ชางเจี๋ย..ขันทีเก้าตำลึง

ตอนที่ 15 : เช่นนี้สมควรตื่นดีหรือไม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1078
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    12 ต.ค. 61

                ร่างบอบบางขยับพลิกแต่ยังไม่ลืมตา

                เหอตงหมิงยู่รู้สึกชาทั่วร่างราวอยู่ในท่าเดิมหลายชั่วยาม ความอุ่นนุ่มที่คุ้นเคยทำให้นางหลงลืมไปในช่วงแรก คิดว่านางอยู่บนที่นอนของนางเช่นทุกวัน แต่แล้วพลันคิดขึ้นมาได้ ตาเรียวคมเบิกขึ้นทันที

            ข้าฝันไป ?

                เหอตงหมิงยู่ถอนใจโล่งอก เพราะเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่านางอยู่ในห้องนอนของนาง มิมีที่ใดผิดแผก นอกจากอิงเอ๋อร์นั่งฟุบหน้าหลับอยู่ข้างเตียง

            ความรู้สึกถึงการถูกมัดลากลอยไปในอากาศเหมือนปลาติดเบ็ดช่างเหมือนจริงนัก

                นางพริ้มตาลง ยังคงชาไปทั้งตัวจนลุกขึ้นไม่ไหว ลำคอแห้งผากเปล่งเสียงแหบแห้งยากเย็น

                อิงเอ๋อร์..

                มีเสียงขยับตัวเร็วๆแล้วร่างนางก็ได้รับการประคองขึ้น น้ำชาหอมกรุ่นผ่านริมฝีปากสร้างความชุ่มชื้นตลอดลำคอ เหอตงหมิงยู่ไม่ปฏิเสธการป้อนต่ออีกถ้วย กระหายราวขาดน้ำมาเป็นเวลานาน

                นางลืมตาช้าๆกวาดสายตาไปด้านข้างเพื่อมองหาคนที่ไม่เคยห่างกายนาง

                อาซันเล่า ?

                ลงสรงก่อนนะเจ้าคะ อิงเอ๋อร์หลุบตาลงต่ำตอบไปอีกทาง

                เหอตงหมิงยู่กายสะท้านเฮือก

                ไม่ใช่ความฝัน !

                ในช่วงวิกฤตนั้นความทรงจำสุดท้ายคือใบหน้าของอาซัน

                แล้วนี่อาซันของนางไปไหนเล่า ?

                หรือว่าเขา !..

                อิงเอ๋อร์.. นางเค้นเสียงยะเยือก เกิดอะไรกับอาซัน ไยเขา..เขาไม่อยู่ข้างกายข้า

                สรงแล้วไปเฝ้าเหนือหัวเถิดเจ้าค่ะ อิงเอ๋อร์ยิ่งพูดตัวยิ่งขดคู้ ปลายเสียงสั่นริก

                อาซันอยู่ไหน ?

                องค์หญิง..อิงเอ๋อร์เร่งรัดด้วยน้ำเสียงอัดอั้น

                เหอตงหมิงยู่นิ่งขึงไปชั่วขณะหัวใจกระตุกวาบราวตกจากที่สูง

                อาซัน.. เสียงแผ่วโหยเจือความหวาดกลัวเพราะเกรงจะเป็นเรื่องร้าย

                รีบสรงแล้วไปเฝ้าเหนือหัวก่อนเถิดเจ้าค่ะ อิงเอ๋อร์ก้มหน้ากล่าววิงวอนซ้ำๆ

                เหอตงหมิงยู่พยักหน้าในที่สุด

            คงมีแต่ต้องรีบแต่งตัวไปเฝ้าบิดาของนางเท่านั้นกระมังจึงจะได้คำตอบ

 

 

 

            อิงเอ๋อร์และนางกำนัลห้านางเร่งช่วยกันแต่งกายให้กับองค์หญิงของพวกนางมือระวิง พวกนางเร่งรีบที่สุดและตั้งใจจัดแต่งให้นางงดงามที่สุดประณีตที่สุด กระทั่งเส้นผมจะรุ่ยจากปอยเพียงเส้นก็มิยอม

