ศาสตราจันทรา (จบภาค)

ตอนที่ 34 : ชะตาฟ้าหรือผู้คนลิขิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    24 พ.ย. 60

 

                       อยากเอ่ยถาม..ผู้ใดเล่า          หยิบยกชีวิตเรามาโลดเต้น

                   บางคราสุขบางคราแสนลำเค็ญ     ราวล้อเล่นเห็นสนุกในพลิกผัน

 

 

 

          เป็นราตรีที่มืดมิดและเงียบสงัดเหมาะแก่กระทำการนี้อย่างยิ่ง

            สองผู้เฒ่าเสอนั่งลงกับพื้นเรือนเคียงข้างกัน ส่งสายตาเลื่อนลอยขึ้นจับจ้องแต่กลับมิได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของสองผู้เบื้องหน้า ทั้งสองร่างอยู่ใต้อาภรณ์ชุดดำและปกปิดใบหน้า ร่างหนึ่งเล็กบางนั่งบนเก้าอี้ อีกร่างหนาใหญ่ยืนอยู่เคียงข้างและเป็นผู้กระทำการซักถาม

            เจ้าทั้งสองเป็นผู้เก็บทารกที่เจ้าเรียกว่า หยุนตวน มาเลี้ยงดู ?

            สองผู้เฒ่าพยักใบหน้าช้าๆ นัยน์ตายังคงเหม่อคว้าง เป็นผู้เฒ่าเสอเล็กที่กล่าวตอบ

            มิผิด ทารกหยุนตวนอยู่บนซากเรือที่แตกหักลอยมาตามสายน้ำ เป็น เป่าเจียงเหอ ที่กว้างใหญ่สายนั้น

            ร่างเล็กบนเก้าอี้ไหวเยือก ถามรัวเร็ว

            บนตัวทารกมีที่ใดผิดแผกหรือไม่ ? มีสิ่งใดติดมากับทารกนี้หรือไม่ ?

            สองผู้เฒ่าพยักใบหน้าพร้อมกัน

            มีแหวนลวดลายแปลกตาผูกติดมากับทารกผู้นั้น

            ลวดลายใด ?

            เสียงนั้นเล็กแหลมด้วยความพลุ่งพล่านยากระงับ มือหนาใหญ่แตะลงบนบ่าของนาง ยั้งมิให้นางเค้นคอสองเฒ่านี้

            รูปลายแปลกนัก คล้ายพยัคฆ์และคล้ายมังกร เป็นพยัคฆ์มีลวดลายและอยู่ในท่าเหินหาวเช่นมังกร

            ร่างเล็กคุดคู้ มือบางถูกยกขึ้นปิดกั้นเสียงจากริมฝีปากแนบแน่น สะท้านจนไหวโยกมิอาจกล่าวความใดได้อีก ตาที่เบิกกว้างระริกไหวจนภาพเบื้องหน้าพร่างพราย

            เพราะลวดลายที่ไม่ธรรมดานี้ ข้าทั้งสองนึกรู้ในทันทีว่าทารกผู้นี้ย่อมมีที่มาที่ไม่ธรรมดา อีกทั้งได้รับรู้มาว่าปาซาถูกพลิกคว่ำฟ้าคว่ำแผ่นดินสิ้นแล้ว ทารกผู้นี้ย่อมต้องมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆนี้ไว้ ข้าทั้งสองจึงต้องสลักลวดลายวารีพรางให้ผู้คนเข้าใจว่าเป็นทารกของเผ่า

            แม้ยังคงตกในความเลื่อนลอยที่ไม่ปกติเช่นนี้ สองเฒ่ายังมีอาการหม่นมัวให้เห็น

            ตามธรรมเนียมของวารีนั้น ทารกกำพร้าที่ถูกเก็บไว้ได้ จะยังไม่กระทำการสลักลาย จนกว่าทารกผู้นั้นจะมีอายุพ้นสิบปี เพื่อที่ให้ทารกนั้นได้เลือกหนทางของตน เพราะการเป็นวารีนั้น ท่านย่อมทราบดีว่าด้อยวรรณะเพียงใด เป็นที่หยามหยันเพียงใด แต่กับทารกหยุนตวนนั้น..กลับจำเป็นยิ่ง ทว่านั่นเท่ากับปิดกั้นหนทางให้เป็นอื่นไปมิได้เสียแล้ว เป็นว่าข้าทั้งสองขีดเส้นชะตาชีวิตทารกผู้หนึ่งอย่างไม่เหลือทางเลือกใดให้เสียแล้ว

            ร่างหนาใหญ่เหลียวมองธูปที่จุดไว้

            มิอาจให้สองเฒ่านี้ตกใต้ยากำกับสตินานกว่าหนึ่งก้านธูป มิเช่นนั้นเขาจะเสียความทรงจำเป็นผู้เลอะเลือนไปอย่างไร้ทางแก้

