ชางเจี๋ย..ขันทีเก้าตำลึง

ตอนที่ 35 : เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    22 มี.ค. 62

 

            ข้าเคยร่วงหล่นเช่นนี้..

                เหอตงหมิงยู่ตาเบิกกว้าง ความหวาดกลัวเข้าขั้นขีดสุดจากการหลุดร่วงสู่ก้นบึ้งนรกจู่โจมเข้ามาให้ตื่นตระหนกอีกครั้ง ดึงเอาความหวาดกลัวครั้งนั้นกลับคืนมาพร้อมเหตุการณ์เก่า

        น่ากลัวเหลือเกิน..ครั้งนั้น ร่างข้าผ่านความเวิ้งว้างไร้สิ่งยึดเหนี่ยวจนปลงใจให้ความตายแล้ว

                ในจุดของความสิ้นไร้ทุกความหวัง ฉับพลันมีเงาร่างหนึ่งโฉบเข้ามาโอบอุ้มนางไว้แนบแน่น รั้งนางโผล่พ้นหุบเหวนรก เงานั้นช่างลางเลือนบางเบาแต่มากด้วยน้ำหนักของทุกความรู้สึก

                มือบางที่ยึดสาบเสื้อแน่นเลื่อนขึ้นโอบรอบคอหนา ซบหน้าหาไออุ่นอย่างวางใจ

                ในการร่วงลงเรื่อยๆนั้น ชางเจี๋ยใช่สายตาคมกริบมองหาจุดเกาะยึดที่จะพอรับน้ำหนักได้ ยิ่งร่วงลึกความเร็วก็ยิ่งเพิ่มให้ตกลงไปเร็วขึ้น

            ตรงนั้น !

                ชางเจี๋ยเห็นตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วต้องลอบหัวร่อในใจ ปล่อยตัวทิ้งร่างลงไปอีกช่วงหนึ่งเพื่อยันปลายเท้ากับแง่งหินที่ยื่นออกมา แล้วอาศัยแรงยันส่งตัวเองไปที่ตำแหน่งนั้น

                พื้นผิวของผานี้เต็มไปด้วยแง่งหิน บางช่วงยื่นออกมาคล้ายจุดพักทว่าลาดเอียงเกินคนทั่วไปจะทรงกายได้ แต่แง่งผาตรงนี้คล้ายถูกถากให้เรียบและมีพื้นที่กว้างพอเหมาะ

            ท่านลุงช่างร้ายกาจ..

                ชางเจี๋ยมองผิวพื้นที่พาร่างมายืนราวเห็นภาพทับซ้อน

                ร่างสูงใหญ่แกร่งกล้าโผลิ่วลงมาดุจเหยี่ยวผยอง ตวัดวาดกระบี่ในมือสร้างแสงสีเงินดุจวงจันทรา เงากระบี่ตวัดปาดหินแข็งด้วยปราณอันล้ำเลิศสร้างพื้นที่ราบเรียบกว้างยาวเท่าตัวคน

            เหมือนท่านลุงจะให้ข้าใช้เวลาอยู่กับหมิงยู่ตรงนี้

                ชางเจี๋ยทรุดตัวลงนั่งวางร่างเหอตงหมิงยู่ไว้กับตัก

                แม้มีใบหน้าซีดเซียวหากแต่ความตื่นกลัวกลับน้อยกว่าที่ควรเป็น เหอตงหมิงยู่ค่อยรู้สึกว่าความวูบผ่านชั้นอากาศหยุดลง ใบหน้านางกำลังรับที่สัมผัสอันอ่อนโยนเรียกให้นางลืมตาช้าๆสบสายตาอาทร

                ชางเจี๋ยเกลี่ยไรผมที่ยุ่งเหยิงไปทัดกับใบหูให้นาง

                อาซัน..

            เหตุใดการเอ่ยเรียก อาซัน ครั้งนี้กลับให้ความรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง

            ตรงไหนกันที่ผิดแผกไป ?

