ประวัติตระกูลอุจิวะ
เขียนโดย
jah2539
ตระกูล"ฮิวงะ"เป็นหนึ่งในตระกูลที่เก่าแก่ที่สุดใน "โคโนะฮะ" ซึ่งอยู่มาตั้งแต่การก่อตั้งหมู่บ้าน หลายปีก่อนหน้านี้มี"สาวฮิวงะ"คนนึงได้ตกหลุมรักกับชาย นอกตระกูลคนนึง เธอตัดสินใจที่จะแต่งงานกับเขาแม้ว่าจะถูกคัดค้านจากคนหลายคนและผู้ใหญ่ในตระกูลก็ตาม ชายคนที่สาวฮิวงะตกลงปลงใจด้วยนั้นไม่ใช่ผู้ชายที่เป็นคนปรกติ แท้จริงแล้วเขาไม่ใช่คนเลยด้วยซ้ำ เขามีนามว่า "โซโจโบ" กษัตริย์ของ"เท็นงู"อย่างไรก็ตาม เด็กสาวตระกูล"ฮิวงะ"ก็หลงรักกับ "โซโจโบ" ในร่างมนุษย์ โดยที่ไม่รู้ถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของเขา เธอแต่งงานกับเขาหลังจากที่เจอกันแค่ไม่นาน จากนั้นเพียง 1 หรือ 2 ปี เธอก็ตั้งครรภ์ และได้ให้กำเนิดบุตรชาย คนแรก "โซโจโบ"ตั้งชื่อให้บุตรชายคนนี้ว่า "อุจิวะ" "อุจิวะ มาดาระ" อุจิวะ ซึ่ง แปลว่า "พัด" และอย่างที่เรารู้กัน "พัด" นี้ต่อมาได้กลายเป็นเครื่องหมายประจำตระกูล ของตระกูลใหม่ที่มีนามว่า "อุจิวะ" ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี "อุจิวะ มาดาระ" ตอนนี้ได้เติบโตและกลายเป็นนินจาที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง เขาไม่ได้รับอำนาจ"ขีดจำกัดทางสาย"เลือดจากแม่เท่านั้น แต่ด้วยสายเลือดของ"เท็นงู"ในตัวเค้า เนตรจาก"ฮิวงะ"ก็ได้ผสมผสานไปสู่เนตรอีกแบบที่น่ากลัวยิ่งกว่า" เนตรวงแหวน" "ขีดจำกัดสายเลือดใหม่"นี้ มี 2 ระดับ คือ "เนตรวงแหวนธรรมดา" และ "เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา"เช่นเดียวกับพ่อของเขา "มาดาระ"มีพลังและความสามารถที่ยิ่งใหญ่ เขาสามารถเข้าแทรกซึม เจาะไปในจิตใจของผู้อื่น หรือเคลื่อนย้ายตัวเองข้ามระยะทางสั้นๆ เมื่อเค้าเบิก"เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา"[เขามีเนตรวงแหวนตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เหมือนพี่น้อง"ฮิวงะ"ของเขา] ดวงตาของเค้าจะเพิ่มพลังให้เขาอีกมาก และทำให้ร่างกายของเค้าเปลี่ยนแปลงจนใกล้เคียงรูปร่างของเท็นงู เขามี คาถา 3 อย่างคือ[1.] Tsukiyomi ซึคิโยมิ [ควบคุมจิตใจของคน และบงการพวกเค้า] [2.]Amaterasu อมาเทราซึ [เคลื่อนย้ายวัตถุไปสู่มิติอื่น]และ[3.]ซูซาโนโอะ [สร้างพายุเหมือนที่สร้างจากพัดของเท็นงู]เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา "อามาเทราซึ "เคลื่อนย้ายบางสิ่งไปสู่อีกมิตินึง โดยการบิดเบือนมิติเวลา โดยจะทิ้งเปลวเพลิงสีที่จะเผาไหม้อยู่ 7วัน 7 คืน เพื่อทำลายบริเวณรอบๆ [ตอนที่อิทาจิเผาพุงกบ จิไรยะ] และการที่"คาคาชิ"ใช้ตา"ซ้าย"เพื่อร่ายคาถาเนตรและ"อามาเทราซึ"นั้น ในตำนานญี่ปุ่น เกิดจากตาซ้ายของ "Inazagi อินาซากิ" [และ คาคาชิได้ตาซ้ายมาจาก "โอบิโตะ"[คนสายเลือด"อุจิวะ"]ดังที่กล่าวไว้ตอนต้น] เหตุผลที่คาถาเนตรของ"คาคาชิ"ไม่ทำให้เกิดเปลวไฟ"สีดำ" เพราะว่าเขาไม่ใช่คน "อุจิวะ" [ไม่ได้มีสายเลือดของ"อุจิวะ"] และไม่มีพลังของ"จิ้งจอกเก้าหาง"ที่ต้องการเพื่อจะใช้ร่ายมัน [ซึ่งจะอธิบายในส่วนหลังจากนี้]
จากความกล้าหาญและพลังอำนาจที่ไม่เที่ยบเคียงใคร "มาดาระ"กลายเป็นวีรบุรุษในสายตาของผู้คน แม้ว่าความจริงแล้วในเวลานั้นเค้าเป็นเพียงแค่วัยรุ่นเท่านั้น เค้ากลายมาเป็น"เพื่อนสนิทของรุ่นที่ 1" และพวกเขาก็ยังรับความรับผิดชอบในการปกป้องคุ้มครองหมู่บ้าน "มาดาระ"ได้ก่อตั้งกองกำลัง"ตำรวจ"หน่วยแรกขึ้นในโคโนฮะ และสาบานที่จะปกป้องคนของเขาด้วยชีวิตของเขาเอง แต่แล้วสิ่งดีๆก็เกิดขึ้นอยุ่ได้ไม่นาน เมื่อ"มาดาระ"ใกล้ที่จะ"บรรลุนิติภาวะ" "โซโจโบ"ก็ได้เริ่มเปิดเผยความต้องการที่แท้จริงของเขา "โซโจโบ" [พ่อของมาดาระ]ไม่ได้แต่งงานกับผู้หญิงจากตระกุล"ฮิวงะ"เพราะความรัก เขาเพียงแต่มองหาร่างกายที่สมบูรณ์เท่านั้น ภาชนะบรรจุ [อาจจะเพื่อบรรลุพลังอำนาจที่มากขึ้น] [ผมคิดว่าตรงนี้น่าจะเป็นต้นตอของวิชาที่ "โอโรจิมารุ"ใช้หาร่างเปลี่ยนถ่ายไปเรื่อยๆเพื่อพลังอำนาจนั่นแหละ ครับ]และ"โซโจโบ"ก็คิดได้ว่า ทางที่ดีที่สุดคือการสร้างภาชนะใหม่ขึ้นมาโดยใช้สายเลือดของเขาเอง เขาวางแผนที่จะเข้ายึดเอาร่างกายของ"มาดาระ"เมื่อมาดาระนั้น"บรรลุนิติภาวะ"แล้วมันใช้เวลาไม่นานนักที่ "อุจิวะ มาดาระ "จะค้นพบเกี่ยวกับความจริงที่น่าตื่นตระหนกนี้ เขาตกใจและโกรธมาก เขารู้สึกว่าเขานั้นถูกหลอกใช้แต่เขาก็จะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นง่ายๆ อย่างน้อยๆก็ต้องต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเอง แต่"มาดาระ"นั้นรู้ดีว่าไม่ว่าเขานั้นจะแข็งแกร่งเพียงใด เขาก็ไม่มีโอกาสเลยที่จะชนะ "The King of Tengu" กษัตริย์ของเท็นงู[โซโจโบ] ด้วยความสิ้นหวัง เขาก็เริ่มค้นหา 9 