ศาสตราจันทรา (จบภาค)

ตอนที่ 25 : วารีผู้ทระนง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    24 ต.ค. 60

 

 

                                   ซ่อนรักในส่วนลึก  ยังรู้สึกถึงห่วงหา

                              ส่งคำผ่านแววตา         ว่ารักหนา..อย่าคลางแคลง

 

 

 

          สองร่างลดต่ำลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวลท่ามกลางสายตาเพริดตื่นของทุกผู้เบื้องหน้า

            มือใหญ่ยังคงรัดรั้งเอวบางไว้แนบกาย ร่างเล็กในอ้อมแขนคล้ายยังอยู่ในความอึ้งงันจึงยังอิงอยู่ในอ้อมแขนนั้น อีกทั้งสองแขนของนางยังโอบรอบเอวร่างใหญ่นั้นไว้ด้วย

            ทั้งสองมองสบใบหน้าหลากหลายเปี่ยมอารมณ์ของผู้คนตรงหน้าที่อยู่ห่างไปห้าหกก้าว

            ใบหน้าของร่างสูงใหญ่สงบนิ่ง นัยน์ตาเปล่งประกายเจิดจ้า ในขณะที่ร่างบางที่ยังคงถูกเกาะกุมเอวอ่อนไว้มีความตื่นตระหนกซุกซ่อน

            ไร้การเอ่ยกล่าวใดใด ทุกผู้ล้วนถูกสะกดในความแตกตื่นตรงหน้า

            จากเริ่มแรกที่พวกเขาหวาดตื่นด้วยประจักษ์ชัดว่าองค์หญิงลี่เยว่อิงคงมิอาจพ้นพิษศร

            จากนั้นเป็นความตื่นตาในความฉับไวของร่างใหญ่ที่ไม่ทราบว่ามาจากทิศทางใด ความรวดเร็วที่เด็ดขาดเช่นนี้ยากที่จะมีผู้ใดเทียบเท่า

            มิหนำซ้ำกลับเป็นว่าเจ้าของท่าร่างนี้เป็นชาววารี เป็นชาววารีที่แปลกแยกอย่างยิ่ง ร่างสูงใหญ่ตั้งมั่นตรงหน้านั้นบอกถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยม ใบหน้าเข้มนิ่งจนเป็นเยือกเย็นคล้ายเคลือบด้วยไอหมอกบาง กระนั้นมิเท่านัยน์ตาคู่นั้น ส่องสบพวกเขาแน่วนิ่งมิได้หวั่นหวาดเก้อเขินเช่นวารีทั่วไป

            องค์หญิงลี่เยว่อิงเงยพักตร์สบใบหน้าของสามีอย่างอึ้งงัน

          หยุนตวนร่างนี้แปลกตาอย่างที่นางมิเคยเห็น

            ในความเงียบนิ่งของเขานั้นนางสัมผัสได้ถึงความคุกรุ่นที่ก่อเกิดภายในกายหนานี้

            ร่างบางคงจะยังอยู่ในอ้อมแขนนี้ จนกระทั่งเสียงใสเบาที่เอ่ยราวมิค่อยแน่ใจว่าควรกล่าวสิ่งใดหรือไม่นั้นเอ่ยขึ้น

            พี่..เอ้อ..พี่หญิง..

            แขนแข็งแรงคู่นั้นจึงคลายวางจากร่างบางก้าวมาข้างหน้า ยื่นมือที่กำลูกเกาทัณฑ์นั้นส่งให้กับองค์ชายจินหรงจวิน

            คืนให้กับท่าน

            เสียงทุ้มไร้ความรู้สึก ทว่าปรากฏแสงวาบหนึ่งในนัยน์ตาของผู้ที่ส่งคืน

            องค์ชายจินหรงจวินพินิจร่างสูงใหญ่ตรงหน้า ก่อนยื่นหัตถ์ออกไปหมายรับคืน แต่กลับเป็นการยื่นค้างคาไว้

            อ้าว..หักเสียแล้ว

                เสียงทุ้มจากวารีราวสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องที่มิคาดคิด