            เพราะคำเตือนนี้ กระทำให้แม้ยังเหลือคำถามที่ต้องการก็ต้องระงับไว้ ร่างเล็กผุดลุกขึ้นช้าๆ ทรุดกายลงตรงหน้าสองเฒ่า ค้อมกายลงต่ำ กล่าวกระท่อนกระแท่นด้วยกลั้นสะอื้นสุดกำลัง

          ขอบคุณท่านทั้งสองมากนัก ข้า หยางสือซว่าน จะมิมีวันลืมบุญคุณนี้

 

 

 

          อูจินระบายลมหายใจยาว ใบหน้ายกเงยให้กับแผ่นฟ้าที่มืดมิด แย้มราวยิ้มให้กับผู้ที่จากไกล ในขณะที่ร่างผ่ายผอมของหยางสือซว่านไร้เรี่ยวแรงทรุดกายลงร่ำไห้กับพื้นดิน เป็นการร่ำไห้ที่ทั้งปิติยินดีทั้งรันทดหดหู่ในคราเดียวกัน

            หยางสือซว่านพลันยกเงยใบหน้า กล่าวรัวเร็ว

                “ข้าต้องการพบเขา ข้าอยากโอบกอดเขาให้แนบแน่น..

            แล้วกลับแปรเปลี่ยนเป็นสะอึกสะอื้น กล่าวแผ่วครางด้วยอาดูรยิ่งนัก

                “เขาช่างน่าเวทนานัก ชาติกำเนิดของเขามิได้ต่ำต้อยกว่าผู้ใด กลับถูกหนทางบีบบังคับจนเป็นตกต่ำเยี่ยงนี้ ถูกผู้คนดูแคลนหยามหยันเพียงนี้..

            ท่านรอคอยมายี่สิบกว่าปีแล้ว อดกลั้นรอคอยอีกสักระยะเถิด ในเวลานี้ยังมิใช่เหมาะสมแก่การบอกเล่าความเป็นมาของเขา

            เหตุใด ? นางเปล่งเสียงพร้อมความไม่ยินยอม

            เพราะการใหญ่ที่ใกล้จะเกิดขึ้น

            อูจินตัดความเฉียบพลัน ส่งผลให้ร่างนั้นชงักงันไป

                “เขาอาศัยในลี่คุน ภรรยาเป็นชาวลี่คุน ใจย่อมผูกพันกับลี่คุนมิใช่น้อย ท่ามกลางเหตุการณ์นี้ ท่านคิดว่าเขาจะทำเช่นไร

            เขาคือปาซา

            หยางสือซว่านกล่าวเน้นย้ำ

                “บิดาของเขาจบชีวิตด้วยการกระทำของสามแคว้นรวมถึงลี่คุนนี้ เขาย่อมต้องคล้อยมาทางปาซาและข้า..ที่เป็นมารดาของเขา

            แล้วภรรยาของเขาเล่า ท่านรู้ ข้ารู้ ว่าเขารักใคร่นางยิ่งสิ่งใด หากต้องเข่นฆ่าชาวลี่คุนต่อหน้าภรรยา ท่านมิคิดหรือว่าเท่ากับบีบคั้นเขาเพียงใด ให้เขาพาภรรยาออกนอกลี่คุนตามที่ได้ตั้งใจไว้ ให้พวกเรากระทำการที่นี่ เมื่อลุล่วงแล้วจึงค่อยตามหาเขา ชักนำให้เขากลับคืนปาซา ถึงเวลานั้น ทุกสิ่งล้วนมิอาจให้เขาแก้ไขแล้ว..

            อูจินระบายลมหายใจ ทอดเสียงต่ำลง

            ยิ่งยามนี้ที่ภรรยาของเขากำลังตั้งครรภ์ด้วยแล้ว หากกระทบกระเทือนจิตใจของนาง อาจส่งผลถึงบุตรในครรภ์ได้

                หยางสือซว่านนิ่งขึงไปเมื่อตระหนักถึงหลานของตนในครรภ์อ่อนนั้น

            แล้ว..เมื่อถึงเวลานั้น หยุนตวนและนางจะมิขัดแย้งกันหรือ..

