กระซิบสวาท (จำหน่ายทางอีบุ๊คแล้วค่ะ)

ตอนที่ 32 : Chapter 8 ถ้ารักพี่ก็ให้หนีพ่อ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    22 ธ.ค. 60

Chapter 8
ถ้ารักพี่ก็ให้หนีพ่อ (100%)





            "ค่ะคุณแม่ แล้วรีบกลับมานะคะ ปลากริมจะรอ"

           สุดที่รักวางสายจากมารดาที่โทร.มาบอกว่าวันนี้จะกลับดึกเพราะต้องไปงานเลี้ยงบริษัท หันไปทางเจ้าของพอร์ชดำที่กำลังจะดับเครื่องยนต์ วันนี้โรงรถว่างหล่อนจะให้เขาเข้าไปจอดข้างในชั่วคราว

           "พี่ภามขับเข้าไปเลยค่ะ วันนี้คุณแม่กลับดึก เดี๋ยวปลากริมลงไปเปิดประตูให้"

           "คุณแม่กลับดึก แล้ว...คุณพ่อล่ะครับ พ่ออยู่มั้ย"

           "ไปด้วยกันค่ะ งานเลี้ยงนอกแผน ไม่ไปไม่ได้ด้วยสิ"

         'พ่อไม่อยู่แบบนี้...ก็เสร็จไอ้ภามน่ะสิ หุ หุ

           ชายหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจเมื่อเห็นว่าทางสะดวก เทวดาช่างเป็นใจให้เขาเสียเหลือเกิน ท่านคงเห็นใจในความรักที่มีอุปสรรคขวางขั้น ก็เลยดลบันดาลให้หล่อนใจอ่อนยอมให้เขามาส่งเพราะเอาหมามาอ้าง เขาบอกหล่อนว่าคิดถึงลูกชาย อยากมาเยี่ยมและซื้อของมาเอาใจมากมาย ลูกชายจะได้ไม่กระโดดงับหน้าหล่อๆ เหตุเพราะจำหน้าพ่อไม่ได้ โตมาก็เห็นแต่หน้าแม่ป้อนข้าวป้อนนม

           พอร์ชดำเคลื่อนเข้าไปจอดในโรงรถก่อนดับเครื่องยนต์...มอง

ไปทางหน้าบ้าน ไซบีเรียนพุ่งเข้าหาแม่ของมันเมื่อประตูถูกเปิดออก มันกระดิกหางแทบหลุดด้วยความดีใจ ยังคงตะกายยืนสองขากอดสุดที่รักเอาไว้...ชายหนุ่มมองภาพนั้นแล้วเดินเข้าไปใกล้ นึกหึงหมาขึ้นมาตงิดๆ เขาคงบ้าไปแล้วที่หวงแม้กระทั่งหมา ทั้งๆ ที่เป็นคนซื้อมันมาให้หล่อนตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

           เขาย่องไปด้านหลังแล้วใช้สองแขนโอบกอดคนที่กำลังเผลอ ทำทีเป็นจะเล่นกับหมาแต่หลอกกอดคนแบบเนียนๆ

           "โอ๋ๆ ปลาทู มาหาพ่อมา"

           "แฮ่ โฮ่งๆ!"

         'ไอ้ปลาทู แกเห่าฉันเรอะ นี่ฉันพ่อแกนะโว้ย!’

           เขาหดมือกลับทันควันถอยห่างไปตั้งหลัก มันไม่ได้แค่เห่า แต่ยังแยกเขี้ยวขู่ไม่ให้เขาได้เข้าใกล้แม่ของมันได้เลย

           "ไม่เอาน่าปลาทู ไปเถอะ เข้าบ้านกันดีกว่า"

           การที่ลูกชายสุดที่รักยังคงแยกเขี้ยวขู่เพราะความหวงแม่ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้ หญิงสาวจึงลูบหัวของมันเพื่อให้ยอมเชื่อฟังก่อนจะอุ้มขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด คนขี้อิจฉาตาลุกเป็นไฟ เพราะโตจนตัวใหญ่เกือบเท่าคนก็ยังต้องให้อุ้มเหมือนลูกหมาตัวแดงๆ เพิ่งหัดเดิน