                เหอตงหมิงยู่จับจ้องใบหน้าเหล่าบริพาร พวกนางต่างพากันก้มหน้างุด ยามเผลอยกหน้าขึ้นมาสบตาคมในกระจกก็รีบก้มต่ำกัดริมฝีปากที่สั่นระริก

                ร่างบางรับการปรนนิบัติอย่างสงบนิ่งจนเป็นเย็นยะเยือกข่มขวัญผู้อยู่รายรอบ เหอตงหมิงยู่ระงับความหวั่นวิตกถึงขันทีข้างกายเพื่อครองสติไว้แก้ไขปัญหา

                อิงเอ๋อร์ ข้าหลับไปนานเท่าไหร่

                วันกับคืนเพคะ อิงเอ๋อร์ตอบเสียงเรียบนิ่งของนางด้วยเสียงสั่นรัว ไหล่ยิ่งตกคู้ลงไปอีก

                แม้มิได้มีเพลงยุทธแต่ใช่ว่ามิรู้เกี่ยวกับเพลงยุทธ

                ร่างนางมิได้มีบาดแผลที่จะทำให้หมดสติ คนผู้นั้นต้องทำการจี้จุดหลับใหลนางเป็นแน่

            แล้วยังทำอะไรกับอาซันของนางหรือไม่ ?

                เหอตงหมิงยู่มิอาจระงับความพลุ่งพล่านที่ปะทุขึ้นมา นางก้าวเร็วๆออกไปทันทีที่เสื้อคลุมปักลายโบตั๋นตัวยาวคลุมลงบนร่าง

                คนจากตำหนักใหญ่คล้ายเฝ้ารออยู่นานแล้ว เพราะทันทีที่ร่างนางปรากฏก็ได้รับการเชิญไปยังพลับพลาสูงทันที

                พลับพลาใหญ่สูงร่วมสี่จ้างคับแคบไปถนัดตา สนมและพี่น้องทุกตำหนักตลอดจนแม่ทัพสำคัญมารวมกันที่นี่ ทุกสายตาหันมาจับจ้องนางเป็นจุดเดียว

                เหอตงหมิงยู่กำลังมีเรื่องในใจจึงมิใส่ใจแม้จะรู้สึกว่าสายตาแต่ละผู้มีริ้วประหลาดแทรกปนแจ่มชัด

                นางก้าวผ่านเหอตงลี่เหอที่นั่งขยับเท้าพันข้อหนาจนเหมือนมีลูกตุ้มเป็นเท้า มีเสียงหัวร่อหึดังออกมาเรียกให้นางปรายตามอง ความขบขันเหมือนได้ชมละครชวนหัวฉายชัดเต็มนัยน์ตาองค์ชายคู่อริ

                เหอตงป้ายมอบรอยยิ้มอบอุ่นต้อนรับร่างบอบบางที่เข้ามาใกล้ มือหนาใหญ่แตะเรือนผมนางอย่างรักใคร่เอ็นดู

                ท่านพ่อ..ตาเรียวคมกวาดไปรอบๆ

                มารดาใหญ่ที่มักปั้นปึ่งมองมาแล้วเบือนพร้อมใบหน้าเฝื่อนเฝือมิได้ใช้หางตามองนางเช่นก่อน

                เหอตงป้ายจูงมือนางมาที่ขอบระเบียง เหอตงลี่เหอยกตัวใช้ไม้ค้ำพยุงร่างมายืนอีกข้างตัวบิดา

                พลับพลานี้คือหอส่งทัพ

                เหอตงหมิงยู่มองใบหน้าไร้ความกลัดกลุ้มผิดกับวันวานของบิดา

                เหอตงจะทำศึก ?นางเอียงใบหน้าปรายตาไปทางเหอตงลี่เหอ

        “ข้าเป็นแบบนี้แล้วจะนำทัพได้อย่างไร ก็คนของเจ้า..เฮอะเหอตงลี่เหอสะบัดหน้า

                คนของข้า..อาซัน..

