ศาสตราจันทรา (จบภาค)

ตอนที่ 15 : ใต้ความสำราญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    19 ก.ย. 60

 

 

                         หัวใจเอยอย่าเลยร้าง        กายไม่ห่างใจกลับห่างพี่ใจหาย

                    เพ้อหาในความเดียวดาย        ไร้ความหมายเพราะใจเจ้าไม่เคียง

 

 

 

          ร่างเล็กบางที่ทอดสายตาไปเบื้องล่างคล้ายอยู่ในท่วงท่านั้นนานแล้ว ความนิ่งเฉยไร้ความรู้สึกใดในเนตรโศกซึ้งนั้นกลับให้ยิ่งคะนึงหา ยามที่ร่างบางนี้มิได้อยู่ใต้เกราะรบ อาภรณ์สตรีอ่อนพลิ้วดังที่สวมใส่อยู่นี้ ยิ่งขับให้ร่างนี้น่าทะนุถนอมเกินจะคาดคิดว่ายามโรมรันเหล่าอรินั้นนางดุดันเหี้ยมเกรียมปานใด

            มือเล็กบางที่มองอย่างไรก็ไม่อาจทำใจให้เชื่อได้ว่าเชี่ยวชาญนานาอาวุธวางบนขอบระเบียง ปล่อยให้สายลมระใบหน้าและเส้นผมสลวย น้อยครั้งที่จินคุนจะมีวันที่อากาศคลายความเย็นไปบ้าง ท้องฟ้าวันนี้จึงมีแสงสีที่อุ่นละมุนไม่ต่างกับนางตรงหน้า บนฟ้ากว้างที่เห็นจากปลายตา เหยี่ยวตัวใหญ่บินวนแล้วเร่งปีกกว้างลับไป

          เหตุใดจึงเป็นเจ้าที่ต้องตกในดาวศาสตรา..

            แววตากรุ้มกริ่มยามนี้หม่นแสง กล้ำกลืนความหนักหน่วงภายใน

            ร่างสูงของผู้มีสีผิวและเส้นผมอ่อนจางนั้นปราศจากกิริยาหลุกหลิกเช่นที่คนทั่วไปพบเห็น ตกในภวังค์เหม่อคว้าง

 

          ดารา..มิใช่ศาสตรา

          รับสั่งของพระบิดาแจ่มชัดในความคิด

          จินคุนทุกวันนี้นับว่าอุดมสมบูรณ์เทียบเคียงลี่คุนแล้ว เหตุใดมิเพิ่มแสนยาเล่าพระบิดา ?

          บิดาผู้ปรีชาแย้มสรวลของผู้เก็บงำเบื้องลึกบางประการ ตรัสเบาๆเรียบเรื่อยถึงความนัยนั้น พร้อมทอดพระเนตรไปทิศทางลี่คุน ทั้งเอ่ยถึงสิ่งควรเลือกเพื่อประโยชน์สุดของแผ่นดิน

          ..มิใช่ที่พึงใจ

 

            เนตรสีอ่อนหลุบลง ระบายลมหายใจแผ่ว เมื่อยกกลับขึ้นมาอีกครั้ง ความเหลวไหลกรุ้มกริ่มทาบทับลงบนใบหน้าอีกครั้ง

            เจ้าพึงใจสิ่งใดหรือ จึงจ้องจับเป็นนานเช่นนี้

            สุรเสียงเริงสำราญดังขึ้นพร้อมกับย่างกายใกล้

            หรือนางกลายเป็นหุ่นปั้นไปแล้ว ?

            ด้วยร่างนั้นมิมีทีท่าไหวติง ทั้งแววตายังสงบราวผิวน้ำนิ่งที่เย็นเยือกและสุดคะเนความลึก

            องค์ชายจินหรงจวินทอดสายตาลงไปในจุดที่นางจับจ้อง พบเพียงทุ่งหญ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีด้วยอากาศหนาวเย็นเริ่มกรายเข้ามา

          เพียงสิ่งด้อยต้อยต่ำมีใดควรค่าแก่การที่เนตรงามของเจ้าเฝ้ามอง ?

            จินคุนเริ่มหนาวเย็นแล้ว ความเย็นนี้อีกสิบวันข้างหน้าจะแผ่ลงไปถึงลี่คุน เย่วอิง..เจ้าชมชอบความหนาวเย็นหรือไม่ ?