           'หนอยยย ไอ้หมามารยา ถูกอุ้มเข้าหน่อยละทำหน้าฟิน โตจนจะมีเมียเดินเองไม่ได้รึไง

           ทั้งคนทั้งหมาต่างสบตากันไม่มีใครยอมใคร คนแปลกหน้าท่าทีไม่น่าไว้วางใจดูประสงค์ร้ายขี้อิจฉา เซ้นส์ของมันทำให้ปากที่พาดอยู่บนไหล่คนอุ้มแยกเขี้ยวอยู่เงียบๆ  เพื่อขู่ว่าอย่ามาเข้าใกล้  ถ้า

เข้ามาเมื่อไหร่จะงับให้มือขาดกันเลยทีเดียว

           ภัทรนนท์เดินหิ้วถุงของกินตามหลังสุดที่รักเข้าไปในบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นของปลาทูที่เขาจงใจซื้อมาปะเหลาะเพื่อผูกมิตรเอาไว้ วันนี้เขาตั้งใจจะอยู่ร่วมทานมื้อเย็นที่บ้านของสุดที่รัก เพิ่งได้รู้ว่าคนในบ้านจะกลับดึก และอาหารมื้อเย็นคงไม่พ้นที่ต้องมาจากฝีมือของยายแว่นรู้มาก เริ่มคิดลังเลใจถึงรสชาติ กลัวว่าจะทานไม่ได้เพราะไม่เคยเห็นอีกฝ่ายเข้าครัว

           "ปลากริมจะทำกับข้าว พี่ภามช่วยเอาข้าวให้ปลาทูได้มั้ยคะ"

           "พะ พี่เหรอ มันจะไม่กระโดดงับพี่ใช่มั้ย"

           ชายหนุ่มทำหน้าอิดออด หันไปมองไซบีเรียนที่นอนกระดิกหางแทะอาหารรูปกระดูกสัตว์ที่เขาซื้อมาล่อหลอกอย่างสบายใจ ทำไมต้องเป็นเขา...คิดพลางพับแขนเสื้อทบขึ้นไปกลางข้อศอก เตรียมพร้อมเป็นคนเลี้ยงหมาทั้งที่เขากับมันไม่ค่อยจะลงรอยกัน เริ่มคิดไปไกลถึงอนาคตอันสดใสของตัวเอง

         'ถ้ามึงจะเลือกเธอมาทำเมีย คิดดูดีๆ นะไอ้ภาม ว่าที่ซีอีโอในอนาคต แต่กลับต้องมานั่งเลี้ยงหมาเทวดาแถมยังเนรคุณ ต้องอาบน้ำหมา ขัดสีฉวีวรรณให้หมา มันช่าง...ไม่เหมาะกับตำแหน่งซีอีโอที่คนก้มหัวให้ทั้งบริษัทเอาเสียเลย ถ้าลูกน้องรู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน ถูกเมียใช้ให้อาบน้ำหมา โอ๊ย ตายๆๆๆ

           "พี่ภาม ได้ยินมั้ยคะ เอาข้าวไปให้ปลาทูด้วย จะกินมั้ยข้าวเย็นน่ะ เดี๋ยวปล่อยให้อดเสียเลย"

           ถ้าไม่ติดว่ากำลังมีแผนหลอกแอ้มสาวแว่นเขาจะไม่ยอมให้

ใครมาชี้นิ้วสั่งเด็ดขาด...คิดพลางรีบนำข้าวไปให้หมาอย่างเร็วรี่ ไม่ได้กลัวและไม่ได้เกรงใจ เขาท่องเอาไว้ในใจ อดทนไว้เพื่อเป้าหมายอันสูงสุด เป็นชายเหนือชายที่ได้เปิดซิงสาวแว่นก่อนใคร จะไม่ยอมให้ใครมาชิงตัดหน้าไปอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนขับรถหน้าหื่นที่นับวันจะสนิทสนมกับหล่อนมากขึ้นทุกที อยากหาเรื่องไล่ออกแต่ก็กลัวอีกฝ่ายจะไปร้องเรียนกรมแรงงานอย่างที่เคยขู่กันเอาไว้

