ประสบการณ์ส่งต้นฉบับ ให้สนพ.ของรุ้งปลายฟ้า
ตอนก่อนหน้า

ประสบการณ์ส่งต้นฉบับ ให้สนพ.ของรุ้งปลายฟ้า
เกริ่นเรื่อง: เมื่อถึงคราวที่เราอยากมีตรานักเขียนมืออาชีพ ติดที่หน้าหลักของ DEK-D
6 ส.ค. 56 , View: 1577 , Post : 14


 

 

สวัสดีค่ะ

          เนื่องจากระยะนี้มีเพื่อนนักอ่านหลายท่านเหลือเกิน ที่ให้กำลังใจเรื่องการส่งสนพ. ขอบคุณเป็นที่สุด และขอโทษสุดหัวใจ ที่รีรอ เวิ่นเว้อ อิดออด ต่อความหวังดีของทุกท่าน คำแนะนำของเพื่อนนักอ่านทุกคนมีประโยชน์และนำเก็บไปคิดทุกคำแนะนำค่ะ

- ขอบคุณทุกท่านที่ลุ้นและให้คำแนะนำเกี่ยวกับสำนักพิมพ์ค่ะ โดยเฉพาะ เก็บรักฝากตะวัน”

- หลายท่านอาจจะสงสัยว่าเป็นเพราะเหตุใดแต่ละเรื่อง ถึงไม่ผ่านการพิจารณา 
  
ไม่ทราบจริงๆ ค่ะ” ถ้าถามตัวเองคำตอบคือ ฝีมือไม่โดน

- หลายท่านเห็นแล้วจึงสงสัย คิดว่าแล้วทำไมคนเขียนมันถึงเหมือน 'มีปม' นัก ไม่ผ่านสนพ.นี้ก็ส่งไปอีกสนพ.สิ เป็นนักเขียนอย่าย่อท้อ ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ขยันส่งมันเข้าไปสิ สักวัน...ความสำเร็จจะเป็นของเรา

           เมื่อวิเคราะห์ตัวเองอยู่หลายครั้งผู้เขียนก็ไม่น่าจะเป็นคนยอมแพ้อะไรง่ายๆ แต่การได้รับการตีพิมพ์ตามสนพ.ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของชีวิตในการเขียน จึงไม่กระตือรือร้นเท่าที่ควร ต้องขออภัยทุกท่าน

          ไม่ใช่ว่าไม่อยากตีพิมพ์กับสนพ.นะ ก็อยาก...เป็นนักเขียนมืออาชีพเหมือนกัน แต่ถ้าต้องใช้ความพยายามมากเกินพอดี ก็...ขอไปแบบเรื่อยๆ ดีกว่าค่ะ

          ไม่ต้องการให้ความคาดหวังในการตีพิมพ์ มาเป็นโซ่ตรวนมาผูกขาไว้ จะทำให้สร้างงานเขียนไม่ได้ (ประสาทนะ!)

          ปัจจุบันผู้เขียน สนใจการพิมพ์แบบหนังสือทำมือ เพราะรู้สึกอิสระ ไม่ผูกมัด

 

          ทุกๆ เรื่องที่แต่งขึ้นไม่ได้ตั้งธีมเรื่องเพื่อส่งสนพ. จึงไม่มีข้อจำกัดเนื้อหา เรื่องความยาว ตอน หรืออะไรทั้งนั้น เขียนตามนิสัยตัวเองล้วนๆ คุณภาพขึ้นๆ ลงๆ แต่พอแต่งแล้ว ด้วยความที่คิดว่าน่าจะพอได้ จึงลองส่งไป

          ดังนั้น ในงานเขียน จะมุ่งเป้าที่ความสุขของคนเขียนและคนอ่านเป็นหลัก เขียนเพื่อระบาย เขียนเพื่อผ่อนคลาย เขียนเพื่อแบ่งปัน เขียนเพื่อจรรโลงใจ และบางครั้งการเขียนเป็น

เครื่องมือที่ใช้หลบซ่อนความเจ็บปวดส่วนตัว

          หากมีผู้ใดรับสารจากผู้เขียนแล้วสามารถนำไปต่อยอดทำประโยชน์ให้กับชีวิต ในโลกแห่งความจริงของท่านได้ ก็ถือว่าเป็นผลตอบแทนที่ประมาณค่าไม่ได้

           ที่ผ่านมา ผู้เขียนเคยส่งเรื่องแต่งไปสองครั้งค่ะ จึงอยากขอเล่าประสบการณ์การส่งสนพ. ค่ะ

 

“ลีลากามเทพ”   