            อูจินแสยะยิ้มกว้าง

            ถึงเวลานั้นนางก็เป็นมารดาไปแล้ว มีหรือจะไม่เลือกครอบครัวเพื่อบุตรตัวน้อย

            อูจินนึกถึงสายตาเย็นชาของนัยน์ตางามแปลกคู่นั้น ยามเมื่อจ้องจับยังสามีของนางกลับมากล้นด้วยความรักที่อุ่นละมุนยิ่งนัก นางเองก็รักใคร่หยุนตวนมากมิต่างจากความรักที่หยุนตวนมอบให้ เขามั่นใจในสิ่งนี้ ดังนั้นอูจินจึงมิได้กังวลเลยว่าหลังจากทุกสิ่งลุล่วงแล้ว ภรรยาของหยุนตวนจะไม่ยินยอมติดตามหยุนตวนกลับปาซาโดยไร้ข้อโต้แย้ง

            นี่ยังมินับถึงฐานะที่จะเปลี่ยนไปของหยุนตวน ที่จะผลักดันให้นางขึ้นสู่จุดสูงสุดเหนือสตรีทุกนางในแคว้นแดนนี้

          นั่นคืออูจินที่เข้าใจว่านางเป็นบุตรีตระกูลการค้าเพียงเท่านั้น

            ที่สำคัญอีกประการ..

            อูจินมองไกลในความมืดมิด กล่าวบางเบา

           หากแม้นปาซากระทำการมิสำเร็จ ทายาทของปาเหอหนันก็จะยังคงเหลืออยู่ แม้เขาจะมิได้ล่วงรู้เลยก็ตาม

 

 

 

          ครั้นพระสุธารสถูกวางลงบนโต๊ะทรงงานแล้ว หัตถ์เรียวงามขององค์ไท่หยางจึงยกโบกให้ทุกผู้ละไปจากห้องทรงอักษร เหลือเพียงเจ้าของเนตรงามที่ส่งความเย็นนิ่งไร้รู้สึก

            พักตร์ที่ละม้ายกันขององค์เชษฐาพยักขึ้นลงช้าๆ ตกจมในความตริคิดเป็นครู่ใหญ่ หลุบเนตรจับยังถ้วยพระสุธารสพลางตรัสเนิบช้า

            หากแม้นผู้นำคนใหม่ของปาซาเข้าทำการสักการต่อลี่คุน ข้าเชื่อว่าพระบิดาจะเมตตาต่อพวกเขา แต่จากที่เจ้าได้พบเห็นนั้น มิอาจให้มั่นในได้ว่าปาซาจะไม่คิดทำการใหญ่ และจะให้ลี่คุนแจ้งข้อเสนอไปก่อนนั้น มิอาจกระทำได้ ด้วยเกียรติของลี่คุนที่มิใช่ต้องกระทำราวอ่อนข้อให้เช่นนั้น

            เนตรเรียวงามยกขึ้นสบเนตรคู่งามโศกซึ้งตรงหน้า

            ดูแล้ว..เจ้ามิต้องการทำศึกกับปาซา ?

            ข้ามิเคยต้องการทำศึกใด เสนาะเย็นเยือกไร้รู้สึก

                “ข้าเพียงกระทำเพื่อลี่คุน ด้วยศักดิ์ ด้วยสถานะ และด้วย..

            โอษฐ์งามแย้มรอยหยัน

                “..ชะตากรรมของข้า

            เนตรงามหลุบจับจ้องหัตถ์บางของตน คล้ายมีคราบโลหิตแปดเปื้อนเต็มฝ่ามือทั้งสอง พายุหิมะหมุนวนในเนตรงามยามยกขึ้นสบองค์เชษฐา

            แต่ข้าจะมิลังเล หากปาซาเป็นภัยต่อลี่คุน

            สายลมอ่อนของฤดูใบไม้ผลินำพากลิ่นหอมของม่อลี่ฮวามาเจือจางความเคร่งขรึม ที่คล้ายจะแฝงด้วยความละล้าลังในบางสิ่งภายในห้องกว้างนี้

            เขา..เล่า ?

            สุรเสียงเอ่ยเบาราวกระซิบ ทิ้งคำด้วยมิมั่นใจในการเอ่ยนี้

            เนตรคู่งามมีรอยไหวบางอยู่ลึก

            เขาได้รับบาดแผลมิใช่น้อย ทว่าฟื้นตัวได้ดีแล้ว

            ความคิดถึงที่มากล้นจนเป็นโหยหาที่สู้กักเก็บไว้ ต่อเมื่อมีการเอ่ยถึงจึงหลั่งล้นออกมาให้รันทดนัก ความอ้างว้างจึงฉายชัดเต็มเนตรงามที่ทอดเหม่อไปยังด้านนอก ก่อความอาดูรที่หนักอึ้งคับข้องเต็มหทัยเชษฐา

            เวทนานางนัก เมื่อนางมาอยู่เบื้องหน้าเช่นนี้ กลับกลายว่าจะเอ่ยสิ่งที่หมายมั่นในหทัยแต่เดิมทีมิง่ายเลย ทว่ามิอาจยอมรับความเป็นไปนี้คงอยู่ได้เช่นกัน