           ชายหนุ่มวางชามข้าวตรงหน้าหมาเทวดา มันยังคงนอนนิ่งกลอกตาไปมาอย่างหยิ่งยโสไม่ยอมกินอาหารที่เขาวางไว้ให้  แววตาคมกล้าจับจ้องอย่างข่มขู่แกมบังคับ สื่อให้มันรู้ว่าถ้าไม่กินจะจับแม่ของมันไปโยนขึ้นเตียงแล้วจับทำเมียเสียให้รู้แล้วรู้รอด แล้วคราวนี้มันจะกลายเป็นหมาหัวเน่าอย่างแท้จริง

           "กินซะสิ  ฉันอุตส่าห์ลดตัวลงมาคุยกับแกนะ อย่าหยิ่งยโสให้ต้องโมโห ไม่อย่างนั้นฉันจะจับแกไปปล่อยวัดเสียให้เข็ด"

           มันยังคงนอนนิ่งหยิ่งยโสกระดิกหูยั่วโมโห ภัทรนนท์ใช้ความ คิดอย่างหนักเพื่อเอาชนะหมาเทวดาตัวนี้ให้ได้ พลันความคิดบาง อย่างก็สว่างวาบขึ้นในหัว เขาผละไปรื้อค้นถุงของเล่นที่เพิ่งซื้อมา ได้ลูกบอลเล็กๆ มาหนึ่งใบ เอาเชือกผูกกับลูกบอลไว้โดยให้เหลือความยาวประมาณเกือบๆ หนึ่งไม้บรรทัด เดินกลับมานั่งลงตรงหน้าเจ้าตัวที่ยังคงนอนนิ่งกระดิกหางสบายใจ ชายหนุ่มจับปลายเชือกเอาไว้แล้วแกว่งลูกบอลไปมาอย่างช้าๆ เขาจะสะกดจิตหมาให้มันยอมสิโรราบให้กับเขาแต่เพียงผู้เดียว

           "ฉันเป็นพ่อแกนะ พ่อที่เลี้ยงแกมาตั้งแต่เกิด พ่อภามๆๆๆ"

           มันกลอกตามองตามลูกบอลที่แกว่งไกวอยู่ตรงหน้า สลับกับย่นคิ้วทำหน้าเหมือนหมาสงสัย คงคิดในใจว่ามนุษย์ท่าทีประหลาดๆ คนนี้กำลังคิดจะทำอะไร ในขณะที่ภัทรนนท์ยังคงท่องประโยคเดิมซ้ำๆ ช้าๆ นึกแปลกใจตัว เขาคงเป็นบ้าไปแล้วที่มานั่งง้อหมาเพียงเพราะต้องการที่จะเข้าหาแม่ของมัน

           "ไอ้!...ปลา...ทู..."

           ชายหนุ่มเข่นเสียงรอดไรฟันเมื่อเท้าใหญ่ๆ ยื่นมาตะปบลูกบอลแล้วปัดจนกระเด็นกลิ้งหลุนๆ ไปจนไกล เขาอยากจะฆ่าหมาเทวดาให้ตายคามือ เมื่อมันปัดลูกบอลเขาทิ้งไม่พอ ยังทำเมินด้วยการขยับเปลี่ยนท่าหันบั้นท้ายเข้าหา ไม่สนใจที่จะกินข้าวเพราะคนที่เอามาให้ไม่ใช่แม่ของมันเหมือนเช่นทุกวัน

           "ปลาทูคร้าบบ กินข้าวเถอะนะ ขอร้องล่ะคร้าบบ ไม่เช่นนั้นแม่ของแกจะดูถูกเอาได้ ขนาดหมายังไม่มีปัญญาจะเลี้ยง นับประสาอะไรจะไปดูแลชีวิตคนทั้งคน"

