ศาสตราจันทรา (จบภาค)

ตอนที่ 12 : หวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 352
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    7 ก.ย. 60

 

 

                        ยอมให้จับจองเป็นเจ้าของ    ให้ครอบครองมีสิทธิ์จะขีดกั้น

                   ยอมยกให้เป็นเช่นคนสำคัญ        หวงกันแล้วใช่ไหม..คนดี

 

 

 

          หยูไป่ฝูทอดสายตาอ่อนไปยังร่างบอบบางนั้น

            ระยะนี้องค์หญิงลี่เยว่อิงประทับยังตำหนักนานวันกว่าทุกครั้ง เขาควรยินดีมิใช่หรือ หากแต่ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างนั้นก่อความวิตกและห่วงใยในเจ้าชีวิตองค์น้อยนี้นัก

            ความเฉยเมยเย็นชาที่เคยเป็นอย่างไรก็ยังคงอยู่เช่นนั้น ทว่า แววคะนึงหาและอาลัยในเนตรงามคู่นั้น..มีมาได้อย่างไร

            หลายเดือนที่ผ่านมา องค์หญิงใช้ชีวิตโลดแล่นอยู่ภายนอกตำหนักบ่อยครั้งกว่าที่เคย และแต่ละครั้งที่กลับมา เมื่อได้เห็นเพลงกระบี่ที่ทบทวนฝึกปรือแล้วหยูไป่ฝูให้ยินดีนัก ความรุดหน้าที่ดุดันราวเพลงกระบี่แห่งเทพพิฆาตนี้มีแต่ทวีอานุภาพ

          คงเนื่องจากการออกศึกษารูปแบบต่างๆจากภายนอกนั่นเอง

            นั่นนับว่ามีเหตุผลสมควรต่อคำถามที่หยูไป่ฝูและกงกงอื่นในตำหนักเคยไถ่ถามกันและกัน ถึงการที่ทรงมักหายออกจากตำหนักอย่างบ่อยครั้งเช่นที่กล่าวนี้

            ระยะที่อยู่แต่ในตำหนักเช่นนี้ กลับพบเห็นอาการทอดเนตรเหม่อมองไปยังภูเขาด้านนั้นบ่อยครั้ง ยิ่งมองยิ่งคล้ายเดียวดายเศร้าหมอง

            เสียงกรีดแหลมจากเบื้องบนดึงให้พักตร์งามนั้นแหงนหงายขึ้น

            เหยี่ยวใหญ่ตัวหนึ่งโผผินปราดเปรียวราวเพลิดเพลินกับกระแสลมบนฟ้ากว้าง มันกรีดเสียงร้องทักทายเมื่อสบสายตากับร่างงามเบื้องล่าง วนเวียนอยู่รอบหนึ่งแล้วบินไปยังภูเขาอีกด้าน

            เป็นเหยี่ยวตัวเดิม นางจดจำได้

            เจ้านกร้ายปราดเปรียวตัวนี้มาให้นางได้เห็นบ่อยครั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มันมักจับจ้องนางราวจดจำมักคุ้น บางคราที่นางเดินทางไกลก็ยังเคยได้พบเห็นมัน

            เหยี่ยวใหญ่ลับตาไปแล้ว หากแต่ร่างบางยังคงไม่ละสายตาที่ทอดไปในทิศทางนั้น นานเนิ่นกว่าเนตรนั้นจะหลุบลง เอื้อนเอ่ยออกมาเบาๆ

            ไป่ฝู..เตรียมกระบี่ให้ข้า

            กล่าวจบจึงผละไปรอยังลานกว้าง

            หยูกงกงค้อมกายรับความ เมื่อยกกายขึ้น ปรากฏกระแสความห่วงกังวลเต็มสองตาขันทีผู้ภักดียิ่ง

          เช่นนี้อีกแล้ว..มิเสวย เฝ้าแต่ฝึกปรือเพลงกระบี่จนถึงรุ่งเช้า

 

 

 

 

          ร่างสูงใหญ่บนยอดไม้สูงยกแขนรับเหยี่ยวตัวโตที่โผเกาะบนท่อนแขนกำยำอย่างคุ้นเคย

            นางอยู่ดีใช่หรือไม่ ?

