{one piece}: Prison Popinjay!

ตอนที่ 14 : Prison Popinjay!: Sector 13*

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,467
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    9 ม.ค. 58

SECTOR 13*: shiro memories

บทที่สิบสาม... ความทรงจำขาวบริสุทธิ์

 

ต่อไปนี้บทที่มี (*) หมายถึงการย้อนอดีตทั้งหมดนะคะ
เพื่อไม่ให้ผู้อ่านงงจนเกินไป เจบีจะขอย้อนอดีตยาวๆ
เนื้อหาย้อนอดีตตั้งแต่บทที่ 10 ถึงบทที่ 13 ค่ะ

 

สีขาว แทนความบริสุทธิ์

แท้จริง บดบังความมืดมิดไว้เบื้องหลัง

 

ย้อนอดีต.... อารัมภบทสุดท้าย

 


 

งานเลี้ยงถูกจัดนอกเมือง ในคฤหาสน์ห่างไกลจากตัวเมืองมาไม่น้อย มันตั้งอยู่ในจุดๆที่สามารถมองเห็นทั้งเมืองเป็นกลุ่มก้อนเล็กที่มีแสงสีระยิบระยับยามค่ำคืน คฤหาสน์บนหน้าผาของท่านรัฐมนตรี เบื้องล่างเป็นทะเลที่กำลังกระหน่ำคลื่นแรงราวกับกำลังอาละวาดที่เบื้องบนจัดงานเลี้ยงแสงสีเสียงที่น่ารำคาญ

ตัวคฤหาสน์ทำด้วยหินอ่อน หน้าต่างเป็นกระจกใสบานกว้าง ส่วนมากตัวบ้านเป็นกระจกหนาทำให้เห็นวิวได้สะดวก ไม่มีระเบียง มีแต่กระจกใสที่ทำให้เห็นว่าพวกเขายืนอยู่ที่หน้าผา พูดได้ว่าหากกระจกแตกแล้วคุณก้าวพลาด... ก็คือตก และไม่มีทางรอดแน่

เศรษฐีมากมายมาพร้อมกับภรรยาที่มีเครื่องเพชรเต็มตัว ภายในงานเสิร์ฟเครื่องดื่มเป็นไวน์ขาวเท่านั้น เค้กก้อนโตตั้งตระหว่านอยู่กลางห้องโถง ส่วนสูงเหมือนเค้กแต่งงานอลังการ รอบเค้กเป็นน้ำแข็งแกะสลักเป็นตัวเลขอายุของเจ้าของบ้าน และตกแต่งด้วยดอกทิวลิปสีขาว

‘เครื่องดื่มค่ะ’

หญิงสาวในชุดสีแดงรับแก้วไวน์มาจากเด็กเสิร์ฟ น่าเสียดายที่งานนี้ปลอมตัวเสิร์ฟไม่ได้ เพราะเด็กพวกนี้เป็นเด็กที่ดูแลความสะอาดประจำบ้าน ย่อมรู้กันดีหากมีบุคคลแปลกปลอมปลอมตัวเข้ามา

ดูเหมือนเธอจะแต่งตัวเด่นไปสักหน่อย ลืมไปว่างานนี้ไม่ค่อยมีผู้หญิง... โสด

นามิก้มสำรวจตัวเอง ร่างระหงในชุดเดรสรัดรูปแขนชีฟองสี่ส่วนสีแดงปักเลื่อมสีดำคาดตรงหน้าอก ชุดนั้นสั้นโชว์เรียวขานวลเนียนจรดรองเท้าส้นสูงสีเดียวกับที่คาดผมสีแดงคาดเปิดหน้าผากกลมมน ใบหน้าเรียวได้รูป พวงแก้มใสและผิวขาวอมชมพู แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อย

สงสัยวันนี้แต่งโป๊ไปหน่อย... หญิงสาวทำเป็นมองไม่เห็นพวกเศรษฐีหัวงูที่มองมาและแทะโลมด้วยสายตาหื่นกระหายทั้งที่ภรรยาของตนก็เกาะแขนอยู่

โรบินอยู่ในชุดเกาะอกยาวสีม่วงเข้ม สีโปรดของเธอ เกล้าผมขึ้นเป็นมวยสวยเผยแผ่นหลังเนียน ที่จริงจะว่าไปเธอเองก็อยากใส่เกาะอกเหมือนกัน มันจะคงทำอะไรถนัดกว่าเยอะ... ถ้าไม่ติดที่ต้องคอยกังวลว่าจะมีใครเห็นรอยสักของเธอ นี่เป็นงานที่ต้องระวังตัว

มันไม่ใช่แค่งานเลี้ยงธรรมดา...

