ศาสตราจันทรา (จบภาค)

ตอนที่ 47 : เรื่องราวพลิกผัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    16 ม.ค. 61

 

                       เรื่องลึกเกินคิดคาด      สิ่งที่พลาดจึงเกิดมี

                    กลายเป็นหมากผิดที่       หมายได้ลี้กลับจนมุม

 

 

 

          สิบนิ้วของนางสอดประสานกันแน่นอยู่กลางลำตัว เส้นผมสีขาวส่องประกายราวต้องแสง ใบหน้าที่อิ่มเอมด้วยเชื่อมั่นในสัมฤทธิ์ผลของการครั้งนี้ ก่อให้ยิ่งทวีความสง่างามจนเรียกได้ว่าสูงศักดิ์

          เหอหนัน..สวามีของข้า วันที่ข้าเฝ้ารอมาถึงแล้ว วันพินาศสิ้นแคว้นสิ้นวงศ์โสโครกของพวกมัน สายเลือดของมันต้องจบสิ้นในศึกครานี้

            แม้ตกจมในความอิ่มเอมนี้ นางยังอดครุ่นคิดถึงบางสิ่งมิได้

            ชีพจรใต้ข้อมือบางที่นางเคยได้แตะกุมบอกชัดว่ายังมีอีกการเต้นของหัวใจอีกดวงหนึ่งร่วมด้วย มิผิดแน่..นางเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของนาง

          นี่คือลักษณะชีพจรของสตรีมีครรภ์ !

          องค์หญิงลี่เยว่อิงทรงมีพระครรภ์ !

            เป็นไปได้อย่างไรกัน ถ้านางมิได้พบด้วยตัวเองแล้ว นางมิอาจเชื่อได้เลย

            แล้ว บุคคลผู้นั้น คือใคร ?

            ผู้ที่อยู่ในความคิดคำนึงพาร่างเล็กบางใต้เกราะรบเลิกม่านประตูก้าวเข้ามา

            สายตาสตรีวัยกลางคนหลุบลงมองช่วงกลางลำตัวของร่างเล็กนั้นอย่างเผลอลืมตัว ก่อนรีบดึงสติตนกลับคืน สบพักตร์งามที่ยามนี้คล้ายซีดเซียวอยู่บ้าง

            นางผายมือเชื้อเชิญให้ร่างบางทรุดกายลงนั่งยังตั่งที่จัดเตรียมไว้

            ข้ามิอาจช้า ท่านป้า จวนเคลื่อนทัพต่อแล้ว

            ร่างบางยั้งเพียงน้อย นาสิกสัมผัสกลิ่นซิ่วท้อแล้วก็ให้สดชื่นขึ้น

                “กลิ่นนี้..

            หญิงวัยกลางคนซ่อนใบหน้าชนิดหนึ่งใต้ยิ้มอารี

            กำยานนี้มีส่วนผสมของซิ่วท้อ ช่วยให้ข้าปลอดโปร่งและหลับดียิ่ง ท่านต้องการบ้างหรือไม่ กลับจากศึกครั้งนี้ข้าจะนำส่งมอบให้ที่ตำหนักท่าน

          ถ้าเจ้าได้กลับมาหรอกนะองค์ศาสตรากำมะลอ

            องค์หญิงลี่เยว่อิงทรุดกายบนตั่งพยักพักตร์บางเบาพริ้มเนตรงามสูดกลิ่นนั้นเข้าลึก ความล้าวิงเวียนเหมือนจะหายสิ้น

            เสียงฝีเท้าอีกฝ่ายมาหยุดอยู่เบื้องหลังพร้อมคำกล่าวขออภัยเสียงเบา ปลดเกราะช่วงคอออกเพื่อกระทำการดังกล่าว

            ศึกครานี้หนักหนานัก ข้าจะลงคำพระเวทย์เสริมฤทธาที่รับการผสานจากองค์ดาราแก่ท่าน เช่นเดียวกับองค์ไท่จื่อที่ข้าได้กระทำถวายแล้ว ประทานอนุญาตให้ข้าด้วย

            นางไล้ปลายนิ้วลงบนต้นคอร่างบางช้าๆ น้ำมันมนตร์ซึมแทรกสู่ผิวหนังพร้อมกลิ่นซิ่วท้อที่กำจาย

