ศาสตราจันทรา (จบภาค)

ตอนที่ 49 : ตัดใจปล่อยวาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    23 ม.ค. 61

 

                       มิอาจรั้งจำปล่อยวาง  เหมือนทิ้งขว้างโอกาสสูญ

                   อกร้าวสุดอาดูร   ดั่งแสงสูรย์ที่คล้อยแสง

 

 

 

          องค์หญิงลี่ซิงชิงที่ประทับภายในเกี้ยวสดับเสียงการกระทบกันของศาสตราวุธด้วยหทัยตื่นโลด เนตรคมวาวเปล่งแสงราวทารกต้องใจในสิ่งของ

            พลันเสียงหนึ่งคล้ายสิ่งของพุ่งตกลงมาอย่างรวดเร็วเหนือเกี้ยว หัตถ์น้อยๆของนางล้วงเอามีดสั้นที่เก็บซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมากระชับมั่น มิมีแววหวั่นเกรงในเนตรงามแม้สักน้อย

            ภายนอก องครักษ์จางเซี่ยหยู่ที่กวัดแกว่งกระบี่สกัดการกลุ้มรุมหมายรุกใกล้ตัวเกี้ยวต้องไหวกาย เมื่อเห็นร่างใหญ่โตใบหน้าเถื่อนดุดันโผพุ่งลงมาพร้อมทวนในมือ

            เป้าหมายของมันคือเกี้ยวเบื้องล่างโดยมิใส่ใจว่าภายในนั้นคือผู้ใด

            จางเซี่ยหยู่สะบัดปลายเท้าส่งร่างตนเองขึ้นสกัดออกไปได้ มิคาดกลับยังมีมาเพิ่มนับสิบ แม้หยูไปฝูจะส่งกำลังปราณไปพร้อมแถบผ้าขาวสะบัดต่างแส้ช่วยตรึงต้านไว้ ทว่ายังตึงมือต่อการต้านอยู่มิใช่น้อย

            เงาร่างใหญ่วูบเข้ามาอย่างรวดเร็วเท่ากับที่เหล่าเผ่าอสูรกระจายร่วงไปโดยรอบ จางเซี่ยหยู่หดเกร็งม่านตาอย่างฉงนและมิคาดคิดต่อการมีผู้เข้าร่วมนี้ ในขณะที่หยูไป่ฝูในใจพองขึ้นอักโข

            เสียงลำไม้ไผ่ที่ฟาดฟันกับผิวเนื้อกลับคล้ายเสียงกรีดตวัดของอาวุธมีคม เพียงไม่กี่อึดใจทั่วบริเวณเกลื่อนไปด้วยซากร่างที่มองแล้วคล้ายการล้มตายของฝูงสัตว์ใหญ่

            คำ ขอบคุณท่าน จากจางเซี่ยหยู่ยังมิจบครบถ้วน ด้วยถูกผู้ช่วยเหลือแทรกคำถามขึ้นก่อนอย่างร้อนรน

            ทัพลี่คุนเคลื่อนออกไปแล้วใช่หรือไม่ นานเท่าใดแล้ว

            เมื่อพวกเรามาถึงค่ายพักก็มิพบผู้ใดแล้ว

            จางเซี่ยหยู่ตอบทั้งที่ยังกังขาต่อความที่ถามนั้น

            หยุนตวนหันกายฉับพลันหมายรีบรุดไปให้ทัน

            เรื่องใดกัน ?

            จางเซี่ยหยู่รีบรัวถามก่อนร่างนั้นพ้นไป

            ร่างวารีที่หันกลับมาคล้ายเปลวเพลิงลูกใหญ่ที่มีจุดก่อจากนัยน์ตาและลามไปทั่วร่าง

            จินคุนสมคบกับตากัวเผ่าพันธุ์นี้หมายตลบหลังลี่คุน ด้วยการให้พวกเหล่านี้ดักซุ่มโจมตีทัพลี่คุนที่มิได้ไหวรู้

            เจ้าว่ากระไร !?