...ดูเหมือนมันจะเป็นงานที่ดึงดูดตัวเต็งๆมาด้วย

‘นั่นคาโปเน่ เบจจ์

นามิกระซิบเพื่อนพลางพยักเพยิดหน้าไปที่เป้าหมาย

คาโปเน่ แก็งค์ เบจจ์ เป็นผู้ชายตัวเตี้ยที่มีลักษณะคล้ายเจ้าพ่อมาเฟีย เจ้าของพลังปีศาจแห่งครอบครัว คือสร้างป้อมปราการในการเก็บลูกน้อง กลุ่มโจรสลัดไฟร์แท้งค์ จากเวล์ทบลู... เขาสวมเสื้อตัวใหญ่และใส่เครื่องประดับหลายอย่างทั้งหมวกและแหวนทองประดับพลอยขนาดใหญ่ คาโปเน่กำลังยืนสูบซิการ์และคุยอยู่กับ...

‘ส่วนนั่น อุรูจ ใช่ไหม’

อุรูจ... ชายรูปร่างใหญ่โต กล้ามเนื้อเป็นมัด ผมสั้นเกรียน ไว้เครายาวไปถึงคอและมีปีกสีขาวอยู่ข้างหลัง... เขามาจากเผ่าพันธุ์ชาวท้องฟ้า และแต่งกายคล้ายพระด้วยการสวมอาภรณ์ยาวถึงพื้นและเสื้อตัวยาว นั่นเป็นอีกสาเหตุที่ใครหลายคนเรียกเขาว่า พระปริศนา      

‘ทำการบ้านมาดีนี่’ โรบินเอ่ยชม เธอเป็นคนสั่งให้นามิไปหาประวัติของซุปเปอร์โนว่ามา เพราะรู้สึกว่าพวกเขากำลังเข้าใกล้คำนั้นมากขึ้นทุกที รวมไปถึงเพื่อนทั้งสองของเธอก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

‘แน่ล่ะ แต่ฉันไม่อยากรู้เท่าไหร่หรอก คนพวกนี้มีพลังปีศาจกันทั้งนั้น’

‘งั้นเธอก็รู้สินะว่าต้องทำอะไร’

‘รู้สิ... อยู่ให้ห่าง

พอพูดถึงอยู่ให้ห่าง ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มก็กลับมาหลอกหลอนเธออีกรอบ.... ทำเอาสาวเจ้าหน้าแดงขึ้นมาเสียดื้อๆ เธออุตส่าห์ลืมเขาไปได้แล้วเชียว!... ช่างปะไร กะไรเสียเธอก็ห่างจาก...

ห่างจากอะไรรึ คุณผู้หญิง

‘ก็ห่างจาก... นาย!

นามิถอยกรูดไปหลบหลังโรบินตามสัญชาตญาณ เหมือนลูกแมวที่หลบหลังแม่ของมัน แต่ไม่วายขู่ฟ่อๆจนขนฟูฟ่องไปด้วย

เขามาที่นี่ได้ไง! เป็นผีหรือไง! หรือมีประตูทุกหนทุกแห่ง!?

พูดถึงก็มาเลย คนอะไรตายยากชะมัด!!

ทราฟาลก้า ลอว์ ‘หมอศัลยกรรมแห่งความตาย’ หรือ หมอยมทูต ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นมือปราบของเดรสโรซ่า แต่เบื้องหลังเขาคือหัวหน้ากลุ่มฮาร์ทที่เป็นอันตรายต่อรัฐบาลในระดับสูง  เป็นคนที่มีความสุขุมเยือกเย็นมากไม่ว่ายามไหน ซึ่งเป็นวิสัยทั่วไปของนักดาบ เขาพบดาบยาว(Nodachi) ไว้กับตัวตลอดเวลา หลายคนพูดว่าเขานั้นมีนิสัยชั่วร้ายและไม่เห็นค่าชีวิตคน สมชื่อหมอยมทูต

โดยเฉพาะเวลาโผล่มาเหมือนกับผีแบบนี้!

เขาแต่งตัว... ไม่ได้ต่างจากตอนอื่นเท่าไหร่ สูทสีดำทั้งตัว ให้ความรู้สึกมืดมนสมกับฉายาผีๆของเขา ถ้าเขาเดินในความมืดเธอคงมองไม่เห็นเขาแน่ๆ

‘สวัสดี คุณหมอ’ โรบินยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร

‘สวัสดี’

‘กองไว้นั่นเถอะย่ะ’ นามิชะเง้อหน้าพ้นไหล่โรบินมาแลบลิ้นใส่เขาเป็นเด็กๆ

‘คุณหมอก็มางานนี้ด้วยเหรอ’

‘อืม... ตัวแทนจากเดรสโรซ่า’

นามิประหลาดใจที่เห็นโรบินคุยกับเขาราวกับเคยคุยกันมาก่อน ‘โรบิน เธอรู้จักเขาด้วยเหรอ’

‘อ๋อใช่ ฉันลืมไป ลูฟี่...’