            มือใหญ่คลายออกให้เห็นว่าแท่งศรที่ทำจากเหล็กเนื้อดีทนทานนั้นหักกลางคามือนั้นเสียแล้ว สองท่อนของลูกเกาทัณฑ์ชั้นดีตกลงสู่พื้น

            ชาวป่าเขามือไม้หยาบ จับต้องสิ่งใดมีแต่จะสร้างความเสียหาย ขอท่านอย่าได้ถือสา

            เสียงหัวร่อเบาคล้ายขอลุแก่โทษ ทว่าปลายเสียงนั้นเจือด้วยเยาะหยันแปร่งแปลก

            ใบหน้าผู้เป็นเจ้าของลูกเกาทัณฑ์เข้มเครียดกรามสบนูน

            อาวเอี้ยงเค่อกระแอมไอกำลังจะบอกกล่าวต่อวารีตรงหน้าถึงสถานะของผู้สูงศักดิ์เหล่านี้ ทว่าหัตถ์เรียวขององค์ไท่จื่อยกยั้งไว้ กล่าวพลางแย้มละไม

            ขอบใจเจ้า ที่ช่วยเหลือน้องของข้า

          วารีผู้นี้น่าสนใจยิ่งนัก

            ข้าเพียงปกป้องสิ่งรักของข้า

            นกตัวหนึ่ง ? องค์ชายจินเลิกขนงแค่นเสียงสูงเหยียดเยาะ

            มิใช่รู้รักชีวิตเช่นเดียวกับท่าน ? ชีวิตน้อยๆของเหล่าสรรพสัตว์ไยด้อยค่ากว่าผู้คน ?

            ใบหน้าคมคายเลิกคิ้วส่งกลับ กล่าวเน้นคำ

                “และ นกเหยี่ยวตัวนั้นเป็นสหายของข้า

            เจ้าคนถ่อย..องค์ชายแห่งจินคุนสบถในใจตน

            แค่นกตัวเดียว..เฮอะ..คำ สิ่งรักของข้า เอ่ยอ่อนราวหมายถึงหญิงคนรักของเจ้า

            พี่ของข้าเกือบจะล่วงเกินเจ้าแล้ว

            ไท่จื่อรูปงามหลุบเนตรลงจับสองท่อนของสิ่งที่เคยเป็นลูกเกาทัณฑ์

                “เช่นนั้น..ให้แล้วกันไปเถอะ

            สถานะองค์ชายจินหรงจวินย่อมสูงศักดิ์กว่าวารี การกระทำกับลูกเกาทัณฑ์เช่นนี้ จะอย่างไรก็มีโทษที่ล่วงเกินเชื้อพระวงศ์  ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรู้หรือไม่ก็ตาม หากแต่ใจที่ยุติธรรมขององค์ไท่จื่อมิต้องการลงโทษวารีผู้นี้เลย

            และคำว่า แล้วกันไป นั้น ย่อมกล่าวกับองค์ชายจินหรงจวินให้รับรู้ด้วย

          เพราะความคึกคะนองของท่านเองก็เกือบทำร้ายน้องสาวของข้า

            วารีร่างใหญ่แหงนหน้ามองเจ้าเหยี่ยวที่คงบินวนอยู่รอบราวรอรับคำสั่ง มันส่งเสียงเล็กแหลมก้องยาวขานรับสัญญาณเสียงจากเบื้องล่าง

            หยุนตวนลดใบหน้าลงกล่าวต่อองค์ไท่จื่อ

            ข้าขอตัวก่อน

            ร่างใหญ่ที่กำลังหันได้ครึ่ง หันกลับมาตามเสียงเอ่ยถามของหยูเฟิง

            ระยะนี้เจ้าพบเห็นผู้ใดที่ผิดแผกจากชาวลี่คุนหรือไม่

            เขามีลักษณะรูปร่างเช่นไรเล่า

            สูงใหญ่ หนวดเคราดกดำ เขามิใช่ชาวแคว้นของพวกเรา

            เป็น อูจิน ?..หยุนตวนครุ่นคิดในใจ

            วันวานข้าพบคนผู้หนึ่ง.. หยุนตวนเอ่ยช้าๆ

                “ร่างสูงใหญ่ เคราดกรกนัก เขาได้มาหาซื้อสมุนไพรมากมาย และออกจากช่างไห่ไปแล้ว

            หยุดเล็กน้อยก่อนเอ่ยราวถามไถ่ใคร่รู้

            เขาเป็นสหายของพวกท่าน ?