หางในตำนานนั้นก็คือ"จิ้งจอกเก้าหาง" [เจ้าแห่งเปลวเพลิง] และเมื่อ"มาดาระ"ได้พมกับ"จิ้งจอกเก้าหาง""จิ้งจอกเก้าหาง"ประทับใจในความสามารถของ"มาดาระ"มากๆ จึงมีข้อตกลงลับๆเกิดขึ้น "จิ้งจอกเก้าหาง"ได้ตกลงที่จะให้"มาดาระ"ยืมพลังและจักระ ของมัน [ในข้อความหลังๆจากนี้ มีการให้ข้อความที่น่าสนใจว่า การที่"จิ้งจอกเก้าหาง"บุก"โคโนฮะ" อาจมาจากการที่"มาดาระ"ไม่สามารถทำตามที่ได้ให้สัญญาไว้กับ"จิ้งจอกเก้าหางเก้า"ได้ หลังจากที่"มาดาระ"สำเร็จการฝึก"คาถาไฟ"เสร็จ และทำได้แม้กระทั่งการสร้างเปลวไฟ"สีดำ"ที่สามารถเผาไหม้เป็นเวลา 7 วัน 7 คืนหลังจากการใช้"อามาเทราซึ" แต่ถึงแม้เขาจะได้รับพลังใหม่และจักระมหาศาลจาก"จิ้งจอกเก้าหาง"นี้ "อุจิวะ มาดาระ" ก็ทำได้เพียงชนะพ่อปีศาจของเค้า[โซโจโบ]อย่างเฉียดฉิวเท่านั้น เขาไม่สามารถจัดการ "โซโจโบ" ได้อย่างเด็ดขาด และก็ทำได้เพียงทำการปิดผนึกพ่อของเค้า[โซโจโบ]เอาไว้ อย่างไรก็ตาม ผนึกที่เค้าใช้นั้นเป็นผนึกที่มีความพิเศษอยู่อย่าง คือ เพื่อที่จะทำลายผนึกอันนี้ มันจะใช้จักระของ"จิ้งจอกเก้าหาง" และไม่เพียงและต้องใช้คนจากตระกุล"อุจิวะ"ผู้ซึ่งสามารถใช้เนตร"กระจกเงาหมื่นบุปผา"ถึง *3* คน แต่ละคนนั้นต้องร่ายเนตร"กระจกเงาหมื่นบุปผา"แต่ละแบบในเวลาเดียวกัน["กระจกเงาหมื่นบุปผา"มี 3 แบบ คือ "ซึคิโยมิ""อามาเทราซึ" และ"ซุซาโนโอะ"] และนี่เป็นสาเหตุที่"อิทาจิ"นั้นมาตาล่า "นารุโตะ"เอง เพื่อที่จะได้จักระของ"จิ้งจอกเก้าหาง" เมื่อร่ายคาถา"ซึคิโยมิ" "อามาเทราซึ" และ"ซุซาโนโอะ" พร้อมกัน "โซโจโบ"ผู้ยิ่งใหญ่ก็จะได้รับการปลดปล่อย มันเป็นเงื่อนไขที่ยากและ"มาดาระ"ก็คิดว่ามันเพียงพอแล้วที่จะปิดผนึก"โซโจโบ"ไปตลอดกาล แต่"มาดาระ"ไม่รู้เลยว่าเจ้าผนึกตัวนี้เองที่จะนำโศกนาฎกรรมฆ่าล้างนองเลือดมาสู่ตระกุลของเค้าเองในหลายทศวรรษต่อมา
ส่วนนี้ผมจะบอกความสัมพันธ์ของ"โอคาเงะรุ่นที่ 1"และ" มาดาระ"หลังจากนั้นไม่นาน "โอคาเงะรุ่นที่ 1" ก็ค้นพบข้อตกลงระหว่าง "มาดาระ"กับ"จิ้งจอกเก้าหาง"ซึ่งทำให้เขาโกรธมาก "โอคาเงะรุ่นที่1" เข้าใจผิดนึกว่า"มาดาระ"โหยหาและบ้าพลังถึงขนาดหันไปหา พลังจาก"จิ้งจอกเก้าหาง" แต่"มาดาระ"ก็ไม่ได้อธิบายความจริงที่เกิดขึ้นเพราะว่าไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าแท้จริงแล้ว เขาเป็น "ครึ่งคนครึ่งอีกา" และเขาก็ยังมีภารกิจที่จะชนะพ่อของเขาคือ "โซโจโบ"และ"มาดาระ" สู้กับ "โอคาเงะรุ่นที่ 1" ก่อนไปหา"จิ้งจอกหาง" "โอคาเงะรุ่นที่ 1"พยายามหยุด "มาดาระ"แล้วแต่ไม่สำเร็จ ซึ่งก็จะอธิบายได้ว่า"ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย"ที่ "นารูโตะ"พยายามหยุด"ซาซึเกะ"ไม่ให้ไปเอาพลังจาก "โอโรจิมารุ" และความขัดแย้งก็เกิดขึ้นระหว่าง"เพื่อน 2คน"ที่ทำให้การต่อสู้เกิดขึ้นที่ "Valley Of end หุบเขาแห่งความตาย" [บางคนอาจจะสงสัยว่า "มาดาระ" เก่งขนาดนั้นแล้วถ้าเกิดว่า "มาดาระ"ได้พลังของ"จิ้งจอกเก้าหาง"มา แล้วทำไม "โอคาเงะรุ่นที่ 1" ถึงสู้"มาดาระ"ไหว *อย่าลืมว่า* "โอคาเงะรุ่นที่ 1" มีคาถาที่จะคุมพลังของ"จิ้งจอกหาง"ได้ ซึ่งเราได้เห็นตอนที่ "ยามาโตะ"หลานของ"โอคาเงะรุ่นที่ 1" ใช้มาแล้ว "คาถาน้ำ" และ"คาถาความมืด"ของ"โอคาเงะรุ่นที่ 1" ก็เป็นการโต้กลับของ "คาถาไฟ"และ"เนตรวงแหวน"ของ "มาดาระ"ได้]
กลับมาที่เรื่องเดิม เวลาผ่านไปหลังจากที่"โซโจโบ"ถูกผนึกไว้ สายเลือด"เท็นงู"ใน"อุจิวะ" ก็ไม่ได้เข้มข้นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว สายเลือดค่อยๆจางลงไปเรื่อยๆจากการแต่งงานกับคนที่ไม่ใช่"อุจิวะ"เป็นรุ่นต่อๆมา ตอนนี้แม้แต่"เนตรวงแหวนธรรมดา"ก็มีได้เพียงคน"พิเศษ"ไม่กี่คนใน"อุจิวะ"เท่านั้น สำหรับ"เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา"ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่ แต่เรื่องราวดำมืดของตระกุลนั้นก็ไม่มีอะไรไปกว่าการถูกลืมเลือน แท่นบูชา"เท็นงู"ถูกสร้างขึ้นภายใต้"วัดนากาโนะ"โดยกลุ่มคนบางคนในตระกุล"อุจิวะ" รุ่นแรกๆที่ต้องการจะเก็บความลับของตระกูลเอาไว ้ [รวมไปถึงการฆ่าคนที่เรารัก ที่เป็นวิธีการเบิก"เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา"ซึ่งถูกค้นพบโดย"อุจิวะ"รุ่นต่อๆมา]เมื่อสมาชิกของ"อุจิวะ"คนใดคนนึงมีความน่าเชื่อถือมากเพียงพอ เขาก็รับได้รับการบอกเล่าเกี่ยวกับสถานที่นัดพบลับแห่งนี้และหลังจากนั้นมันก็จะมาเป็นภาระหน้าที่ชั่วชีวิตของเขา ที่จะปกป้องความลับนี้จากคนภายนอก เหล่า"อุจิวะ"ถือว่าเรื่องราวประวัติดำมืดนี้จะทำให้สูญเสียชื่อเสียงอย่างมาก และพวกเขาสาบานว่าจะปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตระกูลของพวกเขาไว้ด้วยชีวิตของพวกเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