            เสียงเล็กแหลมพร้อมร่างที่ตวัดม่านประตูจากตัวเกี้ยวออกมา

            นางชะงักงันเล็กน้อยที่พบว่าผู้มาสมทบช่วยเหลือคือ วารีผู้นั้น เนตรคมทั้งตื่นตระหนกต่อถ้อยความที่ได้ยิน และคล้ายยังชั่งใจมิอยากเชื่อ

            เชื่อหรือไม่แล้วแต่พวกท่าน

            หยุนตวนกล่าวตัดบทมิใส่ใจต่อบุคคลทั้งหลายรายรอบ พุ่งกายจากไปอย่างรวดเร็ว

            ในความอึ้งงันของบุคคลทั้งหลายนั้น ก่อนที่จะมีผู้ใดกล่าวความใดออกมา ม้าตัวหนึ่งวิ่งตื่นเตลิดตรงเข้ามา ตัวม้ามีการตกแต่งสายบังเหียนให้รู้ว่าเป็นม้าจากกองกำลังลี่คุน เจ้าม้านี้มีความแสนรู้จดจำได้ถึงฝูงของตนที่อยู่ในกองกำลังตรงหน้านี้ มันจึงรี่ตรงมารับการลูบปลอบประโลมจากนายทหารที่ประจำการขับขี่มัน

            จางเซี่ยหยู่ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดบนใบหน้า ด้วยม้าตัวนี้คือตัวที่มารดาบุญธรรมของตนใช้นำพาตัวเองออกไปติดตามทัพองค์ไท่จื่อเมื่อคืน

            เหตุใดจึงมีเพียงมันที่กลับมา ?

            หรือที่วารีผู้นั้นกล่าวเป็นความจริง

            หยูไป่ฝูนั้นมิมีข้อกังขาใดต่อวาจาของหยุนตวน ทว่าต้องเก็บปากอำพรางความสัมพันธ์ของพวกเขา

            ข้าขอไปยังทัพข้างหน้าเพื่อให้เห็นด้วยตนเอง พวกท่านรั้งรออยู่ก่อนเถิดเพื่อความปลอดภัยขององค์หญิงน้อย

            หยูไป่ฝูทูลขอด้วยใจร้อนรุ่มกังวลต่อองค์หญิงเหนือหัวของตน

            จางเซี่ยหยู่ทั้งกังวลต่อมารดา ทั้งคำนึงถึงหน้าที่ของการอารักขา จนมิอาจตัดใจได้ในทางใด

            หยูไป่ฝูยิ่งย่อมต้องการมาทางนี้

          ดังนั้นเมื่อองค์หญิงลี่ซิงชิงดื้อรั้นต้องการเร่งนำไพร่พลไปสมทบ ทั้งสองจึงพร้อมใจกัน มิอาจขัดพระประสงค์ได้

 

 

 

          เจ้าของทวนดึงอาวุธของตนออกจากร่างที่เหมือนเศษผ้าคลุกฝุ่นดินออกมาอย่างง่ายดายเช่นหยิบสิ่งของชิ้นเล็ก มันมองร่างที่เตะพลิกหงายอย่างผิดคาดเล็กน้อย

            เป็นสตรีผมขาววัยกลางคนที่ดูแล้วมิน่าจะเกี่ยวข้องกับทัพลี่คุนที่ได้รับการแจ้งจากพวกมันอีกฝั่งว่าผ่านทางไปได้ครึ่งชั่วยามแล้ว

            พวกมันมีหน้าที่เฝ้าอยู่ตรงนี้เพื่อมิให้มีผู้ใดผ่านไปมา

            มันทิ้งความสนใจแล้วว่าสตรีกลางคนที่ห้อม้ามาในทางที่มิควรผ่านนี้คือใคร เจ้าม้านั้นโชคดีที่วิ่งเตลิดหนีไปได้ก่อนที่พวกมันที่ซุ่มอยู่ตามหลืบเขาจะกรูลงมาถึงพื้นล่างหลังการพุ่งปักทวน

            นานแล้วที่พวกมันมิได้ลิ้มรสเนื้อคน ช่วงที่ได้ผ่านกลางแคว้นจินนั้น กลิ่นเนื้อชาวแคว้นช่างหอมหวนชวนน้ำลายไหลยิ่งนัก สู้อดใจเพื่อรางวัลใหญ่จนแทบมิอาจต้านทานความกระหายได้