            ไท่จื่อหยกพยักพักตร์ช้าๆ

            ให้วารีผู้นี้เข้าใจเช่นนี้เถอะ

            เขาคือผู้ที่พวกเรากำลังตามหา ในเมื่อคลาดกันแล้ว ก็ช่างเถิด

            ร่างใหญ่หันกลับก้าวออกมา มิพักฟังความว่าจะมีต่อหรือไม่ ยกแขนขึ้นให้เจ้าเหยี่ยวถลาลงมาเกาะอย่างเชื่องเชื่อ ทิ้งกายเป็นเป้าสายตาแก่ทุกผู้

            องค์หญิงลี่เยว่อิงฝังความวุ่นว้าจมลึกในเนตรงามที่คล้ายเป็นความยะเยือกสงบนิ่งมิใส่ใจสิ่งใด หากผู้ชิดเชื่อเช่นเขาเท่านั้นจึงหยั่งรู้

            ความกึ่งเรียบกึ่งกร้าวบนใบหน้าคมคายนั้นคลายจางเป็นอุ่นโยนเมื่อก้าวผ่านร่างบาง มือใหญ่ยกขึ้นแตะเชือกถักที่ระลุ่ยบนอกกว้าง

          เพียงแตะ..แล้วทิ้งลง

            เท่านี้..เนตรงามพลันกระจ่าง อุ่นอวลด้วยความรู้สึกจากการกระทำเมื่อครู่

          นั่นคือ..เขารักนาง

 

 

 

          ร่างสูงใหญ่ที่ทิ้งไว้ในสายตาทุกผู้ก้าวมาในแนวไม้ใหญ่ เอ่ยกลั้วหัวร่ออยู่ใต้พุ่มหนาของไม้ต้นสูงต้นหนึ่ง

            วานรยักษ์ตัวนี้หนวดเคราดกหนานัก น่าเกลียดน่าชังเช่นนี้ เหตุใดยังเป็นที่ต้องการพบเห็นของผู้คน

            วานรยักษ์อูจินถลึงตาลงเบื้องล่าง

            เฮอะ..เจ้าหนุ่มวาจาเราะร้าย

            ท่านอยู่บนนั้นสักครู่ใหญ่เถอะ รอให้เหล่าสหายของท่านกลับกันไปก่อน จึงค่อยปีนป่ายลงมา

            ท่านเอ่ยถึง.. อูจินในพุ่มไม้สูงกล่าวทิ้งค้าง

            เมื่อครู่ข้าได้พบคนกลุ่มหนึ่ง ท่าทางมีศักดิ์ฐานะไม่ต่ำทราม พวกเขาถามถึงวานรหนวดเครารกรุงรังว่าข้าได้เห็นหรือไม่

            แล้วท่าน..

            กระทั่งเวลานี้ข้าก็ยังมิได้เห็นแม้ปลายหางวานรน่าชังนี้สักเสี้ยว

            เสียง หึ ในลำคอวานรยักษ์ดังขึ้น

            ท่านรู้ว่าข้าอยู่ที่นี่ ?

            เช่นเดียวกับที่ท่านรู้เมื่อครั้งที่ข้าแวะเยือนปาซา

            หยุนตวนก้าวไปก้มมองต้นอ่อนของจูจิ่นฮวาป่าที่แทรกผิวดินขึ้นมาข้างทางเดินตรงหน้า ในใจนึกถึงภรรยาผู้โปรดปรานมวลบุปผา อยากให้นางได้มาเห็นจูจิ่นฮวาต้นน้อยน่ารักนี้ด้วย ปากเอื้อนเอ่ยต่อ

            แดนผู้ใด ผู้นั้นย่อมมักคุ้นจับสังเกตได้ง่ายดายมิใช่หรือ

            เหตุใดท่านไม่แจ้งกับพวกเขาเกี่ยวกับข้า

            ข้าเป็นวารี วารีมิโป้ปด ข้ากล่าวตามสัตย์ว่าท่านได้หาซื้อสมุนไพรมากมาย และท่านได้ออกจากช่างไห่ไปแล้ว

            หยุนตวนหัวร่อบางเบา

            “หรือมิใช่ ?

