นวายกันอีกเลย"

           "ปลากริม..."

           แววตาของหล่อนฉายแววบางอย่าง มันไม่ใช่แววตาของความโกรธขึ้ง เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนลึกอยู่ข้างใน หล่อนส่งผ่านความเจ็บปวดนั้นมาถึงเขา  คล้ายต้องการใช้แทนความ

ในใจที่ไม่อาจอธิบายเป็นถ้อยคำใดๆ ออกมา

           มันคือความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกยามปล่อยให้หล่อนกลับไปทั้งที่ยังขุ่นเคืองใจกัน ใครบางคนว่าไว้ น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวางเพราะจะพังกันทั้งหมด เขาจะรอให้ความโกรธนั้นทุเลาลงแล้วค่อยคุยปรับความเข้าใจกันใหม่...นึกแปลกใจตัวเอง ทำไมถึงแคร์หล่อนมากมาย แคร์คนที่ใจร้องบอกว่าหล่อนไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นที่เขาเฝ้ารอ

           "ถ้าฉันเป็นปลากริม ฉันจะตบนายสักฉาดให้เลือดกลบปากกินข้าวไม่ได้ไปหลายวัน บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำมือไวใส่เธอ อย่าทำหมาหยอกไก่ถ้าไม่ได้คิดจะจีบเธอมาเป็นแฟน แล้วเป็นไงล่ะ อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นคนดังโดยไม่รู้ตัว"

           พีรพลเอ่ยด้วยน้ำเสียงซีเรียสจริงจัง มองคนที่นั่งทำหน้าเครียดอยู่ตรงหน้าพร้อมผ่อนลมหายใจเครียดตาม เหตุการณ์นี้เขาไม่ตลกด้วยเลยสักนิด เพราะมันคือความเสื่อมเสียที่ฝ่ายหญิงรับคำด่าไปเต็มๆ

           "ฉันสนับสนุนให้นายฟ้องเอาเรื่องคนถ่ายคลิปให้ถึงที่สุด ไปแจ้งความไว้เลย เห็นหน้านายและปลากริมชัดขนาดนี้ เข้าข่ายทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและทำให้ได้รับความอับอาย"

           "นั่นสิ พวกชอบถ่ายชาวบ้านมาประจานต้องโดนดัดหลังเสียบ้าง คราวหน้าคราวหลังจะได้คิดก่อนถ่าย คนพวกนี้บางทีก็ว่างเกิน ยอมเสียเวลาไปแจ้งความเถอะ ไหนๆ ก็โดนด่าเละไปแล้ว"

           ศราวุธสนับสนุนความคิดตะวันวาด เขารู้สึกสงสารสุดที่รักที่ต้องมารับเคราะห์  จากที่ภัทรนนท์เล่าให้ฟัง  เข้าใจดีว่าความรู้สึกที่

เต็มไปด้วยความอับอายนั้นบั่นทอนจิตใจมากเพียงใด

           "ที่แน่ๆ นายต้องรีบไปขอโทษทางบ้านของเธอเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ยอมรับผิดแบบแมนๆ จะแก้ตัวว่ากลัวเธอล้มหรืออะไรก็ว่าไป อย่าทำให้ผู้ใหญ่ต้องผิดใจกัน"

           "เฮีย ช่วยคิดหน่อย ถ้าจะง้อให้หายโกรธต้องทำยังไง นะครับเฮีย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญปราดเปรื่องเรื่องแผนการ ช่วยผมคิดหน่อยว่าผู้หญิงจะหายโกรธง่ายๆ ต้องใช้อะไรไปง้อ"

           น้ำเสียงออดอ้อนออเซาะมาพร้อมแววตาน่าสงสาร พีรพลทำเป็นไม่สนใจเพราะนึกหมั่นไส้อีกฝ่ายที่ตอนทำไม่คิด ทีอย่างนี้จะมานั่งกลุ้มใจ