                เหอตงหมิงยู่มองไปรอบๆเห็นแต่ความเวิ้งว้างสามด้าน พวกนางโชคดีที่มาหยุดตรงแง่งผานี้ เป็นแง่งผาที่มีโหนกหินกำบัง และมีพื้นที่พอให้ร่างใหญ่โตของขันทีคนสนิทได้เอนพิงและเหยียดขาได้

                เหอตงหมิงยู่มองเบื้องล่างแล้วต้องรีบหันซบหน้ากับอกกว้าง

                หล่นลงมาลึกขนาดนี้ยังมองไม่เห็นก้นเหว นี่นับว่าลึกสุดคะเนจริงๆ

                นางรวบรวมความกล้าแล้วค่อยๆขยับร่างช้าๆมาด้านข้าง

                ให้เจ้าได้เหยียดแข้งขาบ้าง จะได้ไม่เมื่อยล้าเกินไป

                ชางเจี๋ยยิ้มส่ายใบหน้า รั้งร่างนางให้อยู่บนตักตามเดิม

                ดูก็รู้ว่านางหวาดกลัวความสูง แต่ยังมีแก่ใจห่วงใยเขา

                เราโชคดีที่ยึดได้แง่งผาน้อยนี้เป็นจุดกันไม่ให้ร่วงลงไป ที่เหลือคือหาทางกลับขึ้นไป

                เหอตงหมิงยู่เอ่ยพลางเงยมองความชันจนเกือบเป็นตัดตรงของหน้าผาอย่างครุ่นคิด

                มีอาซันนางไม่กลัวหรอก เขาต้องพานางกลับขึ้นไปได้แน่ อีกทั้งพรรคพวกนางข้างบนต้องหาวิธีพานางและอาซันกลับขึ้นไปเช่นกัน

        แสงตะวันเริ่มคล้อยลง หมู่วิหคพากันกลับรังบินอยู่บนฟ้าด้านบนปากเหว

                คืนนี้เราคงต้องตกค้างอยู่ตรงนี้แล้วล่ะ

                ชางเจี๋ยยิ้มรับ เปลี่ยนท่าเป็นยืดขาทั้งสองข้างเอนพิงผนังผา ให้นางเหยียดเอนครึ่งร่างบนตัวเขาต่างตั่งนอน เหมือนมานั่งชมทิวทัศน์ไร้ความวิตกใดใด

                หน้าผานี้ไม่ยากแก่การดีดส่งตัวกลับ อีกทั้งเต็มไปด้วยแง่งหินให้เหยียบส่งร่างขึ้นไป

                ร่างบางพลิกเอียงตัวมาเงยสบ

                อาซัน.. เหอตงหมิงยู่หยุดค้างไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยราวมิมั่นใจ อาเจี๋ย..

                อาเจี๋ย.. กลับกลายเป็นคำที่คุ้นปากกว่าไปได้อย่างไร

            ข้าหวงอาเจี๋ย..

                เป็นไปไม่ได้หรอก แค่พูดประโยคนี้แค่สามครั้งจะมาล้างคำคุ้นชินของนางได้อย่างไร

                อาซัน.. นางดื้อฝืนเรียกไม่ยอมแพ้ แต่กลับยิ่งรู้สึกว่าไม่ถูกต้องหนักกว่าเก่า

                เหอตงหมิงยู่สบตาเรืองแสงราวคาดหวังแล้วถอนใจออกมา

                เอาเถอะ ข้ายอมก็ได้ นางยื่นปากใส่ อาเจี๋ย..

                ชางเจี๋ยยิ้มกว้างแววตาบอกว่าเขาดีใจที่นางเรียกเขาเช่นนั้น

                เจ้าคิดว่าเราจะขึ้นไปได้หรือไม่ ?