           เขาลูบไปบนหลังที่เต็มไปด้วยขนฟูนุ่ม  กลิ่นหอมฟุ้งกระจาย

มาเข้าจมูก ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าสุดที่รักน่าจะอาบน้ำให้มันทุกวันอย่างแน่นอน ปกติเขาไม่ค่อยชอบกลิ่นสัตว์หน้าขน ยอมรับว่าเหม็นและกลัวเป็นภูมิแพ้จากการหายใจรับขนของมันเข้าไป เหตุนี้ที่บ้านของเขาจึงไม่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงใดๆ เลยนอกจากปลา

 

           'ฉันไปทำเวรทำกรรมอะไรร่วมกับแกเอาไว้นะ ถึงต้องมาเผชิญอะไรแบบนี้

           ภัทรนนท์ปรายตาไปยังคนข้างๆ ที่กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอทีวี บนตักมีไซบีเรียนครอบครองพื้นที่นอนกั๊กเอาไว้ไม่ให้เขาได้เข้าใกล้ มันเยาะเย้ยเขาด้วยสายตาปรือๆ ที่จับจ้องมองไม่ยอมให้เขาได้กระดิกตัว รู้สึกได้ว่าปากของมันกำลังยิ้มเยาะให้กับเขาที่ทำได้เพียงแค่นั่งอย่างสงบเสงี่ยมไม่กล้าขยับ เพราะแค่เขาขยับมันก็แยกเขี้ยวใส่ ทำราวกับว่ากำลังระแวดระวังภัยให้แม่ของมัน

           "แฮร่..." ชายหนุ่มหดมือกลับจากการพยายามที่จะยื่นไปจับมือคนที่กำลังสนใจหน้าจอทีวี เจ้าหมารู้ดีไม่ยอมให้เขาได้ถูกตัวแม่ของมันแม้แต่ปลายเส้นผม  เสียงขู่ผสานเสียงถอนหายใจเบาๆ ทำให้สุดที่รักหันไปมอง จึงได้รู้ว่าทั้งคนทั้งหมากำลังทะเลาะกันอยู่เงียบๆ เพื่อแย่งชิงชัยชนะชนิดที่ไม่ยอมลงให้แก่กัน

           "พี่ภามทำอะไรปลาทูคะ แหย่ให้เค้าโกรธทำไม"

           "เปล่านะ พี่นั่งเฉยๆ ดูทีวีอยู่ดีๆ มันก็แยกเขี้ยวให้พี่ ยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด"

           สุดที่รักหรี่ตามองคล้ายไม่เชื่อ เพราะปลาทูจะไม่ขู่ใครถ้าหากว่าภัยไม่มาถึงตัว

           "ระหว่างหมากับพี่เธอเชื่ออะไร มันมารยาจะตาย หมารู้มาก"

           สุดที่รักไม่อยากจะเถียงด้วย คนอะไรหาเรื่องได้แม้กระทั่งหมาที่พูดไม่ได้ คิดพลางลูบไปบนหัวที่พาดอยู่บนตัก มันทำหน้าฟินเยาะเย้ยคนที่นั่งมองด้วยความอิจฉา...อิจฉาที่มันได้นอนหนุนตักนุ่มๆ ส่วนเขาทำได้แค่มอง อยากกินก็ไม่ได้กิน รอให้ถึงพรุ่งนี้เมื่อไหร่เขาจะคิดแผนการใหม่  ชายหนุ่มวางแผนเอาไว้ในใจว่าต้องกินสาว

แว่นให้ได้ภายในหนึ่งเดือน

           เสียงโทรศัพท์ดังแทรกเสียงทีวี ภัทรนนท์หยุดทะเลาะกับหมาชั่วคราวเพื่อหยิบมาดูว่าใครโทร.หา...เสียงลอบถอนหายใจดังเบาๆ เมื่อเห็นว่าเป็นใคร

           "พี่ขอออกไปคุยโทรศัพท์สักครู่นะครับ"

           ชายหนุ่มเดินออกมาคุยข้างนอก ไม่อยากให้สุดที่รักรู้ว่าใครโทร.มา...เพียงรับสายเสียงจากทางนั้นก็กรอกกลับมาทันที

           "ถึงบ้านหรือยังคะ อยู่ข้างนอกหรือเปล่า"

           "เอ่อ...คุณมีอะไรหรือเปล่า ถ้าเรื่องงานเอาไว้คุยกันพรุ่งนี้นะ"

