ชางเจี๋ย..ขันทีเก้าตำลึง

ตอนที่ 22 : เพราะเจ้าคือสตรีผู้เป็นดวงใจของข้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 868
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    30 พ.ย. 61

 

                ได้ความเช่นไรบ้าง ?

                เสียงเข้มดุกร้าวทว่าเปล่งออกมาเบาเพราะมิต้องการให้รบกวนการหลับใหลของร่างบอบบางบนเตียง สองตาชางเจี๋ยยังคงจับจ้องใบหน้าของนางผู้หลับใหล กุมมือเล็กๆไว้ตลอดเวลา

                ในหุบเหวใกล้ๆนั้นมีร่างคนขับรถม้าเหมือนที่ท่านคาดการณ์ไว้ อูไห่หนานตอบกลับ สภาพร่างแตกหักเหมือนตกจากที่สูง ส่วนหัวเสียหายจนยากแก่การสังเกตว่าหนังบนใบหน้าหายไป

                มันตั้งใจไปที่จุดทิ้งร่างคนขับแล้วบังคับรถม้าทิ้งตัวลงเหว ให้เป็นว่าทุกผู้เสียชีวิตเพราะความผิดพลาดของคนขับ ชางเจี๋ยกล่าวเสียงขรึม

                ต้องกระทำให้ยุ่งยากขนาดนี้ ? อูเหมยหลินเลิกคิ้ว

                นัยน์ตาชางเจี๋ยวาวโรจน์

                ก่อนหน้านั้น การมุ่งเอาชีวิตหมิงยู่จะเป็นการใช้พิษหรือลอบสังหาร เพราะความไม่ลงรอยระหว่างพี่น้องหากไม่มีหลักฐานถึงตัวแล้วก็ได้แต่สงสัยกันไปมา ไม่อาจชี้ชัดว่าเป็นฝีมือผู้ใดเช่นเดียวกับการเสียชีวิตของมารดานาง

                มือใหญ่กร้านเกลี่ยลูกผมที่ระหน้าผากเหอตงหมิงยู่อย่างทะนุถนอม

                แต่เวลานี้นางเป็นคู่หมั้นของข้า เป็นว่าที่หลานสะใภ้ปาข่าน หากนางถูกลอบสังหาร เหอตงทุกผู้ต้องมีส่วนรับผิดชอบ มันย่อมรู้ว่าปาซาต้องรีดเค้นหาตัวผู้กระทำให้ได้ เช่นนี้มิสู้ให้เป็นอุบัติเหตุเสีย ปาซาก็เอาผิดผู้ใดมิได้แล้ว มันทำเพื่อรักษาชีวิตมันผู้อื่นแค่พลอยรอดตัวไปด้วยเท่านั้น

                ท่านกล่าวว่า เหอตงทุกผู้ต้องมีส่วนรับผิดชอบ นี่ท่านปักใจว่าเป็นฝีมือคนภายใน ?

                ชางเจี๋ยพยักหน้าให้อูเหมยหลิน

                เจ้าเองก็คิดเช่นกันมิใช่หรือ ?

                อูเหมยหลินคิดถึงเหตุการณ์คืนก่อนแล้วต้องพยักใบหน้าคล้อยตาม

                เพียงแต่ในเวลานี้พวกเรายังไร้เบาะแสสาวไปว่าเป็นตำหนักไหน หรืออาจจะมากกว่าหนึ่งตำหนัก.. อูเหมยหลินหลุบตามองเสี้ยวหน้าหลับใหลแล้วกล่าวกลั้วหัวร่อเบาๆ นางเองก็สะสมศัตรูเก่งไม่ใช่เล่น

                อูไห่หนานลุกขึ้นยืนบิดกายใหญ่

                เหมยเหมย เจ้าพาข้าไปเข้าเฝ้าท่านเจ้าแคว้น เพื่อรายงานตัวแจ้งข่าวการมาเยือนของข่านน้อยกับข้าเถิด

                เรื่องนี้ให้ผู้อื่นรับรู้เพียงว่าเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัย ชางเจี๋ยสั่งความกับทั้งสอง