            นั่นจริงแท้ เมื่อวันวานเขาได้จัดหาสมุนไพรในตัวเมืองช่างไห่ เมืองเล็กๆใกล้ป่าธารวารี และเวลานี้ เขาก็ได้ออกจากช่างไห่แล้วจริง ผู้ฟังความย่อมจะเข้าใจว่าเขาออกจากช่างไห่แล้วตรงกลับปาซา

            ข้าไม่นิยมติดค้างผู้ใด ท่านละเว้นข้าที่ปาซา ข้าเปิดทางให้ท่านออกจากลี่คุน

            ร่างสูงยกกายขึ้นเต็มความสูง กล่าวก่อนจะจากไป

            “ทว่าหากข้าพบเห็นท่านกระทำสิ่งใดเป็นภัยต่อลี่คุน ข้าจะไม่ละเว้นท่าน

            แล้วหากว่าข้าจะให้ท่านมีกำไรจากการครั้งนี้บ้างเล่า

            เสียงห้าวใหญ่ดังลงมาจากเบื้องบน

            เช่นนั้น..

            ชายหนุ่มยั้งกายเอ่ยกลับมาถึงสิ่งที่ต้องการสองสามสิ่ง แล้วพาร่างลับไปตามทางเล็กเลียบสายธาร

            อูจินมิเข้าใจว่าวารีหนุ่มผู้นี้ต้องการสิ่งเหล่านี้ไปเพื่อใด ทว่าคนผู้นี้มีนิสัยมักสนุกในการกระทำมิใช่หรือ คงคิดทำสิ่งสนุกสนานเช่นเคย

            สำหรับเขานั้น เมื่อจัดหาสิ่งเล่านี้ให้แก่วารีผู้นี้แล้ว ย่อมต้องรีบเร่งออกจากลี่คุนและต้องปล่อยวางไว้ระยะหนึ่งก่อน ให้เหตุการณ์นี้สงบเงียบไปจึงค่อยต่อการอีกครั้ง

            อูจินครุ่นคิดพลางระบายลมหายใจยาว เขานิยมในวารีผู้นี้ถึงขั้นอยากคบหาเป็นสหาย ทว่าในการพบกันในวันข้างหน้านั้น ไม่มีสิ่งรับประกันได้เลยว่าความสัมพันธ์นี้จะไม่เปลี่ยนแปลงไป

          วันใดวันหนึ่ง ข้าและหยุนตวนคงมิอาจหลีกเลี่ยงการห้ำหั่นกัน

 

 

 

          องค์หญิงลี่เยว่อิงพาร่างบอบบางมายังชานเรือนด้วยฝีเท้าเบายิ่ง เนตรงามทอดไปยังร่างใหญ่ที่พริ้มตาหลับตะแคงกายนอนอยู่เกือบเต็มพื้นที่ชานเรือน ในแววเนตรโศกคู่นี้เวทนาอาทรคนร่างใหญ่อย่างยิ่ง กระทั่งทรุดกายลงนั่งเคียงข้างความสั่นไหวเวทนานี้ก็มิลดลง

          เรื่องราววันก่อนยังคงสร้างความหมองมัวในหัวใจของนางจนว้าวุ่นไม่เป็นสุข การพบปะกันของหยุนตวนและพี่น้องของนางอย่างมิทันตั้งรับนั้น ทำให้ในเวลานั้นนางมิทันคิดจะทำสิ่งใดที่จะเรียกว่าถูกต้องเหมาะสมได้เลย ความนิ่งงันของนางอาจถูกตีความว่านางอับอายที่มีสามีเป็นวารีเช่นเขา

            หยุนตวนมิได้แสดงทีท่าเรียกร้องอันใด อีกทั้งยังถ่ายทอดความปลอบประโลมใจทิ้งไว้ก่อนจาก ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความรักที่เขามีต่อนาง ยอมรับทุกสถานะที่นางจัดวางให้

          แต่ภายในใจของเขาเล่า ? ..

