ชางเจี๋ย..ขันทีเก้าตำลึง

ตอนที่ 33 : มันง่ายดายเกินไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 445
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

 

                สินสอดประมุขเหอตงสิ !

                อูไห่หนานพุ่งกายพร้อมกระบี่ตั้งแต่ก้าวแรกที่เลี้ยวมาเห็นภาพขัดตาและได้ยินถ้อยคำระคายหู

            เป็นไอ้เจ้าอูบ้าดีเดือดกับเพลงกระบี่ปลายแถวของมันอีกแล้ว..

                เหอตงลี่เหอคลายแขนกระโดดถอยหลบ

                อูหนวดเฟิ้ม ทำอะไรของเจ้า ?

                ถึงน้องสาวข้าจะมิใช่องค์หญิง แต่ก็ไม่ใช่ให้บุรุษหน้าไหนมาแทะโลมกลางแจ้งได้

                ข้าแค่อยากได้คำตอบ นางเอาแต่จะหนีข้า

                อูไห่หนานชี้ปลายกระบี่ใส่เหอตงลี่เหอมิให้เข้าใกล้น้องสาว

                แต่ที่ข้าเห็นคือท่านกำลังล่วงเกินน้องสาวของข้า ถึงเป็นองค์ชายข้าก็จะไม่เกรงใจ

                เกรงใจหน่อยก็ดีนะ เจ้าชักกระบี่ไล่จี้เชื้อพระวงศ์โทษถึงประหาร หนำซ้ำกระทำในเขตราชฐาน แม้ชางเจี๋ยก็ออกหน้าให้เจ้าไม่ได้

                อูเหมยหลินรีบรวบเอวพี่ชาย

                พี่ใหญ่ อย่าวู่วาม นี่เป็นเขตราชฐานจะมีโทษอย่างเขาว่า..

                อูไห่หนานพ่นเสียง ฮึ่ย ออกมา เห็นเหอตงลี่เหอแสยะยิ้มก็ยิ่งฉุนเฉียวอยากทิ่มกระบี่เข้าใส่อีกรอบ

                เจ้าคงไม่ลืมเรื่องที่เราพูดกันวันก่อน เหอตงลี่เหอเอียงหน้าเห็นอูไห่หนานได้สติระลึกได้ก็ยิ้มกว้างกล่าวต่อ เจ้าพอจะบอกได้หรือไม่ว่าบิดาเจ้าจะเรียกสินสอดทางข้าเท่าใด ?

                อูไห่หนานใบหน้ากลับเป็นสดชื่นเอ่ยห้าวหาญเหมือนท่องมาขึ้นใจ

                ทองร้อยหาบ ผ้าแพรพรรณสองร้อยพับ โสมร้อยชั่ง ม้าแกะแพะอย่างละพัน เอ่อ..ไม่เอาม้า ม้าแถบนี้ล้วนแคระแกร็นสู้ม้าปาซาไม่ได้สักแคว้น เปลี่ยนเป็นเพิ่มทองอีกห้าสิบหาบแล้วกัน

            บิดาชางเจี๋ยทุ่มสินสอดสู่ขอองค์หญิงเจ็ดจนแทบหมดตัว เลยหาคืนด้วยการเรียกค่าสินสอดจากบิดาข้ามากโข ข้าก็จะใช้วิธีเดียวกันเรียกสินสอดจากทางองค์ชายสามมาชดเชยบ้าง

                ตกลงตามนี้

                สองคนฟาดฝ่ามือใส่กันดังเผียะแทนคำสัญญา

                ถามข้าหรือยัง ? อูเหมยหลินกรีดร้อง

                ไม่แต่งกับข้า/เขาแล้วเจ้าจะแต่งกับใคร ? คู่สัญญาทั้งสองหันมาถามพร้อมกัน

                พวกท่านเสียสติไปแล้ว เรื่องขององค์หญิงเจ็ดยังค้างคาพวกท่านยังมีแก่ใจมากลั่นแกล้งข้า

                อูเหมยหลินกระทืบเท้าแล้ววิ่งเข้าไปในตำหนัก

                ข้าลืมเรื่องของน้องสาวที่ไหนกัน แต่เรื่องนั้นก็เรื่องนั้นสิ เรื่องนี้ก็ส่วนเรื่องนี้ ข้าเป็นคนแยกแยะเป็น เหอตงลี่เหอร้องบอกไล่หลังแล้วหันมาทางอูไห่หนาน ใช่หรือไม่ ?