‘ทำอะไรของเธอ เป็นแมวหรือไง’ ลอว์พูดขึ้นก่อนโรบินจะได้พูดจบ เมื่อเห็นคนตัวเล็กหลังหญิงสาวร่างสูงง้างกรงเล็บขึ้นท่าเตรียมจะตะปบเหยื่อแถมยังแยกเขี้ยวใส่เขาเหมือนแมวตั้งท่าจะสู้ หนำซ้ำเขายังได้ยินเสียงหล่อนคำรามอยู่ในลำคออีกด้วย... น่ากลัวจังนะ

‘นามิ คุณหมอ...’

‘อย่าเข้ามานะ’ เธอขู่ เกร็งกรงเล็บขึ้นข้างศีรษะ ไม่สนใจประโยคที่โรบินจะพูด สายตาจับจ้องฝั่งตรงข้ามราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ‘เข้าใกล้ฉันนายตายแน่

ลอว์ตอบโกลับด้วยสายตาและสีหน้าที่กำลังบ่งบอกว่าคำพูดของเจ้าหล่อนนั้นไม่ได้ทำให้เขาสะทกสะท้านอะไรเลย กลับกันชายหนุ่มกลับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย แม้ใบหน้าจะเฉยชาดังเดิมแต่สำหรับนามิ... ใบหน้าเขากวนประสาทขึ้นร้อยเท่า!

‘อ๋อนี่อยากลองดีใช่ไหมยะ’ พูดไม่วาย ตะปบกรงเล็บใส่อากาศด้านหน้าให้เขาดู

จนร่างสูงมองท่าทางเด็กชวนตีดูน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนลูกแมว ได้แต่ถอนหายใจยาวๆอย่างจงใจ

‘อย่าทำเสียงแบบนั้นใส่ฉันนะ’

โรบินมองเพื่อนสาวสลับกับชายหนุ่มตรงหน้าก็ได้แต่ยิ้มและหัวเราะในใจ

...งั้นเอาไว้ก่อนแล้วกัน ฮุฮุฮุ...

ยินดีต้อนรับทุกท่าน...’

ชายชราท่าทางใจดียิ้มให้กับบรรดาแขกในงาน  กรอกเสียงแหบลงในไมโครโฟน ‘ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณมากที่ทุกท่านมาร่วมงานในวันนี้...’ จากนั้นก็เริ่มสาธยายถึงจุดเริ่มต้นการทำงานในตำแหน่งนี้ของเขา นามิไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่ เขาบริหารโดยนึกถึงคนในเมืองก็จริง หากไม่ใส่ใจชาวบ้านรอบนอกของเมืองที่ยังรอการช่วยเหลืออยู่

‘นี่คุณผู้หญิง’

‘ไม่ต้องมาเรียกฉัน’

นามิไม่เปิดโอกาสคุยกับเขา เธอสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ...แล้วก็ฉุกนึกขึ้นได้ เดี๋ยวนะ นี่เธอกำลังทำเหมือนงอนเขาไม่มีผิดเลย บ้าไปแล้วนามิ ท่าทีแบบนี้มันอะไรกันน่ะ... แต่... แต่เธอก็สมควรจะโกรธนี่ เขาไม่ใช่หรือที่บังคับให้เธอจูบ...

โอ๊ย! เรื่องนี้อีกแล้ว!!

‘เพราะนายคนเดียวเลย!

‘?...ฉันทำอะไรไม่ทราบ’

‘ก็นาย.... ก็ตอนนั้น... นาย... เฮอะ!

‘ฉันทำไม... อย่าบอกนะว่าเธอยังคิดเรื่องจูบนั้นน่ะคุณผู้หญิง’

‘ก็เออสิยะถามได้ กับคำถามบ้าๆของนายก็ด้วย’ นามิพูดเมื่อเห็นว่าโรบินเดินออกไปไกลพอที่จะไม่ได้ยินเธอแล้ว ‘แล้วฉันสาบานได้ว่าถ้านายถามคำถามนั้นอีกรอบ นาย-เจอ-ดี-แน่

‘น่ากลัวจัง ฉันตัวสั่นไปหมดแล้ว’

เธออยากจะกรีดร้อง เขาพูดประโยคนั้นด้วยใบหน้าตายด้านแบบนั้นมัน.... กวนประสาทสิ้นดี!!

‘แล้วทำไมมันถึงรบกวนเธอนักล่ะ’

เธอเขม็งมองเขาและตอบเสียงแข็ง ‘เรื่องของฉัน! นายรู้ว่าฉันเป็นใครแล้ว ตอนนี้นายก็แค่หาโอกาสจับฉันโยนเข้าตารางใช่ไหมล่ะ’

‘....งั้นมั้ง’ ลอว์ขี้เกียจเถียงต่อ ...ผู้หญิงอะไรตีโพยตีพายไปเองเก่งจริง

‘คิดดูสิ นายจะจับฉันเข้าคุก ไปอยู่กับพวกนักโทษหัวรุนแรงโหดร้ายป่าเถื่อน นายคิดว่าผู้หญิงสวยบอบบางอย่างฉันจะไม่โดนรังแกเหรอ’

...ที่พูดมาทั้งหมด... คือชมตัวเองสินะ?