อีก 20 ปีต่อมา มีสมาชิกใหม่เกิดขึ้นในตระกูล "อุจิวะ" และไม่นานเขาก็ได้พิสูจน์ตนเองว่าเขาเป็นคนที่"พิเศษ"มากกว่าคนอื่นแม้กระทั่งเทียบกับมาตรฐานระดับสูงของยอดฝีมือแห่ง "อุจิวะ" ด้วยกันเอง *เขาจบโรงเรียนนินจาเมื่ออายุ 7 ขวบ *ใช้เนตรวงแหวนอย่างคล่องแคล่ว ตอนอายุ 8 ขวบ *เป็นจูนินตอน 10 ขวบ และ*เข้าหน่วยลับ ANBU ตอนอายุ 13 ชื่อของคนๆนั้นคือ "อุจิวะ อิทาจิ" เมื่อ "อิทาจิ"ถูกเลือกเข้าไปใน "หน่วยลับ ANBU" พ่อของเขา"ฟูกาคุ"ก็รู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะบอก"อิทาจิ"เกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่าง "อิทาจิ"ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ"เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา"และต้นกำเนิดของตระกูลจากพ่อของเค้า ลึกลงไปในจิดใจของเค้า บางสิ่งที่ชั่วร้ายก็ได้ก่อตัวขึ้น
คืนนึงในเวลาที่ผู้ชายของ"อุจิวะ"ทุกคนถูกนัดหมายไปนัดพบกันในที่ลับ มี"อุจิวะ"2คนที่ไม่ได้ไป "อิทาจิ"ล่อเพื่อนสนิทของเขา "ชิซุย"ไปที่แม่น้ำ "นากาโนะ" และก็เริ่มแผนการที่ชั่วร้ายของเขา เขาฆ่า"ชิซุย"ในคืนนั้นและก็ได้พลังเนตรอันชั่วร้ายต้องสาป "เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา" วันต่อมาตอนที่ผู้คนพบร่างของ "อุจิวะ ชิซุย" พวกเขาก็เจอ"จดหมาย"ลาตายในมือของเขา แต่แน่นอน"จดหมาย"นี้ไม่ได้ถูกเขียนโดย"ชิซุย" "อิทาจิ"ปลอมลายมือด้วย"เนตรวงแหวน"และทำให้ดูเหมือนว่า "ชิซุย"ฆ่าตัวตาย สิ่งที่ถูกเขียนในแผ่นกระดาษนั้น สำคัญตรงที่มันบอกถึงความคิดที่อยู่ในตัวอิทาจิตอนนั้น อิทาจิเหนื่อยหน่ายกับกฏของตระกูลเหล่านี้ เขามองไม่เห็นอนาคตของตระกูล "อิทาจิ"ไม่เข้าใจว่าทำไมคนของตระกูลถึงอับอายเกี่ยวกับเรื่องราวของตระกูลในอดีต เขาไม่เข้าใจว่าทำไม คน"อุจิวะ"ไม่มองว่า พวกเขาพิเศษกว่าคนปรกติ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคน"อุจิวะ"ถึงตัดสินใจที่จะผนึกปิดกั้นพลังอันยิ่งใหญ่ไว้และไม่เอามันออกมาใช้ "อิทาจิ"หมดศรัทธาและความหวังกับตระกูล"อุจิวะ" หลังจากที่ "อิทาจิ"ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับต้นตอของตระกูล เขามีรู้สึกที่ดีใจในทางที่แปลก และรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น "อิทาจิ"รู้สึกว่าตัวเองพิเศษ แล้วต่อมาจิตวิปลาศและความคิดแปลกๆของเขาก็ทำให้เขายิ่งอาการหนักขึ้น "อิทาจิ"ต้องการที่จะปล่อย "เท็นงู[โซโจโบ]"ให้เป็นอิสระ เขาพร้อมที่จะเสียสละชีวิตตนเองเพื่อแลกกับพลังที่อาจจะแข็งแกร่งที่สุดที่โลกของนินจาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาตั้งใจที่จะยกร่างให้กับ "กษัตริย์ เท็นงู [โซโจโบ]"และไม่นาน "อิทาจิ"ก็เริ่มคิดแผนการที่จะเอาออกมาใช้ ตอนที่เขารู้ว่า "แสงอุษา"นั้นมีแผนการที่จะรวบรวมสัตว์หางทั้งหมด เขาก็ตัดสินใจที่จะไปร่วมด้วย เขาต้องการที่จะใช้ความช่วยเหลือของพวกเขาเพื่อเข้าหา จักระของ"จิ้งจอกเก้าหาง" แต่นั่นไม่ทั้งหมด "อิทาจิ"ยังต้องหาผู้ใช้เนตร"กระจกเงาหมื่นบุปผา"อีก *3*คน หลังจากนั้นไม่นานเขาก็มาเจอผู้ใช้เนตรคนที่ *2*[ยังไม่มีการเปิดเผยจาก"อิทาจิ"ว่าเป็นใคร]ที่ซึ่งยอมที่จะทำแผนการที่ว่านี่ และสุดท้ายเขาต้องการผู้ใช้เนตรคนที่*3* "อิทาจิ"รู้ว่าคนในตระกูลไม่มีทางที่จะฆ่าคนที่เขารักเพื่อเบิกเนตร"กระจกเงาหมื่นบุปผา"ได้แน่ๆ แต่ในที่สุด"อิทาจิ"ก็ได้ความคิดขึ้นมาว่า เขาสามารถใช้คนในตระกูลเพื่อบังคับให้น้องชายตัวเล็กของเขา เป็นผู้ใช้เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาคนที่*3*นั้นก็คือ "อุจิวะ ซาสึเกะ" ดังนั้นในคืนจันทร์เต็มดวงคืนนึง สายเลือดที่เก่าแก่ในตัว"อิทาจิ"ก็ตื่นขึ้นมาและเขาก็เสียสติ ไม่ได้มีความคิดเหมือนคนปรกติ "อิทาจิ"ฆ่าคนทั้งตระกูลรวมถึง"พ่อแม่"เขาด้วย และเขาก็รอให้"ซาสึเกะ"ผู้เป็นน้องชายกลับมาที่บ้าน เขาอยากให้"ซาสึเกะ"รู้ว่าเขาเป็นคนฆ่า "อิทาจิ"ใช้ "ซึคิโยมิ" อ่านจันทรากับ"ซาสึเกะ"เพื่อที่จะแน่ใจว่าภาพที่น่าสยดสยองขวัญผวานั้นจะติดอยู่ในหัวของ"ซาสึเกะ"ไปตลอดชีวิต เขาอยากให้"ซาสึเกะ"เกลียดเขาพอที่จะฆ่าเพื่อนของเขาเพื่อเบิกเนตร "กระจกเงาหมื่นบุปผา"[แต่บางคนอาจคิดว่า แล้ว"คาคาชิ"หละ เค้าก็มีเนตรเหมือนกันนี่ ผมขออธิบายตรงนี้ว่า ในส่วนของ"คาคาชิ"มีเฉพาะเนตร แต่ไม่ใช่คนในสายเลือด"อุจิวะ"อย่างแท้จริง จึงไม่สามารถทำพิธืคลายผนึกได้ครับ]
ข้อมูลที่เป็นสาเหตุของเรื่องราวและความเป็นไปได้ในเรื่องราวตระกูล"อุจิวะ"
[1] "อิทาจิ"บอก"ซาสึเกะ"ทุกอย่างเกี่ยวกับที่ชุมนุมลับ เพื่อที่"ซาสึเกะ"จะได้รู้เรื่องราวทุกอย่าง เขาอยากให้"ซาสึเกะ"เดินตามทางที่เขาปูไว้ให้ ทางเดินของผู้ล้างแค้น "ซาสึเกะ"จะได้เบิกเนตรออกมาเป็นคนที่*3*