          เป็นเรื่องแรกๆ ที่โดดลงมาสู่วงการเด็กดี ตัดสินใจส่งหลังจากเอาลงเสนอหลังจากจบแล้วเป็นปี ค่อยมานั่งคิด เห็นยอดวิวไม่น้อย ก็ลองดู เลือก สนพ. ....ชมพู เพราะคิดว่าเรื่องมันแหวว เบาสมองดี เรื่องไม่ยาวมาก อยู่ในเกณฑ์

          รออยู่ 4 เดือน มี อีเมล์สั้นๆ ไม่ผ่านค่ะ” ตอนนั้น ตกใจ แกมหัวเราะ...ก็ว่าแล้ว เรื่องมันน่ารักซ่ะขนาดนั้น

          แต่...นี่จะไม่บอกเหตุผลสักนิดหรือ ข้อดีข้อด้อย วิจารณ์สักหน่อยก็ได้ จะได้นำไปปรับปรุง

          อือม์...คงอ่านแต่บทแรกแล้วใม่จูงใจ เลยไม่เสียเวลาอ่านต่อแน่

          เห็นที เอาเก็บไว้อ่านเองดีกว่า

 

“เก็บรักฝากตะวัน”

          ตอนแรกไม่เคยคิดที่จะส่งเรื่องนี้เลย แล้วเขียนด้วยความสุขใจมากๆ ถึงแม้ในการลงในเด็กดีตอนต้นๆ เรื่อง ยอดวิวน้อยมาก จนคิดว่าเรื่องนี้คงไม่ถูกใจคนอ่าน แต่ไม่เป็นไรคนเขียนกลับรู้สึกอิ่มเอมไปกับความรักของน้ารินกับนายอาร์ค เขียนหรืออ่านทีไรก็มีความสุข  อบอุ่น หวาน... ตั้งใจจะเขียนให้จบ ตอนหลังยิ่งมีความสุขที่มีเพื่อนนักอ่านหลายท่านที่ชอบเรื่องนี้ จนกระทั่ง เริ่มมีหลายๆ เสียงที่มักตบท้ายว่าอยากให้เห็นเป็นหนังสือ

          แล้วจู่ๆ ก็มีเพื่อนนักอ่านที่น่ารักท่านหนึ่ง ถึงกับจะขอซื้อลิขสิทธิ์ไปลงทุนพิมพ์เอง แล้วจะแจกให้กับห้องสมุดในโรงเรียนด้วย ในฐานะคนเขียน ซึ้งใจมาก เพราะเธอต้องขาดทุนแน่นอน เลยรีรอไม่อยากให้แบกรับภาระขนาดนั้น ถึงขั้นคิดว่าจะออกเงินกันคนละครึ่ง แล้วไม่เอาค่าเขียน เพื่อจะได้มีหนังสือแจกนักเรียน แต่ท้ายสุดก็ไม่อยากให้ใครต่อใครต้องมาแบกต้นทุนการทำหนังสือได้ จึงแจ้งกับเธอว่าจะขอส่งสนพ.ก่อน เพราะหากสนพ.เห็นว่าเรื่องนี่มีค่าควรลงทุน เราจะได้ไม่ต้องลงทุนจ่ายเงินเอง (หลงตัวเอง 1)

 

          หลังจากลีลาอ้อยอิ่งอยู่นานเป็นปีเช่นกัน  ทั้งๆ ที่ทราบดีว่าคำตอบจะออกมาในรูปใด ก็ต้องทำตามที่พูด โดยเลือกสนพ.ใหญ่แห่งหนึ่ง เพราะเพื่อนๆ บอกว่า สนพ.นี้เป็นสนพ.ที่ดี เลือกพิมพ์หนังสือที่มีคุณค่า อีกทั้งกองบก.เขามีมาตรฐานประกาศชัดเจนว่าจะตอบสนองติชมทุกต้นฉบับ (ไอ้เราก็หลงตัวเองอีก2) คิดว่างานของเราดี ถึงจะยาวไปแต่เขาคงกลับมาสอบถามบ้างแหละ สุดท้ายถึงเขาไม่ตีพิมพ์เราก็คงพอรู้จุดอ่อนของเรื่องว่าจะเป็นอย่างไรจะได้นำมาปรับปรุง

 

เดือนที่   1 ส่งไป              

          กองบก.: “ได้รับแล้วค่ะ เมื่อพิจารณาแล้วจะคอมเมนต์กลับไปนะคะ”

          ผู้แต่ง  : ไชโย! ตรูจะได้รู้จุดอ่อนงานเขียนของเราสักที

                     เขาได้รับต้นฉบับแล้วไม่ปฏิเสธทันที แสดงว่ามีหวังโว้ย!