           "ไม่ใช่เรื่องงานค่ะ แต่ว่า...คุณพอจะออกมาหารุ้งที่คอนโดได้มั้ยคะ พอดีว่าไฟที่ห้องเสียน่ะค่ะ"

           "ไฟเสีย...เสียคุณก็ไปตามช่างคอนโดมาสิ"

           "ไม่มีใครอยู่หรอกค่ะ มืดค่ำแล้วรุ้งจะไปตามใครมาได้คะ แล้ว...ตอนนี้มันก็น่ากลัวมากๆ มืดไปหมดทั้งห้อง แล้วรุ้งก็ผู้หญิงตัวคนเดียว มันวังเวงยังไงก็ไม่รู้ค่ะ

           ชายหนุ่มถอนหายใจคิดหนัก เขาไม่ใช่ช่างซ่อมไฟที่จะให้หล่อนเรียกใช้ได้ทุกเวลา รู้สึกแปลกๆ ที่ระยะหลังมานี้รุ้งลาวัลย์เริ่มแสดงอาการให้คนในออฟฟิศสงสัย เรื่องเกี่ยวกับสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างเขากับเธอ

           คุยกับอีกฝ่ายจบเขาก็เดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมดูเวลา แม้จะนึกห่วงรุ้งลาวัลย์อยู่บ้างแต่เขาก็ไม่อาจทิ้งทางนี้ไปได้ ด้วยนึกห่วงไปถึงความปลอดภัยเพราะหล่อนอยู่คนเดียวกับไซบีเรียนอีกหนึ่งตัว ถ้าเกิดอะไรขึ้นลำพังแค่หมาที่ได้แค่ขู่คงช่วยอะไรไม่ได้ ถ้ารุ้งลาวัลย์รอได้ เขาจะรอให้พ่อแม่ของสุดที่รักกลับมา ก่อนจะลากลับเพื่อไปหารุ้งลาวัลย์ ช่วยดูไฟในห้องที่หล่อนอ้างว่ามันเสียหมดทุกดวงจนไม่สามารถใช้งานได้เลย

 

           "ขอบคุณมากนะคะ ถ้าไม่ได้คุณ รุ้งคงต้องอยู่แบบมืดๆ ไปทั้งคืนแน่เลยค่ะ"

           หล่อนเอ่ยกับช่างไฟจำเป็นที่ช่วยมาดูให้ตามคำร้องขอ การที่เขายอมออกมานั่นแสดงว่าเขายังคงหลงเหลือเยื่อใยจากสัมพันธ์รักซ่อนเร้นบอกใครไม่ได้ หล่อนคิดมโนไกล คิดไปว่าที่เขามาเพราะส่วนลึกนั้นนึกเป็นห่วงเป็นใย ในฐานะคนรู้ใจที่รอขยับขึ้นมามากกว่านั้น ผู้หญิงข้างกายที่จะช่วยเชิดหน้าชูตาให้กับเขาในสังคม

           "ดื่มอะไรเย็นๆ ก่อนสักแก้วสิคะ ถ้า...มันดึกเกินไป จะนอนค้างก็ได้นะคะ รุ้งเต็มใจถ้าคุณจะนอนพักผ่อนที่นี่สักคืน"

           เสียงกระซิบมาพร้อมกับอะไรนุ่มๆ ที่เบียดชิดอยู่ด้านหลังเพื่อยั่วรัก ชายหนุ่มเอี้ยวตัวหลบหลีก ไม่ยอมรับเครื่องดื่มที่หล่อนยื่นมาให้...เขามีกฎเหล็กที่ต้องท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจ ห้ามนอนค้างห้องของใครที่ไม่ใช่ห้องตน ห้ามดื่มอะไรก็ตามที่อยู่ในห้องคนอื่น ไม่อยากถูกแบล็คเมล์จากการที่อาจมีอะไรผสมลงไปในเครื่องดื่ม เขาไม่อยากได้เมียเพราะความพลั้งพลาด หากจะเลือกใครสักคนมาเป็นแม่ของลูก เขาจะเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาผู้หญิงคนนั้นเองถ้าใจร้องบอกว่าถึงเวลา และสัญชาตญาณของเขาร้องบอกว่ารุ้งลาวัลย์นั้นยังไม่คู่ควร

           "ไม่ดีกว่ารุ้ง ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมกลับบ้านเลยดีกว่า เดี๋ยวมันจะดึกเกินไปน่ะ"

           "จะไม่หาอะไรสนุกๆ ทำก่อนเหรอคะ แล้วจะมาให้เสียเวลาทำไม"

           "ผมไม่ได้เตรียม..."