[2]"อิทาจิ" บอก"ซาสึเกะ"ว่าทำไปเพื่อวัดความสามารถของเขา เพื่อให้"ซาสึเกะ"เกลียดเขามากขึ้น เพื่อเป็นหนทางแห่งความแค้น ซึ่งจะทำให้"ซาสึเกะ"เบิกเนตรออกมาเป็นคนที่*3*ในการเป็นภาชนะ ตอน*224* หน้า *16*
[3]อิทาจิบอกวิธีให้กับ"ซาสึเกะ" ในการที่จะเบิกเนตร "กระจกเงาหมื่นบุปผา" ตอน*224* หน้า *19*
[4] "อิทาจิ" บอก"ซาสึเกะ"ว่าที่ปล่อยให้มีชีวิตอยู่ต่อนั้น เพราะว่าความสามารถของ"ซาสึเกะ"สามารถที่จะมาเป็น "ผู้เบิกเนตร"คนที่ *3*ได้ ตอน *225* หน้า *4*
[5]"ซาสึเกะ"ค้นพบความลับของตระกูลที่มีความเกี่ยวข้องกับ"เท็นงู"ในห้องลับที่มีแท่นบูชา "เท็นงู" ตอน *225* หน้า *11*
[6]สายเลือด"เท็นงู"ในตัว"ซาสึเกะ"ถูกปลุกด้วยความตั้งใจที่จะฆ่าเพื่อนสนิทของเขา มีปีกสีดำ สองอันโผล่มาจากกลางหลัง ผมเปลี่ยนไปเป็นสีขาว ทำให้"ซาสึเกะ"มีร่างที่คล้าย "กษัตริย์ เท็นงู [โซโจโบ]" ซึ่งคล้ายมาก ตอน *232* หน้า *6 - 7*
[7]อีก 3 เหตุการณ์ที่เราสังเกตุเห็นได้ว่ามีความคล้ายคลึงกัน คือ [1]"กระสุนวงจักร" *สีดำ*ของ"นารุโตะ" [2] เปลว*สีดำ*ของ "อิทาจิ" "อมาเทราซึ (Amaterasu)" [3]จักระทรงกลม"สีดำ"ของ"จิ้งจอกเก้าหาง"ที่"นารุโตะ"ใช้สู้กับ"โอโรจิมารุ" ตอนควบคุมตัวเองไม่ได้ พลังลึกลับนี้อาจจะมีความเกี่ยวข้องกันกับข้อตกลงที่ตระกุล"อุจิวะ"ได้ทำขึ้นกับ"จิ้งจอกเก้าหาง"
[8]ข้อยืนยันว่าตระกุล"อุจิวะ"นั้นมาจากตระกุล"ฮิวงะ" เพราะเราเคยอ่านเจอรูปของ"เท็นงู"กับสัญลักษณ์ของครอบครัว"ฮิวงะ"ในห้องลับของตระกุล"อุจิวะ" ซึ่งมันก็ได้ไปสนับสนุนทฤษฎีที่ว่าตระกุล"อุจิวะ"นั้นมาจากการรวมกันระหว่าง "เท็นงู" กับ ตระกุล"ฮิวงะ"
[8]"เท็นงู" ถูกกล่าวถึงว่าเป็นจิตวิญญาณของ"อีกา" เมื่อ"อิทาจิ"ใช้"เนตรวงแหวน"ใส่"นารุโตะ" "นารุโตะ"ก็เห็น"อิทาจิ"กลายเป็นฝูง"อีกา"
[9]ตำนานเก่าแก่ของ"ญี่ปุ่น"ระบุไว้ว่าตระกุล"นินจา"นั้น มาจากสัตว์ประหลาดที่มีนามว่า "เท็นงู" [ครึ่งมนุษย์ ครึ่งอีกา] และพลังอำนาจที่สามารถควบคุมธรรมชาติและจิตใจของคน นี่จะทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมผู้แต่งอาจจะใช้เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ในเรื่อง"นารุโตะ"
[10]"คาราซึ เท็นงู" สามารถทำเสียงเหมือนสายฟ้าฟาดเมื่อพวกมันบินอยู่เหนือหัว ความคิดของ"พันปักษา"อาจจะมาจากตรงนี้
[11]การที่ "จิ้งจอกเก้าหาง" บอกกับ "ซาสึเกะ" ว่า [ขอเตือนเอาไว้ก่อน ... อย่าฆ่านารุโตะ ..ไม่งั้น จะเสียใจทีหลัง... ]เนื่องจากข้อตกลงระหว่าง "อุจิวะ มาดาระ" กับ "จิ้งจอกเก้าหาง" นั้นก็คือ การที่ "มาดาระ" ขอยืมพลังของ "จิ้งจอกเก้าหาง" ถ้า"นารูโตะ"ตาย"จิ้งจอกเก้าหาง"ก็จะตายไปด้วย แสดงให้เห็นว่าถ้า"จิ้งจอกเก้าหาง"ตาย อาจจะมีอะไรเกิดขึ้นกับคนในตระกูล"อุจิวะ"ตามสัญญาที่ให้ไว้กับ"จิ้งจอกเก้าหาง"
[12]การที่ตระกูล"อุจิวะ" มีคุณสมบัติของจักระธรรมชาติพื้นฐานเป็นธาตุ"ไฟ"อาจจะมาจากการมีข้อผูกมัดกับ"จิ้งจอกเก้าหาง" เพราะ "จิ้งจอกเก้าหาง" มีฉายาว่า "เจ้าแห่งไฟ" คือ การที่แบ่งพลังนั้น ทำให้เกิดการหลอมรวมจักระเข้าด้วยกัน จึงทำให้ตระกูล "อิจิวะ" มีคุณสมบัติของจักระ
ธรรมชาติพื้นฐานเป็น"ธาตุไฟ"
[13]"มาดาระ "ได้พัฒนาวิชา"ไฟ"ที่ได้มาจาก"จิ้งจอกเก้าหาง" มารวมกับ"เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา "จากสายเลือดของ"เท็นงู"เข้าด้วยกันจึงเกิดเป็นวิชาที่ชื่อว่า
"เทวีสุริยัน (Amataretsu)"ซึ่งจะเกิดเปลว"ไฟสีดำ"ที่ลุกไหม้ อยู่นานถึง 7 วัน 7 คืน
เพราะ เป็น"ไฟ"ชนิดพิเศษที่เกิดจากากรหลอมรวมวิชาของ 2 สายเลือดเข้าด้วยกัน
"องค์แสงอุษา"
ส่วนเรื่องของ"องค์กรแสงอุษา"ผมเป็นคนเขียนและเรียบเรียงเองทั้งหมดครับ
โดยนำมาจากหนังสือและประสบการณ์เกี่ยวกับ"นินจาคาถา"ตลอดระยะเวลา 9 ปีเต็มของผม
จากที่ผมดูข้อความของแต่ละคนมา มีหลายคนมากที่ยังเข้าจัยอะไรๆเกี่ยวกับ"แสงอุษา"ผิดๆผมเลยต้องการมาเพื่ออธิบายอย่างละเอียด[อ้างอิงข้อความทั้งหมดจากหนังสือตั้งแต่เล่มที่ 7-ปัจจุบัน]ปล.ผมอ่านมาตั้งแต่ผมอยู่ป.5[เห็นพี่ผมอ่านเลยเอามาอ่านเล่น ไม่นึกว่าจะติดขึ้นมา เง้อ!!] ตอนนี้ผมอยู่ปี 2 เระ รวมระยะเวลา 9 ปีเต็มๆ [ผมว่าข้อมูลที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ถูกต้องนะเพราะผมจะเขียนเฉพาะที่ผมรู้มา 9 ปีเต็ม โดยผมจะบอกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ"องค์กรแสงอุษา"เท่านั้นนะครับ ถ้าเอาทั้งหมดผมคงหลับคาคอมเหงๆ] อดทนอ่านหน่อยนะ เพราะคนเขียนมันนานกว่าอ่านเอามากๆ [ขอบคุณที่ให้ความสนใจบทความของผม บางข้อความทุกคนอาจจะ งงๆ "เป็นไปได้ไง ไม่จิงนา"ถ้าเกิดอาการแบบนี้ผมเนะนำให้อ่านต่อไปครับ เพราะทุกข้อความผมจะมีข้ออธิบาย ไม่มีเงื่อนงำ] [บางข้อความอาจเขียนผิดไปบ้าง ผมต้องขอโทษเพราะบทความมันมากมาย]เริ่มหละนะ!!!!!!
"ใครศิษย์ใครมาดูกัน"
เริ่มจาก"โอคาเงะรุ่นที่3"มีลูกศิษย์ 3 คน [1.]จิไรยะ [2.]ซึนาเดะ [3.]โอโรจิมารุ
"จิไรยะ"มีลูกศิษย์ 3 คน [1.]ยงไดเมะ[โอคาเงะรุ่นที่ 4] อีก2คนจำชื่อมะได้อ่า
"โอคาเงะรุ่นที่4" มึลูกศิษย์ 3 คน [1.] ฮาตาเกะ คาคาชิ [2.]อุจิวะ โอบิโตะ (คนที่มอบดวงตาเนตรให้"คาคาชิ"เป็นคนในตระกูล"อุจิวะ")[3.]ริน
" คาคาชิ"มีลูกศิษย์ 3 คน [1.]นารูโตะ [2.]ซาสึเกะ [3.]ซากุระ
[หลายคนอาจจะบอกว่าจะมาบอกทำไมรู้กันอยู่แล้วนา ผมเขียนเผื่อบางคนอาจยังไม่รู้ เพราะบางคนอาจจะอ่านไม่ทุกเล่ม]
"โอคาเงะรุ่นที่ 3[ซารุโทบิ]" เลือก"ยงไดเมะ" เป็น"โอคาเงะรุ่นที่ 4" เพราะเดิมทีแล้ว "โอคาเงะรุ่นที่ 3[ซารุโทบิ]" ต้องการให้"จิไรยะ" เป็น"โอคาเงะ รุ่นที่ 4" ต่อจากเขา แต่"จิไรยะ" ไม่ได้ชอบในเรื่องของการปกครอง จึงปฏิเสธ"โอคาเงะรุ่นที่ 3[ซารุโทบิ]"ไป แล้วออกจากหมู่บ้านเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้อยู่แต่ในหมู่บ้านไม่ค่อยได้เจออะไรแปลกๆมากนัก และต้องการออกไปตามสถานที่ต่างๆ ที่เหมาะแก่การแต่งหนังสือ "อะจึ๋ยสวรรค์รำไร"[เขียนถูกป่าวหว่า] หนังสือที่ "คาคาชิ" คลั่งไคล้[ถ้าสังเกตุให้ดีในแต่ละตอนที่ "คาคาชิ"ออกโรง มักจะเห็นหนังสือ "อะจึ๋ยสวรรค์รำไร"ที่"จิไรยะ" เขียนขึ้น อยู่ในมือเขาเสมอ แบบว่าพกติดตัวตลอด] และอีกอย่างเขาต้องการออกไป...สาวๆ ซึ่งหลายคนคงรู้กันดีว่า"จิไรยะ"คลั่งสาวๆขนาดหนัก ส่วน"ซึนาเดะ"ก็เช่นเดียวกับ"จิไรยะ" ซื่งไม่ชอบในด้านการปกครอง และต้องการออกไปท่องเที่ยวในโลกภายนอก และเล่นการพนัน ซึ่งเธอเล่นจนเป็นชีวิตจิตใจ ส่วน"โอโรจิมารุ" "โอคาเงะรุ่นที่ 3[ซารุโทบิ]" เห็นว่าเขาไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็น"โอคาเงะ รุ่นที่ 4" เนื่องจากเขาฝักใฝ่ในด้านมืด แอบฝึกวิชาต้องห้าม[วิชาย้ายร่างที่เขาใช้นั้นหละครับ] ตอนนี้ก็เหลือเฉพาะ "ยงไดเมะ" ที่เหมาะสมที่สุดในขณะนั้น ["ยงไดเมะ "เป็นลูกศิษย์ของ"จิไรยะ"และอายุยังน้อย แต่ความสามารถเกินตัว ] ดังนั้น"โอคาเงะรุ่นที่ 3[ซารุโทบิ]"จึงเลือก"ยงไดเมะ"ซึ่งมีพรสวรรค์อยู่ในตัว[ซึ่งผู้เขียนไม่ได้บอกว่าพรสวรรค์นั้นคืออะไร]["โอโรจิมารุ"และ"ยงไดเมะ"ต่างมีความสามารถด้านวิชาเท่าๆกัน แต่"ยงไดเมะ"มีพรสวรรค์อะไรบางอย่างที่หนือกว่า"โอโรจิมารุ"]"โอคาเงะรุ่นที่ 3[ซารุโทบิ]" จึงเลือก"ยงไดเมะ"ให้เป็น"โอคาเงะรุ่นที่ 4""โอโรจิมารุ" เลยโกรธเค้น"โอคาเงะรุ่นที่ 3[ซารุโทบิ]" และหมู่บ้าน"โคโนฮะ "เอามากๆ ที่ไม่เลือกตนให้เป็น"โอคาเงะรุ่นที่ 4"จึงออกจากหมู่บ้านไป
[ประวัติแสงอุษา]เราลัดมาตรงนี้ก่อนนะครับ ขอย้ำอ่านให้จบก่อน
เดิมที่"องค์กรแสงอุษา"ถูกจัดตั้งมาเมื่อไหร่ไม่มีบอกไว้และตอนแรกไม่ได้ชื่อ"แสงอุษา"[แต่ผู้เขียนไม่ได้บอกไว้ว่าชื่อองค์กรอะไร][เฮ้ยๆ!! โอโรจิมารุเป็นคนตั้ง มั่วป่าวเนี่ย - ผมบอกแล้วอ่านให้จบก่อน] [ผู้ก่อตั้งได้ทำแหวนขึ้นมาด้วยกัน 10 วง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของผู้นำองค์กรและแหวนมีความสามารถในการควบคุมสัตว์หาง] เป้าหมายที่ *1*คือ จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรวมรวบเหล่าชาวยุทธ์ที่แยกตัวออกจากหมู่บ้านของตนเอง[นินจาถอนตัว]โดยใช้เงินเป็นรากฐานขององค์กร คนในองค์กรจะรับจ้างภารกิจลับต่างๆเพื่อที่จะนำเงินเข้าสู่องค์กร หลังจากนั้นก็นำเงินที่มีไปซื้อตัวนินจาถอดตัวเข้ามารวมตัวกัน เมื่อเริ่มมีนินจาในองค์กรมากขึ้น องค์กรจะเปลี่ยนเป้าเป็นหมายที่ *2* โดยจะรับจ้างทำสงครามระหว่างแคว้น โดยเมื่อมีสงครามระหว่างแคว้นเกิดขึ้น หมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านจะมาจ้างวานให้นินจาในองค์กรไปช่วยทำสงคราม[นานๆไปนินจาในองค์กรก็จะเพิ่มมากขึ้นจนเป็นกำลังหลักของสงคราระหว่างแคว้น เพราะเมื่อนินจาในองค์กรมากเท่าไหร่ก็จะมีส่วนสำคัญในสงครามเท่านั้น] เป้าหมายที *3* ต้องการควบคุมสัตว์หางทั้ง 9 เป้าหมายที่*4* ครองโลก โดยเมื่อองค์กรมีนินจาจำนวนมาก+กับสัตว์หางทั้ง 9 ก็ไม่ต้องคิดอะไรมากเระครับ ครองโลกได้ชัวๆ [แต่หลังจากนั้นองค์กรนี้ได้หายไปและผู้เขียนยังไม่ได้เขียนบอกว่าหายไปเพราะเหตุใด]
เรากลับมาดูด้านโอโรจิมารุมั่ง
เมื่อ"ยงไดเมะ"ได้รับตำแหน่ง"โอคาเงะรุ่นที่ 4" "โอโรจิมารุ"ก็ออกจากหมู่บ้านด้วยความโกรธแค้นเป็นที่รู้กันดีว่า"โอโรจิมารุ"เรียนวิชาต้องห้ามนั้นก็คือการย้ายร่าง ดังนั้น"โอโรจิมารุ"เลยคิดที่จะหาร่างที่มีความสามารถพิเศษ[ขีดจำกัดทางสายเลือด]มาเป็นร่างของตน แต่ว่าเขาเพิ่งออกมาจากหมู่บ้าน[ก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยได้เจอบุคคลที่มีขีดจำกัดทางสายเลือดมากนักเพราะฝึกวิชาอยู่แต่ในหมู่บ้าน]เขาเลยคิดที่จะตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อรวบรวมนินจาที่มีความสามารถพิเศษ แต่เขาเพิ่งออกมาสู่โลกภายนอกถ้าจะตั้งก็คงไม่มีใครเข้าร่วม เขาจึงนึกถึงองค์กรที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น [ผู้เขียนไม่ได้บอกว่าโอโรจิมารุหาแหวนทั้ง 10 วง มาจากที่ไหน] เมื่อเขาได้แหวนมาเขาจึงตั้งกลุ่มขึ้นมาใหม่โดยใช้ชื่อว่า"แสงอุษา"[เริ่มเข้าใจกันมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับ] โดยใช้เป้าหมายเดิมขององค์กรเป็น"ตัวล่อ"ให้คนที่มีความสามารถเข้ามาใน"องค์กรแสงอุษา" แต่เขามีเป้าหมาย"แอบแฝง" คือ ต้องการให้คนที่มีความสามารถด้าน"ขีดจำกัดทางสายเลือด"เข้ามาใน"องค์กร"เพื่อที่เขาจะได้ค้นหาร่างที่เหมาะสมที่สุดมาเป็นร่างของตนเอง[ทุกคนอาจจะสังเกตุได้จากเหล่าแสงอุษาแต่ละคนล้วนมีหน้าตา และวิชาแปลกๆมากมายและแตกต่างกันออกไป ผมคาดว่าแต่ละคนคงมี"ขีดจำกัดทางสายเลือด"ทั้งนั้น เพราะ"ขีดจำกัดทางสายเลือด"จะมีลักษณะของร่างกายที่ผิดแปลกไปจากคนปกติ ดังเช่น ตาสีแดง ของ"อิทาจิ"เป็นต้น ส่วนคนอื่นก็มีหน้าตาที่แปลกกันออกไป ในส่วนนี้ผมไม่แน่ใจนะครับ แค่เสนอความคิดเห็นนิดหน่อย][ความเป็นอมตะคือเป้าหมายหลักของ"โอโรจิมารุ"]และเมื่อ"อุจิวะ อิทาจิ"ฆ่าพ่อแม่ของตนและคนในตระกูลแล้วออกจากหมู่บ้านมาก็ได้ข่าวของ"องค์กรแสงอุษา"ที่โอโรจิมารุก่อตั้งขึ้นมาใหม่ และรู้ว่า"องค์กรแสงอุษา"มีแผนกการที่จะรวบรวมสัตว์หาง จึงคิดไปเข้าร่วมโดยเป้าหมายของเขาคือ[ต้องการสัตว์ 9 หาง คือ"จิ้งจอกเก้าหาง"ในตัว"นารูโตะ"][เหตุที่ต้องการตัว"จิ้งจอกเก้าหาง"นั้น เพราะ "อิทาจิ"ต้องการนำไปคลายผนึก"โซโจโบ"ราชา"เท็นงู"ที่ถูกผนึกไว้ โดย "อุจิวะ มาดาระ"]ตามประวัติของตระกูล"อุจิวะ"ที่กล่าวไว้ด้านบน เมื่อ "อิทาจิ" ไปเข้าร่วมกับ"แสงอุษา" "โอโรจิมารุ" ก็ได้เห็นความสามารถของ "เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา"ของ "อุจิวะ อิทาจิ" เลยคิดอยากได้ร่างของ "อิทาจิ" ขึ้นมา ทันใดนั้นเอง มีบุคคลลึกลับ[หัวหน้าองค์กรแสงอุษาคนปัจจุบัน] ได้สังหารคนในแสงอุษาไป 1 คน[ไม่รู้ว่าใครถูกฆ่าไป]แล้วเอาแหวนมาเข้าร่วมกลุ่ม และเหตุนี้ "โอโรจิมารุ" เลยถูกปลดจากตำแหน่ง และจำเป็นต้องเปลี่ยนแหวนกับบุคคลลึกลับผู้นั้น เพราะมีความสามารถน้อยกว่าบุคคลลึกลับผู้นั้น[ถ้าสังเกตุให้ดีในหนังสือแหวนตอนที่โอโรจิมารุใส่ ตอนที่ *345* ที่"โอโรจิมารุ"ถูก "อิทาจิ" ตัดแขนนั้น แหวนถูกสวมที่"นิ้วก้อย" ซื่งหัวหน้า"องค์กรแสงอุษา"จะสวมที่"หัวแม่มือ" แสดงให้เห็นได้ว่า"โอโรจิมารุ"ได้ถูกปลดจากหัวหน้ากลุ่ม"องค์กรแสงอุษา" ก่อนที่เขาจะแยกตัวออกมา] และบุคคลลึกลับผู้นั้นได้เปลี่ยนเป้าหมายของ "องค์กรแสงอุษา" คือ "การครองโลก" โดยเป้าหมายได้ถูกเปลี่ยนจาก *4*เป้าหมายข้างต้นเป็น *2* เป้าหมายหลังแทน คือ รวบรวมสัตว์หางทั้ง 9 มาควบคุม เพื่อที่จะเป็นการง่ายต่อการครองโลก [อาจเห็นได้จากการที่"องค์กรแสงอุษา"มีจำนวนคนแค่ 10 คน ไม่เหมือนในอตีต เพราะ"หัวหน้าองค์กรแสงอุษา"ตัดเป้าหมาย 2 อันแรกออกไป คือ "เรื่องการรวมคนให้มากที่สุด เพื่อควบคุมสงครามของทุกแคว้น" เพราะ"หัวหน้าองค์กรแสงอุษา"ต้องการเพียงอย่างเดียวคือการ"ครองโลก"]และต่อมาได้จัดกลุ่มใหม่ โดยจับคู่ๆละ 2 คน และ "โอโรจิมารุ" ก็ได้อยู่กับ "อุจิวะ อิทาจิ" วันหนึ่งหลังจากทำภารกิจเสร็จ "โอโรจิมารุ" ก็ได้โอกาส เลยคิดจะแย่งร่างจาก "อุจิวะ อิทาจิ"แต่ถูกเล่นงานซะจนชาไปทั้งตัว และถูกตัดแขนข้างที่ "โอโรจิมารุ"สวมแหวนของ"องค์กรแสงอุษา"อยู่ "โอโรจิมารุ"คิดว่าเขาคงแย่งร่างของ "อิทาจิ" ไม่ได้แน่ จึงแยกตัวออกจาก"แสงอุษา" เพราะอยู่ไปก็ไม่สามารถเอาร่าง "อิทาจิ" ซื่งอยู่ในเป้าหมายหลักของของมาได้ เขาจึงออกจากกลุ่มและเอามือข้างที่ขาด[มีแหวนของ"องค์กรแสงอุษา"อยู่ที่นิ้ว]ไปด้วย [ที่เอาไปเพราะไม่ต้องการให้"องค์กรแสงอุษา"รวบรวมสัตว์หางได้ทั้ง 9 หางเพราะถ้ารวมได้ 9 หางก็จะไม่มีใครต่อต้านองค์กรนี้ได้ซึ่งมันจะทำให้เขาเป็น"อมตะ"ได้ยากขึ้น]
[แหวนมีทั้งหมด 10 วง 1ใน10วงนั้นสำหรับหัวหน้ากลุ่ม[ตอนแรกอยู่ที่โอโรจิมารุ]เพราะสัตว์หางมีทั้งหมด 9 ตัว โดยผู้ครองแหวนที่เหลืออีก 9 วง[ยกเว้นหัวหน้าองค์กรแสงอุษา อีก 1 วง]รวมเป็น 10 วง][โดยแหวน 1 ใน 9 วงจะมีความสามารถในการควบคุมสัตว์หางได้ 1 ตัว รวมทั้ง หมด 9 วง 9 ตัว][อีก 1 วง ของหัวหน้านะครับ]
หลังจากที่"โอโรจิมารุ"ออกจาก"องค์กรแสงอุษา" แล้วได้มุ่งเป้าหมายไปที่ "ซาสึเกะ"เพื่อต้องการร่างของ"ซาสึเกะ"[หลายคนคงรู้แล้วว่าไม่มีสิ่งใดต้านทาน"เนตรวงแหวน"ได้ นอกจาก"เนตรวงแหวน"ด้วยกันเท่านั้น] "โอโรจิมารุ"ต้องการร่าง""ซาสึเกะ"ไปเพื่อต่อต้าน "อุจิวะ อิทาจิ"เพราะในด้านของวิชาแล้ว"โอโจจิมารุ"เหนือกว่า "อิทาจิ" แต่แพ้ "อิทาจิ" ตรงที่ไม่สามารถต่อต้าน"เนตรวงแหวน"ได้ และตอนหลังๆจะเห็นได้ว่า"โอโรจิมารุ"ต้องการกำจัด"แสงอุษา"อาจเป็นเพราะ เขาต้องการเป็นอมตะแต่เพียวผู้เดียว โดยไม่ต้องการให้"องค์กรแสงอุษา"ทำตามเป้าหมายได้สำเร็จลุล่วง จึงคอยหาวิธีการกำจัดคนใน"องค์กรแสงอุษา"ทีละคน เนื่องจากถ้าหากว่า"องค์กรแสงอุษา"ทำการสำเร็จ ก็จะครองโลกได้ ซึ่งมันจะทำให้"โอโรจิมารุ"เป็น"อมตะ"ยากขึ้น ถึงเป็นจะเป็น"อมตะ"แล้ว แต่ก็ยังต้องคอยหลบหนีตลอดเวลาเพราะ"องค์กรแสงอุษา"คงไม่ปล่อยเขาไปหรอกนะ.... แต่สุดท้าย"โอโรจิมารุ"ก็ถูก"ซาสึเกะ"ฆ่าซะก่อน [เห้อ.....เศร้า] จบ.......ข่าว "องค์กรแสงอุษา"
ความเป็นมาต่อจากนี้ที่ผมคาดเดา
[เหตุการณ์ต่อจากนี้ที่ผมคาดเดา-แค่ผมคิดว่านะ-อย่าเชื่อเพราะผมไม่ใช่คนเขียน]
ผมไม่รู้ว่าทุกคนอ่านถึงตอนที่"ซาสึเกะ"ฆ่า"โอโรจิมารุ"มาแล้วหรือยัง ถ้าอ่านแล้วคงจะจำได้ว่า"ซาสึเกะ"ฆ่า"โอโรจิมารุ"แล้วก็มุ่งหน้าหาผู้ร่วมทีม[เพื่อไปฆ่า "อุจิวะ อิทาจิ" หรือ คิดทำอะไรอยู่ อันนี้ผมไม่แน่จัยนะครับ]แต่ทุกคนอาจเมามันกับเนื้อเรื่องจนลืมคิดไปว่า [แล้ว"คาบูโตะ"หละจะเป็นอย่างไงต่อ]ทุกคนอย่าลืมนะครับว่า"แหวน"ของกลุ่ม"แสงอุษา"ยังอยู่ที่"รังของโอโรจิมารุ" ซื่ง"ซาสึเกะ"ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น [แล้วใครจะเป็นคนครอบครองแหวนต่อไปหละ คิดๆๆ] ปิ้งๆ ผมคิดว่าคงไม่พ้น"คาบูโตะ" แล้ว"คาบูโตะ"คนนี้นี่หละจะต้องมีอะไรเปิดเผยมาในตอนหลัง เพราะตอนท้ายเรื่อง"แสงอุษา"จะได้สัตว์หางมา 8 ตัว และก็มาสู้กับ"นารูโตะ"เพื่อแย่งสัตว์หางตัวที่ 9 แต่ก็ต้องหาตัว"คาบูโตะ"ด้วยเพราะถ้าไม่มีแหวนวงที่ 9 ที่น่าจะตกอยู่กับ"คาบูโตะ"ก็ไม่สามารถดึงสัตว์หางออกมาจาก"นารูโตะ"ได้ ผมจึงคิดว่า"คาบูโตะ"คนนี้หละจะเป็นกุญแจดอกใหญ่ ตอนท้ายๆเรื่อง บางคนอาจคิดไปว่า"คาบูโตะ"คนนี้นะหลอจะไปอยู่"องค์กรแสงอุษา"ฝีมืออ่อนจะตาย
อย่าคิดว่าเขาอ่อนนะครับ "คาบูโตะ"เป็น"นินจาแพทย์"นะครับ ลองคิดดูทั้งเรื่อง"นารูโตะ"
มี"นินจาแพทย์"ทั้งหมดกี่คน [1]ซึนาเดะ[2]คาบูโตะ ส่วนทางด้านของ"ซากุระ"และ"ศิษย์อีกคนของซึนาเดะ"[จำชื่อมะได้แง่ว]ก็ยังไม่ถือว่าถึงกับขั้นว่าชุบชีวิตคนได้นะ "ซึนาเดะ"ยังชุบชีวิต"คนรัก"และ"น้อง"ไม่ได้เลยนะครับ แต่"คาบูโตะ"ทำได้นะครับอย่าลืมข้อนี้ และเราก็ยังไม่เคยเห็น"คาบูโตะ"ใช้วิชาในเรื่องการ"โจมตี"เลยใช่ไหม อย่างน้อยผมว่าเขาก็ต้องมีวิชาติดตัวมั่งหละนา[นินจาอะไรจะไม่มีวิชาต่อสู้ซักกะอย่าง จิงไหมงับ]แต่ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะไปร่วมกับ"องค์กรแสงอุษา"หรอกนะ อาจจะเอาแหวนไปต่อรองกับ"องค์กรแสงอุษา"หรือเอาไปทำอะไรอันนี้ผมก็ไม่รู้นะครับ[เดี๋ยวก็รู้กันแล้ว อดใจรอต่อไปนะครับ]
ความคิดเห็น VIP น่าจะแต่งหนังสือซักเล่มนะผม ลองดู
***แต่ผมคิดว่า..[หลังจาก"ซาสึเกะ"ออกไปจากรังลับของ"โอโรจิมารุ"แล้ว"คาบูโตะ"ก็จะนำแหวนไป"จำนำ"ที่หมู่บ้าน"โคโนฮะ"แต่ว่า"คนรับจำนำ"ให้ราคาน้อยเกินไป"คาบูโตะ"จึงโกรธแค้นเป็นอย่างมาก จึงกลับไปรวบรวมไพร่พล 10 หมื่น นาย เข้าทำ"รัฐประหาร"ยึดอำนาจ (โฮคาเงะ รุ่นที่ 5) แล้วตั้งตนเองเป็น"โฮคาเงะ รุ่นที่ 6" หลังจากถล่ม"โคโนฮะ"เสร็จแล้ว"คาบูโตะ"ได้ออกตามล่า"คนรับจำนำ"คนนั้น เมื่อพบแล้ว"คาบูโตะ"ได้ใช้"พลังคลื่นเต่า" เข้าทำร้ายชายผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นทันที แล้วก็ตัดหัวชายผู้นั้นเอาไป"เสียบประจาน"หน้าหมู่บ้าน"โคโนฮะ"แต่แล้วทุกอย่างกลับพลิกผัน เมื่อ"นารูโตะ"กลับมาจาก"เล่นไพ่"มันเป็นเคราะห์ร้ายที่วันนี้"นารูโตะ"เสียหมดตัว จึงมาแบบอารมณ์เสีย เมื่อมาเจอ"คาบูโตะ"ก็ทำการ"แจกไพ่"ทันที อุ้ย..