                ลับร่างอูสองพี่น้องแล้วชางเจี๋ยจึงหันมาทางอิงเอ๋อร์ที่เก็บปากคำตลอดเวลา สีหน้านางกำนัลผู้ภักดียังคงซีดเซียวร่างโอนเอนแทบล้มได้ทุกเมื่อ

                ข้าจะดูแลหมิงยู่เอง เจ้าเองก็สมควรได้พักเช่นกัน มิต้องกังวลทางนี้

                อิงเอ๋อร์กัดริมฝีปาก สายตาที่มององค์หญิงของนางเต็มไปด้วยความห่วงใย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง พอชางเจี๋ยสำทับอีกครั้งจึงหันไปยกถาดบนโต๊ะข้างหน้าต่างมาวางใกล้ๆ

                หากองค์หญิงตื่นแล้ว รบกวนข่านน้อยให้นางดื่มยานี้ด้วย

                กล่าวจบแล้วก็พาร่างอ่อนโรยออกไป แว่วเสียงนางสั่งนางกำนัลหน้าห้องว่าหากท่านผู้อยู่ข้างในมิได้เรียกแล้ว ก็มิต้องเข้าไป

                ชางเจี๋ยไล้แก้มเนียนแผ่วเบา เพียงไม่กี่วันที่มิได้พบ นางที่ร่างกายบอบบางอยู่แล้วกลับผ่ายผอมลงจนแทบจะเหลือร่างเท่าเด็กสาววัยไม่ปักปิ่น

                เหอตงหมิงยู่ผวาทันทีที่ขยับร่าง ความเผือดบนใบหน้าปรากฏชัดแม้ในยามที่ยังไม่รู้สึกตัวเพราะความหวาดกลัวนั้นยังฝังอยู่ในใจ แต่แล้วริ้วรอยความหวาดหวั่นนี้หายไปทันทีที่ร่างบางถูกโอบกระชับไว้ในความแข็งแกร่งแสนอบอุ่น นางรู้สึกถึงความปลอดภัยใต้การปกป้อง ความเชื่อมั่นนี้คลายกังวลเป็นลมหายใจผ่อนยาวออกมา ร่างบางคลายการเกร็งแข็งขืนอ่อนซบกับอกกว้าง

                ชางเจี๋ยกระชับอ้อมแขนให้นางแนบชิดฟังเสียงหัวใจของเขาขับกล่อม เวทนาร่างน้อยนี้นัก แม้โอบกอดนางมาร่วมชั่วยามแล้วก็มิรู้สึกเมื่อยล้าเลยสักนิด มีแต่ต้องการสร้างความอบอุ่นใจให้นางเท่านั้น

                กระทั่งผ่านพ้นไปราวครึ่งชั่วยาม เหอตงหมิงยู่ค่อยลืมตาขึ้นช้าๆ ยังมีความเหม่อคว้างในตาแรกตื่นของนาง

                ข้ามิได้ฝันไปใช่หรือไม่ ?

                ชางเจี๋ยถ่ายทอดความรักความคิดถึงผ่านจูบที่เร่าร้อนและเคลือบความหวานเนิ่นนานกว่าจะถอนริมฝีปากออกมา

                จูบเช่นนี้ใช่ความฝันหรือไม่ ? เสียงทุ้มถามนุ่มนวล

                อาเจี๋ย.. เหอตงหมิงยู่เผยอปากที่ได้รับการจูบจนแดงก่ำ นางไล้ปลายนิ้วบนไรเขียวข้างแก้มชางเจี๋ย เจ้าซูบเซียวลง หมองคล้ำลง ที่นั่นขาดแคลนนักใช่หรือไม่ ? ลำบากนักใช่หรือไม่ ?