            ท้ายเสียงบางเบาไม่คล้ายถามถึงอากาศที่เริ่มย่างกราย

            ไม่

            เสียงบางเบาใกล้เคียงกันทว่ากลับไร้ความรู้สึกใดในน้ำเสียง และผู้ฟังก็มิอาจล่วงรู้ถึงในห้วงความคิดของนางที่กำลังระลึกถึงบุคคลผู้หนึ่ง ผู้ที่มีรอยยิ้มและอ้อมกอดที่คล้ายสายลมอันอุ่นโยน

                นางมักกล่าวอย่างไร้รู้สึกไร้ใจต่อทุกผู้คนเช่นนี้มาตลอดมิใช่หรือ

            แม้รู้ชินเช่นนี้ ทว่าเสียงหัวเราะคนฟังยังเฝื่อนเฝือ

            ข้าต้องชมชอบสิ่งใดด้วยหรือ ? นางเอ่ยทั้งเนตรที่คงทิ้งในที่ไกลตา

            เจ้า..ไร้ใจเพียงนี้.. อีกฝ่ายเอ่ยราวพ้อ

            นางหันทั้งร่างมาสบมองคนเสียงเหม่อคว้าง เอียงใบหน้าน้อยๆ ก่อนหันกลับเดินจากไป

            องค์ชายจินหรงจวินทอดสายตาตามร่างบางไปจนลับหาย ความว่างเปล่าจากแววตาของนางกระทำให้เกิดช่องว่างในโพรงอกจนเป็นความเคว้งคว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

          เยว่อิง ถ้าข้าสามารถทำให้เจ้ากลับกลายเป็นเช่นสตรีทั่วไป เจ้าจะมีใจชมชอบ เจ้าจะมีรอยยิ้มอ่อนหวาน เจ้าจะมีน้ำเสียงออดอ้อน ทั้งหมดนี้ .. เจ้าจะมีหรือไม่

          ทั้งหมดนี้..เจ้าจะมีให้กับข้าได้หรือไม่

 

 

 

 

          ทั้งหมดนี้..นางมี

            หากมีให้กับบุรุษตรงหน้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น

            ทันทีที่เข้าเขตป่าธาร ร่างสูงใหญ่ที่คล้ายรู้และรอคอยอยู่ก็อ้าแขนกำยำทั้งสองออกกว้างรวบร่างบางไปกักไว้ในอกใหญ่แนบแน่น เคล้าเคลียทั่วใบหน้างาม

            ข้าคิดถึงเจ้านัก

            มือกร้านสากเกลี่ยเส้นผมทัดข้างใบหูขาวผ่องเบามือ ถนอมจนอ่อนโยนยิ่ง

                “เหนื่อยหรือไม่ ? หิวหรือไม่ ?

            พักตร์งามส่ายปฏิเสธกับอกกว้าง สุรเสียงอ่อนหวานตอบกลับเพียง

            ข้าอยากกลับบ้าน

            มิสิ้นคำดี ร่างเล็กก็ถูกรวบอุ้มพาเดินไปตามเส้นทางที่แสนคุ้นเคย

            นางนั่งบนท่อนแขนใหญ่เปี่ยมกำลัง ซบซุกใบหน้าบนไหล่กว้าง มือข้างหนึ่งโอบรอบคอเขา อีกข้างลูบไล้อกกว้างตรงหัวใจของคนตัวใหญ่ เสียงหวานใสเอ่ยข้างหูเบาๆว่านางแสนจะคิดถึงสามีของนางเพียงใด ออดอ้อนจนร่างใหญ่หัวใจหวามราวตกในห้วงฝัน

            ข้ารักนางยิ่ง

 

 

 

 

            หยุนตวนที่เคยเชื่องเชื่อกับนางเสมอยามนี้กลับกลายเป็นดั่งม้าป่าแสนพยศ

          เขาดื้อรั้นและใช้พละกำลังที่มีไปกับความคึกคะนอง จนต้องยอมรับว่านางไม่อาจควบคุมได้แล้ว หากแต่เจ้าม้าป่าตัวนี้ก็ช่างทำตัวเย้าหยอกและออดอ้อนนัก นางจึงเพียงผ่อนลมหายใจพร้อมเสียงแผ่วพร่าไปกับการปล่อยให้เจ้าม้าพยศนี้พานางโลดแล่นไปสุดแต่ใจและแรงกำลังของมัน ให้นำพานางผ่านห้วงความเร่าร้อนแสนหวานจนสิ้นเรี่ยวแรงเสน่หา