                ชางเจี๋ยเหลือบกวาดไปข้างบนเร็วๆแล้วทำสีหน้าลำพองจนกลายเป็นถือดีอย่างล้อเลียนแทนคำตอบ

                เจ้าเด็กขี้โอ่

                เหอตงหมิงยู่หัวร่อขบขันจิ้มหน้าผากเขา ครั้นเหลือบไปอีกทางสีหน้ากลับเคร่งขรึมลง

                หลังเขาลูกนั้นคือแคว้นเหยียน.. นางชี้ไปที่เขาถัดไปสามลูก จริงสินะ ข้าลืมไปได้อย่างไรว่าอีกไม่นานข้าต้องแต่งให้กับเหยียนเจี้ยนสง ข้าสมควรต้องวิตก แต่เหตุใดคล้ายว่าข้ามิจำเป็นต้องกังวลแล้ว เพราะปัญหานี้มีผู้กระทำให้ตกไป

                เหอตงหมิงยู่หลับตาลงข่มอาการชาที่เริ่มเร่งเร้าให้เกิดอาการปวดศีรษะ นางซบหน้าลงกับอกชางเจี๋ย

                มือใหญ่ลูบหลังนางถี่ๆแทนคำยั้งมิให้นางฝืนคิด หลุบมองอย่างห่วงใย

                อ้อมกอดของอาเจี๋ยช่างอบอุ่นเหลือเกิน

                ความแข็งแกร่งของเขาคือกำแพงหินที่ปกป้องทุกผองภัยให้นาง

                อ้อมกอดของอาเจี๋ยเป็นมากกว่าอ้อมแขนของอาซัน

                ทุกครั้งของอาการเจ็บปวดจะมีภาพเหตุการณ์อันลางเลือนเพิ่มเข้ามา เหอตงหมิงยู่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง

                มีเรื่องราวมากมายที่ข้าหลงลืมไปใช่หรือไม่ ?

                นางเงยมองชางเจี๋ย เรียวนิ้วราวแท่งหยกขาวแตะตรงแผลเป็นเล็กๆใต้คาง

            เขามีแผลนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?..

                แผลนี้.. นางย่นหัวคิ้ว

            อาเจี๋ย..ข้าจะจดจำแผลนี้ไปตลอดชีวิตข้า จดจำว่าเจ้ารักข้าเพียงใด..

                เหอตงหมิงยู่เหม่อมองค้าง แว่วเสียงคำมั่นของนางดังจากหัวใจ

                รอบตัวค่อยๆกลายเป็นความมืด ยิ่งอยู่กึ่งกลางสู่เหวยิ่งมืดมิดกว่าข้างบนมากนัก

                แสงเรืองของหมู่แมลงกลางคืนที่ซ่อนตัวตามซอกหลืบในช่วงกลางวันเริ่มออกบินฉวัดเฉวียน มันบินผ่านปลายตาให้เหอตงหมิงยู่ต้องหันไปมองตาม

         ค่ำคืนหนึ่ง อาซันเคยพานางออกไปดูหมู่แมลงเรืองแสงแทนคำง้องอน ความดื่มด่ำในค่ำคืนนั้นเป็นความทรงจำที่งดงามของทั้งเขาและนาง กระทั่งเขายังเก็บไประลึกถึงแล้วพร่ำรำพันมากับจดหมาย..

            จดหมาย ?

            ของแทนกายที่สร้างความร้อนวูบทั่วใบหน้าทุกครั้งที่นึกถึง ?!?