            ชาวลี่คุนครึ่งแคว้นจะเป็นบรรณาการแก่เผ่ามัน

            ส่วนสตรีผู้นี้นับว่าเป็นคราวเคราะห์ของนางเถิด

          สิบทางท่านไม่ผ่าน มาผ่านเอาทางนี้เอง

            พวกมันเริ่มกลุ้มรุมกันหมายแย่งชิงอาหารโอชะชิ้นนี้ พากันส่งเสียงครืดคราดข่มขู่กันเองเช่นสัตว์หวงอาหาร

            ร่างหนาใหญ่และกลิ่นสาบสางที่รุนแรงของพวกมันพลันเกิดอาการโงนเงนไปมาก่อนล้มราวกระทิงยักษ์ มือเท้าเริ่มแข็งเกร็งทั้งโลหิตออกทวารทั้งห้า ร่างหนาปานนี้กลับบิดราวเต้าหู้นิ่มด้วยความเจ็บปวดภายในร่างจนต้องส่งเสียงเช่นสัตว์ออกมาประสานเสียงกันอื้ออึง ทั้งร่างสั่นระริกอย่างทรมาน

            เผ่าตากัวของมันได้ชื่อว่าอสูรร้าย ทั้งป่าเถื่อนทั้งทรหด แต่กลับมิมีพวกมันหน้าไหนทานทนได้กับความเจ็บปวดทุกภายในเช่นนี้

            กระนั้น สำนึกสุดท้ายและดวงตาเบิกโพลงของพวกมันยังได้เห็นร่างผ้าขี้ริ้วที่มันพุ่งทวนปัก ขยับพลิกกายชันศอกพยุงร่างเงยขึ้นมา

            นัยน์ตาของนางที่จ้องกลับมาทำให้พวกมันนึกถึงเรื่องเล่าปิศาจที่เป็นตำนานของเผ่า

          พวกมันพบปิศาจกินไส้เป็นแน่แท้ และเวลานี้พวกมันล้วนถูกนางปิศาจฉีกกินไส้ให้เจ็บปวดทุรนทุรายจนค่อยๆดับดิ้นลงทีละคน

            หยางสือซว่านฟุบกายตกอีกครา หูที่แนบกับพื้นดินแว่วเสียงฝีเท้าที่ส่งแรงเร็วตรงมาทางนี้

            เสียงการเคลื่อนไหวหยุดลงฉับพลัน เพราะเจ้าของเสียงฝีเท้าหยุดกายนิ่งงันกับภาพตรงหน้า

          หยางอาหยี !”

            อย่าสัมผัสตัวข้า !”

            หยางสือซว่านกรีดร้องเท่าที่เสียงจะเปล่งออกมาได้ ถดกายระงับการหมายจับต้องร่างนาง

            ทั่วกายข้ามีพิษกินไส้ที่พอกไว้ป้องกันมิให้พวกมันกัดกิน หากเจ้าสัมผัสตัวข้า เจ้าจะได้รับพิษที่มิมียาแก้นี้ไปด้วย

            หยางอาหยี..

            หยุนตวนเรียกขานด้วยน้ำเสียงสั่นไหว ทั้งตระหนกต่อสภาพของนาง ทั้งสับสนมิรู้ต้นสายปลายเหตุใดจึงพบนางที่นี่

            ร่างผ่ายผอมตรงหน้านั้นชุ่มโชกโลหิตจากแผลทวน ทั้งร่องรอยของการผิดรูปจากการถูกกลุ้มรุมทึ้งจากเผ่าสัตว์อสูรเมื่อครู่ สภาพเช่นนี้บีบหัวใจของหยุนตวนจนน้ำตาเอ่อคลอ

            ตนเพิ่งเสร็จสิ้นกิจจากอีกฝั่งด้าน แล้วแยกตัดกลับมาในเส้นทางเล็กดังเดิมหลังแจ้งเพทุบายของจินฉานเยี่ยนต่อองค์หญิงดาราแล้ว มิคาดว่าเมื่อหันกลับมาใช้เส้นทางเดิมอีกครั้งจะพบกับภาพเช่นนี้

            เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนเส้นทางของหยุนตวนเพียงไม่นาน

            หยางสือซว่านผืนความเจ็บปวดยิ้มประโลมให้กับเสียงครางและการส่ายใบหน้าไปมาด้วยมิรู้ควรทำเช่นไรของอีกฝ่าย ในใจขอบคุณฟ้าดินที่ยังให้โอกาสได้พบเจอบุตรชายอีกครั้ง

            เจ้า..มิอาจช้า..เร่งไปช่วยเหลือองค์ไท่จื่อ และ..องค์ศาสตรา..โดยเร็ว..