            อูไห่หนานเบ้ปาก คิดถึงที่ได้พูดคุยกับชางเจี๋ยวันก่อน

 

                ง่ายดายเกินไปใช่หรือไม่ ?

            อูไห่หนานยอมรับสิ่งที่เขาคิดต่อชางเจี๋ย

            ท่านปล่อยมันง่ายดายนัก ทว่าข้ามั่นใจว่าต้องมีผลคุ้มค่ารอการเก็บเกี่ยว

            ชางเจี๋ยพยักใบหน้า

            มันเองก็ถอนพิษให้หมิงยู่ง่ายเกินไป มันเกลียดชังหมิงยู่ขนาดคิดลอบสังหารหลายครั้ง มีหรือจะถอนพิษให้อย่างหมดจด นัยน์ตาวาวโรจน์กับผลตกค้างหลังการถอนพิษ ให้ได้รู้คำตอบเรื่องหนึ่งก่อน ถึงเวลานั้นข้าจะให้มันได้สำนึกว่าไม่ควรแตะต้องสตรีของข้า และที่สำคัญคืออย่าได้ท้าทายปาซา

 

            “เรื่องขององค์หญิงเจ็ดไม่ง่ายอย่างที่เห็นหรอก

                อูไห่หนานกล่าวเสียงขรึมหลังจบความคิด

                ยังมีเรื่องค้างคาอยู่อีกหรือ ?

                อาหร่านอาจจะพัวพันไปถึงเรื่องพระสนมรอง ข่านน้อยต้องการช่วยองค์หญิงเจ็ดหาตัวคนผิด

                เหอตงลี่เหอรับฟังแล้วคลี่พัดโบกเบาๆ หันเหสายตาไปอีกทาง

                ข้าก็อยากรู้ว่าทำไมถึง..

            เสียงคล้ายรำพึงหยุดค้างทิ้งท้ายข้อความไว้เช่นนั้น

 

 

 

            สายลมโชยอ่อนต้องร่างเอนบนเก้าอี้ยาวพนักสูง จากระเบียงชั้นสองนี้มองเห็นสวนไม้ดอกเป็นมุมกว้าง เหมาะแก่การนั่งหย่อนใจ

                เหอตงหมิงยู่ลดมือถือหนังสือลงแล้วทิ้งสายตาไปที่หมู่ไม้ดอกในสวนที่อยู่ด้านล่าง แววตามีความครุ่นคิดทั้งสับสนทั้งคาดคะเนบางอย่าง สุดท้ายได้แต่ถอนหายใจบางเบา

                เสียงถอนหายใจนี้เรียกให้ร่างสูงใหญ่ที่อยู่ใกล้ปรี่เข้ามาย่อกายลงตรงหน้ากุมสองมือของนางแนบแน่น

                เหอตงหมิงยู่สบสายตาเต็มความวิตกแล้วหัวร่อเสียงเบา

                เด็กน้อย อย่าได้กังวล ข้าแค่คิดว่าเกิดเรื่องราวใดกันแน่ องค์ชายสามถึงทำราวสนิทสนมกับข้าจนถึงกับมาตำหนักของข้าและทำราวกับที่นี่ยินดีต้อนรับเขา

                นางชี้ไปยังคนที่กล่าวถึง

        “ดูเขาสนิทสนมกับอูไห่หนานด้วย อืม..อูไห่หนานอีกคน นอกจากเขาอยู่ที่นี่แล้วยังมีน้องสาวของเขาอีกด้วย เป็นหญิงสาวที่งามโฉบเฉี่ยวชวนมองยิ่งนัก ดูๆแล้วเจ้าและเขาทั้งสองคล้ายคลึงกันราวเผ่าพันธุ์เดียวกัน

         นางเอียงหน้าสบสายตาอัดอั้นระคนห่วงหวง

                ล้มป่วยครั้งนี้ข้ารู้สึกเหมือนผ่านวันเวลามานาน และฝันลางเลือนมากมายแต่จดจำเรื่องราวไม่ได้ พอเค้นทวนความจำก็ทำให้ข้าปวดหัวยิ่งนัก