เดือน   2-4 รอ...

เดือนที่   5 สอบถาม

          กองบก. : “รอนิดนะคะ”

          ผู้แต่ง  : อือม์ งานต้นฉบับคงมาก คิวคงยาว ไม่เป็นไรมั้ง

                   เพราะบางคนบอก 6 เดือนอย่างต่ำ บางคนเป็นปี

                   เอ...แต่...ถ้าเขาดูใบปะหน้าสักนิด เขาต้องรู้ว่าเรื่องมันยาว

                   น่าจะปฏิเสธเราได้เลยนะ ไม่น่าต้องให้เรารอนานเลย

                   หรือว่าเขาเห็นแล้ว แต่เนื้อเรื่องมัน คงน่าสนใจเลยขออ่านต่อ

                   (อิอิ...หลงตัวเองอีกแล้ว 3)  

เดือนที่   6 รอ...

เดือนที่   7 ...                   

          กองบก. : “บ.ก.จะอ่าน แต่เปิดไฟล์ไม่ได้ค่ะรบกวนส่งมาใหม่นะคะ

          ผู้แต่ง  : อ้าว! ไม่เคยเปิดดูตั้งแต่แรกเลยชิมิส์

                   OMG! นี่มันผ่านมา 7 เดือนแล้วนะ กองบก.เพิ่งรู้ว่าเปิดอ่านไม่ได้ 

                   เนื่องจากผู้เขียนแก่แล้ว พอจะมีประสบการณ์ทำงานอยู่บ้าง

                   ถ้าเพื่อนร่วมงานตอบแบบนี้ แสดงว่า ยังไม่ได้ดูงานแน่

                   อยากจะขอยกเลิกการส่งต้นฉบับเสียตั้งแต่ตอนนั้น

                   แต่...ก็ไม่อยากถูกตราหน้าว่าถอยตั้งแต่ยังไม่รู้ผล 

                   นี่ดีตั้งเท่าไหร่ ที่เขายังอุตส่าห์เมล์มาตามต้นฉบับ

                   เลยตัดใจ อือม์ ส่งให้อีกครั้ง พร้อมกับสอบถาม

          กองบก.: “ได้รับแล้วค่ะ”

          ผู้แต่ง  : “ขอสอบถามว่าที่ท่านแจ้งให้ 'ส่งมาใหม่'

                   หมายถึง...ให้ย้อนกลับไปเข้าคิวเริ่มต้นใหม่ ใช่ไหมคะ

                   เพื่อที่จะได้นับจำนวนเดือนการพิจารณาใหม่ค่ะ”

                    กลัวพลาด ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดเหมือนตอนแรกอีก

          กองบก. : “ไม่ค่ะ เดี๋ยวจะอ่านเลยค่ะ”

          ผู้แต่ง  : ดีใจจัง! เดี๋ยวเขาเปิดอ่านแล้ว เห็นคำนำ เรื่องย่อ อ่านไปสักสามสี่หน้า

                   ก็คงรีบตอบกลับมาว่าไม่ผ่าน พร้อมกับคอมเมนท์เล็กน้อยๆ

                   เราจะได้เอาไปปรับปรุงงานของตัวเอง

                   แล้วจะได้คิดต่อไปว่าเราจะทำอย่างไรดี สนใจหนังสือทำมืออยู่พอดี

เดือน   8 รอ...

เดือน   9 รอ...

          ไอ้เรือง : อดทนหน่อย บางคนเค้ารอเป็นปีนะเฟ้ย! บางทีเขากำลังประชุมพิจารณา

                     งานของเอ็งอยู่ก็ได้ เพราะมันต้องทำสองเล่ม ถ้าได้ตีพิมพ์ล่ะ เอ็งจะฟูมใจมาก

                      เลยนะ เด็กดีเค้าให้มีกรา นักเขียนมืออาชีพติดหน้าผากเชียวนะเอ็ง!

                     เท่ห์อ่ะ ...เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ! (สำเนียงบ้านดอนล้อมแรด)

          ผู้แต่ง  : เออ...เชื่อหัวไอ้เรือง ก็ได้ (ว่ะ)

เดือน 10 ทนไม่ไหว เพราะถ้า เดี๋ยวอ่านเลย ป่านนี้คงอ่านเสร็จไปนานแล้ว เลยคิดว่า เขาคงเกรงใจที่จะปฏิเสธเรา หรือเปล่า (หลงตัวเอง 4) เลยต้องรีบส่งอีเมล์ชี้นำคำตอบให้กับกองบก.