            ขวดยาแก้พิษน้ำมันมนต์ที่จารให้แก่ทั้งสอง ตกแตกกระจายพร้อมกับนางที่ร่วงจากหลังม้า น้ำยาซึมลงในพื้นดินจนหมดสิ้น

            หยางอาหยี..ท่าน..

            หยางสือซว่านระบายลมหายใจแผ่วจาง ส่งมอบสาตารักอันเปี่ยมล้นและถวิลหา ใจปวดร้าวจนกลบลบความเจ็บปวดทางกายจนสิ้น

            เวลามิคอยท่าให้ข้าได้กล่าว..หยุนตวน เจ้าเร่งไปปกป้องนาง แล้ว..สอบถามทุกสิ่ง..จาก..อูจิน..

            อูจิน ?

            เจ้ามีแต่..ต้องรีบไป..ข้าหมดหนทางแล้ว..อย่าได้ทิ้งเวลาตรงนี้กับข้า..ให้เสียเปล่า..เร่ง..ช่วยพวกเขา..

            ในเสียงแผ่วล้าและเบาลงยังเต็มไปด้วยความกำชับให้รีบเร่งจนรู้สึกได้

            หยุนตวนขบกรามแน่นยากตัดอาวรณ์ในสตรีผู้นี้ เมื่อนางส่งเสียงเร่งรัดอีกคราจึงฝืนหักห้ามใจ และเก็บงำความสนเท่ห์ต่างๆลงไปก่อน

          อูจินจะเป็นผู้บอกทุกสิ่งต่อข้าในภายหลัง

            หยุนตวนถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ของตนห่อหุ้มร่างผอมบางอย่างเบามือ ใช้ความหนาของเนื้อผ้าเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง อุ้มร่างนางไปยังทุ่งกว้างที่มีดอกไม้สีแดงสด

            หยางสือซว่านได้รับการวางเอนลงกับเนินดินอย่างทะนุถนอม สายลมบางเบาไล้ใบหน้าซีดเซียวของนาง ความอาลัยอาดูรสุดซึ้งส่งผ่านรอยยิ้มและแววตา มีความปรารถนาและความเสียดายอันมากล้นที่มิอาจกล่าวออกมาได้ ก่อความรวดร้าวที่ยิ่งกว่าบาดแผลที่ได้รับเป็นพันเป็นหมื่นเท่า

          หากข้าบอกความจริงในเวลานี้ เขาย่อมมิอาจละทิ้งข้า จะเป็นการรั้งเขาไว้จนเกินการณ์

          ข้ากระทำผิดต่อลี่หวงเทียนมากนัก มิอาจเห็นแก่ตัวไปกว่านี้แล้ว

          อีกทั้งหลานของข้า..

            เสียงแผ่วเบากล่าวเร่งรัดอีกครา

            ละข้า รีบไปเสีย

            หยางอาหยี..

            หยุนตวนหลั่งน้ำตาอาบแก้ม ปวดร้าวใจเพราะตระหนักชัดว่าสตรีผู้อารีต่อตนเองจนเกิดเป็นความรักใคร่ฉันท์เครือญาติผู้นี้จะมิอาจทนทานได้อีกนานนัก ใคร่ได้โอบกอดนางให้แนบแน่นสักครา

            หยางสือซว่านเอ่ยเร่งรัดอีกคราด้วยเกรงจะมิทันการ

            หยุนตวนกระชับผ้าคลุมร่างนางให้อบอุ่น ขบกรามแน่นก่อนตัดใจจากไป

            หยาดน้ำใสปนโลหิตเอ่อท้นจากนัยน์ตาที่แลหลังบุตรชายจนลับ

          นี่คือผลแห่งการกระทำของข้าใช่หรือไม่

          มุ่งร้ายอำพรางเท็จจริงเรื่องบุตรของผู้มีบุญคุณเปิดทางละเว้นชีวิต จนกระทำให้ข้ามิเหลือโอกาสจะได้บอกความจริงต่อบุตรของตนเอง มิเหลือโอกาสได้โอบกอดเขา แม้คำขานเรียกว่า มารดา ก็มิอาจได้ยินสักคำ