                เหอตงหมิงยู่เผยอริมฝีปากกำลังจะกล่าวคำแต่กลับถูกเสียงหนึ่งดึงให้หันไปอีกทาง

                เป็นเสียงกระหึ่มก้องราวฟ้าร้องแว่วมาแต่ไกล ยังมิเห็นว่าเป็นสิ่งใดทว่าเสียงกลับนำมาก่อนแล้ว แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของสิ่งนั้นโดยแท้

                ทุกผู้ที่รออยู่บนพลับพลาต่างปรี่เข้ามาเกาะอยู่ริมระเบียงหันมองไปทางต้นเสียง

                อึดใจต่อมากลุ่มก้อนสีดำกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นและใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็วปานพายุร้าย ยิ่งใกล้เข้ามาเสียงนั้นยิ่งกระหึ่มก้องปานฟ้าพิโรธ

                ทัพปาซา ท่านข่านปาเก้อหลานมาถึงแล้ว

                เหอตงหมิงยู่สะดุ้งหันมองใบหน้าแช่มชื่นของบิดาแล้วหันกลับไปมองอีกครั้ง หูยังได้ยินเสียงหัวร่อขบขันแฝงความนัยของเหอตงลี่เหอ

                ท่ามกลางสายตาตื่นเร้าของทุกผู้เริ่มเห็นว่าพายุทมิฬนั้นคือขบวนทัพม้า

                ม้าสายพันธุ์จากแดนไกลสูงใหญ่กว่าสายพันธุ์ไหนๆในหลายแคว้นนี้ ผู้ที่ขับขี่มันก็มีร่างกายสูงใหญ่เช่นกัน ทุกผู้บนหลังม้าล้วนอยู่ใต้เกราะรบและหน้ากากครึ่งหน้าสีดำ ยิ่งข่มขวัญผู้พบเห็นให้ใจระย่อหวั่นเกรง

        ขบวนทัพเคลื่อนมาใกล้จนเห็นลายพยัคฆ์มังกรสีทองบนธงใหญ่สีดำสะบัดพลิ้วในทางเดียวกับเส้นผมสีเงินของผู้อยู่หน้า

                หลายคนหายใจเฮือกพ่นลมออกจากปากที่อ้าจับจ้องร่างสง่างามจนตาค้าง

            นั่นคือข่านปาเก้อหลานผู้ถูกร่ำลือไปสิบทิศว่าไร้พ่าย !

            เป็นข่านผู้นั้น !

                ร่างสูงใหญ่ที่นำหน้าขบวนมีความสง่ากร้าวทระนงราวพยัคฆ์ออกล่าเหยื่อ แม้เห็นเพียงใบหน้าครึ่งล่างยังมิอาจปฏิเสธได้ถึงความหล่อเหลาคมคาย วัยล่วงเข้ากลางคนและเส้นผมสีเงินทั้งศีรษะกลับเพิ่มความมั่นคงแห่งบุรุษ นัยน์ตาใต้หน้ากากเหล็กสีดำเปล่งแสงยะเยือก

                เสียงและแรงสะเทือนจนพลับพลาสั่นไหวใช้เวลาแค่สองอึดใจก็มาเกือบถึงหน้าพลับพลาแล้ว

                ซ้ายขวาของข่านปาเก้อหลานคือรองแม่ทัพทั้งสี่ ผู้อยู่ทางขวามือใกล้กับปาข่านสวมเกราะสีดำมีลายนูนเป็นรูปจิ้งจอกทะเลทราย มีดาบใหญ่ด้ามดำสะพายหลัง ใบหน้าครึ่งบนสวมหน้ากากเหล็ก