            เนตรงามยังคงพริ้ม ความอ่อนล้าทำให้ลดระวังลงหลายส่วน จึงมิไหวทันถึงอาการชะงักงันที่ปลายนิ้วของอีกฝ่าย แม้จะเพียงน้อยนิดหากแต่ในยามปกติจะมิมีเล็ดรอดไปได้

            นัยน์ตาเจ้าของปลายนิ้วเบิกกว้าง จากไม่คาดคิดในชั้นแรกเป็นแตกตื่นจนเกือบยั้งการเปล่งเสียงอุทานไม่ได้ หากมิได้ผ่านประสบการณ์อันตรายเฉพาะหน้ามามากเท่านี้ คงมิอาจควบคุมตัวเองได้แล้ว กระนั้นความสั่นริกที่ปลายนิ้วยังคงมีอยู่

            บนผิวเนียนละเอียดของต้นคองามระหงนั้น พาดคล้องด้วยเชือกถักสีแดงเส้นหนึ่ง การถักร้อยที่อย่างไรนางก็จดจำได้ว่าเป็นแบบอย่างของชาววารี นัยน์ตาของนางหรี่หดเขม็งเกลียวแทบเป็นเส้น ใช้ปลายเล็บเกี่ยวเชือกถักเส้นนั้นช้าๆ

            เสี้ยวเงาของจี้ห้อยสะท้อนเข้าตานาง มือบางตะครุบคว้ากำไว้มิให้ได้เห็นทั้งหมด

            ข้าหวงสิ่งนี้ มิอาจให้ชมได้

            เสนาะเสียงราบเรียบมิมีแววขึ้งโกรธ หากแต่ยกปลอกเกราะคอขึ้นสวมทับแล้วผุดลุกจากไปทันที

            หยางสือซว่านที่แสร้งค้อมกายราวเกรงอาญาที่เผลอกระทำการละลาบละล้วงยกตัวขึ้น นัยน์ตาเบิกกว้าง อุดปิดริมฝีปากตัวเองด้วยฝ่ามือทั้งสองแนบแน่นจนลมหายใจแทบหยุดยั้ง แม้เพียงชั่วแวบ ทว่า สิ่งนี้ จะอย่างไรชั่วชีวิตนี้มิอาจลืมเลือน

          แหวนพยัคฆ์มังกร ! แหวนตราแคว้นแห่งปาซา !

            แหวนนี้ร้อยผูกติดไว้กับบุตรชายวัยเดือนเศษที่เคยปลงใจแล้วว่าได้จบชีวิตกลางสายน้ำนั้น

            ภาพวารีร่างสูงใหญ่ที่ละม้ายราวคนๆเดียวกันกับพระสวามีปรากฏแจ่มชัด

            เสียงทุ้มละมุนยังติดก้องในหู

          บุรุษวารีจะมอบจี้ประจำกายของเขาให้แก่ภรรยา เพื่อบอกว่าสตรีนางนี้มีผู้จับจองเป็นเจ้าของแล้ว เพื่อบอกว่าเขาจะอยู่เคียงข้างนางเสมอเช่นจี้ที่นางติดกายไว้นั้น

          หยุนตวน..หรือจี้ของเจ้าคือแหวนวงนี้ !

 

 

 

          องค์หญิงลี่ซิงชิงรับการสวมกอดที่แนบแน่นจากพระพี่นาง

            รักษาตัวให้มาก

            เนตรงามกดกลั้นหยาดน้ำ ไล้ปรางนวลผ่องของขนิษฐาอย่างรักอาลัย

            พี่หญิง..

            องค์หญิงน้อยเอียงพักตร์ราวทารกไร้เดียงสา ยิ่งกระทำให้ยากตัดใจจากต้องรั้งมาโอบกอดอีกครั้ง

            บนโต๊ะข้างแท่นบรรทมของข้ามีสิ่งหนึ่งมอบให้เจ้า อย่าให้ผู้ใดรับรู้

            องค์หญิงลี่ซิงชิงพยักพักตร์รับถ้อยความกระซิบสั่ง เนตรสุกวาวใคร่รู้สิ่งที่พระพี่นางให้ไว้ มิได้ล่วงรู้ว่าคือตำราเพลงกระบี่ที่บันทึกถ่ายทอดทิ้งไว้ให้ฝึกปรือเมื่อนางมิได้อยู่อีกแล้ว