‘ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันบอกพัศดีให้เธออยู่ห้องขังเดี่ยว’

‘นั่นสินะ ค่อยยังชั่วหน่อย.... ถุย! ไอ้บ้า!!

ระหว่างที่ปล่อยให้คนสองคนยืนเถียงกันไปพลางๆ โรบินกวาดสายตามองรอบตัว มีลางสังหรณ์แปลกๆ... ลอบมองดู มีคนที่มีพลังปีศาจแฝงตัวอยู่ในงานไม่น้อย อย่างน้อยก็เธอล่ะคนหนึ่ง และถ้าหากคนกลุ่มนั้นวางแผนอย่างที่พวกเขาคิดจริง มันก็จะเป็นการปล้นที่รนหาที่ตาย ...แต่หากว่า คนพวกนั้นรู้...

มันคงโกลาหลน่าดู

หรือถ้า...

นี่เป็นการซ้อนแผนอีกทีล่ะ

เดี๋ยวนะ...

...โอ้ แย่แล้วสิ...

‘นามิ ยกเลิกภารกิจ’

‘อะไรนะ’

‘ยกเลิกภารกิจ’

‘ทำไมถึง...’

ปัง!

เพล้งงง!!

โครม!

สายไปแล้ว...

เสียงปืนปริศนาลั่นดังกึกก้อง กระจกหน้าต่างฝั่งหน้าผาแตกเป็นเสี่ยงๆ เปิดรับลมพัดโกรกเข้ามาในตัวคฤหาสน์ โต๊ะวางเค้กกลางห้องพลิกคว่ำพร้อมกับกลุ่มคนปริศนาขึ้นมาจากใต้พื้น ก่อนกลุ่มปริศนาจะล้อมรอบบริเวณห้องโถง ทุกคนสวมหน้ากาก แต่งตัวด้วยสีดำปกปิดมิดชิด ในมือถือปืนรุ่นเดียวกันหมด

มองแวบเดียวนามิก็รู้ว่ามันคือปืนกลมือชนิดพิเศษ ไม่ได้มีขายในท้องตลาด รังเพลิงทำด้วยเหล็กชนิดพิเศษ ไม่สิ... มองดูดีๆแล้วมันเหมือนกับ...

‘พวกแกคิดว่าพวกแกเป็นใครกัน หึหึ’

‘หุบปากไปลุง’

‘บอกให้รู้นะ ปืนกระจอกนั่นทำอะไรฉันไม่...’

ปัง!!

‘อ้ากกก!!

...ใช่แล้ว หินไคโรไง...

คาโปเน่ร้องลั่น ร่างเขานอนกองอยู่บนพื้นขดตัวอย่างเจ็บปวด เลือดไหลออกจากต้นขาราวกับก๊อกแตก เสียงกรีดร้องเกิดขึ้น บรรดาแขกหน้าซีดเป็นไก่ต้มไปตามๆกัน ในตอนแรกไม่มีใครกล้าขยับเมื่อเห็นว่าชายชุดดำสิบกว่าคนยืนล้อมรอบห้องเอาไว้ แต่เมื่อปลายกระบอกปืนหันไปในทางเดียวกัน...

‘หมอบลง!

ปังๆๆๆๆ!!

งานเลี้ยงกลายเป็นความโกลาหล แขกร้องกันเสียงหลง ทุกคนต่างหนีตายเพื่อเอาชีวิตรอด ร่างเศรษฐีหลายคนร่วงลงไปนอนแน่นิ่งจมกองเลือดตัวเองอยู่บนพื้น ร่างในชุดหรูหราวิ่งอย่างแตกตื่นเมื่อเป็นเป้าเคลื่อนไหวมหาสนุกให้มือปืนชุดดำระดมยิงกันอย่างสนุกสนาน

โชคดีมีโต๊ะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ก่อนที่พวกมันจะระดมยิงเธอจึงล้มคว่ำมันให้เป็นเกราะกำบังได้ โต๊ะพวกนี้ทำด้วยไม้อย่างดีทำให้มีความแข็งแรงทนทาน อย่างน้อยก็อึดพอจะกันกระสุนจากปืนกลได้ หากเป็นปืนชนิดอื่นที่หนักกว่านี้ก็ไม่แน่เหมือนกัน

ที่แน่ๆเธอรู้แล้วว่ากลุ่มคนพวกนี้ไม่ได้วางแผนมาปล้นเครื่องเพชรที่อยู่บนคอบรรดาคุณหญิงทั้งหลาย

แต่ตั้งใจมาฆ่ายกโคตรเลยต่างหาก! เหมือนกับพวกมันรู้ดีว่าจะมีผู้มีพลังปีศาจมาร่วมงานนี้จึงใช้ปืนและกระสุนที่ทำจากหินไคโรโดยเฉพาะ และคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ต้องไม่ใช่กระจอกๆแน่

‘คุณโรบิน หนีไปก่อน’

‘โรบิน! เธอหนีไปก่อน อย่าให้โดนยิง!’ นามิสั่งเพื่อนเสียงแข็ง ถึงตอนนั้นจะสงสัยว่าเขารู้ได้ไงว่าโรบินมีพลังปีศาจที่สามารถหนีไปจากจุดนี้ได้

‘นามิ ฉันจะไม่...’