           "ไม่เป็นไรค่ะ รุ้งมีพร้อมสำหรับคุณ"

           หล่อนรีบแทรกตัดบท ในถ้อยคำนั้นหมายถึงเครื่องป้องกันที่เขากำลังยกมาอ้างหลีกเลี่ยงที่จะมีสัมพันธ์ แม้จะกำลังถูกยั่วให้ตบะแตกด้วยท่าทีและการแต่งกายของเธอ

           "บอกว่าไม่ไง อย่าเซ้าซี้จะได้มั้ย!"

           'คุณภาม! นี่คุณ...ปฏิเสธกันง่ายๆ อย่างนี้เลยเหรอ ทำไม…’

           เสียงออกแนวรำคาญตะคอกกลับจนคนฟังสะดุ้งคิดไม่ถึง รุ้งลาวัลย์ยืนนิ่งหน้าชาราวถูกเขาตบหน้า เมื่อถูกปฏิเสธกลับมาอย่างไร้เยื่อใย

           "เมื่อก่อนคุณไม่เคยเป็นแบบนี้ คุณเปลี่ยนไปมาก...เพราะเด็กคนนั้นใช่มั้ยคะ คุณกำลังสนใจเธอ..."

           เขาสบตากับแววตาสั่นระริกตัดพ้อ นิ่งเงียบไม่อยากอธิบายอะไรทั้งนั้น ยามนี้ยอมรับว่ากลัวในเล่ห์กลมารยาที่หล่อนอาจนำมาใช้เพื่อผูกมัด ถุงยางอนามัยที่หล่อนเตรียมไว้พร้อมสรรพ เขาจะไม่ยอมใช้มันเด็ดขาดถ้าหากไม่ได้เป็นของตัวเอง คิดมโนไกลจนต้องระวังตัวแจ คนจะเอาชนะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าหล่อนแอบใช้เข็มเจาะจนประสิทธิภาพการควบคุมไม่เต็มร้อย เกิดพลาดทำหล่อนท้องขึ้นมาเขาคงต้องมานั่งเลี้ยงลูกที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ...

           ศรัณย์ยืนรอลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงมาที่ชั้นล่าง เขาเห็นแล้วว่ามันถูกกดลงมาจากชั้นของรุ้งลาวัลย์ รอเพียงชั่วอึดใจมันก็เคลื่อนตัวลงมาถึงจุดหมาย สายตาจับจ้องมองบานประตูที่ค่อยๆ เลื่อนออก...คนที่เดินออกมาจากในนั้นทำให้ต้องชะงักชั่งใจ เขาเบี่ยงกายหลบให้อีกฝ่ายเดินผ่านหน้าไป ก่อนจะมองตามแผ่นหลังกว้างพลางครุ่นคิด คุ้นๆ หน้าเหมือนจะเคยเห็นผ่านตาในภาพถ่ายงานเลี้ยงบริษัทที่รุ้งลาวัลย์ทำงานอยู่ หล่อนเคยบอกเขาว่านั่นคือเจ้านายที่ทำงานร่วมกัน        







ฝาก Set 5 หนุ่มอีกสัก Set นะคะ มีทั้งหมด 5 เรื่องค่ะ

1.แทนรัก (พี่แทน+ใบตอง)

2.เงาพันธกานต์ (พี่ภีม+น้องอัยย์)

3.กระซิบสวาท (พี่ภาม+ปลากริม)

4.คืนร่ำรำพันรัก (เฮียพี+หนูครีม)

5.ดาวประดับใจ (จอมทัพ+นับดาว)