            ชายหนุ่มพลิกกายช้าๆ ตะแคงร่างท้าวแขนมองร่างเล็กบางที่พริ้มตาหลับใหลอยู่เคียงข้าง ผ่อนลมหายใจลึกบางเบาเป็นจังหวะเดียวกับลมหายใจของนาง เป็นการหายใจในจังหวะเดียวกันที่ได้กระทำจนคุ้นชินมานานปี ปลายนิ้วกร้านไล้ผิวแก้มราวต้องของล้ำค่าควรระวังการบุบสลาย สายตายามนี้เอ่อล้นไปด้วยความลุ่มหลง

          โฉมงามของข้า..ภรรยาที่รักของข้า

            เขามองนางที่หลับราวทารกไร้ความหนักอึ้งของภาระหน้าที่ใดใดอย่างอิ่มสุขนัก ระยะที่ผ่านมาเขาเฝ้าถนอมกลมเกลาเป็นช่วงเวลาหนึ่ง กว่าที่นางจะผ่อนคลายและค่อยๆละวาง บางสิ่ง ลงได้..

          บ้านของเรา

          ที่นี่คือบ้านของเรา

          เมื่อเจ้ากลับมาบ้าน เจ้าไม่จำเป็นต้องแบกรับสิ่งใดทั้งสิ้น หลงลืมสิ่งที่เจ้าเป็นไปชั่วขณะเถิด

          เจ้าบอบบางเพียงนี้ เหตุใดต้องแบกรับหน้าที่ใหญ่หลวงนัก

            นัยน์ตาผู้เฝ้ามองหม่นแสงลง

            ข้าเหลือจะห่วงใยเจ้านัก..ที่เป็นอยู่นี้ ไม่ง่ายเลย..

          ลี่เยว่อิง..ข้ารู้ ข้ารู้มาตลอดว่าเจ้าคือใคร หากแต่มิมีใดสำคัญกับหัวใจของข้าเลยสักเสี้ยว เพราะที่ข้ารัก คือตัวเจ้า มิใช่สถานะองค์หญิง มิใช่ความเป็นศาสตรา

          ข้ารักเจ้ามานานปี รักเจ้าก่อนที่เจ้าจะได้รู้จักตัวข้า รักที่แม้นหากมิได้ครองคู่ ก็จะมิมีสตรีนางใดมาอยู่ในที่ของเจ้า

          ก่อนนั้น..ข้าไหนเลยกล้าคิดว่าจะได้มีวันนี้ วันที่ได้ครอบครองเจ้าไว้ในอ้อมแขน ข้าหวงเจ้ายิ่งนัก มิยอมยกให้กับผู้ใด มิยอมให้สิ่งใดพรากเจ้าจากไป

            ในความลึกเข้มของดวงตาผู้จับจ้องนั้นหวนระลึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา รับรู้ทุกความบอบช้ำที่นางได้รับ

            ทว่าก่อนหน้านั้น สิ่งที่กระทำได้เป็นเพียงอยู่เคียงข้างโดยที่นางมิเคยรู้

          แต่นับจากนี้..จะมิใช่อีกแล้ว

            ร่างใหญ่กระชับชิดกอบร่างบางมาแนบอก ร่างเล็กไหวกายซึมเซาเข้าซุก มุมปากยกยิ้มรับอกอุ่น เนตรงามคงพริ้มหลับให้เห็นม่านแพรขนตางอนงาม

          มือกร้านใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่ม สูดกลิ่นกรุ่นเนื้อนวลจนลึก ก่อนหลับใหลเคียงข้างกัน

 

 

 

 

            เชือกถักร้อยจี้แหวนวงสำคัญถูกนำมาพันคล้องรอบข้อมือเล็กอีกครั้ง นางเพิ่งได้รู้ไม่นานมานี้ว่า สตรีวารีใดมีเชือกจี้พันคล้องข้อมือแล้ว สตรีนั้น ต้องห้าม กับการเกี้ยวพา เนื่องเพราะเชือกนี้บอกให้รู้ว่าสตรีผู้นั้นมีผู้จับจองเป็นเจ้าของหัวใจแล้ว

            นางและเขากำลังอยู่ท่ามกลางแสงสียามค่ำคืนของงานฉลองศาลเจ้าใหม่ของ หุยซาง เมืองเล็กติดแนวป่าธารวารี