            ร่างโปร่งบางขององค์ไท่จื่อผลุดลุกขึ้นช้าๆ ก้าวไปทอดพระเนตรลวดลายบนฉากกั้นด้วยมิรู้ควรกระทำเช่นไร ก่อนหันกายกลับตรัสด้วยสุรเสียงที่มิอาจคาดเดาความรู้สึก

                “เขาและลี่คุน เจ้าควรรู้ว่า ต้อง เลือกสิ่งใด

            ร่างบางสะท้านเฮือก ไหวระริกทั้งกายจนถึงในเนตรคู่งาม หัวใจราวถูกอัดบีบด้วยสิ่งยากจะต้านทาน ที่สุดแล้วกระทำได้เพียงขบเม้มริมฝีปากจนห้อแดงก่ำ ก่อนเปล่งเสียงรานร้าวจากภายใน

            ไท่จื่อ..ท่านโหดร้ายกับข้ายิ่งนัก กระทำให้ข้า..ถึงเพียงนี้..ให้ข้า..ไร้หนทางเพียงนี้..

            เนตรขนิษฐาเปี่ยมแววตัดพ้ออย่างมิเคยเป็น

            ลี่ไท่หยางไท่จื่อทั้งตระหนกทั้งหนักอึ้ง แม้จะทรงอาทรต่อความรู้สึกของนาง หากแต่กลับมักลืมเลือนไปยามเมื่อเห็นร่างนางในศาสตรากลางสนามรบจนเป็นคุ้นชินกับความไร้รู้สึกนั้น ก่อให้เข้าพระทัยไปถึงว่านางจะเลือกในสิ่งที่ควรโดยตัดวางได้ในที่สุด

          ..แล้วนางจะลืมเลือนไปเองในที่สุด..เช่นทุกคราที่ผ่านมา..

            เมื่อทอดเนตรถึงความปวดร้าวในแววโศก และเมื่อวูบแรกของความอึ้งงันพ้นไป จึงได้ร้าวในหทัยตนถึงวาจาที่ได้เอื้อนเอ่ย

            ข้าละเลยน้องจนเลอะเลือนไปเสียแล้วว่านางเจ็บปวดได้มิต่างจากผู้คนทั่วไปสักนิด

          ใจข้า วาจาข้า มักอ้างถึงความเมตตาต่อนาง ใคร่เห็นนางมีสิ่งประโลมใจ ทว่าการกระทำของข้ากลับคล้ายความตระบัดสัตย์โดยแท้..น่าละอายยิ่งนัก

          ทว่า..เยว่อิง เจ้าควรรู้ เจ้ามิควรกระทำสิ่งที่เป็นอยู่นี้เลย ด้วยภาระหน้าที่ ด้วยศักดิ์ ด้วยสถานะของเจ้า นี่มิใช่เป็นแบบอย่างที่จะให้มีได้

          เจ้าจะให้เป็นไปเช่นนี้ได้นานถึงเพียงไหน เจ้าจะวาง เขา ไว้ที่ใด และ ตัวเจ้า จะอยู่อย่างไรในสองเส้นทางนี้

                “ไท่จื่อพี่ข้า..

            ร่างบางผุดลุกขึ้นช้าๆ ยามนี้มีเพียงไอยะเยือกแห่งศาสตราคละคลุ้งไปทั่วห้องทรงพระอักษรอันหรูหรา เนตรคู่นั้นขับแสงราวศาสตรวุธชิ้นหนึ่ง เสนาะเสียงที่เปล่งออกมามิเหลือความรู้สึกใดอีกแล้ว

            ร่างกายของข้าเป็นของลี่คุน ข้ามิเคยรู้ร้อนหนาว ต้านรับทุกคมศาสตรา รับคำประณามสาปแช่งจากผู้สูญเสีย รับคำแซ่ซร้องจอมปลอมที่ให้ข้าคงสถานะความเป็นตายนี้ไว้ ทว่าข้ามิได้ใส่ใจเรียกร้องสิ่งใดเลยสักน้อย ข้าเพียงกระทำในสิ่งที่ต้องกระทำด้วยถือกำเนิดมาเช่นนี้ ท่านอาจกล่าวได้ว่า ตัวข้าได้อยู่เหนือทุกผู้ในลี่คุน และนี่คือสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยน ด้วยศาสตรานี้ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ใดใด

            ทว่า..ไท่จื่อ..หัวใจของข้าคือสิ่งเดียวที่บอกให้รู้ว่าข้ายังมีชีวิต แม้จะเป็นชีวิตที่ผ่านช่วงเวลาเช่นกรวดทรายใต้สายลม ยามนี้หัวใจของข้ามิได้จมลึกอยู่ใต้หิมะอีกแล้ว ยามนี้ข้ามีสิ่งที่หวงแหน เป็นสิ่งเดียวที่โอบกอดวิญญาณของข้าไว้

