ศาสตราจันทรา (จบภาค)

ตอนที่ 2 : เจ้าวารีที่น่าตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 703
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    30 ก.ค. 60

 

                             อย่าคิดลองคะนองเล่น     อย่าได้เห็นเป็นเช่นเพื่อน

                        อย่าเย้าหลอกให้แย้มเยื้อน      อย่าทำเหมือนว่ารู้ใจ

 

 

 

          กงจื้อรูปงามท่านนั้นใบหน้าปึ่งชายิ่ง

            เถ้าแก่โรงเตี๊ยมหลังน้อยในเมืองเล็กลอบมอง บุรุษ ที่เป็นลูกค้าคนสำคัญในยามนี้ กงจื้อหนุ่มรูปงามท่านนี้ทำให้ร้านเล็กๆสว่างราวโหมประโคมดวงไฟนับสิบพร้อมกันในที่แคบ รูปกายที่เล็กบางกว่าบุรุษทั่วไปนั้นกลับสง่างามมิด้อยกว่าบุรุษที่มีร่างกายสูงใหญ่ ผิวกายเนียนละเอียดผุดผ่องราวเปล่งแสงเรืองรองเป็นที่ตะลึงตาค้างแก่ทุกผู้

            คำสั่งเพียง จัดอาหารที่ดีมาให้ข้าสักสองสามอย่าง นี้ ย่อมหมายถึงอาหารที่ดีที่สุดของทางร้านเล็กๆร้านนี้ ท่าทางร่ำรวยมีสกุลเช่นนี้ย่อมมีเบี้ยอัฐเหลือที่จะพออย่างที่เถ้าแก่มิต้องกังวลเรื่องค่าอาหาร ดูๆแล้วย่อมต้องให้จัดหาที่พักด้วยเป็นแน่แท้ เถ้าแก่จึงได้กระซิบสั่งคนรับใช้ตัวน้อยให้เร่งจัดเตรียมห้องที่ดีที่สุดไว้รองรับแล้วโดยยังมิต้องให้ ท่านผู้นั้น เอ่ยแจ้ง

          กงจื้อรูปงามต้องการสุรารสดีหรือไม่ ?

            คำถามนี้เถ้าแก่ยังมิได้เข้าไปค้อมกายไถ่ถามอย่างที่กำลังคิดจะกระทำ หากแต่หลุดมาจากวารีร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่ง วารีผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายและดวงตาที่สุกใสยิ่ง วารีผู้ก้าวเข้ามาในร้านแล้วตรงดิ่งมายังโต๊ะที่กงจื้อผู้นี้นั่งอยู่ วารีผู้มีท่วงท่าองอาจมั่นใจอย่างยิ่ง

            สุราหมักของชาววารีมิใช่หาซื้อได้โดยง่าย ทั้งยังเป็นสุราชั้นดีที่หอมหวานนัก กงจื้อรูปงามต้องการหรือไม่

            สุราในไหดินเผาใบย่อมในมือวารีร่างใหญ่ถูกโยนไปมาระหว่างสองมือใหญ่ ใบหน้านั้นแย้มเยือนอารมณ์ดี นัยน์ตาสุกใสแพรวพราวราวเปล่งเสียงหัวร่อจากในนั้น ส่งสบใบหน้าที่ผู้อื่นล้วนชื่นชมว่า หล่อเหลา นัก

            ร่างสูงใหญ่เคลื่อนไปซ้ายทีขวาที ก้มพินิจใบหน้าปึ่งชาพลางแย้มยิ้มไม่คลาย วางไหสุราลงบนโต๊ะ

            ดูๆแล้วข้าแน่แก่ใจว่าต้องเป็น กงจื้อ ตระกูลร่ำรวยเป็นแน่ สุราเลิศล้ำซ้ำราคาไม่แพงคงพอช่วยรับซื้อได้ ไม่สร้างความลำบากให้ท่านกระมัง

            คำ กงจื้อ นั้นกลั้วหัวร่อในลำคออย่างขันขำกับตัวเองทว่าผู้รับฟังคล้ายกำลังถูกก่อกวนโทสะอย่างไรอย่างนั้น