            คราก่อน ที่ กั๋วซัว นางและเขาได้ก่อภาพสร้างเรื่องให้ชาวเมืองอึ้งตะลึงตาค้างมาแล้ว

            ครั้งนี้ ชาวเมืองหุยซางนอกจากจะอึ้งตะลึงตาค้างแล้ว ยังมีผู้สำลักไอด้วยขนมไหว้ติดคอเสียหลายคน

            หุยซางอยู่ติดชุมชนวารี พวกเขาจึงพอจะรู้ถึงธรรมเนียมชาววารีอยู่บ้าง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้อึ้งตะลึงตาค้างเพียงเพราะเห็นสตรีโฉมสะคราญเคียงข้างชาววารี ทว่าที่อึ้งตะลึงตาค้างกว่าก็เพราะข้อมือของนางแสดงการถูกจับจองด้วยชาววารี

            และแน่ชัดว่า ย่อมต้องเป็นวารีผู้นั้น

            วารีผู้มีร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมคายผิดเผ่าพันธุ์

            พวกเขาล้วนเคยพบเห็นวารีที่มีรูปลักษณ์ผิดเผ่าพันธุ์อยู่บ้าง รู้ว่าเป็นทารกกำพร้าต่างสายพันธุ์ที่ถูกชาววารีชุบเลี้ยง หากแต่มิใช่เช่นวารีผู้มีท่าทีทะนงองอาจนี้ และแม้จะดูว่าเป็นผู้โอบเอื้ออารีจากแววตากระจ่างคู่นั้น หากก็ยากแก่การคิดเอาเปรียบล่วงเกิน

          และนางผู้นั้นเล่า

            นางเป็นชาวเมืองใด นางที่งามราวนางสวรรค์ เป็นความงามที่คล้ายรูปสลักน้ำแข็ง แน่วนิ่งเย็นชาต่อทุกสรรพสิ่ง ทว่ายามหันมองสบวารีผู้นั้น ใบหน้างามยะเยือกกลับละมุนจนชวนเคลิ้มฝัน แววตาก็หวานล้ำกับวารีร่างสูงใหญ่แต่เพียงผู้เดียว

          สายตาคู่หนึ่งที่มิใช่ชาวเมืองหุยซางจับจ้องหนุ่มสาวประหลาดคู่นี้ไม่คลายเคลื่อนเช่นกัน

            ร่างสูงใหญ่บดบังร่างเล็กบางราวปกป้องทำให้ไม่อาจเห็นได้ถนัดชัดเจนนัก เมื่อเขาก้าวขยับมาอีกทาง ร่างใหญ่ที่คงหันหลังอยู่ก็คล้ายขยับมาบดบัง

            เป็นเช่นนี้สองสามครั้ง

          จำเพาะบังเอิญใช่หรือไม่..

            เขาถามตัวเองในใจ

            ท่วงท่าร่างใหญ่นั้นไม่คล้ายว่าจะรู้ตัว ยังชี้ชวนสตรีของตนให้ดูสิ่งของต่างๆที่ชาวเมืองตั้งแผงขาย

            ผู้ลอบมองผ่อนระบายลมหายใจช้าๆคลายคาใจ แล้วกลับต้องค้างลมหายใจกลางคัน

            สองมือร่างสูงใหญ่คงเกาะกุมบ่าเล็กสองข้างของสตรีที่ถูกกำบังเบื้องหน้า ท่าทีคงผ่อนคลายเช่นผู้เพลิดเพลินต่อการเดินเที่ยวชมแสงสี รอจนผู้เป็นภรรยาก้าวไปข้างหน้าจึงได้หันกลับมาช้าๆ

            ใบหน้าที่หันมองมานั้นมิใช่การมองผ่านโดยบังเอิญเป็นแน่

                เป็นการหันสบยังผู้ลอบมองโดยตรงอย่างมั่นใจว่า ใช่

            ใบหน้านั้นไม่บ่งบอกความรู้สึก ทว่านัยน์ตาที่ส่งมอบมาเปล่งประกายเย็นชาแฝงความดุลึกมิผิดนัยน์ตาพยัคฆ์ร้าย

            ริมฝีปากขยับไร้เสียงแต่เป็นคำความส่งมาให้ได้รับรู้

          อย่าได้คิดแตะต้องนาง !”