          ผู้แต่ง  : “เรียน กองบรรณาธิการสำนัก... ขอสอบถามผลการพิจารณา

                   ต้นฉบับ นวนิยาย "เก็บรักฝากตะวัน" เนื่องจากต้นฉบับมีความยาว

                   มากกว่า 400 หน้า ซึ่งเกินหลักเกณฑ์ปกติและเนื้อเรื่องมีเนื้อหาเรียบง่าย

                   ดิฉันจึงคาดว่าผลการพิจารณาน่าจะได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว

                   หากเป็นไปได้ จึงใคร่ขอความกรุณาทางกองฯ

                   ช่วยยืนยันผลการพิจารณาให้ด้วยค่ะ  จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูง”

             และภายในวันเดียวกันนั้นเอง ก็ได้รับคำตอบ ตรงตามนั้น

          กองบก.: ค่ะ ผิดเกณฑ์เรื่องความหนา ทางสำนักพิมพ์ขอ  
                  อนุญาตไม่พิมพ์นะคะ

          ผู้แต่ง (คิด): อ้าว! ก็แค่นี้เอง จะครบปี
                  เพิ่งรู้ว่าเรื่องมันยาวหรือคร๊าบ
!  

                             ตอบได้เร็วขนาดนี้ แล้ว..ท่าน...'ดองคำตอบ' ไว้ทำไมตั้งนาน

                             น่าจะรู้ตั้งแต่เปิดไฟล์ตอนแรกแล้ว ว่ายาวกี่หน้า

                             และตามประสบการณ์เช่นกัน ทำให้พอจะเดาได้ว่า

                             ถ้ากองบก.ไม่...มากจนไม่ได้ส่งคำปฏิเสธมา

                             ก็แสดงว่า

                             - กองบ.ก. คงไม่ได้อ่านเลยแม้แต่ตัวอักษรเดียว จนมาถึงวันนี้

                              เห็นจำนวนหน้าแล้วถึงตอบตามคำสอบถามชี้นำ  

                             - เผลอๆ ไม่เคยเปิดดูด้วยซ้ำ แต่พอเห็นคำถามชี้นำเลย
                               ตอบตามนั้น ไม่เสียเวลา

                             - หรืออ่านแล้ว...แต่ไม่อยากเสียเวลาแม้แต่จะตอบปฏิเสธ

                             เฮ้อ! ถ้าบอกว่างานของเราไม่สมบูรณ์ ไม่... ไม่... ไม่...คงจะดีกว่า

 

          จริงอยู่...อาจจะมีเพื่อนหลายท่าน ไม่ได้รับประสบการณ์แบบนี้ อาจจะบอกว่าท่านได้รับการตอบรับและดูแลอย่างดีจากสนพ. ค่ะ ใช่...ถูกต้องแล้ว

          แต่นี่คือสิ่งที่ “เก็บรักฝากตะวัน” ได้พบเจอ      

          ถึงคราวต้องยอมรับ ว่างานของเราไม่เตะตาสนพ.จริงๆ แม้จะเปิดอ่าน ท่านยังไม่เปิดเลย

          ไม่เสียใจ แต่เสียดายเวลา  และโอกาส ไม่ทราบจุดอ่อนเลยว่า มีอะไรที่ต้องปรับปรุงในงานเขียนของเรา

 

          ความรู้สึกเหมือนกับอย่างที่บอก เหมือนเอาโซ่ตรวนมาผูกไว้ เพื่อหวังการตีพิมพ์กับสนพ. 

          ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ลองนำงานเขียนไปส่งสนพ.อีก แต่...

          บทสุดท้าย ที่อยากสรุปคือ...เราหลงตัวเอง! (เล่นๆ นะ อย่าซีเรียส)

 

*******************

สค. 56

ปล. 1 ยังคงยืนยันว่า ปฐพีนี้อาลัย และ ตราบแผ่นดินสิ้นกาลเวลา จะไม่ส่งสำนักพิมพ์ค่ะ

ปล. 2
เรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะจู่ๆ ก็มี email จากสนพ.มาตอกย้ำให้ช้ำใจ ทั้งๆ ที่ไม่เคยติดต่อเขาไปอีกเลย

เรียนคุณ....

นวนิยายเรื่องเก็บรักฝากตะวัน ไม่ผ่านการพิจารณา
เนื่องจากพล็อตเรื่องยังไม่โดนใจ
ถ้าอย่างไรลองส่งเรื่องอื่นมาอีกนะคะ

 

ขอบคุณที่ให้เกียรติ
สำนักพิมพ์อ...