                ไหสุราก็วางแล้ว วาจาก็เอ่ยออกมามากแล้ว คนก็ยืนนิ่งรออยู่แล้ว ทว่ากลับไม่มีวาจาและท่าทีออกมาจาก กงจื้อ ผู้นั้น นอกจากใบหน้าที่ขับไอเย็นยะเยือกและการปรายตาอย่างเย่อหยิ่งถือตัวเป็นที่สุด ผู้คนในร้านนิ่งเงียบล้วนลอบมองเหตุการณ์นี้

            เด็กหนุ่มลูกชายเถ้าแก่โรงเตี๊ยมที่เดิมทีลับๆล่อๆอยู่ข้างลิ้นชักบิดาปรี่เข้ามา

            เจ้าวารีที่ต่ำต้อย อย่าได้บังอาจรบกวนผู้สูงศักดิ์ที่เป็นแขกของร้านเรา มือลีบบางอย่างเช่นผู้มิรักเคี่ยวกรำงานทุกประเภทผลักที่ร่างใหญ่ไม่เบา ทว่ากลับคล้ายผลักดันขุนเขา กลายเป็นมือตนเองชาข้อเคล็ดไป ฝืนเก็บสีหน้าที่ผิดสีไปวูบอย่างรวดเร็ว

            ร่างสูงใหญ่ยังคงสีหน้ายิ้มแย้มไม่แปรเปลี่ยน แม้ยินคำ วารีที่ต่ำต้อย ไม่แม้จะหันสนใจเด็กหนุ่มผอมแห้งผู้นั้น

            กลับเป็นสายตายะเยือกที่เบนมา กล่าวเย็นชายิ่ง

            ลี่คุนตรากฎความเสมอภาคแก่ทุกผู้เผ่า และมิให้ทำร้ายชาววารี เจ้ามิรู้หรอกหรือ

            เด็กหนุ่มหน้าผิดสีอีกครั้ง ส่งเสียงเอ้ออ้าในคอ เหลือบมองไปรอบอย่างมิรู้จะทำตัวเช่นไรต่อไป เขากระทำเรื่องใดผิดหรือ เมืองหลวงตรากฎเช่นนี้จริงอยู่ ทว่าในสังคมแล้ว ทุกผู้ล้วนรู้ว่าวารีนั้นวรรณะใด ทุกผู้ล้วนปฏิบัติแบ่งแยกต่อวารีอย่างไรก็ได้เช่นนี้มิใช่หรือ ร้านอาหารบางร้านมิยอมขายแม้เพียงข้าวเปล่าชามเดียวให้แก่วารีเสียด้วยซ้ำ และโรงเตี๊ยมนี้ก็เช่นกัน

            กงจื้อหล่อเหลาร่างบางผุดกายขึ้น ล้วงเงินสุกปลั่งวางหนักๆลงบนโต๊ะ ก้อนหนึ่งวางเป็นค่าอาหาร อีกก้อนวางไว้ใกล้ร่างใหญ่ ก่อนคว้าไหสุราแล้วก้าวออกจากร้านโดยมิเหลือบแลผู้ใด

            มือของร่างใหญ่คว้าหยิบส่วนของตนก่อนรี่ตามร่างเล็กออกไป เถ้าแก่เพิ่งได้สติคิดรู้หวาดเกรงว่ากงจื้อผู้นั้นอาจเป็นเจ้าหน้าที่ทางการจากเมืองหลวงผ่านเส้นทางมา โรงเตี๊ยมนี้จะมิถูกขึ้นบัญชีจัดการตามตรากฏในภายหลังหรอกหรือ เถ้าแก่ปรี่เข้ามาตบศีรษะบุตรชายมิเบาแรงนัก

          เจ้าบ้า..เจ้าทุบหม้อข้าวตนเองแตกไปเสียแล้ว

 

          เสียงทักท้วงมิเบาเลย ทว่ามิอาจรั้งกงจื้อร่างบางให้หยุดรอคอย กระทั่งพ้นเขตอาศัยของผู้คนเข้าสู่ทางป่าโปร่ง สองข้างทางมีต้นไม้สูงใหญ่ร่มรื่นเป็นระยะ ร่างใหญ่รุดไล่มาขวางไว้