                ชางเจี๋ยเกลี่ยไล้เส้นผมที่ระข้างแก้มนางอย่างทุนุถนอม

                เหอตงหมิงยู่นิ่งรับการกระทำของเขา นางสมควรยับยั้งการเกินเลยของขันทีทาสมิใช่หรือ เหตุใดกลับไม่ถือสาซ้ำยังคุ้นชินและยินดีรับความอุ่นโยนนี้

                ว่าแต่..ช่วงที่ข้าล้มป่วยนี้มีใครดูแลให้เจ้ากินอิ่มหรือไม่ อาซัน ?นางลูบผมของเขาอย่างเอ็นดู

                ชางเจี๋ยยิ้มรับ จะในสถานะไหนนางให้ความห่วงใยเขาเสมอ

            ให้นางฟืนคืนกลับมาด้วยตนเอง หากเร่งรัดจะส่งผลเสียมากกว่า..

            อ้าวเทียนกำชับพวกเขาอย่างหนักแน่นหลังจบการรักษาในรอบแรก

 

 

 

            อาซันมิอาจกล่าววาจา

                อาซันมิอาจนอนร่วมเตียงหมิงยู่

                อาซันมิอาจโอบกอดฝังจุมพิตริมฝีปากนุ่มบางที่คลี่แย้มมาให้จากบนเตียง

            ข้าอยากตาย..

                ชางเจี๋ยอัดอั้นกว่าครั้งเป็นอาซันหนแรก ครั้งนั้นเขาอดทนเพราะมิอาจล่วงเกิน ทว่าเวลานี้เขามีสิทธิ์ในตัวนางแล้ว ได้โอบกอดได้จุมพิตแล้ว กลับมาเป็นมิอาจทำได้อีก จะมิให้อัดอั้นหนักกว่าได้อย่างไร

                ชางเจี๋ยนั่งบนฟูกข้างเตียง ปลายนิ้วแตะข้างขมับของนางพลางเอียงหน้าส่งสายตาถาม

                เวลานี้ไม่ปวดแล้ว

                เพิ่งตอบไปเช่นนี้ แต่แล้วอาการปวดแปลบกลับจู่โจมอย่างกะทันหันให้นางต้องทิ้งศีรษะลงกับที่นอน กุมสองข้างขมับส่งเสียงครางออกมา

                ชางเจี๋ยใจหายวาบ ปราดขึ้นไปโอบร่างตระกองกอดโยกตัวปลอบ

                เหอตงหมิงยู่ซบแนบหน้าลงกับอกกว้าง พยายามปล่อยวางความคิดให้ว่างเปล่า อาการปวดราวศีรษะระเบิดเริ่มคลายตัวลงช้าๆ อ้อมกอดของอาซันคลายปวดได้ชะงักนัก

                อาซันมิใข่มิเคยกอดนาง มิเคยโอบอุ้มนาง ทว่าอ้อมกอดของวันนี้ราวกับมีหลากความรู้สึกลอยวน มีความอบอุ่นที่อ่อนหวานและความแน่นแฟ้นบางประการต่างจากวันวาน

                ความลึกซึ้งเช่นนี้เกิดขึ้นเมื่อใดกัน ?

                แค่ฟื้นจากป่วยไข้ก็กลายเป็นวางใจและโหยหาอกแข็งแกร่งนี้แล้วหรือ ?

                ดวงตาของชางเจี๋ยที่หลุบมองร่างบางในอ้อมแขนทั้งปวดร้าวทั้งหวงแหนยิ่งสิ่งใด ทว่าเมื่อซ่อนการเหลือบมองออกไปด้านนอกกลับกลายเป็นความคมวาวไม่ต่างอาวุธร้าย เต็มไปด้วยความเจ็บแค้นใคร่เอาคืนให้สาสม

            ใบหน้าก้มต่ำในความสลัวซ่อนมุมปากเยาะหยันให้ร่างในมุมมืด

 

 

 

         “เจ้าหายไปไหนมา ?