            จดจำว่าพี่รักเจ้ายิ่งนัก น้องน้อยของข้า

            ตัดอาลัยแล้วพาร่างขึ้นประทับบนอาชาศึกด้วยท่วงท่าสง่างาม เหยาะย่างไปสมทบเคียงข้างองค์ไท่จื่อ

          หยางสือซว่านที่เพิ่งตื่นตัวจากการแข็งค้างวิ่งออกมาจากกระโจมเบิกตาตื่นคว้างให้กับขบวนทัพที่เคลื่อนออกไปอย่างรวดเร็ว นางกระทำได้เพียงจับจ้องร่างบางที่เคียงข้างไท่จื่อไปจนสุดสายตา

 

 

 

          หยูไป่ฝูปลีกกายมาทำการชะล้างตัวเมื่อขบวนเดินทางมาถึงจุดค้างแรมระหว่างทาง

            เสียงกระพือปีกเรียกให้หันจับจ้องเหยี่ยวตัวเขื่องที่โผลงเกาะเนินดินใกล้ๆ หยูไป่ฝูประสานสายตากับมันแล้วจึงมั่นใจว่าคือเจ้าเหยี่ยวตัวนั้น จากนั้นจึงได้เห็นว่าที่ข้อเท้าของมันมีบางสิ่งมัดติดอยู่ เมื่อแกะเอาสิ่งนั้นออกมามันก็โผบินจากไปทันที

            ขันทีกลางคนแววตาระริกไหวหลังจบการอ่านข้อความในกระดาษชิ้นเล็กที่ติดมากับเจ้าเหยี่ยวแสนรู้ หลุดเสียงหัวร่อพร้อมรอยแย้มกว้างทั้งที่ความคาดมิถึงยังมิหมดสิ้นจากแววตา

          หยูไป่ฝูอ่านทบทวนข้อความอีกครั้งก่อนบีบปั้นกระดาษชิ้นน้อยเป็นลูกกลมแล้วกลืนกินลงไป

 

 

 

          หยางสือซว่านมิเคยอับจนต่อสิ่งกระทำในครั้งใดเท่าครั้งนี้

            นางทิ้งความเหม่อลอยไปบนฟ้ากว้างกลางป่า เบื้องบนนั้นประดับด้วยดวงจันทราที่แม้เพียงครึ่งยังเปล่งแสงนวลใย

            สตรีผู้เป็นยอดดวงใจของบุตรชายกลับกลายเป็นบุตรีของศัตรูที่มิอาจให้การอภัย

            หยางสือซว่านเห็นใบหน้าของบุตรชายในมโนคิดแล้วยิ่งรันทดนัก มิอาจจะคาดประมาณได้เลยว่าเขาจะปวดร้าวสาหัสเพียงใดหากถ้ารับรู้

          ไหนจะหลานของข้าในครรภ์นั้นอีกเล่า..

            นางเอ่ยอยู่ในใจอย่างร้าวรันทด

            เสียงหนึ่งเรียกนางจากด้านหลัง สายตาที่ผ่านโลกมามากจับจ้องใบหน้านางก่อนเอ่ยเสียงเบา

            มีที่ใดมิถูกต้อง

            มิมีใด

            นางตอบกลับและฝืนสร้างความปกติ

            หยูเฟิงก้าวเลยไปเบื้องหน้า ทรุดกายลงนั่งทอดสายตาไปยังเส้นทางที่มืดมิด

            หากมิใช่มาเป็นกองกำลังคุ้มกัน ข้าคงได้ร่วมไปกับพวกเขา

            ท่านคงมีส่วนร่วมในหลายสมรภูมิ

            หยางสือซว่านกล่าวคล้ายพูดคุยเพื่อกลบเกลื่อนอาการพลุ่งพล่าน

            ทหารเฒ่าพยักใบหน้าขึงขัง กล่าวโอ่ภาคภูมิใจ

            ข้ารับใช้ลี่คุนมาแต่วัยแรกหนุ่ม มีหลายคราที่คู่ควรแก่การจดจำ มีหลายคราที่เจ็บช้ำกับการพรากจากมิตรสนิท และ..