‘ต้องได้ ถ้าเธอโดนยิงฉันก็ไม่รอดเหมือนกัน’ นามิพูดน้ำเสียงจริงจัง

‘.........’

‘....ไปเร็ว!

‘เข้าใจแล้ว’ โรบินพยักหน้ารับ ไขว่มือไว้ที่อกก่อนหายลงพื้นไป ทิ้งไว้เพียงกลีบดอกไม้จากพลังปีศาจฮานะฮานะ

ปังๆๆๆ!!

‘เฮ้ย อะไรวะ อั่ก!

จู่ๆชายชุดดำก็เล็งปลายกระบอกมาทางพวกเดียวกันและกดยิงระรัวไม่ยั้ง พวกที่ไม่ทันได้ตั้งตัวจึงถูกยิงร่วงโดยง่าย มือปืนคนนั้นส่งสัญญาณให้ชายชุดดำอีกสองคนถอยไปหาที่กำบังเพื่อเตรียมยิงโต้ นามิมองชายชุดดำทั้งสามที่ปลีกตัวออกมาจากพวกเพื่อมาตั้งรับเตรียมยิงสู้

โซโล ซันจิ อุซป!

‘คุณนามิเป็นอะไรหรือเปล่าครับ’ เสียงซันจิดังมาจากชายชุดดำคนหนึ่ง

‘ปลอดภัยดี!

นามิตอบพลางหันไปมองชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะพบว่าเขานั่งหลังพิงฝาโต๊ะที่บังกระสุนอยู่ เขาหลับตานิ่งและกอดอกอย่างใจเย็น ไม่สนว่ากระสุนกี่นัดจะยิงเข้าที่โต๊ะ ไม่สนว่ากระสุนพวกนั้นมีสิทธิ์ทะลุเข้าหลังของเขาด้วย... ให้ตาย! กลัวตายบ้างเถอะพ่อคุณ!

หรือเขาจะโดนยิง?

‘นี่นาย...’

‘....’

เขาไม่ตอบ...

...เฮ้ย

หรือโดนยิงจริงๆ!?...

‘นาย... ทราฟี่!

‘...อะไร’

‘โดนยิงเหรอ?’

‘.......’

หรือเธอจะห่วงเขา?

‘นี่! ฉันถามว่าโดนยิงหรือเปล่า!!

‘....’ ชายหนุ่มไม่รู้จะตอบดีไหม เมื่อเจ้าหล่อนถือวิสาสะคลำตามแขนขาเขาราวกับจะหาบาดแผล... ซึ่งมันไม่มี แต่สีหน้าเธอดูตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย ‘...เปล่า’

‘แล้วไป... ทีหลังถามก็ตอบสิยะ!

‘ฉันกำลังใช้ความคิด.... คุณผู้หญิง’ ลอว์พูดพลางเหลือบมองคาโปเน่ที่นอนกุมขาตัวเองอยู่หลังเสาไกลออกไป เขาไม่ได้รู้เรื่องปืนเป็นพิเศษ แต่ก็พอเดาได้ว่ามันต้องเป็นกระสุนที่ทำจากหินไคโร ซึ่งหมายถึงเจ้าพวกนี้มาเพื่อฆ่าคนอย่างพวกเขาโดยเฉพาะ เพราะรู้ว่ารัฐมนตรีจะต้องชวนบรรดาแขกพิเศษมาร่วมงานด้วยแน่

‘มาคงมาคิดอะไรตอนนี้ นี่เราอยู่กลางดงกระสุนนะ! ทำอะไรสักอย่างสิ!

‘จะให้ทำอะไรล่ะ’

‘นายมีพลังไม่ใช่หรือไง ใช้มันซะสิ!

‘แล้ว...ทำไมฉันต้องทำด้วย’

‘อะไรนะ!?

‘นี่เรากำลังเล่น Truth or dare หรือเปล่า’

‘อะ... อะไรนะ!!

อ๊ายยย!! ไอ้หมอนี่มาถามอะไรเพี้ยนๆตอนนี้เนี่ย!!

หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้เนี่ยนะ!!?

‘เฮ้ยัยบ้า ยังอยู่ไหม!?’ เสียงโซโลตะโกนถาม พวกเขาสามคนยิงต้านอยู่แทบไม่ไหว ใกล้ถึงเวลาไปแล้ว ต้องนับถอยหลัง... ไม่สิ เขาต้องบอกเธอก่อน! ‘มีเวลาสามนาทีนะเฮ้ย!!