            มุมปากของนางมีสายสีแดงก่ำซึมออกมาจากความบอบช้ำของอวัยวะภายใน ของเหลวสีแดงไหลผ่านลำคอมาปะปนกับแอ่งเลือดของแผลทวน เป็นสีแดงเฉกเช่นสีของบุปผาที่รายล้อมอย่างบังเอิญยิ่ง

          พลับพลึงสีแดง

          สือซว่านฮวา

            หยางสือซว่านพริ้มตาลงปลดปล่อยลมหายใจอันโรยล้า รับการปลอบโยนจากสายลมที่ไล้ผิวแก้ม ความเย็นของสายลมที่อุ่นตัวขึ้นและแทรกซึมความอุ่นลงในหัวใจของนาง ก่อความสะเทือนไหวด้วยมิเคยลืมความอุ่นโยนเช่นนี้

            นางลืมตาขึ้นอีกครั้งรับความอุ่นโยนนั้น

            สีแดงก่ำราวโลหิตของหมู่สือซว่านฮวากลับเจือจางและแปรเปลี่ยนเป็นสีทองสุกสกาวของเหล่ากอหญ้าในแสงอรุณรุ่ง รอบข้างกลับกลายเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่เหลืออยู่เพียงในความฝัน นางหลุบมองสิ่งที่เห็นจากปลายตา จึงพบว่าสิ่งที่พลิ้วไหววิบๆนั้นคือเส้นผมของนางที่กลับคืนเป็นสีดำขลับดุจขนนกกา

            มือใหญ่ข้างหนึ่งเอื้อมแตะไล้ผิวแก้มก่อนเชยคางให้ขึ้นสบ นัยน์ตาสีน้ำผึ้งเข้มจัดรับแสงตะวันบอกถึงความรักแน่วแน่มิมีวันคลาย

          เหอหนัน..ข้า...

            รอยยิ้มอุ่นละมุนยั้งคำกล่าวขอลุแก่โทษ คล้ายเป็นคำปลอบโยนและให้นางปล่อยวางทุกสิ่ง ความทุกข์ระทมและความเจ็บแค้นที่นางแบกยึดไว้นับแต่คืนวันแห่งการสูญเสีย อีกทั้งความร้าวรานที่กระทำผิดพลาดจนมิอาจแก้ไข ล้วนมลายสิ้นเป็นความโปร่งโล่ง

          ท่ามกลางแสงอุ่นอ่อนของท้องทุ่งที่เขาเคยจูงมือนางให้ระผ่านยอดหญ้าด้วยกัน ในเวลานี้เขาได้กลับมาจูงมือนางอีกครั้ง นำพานางไปกับเขา

 

 

 

          ไร้สัญญาณใดใดจากจินคุนโดยสิ้นเชิง !

            มีความผิดพลาดใดเกิดขึ้นกับเจ้าพี่หรงจิน ? ..

            องค์ลี่ไท่หยางขบกรามเนตรวาววับ

            การดักซุ่มโจมตีนี้จะมีได้นั่นคือตากัวสามารถผ่านด่านทัพจินคุนแล้ว หากจินคุนพ่ายก่อนที่ลี่คุนมาถึง ต้องมีการส่งพลุสัญญาณแจ้งเตือนให้ทางลี่คุนได้ล่วงรู้

            สองเนตรจับจ้องร่างเล็กใจกลางการรุมล้อมของเหล่าอริ แม้เหล่าผู้รุมล้อมล้วนพ่ายกระจายกระดอนออกไปโดยรอบ หากแต่เมื่อมิได้เป็นไปตามแผนแล้ว เช่นนี้เท่ากับน้องสาวของตนมิใช่ถูกทิ้งให้ตกกลางฝูงหมาป่าที่พากันเสริมกำลังกรูเข้าไประลอกแล้วระลอกเล่าหวังทอนกำลังของนาง