           "เฮีย จะตัดญาติขาดมิตรกันจริงๆ ใช่มั้ย ใจร้ายยย"

           "ไปไกลๆ เลย ไม่รู้ นึกไม่ออก ฉันไม่เคยง้อผู้หญิงไม่รู้หรอก"

           "ด้วยนิสัยของปลากริมเป็นคนมองโลกในแง่ดีไม่มีพิษภัย ดูอ่อนโยน แล้วก็...แล้วก็รักสัตว์...ใช่แล้ว! ฉันว่านายน่าจะซื้อลูกหมาหรือลูกแมวไปง้อ เธออาจจะหายโกรธก็ได้"

           การที่ตะวันวาดแนะนำไปแบบนั้น พีรพลถึงกับมองหน้าเพราะรู้สึกว่าเพื่อนไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย

           "ไอ้แทน มึงหักหลังกู มึงเข้าข้างคนทำผิด กูขอเลิกคบมึงบัดเดี๋ยวนี้"

           "เขาบอกคนล้มอย่าข้าม ผิดเพียงครั้งยังพออภัยกันได้ กูเข้าใจว่ามึงไม่พอใจที่เคยเตือนแล้วแต่ก็ไม่ฟัง และมึงก็กำลังจิตตกเพราะสงสารปลากริมที่ถูกรุมด่า แต่กูว่าเราน่าจะมาช่วยกันคิดหา ทางออก ลากคนถ่ายคลิปออกมารับโทษตามกฎหมายพรบ.คอมพิวเตอร์ น่าจะดีกว่ามานั่งทะเลาะกันเอง"

           "จริงของไอ้แทน ถ้านายซื้อลูกหมาลูกแมวไปให้เธอเลี้ยงน่าจะช่วยได้ ที่สำคัญ นั่นจะทำให้ความผูกพันยิ่งซึมลึกในใจ ความผูกพันที่มาจากความรักและเอาใจใส่ของขวัญที่มีชีวิต นั่นแหละที่จะทำให้ผู้หญิงหายโกรธอย่างไม่รู้ตัว"

           ศราวุธเห็นด้วยว่านั่นคือทางออกที่ดีที่สุด...ภัทรนนท์คลี่ยิ้มแทนคำขอบคุณ เขารู้สึกแย่มากๆ ในยามนี้ ไม่ได้เครียดเพราะอับอายและไม่เคยแคร์ถ้อยคำก่นด่าของเกรียนคีย์บอร์ดที่อยากมีตัวตนบนโลกโซเชียล เพราะคนพวกนั้นไม่ได้มีผลต่อการหายใจของเขาเลยสักนิดเดียว แต่...เขาเครียดเพราะแคร์ความรู้สึกของสุดที่รักมากกว่า เครียดเพราะเห็นน้ำตาของเธอ ผู้หญิงที่แสนเปราะบางต้องมาพบเจอกับความเลวร้ายบนโลกโซเชียล เป็นสิ่งที่ตั้งหลักรับมือไม่ทันเพราะทุกอย่างไปไวเหมือนไฟไหม้ฟาง นั่นคือความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจจนต้องพยายามคิดหาวิธีทำให้ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันกลับคืนมาเหมือนเดิม

 

           เสียงร้องงึดๆ ที่ดังอยู่ข้างรั้วด้านนอก ทำให้สุดที่รักวางสายยางรดน้ำแล้วเดินไปปิดก๊อกน้ำเอาไว้ก่อน หล่อนเดินออกมาหน้าบ้านแล้วสอดส่ายสายตามองหา...เสียงนั้นดังมาจากกรงเล็กๆ ที่วางอยู่ริมรั้ว ลูกสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนสีขาวเทาตัวอวบอ้วนกำลังคลานไปมาในกรง  คล้ายกำลังหิวจึงทั้งร้องและคลานไปรอบ ๆ  จนหล่อนต้อง

ปราดเข้าไปนั่งมองอย่างสนใจ

         'หมาใคร...ทำไมจึงมาอยู่หน้าบ้านเรา...’