            ลดเสียงเบาอย่างต้องการเอ่ยเรื่องเร้นลับ

            มีคราหนึ่งที่รู้ในสิ่งที่ชนรุ่นหลังมิรู้ข้อเท็จจริง

            ยามนี้หยางสือซว่านมิให้ใจในเรื่องลับใดของลี่คุนอีกแล้ว ใจกระหวัดถึงองค์หญิงลี่เย่วอิงและสิ่งที่นางเพิ่งกระทำไปด้วยมิรู้ ร้อนรนไปทั้งหัวใจจนใคร่ตวาดคนช่างเจรจานี้ไปให้ไกล

            คำคิดกล่าวของนางสะดุดลงฉับพลันในการบอกเล่าของอีกฝ่าย

            ผู้อยู่ในเหตุการณ์เช่นข้าล้วนล้มตายในสงครามไปเกือบสิ้น ที่เหลือต่างทำเช่นหลงลืมมิรู้ความใด หากแต่ข้ากลับยังติดค้างความข้องใจนัก ครานั้นองค์ฮ่องเต้เหตุใดจึงเปิดทางให้ชายาแห่งปาซาลี้ภัยโดยมิสกัดไว้

            ท่านว่ากระไร

            หยางสือซว่านหันทั้งตัวกล่าวรัวเร็ว

            เฮ้อ..จะเหลือผู้ใดที่รู้ว่าแท้แล้วลี่คุนมิได้มีส่วนร่วมในสงครามใหญ่นั้นเลย เพียงจินคุนและเฉียงคุนเท่านั้น

            ท่าน..ว่ากระไร

            แม้ซ้ำความเดิม หากครานี้กลับเป็นน้ำเสียงที่ขาดห้วง ทั้งร่างชาจนแข็งค้างราวตกในธารน้ำแข็ง

            หยูเฟิงกล่าวเอื่อยเฉื่อยคล้ายผู้เฒ่ารำพันความหลัง

          กว่าทัพลี่คุนจะไปถึง ปาซาก็แตกพ่ายสิ้น ปาเหอหนันตกตายด้วยอุบายองค์จินฉานเยี่ยน จะว่าไปแล้ว..ลี่คุนมิได้สังหารปาซาเลยสักผู้

 

 

 

            ร่างบางซูบซีดของดรุณีวัยสิบสี่ที่ย่างกรายเข้ามาก่อความหนาวเย็นไปทั่ว เสียงสรวลเสพลันเงียบลงพร้อมการค้อมกายต่ำของเหล่าขันทีและนางกำนัลที่รายล้อมร่างเล็กที่ละม้ายกันอีกร่างหนึ่ง

          ในความละม้ายนั้นเป็นเพียงรูปโฉม หากอีกหนึ่งนั้นอยู่ใต้อาภรณ์เลอค่างดงามมิผิดเทพธิดาองค์น้อย โดดเด่นท่ามกลางเหล่าราชบริพาร

          พี่หญิง

          เสนาะใสเปล่งด้วยยินดี ก้าวลงจากตั่งทองหมายโผเข้าหา

          มิบังควร กระหม่อม มิบังควร

          ขันทีผู้หนึ่งลนลานกางกั้น ด้วยพิธีสำคัญในวันพรุ่งองค์หญิงน้อยจักต้องถึงพร้อมในความพิสุทธิ์อย่างยิ่ง จึงมิอาจให้ใกล้รังสีแห่งศาสตราได้

          ร่างเล็กบางที่กรายมาเป็นฝ่ายชงักงัน ทิ้งสายตาเปลี่ยวเหงาให้กับขนิษฐาองค์น้อยก่อนหมุนกายกลับไป

          องค์หญิงลี่ซิงชิงผลักขันทีผู้นั้นเต็มแรงจนล้มหงายไป พักตร์เปล่งสีเข้มด้วยโทสะ

          จากนั้นจึงเป็นความชุลมุนของการพยายามขวางกั้นจากเหล่าขันทีและการทุบถองผลักไสเต็มฤทธิ์องค์หญิงผู้ดื้อรั้น