            จะเศร้าตรมหมองหม่นเพียงใด จะรู้สึกว่าตัวเขานั้นด้อยค่าหรือไม่ ในใจนึกตัดพ้อต่อนางหรือไม่

            ภายใต้การดูแคลนขององค์ชายแห่งแคว้นจิน จนถึงที่เขาเดินจากไป นางคงมีแต่ความนิ่งเฉยราวไร้น้ำใจต่อเขา

            ความอาทรอันเปี่ยมล้นจากหัวใจร่างบางส่งผ่านปลายนิ้วที่แตะบนผิวแก้มของสามีแผ่วเบา

            ร่างใหญ่เมื่อถูกแตะต้องผิวแก้มก็เปลี่ยนเป็นพลิกกายหงายหน้าแย้มยิ้มกว้างขวาง เอ่ยทั้งยังพริ้มตา

            ผู้ใดช่างขวัญกล้านัก คิดล่วงเกินชายที่หลับใหล มิเกรงจะต้องชดใช้ความเสียหายนี้หรือไรกัน

            เสียงทุ้มหัวร่อสำราญใจกับใบหน้าสดใสนั้น ยิ่งทำให้ผู้ทอดมองสะท้อนในใจหนักขึ้น

            สองมือใหญ่ยกขึ้นจับศีรษะของร่างบางที่กำลังก้มมองลงมาจนหน้าผากกระทบกัน

            เสียงอุทานกลั้วหัวร่อกังวาน

            ไอยา ! ทั้งล่วงเกินทั้งลอบทำร้าย เช่นนี้ข้าคงปล่อยให้ลอยนวลไม่ได้เสียแล้ว

            ร่างใหญ่ลืมตาขึ้นสบมอง ความสดใสซุกซนบนสีหน้าและในแววตานั้นคลายตัวลง เมื่อพบความหม่นเทาบนใบหน้างามล้ำนั้น

            มีเรื่องใดทำให้ภรรยาของข้าต้องหมองใจเช่นนี้

            น้ำเสียงและรอยยิ้มอันอุ่นโยนเรียกไอชื้นให้ก่อเกิดในดวงตาของอีกผู้

            โกรธข้าหรือไม่ ?

                “จะโกรธเจ้าเรื่องใดกัน

            เนตรงามหมองมัวด้วยฝ้าเงาน้ำ

            ข้าขอโทษ ข้ากระทำคล้ายไม่ได้รู้จักเจ้า

            สามีร่างใหญ่หัวร่อทุ้มละมุน รั้งทั้งร่างลงมาจูบซับมิให้น้ำใสได้หยาดออกจากเนตรคู่นั้น

            เจ้ายังมิทันได้ตั้งรับต่างหากเล่า

            เสียงทุ้มเอ่ยเมื่อถอนริมฝีปากออกมา

            ตัวข้าแม้พร้อมเผชิญกับทุกสิ่ง ทว่ากับทางเจ้าแล้ว เรื่องนี้มิใช่ง่ายที่จะให้พวกเขายอมรับและยอมความ เจ้ามีเรื่องราวที่ต้องคิดต้องกระทำหนักหนาแล้ว อย่าให้มีเรื่องใดมาตกเพิ่มอีกเลย

            ปลายนิ้วกร้านสากไล้แก้มละมุน ทอดมองอย่างลุ่มหลง

                “อาจบางที..เมื่อเจ้ากระทำให้แก่พวกเขาลุล่วงทุกสิ่งแล้ว พวกเขาจะยอมให้เจ้าวางมือได้ และไม่เหนี่ยวรั้งเจ้าไว้ หรือมิเช่นนั้น ถ้าหากว่าเจ้า..มีเหตุอันสมควรให้วางมือ

            พักตร์งามเอียงฉงน

          จะมีเหตุใดเป็นผลอันควรแก่การให้นางได้วางมือ

 

 

 

          เพียงหวนคิดถึงที่ได้พบปะหยางอาหยีเมื่อหลายวันก่อนวัน ใบหน้าก็เปื้อนยิ้มเต็มที่

 

          อย่างไร ?..นางเริ่มปรากฏผลหรือไม่ ?

          หญิงกลางคนผู้อารีถามไถ่น้ำเสียงหวังผลยิ่งในการพบกันครั้งนั้น

          ยังมิรู้เลย..หยางอาหยี

          หยุนตวนหัวร่อพลางเกาท้ายทอยเก้อเขิน

          หลังจากช่วงนั้นนางก็กลับไปยังครอบครัวนานวัน ข้าอาจคงยังต้องรอคอยต่ออีก

          หยางสือซว่านจับจ้องหยุนตวนทั่วร่าง กล่าวครุ่นคิด

          ลักษณะของเจ้ามิใช่ผู้ไร้ความสามารถก่อกำเนิดบุตร อืม..ไม่แน่ว่าทุกคราที่นางกลับไป ครอบครัวของนางอาจให้นางดื่มกินสิ่งระงับการตั้งครรภ์โดยที่นางเองก็มิได้รู้

          หยุนตวนกระพริบตาปริบ

          ทว่าจะเป็นโอสถสมุนไพรใดก็ตาม ล้วนมิอาจต้านทานสมุนไพรของข้าได้ เจ้าจงเชื่อมั่นในหยางอาหยี

          นางขยิบตา

            “เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น จัดให้นางอีกสักชุดเป็นไรไปเล่า ดูแล้ว..เจ้าเองก็ชื่นชอบนักมิใช่หรือ..

 

          อืมม..ข้าชื่นชอบยิ่งนัก..

            ความเร่าร้อนถึงเพียงนั้นในคืนวานยังตรึงใจมิรู้หาย ยิ่งจับจ้องมองนางก็ยิ่งมากล้นเสน่หา

            ภรรยาของเขานั้น นางเองช่างอ่อนหวานน่ารักและเย้ายวนเหลือเกินอยู่แล้ว ยิ่งยามนี้ที่นางรู้สึกอยู่ในใจว่าอยากชดเชยให้กับเขา ที่นางคล้ายเฉยเมยต่อเขาคราก่อน การตอบสนองนี้จึงยิ่งเพิ่มความออดอ้อนเอาอกเอาใจไปเสียทุกสิ่ง ซ้ำเมื่อได้ดื่มสมุนไพรของ หยางอาหยี สิ่งเหล่านี้ก็ยิ่งทบทวี จนเขายอมพลีทุ่มเทกำลังวังชาตอบรับนางจนหมดสิ้น

            ร่างบางเอียงใบหน้าจับจ้องใบหน้าที่เปื้อนยิ้มจนฟุ่มเฟือยของผู้เป็นสามีด้วยความฉงน

            สามีผู้นี้ร้ายกาจมากเล่ห์นัก ยิ้มเช่นนี้..ใช่แอบลักลอบกระทำสิ่งใดอยู่หรือไม่

            นางแม้ทอดแววสนเท่ห์มากล้น ทว่ามิเอ่ยถามสิ่งใด มือเล็กบางวางชิ้นผ้าที่กำลังเย็บสอยอยู่ลงเก็บในกล่องใบย่อม ก่อนจะเคลื่อนกายเข้ามายังร่างใหญ่ที่นอนประสานมือหนุนศีรษะไว้ จับจ้องใบหน้าคมคายของสามีที่ยังคงเกลื่อนรอยยิ้มมิเอ่ยความใด

            ยังคงมีความสนเท่ห์มิแปรเปลี่ยนในเนตรงาม กระทั่งนางย้ายร่างขึ้นมานั่งคร่อมทับตัวเขา นางยังคงใช้แววสนเท่ห์นั้นจับจ้องเขา