สำนักพิมพ์ใหญ่เสียด้วยนะ ไม่น่าก๊งเลย คงจะ 'ลืม' ว่าเคยเขียนปฏิเสธเรามาแล้ว หรือว่า 'เพิ่งตื่น' 

รวมสาระตะทั้งหมด 14 เดือน ด้วยเหตุผลที่แค่เปิดอ่านแรกก็รู้แล้ว! (เสียเวลาทำไมตั้ง 14 เดือน)


 


แฟนคลับ [2]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1 บอกว่า :

    ประสบการณ์เจ็บๆในการส่ง สนพ.มีเยอะค่ะ
    แต่แง่มุมดีๆก็มีอยู่มากมายเหมือนกัน

     

    ก่อนอื่นต้องบอกว่าคุณอดทนดีค่ะ..รอได้เกือบปีอย่างนั้น
    สนพ.มักไม่กล้าเสี่ยงกับนิยายยาวของหน้าใหม่ค่ะ
    แต่สนพ.ในฝันปฏิเสธ ก็ใช่ว่านิยายจะลดคุณค่าลง
    เพื่อนเรา..สงสัยส่งไป สนพ.เดียวกับคุณมั้งคะ
    สำนักพิมพ์ อ. ที่แปลได้ว่า "รุ่งเช้า" น่ะค่ะ
    ก็เจอคล้ายๆคุณ แต่เธอไหวตัวทันถอนเรื่องมาก่อน
    สุดท้ายเรื่องนั้นก็ผ่านกับอีกสนพ. อาจเป็นแค่สนพ.ขนาดกลาง
    แต่ก็ได้ตีพิมพ์อยู่ดี บางครั้งมันอยู่ที่การปรับกลยุทธ์ของเราค่ะ

    ตรรกะที่คุณยึดนั้นถูกแล้วค่ะ นักเขียนต้อง "หลงตัวเอง"
    เพราะในยุคที่นิยายเลิฟซีนแรงๆคือสินค้าชั้นดีแบบนี้
    ถ้าเรารักจะ "แนว" ก็ต้องแนวกันไปให้ถึงที่สุดค่ะ

    แต่อีกแง่หนึ่ง ก็ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็น"ปม"ของคุณนะคะ
    เราเคยเห็นนักเขียนที่ได้ยอดวิวเป็นแสน แต่ส่ง สนพ.ไม่ผ่าน
    ไม่ใช่แค่ที่เดียว แต่เกือบ 10 สนพ.เลยที่ปฏิเสธ
    มันคงจะดีถ้าเธอไม่เอามาโวยวายว่า สนพ.ทั้งหลายตาถั่ว
    เชื่อมั่นในตัวเองนั้นดีค่ะ แต่ก็ต้องไม่ให้ถึงขั้นมี ego
    ลองหาจุดที่คุณจะยืน..พอหาได้คุณจะสบายใจค่ะ

    เราเคยอ่านตราบแผ่นดินฯ ของคุณนิดหน่อย
    คุณเดินเรื่องช้าในช่วงบทแรกๆ นั่นเป็นสิ่งที่เรารู้สึก
    แต่นิยายที่จะขายได้สมัยนี้ต้องดึงคนอ่านตั้งแต่บทแรกๆค่ะ
    แต่ทั้งนี้มันก็แล้วแต่คุณว่าจะเขียนเพื่อตัวเอง หรือเขียนเพื่อขาย
    ถ้าเพื่อตัวเอง..เขียนยังไงก็ได้ค่ะ
    แต่ถ้าอยากลองเข้ามาในวงการ มันก็ต้องปรับตัวกันหน่อย
    ..


    14 ส.ค. 56 / 16:37

    2 บอกว่า :
    ขอบคุณคุณวิฬารีที่ยอมสละเวลาเขียนคำแนะนำ ให้กับคนที่รู้จักกันแค่ผ่านตัวหนังสือออนไลน์ และทุกครั้งก็มักจะวางข้อคิดดีๆ เอาไว้ให้เสมอ

    ชื่อของนสพ.นั้นคงจะไม่ผิดไปจากที่คาดเดาค่ะ และถ้านับจริงๆ อาจจะนานกว่า 10 เดือน ถึงอย่างไร...เราก็ยังเคารพผลการพิจารณาของนสพ.ค่ะ

     