            ไท่จื่อ

            อาวเอี้ยงเค่อตระหนักถึงความพลิกผันนี้เช่นกัน นัยน์ตาเคร่งเขม็งจับจ้องรอคำบัญชา

            องค์ไท่หยางประทานธงสีครามบอกให้รู้ถึงการปรับเปลี่ยนมาใช้แผนสำรองให้กับรองแม่ทัพคู่ใจ

            อาวเอี้ยงเค่อกู่ก้องสะบัดธงนำทัพตรงไปสมทบกับองค์ศาสตราในช่องเขาเบื้องล่าง

            ลี่ไท่หยางไท่จื่อตวัดบังเหียนเร่งอาชาศึกโผนทะยานนำกำลังอีกส่วนไปยังผาสูงตรงหน้าหมายกระทำการตีโอบลงมาอีกทางหนึ่ง

            มิทันที่กองกำลังในบัญชาของอาวเอี้ยงเค่อจะทันข้ามพ้นแนวช่องเขา ถังไม้หลายสิบถังกลิ้งมาแตกกระจายให้น้ำมันในนั้นสาดไปทั่ว พร้อมๆกับลูกธนูจุดไฟตามลงมาก่อกำแพงเพลิงขวางสกัดไว้

            อาวเอี้ยงเค่อสบถคำหยาบใหญ่หันหักอาชาให้พ้นเปลวที่ลุลามเข้าใกล้ ทัพม้าบางส่วนถูกเปลวไฟลวกลามทั้งคนทั้งม้าต่างกลิ้งคลุกกับพื้นส่งเสียงระงมไปทั่ว

            องค์หญิงลี่เย่วอิงตวัดสายตาแวบหนึ่ง รู้โดยพลันถึงความผิดพลาดนี้

          แผนกลเพลิงเหตุใดจึงถูกอีกฝ่ายนำมาใช้อย่างรู้แบบแผน ?

            หากนางมิหวั่นเกรงสักน้อยแม้รู้ถึงแรงกำลังที่เริ่มถดถอย ทั้งยังคงเข้าใจว่าเป็นเพราะการตั้งครรภ์ มิได้เฉลียวถึงการถูกลดทอนจากการกระทำของหยางสือซว่าน แม้ได้รับการจารเพียงน้อยทว่าในภาวะของร่างกายเวลานี้กลับให้ผลมิน้อยเลย

            ที่นางกังวลคือความผิดพลาดนี้กระทำให้เชษฐาตกอยู่ในความสุ่มเสี่ยงเกินจะให้รับมือแต่ผู้เดียวได้ สู้รบพลางเหลือบแลไปยังร่างที่ควบห้ออาชาไปยังเนินอีกด้านเพื่อตีตลบลงมาสมทบกับนาง

            ห่าเกาทัณฑ์ระดมยิงมาจากเนินสูงรอบด้าน องค์ลี่ไท่หยางตวัดดาบด้ามง้าวหมุนเป็นกงจักรปัดป้องจนเกาทัณฑ์เหล่านั้นกระเด็นดอนกระจายออกรอบทิศ

          ความล้าชาแปลบแปลกเริ่มปรากฏอาการจากช้าๆต่อเนื่องลุกลามจนเป็นหนักอึ้งทั้งร่าง

            เกาทัณฑ์ลูกหนึ่งพุ่งเข้าปักคาข้อเข่าของอาชาศึก ส่งให้อาชาตัวพ่วงพีผวาสะบัดร่างไท่จื่อตกลงสู่พื้นก่อนทรุดเอียงล้มไป

            ลี่ไท่หยางไท่จื่อพลิกกายชาหนักที่มิคล้ายเป็นร่างกายของตนหลบร่างใหญ่ของอาชาที่ล้มฟาดลงมา แม้กายพ้นทว่าข้อเท้าข้างหนึ่งดึงกลับมามิทัน น้ำหนักของอาชาศึกตัวใหญ่ที่ล้มลงมาเต็มร่างอย่างรวดเร็วไม่ต่างกับค้อนเหล็กฟาดลงมาบนข้อเท้า ยังผลให้กระดูกข้อเท้าแตกหักและก่อความปวดชาไปทั้งขา