สามนาที....

สามนาทีสำหรับอะไร มันไม่อยู่ในแผนนี่?

เออ ช่างแผนมันเถอะ!

‘รู้แล้วน่า!! นามิตะโกนตอบกลับไป แล้วหันกลับมาแว้ดใส่ชายหนุ่มข้างๆต่อ ‘มัวทำอะไรอยู่เล่า นั่งมองเงาหัวตัวเองหรือไง!!

Truth or dare?

‘อะไรนะ?’

หมอนี่ต้องอำเธอเล่นแน่ๆ!

‘นี่มันไม่ใช่เวลามาเล่นเกมนะยะ!!

‘จูบฉัน’

‘อะไรนะ!?

อีตาบ้านี่เป็นบ้าอะไรของเขาอีก!!?

‘เมาหินไคโรหรือไง!?

‘จะเล่นไม่เล่น?’

‘มาเล่นบ้าอะไรตอนนี้!!

‘งั้นก็ตอบมา’

‘ตอบอะไร!

โนโคงิริมีความสัมพันธ์ยังไงกับเธอ

โอ๊ย!! ไอ้บ้านี่ มันใช่เวลาไหมเนี่ย!! คำถามบ้าๆ!! เกมบ้าๆ!!

‘นายบ้าไปแล้วเหรอ!?

‘ตอบมาเร็วคุณผู้หญิง’

ตอบคำถามบ้าๆนั่น ใครจะไปตอบ!!

แต่ถ้าปล่อยให้ยิงกันอยู่อย่างนี้เพื่อนเธอได้ตายก่อนแน่!!

‘ถ้าฉันเล่นนายจะช่วยกำจัดพวกมันไหม!?

‘....ได้’

‘งั้นฉัน...’

‘.......’

ฉันเลือก DARE!!!

พูดจบ หล่อนก็โน้มตัวเข้าหาเขาพร้อมเบียดริมฝีปากอิ่มกับริมฝีปากของชายหนุ่มอย่างรีบร้อน อย่างหนักแน่น อย่างดุดัน แต่คราวนี้ไม่ปล่อยให้เคลิบเคลิ้ม ไม่ยอมให้ดื่มด่ำความหวาน หญิงสาวถอนริมฝีปากออกอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะขาดฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่เพราะสถานการณ์เสี่ยงโดนยิงพรุนกันทั้งคู่

ลอว์มองหน้าหญิงสาว ประหลาดใจอยู่น้อยๆแต่ก็เก็บไว้ได้ดี...สุดท้ายหล่อนก็ไม่ยอมตอบอยู่ดีสินะ

‘ช่วยไม่ได้ล่ะนะ’

เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ และผ่อนออกช้าๆ เมื่อถึงยามที่เสียงปืนข้างหายไปห้วงหนึ่งเพื่อใส่กระสุนชุดใหม่ ร่างสูงก็ลุกขึ้นยืน ประจันหน้ากับชายชุดดำที่ยังเหลืออยู่ มือที่เต็มไปด้วยรอยสักของเขาขยับขึ้นช้าๆ เผยรอยสักคำว่า ‘DEATH’ ชัดเจนบนนิ้วทั้งห้า ดวงตาคมกริบจับจ้องเป้าหมายไม่กะพริบ

ROOM

เขาไม่ได้ทำเพราะจูบนั่นหรอก

แค่ทำตามกติกาเกม Truth or dare ต่างหาก

ถึงไม่รู้ว่ามันเป็นกติกาประเภทไหนก็เถอะ

SHAMBLES!

 



 

มันก็แค่จูบ...

...ก็แค่จูบ

บอกตัวเองเป็นรอบที่ล้าน ก็แค่จูบครั้งที่สองที่เธอจูบผู้ชายก่อน ไม่เห็นจะมีอะไรเลย! เธอทำไปเพราะปกป้องเพื่อน เธอทำไปเพราะไม่อยากตอบคำถาม เธอทำไป... ทำไปทำไม!?

นามิเดินออกมาจากโต๊ะที่โดนยิงจนพรุน เสียงปืนเงียบลงหลังจากลอว์ใช้พลังของเขาแยกชิ้นส่วนพวกมันออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พวกมันร้องเสียงหลงกันอย่างแตกตื่นเมื่อเห็นร่างกายตัวเองเสมือนถูกฟันออกเป็นเสี่ยงๆ แขกที่ยังมีสติพอที่จะวิ่งก็รีบออกจากงานเลี้ยงไปให้เร็วที่สุด

‘โซโล!

นามิร้องเมื่อเห็นชายชุดดำเพื่อนของเธอทั้งสามคนเดินออกมาจากหลังเสา หนึ่งร่างสูงกำต้นแขนตัวเองไว้แน่น และถึงแม้ชุดของเขาจะเป็นสีดำ แต่ปริมาณเลือดที่ไหลออกมาก็ทำให้ผ้าบริเวณนั้นเยิ้มแฉะจนสังเกตได้ไม่ยาก ร่างบางรีบวิ่งไปหาเขาด้วยความเป็นห่วง

‘ฉันบอกให้แกยิงคุ้มกันไงเล่า ไอ้กุ๊ก!