            ค่าสุราไม่ครบ ? คิ้วเรียวสวยเลิกสูง เอ่ยถามเสียงเย็น

            ง้วนป้อนี้ให้ข้าหมักสุราแก่เจ้าอีกสิบไหยังนับว่าไม่ขาดทุน

            ร่างใหญ่วนรอบกายบาง จับจ้องอย่างเพ่งพินิจที่แฝงความหยอกเย้าหนึ่งรอบ ก่อนมาหยุดเบื้องหน้าอีกครั้ง ก้มศีรษะในระดับเดียวกับคนตรงหน้า ใบหน้าคนตัวใหญ่ประกาศความเริงรื่นเอียงจับจ้องใบหน้าไร้ความรู้สึกของอีกฝ่าย ก่อนส่ายใบหน้าตนเองไปมา

                “เจ้าชมชอบแต่งกายเป็นบุรุษ ? น่าเสียดายนัก..”

            ไม่เกี่ยวกับเจ้า ตัดรอนเย็นชายิ่ง

            ข้าเพียงเสียดาย โฉมงามของข้างามยิ่ง กลับซ่อนงามใต้ร่างบุรุษ

            เนตรงามตวัดแสงวาววับราวกระบี่ฟาดฟันผู้อยู่ตรงหน้า หลังเอ่ยขาน โฉมงามของข้า

            คำนี้คล้ายวาจาแทะโลมของบุรุษกรุ้มกริ่ม ทว่าคนผู้นี้กลับเอ่ยราวนามนี้เป็นนามของนางจริงแท้ เป็นการขานนามที่นุ่มนวลสนิทสนม อีกทั้งยังแฝงความรู้สึกบางอย่างที่นางมิเข้าใจมาในนามนั้น หากแต่ด้วยไว้ศักดิ์ดังเคย นางจึงมิคิดหาคำตอบจากสิ่งนั้น ทำเพียงเชิดพักตร์งามล้ำแค่นเสียง เฮอะ

            มือใหญ่คว้ามือเล็กบางนุ่มนิ่มขึ้นมา วางง้วนป้อสีเงินสุกปลั่งค่าสุราหมักลงไป ก่อนลดมือตนเองลง

            ข้ามิคิดขายกับเจ้า รับคืนไปเถอะ

            เจ้ามิขายแล้ว ? ..แต่ข้าก็มิคิดจะคืนสุรานี้ให้แก่เจ้า นางเอ่ยเย้ยด้วยเข้าใจว่าวารีผู้นี้เกิดคิดเสียดายใคร่ได้สุรากลับคืน จึงนึกอยากกลั่นแกล้งขึ้นมาโดยไร้เหตุผล

            แท้แล้วเขาคิดมอบสุรานี้ให้กับนางโดยมิหวังสิ่งตอบแทนใด เมื่อนางเข้าใจเช่นนั้น นัยน์ตาสุกใสจึงพราวแสงด้วยนึกสนุกเช่นทารกซุกซนช่างดื้อ ไหสุราถูกคว้ากลับไปอยู่ในมือใหญ่อย่างมิทันตั้งตัว พร้อมกับที่ร่างนั้นโผทะยานขึ้นไปยืนอยู่บนคบไม้ใหญ่ข้างทาง หัวร่อฮาฮาส่งเสียงท้าทาย

            ต้องการ ?..ก็มาแย่งชิงกลับไปเถิด หากเจ้าทำได้

            ความนี้มิทันจบร่างเล็กบางพุ่งเข้าหาราวเหยี่ยวสาวโผจิกเหยื่อตัวโต ทว่าเหยื่อตัวนี้มิอาจดูเบาได้ ร่างใหญ่นั้นพลิ้วหลบราวผืนผ้าที่สะบัดตัวในสายลมฤดูร้อน โยนไหสุราหลอกล่อ กระตุ้นคำยั่วเย้ามิขาด

            เจ้าวารีที่น่าตาย !” นางขบเม้มริมฝีปาก มิถอดใจยอมแพ้

            ร่างหนึ่งหลอกล่อ ร่างหนึ่งรุกไล่ ทว่ากลับคล้ายคู่นกหยอกล้อกลางเวหา

            โทสะแต่เริ่มแรกที่ถูกหลอกล่อด้วยการเล่นแบบทารกนั้น กลายกลับเป็นการกระตุ้นท้าทายที่สนุกสนานอย่างมิรู้ตัว องค์หญิงหิมะคล้ายมีความอุ่นจุดขึ้นทีละน้อยในแววตายะเยือกเปลี่ยวเหงา

            เชือกไหมที่รัดเกล้ามุ่นผมคลายตัวทีละน้อยจนเลื่อนหลุดให้มวยผมทิ้งตัวปลิวสยายสะบัดพลิ้วไปตามการเคลื่อนไหว นางมิใส่ใจกระทำเพียงสะบัดใบหน้างามไล่ปอยผมที่ระกรอบหน้ามิให้บดบังการมองเห็น มิรู้ว่าเป็นการสร้างภาพความละมุนของสตรีที่ทิ้งปอยผมพลิ้วล้อกับสายลม อีกฝ่ายจึงถูกภาพนั้นทำให้ตะลึงลานไป จนร่างใหญ่ชะงักงันร่างลดลงสู่พื้นเหม่อมองอย่างฟุ้งฝัน กระทั่งถูกผลักดันจนล้มหงายก็ยังมิรู้ตัว เปิดทางให้ไหสุราในมือถูกยื้อกลับคืนไปได้

            นางอุ้มไหสุราในแขนข้างหนึ่ง มืออีกข้างกดตรึงข้อมือใหญ่กับพื้น ข้อมืออีกข้างของเขาถูกนางใช้เข่าทิ้งน้ำหนักกดไว้ ร่างบางคร่อมเหนือร่างคนตัวใหญ่ เป็นอีกครั้งแล้ว..ที่นางอยู่เหนือร่างใหญ่นี้โดยมิทันคิด

            เจ้าแพ้ข้าแล้ว นางเปล่งเสียงปราโมทย์ เย้ยแกมเย้า

          ในที่สุด ความว่องไวของเจ้าก็ไม่พ้นมือข้า ข้า..ลี่เยว่อิง มิเคยแพ้ให้แก่ผู้ใด..

            สิ่งที่คิดในใจตนหลุดเป็นรอยแย้มปรีดา เนตรงามวับวาวเปลี่ยนแววโศกซึ้งให้เกิดเป็นริ้วพราวพราย

            ผู้ปราชัยทิ้งร่างยอมสิ้น ส่งสายตาเหม่อเคลิ้มสบเนตรหวานราวจะหยดบนพักตร์งามล้ำที่ก้มต่ำลงมา ปอยผมนุ่มนิ่มบางส่วนหล่นระอยู่บนหน้าอกกว้างคล้ายการพัดผ่านของสายลมที่บางเบา กรุ่นกลิ่นนางยามชิดใกล้คล้ายอวี้หลันฮวา

            คนตัวใหญ่เบื้องล่างเอ่ยราวละเมอฝัน

          ใช่..ข้าแพ้ ข้าแพ้เจ้าแล้ว..

 

          ผู้กระทำการก่อกวนนางในวันนั้นและวันนี้ ยังคงเป็นวารีที่น่าตายผู้นี้ !

            เพียงนางหันกายกลับก็กลายเป็นว่าถูกกักไว้ในช่องแขนกำยำทั้งสองข้างเสียแล้ว หลังของนางพิงแนบกับต้นไม้ใหญ่ จากเมื่อครู่ที่นางเพียงเอียงร่างด้านข้างเอนพิงต้นไม้ต้นนี้ มองขุนเขาสูงใหญ่ที่อยู่ไกลลิบ..ยอดสุดของขุนเขานั้นคือที่ตั้งของตำหนักลี่คุน..บ้าน..ของนาง

            มือใหญ่กดแนบลงบนต้นไม้ แขนสองข้างกางกั้นให้นางถูกกักไว้ในช่องว่างของสองแขนนั้น

          แวบหนึ่งในความคิด..วารีผู้นี้เข้าชิดถึงตัวนางได้โดยมิทันรู้ตัวทุกครั้ง

            นี่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปได้เลย ที่จะมีผู้ใดทำได้เช่นนี้

            องค์หญิงหิมะลี่เยว่อิงคงใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกเช่นทุกครั้ง แหงนหงายสบมองใบหน้าคมคายที่ก้มลงมา มีความเข้มข้นของบางสิ่งที่มิอาจเข้าใจในนัยน์ตาคู่นั้น คล้ายแว่วถ้อยความที่เคยกระซิบข้างหู

          ..เมื่อข้าจับเจ้าไว้ได้แล้ว ก็อย่าหมายจากไปอีกเลย..

            แสงคมเจิดจ้าจากนัยน์ตาคมคู่นั้นแปรเปลี่ยนเป็นวาวแววสุกใสคล้ายนัยน์ตาทารกเช่นที่เคยเห็น เมื่อเขายกใบหน้าออกห่าง ลดแขนทั้งสองลง

          ..เมื่อครู่ คงเพราะมองย้อนแสงจากเบื้องหลังของเขากระมัง..องค์หญิงเยว่อิงกล่าวกับตนเอง

            เจ้าควรออกห่างจากตัวข้าให้มากกว่านี้ สุรเสียงใสคงความเย็นชา ราวกับว่านางมิเคยมีน้ำเสียงเป็นอื่น

            ร่างใหญ่ถอยห่างออกไปครึ่งของครึ่งของครึ่งของครึ่งก้าว ใบหน้าคงแย้มเยือนเช่นผู้รื่นรมย์อยู่เป็นนิจ ไม่นำพาต่อสายตากระบี่ที่จ้วงมา

            องค์หญิงลี่เยว่อิงนิ่งงันอยู่เป็นเกือบครึ่งเค่อ ค่อยถอนลมหายใจบางเบา คล้ายปลงใจในการมิรู้ความของทารกตัวโตผู้นี้แล้ว หากเป็นเช่นที่ผ่านมา ผู้ละเมิดต่อนางมิเคยมีผู้ใดได้รับการละเว้น ทว่า วารีผู้นี้คล้ายกับใสซื่อ

มากเกินไป เกินที่นางจะประทานคมกระบี่ให้ หรืออาจเพราะนางมิอาจตัดใจลงมือกับผู้ที่กล้าสบนัยน์ตาและสนทนา

กับนางอย่างผ่อนคลายเช่นนี้ ทั้งยังยั่วเย้าหลอกล่อให้นางไล่คว้าจับราวการเล่นของเด็กน้อยด้วยอีก

            เจ้านับพอมีดีอยู่บ้าง เหตุใดปล่อยให้เด็กหนุ่มต่ำทรามผู้นั้นหยามหยันรังแก นางเอ่ยราบเรียบย้อนความในเรื่องวันก่อน

            กระทำตอบ แล้วข้าได้สิ่งใด

            ผู้รื่นรมย์ก็ยังคงเป็นผู้รื่นรมย์ หันกายทรุดลงนั่งแลไปยังทุ่งกว้าง สูดลมหายใจดึงความสดชื่นจากสายลมที่พัดผ่านเข้าลึก มินำพาต่อละอองของฝนทิ้งช่วงเพื่อผ่านฤดูที่เริ่มโปรยมาบางเบา พริ้มตากล่าวแย้มยิ้ม

                “ข้าแกร่งเพียงพอที่จะตอบโต้เขา ข้าได้เอาคืน เขาย่อมผูกใจเจ็บ และเอาคืนกลับกับวารีอื่นที่อ่อนแอมิอาจต่อกรกับผู้ใดได้ นี่มิเท่ากับว่า กลับเป็นข้าเองที่ให้ร้ายพวกพ้องเดียวกันเองหรอกหรือ

            ร่างใหญ่หันใบหน้ามาสบโดยตรง ใบหน้ายังคงแย้มเยือนไม่เปลี่ยน เอ่ยต่อเรียบเรื่อยราวทารกมิรู้อาทร

            ผู้ใดจะกล่าวหยามหยันตัวข้าเช่นไรก็ช่างเขาเถิด เพราะตัวข้ายังคงเป็นข้า มิได้ต่ำทรามลงไปตามคำกล่าวของเขาสักน้อย อีกประการ..ก็ยังมีผู้คนส่วนหนึ่งที่มีเมตตาจิตต่อชาววารี..

            ริมฝีปากเหนือคางหนาตามรูปลักษณ์บุรุษที่แข็งแกร่งแย้มกว้างขึ้น

                “..เช่นเจ้า ที่ยินยอมสนทนากับข้าอยู่หลายคำ

          วารีผู้นี้จิตใจงดงามกว้างขวาง..องค์หญิงลี่เยว่ อิงกล่าวกับตนเองในใจ ..จะอย่างไรข้าก็ยังอยากทดสอบเขาอีกครั้ง ดูว่าครานี้จะหลบกระบี่ข้าได้อีกเท่าใด

                “เจ้าชมชอบอรุณรุ่งหรือไม่

            หัตถ์บางยั้งค้างบนด้ามกระบี่ องค์หญิงลี่เยว่อิงเอียงพักตร์งาม เนตรงามจุดฉงนในคำถามที่เอ่ยทันควันนั้น

            ข้ารู้จักสถานที่แห่งหนึ่ง ยามอรุณฉายแสงแรก ที่ตรงนี้ช่างงดงามนัก ข้ากล้ากล่าวว่ามิมีที่ใดเทียบได้ ให้ข้านำเจ้าไปชม ดีหรือไม่ ?

            เจ้าของคำแย้มกล่าวราวทารกอวดโอ่ เรียกความขันขำในเนตรงามคู่นั้น แต่แล้วแวววับในเนตรงามนั้นกลายเป็นไร้รู้สึกในชั่วถัดมา พร้อมกับเสียงคล้ายจุดพลุจากที่ไกลลิบ วารีร่างใหญ่หันกลับไปมองเบื้องหลังตามทิศทางสายตาของนาง บนท้องฟ้าที่ไกลออกไปเหนือเขาสูงลูกนั้นมีหมอกควันสีแดงของพลุที่กระจายจางหายไปในสายลม นัยน์ตาทารกมีแววประหลาดใจ หรี่นัยน์ตาลงอย่างครุ่นคิด

            ที่นั่นคงมีงานฉลองที่ยิ่งใหญ่กระมัง จึงจุดพลุให้คึกครื้นนัก เมื่อร่างใหญ่หันกลับมากล่าวกับนาง น้ำเสียงและรอยยิ้มตื่นเต้นยินดี นัยน์ตาเปล่งประกายราวทารกพบเรื่องสนุกสนาน เก็บซ่อนบางความรู้สึกไว้มิดชิด

          มิผิด.. วาจาเยือกเย็นเจือเหม่อค้างบางเบาจนจับแทบไม่ได้ จะต้องเป็นงานที่คึกครื้นยิ่ง..งานเฉลิมฉลอง

ที่น่าสนุกสนานอย่างยิ่ง

 

          ลี่หวงเทียนฮ่องเต้ทอดพระเนตรยังร่างบอบบางในชุดเกราะรบที่ก้าวเข้ามาท่ามกลางความเงียบเสียงลงของบรรดาหัวหน้าหมวดและนายกองในโถงพระโรง

          การย่างกรายของนางคล้ายหอบเอาลมหิมะลูกใหญ่เข้ามาด้วย สายตาที่ไร้ความรู้สึกไม่เหลือบแลผู้ใดในโลก ยิ่งให้ความรู้สึกไร้ใจของนางนั้นเป็นสิ่งจริงแท้ที่มาพร้อมการกำเนิด เหล่าทหารนายกองที่ร่วมรบกับนางมานับครั้งไม่ถ้วนเท่าใดก็มิมีผู้ใดคุ้นชินและไม่ระย่อต่อองค์หญิงหิมะองค์นี้

            เกราะที่ห่อหุ้มกายบางคล้ายเปล่งแสงสะท้อนเข้านัยน์ตาทุกผู้ ทำให้กายบางนั้นราวมีแสงเรืองรอง

          แสงแห่งองค์ศาสตรา !

            นางยังคงเป็นบุตรสาวของข้าใช่หรือไม่ แม้ตรัสถามภายในหทัยอย่างหน่วงลึก สิ่งที่แสดงคือพักตร์เคร่งขรึม ประทับนิ่งสง่าทรงอำนาจ

            ร่างบางย่อกายบังคมหน้าพระพักตร์ก่อนก้าวไปหยุดเคียงข้างลี่ไท่หยางไท่จื่อ สายสัมพันธ์พี่น้องส่งผ่านเนตรและรอยแย้มสรวลอันอบอุ่นขององค์ไท่หยาง สีหน้าผู้น้องแทบมิมีใดเปลี่ยนแปลง มีเพียงแววตาละมุนลง

            มีแต่เมื่ออยู่ลำพังเราสามพี่น้องและศิษย์พี่เซี่ยหยู่เท่านั้น ที่เจ้าจะเปิดตัวเองกว่านี้ ยิ่งต่อหน้าพระพักตร์แล้ว..

            ไท่หยางลี่คุนผ่อนลมหายใจบางเบา เหลือบเนตรไปยังพระบิดาที่เหลือบแลมาทางร่างศาสตรานี้ สายพระเนตรนั้นมีความทุกข์ร้าว และมุ่งหวังได้รับการอภัยจมลึกอยู่

          น้องรักของข้า เจ้ามิได้ขุ่นแค้นอาฆาตผู้ใด ทว่าก็บอบช้ำจนยากจะกลับคืน จะมีสิ่งใดหรือไม่หนอ ที่จะเยียวยาเจ้าได้ สิ่งใดกันจะนำความอบอุ่นมาสู่เนตรงามของเจ้า

            จริงอยู่ที่เป็นเพียงแมลงตัวเล็ก มิควรต้องอาศัยถึงศาสตรา..

            สุรเสียงทรงอำนาจกังวานเมื่อทรงเบนสายพระเนตรกลับไปยังทุกผู้ ดึงทุกสายตามายังจุดเดียว

                “..ทว่าครั้งนี้ องค์หญิงดาราลี่ซิงชิง จักไปบรรเทาเภทภัยให้กับโจวซัว ข้ามิอาจให้เกิดสิ่งไม่คาดการณ์ได้ การคุ้มภัยแก่นางต้องรัดกุมมั่นคงยิ่ง อีกเรื่องนั้น..ข้าเองคงชรามากแล้ว เผ่าเล็กๆจึงเริ่มมิยำเกรงเช่นกาลก่อน ปั่นป่วนให้ต้องรำคาญใจอยู่เนืองๆ คงสมควรให้ได้รับการตักเตือนบ้าง..พวกท่านเห็นเช่นไร ?

            เพราะทรงเปี่ยมพระเมตตาต่อผู้ไม่รู้สำนึก เผ่าแคว้นเหล่านี้กำเริบมิเจียมตนอย่างยิ่ง รองแม่ทัพหยูเฟิงกล่าวก้อง พวกข้าขอน้อมรับบัญชาเพื่อให้บทเรียนนี้แก่พวกมัน

            บทเรียนนี้พวกมันควรได้รับจากอาญาแห่งองค์ศาสตรา นายกองอีกผู้เสริม นอกจากมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่เผ่าอื่นแล้ว ผู้ที่หวังคิดกระทำการต่อองค์หญิงดาราย่อมต้องระย่อล้มความคิดไป เมื่อได้ประจักษ์ถึงโทษภัยที่มันจะได้รับ

            พระพักตร์ขรึมเข้มเช่นผู้เจนสงครามก้มรับทีหนึ่ง การทูลกล่าวเช่นนี้ตรงหทัยแล้ว

            เช่นนั้น.. ผินพักตร์มายังผู้กล่าวถึง ศาสตรา..จงกระทำในสิ่งที่ควรเป็นเช่นนั้น

            น้อมรับพระบัญชา

            สุรเสียงตอบรับเย็นยะเยือกราวไร้รู้อันใดเช่นปุถุชน เมื่อนางเงยพักตร์กลับขึ้นมา ทุกผู้ต่างล้วนสะท้านราวพายุหิมะถาโถมกระหน่ำเข้ามาในโถงกว้างนี้ พักตร์พิลาสนั้นราวเคลือบด้วยไอหิมะจนเย็นกระด้าง ทว่ามิเท่าเนตร คู่นั้น เนตรที่มิเห็นค่าชีวิตผู้ใดในสายตา ว่างเปล่าและไร้ใจอย่างยิ่ง

 

          ร่างนางในเวลานี้..เป็นเพียงกระบี่ที่ปักอยู่บนพื้นหิมะ ให้ความรู้สึกโดดเดี่ยว สิ้นนำพาต่อทุกสรรพสิ่ง ทั้งเปล่งแสงคมวาวของความเป็นสิ่งพิฆาต

 

 

 ***** ไม่มั่นใจเลย... -_- "

           เราใหม่มากๆเลยอ่ะกับงานนี้ 

           แต่ไม่อยากที่จะ "ไม่ลอง" ..เหมือนที่ผ่านๆมา 

           ไม่อยากเสียดายเวลาไปกว่านี้

           อืมมม ... เฮ้อออ ... ํ_ ํ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #94 Netranaphit H. (@khaojiii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 10:20
    ชอบนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #94
    1