                ปลายนิ้วเนียนละมุนยังคงลูบค้างบนรอยแผลอย่างเหม่อลอย ถึงจะมืดเกินกว่าจะมองเห็น ทว่าแจ่มชัดด้วยคุ้นเคยราวลูบรอยนี้มาเป็นร้อยครั้ง

                แววตาของชางเจี๋ยเปล่งแสงวาบในความมืด เป็นทั้งความหวงแหน ความปรารถนา และความอัดอั้นจนมิอาจทนได้อีกแล้ว

                เหอตงหมิงยู่ผงะตระหนกกับจูบที่มาอย่างไม่ได้ตั้งตัว ร่างแข็งขืนพยายามผลักดันร่างหนาใหญ่ออกไป

                จูบร้อนราวเพลิงเผาจนร่างนางหลอมละลายไร้แรงต้าน ความคะนึงหาเหมือนผู้จากบ้านไปไกลแล้วเพิ่งกลับมาทำให้นางค่อยๆกลายเป็นตอบรับ มือที่ผลักดันเลื่อนขึ้นโอบรอบคอให้ริมฝีปากแนบชิดยิ่งขึ้น

                ชางเจี๋ยกายร้อนผ่าวจนแผ่ซึมแทรกเข้าไปในร่างน้อย เขากอดนางแนบแน่นไม่คลายจูบเหมือนลืมหายใจ

                สาบเสื้อเลื่อนลงเปิดให้อกสล้างรับการเคล้าคลึงขบเม้ม

                ร่างแนบร่าง..อย่างที่เคยแนบ

                เหอตงหมิงยู่ทั้งกายสั่นสะท้านทั้งร้อนผ่าวทวีขึ้นเรื่อยๆ ร่างคล้ายกับลอยอยู่ท่ามกลางหมอกอันเวิ้งว้าง

                จูบแล้วจูบเล่าแทนเสียงร่ำร้องให้นางกลับมาหาเขาดังถึงหัวใจของเหอตงหมิงยู่

                ความกระจ่างจุดขึ้นในหัวของนางช้าๆ ร่างของนางกำลังรับการปลุกตื่นด้วยจูบของเขา

                ธาตุเย็นในกายถูกอุ่นด้วยไอร้อนจากกายที่แนบสนิทไล่ไอเย็นในร่างจวนหมดสิ้น ชางเจี๋ยลมหายใจร้อนผ่าวขยับร่างทาบทับ

         “อาเจี๋ย อย่าได้..อย่าได้เกินเลยกว่านี้.. เสียงนางพลิ้วไหวระรัว

                รสเสน่หารัญจวนที่แสนอ่อนหวานเริ่มทำการรุกล้ำมากขึ้น

                หมิงยู่ กลับมาหาข้า

                เสียงพร่าสั่นเว้าวอนของขันทีที่ไม่ควรจะเอ่ยคำได้เหตุใดไม่สร้างความตื่นตระหนกอย่างที่ควร ?

                เหอตงหมิงยู่เลื่อนลอยเกินจะให้คำตอบกับตัวเองได้ รู้เพียงน้ำเสียงนี้ช่างคุ้นชินเหลือเกิน

                 รออีก..ยี่สิบวันเท่านั้นนางพึมพำปราม

                ร่างชางเจี๋ยชะงักค้าง

            ยี่สิบวัน..ช่วงเวลาที่จะถึงวันแต่งงานของเขาทั้งสอง

                เหอตงหมิงยู่อึ้งงัน

                เมื่อครู่นางกล่าวว่า ยี่สิบวัน ?..

                หมิงยู่ เจ้าจำข้าได้แล้ว ชางเจี๋ยกอดร่างบางชิดอกจนแทบรั้งร่างนางหายเข้าไปในกายตน ซบหน้าลงกับบ่าเล็กๆ

                เจ้า..เจ้าไม่ใช่อาซันของข้า.. เสียงนางคล้ายคนไม่ตื่นจากฝันดีนัก

                เขายกร่างขึ้นมาสบตาเหอตงหมิงยู่ แววตาทะนงเต็มไปด้วยความรักใคร่

                ข้า ชางเจี๋ย ข่านน้อยแห่งปาซา

                ข่านน้อยปาซา ? เหอตงหมิงยู่นัยน์ตาเบิกกว้าง นางหลุบมองร่างเกือบเปลือยเปล่าของตนเองใต้ร่างใหญ่ ใบหน้าแดงก่ำทั้งละอายทั้งสับสน

                ชางเจี๋ยพยักหน้าช้าๆ จุมพิตหน้าผากอ่อนโยน

                และ คู่หมั้นของเจ้า

                คู่หมั้น !?