‘ฉันก็ยิงสกัดแล้วนะโว้ย! แกเองแค่ยิงใกล้ๆยังไม่โดนมันเลย!

‘พูดอย่างกับแกยิงแม่นนักล่ะ!

‘แกยิงห่วยกว่าฉันซะอีก!!

‘แกนั่นแหละ!

‘ไอ้หัวมอส!

‘ไอ้คิ้วม้วน!

เงียบนะ!!’ นามิตะคอกใส่คนทั้งสอง เพิ่งยิงกราดกันมาหยกๆยังจะมีอารมณ์มาทะเลาะกันอีก เธอมองชายหนุ่มทั้งสอง ใจละอยากจะแจกมะเหงกให้กินมันทั้งคู่ ถ้าไม่ติดที่เขาบาดเจ็บนะ จะอัดให้น่วมเลย! ว่าแล้วจึงเท้าสะเอวมองร่างสูงทั้งสองดวงตาคู่สวยเพ่งมองค้อนปะหลับปะเหลือก

‘โซโล แขนนายเป็นไงบ้าง’ อุซปถามทำลายความเงียบชั่วขณะเมื่อครู่

‘ฉันไม่เป็นไร’ โซโลตอบ ‘เรามีเวลาอีกหนึ่งนาที

‘หนึ่งนาที’

นามิทวนระยะเวลา ก่อนย่างสามขุมตรงไปหาศีรษะของชายชุดดำคนหนึ่ง กระชากผ้าคลุมหัวออก... แน่นอนเขายังไม่ตาย พลังปีศาจนี่ทำแค่แยกร่างออกเป็นชิ้น... แต่ไม่นาน เดี๋ยวเจ้าพวกนี้ก็ถึงฆาตแล้ว

‘ใครจ้างพวกแกมา’

‘...ผมไม่รู้! พวกเขาไม่ได้บอก สาบานได้!

‘ฉันถามแกดีๆนะ!

‘ผมไม่รู้จริงๆ!

‘...’

นามิครุ่นคิด วิเคราะห์สีหน้าของอีกฝ่าย... มันคงกลัวมาก ไม่น่าจะโกหกในเวลาแบบนี้หรอก ‘แล้วปืนพวกนี้ล่ะ’

‘พะ พวกเขาให้มา! สั่งแค่ว่าให้ยิง! ผะ ผมแค่ทำตามแผน!

‘พวกเขาคือใคร’ ลอว์กระชากหนังหัวของชายคนนั้นขึ้นมา ประจันหน้าส่งสายตาเยือกเย็นดั่งมัจจุราช... ลางสังหรณ์บอกเขาว่าการจลาจลครั้งนี้ เขาก็เป็นเป้าหมายของพวกมันเช่นกัน

‘ผะ ผมไม่รู้! ไม่รู้! พวกเขาโทรมา! ได้ยินแต่เสียงเท่านั้น! โอ๊ย!!

‘นามิ ไม่มีเวลาแล้วนะ’ อุซปเตือน

‘คุณนามิ ไปเถอะครับ!’ ซันจิย้ำ ขณะพวกเขาทั้งสามก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ มองร่างบางที่ค่อยๆก้าวถอยหลังตามพวกเขาไป โดยสายตายังจับจ้องมองร่างสูงในชุดสูทสีดำ มือเล็กล้วงอะไรบางอย่างในกระเป๋าถือ ริมฝีปากอิ่มเหยียมยิ้มชั่วร้ายราวแม่มดเมื่อชายหนุ่มหันกลับมามองเจ้าหล่อน ที่บัดนี้ถอยไปจนถึงหน้าต่างที่ติดกับหน้าผา

‘นี่เธอ...’ ลอว์ทำท่าจะเดินเข้าไป

แต่ต้องชะงักเมื่อนิ้วเรียวเล็กยกขึ้นจรดที่ริมฝีปากของตน

‘อ๊ะๆ อย่าลืมเป่าเค้กนะทราฟี่’

...เป่าเค้ก?...

ดวงตาสีน้ำตาลปรายตามองเขาพร้อมรอยยิ้มหวาน กระดิกนิ้วไปมาอย่างซุกซนขณะมืออีกข้างสวมถุงมือสีดำอันใหญ่ ร่างบางค่อยๆหงายหลังช้าๆ ปล่อยให้กายร่วงลงจากหน้าผา หล่อนพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนทว่าเต็มไปด้วยเลศนัยเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่ร่างนั้นจะหายลับไป

Hasta Luego

 

 

ลอว์รีบวิ่งไปที่หน้าผาหลังจากคนทั้งสี่ทิ้งตัวลงไป เขามองเห็นเพียงความมืดมิดและเสียงทะเลที่เกรี้ยวกราด แต่แล้วเรียวปากที่เม้มเป็นเส้นตรงตลอดเวลาก็เผยยิ้มบาง รู้ดีว่าแบนเทอร์หรือหมวกฟางทั้งสี่ได้หลบหนีไปแล้ว ไม่ว่าด้วยวิธีไหน... แต่ประโยคเมื่อครู่ก็บอกเขาได้

...อาสต้า ลูเอโก้...