            นัยน์ตาคู่ใสกระจ่างมองไกลไปยังอีกฝั่งเขาสูง แววมาดหมายคล้ายคิดกระทำบางสิ่งฉายชัดเยี่ยงผู้ตั้งมั่นแล้วอ่อนแสงลงเป็นคะนึงหาอย่างที่สุด

          เจ้าเคยบอกให้ข้าจับดวงจันทร์ในมือให้มั่นมิใช่หรือ..แล้วไฉนจึงไปจากข้าเสียเล่า

 

 

 

 

          คิดไป ช่างไห่ เมืองเล็กๆที่ขึ้นชื่อเรื่องการตีเหล็กหลอมกระบี่ต้องใช้เส้นทางนี้ หากมิต้องการ ต้องอ้อมไปทาง กว่านสุย ที่เพิ่มระยะทางที่ไกลกว่านัก แม้ควบม้ายังต้องเพิ่มเวลาอีกสองราตรี

            องค์หญิงลี่เยว่อิงกระชับกระบี่ในมือ สบมองพลางยกยิ้มมุมปากด้วยต้องใจยิ่ง กระบี่เนื้อดีน้ำหนักเบาและเปล่งอานุภาพได้เยี่ยงศาสตราเทพนี้เป็นท่านอาจารย์ผู้สอนกระบี่ทำขึ้นเพื่อนาง ดังนี้นางจึงสมควรมารับด้วยตนเอง อีกทั้งได้เยี่ยมคารวะอาจารย์ผู้สอนเพลงกระบี่เพียงผู้เดียวของนางท่านนี้

            นางใช้เส้นทาง กว่านสุย ยอมเพิ่มระยะเส้นทางและเวลา หากไม่ยอมรับว่านางไม่ต้องการพบเจอ ใครบางคน ในแถบเส้นทางเดิมนั้น

            ใครบางคน ที่เพียงคิด ก็ทำให้พักตร์งามหม่นหมอง เนตรโศกยิ่งเพิ่มแววโศก

          ข้าเพียงต้องการลองใช้เส้นทางใหม่นี้ดูบ้างเท่านั้น..

          นางกล่าวภายในใจตนด้วยทิฐิ

 

 

 

 

          มีสิ่งใดแบ่งปันได้บ้างหรือไม่ ?

            ชาวเผ่าวารีร่างล่ำสันทัดร่างหนึ่งก้าวข้ามขอนไม้ตรงเข้ามา ในมือถือพวงปลาตัวเขื่องพวงหนึ่งชูขึ้น

                “แลกกับปลานี้เพียงพอหรือไม่

            ใบหน้าสี่เหลี่ยมที่เงยขึ้นอึ้งค้างงันไปเมื่อสบพักตร์งามล้ำ

            นางมิคิดแลกสิ่งใด หากแต่ท่าทีซื่อบริสุทธิ์และสายตาคาดหวังล้นปรี่นั้นหยุดยั้งฝีเท้า นางล้วงไปในห่อผ้าแพรเนื้อดีหยิบขนมที่ห่อหุ้มกระดาษมิดชิดออกมาชิ้นหนึ่งยื่นส่งให้ เป็นขนมลือชื่อของช่างไห่ที่ราคาแพงเกินความเป็นเมืองเล็กๆหากแต่รสเลิศลือนาม ขนมนี้เป็นอาจารย์ของนางจัดหาให้เป็นของฝาก

            มือใหญ่มอมแมมคว้าไปแกะดู สูดดมเอากลิ่นหวานหอมเข้าลึกแล้วส่งยิ้มกว้าง

            คุณหนูตระกูลร่ำรวยแน่แท้จึงมีขนมหอมเยี่ยงนี้

            ยื่นปลาให้จนเกือบชิดตัว

                “ทั้งหมดนี้แลกให้กับคุณหนูร่ำรวย

            มิคิดแลก ขนมนี้ข้าให้เจ้า เสียงเรียบตอบกลับ

            คุณหนูร่ำรวยใจดี

            วารีร่างสันทัดลิงโลดนัก

                “ร่ำรวยใจดีและแสนงามเยี่ยงนี้ ต้องมีชายมากหน้ามาแย่งชิงขอ บอกรักสามครา กับท่านไม่ว่างเว้นเป็นแน่

            บอกรักสามครา ?

            ““มิผิด วารีร่างสันทัดผงกศีรษะรัวๆ

                “บอกรักสามครา.. นั่นคือชายวารีหากพึงใจสาวใดจะจุมพิตแทนคำบอกรักนางสามคราต่อเนื่อง หากนางมิเอ่ยขัด มิยับยั้ง ยินยอมให้เขาได้จุมพิตครบสามครา นั่นคือนางตกลงใจจะอยู่ร่วมกับเขาไปตลอดชีวิต

            มีธรรมเนียมเช่นนี้ด้วย ? นางแย้มยิ้มใต้ใบหน้า

                มือใหญ่ยกห่อขนมขึ้นสูดดมนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว มือปาดน้ำลาย กล่าวต่ออย่างผู้รักการเจรจา

            แต่ชายวารีก็ต้องระมัดเนื้อระวังสายตาเช่นกัน บางนางวารีที่พึงใจชายที่ไม่มีใจตอบ นางจะรวบรัดเขา..

