ชางเจี๋ย..ขันทีเก้าตำลึง

ตอนที่ 42 : ฤดูหนาวมีม่านหมอกและข้าวหมาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    17 มิ.ย. 62

 

                  พระสนมหกถังเหมยซินยกชายแขนเสื้อบังการเคี้ยวขนมปี้หลัวไส้หวานอย่างแช่มช้า พลางจับจ้องใบหน้าของที่นางภาคภูมิใจในความหล่อเหลาราวหยกสลักอย่างค้นหา

                ความเกลี้ยงเกลาเลิศเลอมีร่องรอยฟกช้ำจางๆ ความอิดโรยยังมีตกค้างให้เห็น ทว่าประกายตาของเขากลับระยับเจิดจ้า

                นางเคยเห็นแววตาที่คล้ายกันแบบนี้ คือช่วงที่เขากลับจากสมรภูมิพร้อมเหอตงป้าย แต่นี่เขาเพิ่งกลับจากตำหนักของเหอตงหมิงยู่

                กระทั่งเหอตงลี่เหอกลืนขนมคำสุดท้ายและจิบชาไปค่อนถ้วย พระสนมถังเหมยซินขยับปลอกเล็บสีทองเท่าแมลงขยับปีก นางกำนัลข้างกายก็ออกคำสั่งให้นางกำนัลด้านนอกมาเก็บจานขนมออกไป

                                “วันนี้ต้องออกไปข้างนอกหรือไม่ ?

                เสนาะสำเนียงเอ่ยเอื้อนได้ไพเราะแม้เป็นเพียงคำพูดทั่วไปของมารดาเรียกให้เหอตงลี่เหอหัวร่อเบาออกมา สบสายตามารดาอย่างอ่อนโยน

                ในการขยับปลอกเล็บอีกครั้ง นางกำนัลในห้องทุกนางไม่เว้นนางกำนัลข้างกายก็ล่าถอยออกไปจากห้องจนหมด

                ท่านมีเรื่องถามลูก ? ความสนิทสนมและการตามใจของมารดาทำให้เหอตงลี่เหอกล้าถามกลับด้วยสำเนียงหยอกล้อรู้ทัน

                พระสนมหกใช้การคลี่แย้มแทนการตอบรับ

                แม่ปกครองบ่าวภายในเจ้าปกครองกองกำลังตำหนัก เรื่องนี้แม่ย่อมรู้และมิสมควรก้าวก่าย ทว่าระยะนี้คล้ายกับคนใกล้ชิดของเจ้ามีปัญหาที่มิใช่แค่เรื่องภายในตำหนักของเรา..

                เรื่องนี้ที่จริงแล้วสมควรให้ท่านรู้เช่นกัน

                เหอตงลี่เหอลดรอยยิ้มลงเกือบเป็นราบนิ่ง จากนั้นจึงค่อยบอกเล่าเรื่องราวออกมาช้าๆเกือบครบถ้วน

                พระสนมถังเหมยซินกดพัดกลางริมฝีปากของตนยั้งคำอุทานตั้งแต่เริ่มต้นเรื่อง กระทั่งฟังเรื่องราวจบลงค่อยระบายลมหายใจยาวลดพัดลงช้าๆ ความตื่นตระหนกและคาดไม่ถึงยังคงไม่หลุดไปจากสีหน้าและแววตา

                สุดท้ายแล้วพระสนมถังเหมยซินได้แต่ส่ายใบหน้าไปมาด้วยความรู้สึกหลากหลายปะปนกัน

                อาหร่านแม้มิใช่ดีแต่ก็มิเคยคิดร้ายกับผู้คนตำหนักนี้ หากแต่การกระทำของอาหร่านทำให้มิอาจเก็บมันไว้ได้

                นางเวทนาอาหร่านแต่มิเวทนาบุตรสาวของมันเลยสักน้อย

                หว่างคิ้วเรียวงามมีความเร้นลับบางอย่างแตะแต้มแล้วจางหายไป

                หลังยามซื่อ ลูกและหมิงยู่จะไปรายงานเรื่องนี้กับเสด็จพ่อ

                เจ้าและองค์หญิงเจ็ดสนิทสนมสนิทสนมกันแล้ว ?