        เหอตงหมิงยู่เผยอปากค้าง นางมองชางเจี๋ยอย่างตื่นตะลึง

                อาซันไม่เพียงมิใช่ขันที อาซันกลับเป็นข่านน้อยฉายาจิ้งจอกทะเลทราย มิหนำซ้ำยังบอกว่าเป็นคู่หมั้นของนาง

                แถมดูทีแล้วน่าจะเป็นคู่หมั้นที่กลิ้งกลอกกรุ้มกริ่มด้วย แสร้งเป็นขันทีบ้าใบ้แล้วนี่ยัง..

                เจ้าลงโทษข้าไปแล้ว เสียงโอดครวญเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นแสงวาบในแววตาคมกริบของนาง ตีข้าด้วยหวายหุ้มหนังปลาจนหักไม่น้อยกว่าสิบอัน รอกลับไปแล้วถามอิงเอ๋อร์ก็ได้ว่าเจ้าไล่ฟาดข้าจนบอบช้ำขนาดไหน

            อย่างเจ้าหรือจะบอบช้ำ..

                เหอตงหมิงยู่หลุบมองบ่าคู่ใหญ่ที่บอกความแข็งแกร่งของร่าง อกเปลือยเปล่าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลจากนานาศาสตราวุธ

            พอ..พอ..ข้าไม่ควรมองต่ำกว่านี้

                ชางเจี๋ยจับมือนางขึ้นแตะบนรอยแผลใต้คาง

                แผลนี้ข้าได้จากการคว่ำแคว้นเหยียนเพื่อชิงเจ้ามาเป็นของข้า

            แผลนี้คือเจ้ารักข้ายิ่งกว่าสิ่งใด..

                เหอตงหมิงยู่วาบขึ้นในใจจดจำได้ แต่ยังคงผลักร่างเขา ใบหน้านางร้อนผ่าวเอ่ยอุบอิบเบาๆ

                ข้าพอจะจำได้บ้างแล้ว แต่ว่า..เจ้าขยับออกไปเถอะ ทับจนข้าจะหายใจไม่ออกแล้ว

                จำเรื่องใดได้บ้าง ชางเจี๋ยยิ้มขยับลงไปอยู่ด้านข้างโอบรั้งร่างนางไว้ไม่ปล่อย

                เหอตงหมิงยู่ดึงสาบเสื้อวุ่นวาย เสื้อผ้าหลุดลุ่นจนแทบเรียกได้ว่าเปลือยเปล่าไม่ต่างกับชางเจี๋ย

                เกือบทุกอย่างแล้ว

                แต่ไม่รวมเรื่องสำคัญของเรา ชางเจี๋ยท้วงอย่างไม่ยินยอม หากจำได้หมด เจ้าต้องไม่ปฏิเสธข้า

                หมายความว่า.. เหอตงหมิงยู่อึกอัก

                เจ้าจะตามใจข้าทุกครั้ง จะอย่างไร แค่ไหน ก็ไม่ปฏิเสธข้าสักครั้ง ชางเจี๋ยซ่อนยิ้มเอ่ยอย่างจริงจังคิดลามเลยอีกครั้ง

            หลังจากนี้จะโดนหวายเป็นร้อยอันข้าก็ยอม

                ตอนนี้ข้ายังจำตรงนี้ไม่ได้นี่ รอให้ข้าจำได้ก่อนค่อยตามใจ

                เห็นนางเสียงแข็งตาขุ่นใส่ชางเจี๋ยก็ต้องยอมถอยให้แต่ยังมิวายจะ..