                เหอตงหมิงยู่พยายามเพ่งสายตามองใบหน้าครึ่งล่างที่คล้ายจะคุ้นชิน

                ขบวนทัพม้าเคลื่อนผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว

                ก่อนร่างพร้อมม้าจะจากไปนั้น สายตาที่ส่งมาให้นางราวสายฟ้าสว่างเพียงแวบแล้ววับหาย

            ศึกนี้เพื่อเจ้า

                เหอตงหมิงยู่งงงัน เหตุใดจึงรับรู้ได้ว่าเป็นถ้อยความเช่นนี้

                นางมองไล่หลังผู้นั้น กระทั่งร่างหนึ่งผ่านเข้ามาในเส้นทางสายตา ร่างนั้นดูบางกว่าทุกผู้ เจ้าของร่างหันเงยขึ้นสบสายตากับนาง เหอตงหมิงยู่ค่อยรู้ว่าเป็นสตรี

                นัยน์ตาสีน้ำตาลมีแววประหลาดสบสายตาเหอตงหมิงยู่แวบหนึ่งก่อนเลื่อนไหลไปตามขบวนอย่างรวดเร็ว

                คิดมิถึงว่าทัพปาซาจะมีสตรี

                เหอตงหมิงยู่ได้ยินเสียงหนึ่งในพี่น้องของนางเอ่ยขึ้น

                ข้าได้ยินคนเรียกนางผู้นั้นว่า นายกองอูเหมยหลิน

                อูเหมยหลิน..เหอตงหมิงยู่ทวนชื่อนี้ในใจ

            จากสายตาเมื่อครู่ทำให้นางรู้สึกว่านางสมควรจดจำชื่อนี้ไว้ให้มั่น

                ไม่นานทัพปาซาก็ลับหายไปจากสายตา เสียงกึกก้องก็แผ่วจางไล่หลัง คนที่เฝ้ารอส่งขบวนทัพค่อยทยอยจากไป

                เหอตงป้ายโบกมือให้คนที่ยังหลงเหลือกลับออกไปเพราะรู้ว่าเหอตงหมิงยู่มีเรื่องต้องการไถ่ถาม

                เหอตงลี่เหอยังนั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ถือว่าครั้งนี้ตัวเองมีส่วนไม่มากก็น้อย เหอตงหมิงยู่ก็คร้านจะเสียเวลาไล่คนหน้าด้าน เพราะรู้ว่ายังไงก็ไม่ยอมไป

                ท่านพ่อ..

                หมิงยู่ เหอตงป้ายเอ่ยอ่อนโยน เจ้ามิต้องเสียสละตัวเองไปแคว้นเหยียนแล้ว..

                ข้าบอกเอง เหอตงลี่เหอโบกไม้โบกมือทำท่ารำคาญความยืดเยื้อ คู่หมั้นของเจ้าและลุงของเขาจะไปกวาดล้างแคว้นเหยียนเพื่อนำมาบรรณาการแก่เจ้า

            คู่หมั้น ?

                อย่าได้พูดจาเหลวไหล เหอตงหมิงยู่ถลึงตาใส่

                เหอตงลี่เหอหัวร่อลั่น

                เจ้าเอาแต่มุดม้วนใต้ผ้าห่มเป็นดักแด้ไม่ส่งเสียงค้าน ก็ถือว่ายอมรับสิ่งที่พระบิดาและพวกข้าตกลงแทนเจ้า

                ตกลงเรื่องอะไร ? เหอตงหมิงยู่เห็นอีกฝ่ายหัวร่อเช่นนี้ในใจคิดว่าย่อมมิใช่เรื่องดีแน่

                เหอตงลี่เหอยักคิ้วยียวน

                รับหมั้นเจ้ากับหลานของปาข่าน

                ท่านพ่อ !.. เหอตงหมิงยู่ตาเบิกกว้างหันหาเหอตงป้าย

                หลานปาข่านย่อมคู่ควรกับเจ้ากว่าคนเถื่อนเหยียนเจี้ยนสง นี่ยังไม่นับกับที่เหยียนเจี้ยนสงมีใจคิดกินรวบเหอตง เหอตงป้ายเอ่ยนาบเนิบ และ..เจ้ากับเขาใกล้ชิดจนเกินขอบเขต หากมิใช่แต่งกับเขาจะเป็นผู้ใดไปได้

                ข้า ? ใกล้ชิดผู้ใด ? เสียงราวครางแผ่วออกมา คำ ชิดใกล้เกินขอบเขต นี้สร้างความเสื่อมเสียนัก