          พี่หญิง อย่าไป

          เสียงกรีดร้องปนร่ำไห้ในความชุลมุนนั้นเรียกให้ร่างที่ทิ้งห่างออกไปพลันพลิกพลิ้วกายมาอย่างรวดเร็วราวพายุหิมะลูกน้อย เท้าเล็กๆตวัดเตะเหล่าขันทีล้มกลิ้งหงายกระจายไปรอบด้าน ขันทีทุกผู้บิดกายจุกเสียดมิอาจฝืนรั้งร่างขึ้นมาได้

          องค์หญิงน้อยโผซบพี่นางพลางตวาดกู่ก้อง

          ขันทีลูกเต่า ข้าเกลียดพวกเจ้า นับแต่นี้อย่าได้มีพวกเจ้าในตำหนักของข้าแม้สักผู้เดียว

          ฝ่ามือเล็กปลอบประโลมลูบแผ่นหลังผู้น้องที่กริ้วจนสะอื้นฮัก

          องค์หญิงลี่เยว่อิงปาดน้ำตาบนแก้มน้องน้อย ทอดมองอย่างรักใคร่

          รักษาตัวให้มาก

          การเสี่ยงศาสตราในวันพรุ่ง มิอาจคาดการณ์ได้ว่านางจะทำสำเร็จหรือไม่ การพบกันครั้งนี้อาจเป็นการล่ำลาก่อนจาก

          จดจำว่าพี่รักเจ้ายิ่งนัก น้องน้อยของข้า

 

            จดจำว่าพี่รักเจ้ายิ่งนัก น้องน้อยของข้า

            องค์หญิงลี่ซิงชิงผวาตื่นกลางกระโจมค้างแรม ทบทวนเรื่องวัยเยาว์ที่กลับมาเป็นความฝัน หทัยไหวรัวด้วยหวั่นวิตกว่าอาจเป็นลางสังหรณ์ ฉวยคว้าฉลององค์ตัวนอกห่อคลุมร่างลวกๆก่อนเลิกม่านประตูเรียกหาอย่างร้อนรน

            พี่เซี่ยหยู่ หยูกงกง

            ใบหน้ากลัดกลุ้มและหวั่นวิตกจนเผือดคล้ำขององครักษ์คู่กายกระทำให้องค์หญิงลี่ซิงชิงต้องเปลี่ยนคำคิดกล่าวเป็นการไต่ถาม

            เกิดเรื่องใดกัน ?

            ท่านแม่ทิ้งข้อความไว้ให้พวกเรากลับเมืองหลวงกันก่อน ส่วนท่านจะย้อนกลับไปยังทัพไท่จื่อ ด้วยว่ามีบางสิ่งผิดพลาดต้องรีบรับการแก้ไข

            หยางสือซว่านจากไปยามค่ำคืน เหตุใดมิมีทหารเวรยามผู้ใดไหวรู้ หยูไป่ฝูคลางแคลงในจุดนี้หากมิได้กล่าวออกมา และจางเซี่ยหยู่ยังตกในความกังวลจนมองข้ามส่วนนี้ไป

            เรื่องราวความฝันกลับมาอีกครั้ง องค์หญิงลี่ซิงชิงหวั่นวิตกในพิธีกรรมเมื่อวาน

          หรือเป็นข้าที่กระทำตัวให้เกิดข้อผิดพลาด

            ข้าไม่กลับ

            นางให้เสียงหนัก

            เราจะย้อนกลับไปสมทบด้วย เผื่อว่า..อาจมีที่ข้าต้องร่วมกระทำเพิ่มเติม และพี่เซี่ยหยู่ได้คลายกังวลในท่านป้า

          ด้วยทุกผู้ล้วนมีจุดกังวล ความคิดเห็นนี้จึงไร้การโต้แย้ง ดังนั้นมิทันที่แสงแดดอ่อนจะทวีแรงขึ้น ขบวนยาตราแห่งองค์หญิงดาราจึงได้เร่งรีบจัดเก็บสัมภาระและย้อนกลับเส้นทางเดิม

 

 

 

          การห้อควบอาชาตลอดค่ำคืนมิอาจสร้างความเหนื่อยล้าให้กับอูจิน ด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นกลับให้ต้องรีบเร่งกระทำการพลิกด้านโดยด่วน

            อูจินใบหน้าแปรเปลี่ยนหลากหลายความรู้สึกอย่างน่าขบขัน

 