    น้อมรับคำติจากเก็บรักฝากตะวันนะคะ
    เราเองก็คิดเช่นเดียวกับคุณวิฬารีค่ะ นอกจากเนื้อเรื่องจะยาวแล้ว  บทแรกๆ ที่เชื่องช้านั้นก็เป็นจุดอ่อนที่สองซึ่งเราทราบมาแต่ต้นแล้วค่ะ คงจะเป็นวิธีการเขียนในนิยายทุกเรื่องที่ยังปรับไม่ได้สักที นั่นอาจเพราะเป็นการเขียนเพื่อตัวเองค่ะ มันเลยอืดและเรียบอย่างนั้น ทำให้ไม่อาจฝ่ากฏเหล็กข้อต้นๆ ของการเขียนนิยายส่งสนพ.คือต้องน่าติดตามตั้งแต่บทแรกให้ได้เสียที

    ไม่ต้องห่วงนะคะ เราไม่ได้กลัวการถูกปฏิเสธจนเป็นปมลึกขนาดนั้นหรอก ขำขำค่ะ ถ้ามีเรื่องที่เขียนแล้วถูกใจก็คงจะส่งให้ นสพ.อีก

    ทั้งหมดนี้ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างสูง และขอน้อมรับความปรารถนาดีของคุณวิฬารีและทุกท่านที่ส่งคำแนะนำมาให้ค่ะ

    ว่างๆ ขอเชิญแวะมาติชมนิยายที่เขียนด้วยนะคะ
    ขอบคุณค่ะ

     


    24 ส.ค. 56 / 23:51

    3 กลิ่นดิน บอกว่า :
    โชคดีจริงๆที่ได้อ่านทั้งของท่านเจ้าของประสบการณ์และของคุณวิฬารี
    สังคมนี้ยังอบอุ่นมากๆ.....สังคมของคนอ่านและเขียนหนังสือ

    ท่านเจ้าของประสบการณ์เทใจเล่าหมดเปลือก
    ท่านวิฬารีทุ่มให้กำลังหมดทั้งใจ

    เพื่อนคนหนึ่ง
    23 ต.ค. 56 / 06:59

    4 รุ้งปลายฟ้า บอกว่า :


    หลังจาก
    เดือนที่ 10 ที่ได้รับปฏิเสธมาจากสำนักพิมพ์ 
                  'ค่ะ ผิดเกณฑ์เรื่องความหนา ทางสำนักพิมพ์ขออนุญาตไม่พิมพ์นะคะ'

     
    เดือนที่ 14 ทั้งๆ ที่ลืมไปแล้วแท้ๆ

                   วันนี้ Dec 13, 2013 จู่ๆ ก็ สนพ.ก็ส่ง อีเมล์ มาตอกย้ำอีกครั้ง! ทั้งๆ ที่ไม่เคยติดต่อไปเลย 

    เรียนคุณ....

    นวนิยายเรื่องเก็บรักฝากตะวัน ไม่ผ่านการพิจารณา
    เนื่องจากพล็อตเรื่องยังไม่โดนใจ
    ถ้าอย่างไรลองส่งเรื่องอื่นมาอีกนะคะ

     

    ขอบคุณที่ให้เกียรติ
    สำนักพิมพ์อ...


    สำนักพิมพ์ใหญ่เสียด้วยนะ ไม่น่าก๊งเลย คงจะ 'ลืม' ว่าเคยเขียนปฏิเสธเรามาแล้ว หรือว่า 'เพิ่งตื่น' 

    รวมสาระตะทั้งหมด 14 เดือน ด้วยเหตุผลที่แค่เปิดอ่านก็รู้แล้ว!



     


    14 ธ.ค. 56 / 00:40

    5 valerie[วิฬารี] บอกว่า :
    สนพ.นี้คงงานเยอะจนเบลอ...

    14 ธ.ค. 56 / 11:46

    6 pretty.ne บอกว่า :
    มาให้กำลังใจค่ะ

    ในยุคสมัยที่นิยายมีแต่เลิฟซีนแรงๆ เรากลับโหยหาความละมุนละไมเช่นนิยายยุคก่อนๆ เก็บรักฝากตะวัน เป็นนิยายอีกเรื่องที่เราอ่านแล้ว อิ่ม ค่ะ รอคอยอยู่เสมอว่าสักวันหนึ่งจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้

    เราเริ่มอ่านนิยายมาตั้งแต่อายุ 13 สมัยนั้นมีแต่นักเขียนชั้นครู แต่ยอมรับว่าอ่านมากๆ ก็เริ่มเบื่อกับพล๊อตเดิมๆ พอมาถึงยุคนักเขียนหน้าใหม่ แรกๆ เราก็ตื่นตาตื่นใจกับพล๊อตใหม่ๆ บางเรื่องราวไม่เคยรู้ มันก็ดีตรงที่บางเรื่องเราไปหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้เป็นความรู้ใหม่ๆ ให้กับตัวเองค่ะ