ติดตามต่อในรูปแบบอีบุ๊คค่ะ สำหรับ Set  นี้มีให้โหลดแล้วจำนวน 3 เรื่องนะคะ


แทนรัก
กฤติณ(อิสรียา)
www.mebmarket.com
             ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟาท่ามกลางแสงไฟสลัว สภาพของเขาเหมือนคนเมามายไม่ได้สติ...เหลือบมองไปยังน้ำสีอำพันที่เหลืออยู่ในขวด เขาคงดื่มเข้าไปมากจึงถึงกับฟุบลุกกลับขึ้นห้องไปไม่ไหว จนต้องฝากร่างไว้บนโซฟานอนตากแอร์ที่ถ้าหากหล่อนไม่ลงมาดูเขาคงนอนอยู่อย่างนี้ทั้งคืน




เงาพันธกานต์
กฤติณ(อิสรียา)
www.mebmarket.com
        ค่ำคืนหนึ่งในฤดูหนาวกับเส้นทางแสนเปลี่ยว...ภัทรนันท์ เลิศอมรกุล และน้องชายฝาแฝดได้พบกับเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตพวกเขาเปลี่ยนไป การสูญเสียของเด็กหญิงตัวน้อยถูกเติมเต็มด้วยความรักจากครอบครัวใหม่ มินตรา...หล่อนกลายเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านเลิศอมรกุล มีพี่ชายเพิ่มมาสองคนในวันที่อายุครบรอบเจ็ดขวบ



กระซิบสวาท
กฤติณ(อิสรียา)
www.mebmarket.com
ภายใต้แสงตะเกียงส่องคลอเคล้าสร้างความรู้สึกลุ่มลึกชวนฝัน เสียงกระซิบรักดังแว่วอยู่ในกระท่อมโดดเดี่ยวเดียวดายกลางอ้อมกอดสายหมอกและสายลม...............เสียงกระซิบพร่ำรำพันถ้อยคำรักหวานแว่วคลอเคล้าสายลมหนาว ยามที่สัมผัสลึกล้ำซาบซ่านสอดประสานเป็นจังหวะรักซึมลึกลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจสองดวง…







ภาค 4 คืนร่ำ รำพันรักค่ะ

https://writer.dek-d.com/isareeya/writer/view.php?id=1705521



จากคนที่อยู่เบื้องหลังเหล่าแผนการทั้งหลายของเดอะแก็งค์บอยแบนด์...
มาดูเรื่องของเขากันบ้าง ถึงคราวตัวเองจะตกม้าตายมั้ยนะ
คราวนี้ถึงคิวสถาปนิกหนุ่มหล่อปากร้าย ในวัยเฉียด 40 ในอีกไม่กี่ปี 
หัวใจเขาเริ่มหวั่นไหวกับความรัก...รักใคร คนไหน 
เมื่อชีวิตของเขามีผู้หญิงเข้ามาพัวพันในเวลาเดียวกันถึงสามคน




พีรพล อินทรวนิชกุล




สถาปนิกหนุ่มหล่ออนาคตไกลวัยเฉียดป๋า
เขาเกลียดผู้หญิงรักความสบายใจโลเล
เหตุเพราะความหลังในอดีตแสนเจ็บช้ำ
ทำให้กลายเป็นคนปิดตัวเองจากผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
และ...เมื่อถึงวันที่เขาพร้อมจะรักใครสักคน 
เธอคนไหน...คนที่จะได้หัวใจของผู้ชายช่างเลือกไปครอง




พลอยไพลิน  อินทรวนิชกุล
หลานสาวห่างๆ ของพีรพล...หญิงสาวผู้หลงรักคุณอาตัวเอง 
มาพร้อมกับอาการป่วยทางจิตที่จำต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

ลัลนา...อดีตเพื่อนสนิทที่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพีรพล
หลังเลิกรากับสามี เธอจึงเดินกลับมาเพื่อหวังใช้ไหล่ของเขาเป็นที่ซับน้ำตา

รักษ์กันต์ เกียรติดิลก 
สาวน้อยวัยเฉียด18 ปี ที่อายุห่างจากพีรพลเกือบสองรอบ
ถูกทางบ้านส่งมาดัดนิสัยไกลถึงเชียงใหม่...
กับคราบสาวน้อยผู้น่าสงสารที่ต้องหาเงินส่งตัวเองเรียนมหาวิทยาลัย