                ภาพนางวิ่งมากอดเขาแม้เพียงช่วงสั้นๆก่อนโผหาชางเจี๋ยก็เพียงพอให้เหอตงลี่เหอยิ้มออกมา

                คุณสมบัติพร้อมของพี่ชายเช่นลูกนางจะไม่รับได้อย่างไร ชางเจี๋ยเองก็ให้ความเกรงใจลูกอยู่หลายส่วน ลูกอบรมหมิงยู่ต่อหน้าเขาหลายคำ สีหน้ายังมิกล้าแปรเปลี่ยน

                พระสนมถังเหมยซินแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ

                เหอตงหมิงยู่เป็นคู่หมั้นของข่านน้อย สายข่าวของนางแจ้งว่าข่านน้อยผู้นี้เป็นหลานที่ปาข่านรักใคร่มากที่สุด หมายใจให้เขาเป็นผู้สืบทอดแคว้นต่อไป ความสนิทสนมนี้จะเป็นฐานให้บุตรชายของนางโดดเด่นมั่นคงขึ้น

                หากมองถึงวันข้างหน้าที่เหอตงหมิงยู่จะได้ขึ้นเป็นมารดาแห่งแคว้นปาซาแล้ว เท่ากับว่าทั้งสองแคว้นนี้มีความสัมพันธ์ฉันท์เครือญาติ

                แล้วจะมิดีหรือหากจะให้เหอตงลี่เหอได้ปกครองแคว้นเหอตง เพื่อความทัดเทียมต่อรองผลประโยชน์กันได้เต็มปากเต็มคำ

                ไม่แน่ว่าเรื่องนี้จะทำให้ผู้มองประโยชน์ของแคว้นเป็นหลักอย่างเหอตงป้ายได้ฉุกคิด และตัดสินใจยกตำแหน่งรัชทายาทให้กับเหอตงลี่เหอ

                ทางเหอตงลี่เหอเองก็ต้องเพียบพร้อมในทุกด้าน ต้องโดดเด่นกว่าองค์ชายใหญ่เหอตงต้าคัง จึงจะมีน้ำหนักไม่เป็นที่คัดค้านจากเหล่าขุนนาง

                นายกองอูผู้นั้นเป็นบุคคลเช่นไร ?เสียงมารดาไม่เผยความนัยให้ไหวรู้

                เหอตงลี่เหอวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ กระแอมไอจนใบหน้าแดง

                นาง เอ้อ นางห้าวหาญ เปิดเผย และ..และ.. เหอตงลี่เหอยั้งคำหนึ่ง หลุดอีกคำออกมาแทน นางแข็งแรงเท่าบุรุษ

                นางนับว่าใช้ได้ คบหานางเป็นสหายผู้หนึ่งก็มิเสียหายอะไร พระสนมถังตบบ่าบุตรชายเบาๆ ต่อจากนี้คงว่างเว้นจากการศึกแล้ว สมควรแก่เวลาจะหาคู่ครองให้เจ้าเสียที องค์หญิงของแผ่นดินใหญ่ล้วนงดงาม แม่จะคัดสรรที่คุณสมบัติพร้อมและคู่ควรให้กับเจ้า

                เหอตงลี่เหออ้ำอึ้งกล่าวคำไม่สำคัญต่ออีกสองสามคำก่อนขอตัวออกไป

                        พระสนมถังเหมยซินมองตามแผ่นหลังกว้าง รอยแย้มคงดุจเดิม หากแต่ประกายอุ่นอ่อนในแววตาเจือจางลง

 

 

 

                เหล่าผู้เฒ่าเป็นอย่างไรกันบ้าง ?

                ชางเจี๋ยทอดสายตาออกไปเบื้องนอกมองผ่านม่านบางเบาของหิมะโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าไปในทิศทางแคว้นปาซา

                อากาศหนาวเย็นเช่นนี้เหล่าชาวปาซามิเคยได้สัมผัสมาก่อน หากแต่ชางเจี๋ยเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของคนหนุ่มสาวว่าจะปรับตัวผ่านพ้นไปได้ กังวลแต่ผู้เฒ่าทั้งหลายที่แม้มีจิตใจแข็งแกร่งทว่าร่างกายร่วงโรยอาจต้านรับไม่ไหว

                พวกเขาล้วนได้รับการดูแลอย่างดี อาเฉียงตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง แหงนมองฟ้ากว้างแล้วพริ้มตาสูดลมหายใจรับอากาศสดชื่นราวล่องร่างอยู่บนฟากฟ้าไร้เส้นขอบจำกัดอาณา

                ชางเจี๋ยหันมองอาเฉียง ร่างปราดเปรียวสวมเสื้อหนังสัตว์ตัวยาวให้ความอบอุ่นรูปแบบการตัดเย็บดูทะมัดทะแมง ช่วงเอวห้อยตราพิเศษฐานะผู้สื่อสารส่วนตัว เบิกทางให้อาเฉียงผ่านเข้าออกประตูเขตราชฐานได้ตลอดเวลา

                ท่านพ่อและท่านลุงฝากความใดถึงข้า ?