    เวลาผ่านไปสักพัก เริ่มรู้ตัวอีกครั้งว่านิยายใหม่ๆ เหล่านั้น ส่วนใหญ่เราแค่อ่านผ่านแล้วผ่านเลย บางเรื่องอ่านเล่นในเน็ต บางเรื่องซื้อเพื่ออ่านฆ่าเวลาสุดท้ายก็ซุกเก็บไว้ในตู้ มีแค่ไม่กี่เรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกอิ่มไปกับมัน อ่านแล้วอ่านอีก

    สำหรับเรา นักเขียนดังไม่ดัง เล่มบางหรือเล่มหนา อ่านในเน็ตแล้วหรือยัง ไม่สำคัญเลยค่ะ สำคัญที่สุดคืออ่านแล้วอิ่มใจ ยิ้มหัวเราะ โศกเศร้าเคล้าน้ำตากับตัวละครในเรื่อง ถึงอ่านแล้วก็อ่านอีก มีบางเล่มที่เราอ่านแล้วอ่านอีกมาเป็น 10 ปี น่าจะ 20-30 รอบเข้าไปแล้ว

    หวังว่าสักวันหนึ่งจะมีโอกาสได้อ่านนิยายเรื่องนี้ในรูปแบบหนังสือนะคะ ไม่ว่าจะส่งสำนักพิมพ์ ทำมือ หรืออะไรก็ตาม เพราะคิดว่าอีก 10 ปี ข้างหน้าเราก็คงยังอยากอ่านนิยายเรื่องนี้ซ้ำๆ อยู่

    ชอบนิยายเรื่องนี้มากๆ ค่ะ ^^
    29 ธ.ค. 56 / 23:13

    7 รุ้งปลายฟ้า บอกว่า :
    ขอบคุณมากๆ สำหรับกำลังใจ


    3 ม.ค. 57 / 23:54

    8 BlueGreenAlgae บอกว่า :
    เรื่องตราบแผ่นดิน สิ้นกาลเวลา พี่รับจองแล้วตีพิมพ์เองเลยค่ะๆๆๆ หนูซื้อๆๆๆๆๆ อ่านแล้วรักชาติมากค่ะ สนุกซึ้งอินมากๆๆๆเลย อ่านจบแล้วต้องอ่านซ้ำ คิดต่อตลอดเลยค่ะ รู้สึกเต็มอิ่มกับความรักของคนสมัยก่อนมากๆเลย ทะนุถนอนดูแลจริงใจ เสียสละ จากใจจริงๆ ไม่ใช่ฉาบฉวย วูบวาบเหมือนความรักทั่วๆไปสมัยนี้ค่ะ เรื่องนี้ถ้าเอาไปแจก ดรงเรียนให้เด็กอ่าน เด็กน่าจะต้องรักชาติมากขึ้นแน่ๆค่ะ จะติดตามผลงานและข่าวของพี่กับผลงานเรื่องนี้นะคะ หนูจะรอช่วยสนับสนุนกับอุดหนุนนะคะ

    เรื่องอื่นของพี่หนูสอบเสร็จจะตามอ่านนะคะ >3<
    6 เม.ย. 57 / 11:25

    9 รุ้งปลายฟ้า บอกว่า :
    ขอบคุณค่ะ

    ดีใจที่มีคนชอบเพิ่มมาอีกท่านค่ะ

    ยินดี ยินดี
    13 เม.ย. 57 / 00:44

    10 nicky บอกว่า :
    ่่้ัีปรกติชอบอ่านนิยายพวกซาตาน อ่านไปงั้นเอาไว้กรี๊ดกร๊าดซาตานเถื่อนเล่นว่างๆตอนฝันกลางวัน ขอบอกไม่เคยจำได้ใครแต่ง อ่านบทนำ ตอนตบจูบ โน่นข้ามไปจบ อ่านตราบแผ่นดินฯ เพราะชอบชื่อเรื่องอ่านแค่ตอนแรกไม่หวือหวาอะไรแต่สงสัยว่าทำไมฉันไม่อ่านข้ามและไม่หยุดอ่าน ยิ่งอ่านยิ่งเลื้อย อาการเหมือนงูแพ้เชือกกล้วยที่แม่เคยบอก คืออ่านไปเรื่อย ทุกตัวทุกตอน ไม่พอย้อนมาซ้ำจนสาแก่ใจ ขอบอกว่าแพ้ทาง อย่าท้อนะคะทำอะไรออกมา จะคอยตามอุดหนุน วนเวียนอยู่ใกล้งานเขียนของคุณ ฝันใฝ่อยากเขียนอะไรทำนองเดียวกันแต่ไม่สามารถถึงขั้น ขอบคุณสำหรับงานดีดี เรื่องราวที่งดงาม
    พิมไรเอง ขายไรเองบอกให้รู้ดังๆ ไกลๆน๊าจะตามซื้อคอยดู๊...แฮะ แฮะ คุ้น คุ้น เหมือนเคยได้ยินแม่หญิงที่ไหนน้ามาตะโกน
    28 เม.ย. 57 / 17:52