[ผิดๆ]ก็ทำการเทศนาให้"คาบูโตะ"ฟัง เมื่อ"นารูโตะ"เทศนาจบแล้ว"คาบูโตะ"ได้รู้ซึ้งถึงรส"พระธรรม"บรรลุ"อรหันต์"และตัดสินใจขอตัดออกจากทางโลก เข้าสู่ทางธรรมและออก"บวช"แต่สวรรค์มีตา ไม่ยอมให้"คนชั่ว"เข้ามาทำให้"ศาสนา"เปื้อนไปด้วยคราบเลือดจึงดลบันดาลให้"คาบูโตะ"สติแตก"นารูโตะ"เห็นท่าไม่ดี เลยจับ"คาบูโตะ"ส่งโรงพยาบาลบ้าแต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น "คาบูโตะ"ได้เข้าไปแอบกิน"ยาดองบูด"ที่แม่บ้านของโรงพยาบาล ตั้งลืมไว้หลายปีแล้ว ทำให้"คาบูโตะ"กระอักเลือด แล้ว"ขี้แตก"ตายอย่างอนาจ หลังจาก"คาบูโตะ"ตายไปแล้ว "วิญญาณ" ของเขาก็ตามหลอกหลอน "นินจา"ทั้งหลายที่เข้ามารักษาตัว จนกลายเป็นตำนานของหมู่บ้าน"โคโนฮะ" และมีการตั้งกฏเหล็กขั้นมาว่า"ทุกคนที่จะเข้าโรงพยาบาลแห่งนี้ จะต้อง...พกการ์ตูน"นินจาคาถา"ติดตัวตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นจะมีอันเป็นไป"เพราะเหตุนี้การ์ตูน"นินจาคาถา"จึงขายดีมากใน"โคโนฮะ"และกำลังระบาดไปทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศที่เพิ่งก่อตั้งมาใหม่อย่าง"ประเทศไทย"กำลังระบาดอย่างหนัก แบบที่ไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้งได้เลย[จริงไหมคร้าบทุกคน][ใครคิดแบบผมมั่ง ยกมือขึ้น+ดมรักแร้แรงๆ งิงิ]
หลังจากเรื่องราวสงบลง นารูโตะก็แต่งงานกับซาสึเกะ ออกลูกมาเป็น "นินจาเต่า"[คิดไปได้ไงนี่ พิมพ์จนเบลอแระผม] งิงิ
อาจมีข้อความที่สำคัญๆตกหล่นไปบ้าง ใครรู้อะไรมากกว่านี้ ขอให้ช่วยกันโพส ผมและเพื่อนจะได้รู้เพิ่มเติม [ก็ผมไม่ใช้คนเขียนนี่นาจะได้ตรัสรู้ทุกเรื่อง จิงมะ เน้อๆ]
หลายๆคนอาจจะเห็นได้ว่าข้อความเหล่านี้เคยเจอมะแล้ว อย่าตกจัยนะครับ เพราะผมจะพยายามนำไปโพสทุกเวบที่เกี่ยวกับนารุโตะ เพื่อกระจายข้อมูลเหล่านี้ให้รู้กันอย่างทั่วถึง อย่างที่ว่าไว้"ที่ใดมีนารูโตะ ที่นั้นมีผมสิงสถิตร่างอยู่ [สัตว์ไม่มีหางที่ 10] หุหุ"และขอบคุณทุกท่านที่กรุณาอ่านจนจบ เพราะผมพิมพ์ตั้ง 5 ชม. กว่าๆ นะ บวกกับรวบรวม"ข้อมูล"อีกเกือบเดือนและเปิดหนังสือเกือบทุกเล่ม นานเพราะเปิดหนังสือนี่หละ แบบว่าคนมีนารูโตะตั้งแต่เล่มแรก-ปัจจุบัน อ่านะ[รีบๆหาซื้อหละเล่มแรกๆหาซื้อยากมากๆ ขนาดผมยังต้องไปขอซื้อที่บริษัทจัดพิมพ์เลย] สู้ๆสู้ตาย
ผมต้องขออภัยในเรื่องของ"ภาพประกอบ"นะครับเพราะตอนแรกผมเอามาลงแล้วแต่ข้อมูลมันมากเกินไปทำให้ฐานข้อมูลของเซิร์ฟเวอร์ Error ผมเลยต้องเอาข้อมูลที่เป็น"ภาพประกอบ"ออกไปครับ
ปล.ผมจะเข้ามาอัพเดททุกวันนะครับ เพราะผมจะดูจากทุกข้อความที่ทุกคนโพสเอาไว้ ถ้ามีอะไรที่มันทำให้ข้อความต่างๆชัดเจนขิ้น ผมก็จะเข้ามาแก้ไขให้ใหม่ทันทีครับหรืออาจจะมีข้อแนะนำหรือข้อความต่างๆที่เป็นประโยชน์ ผมก็จะนำมาลงเพิ่มเติมนะครับ ใครมีอะไรสงสัยหรือเพิ่มเติม ผมขอความกรุณาโพสไว้เลยครับ เพื่อผมจะได้นำมาโพสเพิ่ม ขอร้องรู้อะไรอย่าปิดบังกันนะครับ ช่วยกันคิดและประเมินสถาณการณ์และความเป็นไปได้ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของพี่ๆน้องๆชาว"นินจาคาถา"ทุกท่านครับ
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
15 เม.ย. 50
16,200
44
ความคิดเห็น
โอ้มันช่างยาวมาก
อ่านไม่ไหวเรย คิคิ
ซาสึเกะสู้ๆ ชอบซาสึเกะมากเรยแต่ชอบชิกามารุมากกว่า 555+
เม้นให้นะ บะบายก่อน
PS. thE เอ๋ยเย๋อ™ ||๏ Let me stay wit U ๏|| {what i've done} Waiting for MINUTES TO MIDNIGHT 15th May 2007
อ่านไม่ไหวอ่ะ ตาลาย......เราก็อ่านนารูโตะเหมือนกัน
อิอิ...ชอบคาคาชิอ่ะ
PS. การ์ตูนคือส่วนหนึ่งของลมหายใจ และชีวิต...ขาดไปไม่ได้ และไม่คิดจะจากไป
บายค่ะ
http://my.dek-d.com/B_PaNG/diary/ ฝากไดด้วยนะ
PS. >>*Pa[N]g..::~ อยากให้เธอ เจอคนที่ดีพร้อม ที่มีให้ทุกอย่าง.. หากว่าคนคนนี้ดีไม่พอ ไม่อยากอยู่เป็นเหมือนตัวถ่วง.. หากว่าเธอต้องเป็นห่วง จะเก็บใจเดิมไว้ให้ห่าง..
สุดยอดครับ...เรื่องราวมานเป็นชะนี้นี่เอง เหอะๆ
Very Good
เอาปาหวัดตากูลนารูโตะ
ยาวจังเลย ต้องไปเรียนแล้วอ่า แต่ทำได้สวยนะ*-*เดียวจะเข้ามาอ่านใหม่นะ
ขอบคุณมากค่ะ ของลอกไปเก็บนะค่ะ เดี๋ยวอ้างอิงให้ค่ะ
ขอบคุณมากๆๆค่ะ
PS. มากับข้าแม่หญิง คำตอบ คือ "ได้" เท่านั้น
ชอบซาสึเกะที่สุดแล้วอ่ะ !!
PS. อุจิวะ ซาสึเกะ กับ ฮารุโนะ ซากุระ ใครเชียร์คู่นี้อยู่ มาคุยได้จ้า!!
ข้อมูลแน่น ตึบ
แค่มีบางเรื่องที่ผิดอยู่บ้าง
อืม แล้วแล้วตั้งแต่อ่านมาทั้งหมด ฮาตอนท้ายอ่ะคิดได้ไง.........
สู้โว้ยยยยย............