                เหอตงหมิงยู่มีสีหน้าฉงนเพียงครู่แล้วพลันกระจ่างจนเผือดสี ภาพร่างใต้เกราะจิ้งจอกทะเลทรายย้อนกลับมาทันที

            อาซัน ?.. เป็นไปได้อย่างไร

                เหอตงลี่เหอหัวร่อคิกคัก

                ชิชิ เจ้าช่างร้ายกาจยิ่งนัก ลักพาหลานปาข่านมาซุกซ่อนเป็นแรมเดือน หากทางเรามิยอมรับผิดชอบ ปาข่านกล่าวว่าจะมิยอมรับความเสียหายนี้แน่นอน อย่างไรเจ้าต้องรับผิดชอบหลานของท่าน

                แล้วท่านก็คิดแผนการชั่วร้ายออกมา เหอตงหมิงยู่กัดฟันเค้นเสียง

                แล้วกันสิเจ้า ในเมื่อปาข่านถามหาความรับผิดชอบ ข้ามีแต่ต้องเสนอวิธีนี้ให้เห็นว่าแม้เหอตงจะเป็นเพียงแคว้นเล็กแต่เราก็ใจใหญ่

                ท่าน !นางอยากกรีดร้อง

                หนึ่งวันหนึ่งคืนที่นางถูกทำให้หลับไปเกิดเรื่องที่นางมิได้รู้เห็นด้วยมากมาย นี่ใช่เรียกมัดมือชกหรือไม่ ผู้กระทำให้นางหลับใหลคือใคร

                เหอตงป้ายกล่าวเสียงเนิบ

                เหยียนเจี้ยนสงต้องการทั้งแคว้นทั้งสาวงาม เขาต้องรู้ว่าเหอตงตระเตรียมเฟิ่งสวี่เพื่อใครเขาจึงไม่เอ่ยขอเฟิ่งสวี่ เพราะหากเรากล่าวว่าเฟิ่งสวี่เป็นของปาข่านแล้วเขายังตีเหอตงก็เท่ากับท้าทายปาข่าน ดังนั้นเขาต้องหาเหตุอื่นมาตีเหอตงก่อนที่เหอตงจะผูกไมตรีกับปาข่านด้วยการสู่ขอเจ้า เพราะเขามั่นใจว่าเจ้าต้องปฏิเสธ แต่เจ้าก็ไม่..

                เสียงบิดาหยุดไปช่วงหนึ่งก่อนเอ่ยเสียงเบา

                หมิงยู่ เจ้ารู้อาการบาดเจ็บของบิดาใช่หรือไม่ เจ้าจึงมิดื้อรั้นขัดขืน นับว่าผิดวิสัยของเจ้า

                ลูกคิดว่าเมื่อแต่งไปแล้ว จะหาหนทางให้เหยียนเจี้ยนสงล้มความตั้งใจคิดรุกครองแคว้นของเรา

                เหอตงป้ายถอนหายใจยาว สงครามครั้งสุดท้ายทำให้เขากลายเป็นคนทุพลภาพมิอาจใช้เพลงอาวุธฟาดฟันในสงครามได้อีก สู้ปกปิดไว้เพื่อรักษาขวัญของผู้คน ก่อนนั้นคิดว่ามีเพียงบุตรชายคนโตและคนที่สามเท่านั้นที่ล่วงรู้ เพราะบุตรทั้งสองร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับตนมาตลอด

                พระบิดามิอาจทำการรบได้เช่นแต่ก่อน ข้าก็มิพร้อมเพราะ..ช่างเถอะ ลำพังองค์ชายใหญ่แต่ผู้เดียวก็มิอาจมั่นใจว่าจะปกป้องแคว้นจากเหยียนเจี้ยนสงได้ ส่วนคนอื่นๆนะหรือ เฮอะ..มีแต่พวกสวะ

                เหอตงหมิงยู่รู้ว่าพวกเขาเหล่านั้นอยากให้นางไปอยู่ในแคว้นป่าเถื่อนด้อยอารยะเพราะอยากเห็นนางตกต่ำ นางเหลือบมองเหอตงลี่เหอ