                ทั้งสองท่านกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าท่านไม่สมควรอยู่ในตำหนักคู่หมั้นเนิ่นนานไปกว่านี้ อาเฉียงตอบพร้อมรอยยิ้มทั้งที่ยังพริ้มตาอยู่ มารดาของท่านรบเร้าเรื่องงานวิวาห์ทุกครึ่งชั่วยามจนทั้งสองท่านแทบปั้นดินอุดหูตัวเองแล้ว ทั้งสองท่านฝากบอกด้วยว่า หากข่านน้อยกตัญญูก็เร่งสะสางเรื่องทางนี้ให้เสร็จเร็วๆเถอะ ก่อนที่หูของทั้งสองท่านจะใช้การมิได้

                ชางเจี๋ยหัวร่อเสียงดัง เขาหันหลังไปมองเจ้าของเสียงฝีเท้าที่กรายเข้ามาในห้อง แววตากรุ้มกริ่มจนคนถูกมองใบหน้าร้อนผ่าว

                              “ข้าทำบัวลอยสุราข้าวหมากดอกกุ้ยเสร็จแล้ว ให้คนจัดเตรียมไว้ที่ชานด้านตะวันออก ไปลองชิมฝีมือข้าสักหน่อย เหอตงหมิงยู่บอกกล่าวและปรายตามาทางอาเฉียงเป็นเชิงขวนเขามาร่วมด้วย องค์ชายรองก็รออยู่

                ท่อนความบอกเล่าตอนท้ายเบาลงเล็กน้อย เจือการสื่อความหมายบางอย่าง

                จบเรื่องราวของอาหร่านแล้ว แต่เหอตงลี่เหอยังคงวนเวียนมายังตำหนักพระสนมรองอยู่เนืองๆ จะว่ามาพบปะนางก็แค่ทักทายพูดคุยไม่กี่คำ ที่เหลือเขาเอาแต่หาเรื่องอูเหมยหลิน ถกเถียงกันลั่นตำหนักจนบางครั้งถึงวิวาทปะมือ สาแก่ใจแล้วค่อยกลับตำหนักตัวเองอย่างปลอดโปร่งสบายตัว

                อูเหมยหลินเองก็เหมือนกับว่าถ้าวันไหนมิได้พ่นคำดุเดือดหรือปล่อยหมัดใส่เหอตงลี่เหอ นางก็จะกระวนกระวายชะเง้อหาทั้งวัน

                ทั้งสองเอาแต่วิวาทต่อยตีอย่างมิรับรู้ว่ามีสายตาเฝ้ามองถึงสี่คู่ โดยเฉพาะคู่ที่เป็นของอูไห่หนานนั้นอัดแน่นด้วยความกังวล

                องค์หญิงเจ็ด บ่าวขอถามท่านตามตรง เรื่องขององค์ชายรองนี้.. อาเฉียงเอ่ยชัดถ้อยตามวิสัยผู้สื่อสารที่ต้องการเนื้อความชัดแจ้ง หากแต่ที่หยุดในตอนท้ายเพราะยังให้ความเกรงใจอยู่

                ระหว่างองค์ชายรองและเหมยเหมยใช่หรือไม่ ? เหอตงหมิงยู่ก็เป็นสตรีชัดเจนเช่นกัน อูไห่หนานย่อมต้องบอกกล่าวให้บิดาของเขารับรู้บางส่วนบ้าง

                อาเฉียงพยักหน้าตอบรับ

                พระสนมหกมารดาองค์ชายรองยึดถือเรื่องศักดิ์ตระกูลนัก เรื่องนี้ไม่ง่ายสำหรับคนทั้งสอง เหอตงหมิงยู่เอ่ยอ่อน

                              “หากเป็นสตรีทั่วไป องค์ชายรองสามารถแต่งตั้งสตรีที่เหมาะสมเป็นชายาเอก และรับเหมยเหมยเป็นชายารอง เช่นนี้พวกเขาก็ยังสามารถครองคู่กันได้ แต่เหมยเหมยเป็นสตรีปาซา นางมิอาจรับการมากสามีภรรยา พระสนมหกก็มิยอมรับฐานะของนาง หากองค์ชายรองยังดึงดันจะแต่งเหมยเหมยเป็นชายาเอกให้ได้ เขาก็ย่อมกระทำได้ แต่..เจ้าคิดว่าสตรีเช่นเหมยเหมยจะเลือกเอาความปรารถนาของตน แล้วยอมให้สามีผิดใจกับมารดาไปตลอดชีวิตหรือ