            ไท่จื่อ..เหตุใดลี่คุนจึงไม่เหลือสิ่งนี้ไว้ให้กับข้า เพียงสิ่งเดียวที่ข้าวิงวอนกับท่าน

            ข้า..ที่มิเคยร้องขอสิ่งใดเลย

            เพียงท่านเหลือทางไว้ให้ข้าบ้าง ให้ร่างหนึ่งของข้ามีชีวิตที่ข้าต้องการ อีกร่าง..ข้าพร้อมอุทิศให้ลี่คุน เหตุใดไม่เหลือให้กับข้าสักน้อย เหตุใดต้องฉกพรากสิ่งเดียวที่ข้ามี..

            เสนาะใสรานร้าวในถ้อยความสุดท้ายที่ทิ้งช่วง ก่อนเปล่งออกมาด้วยปวดร้าวต่อความไร้น้ำใจที่ได้รับ

            ..ท่านต้องการกัดกินข้าให้หมดจนคำสุดท้ายหรือไร

            ลี่ไท่หยางไท่จื่ออึ้งงันในความเย็นชาห่างเหินอย่างที่มิเคยได้รับนี้จนมิอาจตรัสสิ่งใดได้อีก เนตรล้าร้าวทอดตามร่างบางที่ผันจากไปอย่างเงียบงัน

          ลี่คุนติดค้างเจ้านัก ข้าผู้เป็นพี่ชายของเจ้ากลับมิอาจแบ่งเบาเจ้าได้ ดังนี้แล้ว ข้าจะขอรับความติดค้างนี้ไว้แต่ผู้เดียว

          จะชาติภพใด ให้ข้าได้เป็นพี่ชายของเจ้า ข้าจะคืนให้แก่เจ้า จะถนอม จะยอมเจ้าในทุกสิ่ง ขอเพียงภาระหน้าที่ที่เจ้ามีอยู่ในเวลานี้ อย่าได้ละทิ้งเลย..เยว่อิง

            องค์ไท่หยางล่องลอยไปในภาพความฝันที่ปรากฏซ้ำบ่อยครั้งในช่วงระยะเวลานี้

          จากเดิมที่มีเพียงเปลวเพลิงบนแผ่นดินมิรู้นามที่แตกระแหงนั้น นับวันยิ่งแจ่มชัดขึ้น มีเรื่องราวมากขึ้น ครานี้กลับเพิ่มเติมด้วยภาพร่างหนึ่งที่ชุ่มโชกโลหิตใต้ฟ้าที่ฉับพลันแปรเปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืน

 

 

 

          มือใหญ่กร้านจับเก็บงานตรงหน้าอย่างประณีตบรรจง เมล็ดแห้งของพืชพันธุ์ชนิดต่างๆถูกกรอกใส่ลงในผลน้ำเต้าตากแห้งแยกเป็นระเบียบ สิ่งเหล่านี้ตระเตรียมไว้สำหรับถิ่นฐานใหม่ที่เขาจะพาภรรยาไปใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบ ซึ่งสถานที่นั้นจะเป็นเช่นไรนั้นยังมิอาจรู้ได้ เขาจึงเตรียมเมล็ดพันธุ์พืชสำหรับเพาะปลูกไว้ โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ไม้ดอกหลากหลายที่ภรรยาผู้งดงามโปรดปรานยิ่งนัก

            เพียงนึก..รอยยิ้มอ่อนละมุนก็ปรากฏชัดบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้น หัวใจอุ่นอวลไปด้วยความคิดถึง เขาคิดถึงนางตลอดเวลา สู้อดทนรอคอย ทว่าความคิดถึงกลับรุมเร้าสุมทวีขึ้นจนคล้ายเป็นความปวดร้าวที่บีบคั้นหัวใจหนักหน่วง จนต้องระบายความอัดอั้นล้นพ้นนี้เป็นลมหายใจยาว มือราช้าจากการกระทำตรงหน้าโดยมิรู้ตัว

          หัวใจของข้าช่างกำเริบสืบสานยิ่งนัก

            แรกเริ่มนั้น ได้เพียงติดตามเฝ้ามอง แม้รักลุ่มหลงเพียงใดทว่ามิอาจวาดหวัง

            ต่อเมื่อได้ใกล้ชิด กลับยิ่งต้องการพบเจอเพื่อเจรจากับนางให้บ่อยครั้ง ได้เพียงเอาใจใส่ดูแลนางยามอ่อนล้าก็นับว่าสุขทั้งใจแล้ว หวังเพียงได้เคียงข้างดังที่นางเห็นเขาเป็นเช่นสหายเพียงผู้เดียวที่มี

            ครั้นได้ครอบครองนางทั้งกายและใจ กลับยิ่งโหยหาเรียกร้อง ต้องการให้ได้นางมาเป็นของตนโดยสิทธิ์ขาดอย่างแท้จริง

          นางเป็นของข้า นางเป็นภรรยาของข้า และนางกำลังจะให้บุตรแก่ข้า ผู้ใดจะกล่าวได้ว่า ข้าไร้สิทธิ์ในตัวนางได้อีกเล่า

            มือใหญ่ที่ราลงนั้นพลันชะงักนิ่ง นัยน์ตาคมเปล่งแสงวูบ ร่างใหญ่พลิ้วออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว สองแขนโอบรัดรับร่างบางที่ละล่องมา ด้วยร่างบางนั้นอาศัยการแตะปลายเท้ากับยอดไม้สูง ส่งให้ร่างเคลื่อนไหวมาตามอากาศจนถึงเรือนหลังน้อยนี้ในเวลาไม่นานนัก ผู้เป็นสามีได้รับรู้ถึงการมาของนางและออกมาโผรับภรรยาร่างน้อย ก่อนที่จะพาร่างของตัวเองและนางลงถึงพื้นดินเบื้องล่าง

            ความมืดมิดของราตรีที่ไร้จันทร์นี้ ยังมิอาจกลบลบความกระจ่างนวลตาของร่างในอ้อมแขนได้

            หยุนตวนโอบรัดร่างนางแนบแน่น ยามที่คิดถึงนางสุดหัวใจแล้วพลันได้นางมาอยู่ในอ้อมแขนเช่นนี้ ไม่มีสิ่งใดที่เขาปรารถนาอีกแล้ว ริมฝีปากร้อนผ่าวส่งผ่านความรู้สึกที่ร้อนแรงลงไปจนหมดสิ้น

            ร่างน้อยในอ้อมแขนสั่นสะท้านเต็มตื้นไปด้วยความรู้สึก ความอาดูรจากถ้อยคำของผู้เป็นเชษฐาทำให้หวาดกลัวยิ่งนักที่จะสูญเสียเขาไป นางฝังตัวลงไปในอ้อมอกอันอบอุ่นนี้อย่างผู้พบแหล่งที่พักพิงแล้ว สนองตอบจูบนั้นด้วยความรู้สึกทั้งหัวใจ

          ข้าไม่อาจสูญเสียเจ้า..สามีของข้า

            หยุนตวนละริมฝีปากออกช้าๆ นิ้วกร้านสากไล้ปาดหยาดน้ำใสข้างแก้ม สบเนตรใสราวเพชรเม็ดงามในความมืด

            ผู้ใดรังแกเจ้า ?

            เสียงทอดละมุนเปี่ยมความห่วงใย ซ่อนความดุลึกในนัยน์ตาพยัคฆ์

            องค์หญิงลี่เยว่อิงส่ายพักตร์ช้าๆ

            ไม่มีผู้ใดรังแกข้าได้ ข้าเพียง..คิดถึงเจ้า..คิดถึงเจ้าอย่างเหลือเกิน..

            องค์ไท่จื่อ?..

            หยุนตวนรู้ว่านางกล่าวเพียงครึ่ง

            ทว่ามิต้องการให้นางกระทบกระเทือนใจไปกว่านี้ จึงทำใจละวางเรื่องนี้เสีย สู้อดทนไม่ก่อเหตุ รอให้ถึงวันที่เขาจะพานางไปให้ไกลจากผู้คนเหล่านี้ สองแขนตระกองโอบอุ้มร่างนางพาเข้าไปยังเรือนหลังน้อย

            ร่างบางถูกวางบนฟูก กกกอดไว้ในอ้อมอกอย่างทะนุถนอม มือใหญ่กร้านลูบร่างปลอบประโลมเอาใจอย่างที่สุด

            แสงในเรือนส่องให้เห็นชัดถึงรอยบอบช้ำในเนตรงาม ไหนจะที่นางรี่รุดมาในยามวิกาลเช่นนี้ มิใช่ว่าเพราะนางมีเรื่องที่มิอาจทานทนหรอกหรือ

            หยุนตวนยกร่างนางแนบชิดอก ลอบขบกราม

            หยุนตวนนั้นปกติวิสัยมิใช่ผู้ที่มักโกรธขึ้งผู้ใดเลย ทว่าหากเป็นการที่นางผู้เป็นที่รักของเขาต้องมาถูกกระทบกระทั่งไม่ว่าจะจากผู้ใดหรือสิ่งใดแล้ว นี่มิใช่เรื่องที่เขาจะวางใจเฉยได้