        “ไม่ต้องมาซาบซึ้งข้า เหอตงลี่เหอแสยะใส่ ข้าชังเจ้ายังไงก็ชังอยู่อย่างนั้น แต่นี่มันเกียรติของเหอตง ข้ามิยอมให้ชนเถื่อนอย่างพวกเหยียนรากเหง้าตากัวมาข่มขู่ได้หรอก

                ข้าก็มิคิดจะเสียเวลาสำนึกบุญคุณท่านเลยสักนิดนางสะบัดหน้าหันหาเหอตงป้ายเอ่ยอ่อน ท่านพ่อ หนึ่งวันที่ผ่านมาเกิดเรื่องราวใดบ้างเจ้าคะ ท่านพบกับปาข่านได้อย่างไร

                ไว้รอคู่หมั้นเจ้ากลับมาแล้วถามดูสิ เหอตงลี่เหอตัดทันควัน สีหน้าบอกว่ามีเรื่องสนุกอีกมาก สนุกได้ใจเขานัก

                เหอตงป้ายพลอยยิ้มกว้างมิกล่าวคำใดเหมือนเห็นพ้องกับเหอตงลี่เหอ

                เหอตงหมิงยู่ส่งสายตาอ่อนสร้อย เมื่อเห็นว่าคราวนี้ไร้ผลจึงได้ขอตัวกลับตำหนัก

                นางเดินเหมือนคนไม่เต็มตื่นไปตามทาง อิงเอ๋อร์ที่เดินก้มหน้าตามหลังอยู่สามก้าวไร้เสียงเหมือนไร้ตัวตน

                เหอตงหมิงยู่ถอนหายใจยาว

            หลับไปวันกับคืน ตื่นขึ้นมานางก็มีคู่หมั้นหมายเสียแล้ว

 

 

 

                สามวันที่ผ่านมาทุกตำหนักในราชฐานเหอตงมีหัวข้อนำในวงสนทนาอยู่สองเรื่อง

                เรื่องแรกเป็นการเล่าขานที่คนเล่ามักขึ้นต้นด้วยเสียงอันดังว่า

                นี่ นี่รู้หรือไม่ ข้ามีคนรู้จักทางตอนเหนือเล่าถึงแสนยานุภาพแห่งทัพปาข่านว่า..

                จากนั้นจะเป็นเรื่องราวการทำลายล้างอันหฤโหดที่ใช้เวลาเพียงสองวันเชื้อสายเผ่าตากัวก็ถูกผลาญพิฆาตหมดสิ้น ศาสตราในมือปาเก้อหลานตวัดผ่านที่ใด ที่นั้นจะมีตากัวดับดิ้นทุกคราไป

                เรื่องที่สองเป็นการเล่าขานที่คนเล่าต้องขึ้นต้นด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาว่า

            นี่ นี่รู้หรือไม่ ขันทีข้างเตียงขององค์หญิงเจ็ดเหอตงหมิงยู่แท้แล้วเป็นถึงหลานปาข่านเชียวนะ..

                จากนั้นจะเป็นเรื่องราวที่ว่าองค์หญิงเจ็ดรู้หรือมิรู้กันแน่ว่าเขาผู้นั้นมิใช่ทาสขันที หรือนี่เป็นแผนซ่อนชายคนรัก ก็สตรีเฉลียวฉลาดเช่นองค์หญิงเจ็ดจะมิรู้จริงๆเชียวหรือว่าบุรุษเต็มร่างเป็นเช่นไร นางมิใช่โง่เง่าเช่นองค์หญิง..โอ๊ะ พูดไปเดี๋ยวโดนตบปาก

                เรื่องราวโจษจันนี้มีหรือจะมิเข้าหูของเหอตงหมิงยู่ หากแต่นางกระทำได้เพียงนิ่งเฉย ใต้ท่วงทีมินำพาคือความกรุ่นโกรธคนตัวใหญ่