            พลันหรี่ตาลง เอ่ยกระซิบ

                “นางจะชิงเปลื้องผ้าตัวเองต่อหน้าเขาอย่างมิให้ได้ทันระวัง หากเขาเห็นนางเปลือยกายแล้ว เขาต้องรับนางเป็นภรรยาเพื่อรักษาหน้าให้นาง ชายวารีแม้หลายเรื่องจะอยู่เหนือกว่าเหล่าสตรี หากแต่เรื่องการรักษาหน้าตาให้กับสตรีในเผ่าแล้ว สิ่งนี้สำคัญยิ่ง บิดพลิ้วไม่ได้สักน้อย

            คราวนี้มุมปากรูปสวยคล้ายจะยกขึ้นเพราะขบขัน ทว่าพลันหยุดค้างไว้เพราะถ้อยความต่อมา

            เตียเตี๋ยที่ข้าหมายปองก็คิดการนี้

            ถอดถอนใจเฮือกใหญ่ ท่าทีร่าเริงเปลี่ยนเป็นหมองเศร้า

            เตียเตี๋ย ? บุตรสาวผู้เฒ่าวารี ?

            และ คู่หมายของหยุนตวน นางเอ่ยต่อในใจ เนตรซึ้งหม่นแสง

                “ใช่แล้ว เตียเตี๋ยบุตรสาวผู้เฒ่า มิผิดนาง

            วารีช่างจำนรรจาถอนหายใจอีกครา

            นางใฝ่ใจในหยุนตวนสหายข้า หากแต่หยุนตวนมองเตี๋ยน้อยเช่นน้องสาวมาตลอดมิมีเกินเลย เตี๋ยน้อยดื้อดึงนักมิยินยอมถอดใจห่าง ได้ยินว่าวันนี้นางจะลอบไปทำการเปลื้องผ้าต่อหยุนตวนสหายข้า ข้าอยากขวางนัก แต่มิอาจทำได้ หวังว่าหยุนตวนสหายข้าจะ..

            ถ้อยความต่อมาเปลี่ยนเป็นแตกตื่นงงงันเมื่อร่างบางนั้นพลิ้วจากไปราวพายุ

                “คุณหนูร่ำรวย ไยรีบร้อนปานนี้ ท่านลืมสิ่งใดไว้หรือ..

          เฮ้ออ.. ทอดเสียงรำพึงเบาๆ ยังมิได้กล่าวคำขอบคุณท่านเลย

 

 

 

 

          ข้าอยากเด็ดปีกผีเสื้อ !..

            องค์หญิงศาสตราแค่นเสียงในลำคอระหง ภาพใบหน้ากลมราวผลส้ม ริมฝีปากหนาอิ่มและตากลมโตแจ่มชัดในห้วงคิด ที่จริงแล้ววารีสาวผู้มีนามดังความหมายว่า ผีเสื้อ นางนี้ นับว่าเป็นสตรีน่าเอ็นดูอยู่หลายส่วนเช่นกัน

            ร่างบางเคลื่อนผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว มินำพาว่าความร้อนรุ่มเหมือนไฟแผดเผาจากปลายเท้าจนท่วมท้นศีรษะนี้มาจากที่ใด

            คราได้แตะปลายเท้าสู่พื้นแผ่วเบาแล้ว ต้องลอบระบายลมหายใจ เมื่อเห็นร่างใหญ่โตนอนหลับใหลเหยียดร่างเกือบเต็มชานริมน้ำมิรับรู้เรื่องราวใดทั้งสิ้น

            นางเขม้นมองหลังร่างอวบอัดที่กำลังนวยนาดตรงไปยังร่างใหญ่อย่างมาดมั่น ก้าวย่องไปหยุดห่างอยู่ห้าหกก้าว มือทั้งสองจับปมผ้าเตรียมคลายออก

            ข้านำขนมติดตัวมาด้วยมากมายนัก เจ้าอยากลองชิมสักชิ้นหรือไม่

            น้ำเสียงนั้นเรียบเย็นและถูกเปล่งให้เบาลงกว่าปกติ

            แม่ผีเสื้อน้อยเตียเตี๋ยสะดุ้งวาบ กำมืออุดปากตัวเองแน่นปิดเสียงร้อง หันมาเบิกตาค้างใส่ร่างเล็กบาง

            ท่าน..ท่านมาทำเรื่องใดที่เรือนของพี่หยุนตวน

            นางทีแรกคิดแผดเสียง แต่เมื่อนึกถึงร่างที่ยังคงหลับสนิทพลันลดเสียงราวกระซิบกลับ

            เจ้าเล่า ? หมายกระทำสิ่งใดที่นี่

            ร่างสูงศักดิ์ก้าวผ่านไปยืนข้างหน้า ให้อีกนางหมุนร่างอวบกลับมามองแผ่นหลังของนางอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

                “คิดเปลื้องผ้าให้กับเขา ?

            แล้วจะอย่างไรเล่า ?