                ชางเจี๋ยส่ายหน้าช้าๆ

                มิได้ขาดแคลนจนสิ้นไร้ มิได้ลำบากกายเลยสักนิด หากแต่ใจข้าทุกข์ร้อนเพราะคิดถึงแต่เจ้า ห่วงว่าเจ้าจะมีอันตราย

                ชางเจี๋ยเกลี่ยไรผมนางอย่างถนอม

                ข้าเกือบช้าไปเสียแล้ว ปลายนิ้วกร้านสากสั่นระริกเมื่อนึกถึงเหตุการณ์จวนเจียนนั้น นับแต่นี้ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า จะปกป้องเจ้า จะมิยอมให้เจ้าต้องมีภัยใดใดอีก

                มิต้องเป็นห่วงข้า แว่นแคว้นของเจ้ายังมีอีกมากที่เจ้าต้องเร่งสะสาง ทางนี้ข้ามีอูเหมยหลิน นางคุ้มภัยให้ข้าได้ และข้าเองก็จะระวังให้มาก จะไม่ออกไปให้เสี่ยงภัยอีก หรือข้าอาจจะขอกำลังพลจากตำหนักใหญ่มาช่วยอารักขา

                เหอตงหมิงยู่กดข่มความหวาดหวั่นไว้ภายใน ภาพหุบเหวที่นางหล่นร่วงยังติดตาจนกายไหวเฮือกอย่างไม่รู้ตัว

                ชางเจี๋ยเพิ่มแรงโอบกอดลูบเรือนผมปลอบประโลม กล่าวช้าๆทว่าหนักแน่นเต็มความรู้สึก

                หมิงยู่..ยามที่เจ้าอยู่กับข้า เจ้ามิต้องเก็บซ่อนความรู้สึก มิต้องฝืนอดทนเข้มแข็งอย่างที่เจ้าทำมาตลอด เจ้าสามารถปลดปล่อยทุกความรู้สึกที่แท้จริงออกมา เพราะข้าคือคนของเจ้า ข้าจะร่วมรับรู้ทุกสิ่งของเจ้า จะแบกรับทุกสิ่งแทนเจ้า

                เขาก้มจุมพิตกระหม่อมของนาง เอ่ยอ่อนโยน

                หมิงยู่..เจ้ามิใช่ลำพังอีกแล้ว อย่าฝืนทนอีกเลย

                ร่างบางในอ้อมอกสั่นสะท้าน มีเสียงร่ำไห้ดังออกมา เป็นการหลั่งน้ำตาที่เหมือนการพังครืนของเขื่อนเก่าๆ นางร่ำไห้หอบสะอื้นกับอกของชางเจี๋ยเป็นนานจนแทบหมดแรงกำลัง

                ชางเจี๋ยลูบเรือนผมของนางมิเอ่ยคำใด ให้นางขับปล่อยสิ่งอัดแน่นออกมาให้หมด

                เสียงร่ำไห้ของนางเล็ดลอดออกมาข้างนอก อิงเอ๋อร์ที่ทำใจหลับนอนได้เพียงครู่ต้องลุกมาเฝ้าหน้าห้องและนางกำนัลใกล้ชิดต่างพากันกัดริมฝีปากกลั้นสะอื้นน้ำตานองหน้ากันทุกนาง องค์หญิงของพวกนางต้องอดกลั้นหนักหนาเพียงใดพวกนางย่อมรู้ดี

                เหอตงหมิงยู่เหลือเพียงสะอื้นแผ่ว ยกกายออกมาเงยหน้าส่งดวงตาฉ่ำน้ำสบนัยน์ตาชางเจี๋ย

                พ้นจากงานศพมารดาข้าแล้ว ข้ามิเคยคร่ำครวญให้กับสิ่งใดอีก ข้าบอกกับตัวเองว่า ข้าจะมิยอมให้ผู้ใดเห็นน้ำตาของข้า ข้าแม้ไร้มารดาปกป้องแล้ว ก็จะมิยอมให้ผู้ใดข่มเหงรังแกได้ นับแต่สิ้นมารดา ข้าต้องอยู่กับความหวาดระแวง ต้องรู้เท่าทันผู้หมายเอาชีวิตข้า ต้องขับเคี่ยวกับผู้ที่ริษยาข้า ข้ามิอาจวางใจใครได้เลย