          กระทั่งเมื่อนางลดใบหน้าลงมาใกล้ หยุนตวนจึงได้พบว่าในความสนเท่ห์นั้น มีกองเพลิงกองเล็กที่เริ่มลุกโชนเพื่อเป็นเพลิงใหญ่ และกำลังจะเผาร่างของเขาให้มอดไหม้

 

 

 

          ร่างสะโอดองค์ของลี่ไท่หยางไท่จื่อที่หยุดอยู่หน้าตำหนักส่วนพระองค์นิ่งค้างราวหุ่นปั้น สิ่งตรองนั้นตกในภวังค์เรื่องราวแห่งคืนงานฉลองสมภพที่เพิ่งผ่านมา

            เนตรที่ทอดไกลยังจันทราบนฟ้ากว้างเหนือตำหนัก แท้แล้วเหม่อไกลเกินกว่าดวงจันทราที่แลเห็น

            ในช่วงเหตุการณ์ครานั้น กระทำได้เพียงเบี่ยงวรกายแช่มช้ามิให้เป็นที่จับจ้องผิดสังเกต เพื่อบดบังแนวทิศทางสายพระเนตรของพระบิดา หากว่าจะบังเอิญทอดผ่านมายังร่างน้อยนี้

            เนตรที่มักอุ่นโยนนั้นเบิกกว้างอย่างมิอาจรับได้ในสิ่งที่เวลานี้เพียงคาดคะเน

            อรุณรุ่งที่ใกล้คืบคลานมานั้นเชื่องช้าจนสุดระงับความเยือกเย็นในการรอคอย

 

          ด้วยว่า..ในหทัยนั้นมีสิ่งที่หมายมั่นกระทำในวันพรุ่ง !

 

 



***** อุปสรรคแรกกำลังจะมาแล้ววว  ^^

 

        มีเสียงทักท้วงถึงเนื้อเรื่องที่ดูตัดไปแบบชวนงงๆ และคิดหลายหลายคนอาจจะรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน

        เราเลยขออนุญาตตอบผู้อ่านรวมๆตรงนี้เลยนะคะ

        อันนี้เป็นความพลาดของเราเองค่ะ..แหะ แหะ (พนมมือแบบงดงาม) ^^

        ความที่เราเพลินกับการเขียนไปหน่อยเลยไวไป จนลืมนึกถึงจุดที่ต้องสื่อความกับผู้อ่านให้ชัดเจนด้วย เลยทำให้ขาดรายละเอียดในการเชื่อมโยงแต่ละตอนไป

         ต้องขออภัยด้วยค่ะ และจะนำคำทักท้วงนี้มาปรับปรุงแก้ไขนะคะ

 

          ยินดีรับคำติติงชี้แนะจากทุกคนค่า

        ขอบคุณในการติดตามของทุกคนนะคะ เป็นกำลังใจที่มีค่ามากเลยค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #27 He ! Ya (@peachoffires) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 12:42
    รับทราบค่ะไรท์ อย่างที่บอก เราชอบเรื่องนี้มากค่ะ ถูกจริตเรา 55555555
    ไรท์ อย่าเพิ่งรำคาญนะคะ เรายังยืนยันต่อไปว่า อย่าเพิ่งให้นางเอกท้องตอนนี้น้า แหะๆ ถ้านางเอกท้อง สงสัยเราได้ดองแล้วค่อยกลับมาอ่านอีก2-3ตอนให้หลัง เพราะกลัวดราม่า ปวดจาย คือเราคิดว่า ถ้าพระนางรักกันจริง จะต้องไม่สร้างภาระในวันเวลาที่ไม่พร้อมให้กันและกันค่ะ
    แต่ยังไงก้แล้วแต่ ขึ้นอยุ่กับการตัดสินใจของผู้เขียนค่ะ อิอิ
    รอต่อวันศุกร์น้า <3
    #27
    1
    • #27-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 25)
      27 ตุลาคม 2560 / 16:16
      แหะ..แหะ.. ได้แต่ยิ้มแห้งๆกะตัวเอง
      น่าาาา..นะ..
      ติดตามกันต่อเถอะจ้าาา ^^
      #27-1