            ภาพนี้ปรากฏแก่สายตาของร่างเล็กที่ยังคงติดอยู่ในการกลุ้มรุมเบื้องร่าง องค์หญิงลี่เย่วอิงตวัดกระบี่เพื่อเปิดทางให้ตนได้เร่งรุดไปช่วยเหลือพี่ชายให้เร็วที่สุด

            ทิศทางของเกาทัณฑ์ได้เปลี่ยนจากไท่จื่อมายังนางเป็นจุดเดียว

            ลี่ไท่หยางรับรู้ถึงจุดประสงค์ของนาง

            วรกายแห่งไท่จื่อที่พยายามขืนกายขึ้นทรุดลงหากยังฝืนยันไว้ด้วยดาบหักปลาย ครั้นพยายามจะลุกอีกครั้งให้รู้สึกถึงความร้อนวาบที่ผ่านทะลุร่างจนส่งให้ทรุดลงค้อมกายมิอาจฝืนได้อีก

            พักตร์งามเผือดขาวจนซีดมิต่างซากศพ ด้วยภาพร่างขององค์เชษฐาที่ทรุดอย่างมิอาจรั้งขึ้นมาได้อีกนั้น เกิดจากทวนเล่มหนึ่งพุ่งผ่านทะลุองค์มาจากด้านหลัง

            พละกำลังของผู้ส่งมานั้นต้องนับมามากยิ่ง นอกจากจะทะลุเกราะแกร่งมาร่วมครึ่งลำทวนแล้ว ยังส่งให้ปลายแหลมคมพุ่งเลยออกลงปักกับพื้นจมลึกจนผู้ต้องทวนมิอาจขยับกายได้อีก 

            เจ้าไปเสีย..

            ถ้อยความฉายชัดเต็มเนตรที่โชนแสงเข้ม พักตร์หยกส่ายห้าม

            นี่คือบัญชาจากข้า แม่ทัพของเจ้า ละทิ้งข้าไว้

            โอษฐ์บางซึมการรินของโลหิตที่มาจากความบอบช้ำภายในด้วยพลาดพลั้งเมื่อครู่ แย้มบางให้กับองค์เชษฐา

          ท่านมิอาจบัญชาศาสตรา

            นางเร่งแรงกำลังและความรวดเร็วในการขจัดอุปสรรคเบื้องหน้าเพื่อรุดไปยังร่างที่ถูกตรึงไว้ให้เร็วที่สุดอย่างมิคำนึงถึงชีวิตตนเอง ในอกร้าวเจียนคลั่งด้วยปลายเนตรแลเห็นอริกลุ่มหนึ่งดาลงจากเนินสูงตรงมายังร่างที่ถูกตรึงไว้ 

            ลี่ไท่หยางไท่จื่อคงพุ่งความในใจไปยังขนิษฐาเบื้องล่าง มิได้คำนึงถึงเภทภัยที่จะเกิดกับตนแม้แต่น้อย

          อภัยข้าเถิดน้องรักของข้า แม้นข้าได้กลับเป็นพี่ของเจ้าอีกครั้ง ข้าขอยอมเป็นเบื้องล่างเจ้า จะให้เจ้าได้แง่งอนเอาแต่ใจได้ในทุกสิ่ง ข้าจะยินยอมให้เจ้า แม้ในสิ่งที่ไร้เหตุผลปานใดก็จะยอมให้กับเจ้า

            เนตรสองคู่สบกันอีกครั้ง เนตรผู้พี่ถ่ายทอดความรักอาลัยต่อนางจนสิ้น ใคร่ปลอบประโลมความร้าวรานเจียนสลายของเนตรผู้น้อง

          ละทิ้งข้าไปเสีย..

          ข้าปลดปล่อยเจ้าแล้ว โบยบินไปเสียเถิดน้องรักของข้า

            เบื้องบนปรากฏเงาใหญ่เคลื่อนเข้าบดบังดวงสุริยะ แสงแห่งฟ้าพลันหลุบเป็นความมืดสลัวปกคลุมไปทั่วขุนเขา

          ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวตรงเข้ามา มือหนาตวัดดึงดาบใหญ่ข้างเอวขึ้นมาถือแทนทวนที่ได้ทำหน้าที่ของมันไปแล้ว

 

 

 

          อีกด้านหนึ่ง..