                นางทิ้งตัวกับอกชางเจี๋ยอีกครั้ง

                อาเจี๋ย..ข้าเหนื่อย ข้ากลัว

                นับแต่นี้จะมิมีสิ่งใดมากระทบเจ้าได้อีก ข้าจะหาเบาะแสเรื่องนี้แล้วจัดการให้กับเจ้า ผู้ใดร้ายกับเจ้า ข้าจะทำให้มันร่ำร้องว่าตายดีกว่าอยู่ จะให้มันชดใช้เป็นพันเป็นหมื่นเท่าที่บังอาจมุ่งร้ายต่อเจ้า..สตรีผู้เป็นดวงใจของชางเจี๋ย

                ชางเจี๋ยกระทำเหมือนเหอตงหมิงยู่เป็นลูกนกพลัดหลงแล้วได้กลับคืนสู่รัง เขาปลอบขวัญนางด้วยจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า แขนคู่ใหญ่โอบกอดแน่นหนากว่าการเลื้อยรัดของงูใหญ่

                เสียงบานประตูแง้มพร้อมเสียงกระแอมทำให้เหอตงหมิงยู่รีบผละออกจากอ้อมอกของชางเจี๋ย ใบหน้าแดงฉานก้มต่ำ

                ชางเจี๋ยไม่รีบเร่งหันมอง ต่อเมื่อเห็นว่าอีกสองผู้เข้ามาพร้อมพี่น้องสกุลอูคือใครจึงค่อยถอยลงจากเตียงมายืน

                อูเหมยหลินปรี่เข้ามากระซิบบอกกับชางเจี๋ย

                องค์ชายสามผู้นี้อยู่ด้วยตอนที่ข้าและพี่ใหญ่ไปเข้าพบท่านเจ้าแคว้นเหอ เขาจึงตามมาด้วย

                ท่านพ่..เอ่อ ท่านลุง ชางเจี๋ยประสานมือแสดงการเคารพ แล้วก้มศีรษะเล็กน้อยแทนคำทักทายอีกผู้หนึ่ง

                เหอตงป้ายปั้นใบหน้าเคร่งขรึมกับการเกือบหลุดคำเรียกขานของบุรุษร่างใหญ่ตรงหน้า เอ่ยรับคำทักทายแล้วตรงเข้าไปใกล้ธิดาคนโปรด

                บิดาใจหายนัก รู้ว่าเจ้าปลอดภัยก็เบาใจขึ้น

                เหอตงป้ายลูบเรือนผมของนาง เห็นดวงตาแดงก่ำของธิดาแล้วใจอ่อนยวบ คำที่คิดติติงถูกกลืนลงคอ กล่าวปลอบขวัญนางอยู่เป็นครู่ใหญ่จึงเอ่ยคำลา

                ข่านน้อย เหอตงป้ายใช้สุ้มเสียงอารีเอ่ยกับชางเจี๋ย ตำหนักรับรองอยู่ทางเดียวกับตำหนักใหญ่ เราเดินกลับไปด้วยกันเลยดีหรือไม่ ?

                ชางเจี๋ยค้อมศีรษะลงตอบกลับอย่างนอบน้อม

                ข้าและผู้ติดตามพักที่ตำหนักนี้

                ตำหนักรับรองโอ่อ่ากว้างขวางสะดวกสบายกว่ากันนัก ข้าให้คนจัดเตรียมทุกสิ่งพร้อมสรรพแล้ว

                มิใช่เยือนอย่างเป็นทางการ มิต้องรบกวนถึงขั้นนั้น

                ข้าจะจัดเลี้ยงต้อนรับเจ้า ไปร่วมดื่มกันที่ตำหนักใหญ่เถิด

                ต้องขอเสียมรรยาทผัดผ่อนไปก่อน เวลานี้ข้าสมควรอยู่เป็นเพื่อนหมิงยู่ นางยังขวัญเสียอยู่เลย

                เหอตงป้ายหันมองใบหน้าซีดเซียวบนเตียงแล้ว ทั้งเวทนาจนหมดคำว่ากล่าวทั้งอิหลักอิเหลื่อที่จะปล่อยให้พวกนางอยู่ในห้องหับส่วนตัวตามลำพัง