            เหอตงหมิงยู่เอ่ยจบแล้วก็ถอนหายใจบางเบา

 

 

 

                 ท้องฟ้าคืนนี้มืดกว่าสีหมึก ความหนาวเย็นโอบล้อมทั้งตำหนักจนต้องปิดหน้าต่างทุกห้อง

                บนระเบียงกว้างมีตั่งตัวใหญ่และโต๊ะกลมสำหรับวางถาดสุราอาหาร ชางเจี๋ยโอบร่างนุ่มนิ่มแนบอก คลี่ผ้าห่มหนังขนแกะเย็บต่อกันเป็นผืนใหญ่คลุมสองร่างบนตั่ง

                เหอตงหมิงยู่รินสุราเกือบเต็มจอกยกขึ้นจรดริมฝีปากชางเจี๋ย

                ลองชิมดู นางชักชวนอย่างกระตือรือร้น

                กลิ่นหอมของสุราโชยเข้าจมูก ขางเจี๋ยดื่มรวดเดียวหมดจอกแล้วแย้มยิ้มให้นาง

                หอมและรสดีนัก

                ระยะแรกอาจจะหวานไปสำหรับบุรุษ ให้มันบ่มตัวอีกสักระยะความหวานจะลดลงเป็นความร้อนแรงขึ้น เจ้าลองชิมเป็นระยะๆก็แล้วกัน เหอตงหมิงยู่เอ่ยอ่อนหวาน รู้ว่าเขาเอาใจชื่นชมนางในทุกสิ่ง

                นางได้ทำข้าวหมากเตรียมไว้มากมายสำหรับช่วงฤดูหนาว บ้างทำร่วมกับอาหารคาว บ้างมาเพิ่มในขนม และบางส่วนยังนำมาหมักต่อเป็นสุรา

                นางหันไปรินสุราจิบจอกเดียวกับเขาอย่างมิทันคิดว่าการกินร่วมตะเกียบการดื่มร่วมจอกเป็นความใกล้ชิดฉันท์สามีภรรยา

                กลางวันอุ่นท้องด้วยขนมบัวลอยสุราข้าวหมาก ตกค่ำอุ่นร่างด้วยสุราข้าวหมากดอกกุ้ย เช่นนี้ค่อยคลายความหนาวเย็นไปได้มาก

                ข้าทำให้เจ้าอุ่นได้มากกว่าสุราเหยือกนี้

                ชางเจี๋ยจิบสุราที่เหลือในจอกแล้วป้อนนางด้วยปากตนเอง ความหอมหวานของสุราดอกกุ้ยอบอวลทั่วโพรงปาก หากความร้อนแรงกว่าคือจูบที่เขามอบให้

                พลิกกายเพียงครั้ง เหอตงหมิงยู่ก็ตกอยู่ใต้ร่างเขาแล้ว ความร้อนผ่าวจากกายใหญ่นาบให้นางอุ่นไปทั่วร่าง ความรู้สึกจวนเจียนสิ้นสูญในพายุจูบจนนางต้องรีบฝืนสติยับยั้งมิให้การรุกรานมากไปกว่านี้

                ขอบคุณท่านแม่ยิ่งนักที่ฝากผ้าห่มผืนนี้มากับอาเฉียง เป็นผ้าห่มที่ให้ความอบอุ่นกว่าผ้านวมผืนหนาที่มี

                เหอตงหมิงยู่กล่าวกับคนซบหน้านิ่งกับอกอิ่ม เสียงของนางยังติดพร่าสั่นเล็กน้อยจากอารมณ์วาบหวามเมื่อครู่ ลืมไปแล้วว่าเดี๋ยวนี้นางเรียกขานมารดาของชางเจี๋ยว่า ท่านแม่ ได้ไม่ขัดเขิน