                นางเล่า ? อาหร่านปลดผ้าคลุมหน้าลง ถามอดีตพระสนมสามเสิ่นเฟิ่งจูไปอีกเรื่อง

                นางหลับแล้ว นาง ย่อมหมายถึงเหอตงเฟิ่งสวี่ที่เวลานี้สมควรเรียกเป็น เกาเฟิ่งสวี่

                เจ้ายังไม่ได้ตอบข้า เสิ่นเฟิ่งจูจ้องตามัน หากคิดว่าข้าเป็นภรรยาเช่นปากว่า ก็ห้ามมีเรื่องปิดบังข้า

                อาหร่านเบี่ยงกายจะเดินเข้าไปด้านในแต่เสิ่นเฟิ่งจูสกัดไว้

                เจ้ากลับไป ?

                อาหร่านทิ้งสายตาไปด้านนอก

                เหตุใดยังกลับไปอีก ? ยังทำเรื่องไม่พอ ? นางขึ้นเสียงแล้วปราดเข้าทุบตี เจ้าทำลายเราสองแม่ลูกจนไร้หนทางไป แล้วนี่ยังจะจุดไฟเผาพวกเราอีกหรือ

                ข้าแค่กลับไปดูอาการองค์หญิงเจ็ด อาหร่านรวบสองมือให้หยุดการทุบตี หากนางมิฟื้นตื่น เจ้าคิดว่าชางเจี๋ยจะปล่อยเราไปง่ายๆหรือ

                ที่เขาไม่ปล่อยคือเจ้า ไม่ใช่เราแม่ลูก

                แล้วต่างอะไรกัน เวลานี้ข้าคือเสาหลักของพวกเจ้า ไม่มีข้า พวกเจ้าจะอยู่กันอย่างไร

                รู้แล้วยังกล้าล่วงเกิน ชางเจี๋ยไม่ปล่อยเจ้าแน่

                หากเป็นเรื่องถอนพิษเขาไม่มีเหตุผลพอกระทำ เพราะก่อนทำการข้าก็ได้บอกเขาแล้วถึงผลข้างเคียง เพียงแต่คะเนไม่ได้ว่าจะนานเท่าใด ในเมื่อเขายอมรับเงื่อนไข เขาจะเรียกร้องอะไรข้าได้ล่ะ

                รอยยิ้มชั่วร้ายของมันเปิดกว้าง

                ข้าได้เห็นอาการองค์หญิงเจ็ดแล้ว สมควรกับที่เฟิ่งเอ๋อร์ถูกกระทำแล้ว

                นางเป็นเช่นไร ?

                นัยน์ตาเช่นอสรพิษของอาหร่านฉายแววสาสมใจ

                นางลืมความรักที่มีต่อชางเจี๋ยจนสิ้น ต่อให้ชางเจี๋ยดึงดันบีบนางร่วมวิวาห์ เขาก็จะได้แต่กายไป ให้องค์หญิงเจ็ดต้องทุกข์ต่อการวิวาห์กับผู้ที่นางไม่รัก ให้ชางเจี๋ยทุกข์ต่อการมิได้รับความรัก เช่นนี้จึงคู่ควรกับที่ลูกของเราต้องทุกข์ต่อการพรากจากรัก

                ไหนเจ้าบอกว่าเฟิ่งสวี่จะลืมคนที่นางรัก

                คราแรกข้าก็คิดเช่นนี้ กลับเป็นว่าเพราะนางมีสายเลือดของข้า เลือดนางต้านพิษได้ระดับหนึ่ง การถอนพิษนี้จึงไม่มีผลต่อความทรงจำของนาง

                อาหร่านถอนหายใจ เวทนาบุตรสาวยิ่งนัก

                ปานที่แขนของนางคือหลักฐานการสืบสายเลือดเจ้าพิษตระกูลเกา มันเลิกแขนเสื้อให้ดูปานแบบเดียวกันที่ต้นแขนของมัน เพราะข้าได้เห็นปานนี้ที่ต้นแขนของเด็กน้อย ข้าจึงได้รู้ว่ามีลูกของข้าติดท้องไปกับเจ้า วันนั้นข้าพรางใบหน้าหลบหนีออกจากสำนัก จึงประจวบเหมาะได้ซ่อนหน้าจากเหอตงป้ายด้วย และอาศัยติดตามองค์ชายสามเพื่อให้ได้ใกล้ชิดเจ้าสองแม่ลูก

                เสิ่นเฟิ่งจูหรี่ตามองใบหน้าแท้ของมันเทียบกับตอนที่เป็นผู้ติดตามองค์ชายสาม มันสร้างใบหน้าได้แนบเนียนนัก ใบหน้าแท้ของมันมีเพียงนางและเหอตงป้ายเท่านั้นที่จดจำได้

                เจ้าบอกข้ามาตามตรง เจ้าไม่ได้ถอนพิษให้องค์หญิงเจ็ดอย่างโปร่งใสใช่หรือไม่ ?