                หมิงยู่ เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว.. ชางเจี๋ยเอ่ยอ้อนราวกับนางทอดทิ้งให้เขารออยู่นับปี  ให้ข้าเพิ่มความมั่นใจอีกนิดเถิด ว่าเจ้าจะไม่ลืมข้าอีก

                ชางเจี๋ยลดใบหน้าลงมาฝังจูบโลมเล้าจนนางแทบไร้แรงต้าน

                องค์หญิงมีธาตุเย็นมากเกินไปจนเสียสมดุล.. อ้าวเทียนได้บอกเช่นนี้หลังการฝังเข็มครั้งแรก

            เช่นนี้ท่านลุงจึงหมายให้ข้าแทรกปราณร้อนเข้าไปในร่างนาง ?

                ร่างใหญ่อาศัยการโอนอ่อนของนาง ขยับกายแช่มช้า ทว่า..

                รออีกยี่สิบวัน !

            กำปั้นน้อยๆทุบกลางอกดังปึ่ก

 

 

 

            องค์หญิง ข่านน้อยใช้วิธีไหนทำให้ท่านกลับมาจดจำได้หรือเจ้าคะ ?

                เสียงของอิงเอ๋อร์ไม่ซ่อนความตื่นเต้นปนฉงนขณะปลดสายรัดเอวถอดชุดเตรียมให้องค์หญิงของนางได้อาบน้ำหลังการตรากตรำในหุบเหวมาหนึ่งคืน

                มือนุ่มนิ่มของนางกำนัลคนสนิทชะงักค้างพร้อมริมฝีปากอ้า แต่สองพริบตาต่อมาใบหน้าตื่นตะลึงก็กลับสู่ความปกติราวมิเห็นสิ่งใดนอกจากพวงแก้มแดงก่ำกว่าผลท้อสุกงอม คลี่ชุดคลุมอาบน้ำลงบนร่างองค์หญิงของนาง

                เหอตงหมิงยู่ใบหน้านิ่งเฉยทว่าแดงก่ำไม่แพ้กัน เสื้อคลุมอาบน้ำบางเบามิอาจปกปิดรอยจ้ำแดงบนลำคอและทั่วทรวงอกได้ กระทั่งเอวและหน้าท้องก็ยังเห็นรอยประปราย

                ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด เหอตงหมิงยู่เห็นใบหน้าของนางแล้วทนต่อไม่ไหวต้องเอ่ยออกมา

                มิกล้า บ่าวมิได้คิด อิงเอ๋อร์ลนลานตอบ

                เหอตงหมิงยู่เห็นอิงเอ๋อร์ก้มหน้าต่ำ กัดริมฝีปากแทบขาดแต่ไม่วายลอบจ้องจนตาแทบทะลุ

                นางกระแทกลมหายใจ พลอยเคืองไปถึงตัวต้นเหตุที่ทำให้นางต้องอับอาย

            มิคิด ?.. ให้เจ้าตายสิอิงเอ๋อร์ !

                นางกำนัลหน้าห้องเดินเข้ามาบอกกล่าวบางสิ่ง

                เหอตงหมิงยู่พยักใบหน้าช้าๆ นางกำนัลผู้นั้นล่าถอยไปแล้วกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมคนผู้หนึ่ง

                อูเหมยหลินส่งสายตาวับวาวมาแต่หน้าประตูเดินมาย่อกายลงข้างอ่างอาบน้ำทองเหลือง นางหลุบมองแล้วเปิดเผยรอยยิ้มพิสดารอย่างไม่เกรงอาญา

                เพ้ย ! เหอตงหมิงยู่ดีดน้ำใส่คนหน้าทะเล้น สายตาและยิ้มเช่นนี้ของเจ้าเก็บไว้ใช้กับองค์ชายสามเถอะ

                เฮอะ ! คนผู้นั้น..