                ชางเจี๋ยกดความปรารถนาให้ซาลง จมูกลากไล้ผิวอกเมื่อยกเงยขึ้นมา

                ท่านยังฝากการเร่งรัดอาเฉียงมาด้วย ให้เราวิวาห์ให้เร็ววัน

                เหอตงหมิงยู่มีประกายตาอย่างหนึ่งที่ทำให้ชางเจี๋ยต้องแตะแก้มเอ่ยทวนคำมั่น

                ข้าจะสะสางเรื่องให้เจ้าแน่นอน อย่าได้อาทรเลย ร่างใหญ่ขยับเลื่อนมาอยู่ข้างก่อนรวบนางมาแนบอก องค์ชายรองต้องรู้เห็นเรื่องบางอย่าง เพราะเขาอยู่ที่นั่นในวันนั้น

                เหอตงหมิงยู่นึกถึงแผลรอยกัดที่ท้องแขนของเหอตงลี่เหอ นางพยักหน้าช้าๆเห็นด้วยกับคำกล่าวที่ตามมา

              เราจะเริ่มสืบเรื่องราวจากตรงนี้

 

 

 

                  พระสนมถังเหมยซินเล็งลู่ทางวันข้างหน้าและคิดถึงการจะกรุยทางส่งเสริมบุตร หากแต่มีผู้มองไกลกว่านางไปอีกหลายก้าว

                ได้ยินว่าเวลานี้องค์ชายเหอตงลี่เหอแวะเวียนไปตำหนักพระสนมรองบ่อยครั้ง แต่มิใช่ตั้งใจไปพบปะกับหมิงยู่ อูไห่หนานได้บอกเล่าเรื่องราวใดมาในจดหมายหรือไม่ ?

                เสียงทุ้มกล่าวเรียบเรื่อย วางหมากในมือลงในจุดแทนแต่ละตำแหน่ง ใบหน้าคมคายเงยส่งสายตาไปที่ใบหน้ากลัดกลุ้มของอูเจียง

                             ชางกั๋วเซียเงยหน้าจากจอกสุราขึ้นมามองเพียงผ่านแล้วกลับไปให้ความสำคัญกับสุราต่อ สุราจากว่าที่สะใภ้ที่ฝากอาเฉียงมาพร้อมคำกำกับว่า ควรทิ้งช่วงสักระยะสุราจึงจะคลายความหวานเป็นความกลมกล่อมร้อนแรงได้ที่ แต่เมื่อเปิดสูดดมได้กลิ่นหอมของดอกกุ้ยแล้ว ชางกั๋วเซียก็บอกว่า เขาก็ชมชอบสุราที่ออกหวานเหมือนกัน

                อาหนานบอกว่าองค์ชายรองเสนอสินสอดฝากเขามาให้ข้าพิจารณา อูเจียงบอกจำนวนสินสอดออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง มิได้คิดว่าเป็นวาสนาของบุตรสาวเลยสักนิด

                ปาเก้อหลานยกจอกสุราขึ้นจิบแล้วหลุบตามองสุราที่เหลือในจอก ก่อนย้ายสายตาไปทางชางกั๋วเซีย เห็นอีกฝ่ายดื่มด่ำในรสชาติรินจอกแล้วจอกเล่าก็ต้องส่ายหน้าไปมา

                            “พระสนมถังมาจากแผ่นดินใหญ่ นางย่อมพกพาระเบียบแบบแผนที่เคร่งครัดติดมาด้วย อีกทั้งอุปนิสัยนางตามที่อาเฉียงแจ้งมา นางถือยศศักดิ์มิใช่น้อย อีกทั้งผลักดันบุตรให้สูงส่งจนเป็นนิสัย

                อูเจียงรู้ความหมายที่ปาเก้อหลานกล่าว ใบหน้าคร้ามแดดก้มตก เอ่ยออกมาอย่างปลงใจ

                เหมยเหมยมิใช่สตรีมักใหญ่ใฝ่สูง นางย่อมรู้ฐานะของตน

                ปลดอูเหมยหลินจากตำแหน่งองครักษ์ เรียกให้นางกลับมาทันที !” ปาเก้อหลานวางจอกสุราลง สั่งความด้วยน้ำเสียงเฉียบเข้ม

                ท่านข่าน ? ความตระหนกเพิ่มลงไปในความกลัดกลุ้มทำให้ใบหน้าอูเจียงยิ่งบิดเบี้ยว

                ครั้งนี้บุตรสาวของตนวางตัวเกินขอบเขตหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไปแล้วจริงๆ สมควรต้องถูกปลดแล้ว

                ข้อความในจดหมายที่อูไห่หนานส่งมาบอกให้ลูกว่าบุตรคนรองก็มีใจให้ผู้สูงศักดิ์เช่นกัน ใจของผู้เป็นบิดาจึงเวทนานางไม่น้อย รู้ชัดว่าความรักนี้มิอาจสมหวัง

                ชาวปาซายึดมั่นในรักเดียว วันข้างหน้าอูเหมยหลินไม่พ้นต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างไปตลอดชีวิต

                อูเจียงขบกรามกลั้นน้ำตารันทดชะตาชีวิตของบุตรสาว

                กายหนาขยับเตรียมไปออกหนังสือเรียกตัวบุตรสาวกลับมา แต่แล้วต้องชะงักตามเสียงเรียก

                ชางกั๋วเซียรั้งอูเจียงแล้วก็หันไปหัวร่อปานฟ้าถล่มให้ปาเก้อหลาน

                ท่านพี่จะล้อเล่นเกินไปแล้ว เหตุใดมิกล่าวให้หมดเล่า จะแกล้งให้อูทั้งตระกูลกลืนน้ำตาไปกี่วันกว่าจะให้พวกเขารู้

                อูเจียงมีสีหน้างุนงง แต่มิกล้าเอ่ยถาม

                ปาเก้อหลานพยักหน้าให้ชางกั๋วเซียบอกแทน

                น้องชายผู้นี้ไม่ได้ความที่สุด แต่เป็นน้องที่เขารักใคร่สนิทสนมที่สุด

                ท่านพี่ของข้าจะรับอูเหมยหลินเป็นบุตรบุญธรรมชางกั๋วเซียกล่าวพลางหัวร่อฮาฮา

                ปาเก้อหลานขยับย้ายที่หมากสีขาวก่อนวางหมากสีดำลงไปข้างๆ แล้วหยิบหมากสีขาวอีกอันวางแทนที่หมากขาวตัวเดิม

                “ข้าจะดูว่าครานี้จะมีผู้ใดปฏิเสธบุตรสาวของข้าหรือไม่ ?

                ท่านข่าน !” ร่างใหญ่โตของอูเจียงโงนเงนแล้วทรุดจนเข่ากระแทกพื้นดังปัง

                ปาเก้อหลานยกมุมปากให้หมากบนกระดาน หันไปสั่งการอาเฉียง

 

            เมื่ออูเหมยหลินออกพ้นประตูเขตราชฐานไปแล้วหนึ่งวัน ให้เจ้าปล่อยข่าวให้ทั่วราชสำนักเหอตงว่าข้ารับอูเหมยหลินเป็นบุตรบุญธรรม และเตรียมหาคู่วิวาห์ให้กับนาง

 

 

 

 

............................................

 

*****      17/06/2562

                แนวแรกนี้ใกล้จบแล้วค่ะ

                และเรามีเขียนเรื่องใหม่ไว้แล้ว พร้อมลงเมื่อเรื่องนี้จบ

                ส่วนแนวที่ 2

                ก็ได้ทำการลงในวันนี้ด้วยทีเดียว 2 ตอน

                ขอเชิญชวนเพื่อนๆไปอ่านกันค่ะ

                ถูกใจ / ไม่ถูกใจ ยังไงก็ช่วยบอกเราด้วยนะคะ

 

 

อากาศเปลี่ยน เริ่มมีฝนตกบ่อยขึ้น ดูแลสุขภาพกันทุกคนนะคะ

คิดถึงทุกคนค่ะ ^^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

178 ความคิดเห็น

  1. #168 NatthayaSrichan (@NatthayaSrichan) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 11:53
    ดีใจกับเหมยหลิน
    #168
    1
  2. #167 InthiraP (@IP31122518) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 20:00

    เหมยหลินมีแบ๊คดี

    #167
    1
    • #167-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 42)
      19 กรกฎาคม 2562 / 13:40
      ท่านข่านเข้าใจความรู้สึกนี้ดีค่ะ ^^
      #167-1
  3. #166 JunJaoKratae (@JunJaoKratae) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 18:54
    เหมยหลินเราไม่น้อยหน้าใคร555
    #166
    1
    • #166-1 มุกน้ำค้าง (@iya14) (จากตอนที่ 42)
      19 กรกฎาคม 2562 / 13:40
      คราวนี้หม่อมแม่พี่ลี่เหอจะว่าไงล่ะ อิอิ
      #166-1
  4. #165 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 13:32
    หวานจริงจังพายุจูบ ...คริคริ ^^ แวะมาทักทายนะคะ ;)
    #165
    2
  5. #164 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 12:33
    รออ่านนะ
    #164
    1