           แววตางุนงงเหลือบมองไปโดยรอบ เสียงร้องยิ่งทำให้หล่อนทำอะไรไม่ถูก สองมือยื่นไปเปิดกรงแล้วใช้ฝ่ามือลูบไปบนหัวนุ่มฟูอย่างนึกเอ็นดู หล่อนกำลังคิดว่าหากหาเจ้าของไม่ได้ก็จะเอาไปซ่อนในบ้านเพื่อเลี้ยงเอาไว้ ด้วยเพราะเป็นคนรักสัตว์อยู่เป็นทุนเดิม

           "น่ารักจัง หมาพันธุ์เสียด้วย"

           รอยยิ้มเล็กๆ คลี่ออกมายามอุ้มลูกสุนัขตัวนุ่มๆ มากอดเอาไว้...แววตาคู่สวยหรี่มองเมื่อเพิ่งสังเกตเห็นปลอกคอ กระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ห้อยติดเอาไว้ทำให้ต้องจับมาพลิกดู...ลายมือคุ้นๆ กับข้อความที่ฝากไว้ ของขวัญแทนคำขอโทษที่มาจากใจ

           "พี่จะเฝ้ามองมันค่อยๆ เติบโต ช่วยเลี้ยงมันให้ดีด้วยนะครับ แล้วก็...ขอโทษกับทุกๆ สิ่งที่ผ่านมา"

         'คิดจะซื้อหมามาลบล้างสิ่งที่ทำเหรอ หึ เอากลับไปเลี้ยงเองเถอะ

           เมื่อรู้ว่าเจ้าของเป็นใคร ความที่ยังไม่หายขุ่นเคืองหล่อนจึงวางลูกสุนัขไว้ในกรงตามเดิม รีบเดินกลับเข้าบ้านอย่างไม่ใยดี เพราะคิดเอาเองว่าเขาน่าจะย้อนมาดูผลงาน และถ้าเห็นว่ามันยังอยู่ที่เดิม เขาก็คงจะนำกลับไปไม่ปล่อยไว้อย่างนี้แน่นอน

 

           เสียงฟ้าคำรามลั่นอยู่ด้านนอกพร้อมสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา...สุดที่รักพลิกกายไปมาอย่างกระสับกระ ส่าย นอนไม่หลับเพราะครุ่นคิดถึงแต่สุนัขตัวนั้น มันจะยังอยู่ที่เดิมหรือเขานำกลับไป นั่นคือคำถามที่รุมเร้าอยู่ในใจจนหลับไม่ลง

           หล่อนนอนครุ่นคิด ถ้าหากมันยังอยู่ตรงนั้น ป่านนี้คงจะนอนหนาวตากฝนตัวสั่นงกอย่างน่าเวทนา มันออกจะใจไม้ไส้ระกำเกินไปถ้าหากหล่อนปล่อยเอาไว้อย่างนั้น อย่างน้อยการออกไปดูเพื่อความสบายใจก็ไม่เสียหายอะไร คิดพลางเด้งกายลุกนั่ง คว้าร่มมาถือไว้แล้วตัดสินใจเดินออกจากห้อง...ท่ามกลางสายฝนพร่างพรม หล่อนกางร่มเดินฝ่าความฝืดออกไปที่หน้ารั้วบ้าน และเพียงพาร่างลอดผ่านประตูรั้ว ภาพที่เห็นจากแสงไฟฉายก็ทำให้ใจสะท้านขึ้นมาโดยพลัน

           "ฉันขอโทษ...เข้าบ้านกันเถอะนะ"

           มันยังอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน หล่อนปราดเข้าไปแล้วรีบคว้ากรงเดินกลับเข้าบ้าน...ร่มถูกวางไว้หน้าประตูบ้าน รีบเปิดกรงอุ้มร่างเปียกโชกสั่นเทาเพราะความหนาวมากอดเอาไว้ เสียงร้องงึดๆ ดังไม่หยุดมาพร้อมอาการสั่นงกไปทั้งตัวเพราะความหนาวเหน็บ เมื่อคิดไปถึงว่ามันคงยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่ตอนเย็น หล่อนปล่อยให้มันหิวและนอนตากฝนจนหนาวสั่น เพียงแค่คิดหยาดน้ำใสๆ ก็เอ่อคลอขังอยู่รอบขอบตา

           หล่อนยอมสละผ้าขนหนูนุ่มฟูถึงสองผืนเพื่อใช้เช็ดขนให้แห้ง อีกผืนใช้ห่มเพื่อสร้างความอบอุ่นคลายความหนาวสั่น นมรสจืดถูกนำมารินใส่ชามให้กินแก้หิวไปหนึ่งมื้อ หลังจากกินนมอิ่มแล้วมันก็หลับไปเพราะได้ไออุ่นจากอ้อมกอดและผ้านุ่มๆ ห่มคลุมร่าง...บนเตียงนอนข้างที่ยังว่างกลายเป็นไม่ว่างอีกต่อไป เพราะหล่อนนำลูกสุนัขขึ้นมานอนด้วยแล้วห่มผ้าให้ คล้ายกับทดแทนความใจร้ายของตนที่ปล่อยให้มันนอนตากฝนจนเกือบหนาวตาย ยามนี้ลืมไปสิ้นว่ายังคงไม่หายขุ่นเคืองคนที่ซื้อมาให้ ทั้งคนทั้งหมาพากันผล็อยหลับไปท่ามกลางเสียงขับกล่อมจากสายฝนพรำ ในห้วงราตรีที่แสนยาวนาน

 

               "ปลากริม ยายเพื่อนทรยศ"

           สิริลักษณ์กระแทกเสียงใส่โทรศัพท์เมื่อเห็นดราม่าล่าสุดที่กำลังถกเถียงกันอยู่บนเฟชบุ๊ก ทั้งฝ่ายด่ากราดกับฝ่ายที่เห็นว่าคนถ่ายทำไม่ถูกต้อง...สุดที่รักนัวเนียอยู่กับผู้ชายบนรถไฟฟ้าจนถูกแอบถ่ายคลิปมาประจาน ให้หลายๆ คนได้สำเร็จความใคร่ทางศีลธรรม และตนจะไม่คิดอะไร ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่พี่ชายมินตรา

           "ต่อหน้าพวกเราก็ทำหงิ๋มๆ ติ๋มๆ ทำเป็นไม่ได้คิดอะไรกับพี่ภาม ที่ไหนได้ ทำเป็นสนิทกับยายอัยย์ก็เพราะจะงาบพี่ชายเขานี่เอง เหอะ! แบบนี้เขาเรียกแบ๊วฟาดเรียบ ภายในเน่าเฟะต่างจากลุคใสๆ ที่ใช้สร้างภาพ"

           แพรวายังคงนิ่งเงียบให้สิริลักษณ์พูดอยู่คนเดียว หล่อนเห็นแล้วกับภาพนั้น แต่นั่นไม่ทำให้แค้นเคืองใจเท่ากับการที่มีข่าวแว่วมาว่า หลังมินตราเรียนจบจะมีข่าวดีตามมา ข่าวที่ว่าอดีตเพื่อนจะแต่งงานกับผู้ชายที่เคยทำร้ายกันจนเจ็บปางตาย กว่าจะหลุดพ้นช่วงเวลาเลวร้ายตรงนั้นมาได้ การเรียนของตนต้องตกต่ำเกือบไปไม่รอด เพียงเพราะความใจร้ายของผู้ชายที่ไม่เคยรักใครจริงจัง