            องค์หญิงดาราลี่ซิงชิงเบิกเนตรค้างกว้างกับภาพเบื้องหน้า นางเพิ่งรุดมาถึงพร้อมองครักษ์คู่กายจางเซี่ยหยู่ ขันทีหยูไป่ฝู และกำลังพลติดตามหยูเฟิง

            ช่วยเหลือพวกเขา นำพี่ข้ากลับมาให้ได้

            นางหันสั่งแก่หยูเฟิงที่นำพลเข้าสมทบทันทีที่สิ้นเสียงรับสั่ง

            ถังน้ำมันที่ควรเป็นการนำมาของฝ่ายจินคุนกลับอยู่ในมือของตากัว

            ทันทีที่กลิ้งถังเหล่านี้ลงมาศรจุดเพลิงได้ยิงเข้าใส่ถังน้ำมันเหล่านั้น ก่อเป็นกองเพลิงโชติช่วงเป็นแนวกว้างยาวขวางกั้นระหว่างองค์หญิงดาราและทัพลี่คุนเบื้องล่าง

            ภาพความวิกฤตคับขันขององค์เชษฐาที่ฝั่งตรงข้าม กระทำให้องค์หญิงลี่ซิงชิงทั้งกรีดร้องทั้งดิ้นรนในวงแขนของจางเซี่ยหยู่ ที่รั้งมิให้นางพุ่งกายลงไปยังสมรภูมิ ทั้งเขาทั้งหยูไป่ฝูต่างตระหนกมิย่อหย่อนกว่ากัน หากแต่ต้องฝืนระงับเพื่อให้คงสติไว้กับสถานการณ์เบื้องหน้า

            ตราแคว้นจินคุนประทับบนถังน้ำมันเหล่านั้นด้วยต้องการเย้ยหยันต่อลี่คุนที่พ่ายกล

            องค์หญิงลี่ซิงชิงพุ่งเนตรราวศาสตราวุธไปยังตราแคว้นนั้น

          ข้าต้องตอบแทนพวกเจ้าให้จดจำการทรยศนี้ไปตราบชั่วลูกหลานของพวกเจ้า..จินคุน

 

 

 

          เสียงกรีดแหลมของวิหคตัวร้ายกึกก้องทั่วขุนเขา

            หยุนตวนร่างชะงักเงยมองเจ้าเฉียงที่ร่อนบินเหนือศีรษะท่ามกลางฟ้ามืดมิดยามเที่ยงวัน เร่งขับร่างตนให้พุ่งไปอย่างรวดเร็ว

            เสียงกระหึ่มโห่ของพลรบจากแว่วเป็นดังขึ้นเรื่อยๆของการใกล้ถึง

 

          ภรรยาของข้า..

 

 

 

 

 ***** รู้สึกแน่นๆในอกไงไม่รู้อ่ะ เขียนเอง ก็น้ำตาซึมเอง T T


          ไม่อยากให้ชีวิตจริงต้องเจอเรื่องแบบที่เราทำอะไรๆไปเพราะเข้าใจไปเอง แบบนี้เลย

           เราเลยมักใช้วิธีพูดเคลียร์ให้จบ จะได้สบายใจกันไป

          แต่ถ้าผลที่ออกยัง ไม่ใช่ อีก

          ก็คงได้แต่บอกตัวเองว่า ทำดีที่สุดแล้ว .. เน๊อะ ^^

          

          

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #77 He ! Ya (@peachoffires) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 10:16
    อ่านไปกลืนน้ำลายไปเลยจ้า ฮือ
    #77
    1
    • #77-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 49)
      30 มกราคม 2561 / 12:33
      อยากจะโกรธป้าหยางก็โกรธไม่ลงเลยเน๊อะ
      #77-1
  2. #71 Ole (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 23:11
    บทนี้เศร้ามากเลยค่ะไรท์ๆเขียนได้ดีทำให้มองเห็นภาพเลยค่ะ
    #71
    1
    • #71-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 49)
      26 มกราคม 2561 / 12:01
      ตอนที่เขียนก็น้ำตาตกเลยค่ะ TT
      ขอบคุณนะคะ
      #71-1