            การเกร็งแม้เพียงเล็กน้อยที่ส่งถึงปลายนิ้วที่ลูบไล้ร่างนางนั้นทำให้รู้ว่าเขากรุ่นโกรธยิ่งนัก สองแขนนวลยกขึ้นโอบรัดรอบคอของเขา ลูบไล้ต้นคอบางเบาทำให้เขาผ่อนคลายลงช้าๆ ความอ่อนโยนของนางเช่นนี้ กระทำจนพยัคฆ์ร้ายกลายกลับเป็นแมวตัวโตช่างออดอ้อน ทั้งปลื้มปริ่มที่นางรักเขามากมายถึงเพียงนี้

            ริมฝีปากบางนุ่มจุมพิตลงบนอกกว้างใหญ่แน่นด้วยกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งอย่างรักใคร่หวงแหนก่อนฝังกายเข้าไปแอบอิง หัวใจที่เคยเต็มเปี่ยมความอ้างว้างที่เหน็บหนาวแปรเป็นอุ่นอวลนับแต่วันที่มีเขา เขาเพียงผู้เดียวที่เปลี่ยนแปลงคืนวันในชีวิตของนาง

          พรากเขาจากไป ไยมิใช่ผลักนางให้ตกลงในหุบเหวลึกที่เหน็บหนาวนั้นอีกครั้ง

            มีสิ่งหนึ่งที่ข้าต้องบอกต่อเจ้า

            เรื่องใดกัน ?

            หยุนตวนเอียงใบหน้าก้มสบ กล่าวถามนุ่มนวล

            นางเอ่ยช้าชัด

                “การตั้งครรภ์ของข้าในแต่ละช่วงระยะเวลา จะค่อยๆลดทอนอานุภาพแห่งศาสตราของข้า จนถึงเมื่อข้าให้กำเนิดทารกแล้ว ทุกสิ่งจะสลายสิ้น ข้าจะเป็นเพียงสตรีสามัญที่ไร้วรยุทธิ์ใดใด กระทั่งจะฟื้นฟูก็มิอาจกระทำได้

            หยุนตวนนิ่งไปครู่หนึ่ง

            เช่นนั้น..มิอาจให้เจ้าออกศึกได้อีก ข้านั้นแต่แรกก็มิต้องการให้เจ้าและลูกไปเสี่ยงภัยอันใด ยิ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ยิ่งมิอาจ เพราะแรงกำลังที่ถดถอยของเจ้าจะไม่สามารถเอาชัยได้ง่ายดายเช่นแต่ก่อน

            คิ้วเข้มมุ่นลง

                “องค์ไท่จื่อล่วงรู้หรือไม่

            เยว่อิงส่ายใบหน้ากับอกกว้าง

            มีเพียงไป่ฝู หยูไป่ฝูกงกงที่เจ้าได้เคยพบแล้วผู้นั้น ไป่ฝูเพิ่งได้ค้นพบสิ่งนี้และแจ้งต่อข้าไม่นานวันนี้

            หยุนตวนครุ่นคิด หากแม้นองค์ไท่จื่อรับรู้ ย่อมมิให้นางออกศึก แต่นั่นหมายถึงการรับรู้ถึงการตั้งครรภ์ของนางด้วยเช่นกัน นี่เป็นเรื่องยากสำหรับนาง

            แม้นมิมีผู้ใดล่วงรู้ว่าการมีครรภ์นั้นมีผลต่ออานุภาพแห่งศาสตรา แม้ศาสตราจะอยู่เหนือกฎเกณฑ์ใดใด ทว่ากับวารีแล้ว การกระทำนี้สั่นสะเทือนแผ่นดินหนักหนานักเกินจะยกปล่อยวางให้ได้

            สำหรับเขาแล้ว มิได้หวั่นเกรงแม้แต่น้อย ทว่ามิอาจให้นางและลูกต้องราชภัยได้

            ข้าพร้อมกระทำทุกสิ่งให้กับลี่คุนแทนเจ้า ขอเพียงราชสำนักยินยอมผ่อนปรนให้กับเราบ้าง หากไม่แล้ว..ละวางทุกสิ่งแล้วไปกับข้าเถิด ข้าจะพาเจ้าไปให้ไกลแสนไกล มิให้พวกเขาติดตามมาได้ ข้าจะให้เจ้าได้อยู่อย่างสุขสงบ ไร้การบีบคั้นใดใด มิให้ผู้ใดอาศัยความเป็นเจ้าอีก

            มือใหญ่ยกเชยคางของนางขึ้นมารับจุมพิต

            “อานุภาพแห่งศาสตรามิได้มีความสำคัญอันใดสำหรับข้า เพราะข้าจะปกป้องเจ้าและลูกด้วยแรงกำลังของข้าเอง