           "สองคนนี้คบไม่ได้  จริงๆ  แล้วก็รวมหัวกันหลอกพวกเรานั่น

แหละ แกเห็นมั้ย ผลสุดท้ายสันดานร้ายๆ ก็หลุดออกมา ยายอัยย์ก็คว้าพี่ภีมไปกิน ส่วนยายแว่นก็จ้องจะงาบพี่ภาม"

           แพรวากระตุกยิ้มหยัน...รู้มานานแล้วว่ามินตรากับสุดที่รักชอบแอบนัดกันไปไหนมาไหนบ่อยๆ โดยที่ไม่ชวนคนอื่น หล่อนอดคิดไม่ได้ว่าทุกครั้งที่ไปมีภัทรนันท์และภัทรนนท์ด้วยหรือไม่ เพราะความจริงในวันนี้เท่าที่เห็น สุดที่รักดูสนิทสนมกับภัทรนนท์จนน่าแปลกใจ

           "นั่นน่ะสิ ยิ่งยายแว่นนี่ร้ายไม่ใช่เล่น ไม่เช่นนั้นจะยืนให้ผู้ชายกอดจนเป็นข่าวเหรอ นึกไปแล้วก็สมน้ำหน้า เหอะ เป็นไงล่ะ ถูกด่าจนแทบเอาหน้ามุดดิน อับอายไปยันญาติพี่น้องวงศ์ตระกูล มีลูกแบบนี้อายแทนพ่อแทนแม่จริงๆ"

           'คิดจะมีความสุขบนความทุกข์คนอื่นเหรอ แค้นนี้สิบปีก็ไม่หายหรอกนะ กลับมาเมื่อไหร่ฉันจะเอาคืนให้สมกับที่เขาทำกับฉันไว้

           แพรวาบดกรามเข้าหากันเมื่อใบหน้าของมินตราลอยเด่นขึ้นมาในห้วงคำนึง รอยยิ้มของอีกฝ่ายไม่ต่างจากยิ้มเยาะ หัวเราะเยาะเย้ยที่ชีวิตของตนต้องดิ่งลงเหวล้มลุกคลุกคลาน ความเคียดแค้นชิงชังตกเป็นตะกอนสุมอยู่ในใจไม่อาจลืมในสิ่งที่ทุกคนทำกับตนไว้ ในเมื่อหล่อนไม่มีความสุข ก็อย่าหวังว่าคนพวกนั้นจะมีความสุข หญิงสาวบอกตัวเองเอาไว้ว่าถ้าถึงเวลาจะเอาคืนให้หมดทุกคน...

 

หนึ่งปีต่อมา...

           มุมทานอาหารมุมเก่า ๆ  ยังคงอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน  ไม่ต่างไป

จากแมกไม้ร่มครึ้มเขียวขจีและเหล่าดอกไม้ที่ผลิบานชูช่อ  ล่อหลอก

เหล่าแมลงผีเสื้อให้โบยบินมาคลุกเคล้าดอมดมดูดกินน้ำหวาน...ท่ามกลางความสดชื่นยามเช้าตรู่ เป็นอีกวันที่ทุกคนในครอบครัวรู้สึกมีความสุขอิ่มเอมใจ เพราะหลายปีที่ผ่านมาบรรยากาศการทานอาหารร่วมกันพร้อมหน้านั้นหายไป วันนี้ทุกคนจึงตื่นเช้าเป็นพิเศษ เพียงเพราะความคิดถึงยังคงไม่จางหาย มีเรื่องเล่ามากมายที่อยากแลกเปลี่ยนกันและกัน เรื่องราวที่ได้พบเจอทั้งสุขและทุกข์ ตลอดระยะเวลาเกือบสี่ปีที่ผ่านมา 

           มินตราหยิบขนมปังที่ทาเนยแล้วออกมาจากเครื่องปิ้ง ตัดแบ่งเป็นสามเหลี่ยมวางใส่จานเอาไว้ ตักสลัดมาสองจานแล้วถือเดินมาที่โต๊ะอาหาร รอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังเบาๆ เคล้าบรรยากาศอบอุ่นยามเช้าที่หาไม่ได้ในทุกวัน คือความสุขเล็กๆ ที่ทุกคนได้กลับ มาพบกันอีกครั้ง