นิยายเรื่องนี้มีนางเอกสามคน???
แล้วใคร...คือนางเอกตัวจริง 
ที่จะได้เป็นเจ้าของหัวใจของเขาอย่างแท้จริง




ผู้กองจอมทัพ เกียรติดิลก

ทหารสายลับมาดเซอร์ แฝงกายในคราบหนุ่มแว่นโอตาคุหน้ามึน
เพราะภารกิจที่ได้รับ ทำให้เขาต้องมาพัวพันกับเดอะแก็งค์บอยแบนด์สุดซ่าส์
เกิดอะไรขึ้นทั้งพีรพลและเพื่อนๆ ถึงมีชื่ออยู่ในบัญชีดำ
หรือเพราะเดอะเรดคลาสสิคกำลังนำศัตรูมาสู่พวกเขา
จะวุ่นวายโกลาหลขนาดไหน เมื่อจอมทัพเกิดถลำลึกเข้ากลุ่มกับเดอะแก็งค์
 จากที่จะสืบกลับกลายเป็นต้องช่วยกันตามล่าคนทำผิดตัวจริงเสียเอง



 
นับดาว หลานสาวคนสวยของพีรพล
เมื่อกฏของแรงดึงดูดผลักคนที่ไม่ใช่ออกไปจากวงโคจร
ก่อนจะดึงดูดคนที่ใช่เข้ามาในชีวิต
 ทว่า...เธอเกลียดผู้ชายในเครื่องแบบเข้าไส้
เหตุเพราะความทรงจำแสนเลวร้ายทำให้จำฝังใจ
ในขณะเดียวกัน จอมทัพคิดจะลาออกจากชีวิตราชการเป็นทุนเดิม
เหตุเพราะบางสิ่งบางอย่างทำให้เขาเสื่อมศรัทธาคนในแวดวงเดียวกัน 
การหันหลังจากตรงนั้นคือการทำเพื่อชีวิตและคนที่เขารัก
ให้ปลอดภัยจากภัยมืดที่มองไม่เห็น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

727 ความคิดเห็น

  1. #721 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 11:10
    เป็นปีแล้วยังไมาเลิก พี่ภามนี่ให้ความหวังจริงๆกั๊กมากนะคะ ไม่ดชียร์แล้ว จีบน้องใช่มั้ยทำไมทำยัวกะล่อนแบบนี้
    #721
    0
  2. #472 Chariyaiem (@Chariyaiem) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 00:10
    สงสารเคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลย ส่วนอิพี่ภามดีแล้วรู้จักระวังตัว แต่จะให้ดีถ้าคิดจะฟันปลากริมอย่าเลย อย่าไปทำลายปลากริมด้วยวิธีเลยมันแย่มาก
    #472
    0
  3. #315 Isareeya (@isareeya) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 05:51
    ระวังตัวแต่ก็ยังถูกหลอกได้ ฮืออออ
    #315
    0
  4. #314 KaiKanplu (@KaiKanplu) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 20:37
    ภามก็ดูระมัดระวังตัวกับรุ้งดีนะ ถ้าจะพลาดก็คงจะเป็นกับเคนนี่แหละ เอาเมียชาวบ้านเค้าโดยไม่รุ้ตัวไม่รุ้จะโดนไข้โป้งรึป่าว เป็นห่วงนะภาม
    #314
    0
  5. #313 amyjjang0323 (@amyjjang0323) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 20:00
    รถไฟเกือบชนกันละ
    #313
    0
  6. #312 loveningyou (@loveningyou) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 19:47
    คิดจะจับปลาสองมือเดี๋ยวเจอดีแน่นังรุ้ง
    #312
    0
  7. #311 MOD2527 (@MOD2527) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 19:00
    เหมือนพ่อทันกรรม
    #311
    0
  8. #309 $pirit Finger$ ^ㅆ^ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 18:26
    ปลาทูเจ้าเล่ห์เหมือนใครนร้าาาาาา
    #309
    0