            หน้ากลมราวผลส้มเชิดขึ้น แข็งใจสู้แม้ในใจระย่อท่าทีสง่างามที่แสนเย็นชานั้นหนักหนา

            ใบหน้าที่ฉาบเคลือบน้ำแข็งพันปีทว่ายังคงไว้ซึ่งความงามล่มฟ้าล่มเมือง เอียงเอี้ยวหันมาพุ่งสายตาเข้าร่างวารีสาว

            เตียเตี๋ยอยากกรีดร้องให้กับสายตาคมกระบี่คู่นั้น ขาทั้งสองอ่อนแรงจนเกือบรั้งทรุดลงไป

            ต่อให้เจ้ามาเปลื้องผ้าร่ายรำรอบเรือนนี้เช้าจรดเย็น เขา ก็มิอาจรับเจ้าเป็นภรรยาได้

            น้ำเสียงนี้ยะเยือกราวพายุหิมะ ทั้งจงใจซัดสาดใส่ดรุณีตรงหน้า

            เพราะเหตุใด ?

            นางตะกุกตะกักเอ่ย สีหน้างงงวย ก่อนเบิกตากว้าง

                “หรือว่า..หรือว่า.. ท่านได้เปลื้องผ้าให้กับเขาแล้ว !”

            โอษฐ์งามจิ้มลิ้มมิเอ่ยความใด เพียงคลายรูปคล้ายแย้มเย้ยส่งมอบให้

            เตียเตี๋ยกระทืบเท้าสิ้นเกรงว่าจะทำคนหลับใหลต้องตื่นก่อนกระทำการอีกแล้ว กรีดร้อง

                “ข้าเกลียดท่าน !” แล้ววิ่งจากไปเร็วรี่

            องค์หญิงลี่เยว่อิงหัวร่อแผ่วเบา มองตามร่างที่วิ่งจนล้มลุกคลุกคลานนั้น

            นางไม่บ่อยเลยที่จะหัวเราะ หากครั้งนี้แสนจะบันเทิงและปลอดโล่งใจ ปรีด์เปรมราวกับว่า ศึก ครั้งนี้ใหญ่ยิ่งนัก และนางให้ยินดีเหลือเกินที่เป็นฝ่ายกำชัย

            ทว่าต้องพลันชะงักด้วยประสาทสัมผัสรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของบางสิ่ง

            นางหันใบหน้ากลับมาเพื่อพบกับร่างใหญ่หนาที่ลุกมานั่งอยู่ก่อนแล้ว นัยน์ตาคู่นั้นไม่คล้ายคนเพิ่งตื่น พราวระยับฉายแววลุ่มหลงและคะนึงหาเปี่ยมล้นเต็มสองตา แย้มพรายด้วยปรีดาจนขับใบหน้าคมคายให้กระจ่างตานัก

            พักตร์งามแต้มสีจัดเต็มสองแก้ม เสมองไปรอบด้าน

            วารีหนุ่มช่างจำนรรจายามนี้กลับทำเพียงทอดสายตาหวานล้ำไม่เบือนไปไหน ยิ่งทำให้คนพูดน้อยขัดเขิน ถามตัวเองอื้ออึงในใจ

 

          เมื่อครู่.. นางกระทำเรื่องใดไป

 

 

 

 

 

 *****  นางกลับมาแล้ววว ^^

            เห็นมั้ยย เราไม่ใช่คนใจร้าย เราไม่ทรมานพ่อเมฆน้อยนานๆ

            แต่ก็อ่ะนะ ใจคนคอย

            แล้วแบบนี้องค์หญิงใสซื่อจะต้องปลอบขวัญยังไงน้าา

            ตอนหน้าเน๊อะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #13 Toffee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 12:14
    นางเอกหึงแทบควันออกหู พระเอกตีมึนยิ้มใส่เฉยยย
    #13
    1
  2. #12 He ! Ya (@peachoffires) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 12:16
    อ้าว นี่อุตส่าห์หวังให้พระเอกไปง้อนะ ทั้งๆที่ไม่ได้ทำไรผิดหรอก แต่เราหึงแทนนางเองจย้า 55555
    #12
    2
    • #12-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 12)
      7 กันยายน 2560 / 16:19
      เรื่องนี้พระเอกอาจจะไม่หนักไปทางง้อ แต่เรื่องอ้อนนี่ไม่แพ้ใครเลยจ้า
      ใจดีปล่อยไปก่อนเถอะ แล้วคอยดูต่อปายยย โฮะ โฮะ โฮะ
      #12-1
    • #12-2 He ! Ya (@peachoffires) (จากตอนที่ 12)
      7 กันยายน 2560 / 23:28
      ไรท์อ๊า ให้พระเอกง้อบ้างสิ นางเอกอุตส่าบินกลับมาอย่างไวเลยนะ 5555
      #12-2