                อิงเอ๋อร์เล่า ? เหอตงป้ายหันซ้ายหันขวาคิดไปลงกับนางกำนัลที่เปิดโอกาส

                เสด็จพ่อ เหอตงลี่เหอที่เก็บปากคำแต่ต้นเอ่ยขัด พวกเขาเคยอยู่ร่วมห้องกันมาเกือบร้อยคืน เสียหายก็เสียหายไปแล้ว เสียงซุบซิบก็มีไปแล้ว ปาข่านก็รีดเค้นให้เราแสดงความรับผิดชอบต่อหลานชายท่านไปแล้ว แล้วท่านจะมาห่วงจารีตไปทำไมกันอีก อีกอย่าง..ท่านไม่เห็นหรือไรว่านางออกจะยินยอมพร้อมใจให้เขาอยู่

            วาจาระคายหูสมเป็นท่านจริงๆ..

                เหอตงหมิงยู่ขึงตาใส่องค์ชายสาม อับอายแต่ไม่รู้จะกล่าวคำใด เพราะมีแต่จะเข้าตัวไปหมด

                ชางเจี๋ยก็รู้สึกว่าเป็นวาจาระคายหู แต่เป็นการระคายหูที่มาถูกเวลา

                อีกอย่าง.. เหอตงลี่เหอลากเสียงเอื่อยทิ้งค้างไว้

                เขาเหล่มองเหอตงหมิงยู่แล้วหันมองชางเจี๋ยเร็วๆแทบเรียกว่าเป็นการสะบัดหน้าใส่

        “เจ้าก็เฝ้านางดีๆแล้วกัน

                จากนั้นจึงหันมาทางเหอตงป้าย

                เสด็จพ่อ เรากลับกันเถิด นางไม่เห็นจะเป็นอะไรสักเท่าไหร่เลยปรายตาไปที่เตียง สำออย !

                เหอตงหมิงยู่ถลึงตาโป่งพองใคร่กระโจนไปตบตีเหอตงลี่เหอ

                เหอตงป้ายหันมองหน้าชางเจี๋ย อัดอั้นมิอาจยอมรับ ถึงจะรับการหมั้นหมายแล้ว หากแต่ยังมิได้วิวาห์แล้วจะให้อยู่ร่วมตำหนักได้อย่างไร

                เหลียวมองคนบนเตียงแล้วใจอ่อนยวบอีกครั้งเมื่อเห็นใบหน้าที่ยังซีดเซียวบอกความขวัญเสียของธิดาสุดรัก เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ยอมจำนน

            เอาเถอะ..เสียหายก็เสียหายไปแล้ว เรื่องซุบซิบก็เกิดขึ้นแล้ว อย่างลี่เหอว่า

 

 

 

            จันทร์สีมุกให้แสงสีเงินยะเยือกสาดส่องจับร่างบนเตียงขนาดใหญ่ในท่วงท่าที่ชางเจี๋ยคุ้นเคยดี

                ชางเจี๋ยอยู่บนฟูกข้างล่างประสานสายตากับร่างข้างบน ดวงตาที่เหมือนถูกย้อมให้เข้มขึ้นกว่ายามกลางวันบอกความไม่ยินยอม

                ข้าไม่ยินยอมจริงๆด้วย..

                หมิงยู่..ข้ามิใช่อาซันแล้ว เหตุใดยังให้ข้านอนข้างล่าง ชางเจี๋ยส่งเสียงครวญคราง

                เพราะเจ้ามิใช่อาซัน เจ้าถึงยิ่งต้องนอนข้างล่าง เหอตงหมิงยู่กล่าวอ่อนหวาน แต่เป็นอาต้าได้อยู่

                ไม่ ! ชางเจี๋ยส่ายหน้าเด็ดขาด หากข้าไม่ได้นอนข้างบน ข้าจะไม่เป็นอาต้าให้เจ้า

                แล้วแต่เจ้าสิ เหอตงหมิงยู่จากคว่ำยื่นหน้ามาพูดคุยเป็นพลิกตัวหันหลังให้

                ข้าเป็นอาต้า ข้าจะเป็นอาต้า ให้ข้าขึ้นไปนอนด้วย ชางเจี๋ยส่งเสียงต่อรองเร็วๆ

                อาต้าหมาน้อยก่อนนั้นก็นอนข้างล่าง ไม่เคยขึ้นมานอนเบียดข้า เสียงนางเริ่มบอกความง่วง