 

 

 

          ร่างบางพลิ้วกายคล่องแคล่วดุดันเกินกว่าจะเป็นการกระทำของสตรีร่างน้อย หัตถ์บางกวัดแกว่งกระบี่ว่องไว มีความพลิกแพลงยากคาดเดาตั้งรับได้

            อานุภาพของเพลงกระบี่จันทราไร้ปราณีกวาดทั่วบริเวณกว้าง ขับไล่วิหคมิกล้าโผบินผ่าน เป็นความกดดันที่ร่างผู้มีวรยุทธ์เพียงพื้นฐานมิอาจทานทนได้

            จดจำเพลงกระบี่ของข้า เมื่อวันที่ข้าไร้วรยุทธ์แล้ว ให้เจ้าเป็นผู้ถ่ายทอดแก่บุตรของเรา

            นางบอกกล่าวไว้ก่อนถ่ายทอดให้แก่เขาจนหมดสิ้น

            หยุนตวนจับจ้องจดจำทุกกระบวนท่าได้ในเวลาอันรวดเร็ว ผู้มีพรสวรรค์เช่นเขานั้น ภาพการเคลื่อนไหวร่างในท่วงท่าต่างๆมิใช่ยากแก่การจดจำ ทั้งยังพบการต่อเติมในบางการพลิกพลิ้วนั้น

            เมื่อนางลดกระบี่ลง ไม้ไผ่ท่อนยาวเทียบเท่ากระบี่ในมือของเขาถูกจับยกขึ้น หยุนตวนกล่าวกับนางพร้อมตวัดวาดไม้ไผ่ในมือ

            ในเพลงที่สาม สิบห้า และยี่สิบแปด เจ้าสามารถปรับแปลงท่าได้เช่นกันนี้

            สิ่งที่เขากระทำให้นางได้ดูชมนั้น เป็นเพลงกระบี่ที่คล้ายคลึงกัน ทว่าเปล่งอานุภาพที่รุนแรงหนักหน่วงขึ้นเป็นเท่า องค์หญิงลี่เยว่อิงยกมุมปากอย่างสบหทัยในการพลิกแพลงของเขา มิคาดคิดว่าสามีของนางจะเปี่ยมด้วยความสามารถทางวรยุทธ์ถึงเพียงนี้

            ร่างบางขยับตามเลียนแบบในท่วงท่าเดียวกัน เป็นการสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวอย่างเหมาะสมงดงาม ความใกล้ชิดที่มีต่อกันอันมากล้น กลับยิ่งเพิ่มสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นผ่านการเสริมประสานเพลงกระบี่นี้

 

          เมื่อถึงกระบวนท่าสุดท้าย พลังแห่งอานุภาพของทั้งสองที่กระจายกำลังออกพร้อมกัน ก่อเสียงเลื่อนลั่นและความสั่นสะเทือนเป็นวงกว้าง ใบไม้ปลิดร่วงกรูจากต้นไม้ใหญ่รายรอบ ปลิวในสายลมวนเป็นคลื่นพลังที่มิมีผู้ใดต้านทานได้

 

 

 

 

 ***** ถ้าพวกนางแทคทีมกัน..จะเป็นยังไงน้าาา ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #59 He ! Ya (@peachoffires) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 07:51
    โอย อ่านแล้วแอบเศร้า ไม่อยากให้วรยุทธ์หายไปเลย
    #59
    2
    • #59-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 34)
      19 ธันวาคม 2560 / 13:33
      อ่านเลยตอนนี้ไปแล้ว ตัวเองคงรู้แล้วเน๊อะว่าอาจจะไม่แล้วล่ะ ^^
      #59-1
  2. #49 ขจอน (@21siam) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 20:05
    อ่านรวดเดียวจนจบเลยค่ะ สนุกมาก
    #49
    1
    • #49-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 34)
      28 พฤศจิกายน 2560 / 11:56
      ขอบคุณมากกกค่า ^_______^
      แนะนำติติงได้ทุกอย่างเลยนะคะ
      ตอนนี้มาถึงครึ่งทางแล้ว ช่วยเป็นกำลังใจต่อๆไปด้วยค่า
      #49-1
  3. #48 Ole (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 16:44
    ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ขอให้ทั้งคู่มีรักที่หนักแน่นมั่นคงเคียงคู่กันตลอดไป
    #48
    1
    • #48-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 34)
      28 พฤศจิกายน 2560 / 11:54
      อุปสรรคจะยิ่งเพิ่มความรักให้พวกนางค่ะ ยังไงก็ไม่ปล่อยมือจากกันแน่นวล ^^
      #48-1