                นางย่นจมูกตวัดสายตาไปนอกหน้าต่างราวจะฝากผ่านอากาศไปถึง คนผู้นั้น ก่อนเอ่ยเสียงเบา

                มันยังไม่ไปจากเมืองหลวง

                เหอตงหมิงยู่พยักใบหน้า

                อาเจี๋ยบอกว่าคืนก่อนมันลอบมาเฝ้าดูข้า

                มัน ที่พวกนางเอ่ยถึงย่อมหมายถึง อาหร่าน

                มันเห็นว่าท่านจดจำมิได้ย่อมวางใจระยะหนึ่งหันไปทำบางเรื่องก่อน

                เรื่องใด ?

                อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวของมัน มันสังหารพี่ชายร่วมบิดา ย่อมต้องคิดกระทำบางสิ่งต่อไป

                อูเหมยหลินยิ้มเช่นทารกกำลังจะได้ออกไปเที่ยว

                ระหว่างที่มันคลายใจทางนี้ เราจะตลบหลังมัน

                เหอตงหมิงยู่เลิกคิ้ว

                ตอนที่ข้ายังจำอะไรไม่ได้ พวกเจ้าคงได้วางแผนกันไปแล้ว

                จากนี้ข่านน้อยย่อมบอกต่อท่านแน่นอน ร่างระหงลุกยืนหัวร่อเสียงใส ข้าจะไปปั่นหัวมันก่อน

                ไปคนเดียวไม่อันตรายไปหน่อยหรือ.. เหอตงหมิงยู่เอ่ยคล้ายรำพึงมากกว่าเป็นคำถาม คิ้วเรียวย่นอย่างตริคิด

                องค์ชายสามไปกับข้าด้วย พวกเรา..

                อูเหมยหลินรีบบอกให้นางคลายกังวลแล้วหยุดคำ รู้ตัวแล้วว่าถูกดักทางเพราะอีกฝ่ายปรายสายตาหยอกล้อเอาคืน

                อ้อ..

                เหอตงหมิงยู่ส่งเสียงเบาในคอก่อนแย้มมีชัย

                นางคือ เหอตงหมิงยู่ มีหรือจะให้ผู้ใดกินฝ่ายเดียว นอกจากกินคืนแล้ว นางยังต้องกินให้มากกว่าด้วย

                เจ้าทั้งสองเมื่อประสานงานกันย่อมต้องให้การคุ้มกัน กันและกัน..

                เหอตงหมิงยู่ซ่อนเล่ห์ใต้แววตาคมใส

 

            เหมยเหมย เจ้ารู้หรือไม่ว่าองค์ชายสามมีจุดอ่อนที่ใด ?

 

 

 

 

*****      22/03/2562

                รู้งี้ใช้วิธีนี้ตั้งแต่แรกแล้ววว.. อาเจี๋ยมิได้กล่าว ^^

               

.....................................

                หมิงยู่กลับมาหาอาเจี๋ยแล้ว

                เราก็กลับมาหาเพื่อนๆเหมือนกันจ้า คิดถึงทุกคนนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

178 ความคิดเห็น

  1. #143 ถังหูลู่ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 22:58

    หมิงยู่มีแผนอะไรนะ?///รอตอนต่อไปค่ะ

    #143
    1
    • #143-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 35)
      27 มีนาคม 2562 / 18:01
      นางก็มีความแสบในรูปแบบของนาง อิอิ
      #143-1
  2. #142 rudeet (@rudeet) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 20:59

    ในที่สุดก็กลับมา

    #142
    1
    • #142-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 35)
      27 มีนาคม 2562 / 18:01
      ไม่อยากให้นานค่ะ สงสารอาเจี๋ยจะอกแตกตาย 555
      #142-1
  3. #141 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 17:58
    อร๊าย 18++
    #141
    1
  4. #140 Moomomomoo (@Moomomomoo) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 16:33
    คิดถึงไร์เหมือนกันค่ะ
    #140
    1
    • #140-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 35)
      27 มีนาคม 2562 / 18:00
      ขอบคุณมากค่า ได้กำลังใจมากมาย ^^
      #140-1