            ชายใบหน้าใต้หมวกใบใหญ่ส่งเสียงคล้าย หึ ในลำคอทั้งขบขันทั้งประหลาดใจ

            นางผู้นั้นงามจริงแท้มิอาจปฏิเสธได้ และเขาก็ชมชอบสาวงามอย่างยิ่ง

            หากแต่ในเวลานี้ที่เขาเพ่งมองหมายให้ชัดเจนคือวารีร่างใหญ่ผู้นั้นต่างหากเล่า

            มิได้..เขามิใช่เป็นได้ทั้งผู้นิยมบุปผาและเป็นชายนิยมดอกเบญจมาศใจใฝ่ชายด้วยกัน

            แต่เพราะวารีผู้นี้ราวเงาร่างบุคคลผู้หนึ่ง โดยเฉพาะแววตาเช่นนั้น..เหมือนกันมิผิดเพี้ยน

            ทว่า..จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ในเมื่อ..

          อย่างน้อย..การออกนอกเส้นทางโดยไร้เหตุผลครั้งนี้ก็มิเสียเที่ยวเลย

 

 

 

 

          คนผู้นั้นไปแล้วใช่หรือไม่ ?

            เมื่ออยู่กับเขา นางละวางกระบี่เก็บไว้ที่เรือน วางตัวเป็นเช่นสตรีที่เป็นภรรยาทั่วไป แต่จะอย่างไรนางยังใช่ศาสตรา เพียงการลอบมองที่ต่างจากสายตาจับจ้องทั่วไปหรือจะปกปิดนางได้

            หยุนตวนก้มงับพุทราเชื่อมเสียบไม้ที่ถืออยู่ในมือนางลูกหนึ่ง กล่าวพลางแย้มยิ้ม

            ลักลอบมองภรรยาของข้า น่าตายนัก

            ริมฝีปากบางเอ่ยเย้ายิ้มขัน

            มิผิด น่าตายนัก เหลือบแลข้าเพียงเสี้ยว แล้วกลับจับจ้องสามีของข้ามิวางตา ข้าขัดเคืองนัก

            นางเอียงใบหน้า

                “เหตุใดต้องบดบังมิให้ข้าได้เห็นคนผู้นั้น ?

            คนผู้นั้นคางใต้ปีกหมวกมีหนวดเคราครึ้มนัก มิงามเทียบเจ้าได้เลยสักเศษเสี้ยว มิชวนมองสักนิด

            รอยยิ้มเช่นทารกลักลอบหยิบขนมหวานแล้วมารดาจับได้นี้ ทำให้นางหัวร่อเสียงเบาอย่างเอ็นดูคนตัวโตตรงหน้า

            เอาเถอะ ถ้าคนผู้นั้นคิดการสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับนางและเขา ต่อไปย่อมต้องเป็นฝ่ายกลับมาอีกครั้ง คราหน้านางจะรวบรัดจับความให้จงได้

            จะชวนมองหรือไม่ จะบุรุษหรือสตรี หากคิดจับจ้องสามีของข้าแล้ว..มิได้ทั้งสิ้น

            มือบางยึดต้นแขนแกร่งไว้ ยกกายขึ้นจุมพิตคนตัวโตเร็วๆทีหนึ่ง

            ข้าหวง !”

 

          เสียง แคร่ก ของการกระแอมไอสำลัก และเสียงเปรื่องปังลักลั่นของการตกแตกของสิ่งนานาส่งต่อกันรอบบริเวณจากการกระทำแบบนั้นของนาง

 

 

 

 ***** ข้าหวง ...

           อืมมม ใครจะหวงใครกว่ากันน้า ^^


           แล้วตาหนวดที่เพิ่งมานี่คงไม่ใช่ธรรมดาสินะ

           ม่ายอาวว ไม่สปอยล์อ่ะ :)))

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #17 He ! Ya (@peachoffires) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 15:52
    ลุ้นค่ะลุ้น
    #17
    1
    • #17-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 15)
      22 กันยายน 2560 / 10:16
      ลุ้นเหมือนกันค่าา
      แต่ลุ้นเครื่องคอมฯ สองวันมานี่เจอไวรัสเต็มๆ 555
      ตอนนี้เคลียร์ได้แล้วเลยรีบอัพตอนใหม่ไว้ก่อนเลย

      ส่วนลุงหนวด จะมาในตอนถัดจากตอนนี้นะคะ ^^
      #17-1