    11 รุ้งปลายฟ้า บอกว่า :
    ขอบคุณค่ะ

    สำหรับกำลังใจจากทุกท่าน
    ตอนนี้ ยังขาด Art หน้าปกค่ะ
    รออีกหน่อยนะคะ

    13 พ.ค. 57 / 11:52

    12 ริญญดา บอกว่า :
    บังเอิญเข้ามาพบ อยากทราบเรื่องส่งต้นฉบับของนักเขียนอื่นบ้าง

    และก็บังเอิญส่งไปที่เดียวกันเลยค่ะ แต่ใจจริงหวังเพียงคำแนะนำ ชี้จุดบกพร่องของเรื่องเพราะว่าเพิ่งเขียนเรื่องแรก และรู้ว่ามือยังอ่อนมากอยู่

    รอหลายเดือนจนถอดใจ ระหว่างนั้นมีการทวงถามหนึ่งครั้ง ตอนเดือนที่หก   บอกว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาพอเดือนที่ 11  ก็ได้คำตอบว่า เรื่องไม่ตรงกับแนวของ สนพ.  หนึ่งบรรทัดจากการรออย่างยาวนาน ว่าเรื่อง...(ของคุณ)ไม่ผ่านการพิจารณาเหมือนที่คุณได้เปี๊ยบเลย  แต่ก็ดีใจนะคะอย่างน้อยก็ได้ทราบซะทีจะออกหัวหรือก้อย  แล้วอีกเดือนก็มีคอมเม้นท์ตามมาประมาณสองบรรทัด ก็ยังงงว่าเขาอ่านเรื่องของเราจริงๆใช่ไหม  

    ที่ส่งไปเพราะมีแฟนคลับยุให้ส่งค่ะ  มียอดวิวแค่สี่พันกว่าก็ส่งไปน่ะค่ะ  ว่าจะรีไรท์ถ้ามีเวลาแต่คงไม่ส่ง สนพ. แล้วค่ะ   

    เข้ามาบอกว่ามีประสบการณ์เหมือนกันเชียวค่ะ

    ยังไม่ได้อ่านเรื่องของคุณรุ้งปลายฟ้าเลย เดี๋ยวว่างจะเข้าไปอ่านนะคะ  น่าสนใจค่ะ


    8 มิ.ย. 57 / 20:58

    13 รุ้งปลายฟ้า บอกว่า :
    ประกาศค่ะ

    ตอนนี้ 'เก็บรักฝากตะวัน' จะจัดพิมพ์เป็นหนังสือทำมือแล้วนะคะ

    ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะขายออกไหม ต้องแบ่งเป็นสองเล่ม

    หนำซ้ำยังไม่มีตอนพิเศษกั๊กเอาไว้เสียด้วย


    ไม่ว่าจะมียอดสั่งจองเท่าไหร่ ก็ตั้งใจว่าจะทำเก็บไว้เป็นที่ระลึกสำหรับตัวเอง

    (ในที่สุดก็ยังหลงตัวเองอยู่ดี)

    ขอบคุณทุกท่านสำหรับกำลังใจที่มีให้กันเสมอมา

    รุ้งปลายฟ้า พลับพลาตะวัน
    15 ก.ย. 57 / 14:22

    14 ยาน บอกว่า :
    เพื่งอ่านตราบแผ่นดิน ฯจบบทที่ 62 ขอบอกว่าสำนวนดีมาก ในฐานะคอนิยายเก่าอ่านพวกทมยันตีโรสลาเรนโสภาคสุวรรณ บลาบลา ชอบการจุดประกายรักชาติศาสน์กษัตริย์และการแย้งค้านประวัติศาสตร์ในมุมต่าง อยากเห็นการบรรยายฉากบ้านเรือนวัดวาอารามและซีเควนซ์ประวัติศาสตร์มากกว่านี้ รักนิยายเรื่องนี้ค่ะอยากให้รุ่นใหม่ได้มีโอกาสอ่าน
    12 พ.ค. 58 / 11:39

    1

    ตอนก่อนหน้า

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    7
    Comments
    19
    Fanclub
    2


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog