ศาสตราจันทรา (จบภาค)

ตอนที่ 24 : มิคาดคิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    20 ต.ค. 60

 

 

               มิอาจให้นิยามของความนี้      แม้แม้นมีความผูกพันแสนแน่นหนัก

          มิอาจกล่าวคำ รัก ทั้งที่รัก         เพียงประจักษ์ในใจตนอยู่คนเดียว

 

 

 

          มือขาวซีดผ่ายผอมสั่นระริกตลอดการกระทำ

            หยางสือซว่านทิ้งเศษกระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อยลงในโถเคลือบใบเล็ก โรยกำยานหอมชนิดหนึ่งก่อนจุดไฟเผาเศษซากกระดาษนั้น กลิ่นของกำยานจะกลบกลิ่นกระดาษที่ถูกเผาไหม้ หากแม้มีผู้ใดจรผ่าน ต่างจะเข้าใจว่านางจุดกำยานหอมตามวิสัยของนางที่ผู้คนต่างคุ้นชิน

            เถ้ากระดาษในโถเคลือบเป็นฝุ่นผงที่บอกไม่ได้ถึงรูปเดิมแล้ว ทว่าในใจของนางกลับชัดเจนในข้อความที่เขียนลงบนกระดาษใบนั้น

            หยุนตวนลักลอบเข้าไปในแคว้นปาซาโดยที่ผู้เฝ้าด่านมิได้ล่วงรู้เลยสักนิด

            ข้อนี้ยังมิเท่าการปรากฏกายของเขานำมาซึ่งหมู่ฝนกระหน่ำใหญ่ เป็นฝนแรกในรอบยี่สิบสองปีของแคว้นต้องสาปนี้

            นี่นับเป็นเรื่องบังเอิญประจวบเหมาะหรือเป็นเพราะสิ่งที่บุตรชายของนางนำถือกำเนิดมาพร้อมกัน

          ฤกษ์กำเนิดพร้อมดาวมหาคุณเช่นเดียวกับองค์หญิงลี่ซิงชิง

            แล้วอีกสิ่งที่จะช่วยยืนยันชาติกำเนิดที่แท้จริงของหยุนตวนเล่า นางก็ยังมิได้เห็น

            ความรู้สึกผูกพันอันลึกซึ้งที่ก่อเกิดทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของเขาทำให้นางอยากจะเชื่อเหลือเกินว่าเขาเป็นบุตรชายของนาง ทว่านางต้องให้แน่ชัด จะผิดพลาดมิได้เลย เพราะมีหลายสิ่งที่พ่วงตามมากับตัวตนของเขา

          และเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องสำคัญกับแคว้นปาซาเป็นอย่างยิ่ง !

 

 

 

          วารีโหวจื่อสองมือเก็บผลไม้ขมีขมัน ส่วนปากก็เอื้อนเอ่ยวาจามิได้พัก เขาหันมองเข่งสานของหยุนตวนสหายสนิท ในนั้นมีทั้งผลไม้สุกหวาน มีทั้งกล้าไม้ดอกที่รากถูกห่อป้องด้วยใบไม้ขนาดใหญ่ เพื่อเก็บกักความชื้นของรากไว้

            อาตวน เจ้าระดมปลูกฮวาทั้งน้อยใหญ่จนแทบบดบังเรือนของเจ้าเสียมิดแล้ว

            ภรรยาของข้าชมชอบหมู่ฮวายิ่งนัก ทุกคราที่นางกลับมา ข้าอยากให้นางได้เห็นช่อกอใหม่ทุกครั้ง

            ยามเอ่ยถึงภรรยาใบหน้านี้ละมุนอ่อนโยน ริมฝีปากแย้มยิ้มราวจะฝากสายลมไปให้นาง

            โหวจื่อจับจ้องใบหน้าสหายพลางครุ่นคิด

            โหวจื่อและวารีทุกผู้นิยมชมชอบหยุนตวน เพราะสหายผู้นี้มีจิตใจที่อารีต่อทุกผู้ มิเคยปฏิเสธการร้องขอไหว้วานต่างๆ ทั้งยังออกรับแทนเหล่าวารีจากการถูกผู้อื่นข่มเหงรังแกอยู่บ่อยครั้ง

            ทว่ามีบางสิ่งที่โหวจื่อไม่เข้าใจและมิอาจจัดสรรเป็นคำพูดบอกเล่าได้ ว่าเหตุใดตัวเขาและเพื่อนคนอื่นล้วนให้ความยำเกรงในตัวหยุนตวน แม้หยุนตวนจะมิเคยใช้กำลังหรือวาจาข่มขู่ผู้ใดก็ตาม วารีทุกผู้ล้วนตะหนักในใจตนว่า หยุนตวนนั้นมิใช่ธรรมดา หากแต่พวกเขามิรู้ว่าด้วยสาเหตุใดต่างจึงรู้สึกเช่นนี้

            หยุนตวนปลีกตัวแยกจากชาววารีด้วยการตั้งเรือนอยู่อย่างสงบตามลำพัง ต่างกับพวกเขาที่นิยมปลูกเรือนในละแวกใกล้เคียงกัน แต่วารีทุกผู้คล้ายจะถือว่าหยุนตวนคือข้อยกเว้นบางอย่างของวารี ไม่มีผู้ใดกล้าล่วงละเมิดหยุนตวนในบางขอบเขต แม้หยุนตวนจะมิเคยมีท่าทีใด แต่กลับคล้ายว่าพวกเขาได้รับการบอกกล่าวกลายๆเช่นนั้น เป็นการบอกกล่าวทางความรู้สึกที่ทุกคนต่างรับรู้ และไม่ละเมิดในเส้นที่มองไม่เห็นนั้น

            และสิ่งสำคัญยิ่งสิ่งหนึ่ง ที่ย้ำชัดถึงความไม่ธรรมดาของหยุนตวนผู้นี้ คือภรรยาผู้งดงามของเขา ภรรยาของหยุนตวนผู้มีนามว่า ภรรยาของหยุนตวน

            มิเคยมีวารีผู้ใดมีภรรยาที่เป็นชาวเมืองมาก่อน ด้วยสถานะที่ด้อยสุดของวารีนั้น เป็นที่ผู้คนจะมิลดตัวมาร่วมวงศ์วานด้วย วารีจึงมีแต่อยู่กินกับวารีด้วยกัน แม้วารีจะมิได้อนาทรต่อการถูกแบ่งแยกนี้ แต่ก็รับรู้และจำกัดการดำรงของตนไว้ในขอบเขตนี้มาตลอด ทว่าหยุนตวนกลับสร้างความอื้ออึงนี้ขึ้นมาได้ แล้วจะนับว่าหยุนตวนนั้นธรรมดาได้อย่างไร

            หยุนตวนมิปิดบังว่านางเป็นภรรยาของเขา หากแต่ก็มิเคยเอ่ยเล่าเรื่องของนางกับผู้ใดเช่นกัน

            มีเพียงเรื่องอื้ออึงเกี่ยวกับเขาทั้งสองมาจากการบอกเล่าที่ คิดเองแล้วว่าใช่ มั่นใจแล้วว่าใช่ ของโหวจื่อและเตียเตี๋ย เมื่อมีวารีผู้อื่นถามเขาและเตียเตี๋ยในฐานะสหายสนิทถึงเรื่องราวนี้

            โหวจื่อนั้นเคยถามกับหยุนตวนอยู่บ้าง ที่ได้รับคือรอยยิ้ม และการไม่ปฏิเสธคำกล่าวคาดคะเนใดๆของโหวจื่อ

          เช่นนั้น ก็ต้องนับว่า ใช่ แล้ว

            แรกเริ่มนั้น หยุนตวนพบนางระหว่างการนำส่งสินค้าที่ต้องใช้เส้นทางผ่านป่าธารวารี และมีเรื่องเกื้อกูลต่อกัน ก่อเกิดความซึ้งน้ำใจขึ้นในหัวใจของนาง จนกลายเป็นความรักบนขวากหนามขึ้น

            โหวจื่อเห็นอกเห็นใจหยุนตวนยิ่งนัก ที่ทางครอบครัวของภรรยารังเกียจความเป็นวารีของหยุนตวน จึงมักมีเรื่องใช้สอยเรียกหาให้ ภรรยาของหยุนตวน ต้องกลับไปบ่อยครั้ง

            นี่ไม่เรียกว่า แผนแทรกซึมคิดพรากสามีภรรยา แล้ว จะให้เรียกว่าอย่างไร

            โหวจื่อนำความคิดนี้ ..ไปปรับทุกข์อยากช่วยหาทางออกให้หยุนตวน.. กับเตียเตี๋ย

            เตียเตี๋ยนำความคิดนี้ ..ไปปรับทุกข์อยากช่วยหาทางออกให้หยุนตวน.. กับเหล่าภรรยาวารีอื่นๆ

            พวกเขาต่างพากันช่วยคิดอยากช่วยเหลือ จึงเป็นเล่าลืออื้ออึงไป ยิ่งอื้ออึงก็ยิ่งมีความเสริมประกอบเพิ่ม แต่กระนั้น หยุนตวนก็มิได้กล่าวปฏิเสธในข้อความใดทั้งสิ้น

            นี่จึงชี้ชัดได้ว่า โหวจื่อคาดเดาเรื่องราวได้ถูกต้องแล้ว

          อย่างน้อย ข้า..โหวจื่อ ยังนับว่ามีปฏิภาณไม่ต่ำทรามนัก !

            ข้าจะได้หลานเพิ่มอีกคนแล้วหรือนี่ ?

            หยุนตวนกล่าวกลั้วหัวร่อ เมื่อเห็นผลไห่ถางที่มีรสเปรี้ยวจำนวนมากมายในเข่งของโหวจื่อ

            เจ้าก็อย่าได้ช้านักอาตวน เร่งให้กำเนิดสักทีเถิด มิเช่นนั้นบุตรของเจ้าจะโตมิทันได้เล่นกับบุตรของข้า

            โหวจื่อหัวร่อฮาฮาสุขใจยิ่ง

            หยุนตวนแย้มพราย เหลือบมองผลซีเหมยและอีกหลากหลายล้วนรสหวานล้ำในเข่งของตนที่จัดเตรียมไว้ให้กับภรรยา นึกอยากให้แปรเปลี่ยนเป็นผลไห่ถางบ้าง

            นับจาก การนั้น นี่นับได้เกือบเดือนแล้ว โฉมงามของข้าจะมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงบ้างไหมหนอ

            หรือสมุนไพรของหยางอาหยีเพียงวาระเดียวยังมิเพียงพอ ?

            หรือข้ายังกระทำมิพอเพียง ?

          อืมมมม...

 

 

 

          องค์หญิงลี่ซิงชิงคลี่พัดในหัตถ์บางยกขึ้นบังรอยแย้มซุกซน เผยความวาววับในเนตรคมกริบที่พร่างพราวด้วยสมดังใจ นั่นคือทำร้ายให้ จางเซี่ยหยู่ องครักษ์ผู้เคร่งขรึมต้องเม้มริมฝีปากอย่างอดทนยิ่ง

          มิไยที่เขาจะยกอ้างถึง ความไม่บังควรสักกี่ครั้งกี่ข้อ องค์หญิงร้ายกาจท่านนี้ก็ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าค่ำคืนนี้นางจะประทับค้างที่ตำหนักจันทรา เพื่อ สนทนาประสาผู้หญิง กับพระพี่นางของพระองค์

            ฉลององค์ในชุดนอนที่มีเพียงชุดคลุมตัวเดียวนั้นบอกว่านางมิยอมลดราในความคิดนี้ จะอย่างไรก็มิยอมเปลี่ยนชุดแล้ว จะให้เสด็จกลับทั้งฉลององค์เช่นนี้ก็มิได้

            จางเซี่ยหยู่ระบายลมหายใจหนัก เหลือบแลมายังองค์หญิงลี่เยว่อิงด้วยต้องการให้ช่วยเหลือ กลับได้รับเพียงพักตร์ที่เยือกเย็นสงบนิ่งมิบ่งบอกถึงความรู้สึกใดใด นอกจากร่องรอยคล้ายจะแย้มสรวลเล็กๆในเนตรโศกงาม

          แผ่นดินจะพลิกคว่ำแล้วหรือไร กระทั่งองค์หญิงจันทราก็ยังร่วมสนุกด้วย

            นานครั้งที่พี่หญิงจะประทับยังตำหนัก ข้าคิดถึงพี่สาวของข้า อยากได้อยู่สนทนาด้วยนานๆมิได้เชียวหรือ

            เสนาะใสทั้งออดอ้อนทั้งแง่งอน ทอดแววตัดพ้อมาเต็มเนตรคมราวกับจางเซี่ยหยู่กระทำการโหดร้ายพรากลูกนกจากรัง ยังผลให้ร่างใหญ่นั้นหันขยับไปมาปล่อยลมหายใจฮึดฮัด

            ทว่าเป็นข้อห้าม มิให้องค์ดาราต้องรัศมีศาสตรา..เอ้อ..

            เอ่ยแล้วพลันชะงัก

            แล้วเป็นเช่นไร

            สุรเสียงแหวกริ้วอย่างจริงจัง โผเข้ากอดร่างบางของผู้พี่

             “ผู้ใดอย่าได้กล่าวราวกีดกันเราพี่น้อง

            ประทานอภัยด้วยเถิด

            จางเซี่ยหยู่ใบหน้าสลด ก้มศีรษะต่ำลงกล่าวเสียงเบา

            มิใช่มิคำนึงถึงความรู้สึกของศิษย์ผู้น้อง ทว่านี่คือข้อบัญญัติเพื่อรักษาไว้ซึ่งอานุภาพแห่งดารามหาคุณ นางต้องห่างไกลจากรังสีการประหัตประหาร ต้องหล่อเลี้ยงในความงดงามที่สมบูรณ์พูนสุข 

            กระทั่งองค์ศาสตราก็มีข้อบัญญัติเพื่อคงอานุภาพเช่นกัน นางต้องห่างไกลจากความงดงามที่อ่อนละมุน มิอาจให้อยู่ในความอุ่นโยนใดใด

            องค์หญิงลี่เยว่อิงยังคงพักตร์ไร้รู้สึก สิ่งนี้สร้างความชินชาให้กับนางเสียแล้ว อีกทั้งในเวลานี้นางมีแหล่งพักพิงกายใจที่อบอุ่น เป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจของนางอิ่มล้น จนมิหวั่นไหวในความไร้ตัวตนเช่นนี้อีกแล้ว

            องค์หญิงลี่ซิงชิงยังคงกอดเอวบางของพระพี่นางแนบแน่น เนตรคมส่งประกายท้าทาย

            เช่นนั้น.. จางเซี่ยหยู่กล่าวพร้อมสีหน้าปลงตก ข้าขออนุญาตพักค้างด้านนอกนี้..

            ไม่ องค์หญิงผู้น้องเอ่ยขัดทันใด ข้าโกรธแล้ว ข้าไม่อยากเห็นหน้าท่าน

            ซิงชิง..น้องหญิงของข้า..

            สุรเสียงเย็นทอดอ่อน เหลือบเห็นสีหน้าของศิษย์พี่ก็ให้เวทนานัก

             “เอาเถอะ ถ้าพี่หญิงอนุญาต ข้าก็มิมีใดกล่าวต่อ

            องค์หญิงจันทราหันไปพยักพักตร์ให้กับหยูกงกงเพื่อให้จัดเตรียมที่นอนให้กับจางเซี่ยหยู่ ก่อนสองร่างบางจะพากันเข้าไปด้านใน

            หยูกงกงหันกายมาทางจางเซี่ยหยู่ สบหน้านิ่วคิ้วขมวดนั้น จึงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มก่อนหันกายกลับเพื่อไปจัดเตรียมตามรับสั่ง

            ท้ายตำหนักมีบ่อน้ำร้าง..

            ในความหมายคือ หากท่านกลัดกลุ้มจนอยากคิดสั้น ก็กระโดดลงบ่อเถอะ อย่าใช้กระบี่ปาดคอตัวเองให้ตำหนักเปรอะเปื้อนโลหิตยากแก่การทำความสะอาดเลย..ข้าขอ

          องครักษ์หนุ่มกรอกตาไปมา ระบายลมหายใจยาวจนรุ่งสาง

 

 

 

          ศิษย์พี่ของข้าช่างน่าเวทนายิ่งนักองค์หญิงผู้พี่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

            จู้จี้ สุรเสียงเง้างอดเมื่อเอ่ยถึงองครักษ์ประจำกาย กระทำราวข้าเป็นนักโทษ ช่างน่ารำคาญนัก

            เจ้ารำคาญเขา ? ขนงเรียวงามเลิกสูง

        “เช่นนั้น ข้าจะให้ย้ายเขามาสังกัดกองทัพของข้าดีหรือไม่ ส่งเขาไปเฝ้ารักษาการณ์ชายขอบแดน ค่อยกลับมาเยี่ยมเยือนท่านป้าพยากรณ์ปีละครั้ง ดีหรือไม่

            พักตร์ผู้น้องเซียวซีดลง กล่าวอุบอิบ

            เพียงแค่บางครั้งเท่านั้นที่ข้าจะรำคาญเขา หากเขาไปอยู่ไกลเช่นนี้ เกรงว่าท่านป้าจะทุกข์ร้อนจนมิอาจประกอบพิธีใดได้ งานหลวงจะเสียหายได้

            องค์หญิงพี่ลอบยิ้มในใบหน้า กอดรั้งเอวผู้น้องมายังริมหน้าต่าง ไกลออกไปนั้นคือเชิงเขาอีกฝั่งด้าน..ที่ซึ่งหัวใจพำนัก ณ.ที่นั้น

            ท้องฟ้าเหนือยอดเขานั้นงามนัก

            องค์หญิงน้องน้อยกล่าว พี่นางพยักพักตร์พลางแย้มละมุน

       “หากมีจันทราประดับด้วยแล้ว ฟ้าจะยิ่งงดงามขึ้นมาก พี่หญิงว่าใช่หรือไม่ ?

            ท้องฟ้ายามค่ำคืนล้วนงดงาม ใช่ว่าไร้จันทร์แล้วฟ้านั้นจะด้อยค่า

            นางหันมองสบน้องน้อย เอียงใบหน้าจับจ้องอยู่ครู่หนึ่งก่อนหันกลับไปจับจ้องยังเบื้องบน

            ซิงชิง เจ้ามองดูฟ้ากว้างสิ เบื้องบนนั้นเต็มไปด้วยหมู่ดารามากมาย มีเพียงดาวดวงนั้น..เจ้าเห็นหรือไม่

            ดรรชนีย์เรียวงามชี้ทอดไปยังเบื้องบน

       “เพียงดาวดวงนั้นที่มีดาวดวงเล็กดวงหนึ่งเคียงข้างเสมอ ถึงจะมีดาวอื่นนับร้อยนับพัน เจ้าดาวดวงเล็กนั่นก็ไม่เคยไปจากดาวดวงที่งดงามนั้นสักครั้ง เจ้าดาวแสนสวยดวงนี้จึงไม่ต้องเปลี่ยวเหงาบนฟ้ากว้างตามลำพัง

        พักตร์งามหันมาทางอีกพักตร์ที่ละม้ายกัน สุรเสียงนุ่มนวลหยอกเย้าด้วยรักใคร่ร่างบางอีกร่างนี้นักหนา

       “แล้วเจ้าดาวแสนสวยนี้จะรู้ถึงความห่วงใยของเจ้าดาวดวงน้อยที่คอยเคียงข้างหรือไม่หนอ

            แล้วจันทราเล่า เปลี่ยวเหงาหรือไม่ ? เสียงหัวร่อหยอกเย้ากลับช่างน่ารักนัก

            องค์หญิงจันทราทอดเนตรอ่อนละมุน ปลายนิ้วแตะข้างแก้มละเอียดออของผู้น้องบางเบา

            เพียงจันทร์เดียวก็เปลี่ยวเหงา เปล่งแสงนวลใยแล้วเป็นอย่างไร มิใช่ก็อยู่เพียงเดียวหรอกหรือ นอกจากบางครา..จันทรานั้นอาจมีวาสนา เพียงกลีบเมฆที่ผ่านเข้ามาโดยมิเคยรู้คาดหวัง ก็กลายเป็นโอบล้อมดวงจันทร์นั้นมิให้อ้างว้างเช่นเคยเป็น

            องค์หญิงดาราคล้ายฟังความแล้วให้ตกในภวังค์ เสนาะเสียงพระพี่นางที่เคยยะเยือก ยามนี้กลับคล้ายสายลมอุ่นเบา เอ่ยบอกเล่าเรื่องราวที่เป็นความรู้สึกอย่างหนึ่ง

            แล้วความรู้สึกที่นางสัมผัสได้จากคำความนี้เล่า คือความรู้สึกใด ไม่คล้ายสิ่งที่นางรู้จักเลยสักนิด

            ทว่า..จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ที่พระพี่นางจะยึดติดในสิ่งใดด้วยอารมณ์เยี่ยงปุถุชน

            ศาสตราของข้า ท่านไร้รู้ ไร้นิวรณ์ มิใช่หรือ

          หรือ..ในเวลานี้ มีเมฆใดบนฟ้ากว้างมากระทบถูกท่าน

 

 

 

          จางเซี่ยหยู่ยกร่างเล็กใต้เสื้อคลุมขึ้นนั่งบนหลังอาชาคู่ใจ ก่อนยกตัวเองขึ้นมานั่งซ้อนด้านหลัง บังคับม้าวิ่งผ่านประตูตำหนักหลวงออกไป

            อาชาตัวใหญ่ลงจากตำหนักบนยอดเขา ผ่านใจกลางเมืองก่อนเข้าสู่แนวป่าธารวารีที่เชิงเขาอีกฝั่งด้านจากพระตำหนัก

            ร่างใต้เสื้อคลุมลดส่วนคลุมศีรษะลงเมื่อเข้าสู่เขตป่าโปร่ง พักตร์งามล้ำแหงนขึ้นจับจ้องท้องฟ้ากว้างสูดลมหายใจเข้าลึก เผยยิ้มกว้างขวางสดใสราวตะวันฉายแสง

            ร่างใหญ่ที่บังคับอาชาอยู่เบื้องหลังหลุบตาลงมองอย่างหลงใหล ตลอดระยะทางที่ร่างเล็กนี้อยู่ในอ้อมแขน ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะมิให้เป็นการเกินเลยจากการประคองให้อยู่บนหลังม้า ทว่าร่างเล็กนั้นกลับเอนพิงกับอกกว้างอย่างคลายวาง ราวมิได้รู้ถึงความอดกลั้นจนหัวใจระรัวแรงขนาดนี้

            ชายหนุ่มหยุดการย่างเหยาะของม้าก่อนกระโดดลงมายืนอย่างคล่องแคล่ว แล้วจึงรั้งร่างเล็กลงมายืนเคียงข้าง เขาจับจ้องพักตร์แจ่มกระจ่างอย่างอัดอั้นใจ

            เอาล่ะ ข้าหายโกรธพี่เซี่ยหยู่แล้ว

            องค์หญิงลี่ซิงชิงกวาดจับโดยรอบ แย้มยิ้มเริงรื่นยิ่งนัก

            จางเซี่ยหยู่มีแต่ต้องทำสิ่งที่นางต้องการเช่นนี้เท่านั้น จึงจะสลายความโกรธของนางได้

            ร่างเขาชะงักเพียงวูบก่อนชักกระบี่ออกจากฝัก แหงนมองยอดไม้เบื้องบนที่เป็นพุ่มทึบของต้นหนึ่ง

            มีสิ่งใด ?

            องค์หญิงซิงชิงกระซิบแผ่วมองไปยังจุดเดียวกัน ทว่ามิมีสิ่งใดแปลกประหลาดปรากฏต่อสายตา

            จางเซี่ยหยู่นิ่งมองอยู่ วานรน้อยตัวหนึ่งผลุบโผล่ออกมาจากพุ่มไม้นั้นก่อนโผไปเกาะอีกกิ่งหนึ่ง หลังเฝ้าจับมองอีกครู่ จึงค่อยเก็บกระบี่เข้าฝักช้าๆ

            มิมีใด

            กล่าวจบจึงจูงม้าและนำพาองค์หญิงซุกซนก้าวไปข้างหน้าตามแนวทางเดิน

            สองร่างจากไปครู่ใหญ่แล้ว จึงค่อยมีเสียงบางเบามาจากพุ่มไม้ที่วานรน้อยออกมา

          นับว่ามิเลวทีเดียว องครักษ์จาง

 

 

 

          ท่าน / เจ้า..มาได้อย่างไร ? สองเสียงประสานพร้อมเพรียง

            เสียงแรกเปล่งจากโอษฐ์จิ้มลิ้มที่มักชอบกล่าวคำแง่งอน เมื่อสบร่างสูงโปร่งที่มีเส้นเกศาและเนตรสีอ่อนของศัตรูคู่ปรับ

            อีกเสียงมาจากพระเชษฐาที่เวลานี้ส่งพักตร์เคร่งให้กับสองร่างที่เพิ่งมาถึง

            จางเซี่ยหยู่องครักษ์ทำได้เพียงสีหน้าราวนักบวชผู้ข่มกลั้นมิอาจกล่าวความใดได้

            เป็นองค์ชายแห่งจินคุนที่เปล่งเสียงหัวร่อกังวาน

            เรื่องเช่นนี้ใช่หาคำตอบได้ยาก

            องค์ไท่จื่อส่งพักตร์ขรึมให้กับขนิษฐาองค์น้อย ย่อมต้องเป็นนางที่จะบีบบังคับศิษย์พี่ได้

            เจ้าไม่สมควรออกนอกตำหนักโดยพลการ

            ท่านมาทำเรื่องใดที่นี่

            องค์หญิงผู้ร้ายกาจหันกายไประบายใส่องค์ชายจินหรงจวินแทนการตอบเรื่องที่มิอาจโต้เถียง

             “ข้าก็มาในช่วงเวลานี้เกือบทุกปี เพียงห้าปีก่อนหน้านี้ที่ข้าไปศึกษาต่อยังตงง้วน จึงทิ้งช่วงไป

            มาในช่วงเวลานี้ ? ..อ้อ..อีกไม่นาน ก็ครบรอบวันเกิดของข้าและเจ้าพี่ทั้งสองนี่เอง

            องค์หญิงลี่ซิงชิงกล่าวในใจ

            ร่างหนาใหญ่สองร่างก้าวตรงมาพากันชะงักงันเมื่อพบว่าผู้เฝ้ารอเขาทั้งสองกลับเพิ่มเติมด้วยร่างเล็กบางขององค์หญิงผู้น้อง

            อาวเอี้ยงเค่อและหยูเฟิงสองรองแม่ทัพแห่งลี่คุนทำความเคารพต่อนาง ก่อนยิ้มด้วยพอจะคาดเดาเรื่องราวได้ต่อองครักษ์ผู้ถนัดแต่ทำสีหน้าเครียดขรึมกลัดกลุ้ม

            หยูเฟิงหันไปสบเนตรสื่อความต่อองค์ไท่จื่อ

            พักตร์หยกก้มรับช้าๆราวรู้ว่าคำตอบต้องเป็นเช่นนี้

            องค์ชายแห่งจินคุนแค่นเสียง หึ ก่อนตรัสความ

            คนผู้นี้ไหวพริบแพรวพราวนัก หลบเลี่ยงไปได้เสียทุกครั้ง ระยะทางจากชายแดนยังลี่คุนมิใช่ใกล้ มีหลายช่วงโอกาส แต่เขากลับหลุดรอดสายตาของข้าไปได้

            ท่านเอ่ยถึง..? องค์หญิงซิงชิงเบิกเนตรกลมโต

            ข้าไม่บอก องค์ชายเจ้าสำราญตรัสทันควันก่อนสรวลเสดังอย่างพึงใจที่ได้กลั่นแกล้งนาง

            เนตรที่กลมโตนั้นเบิกจนกลมกว้างราวผลบ๊วย กริ้วจนพักตร์แดงก่ำ แหวทันควันเช่นกัน

            ข้าก็ไม่ได้อยากรู้จากปากท่าน

            หันไปเกาะกุมมือเรียวงามทว่าแข็งแกร่งสมบุรุษขององค์เชษฐา สุรเสียงเป็นออดอ้อน

            “เจ้าพี่..

            ลี่ไท่หยางไท่จื่อมอบแย้มอบอุ่น ลูบเรือนผมนางอย่างเอ็นดู ก่อนหันไปทางจางเซี่ยหยู่

            ศิษย์พี่ นำนางกลับลี่คุน

            เจ้าพี่ !”

            คราวนี้เสียงออดอ้อนเป็นกรีดร้องแหลม เนตรคมวับวาวจัดเพราะเสียงหัวร่อจากองค์ชายอีกผู้

            หากสายตาของนางเป็นกระบี่ ร่างขององค์ชายจินหรงจวินไม่แคล้วต้องถูกบั่นเป็นสิบท่อน องค์หญิงผู้ดื้อดึงพุ่งส่งสายตากระบี่ฟาดฟันไม่ลดละ ในขณะที่ร่างตรงหน้าหันบิดกายราวปลอดโล่งสุขสำราญยิ่ง แหงนหน้ามองฟ้าสบเข้ากับเหยี่ยวใหญ่ที่กระพือกางปีกบนที่สูง

            เนตรสำราญพลันเป็นนึกสนุกอย่างมุ่งมั่น เกาทัณฑ์ในมือถูกง้างเหนี่ยวไปยังเจ้าเหยี่ยวทันที

            ลูกเกาทัณฑ์ถูกส่งออกไปพร้อมๆกับอีกร่างบางที่เพิ่งก้าวมาถึง ร่างนั้นโผเหินตัวขึ้นหมายคว้าจับลูกเกาทัณฑ์นั้นไว้ก่อนจะถึงร่างเจ้าเหยี่ยวปราดเปรียวนั้น

            ทว่าตำแหน่งของนางที่กั้นขวางระหว่างลูกเกาทัณฑ์กับเหยี่ยวตัวนั้นสุ่มเสี่ยงเกินไป

            ทุกผู้บนพื้นเบื้องล่างเบิกตากว้างด้วยตระหนกยิ่ง ร้องเอ็ดอึงในใจ

            องค์หญิงลี่เยว่อิงจะต้องศรนั้นแทนหรือไม่

            เจ้าเฉียง!  

            องค์หญิงลี่เยว่อิงร้องเรียกในใจหนักแน่น ช่วงแขนเรียวงามยื่นจนสุด บิดเอียงกายให้จุดที่จะต้องได้รับบาดเจ็บที่เลี่ยงไม่ได้แล้วนี้ให้เป็นจุดที่เบาบางที่สุด

            ฉับพลันเงาใหญ่ของร่างหนึ่งวูบทะยานเข้ามา เอวอ่อนขององค์หญิงจันทราถูกคว้าไว้ด้วยมือหนึ่ง รั้งให้พ้นห่างออกมา อีกมือคว้าจับลูกเกาทัณฑ์ไว้ได้ทันท่วงที

            เพียงสัมผัสในการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วราวสายฟ้าก็รู้ชัดว่าเป็นผู้ใด พักตร์งามบิดเอียงมองใบหน้านั้นอย่างตื่นตะลึง

 

          สามีของข้า !..



 

 ***** ยังไงก็ต้องมีวันนี้..เน๊อะ ^^

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #26 He ! Ya (@peachoffires) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 20:56
    ดีๆ เจอกันพร้อมหน้าพร้อมตา
    ไรท์ อ่านแล้วแอบงงอ่ะค่ะ คือไม่แน่ใจว่าไรท์ตั้งใจยังไม่บอกหรือป่าว
    แต่ตอนตัดฉากมานี่ศิษย์พี่กับน้องเล็กเข้าป่า งงว่าอยุ่ดีๆออกมาทำไมอ่ะค่ะ คือเหมือนตัดฉากปุ๊ปปั๊ป เราเลยต้องย้อนกลับไปอ่านอีกรอบ
    แล้วก้อยากให้ไรท์ทำเพิ่มอีกตอนเป็นแนะนำตัวละครค่ะ คือจริงๆตอนนี้ตัวละครเริ่มออกมาแล้ว เราแอบจำชื่อกับบทไม่ค่อยได้อ่ะค่าา แหะๆ
    เราขอเยอะไปป่าวอ๊าาา แต่สนุกมากค่ะ ชอบเรื่องนี้มาก เป็นกำลังใจให้น้าา
    #26
    2
    • #26-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 24)
      24 ตุลาคม 2560 / 11:03
      แหะ..แหะ เราตัดบทห้วนเกินไปจริงๆอ่ะ
      จะเกลาเนื้อหาให้เชื่อมโยงกว่านี้ค่ะ
      และเราขอเอาข้อนี้ไปตอบรวมท้ายบทด้วยนะคะ เพราะอาจมีหลายๆคนที่รู้สึกแบบนี้เหมือนกัน
      ส่วนการแนะนำตัวละคร เรามีเขียนถึงสองสามคนในอีกสามสี่ตอนจ้า แต่จะออกมาเป็นช่วงๆนะคะ อย่างเรื่องพื้นเพเดิมของป้าหยางค่ะ
      คำแนะนำของตัวเองเป็นสิ่งที่ดีกับเรามากๆ เรารู้สึกขอบคุณทุกครั้งที่ได้อ่านคอมเม้นต์
      เป็นกำลังใจให้กับเรามากจริงๆ

      ไม่มีอะไรที่มากไปสำหรับกำลังใจดีๆค่ะ ^^
      #26-1