           "ของพี่ภีมกับของพี่ภามค่ะ อัยย์ปิ้งขนมปังมาเผื่อด้วย"

           รอยยิ้มส่งมาแทนคำขอบคุณเมื่อสลัดวางลงตรงหน้าสองหนุ่ม หล่อนเดินย้อนไปหยิบจานขนมปังปิ้งเพื่อทานคู่กันกับสลัดมาวางเคียงคู่ ก่อนจะเดินไปตักอาหารในส่วนของตัวเอง กลับมานั่งลงตรงข้างๆ ภัทรนันท์

           "จะว่าไปก็เร็วเหมือนกันนะ อีกไม่ถึงครึ่งปีน้องอัยย์ก็จะเรียนจบแล้ว ว่าแต่...จะอยู่เมืองไทยหรือจะไปลุยงานเดอะเรดคลาสสิคกันล่ะ ถ้าอยู่ไทยพี่อยากให้ช่วยในส่วนของการตลาด แต่ก็ไม่รู้ว่า...จะมีคนยอมไหม"

           ภัทรนนท์ปรายตามองไปทางพี่ชายตัวเอง  เขาแกล้งหยั่งเชิง

เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะให้มินตราไปมัณฑะเลย์ ไปอยู่ด้วยกันที่นั่นเพื่อช่วยกันบริหารโรงแรมเปิดใหม่ ทั้งที่ใจจริงเขาไม่อยากให้หล่อนไปเลยสักนิดเดียว เรียนจบมาไม่ทันไรก็ต้องห่างไกลกันอีกครั้ง ยอมรับว่าเหงาไม่น้อย เมื่อคราวต้องอยู่คนเดียว

           "เรื่องนี้ต้องถามพี่ภีมค่ะ จะให้อัยย์อยู่หรือให้ไป"

           "ไปที่อื่นกันหมด แบบนี้พี่ก็เหงาแย่เลยสิครับ"

           "นายก็หาเมียซะสิ จะได้ไม่เหงา"

           "หาได้ง่ายๆ ก็ดีน่ะสิครับ ถ้าหาง่ายก็คงมีไปแล้ว สงสัยคนที่ใช่จะยังไม่เกิด ก็เลยยังหาไม่เจอ"

           "ฉันว่านายวางสเปคไว้สูงต่างหาก ก็เลยไม่มีใครดีพร้อมสำหรับนาย...ว่าแต่ คนนั้นน่ะไม่ใช่เหรอ เห็นว่าเป็นลูกรักนี่นะ แล้วถ้าจะให้น้องอัยย์ไปคุมคนของนาย ฉันไม่เอาด้วยหรอก ถ้าขนาดนายยังคุมไม่ได้ คนอื่นไม่ยิ่งปวดหัวหนักเหรอ ไปจัดการกันเองเถอะ"

           "แม่บอกแล้วนะ เรื่องงานจะไม่ขอยุ่ง แต่ถ้าพาเข้าบ้านเมื่อ ไหร่ โดนก็แล้วกัน คนที่จะต้องไปอยู่มัณฑะเลย์แทนภีมกับน้องอัยย์ เห็นทีจะเป็นพ่อนักรักนักร้องซะแล้วละมั้ง"

           กมลกานต์แทรกขึ้น รู้ว่าภัทรนันท์กำลังหมายถึงรุ้งลาวัลย์ คนที่พยายามจะเข้าหาตนเพราะหวังผลมากกว่าเรื่องงาน รู้ดีว่าความสัมพันธ์ของอีกฝ่ายกับลูกชายยังคงไม่จบลง และมันคงจะไม่จบง่ายๆ ถ้าฝ่ายหญิงยังคงตื๊ออยู่เช่นนี้

           "ไม่มีอะไรหรอกครับคุณแม่ ผมกับรุ้งเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น"