                อาหร่านหัวร่อออกมา

                ใครว่ากัน หากข้าไม่ทำอย่างตรงไปตรงมามีหรือจะหลุดสายตาข่านน้อยได้ ต้องโทษที่เหอตงหมิงยู่มีร่างกายอ่อนแอเกินไป ธาตุเย็นที่มากไปในร่างกายของนางทำให้การถอนพิษนี้ได้ผลมากกว่าคนปกติ นางจะลืมเลือนมากกว่าคนปกติ และจะเป็นไปชั่วชีวิต

                ไม่มีหนทางฟื้นฟูหรือ ?

                อาหร่านชี้ไปที่กล่องยาวใบหนึ่งตรงมุมห้อง

                ผู้ที่รักษาได้อยู่ในนั้น กล่าวจบแล้วหัวร่อเสียงดัง

                เสิ่นเฟิ่งจูหันมองกล่องใบนั้นแล้วตัวเย็นยะเยือก เส้นขนลุกตั้งทั้งแผ่นหลัง

                มันย่อมใช้ประโยชน์ได้ ข้าถึงเก็บมันไว้ อาหร่านบอกเมื่อเห็นสายตาของนาง

                จะมีใครวิปริตเท่าอาหร่านอีกไหม เขาเก็บซากร่างและศีรษะของคนผู้หนึ่งในกล่องปิดผลึกอย่างดีใบนั้น

            แม้ไม่มีกลิ่นใดรอดออกมา ทว่าเมื่อรู้ว่าข้างในเป็นอะไร จะให้ไม่รู้สึกหวาดหวั่นสะอิดสะเอียนเลยย่อมไม่ได้

               ร่างบางหลังม่านกั้นถอยกลับมานั่งบนเตียง เกาเฟิ่งสวี่บีบมือตัวเองจนชาหนึบ

 

                 อยู่มิสู้ตาย คือความรู้สึกของนางในเวลานี้ หากแต่..มิใช่กับนาง

 

 

 

 

 

****       01/03/2562

            ตอนนี้อาจจะแห้งแล้งหน่อยนะคะ เป็นช่วงสถานการณ์ตึงเครียดแบบเก็บกดและรอคอยค่ะ

                รอเวลาเคลียร์คัทจัดการอาหร่านให้สาสม (เราซาดิสต์)

                อ้อ ลี่เหอเค้าก็จะเคลียร์คัทเหมือนกัน คุณพี่บอกว่า ต้องจัดให้เด็ดขาดค่ะงานนี้ อิอิ ^^

.........................................

 

                ขอโทษนะคะ..หายไปอาทิตย์นึงเลย

                คือเรามีเรียนเพิ่มเสริมทักษะค่ะ แล้วมาชนกับงานด่วนเข้าพอดีทำให้การบ้านค้างเยอะ

                เลยต้องเคลียร์การบ้านก่อนค่ะ

                อีกอย่าง พอมาลุยงานข้างนอกก็อัพตอนใหม่ไม่ได้ เพราะสต็อกตอนอยู่ในเครื่องที่โต๊ะค่ะ

                วันนี้เข้าประจำที่เลยได้โอกาสอัพเพิ่ม

 

                ฝากถึงแฟนๆของ ธาร ผีหนุ่มขี้อ้อน ด้วยค่ะ

                พุธหน้าจะกลับมาแล้วน้าค้า..^^

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

178 ความคิดเห็น

  1. #134 ถังหูลู่ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 16:53

    สู้ๆค่ะ หมิงยู่จะจำชางเจี๋ยได้ไหมนะ///รอตอนต่อไปค่ะ

    #134
    1
    • #134-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 33)
      6 มีนาคม 2562 / 18:13
      อาเจี๋ยต้องทำให้จำได้อยู่แล้วค่ะ แต่กว่าจะจำได้ อาเจี๋ยอาจน่วมไปหลายยก ^^
      #134-1