                นางโกรธ นางโกรธเขาจริงๆด้วย

            กลับมาอย่างปลอดภัยเถอะ ข้าจะได้มีโอกาสจัดการเจ้า โกรธนัก ฮึ

                อิงเอ๋อร์พูดคุยบางอย่างกับบ่าวตำหนักใหญ่ตรงหน้าประตู แล้วรีบตรงเข้ามาพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม

                ปาข่านนำชัยกลับมาเจ้าค่ะ ค่ำนี้จะจัดเลี้ยงฉลองชัยที่ตำหนักใหญ่

                เหอตงหมิงยู่ยังคงใส่ใจกับการคัดลายมือ มิให้ใจกับข่าวน่ายินดี

                แล้ว เอ่อ ข่านน้อย..ก็กลับมาด้วยเจ้าค่ะ

                อิงเอ๋อร์เรียก ข่านน้อย ด้วยน้ำเสียงเคอะเขิน ลอบสังเกตสีหน้าองค์หญิงของตน

                เหอตงหมิงยู่กระทำราวมีนางผู้เดียวกับพู่กันในมือและกระดาษตรงหน้า อิงเอ๋อร์รออยู่ครู่ใหญ่จึงเลี่ยงออกไปอย่างรู้ถึงความต้องการสงบสติอารมณ์ของนาง

                ลับร่างอิงเอ๋อร์แล้วพู่กันในมือถูกวางลง ร่างบางเดินไปอยู่ข้างหน้าต่าง นางทิ้งสายตาหลากหลายความรู้สึกออกไปเบื้องนอกแล้วถอนหายใจออกมา

                เหอตงหมิงยู่สะดุ้งจนไหล่ไหว ร่างบอบบางถูกโอบรัดจากด้านหลังด้วยท่อนแขนแข็งแรง รั้งร่างของนางไปแนบชิดจนแผ่นหลังแนบสนิทกับอกกว้าง

                นางแข็งค้างมิอาจเอ่ยคำใดออกมาได้ รับรู้เพียงลมหายใจผ่าวร้อนรินรดบนผิวแก้มแล้วตามมาด้วยริมฝีปากอุ่นๆของคนที่ก้มหน้ามาแสดงสิทธิ์ในตัวนาง

                เสียงทุ้มนุ่มนวลที่เคยได้ยินในฝันเอ่ยข้างหูให้ได้ยินอีกครั้ง

 

            หมิงยู่..

 

 

 

 

*****      12/10/2561

                ต้องขอโทษด้วยค่ะที่ทิ้งท้ายตอนที่แล้วว่าเหมือนกับว่าอาซันจะเจอดี

                มีแก้ไขตอนนิดหน่อยค่ะเพราะของเดิมมันตัดเนื้อหาทำให้กระโดดมากไป

                พอปรับใหม่ บางส่วนที่ว่าก็เลยถูกโยกไปอยู่ตอนหน้า

                ตอนนี้เลยยังไม่มีระเบิดลงจ้า ไว้ตอนหน้า..โน๊ะ ^^

                ในบทนี้มีบางช่วงที่เหมือนไม่มีที่มา

                จะบอกเล่าในตอนต่อๆไปนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

178 ความคิดเห็น

  1. #53 JunJaoKratae (@JunJaoKratae) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 13:02

    อาซันจะโดนอะไรน่าาา
    #53
    1
  2. #52 rudeet (@rudeet) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 12:51

    มาต่อเลยค่ะ รอนานจะลงแดง ตอนหน้าอาซันเตรียมโดนลงโทษ อิอิ

    #52
    1
  3. #51 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 12:42
    งอนแน่นอน 5555
    #51
    1
  4. #50 สิบลื้ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 10:50

    ตอนหน้าอาซันถูกหมิงยู่จัดหนักแน่ๆๆๆ ตอนท้ายมีแอบหวานเบาๆๆๆๆๆๆ รอตอนต่อไปน้าาา

    #50
    1
    • #50-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 15)
      12 ตุลาคม 2561 / 11:39
      ศึกนี้น่ากลัวกว่าไปตีแคว้นเหยียน 555
      #50-1