            ท่านมั่นใจในข้อเท็จจริงนี้

          อูจินถามย้ำทวนเป็นสิบครั้ง

          ข้าใช้ยากำกับสติสอบถามซ้ำ เป็นความเดิมมิผิดเพี้ยนจากการบอกเล่าคราแรก

          นัยน์ตาเอ่อคลอของนางเปี่ยมความละอาย ขอลุแก่โทษ และคล้ายผู้แรกตื่นจากฝันร้าย

          ข้ากระทำสิ่งสาหัสยิ่งนัก

          หลังรับรู้เรื่องราวแล้ว นางได้ปล่อยควันนิทราครอบงำทุกผู้แล้วห้อม้ามาดักอูจินระหว่างทาง บอกเล่าทุกสิ่งให้ละทิ้งแผนสังหารองค์หญิงลี่ซิงชิง

          นางยังมีสิ่งต้องรีบเร่งแก้ไขมิอาจย้อนกลับไปได้ การล้างพิษองค์ไท่จื่อต้องกระทำก่อนการเคลื่อนทัพในวันพรุ่ง

          พวกเราแยกกัน ท่านเร่งแจ้งเรื่องราวให้กับชางกุน ส่วนข้าจะเร่งไปทำการถอนพิษให้แก่ไท่จื่อ

 

          บัดซบ..

            เรื่องบัดซบที่น่ายินดี

          อูจินสบถคำทั้งหัวร่อไปตลอดการควบม้า

 

 

 

          เกราะหนาหนักถูกถอดวางเหลือเพียงอาภรณ์บางเบาและร่างที่ทอดซบบนอกหนาหนั่น

            อีกชั่วยามจะเข้าสู่รุ่งเช้าของอีกวันหนึ่ง

            หยุนตวนโอบกอดร่างภรรยาอย่างหวงแหน ใบหน้าคนทั้งสองเปี่ยมปิติสุขกับอิสรภาพที่ได้รับอย่างมิคาดฝัน แม้การปลดปล่อยนี้จะมิได้ให้ถึงการคงอยู่ในลี่คุน แต่พวกเขาก็พึงพอใจยิ่งแล้ว

            พวกเราจะจากไปสักนานปีให้เรื่องของเจ้าสร่างซาลง จากนั้นกลับปาซากันเถิด ให้ลูกของเราเติบโตในแผ่นดินเกิดของบิดาเขา

            เมื่อไท่จื่อยอมปล่อยวางพวกเขาแล้ว จึงมิต้องหลีกลี้การเผชิญหน้ากับทัพของสองแคว้นให้ไกลจนสุดฟ้าชั่วชีวิตเช่นที่เตรียมการไว้

            องค์หญิงลี่เย่วอิงพยักพักตร์ช้าๆ

            มิแน่ว่าเมื่อกลับไปปาซา เจ้าอาจสืบเสาะได้พบครอบครัวของเจ้าด้วย

            ส่วนการอันใกล้นี้ ข้าจะล่วงหน้าไปก่อนสักเล็กน้อยเพื่อดูเส้นทางรอรับเจ้าที่อีกฝั่งเขา

            ไป่ฝูที่กลับไปก่อนจะจัดเตรียมเกี้ยวสัมภาระและรอสมทบกับพวกเราที่ชายป่าธารด้านตะวันออก

                “กว่าทัพทางนี้จะกลับถึงเมืองหลวงและแจ้งข่าวเรื่องเจ้า พวกเราคงไปได้ไกลแล้ว

            พวกเขาต่างซักซ้อมแผนการให้แก่กัน

            ร่างบางลุกขึ้นคร่อมกายใหญ่ ประคองสองแก้มสากให้เขาสบสายตากับนาง

                “หยุนตวน ต่อไปเจ้าต้องดีกับข้าและลูกให้มาก รักข้าอย่ารู้คลาย

            นัยน์ตาคมฟุ่มเฟือยความลุ่มหลงจนแม้เขายังมิได้เอ่ยคำใดนางก็ประจักษ์ชัดในคำตอบนั้น จึงตอบแทนเขาด้วยความนุ่มหวานของริมฝีปากนาง