           "จ้า ให้มันจริง แม่จะคอยดูว่าจะมีคนตีกันตายมั้ย เพราะหยอดไปทั่วเหลือเกิน"

           "แล้วพี่ภามให้ปลากริมไปเริ่มงานวันจันทร์ที่จะถึงนี้ใช่มั้ยคะ"

           มินตรารีบเปลี่ยนเรื่องช่วยพี่ชาย เพราะกลัวจะมีคนแก้ตัวไม่ขึ้นเนื่องจากถูกรุม...วันนี้หล่อนมีนัดกับเพื่อนไปข้างนอก ไปเรื่องอะไรนั้นคือเซอร์ไพรส์ที่ไม่อยากให้ภัทรนนท์รู้ว่าตนกำลังคิดจะทำอะไร

           "อืม...พี่เตรียมวางแผนงานไว้ให้แล้ว"

           หญิงสาวสบตากับภัทรนันท์อย่างรู้กันดี ตามประสาคนมีความลับในใจที่อยากแกล้งคนปากแข็งให้ยอมรับความจริงเสียที...ยอมรับว่าจริงๆ แล้วคนในหัวใจนั้นเป็นคนที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียงแต่เจ้าตัวยังคงปฏิเสธเพราะเหตุผลเรื่องเดียว เหตุผลที่ว่ายังคงตามหาคนที่สมบูรณ์แบบ คนที่จะมาร่วมเรียงเคียงหมอนจะต้องตรงกับ สเปคที่วางเอาไว้ แม้ลึกๆ ในหัวใจจะเก็บเธอคนนั้นไว้แล้วก็ตาม

 






++++++++

ผมปลาทูลูกแม่ปลากริมคับ อายุขวบนึงแล้ววววววว


          

          
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

727 ความคิดเห็น

  1. #267 KaiKanplu (@KaiKanplu) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 20:02
    หล่อเหมือนพ่อเลยลูกปลาทูเอ๊ย
    #267
    0
  2. #266 Isareeya (@isareeya) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 18:31
    ปลาทูหวงแม่มากด้วยนะ อิอิ
    #266
    0
  3. #265 aranyaorchid (@aranyaorchid) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 18:13
    ปลาทูน่ารักจัง
    #265
    0
  4. #264 Papa24579 (@Papa24579) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 17:36
    อิอิอิ อยากเห็นหน้าเจ้านายปลากริมตอนเห็นเลขาสาวในลุคใหม่จิงๆ. เอิ่มมาต่อนะค้า ตื่นเต้ลลล5555
    #264
    0
  5. #263 Isareeya (@isareeya) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 17:08
    😁😁😁😁😁😁
    #263
    0
  6. #262 พี่น้อย0105 (@pimpilai2505) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 15:56
    ปลากริมเปลี่ยนลุ๊คสวยและเซ็กซี่อย่างนี้พี่ภามต้องมีตะลึงแน่ๆ ว่าแต่ปลาทูโตขึ้นหล่อมากๆเลยนะ
    #262
    0
  7. #261 Wiwan Truadngu (@wiwan9255) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 15:51
    ปลาทู ลูกปลากริม น่ารักกกกกกก
    #261
    0
  8. #260 Isareeya (@isareeya) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 15:28
    เดี๋ยวพ่อต้องหึงปลาทูกันบ้างล่ะ 😁😁
    #260
    0
  9. #259 $pirit Finger$ ^ㅆ^ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 14:46
    อ๊ายยยยยยย ปลาทูโตแล้วหล่อเหมือนพ่อภามเลยนะลูก 555
    #259
    0
  10. #258 black26 (@black26) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 14:44
    ตัวช่วยมาแล้วปลากริมไม่ต้องกลัวอัยย์จับปลากริมแต่งตัวใหม่คราวนี้หล่ะพี่ภามได้กลืนน้ำลายตัวเองแน่นอน
    #258
    0