                ข้าอาต้าหมาใหญ่ไม่เบียดเจ้า ให้ข้านอนข้างๆเจ้า เขารีบกล่าวก่อนที่นางจะหลับ

                เจ้าตัวใหญ่ ยังไงก็เบียดข้า

                ไม่เบียด

                เบียด

                ที่นอนด้านหลังยวบลงไป

                เห็นไหมว่าไม่เบียดถูกเจ้า

                เหอตงหมิงยู่เอี้ยวหน้าไปมองร่างใหญ่ที่ขึ้นมานอนตีหน้าซื่อ

                ชางเจี๋ยชี้ช่องว่างระหว่างนางและเขา

                ยังห่างเจ้าตั้งฝ่ามือ

                ลงไปเดี๋ยวนี้เลย !

                เหอตงหมิงยู่ใช้สองมือผลักดัน แต่กลับถูกรวบมือดึงทั้งร่างเข้ามาอยู่ในอกกว้าง นางดิ้นขลุกขลักอย่างไม่เป็นผล แขนแข็งแรงกักนางไว้เหมือนกรงเหล็ก

                ข้าเคยรับปากเจ้าแล้วว่าข้าจะอดทนรอเจ้าในวันที่พร้อม ข้าไม่ลืม ชางเจี๋ยกระซิบข้างหู ข้าขอเพียงนอนกอดเจ้าทุกคืนเท่านั้น

                ไม่ได้

                เจ้ารังเกียจข้า ? เสียงทุ้มแผ่วหายในคอ อ้อมแขนคลายออกช้าๆ

                ไม่ใช่ นางเอ่ยรัวเร็วเกรงว่าเขาจะเข้าใจผิด ข้ามิได้รังเกียจอ้อมกอดของเจ้า เพียงแต่..

                นางก้มหน้าลงเอ่ยแผ่วเบา

                ข้า..ข้าไม่คุ้นกับร่างบุรุษ แล้วเจ้า..เจ้าก็ถอดเสื้อ..

                วงแขนแข็งแกร่งกลับมากระชับอีกครั้ง แน่นกว่าครั้งแรก

                ข้าจะให้เจ้าได้คุ้นเคยกับร่างกายข้าทีละน้อยทุกวันไป ดีหรือไม่ ?

        “ไม่ดี ไม่ดีอย่างยิ่ง เหอตงหมิงยู่เงยสบตาเขาเอ่ยติดๆขัดๆ เพราะ..นิสัยของข้านั้น..กับสิ่งที่ไม่คุ้น ข้ามักจะ..มักจะ..

                นางกัดริมฝีปากก่อนเอ่ยออกมา

 

            “..คลุกคลีจนเข้าใจ

 

 

 

 

 

*****      30/11/2561

                เพิ่งคืนแรกก็ชักจะเป็นเรื่องแล้ว

                แต่อย่าเข้าใจผิด..นางแค่เป็นคนใฝ่เรียนรู้เท่านั้นเอ๊งงง..^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

178 ความคิดเห็น

  1. #99 NatthayaSrichan (@NatthayaSrichan) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 20:03
    อาหร่านทำงานให้ใคร ญ8 /พระชายาสาม/พระชายาเอก
    #99
    1
  2. #75 InthiraP (@IP31122518) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 20:24

    แล้วงี้อาเจี๋ยจะไปไหน อิอิ

    #75
    1
  3. #74 rudeet (@rudeet) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 11:58

    คลุกคลีจนเข้าใจ อย่าได้ไปไหนเชียวอาเจี๋ย อิอิ

    #74
    1
    • #74-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 22)
      30 พฤศจิกายน 2561 / 14:35
      นางอาจไม่รู้ว่า บางอย่าง ไม่ต้องเข้าใจก็ได้นะ 55555
      #74-1