            หยุนตวนรวบร่างบางมาแนบชิดให้การจูบนั้นแนบแน่นยิ่งขึ้น

            เจ้าเป็นภรรยาที่ร้ายกาจ ปลุกเร้าก่อปัญหาให้สามีมินับครั้งแล้ว

            เขาเอ่ยพร่าชิดริมฝีปากของนาง ก่อนมอบจูบที่เร่าร้อนกลับคืนพร้อมคำกล่าวหา

            ชุดของนางช่างบางเบายิ่งนักจนคล้ายกับเป็นการเนื้อแนบเนื้อจริงๆ กระนั้นอีกฝ่ายยังมิพึงใจ มือใหญ่จึงปลดคลายแล้วทาบทับแนบสนิทกระทั่งสายลมยังมิอาจลอดผ่าน

            ร่างใหญ่ร้อนรุ่มไปทุกอณูเนื้อจนนางรู้สึกได้ในลมหายใจที่รินรดเนินอกสล้าง

            ข้าขอเจ้า ข้าจะกระทำอย่างนุ่มนวลที่สุด

            ระอุไอที่มาพร้อมถ้อยกระซิบบอกความต้องการอันมากล้น

            แม้สามีของนางจะเร่าร้อนเพียงนี้ เรียกร้องหนักหน่วงเพียงนี้ ทว่ากลับกระทำอย่างนุ่มนวลถนอมนางเป็นที่สุด มิต่างการพลิ้วไหวของยอดหญ้าที่เห็นลางลางอยู่ปลายตา

            กลิ่นมวลดินของฤดูใบไม้ผลิที่ย่างก้าวเปลี่ยนผสมกลิ่นกายชื้นเหงื่อของสามี แทรกซึมลึกในความทรงจำที่สุขล้ำ

            นับจากนี้เขาและนางจะมิพรากจากกันอีกแล้ว

            ปุยฝ้ายของเมล็ดพันธุ์รับการประคองอย่างนุ่มนวลในสายลม ปลิวผ่านช้าๆให้เห็นในความเริ่มมีแสง แม้ดูเป็นการปลิวล่องที่ไร้จุดหมาย หากปลายทางนั้นคือการตกลงบนผิวดินสักที่ และงอกงามเป็นต้นสูงใหญ่ในวันข้างหน้า

            หยุนตวนและนางจะเป็นเช่นนั้น

            พวกนางจะลงหลักปักฐานในสักแหล่งเพื่อก่อร่างสร้างตัวและสร้างครอบครัวร่วมกัน เขาและนางจะเคียงข้างผ่านวันคืนแก่เฒ่าไปด้วยกัน

 

          แสงอรุณที่เริ่มนวลกระจ่างดั่งนิมิตรหมายว่าเขาและนางจะเป็นเช่นนั้น

 

 

 

 

 

 ***** พลิกกันไปคนละทางสองทางเลยนะ

        แล้วท่านป้าหยางจะแก้ไขยังไงต่อไปล่ะทีนี้ 


       เดี่๋ยวพออัพตอนหน้า เราจะเริ่มลงบทนำของภาคต่อไว้นิดนึงนะคะ

      ภาคต่อนี้ ชื่อ  "เมฆาล้อมเดือน"  ค่ะ

     ภาคต่อนี้จะเบาๆ ไม่เคล้าน้ำตาเหมือนภาคนี้ 

    แต่ความน่ารัก ความอบอุ่น ของพระเอกมาเต็มเลยค่าาา


   ขอฝากฝังภาคต่อไปกับเพื่อนๆอีกเรื่องนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #76 He ! Ya (@peachoffires) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 09:51
    รอภาคต่อไปนะไรท์ ฮี่ๆ
    #76
    1
  2. #69 Ole (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 22:55
    ขอให้ป้าหยางไปล้างพิษให้ไทจื่อทันด้วย จะติดตามผลงานของไรท์ทุกเรื่องเลยค่ะ
    #69
    1
    • #69-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 47)
      18 มกราคม 2561 / 16:12
      ขอบคุณค่า ^^
      วันนี้เข้ามาปูบทนำของภาคต่อไว้ก่อน แต่ยังไม่ได้ขึ้นตอนทั้งเรื่องเก่าและเรื่องใหม่นะคะ
      เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อตอนต่อไปเลยค่า งวดเข้ามาทุกทีๆแล้วล่ะค่ะ
      #69-1