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด...

ทว่าหูของเขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่ดังขึ้นเรื่อยๆ เขาหันกลับไปมองกลางห้อง ตรงจุดที่โต๊ะถูกล้มลง เค้กกองอยู่บนพื้น ครีมและแป้งกระจัดกระจาย และตรงจุดนั้น... วัตถุประหลาดที่ดำทรงสี่เหลี่ยมขนาดกลางกำลังส่งเสียง ราวกับการนับถอยหลัง

ไวเท่าความคิด นิ้วทั้งห้าผายออกปล่อยพลังห้องสุญญากาศทันที

ROOM!

บึ้ม!!!!!!!!!!!!

...ไว้เจอกันใหม่เช่นกัน

คุณผู้หญิง...

 

 







 

เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่คฤหาสน์ของท่านรัฐมนตรีฯเวลา 22.22 ...เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตจำนวน...

ภายในห้องไม่มีใครสนใจฟังเสียงโทรทัศน์เท่าไหร่นัก พวกเขามัวแต่มุ่นกับการปฐมพยาบาลให้กับคนทั้งสี่ที่ล้วนแต่มีบาดแผลเต็มตัว โดยเฉพาะนักดาบหนุ่มที่ถูกยิงเข้าที่แขนซ้าย ในขณะที่คนอื่นเป็นแผลถลอกหรือกระจกบาดเพียงเล็กน้อย บรรยากาศในห้องตึงเครียดน้อยๆ เมื่อภารกิจกลั่นแกล้งของพวกเขากลับตาลปัตรด้วยแผนการที่แท้จริงขององค์กรปริศนา

คือฆ่ามนุษย์ปีศาจในงาน

‘ปกติหน่วยข่าวของเราไม่มีพลาดนี่นา การูก็ยืนยันว่าแผนมันเป็นอย่างนั้นจริง’

‘เว้นแต่พวกมันรู้ว่าเราจะลงมือ ถึงได้ซ้อนแผนตบตาแบบนี้’

‘งั้นก็เท่ากับว่ามันรู้แล้วสิว่าพวกเราเป็นใคร’

‘จะรู้ก็ไม่แปลก หมวกฟางไม่ใช่กระจอกๆนี่’

‘นั่นไม่ใช่ประเด็น ฉันหมายถึงแบนเทอร์ย่ะ พวกมันคงรู้แล้วว่าแบนเทอร์กับหมวกฟางคือคนๆเดียวกัน’

‘แล้วยังไง?’

‘ก็เท่ากับว่าเรามีความผิดเพิ่มอีกหลายกระทงน่ะสิ’ โรบินออกความเห็น ‘นอกจากจะเป็นโจรสลัดที่ถูกหมายหัวในทะเลแกรนด์ไลน์แล้วยังเป็นอาชญากรที่เรดไลน์ต้องการตัวไงล่ะ’

‘ค่าหัวเราจะเพิ่มหรือเปล่า ไชโย!

‘มันน่าดีใจตรงไหนกันห๊ะ!

นามิเหวใส่หัวหน้าหมวกฟาง มือกำข้อมือชายหนุ่มผมสีหญ้าแน่น เพราะเจ้าตัวดื้อไม่ยอมทำแผลดีๆจนช็อปเปอร์ต้องทำแผลใหม่หลายครั้ง พลางนึกถึงนาทีชีวิตที่เธอกระโดดลงจากหน้าผา สิ่งประดิษฐ์ของแฟรงกี้ ...ถุงมือปืนยิงตะขอ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ทำให้เธอห้อยต้อยแต่งอยู่กลางหน้าผาก่อนอุโมงค์ดินจะเปิดออกและดึงเธอเข้าไป พลันนึกถึงเสียงระเบิดที่ดังลั่นอยู่ในโสตประสาท

...คนอย่างเขา ระเบิดแค่นั้นไม่ตายหรอก...

‘แต่ดูเหมือน...’

‘เหมือนอะไรหรือครับคุณนามิ’

‘ฉันว่าพวกเขาเพ่งเล็งเรา’

‘อย่างนั้นเหรอ’

‘อืม เพราะคราวก่อนที่พวกเราเข้าไปป่วนการซื้อขายของเขา เขารู้ดีว่าครั้งหน้าเราจะต้องทำอีก นี่จึงเป็นการขู่’

‘เขาคงไม่ชอบที่โดนเราแหย่’

‘หมายความว่าครั้งหน้าเราจะยกเลิกสินะ’

‘ใครบอก’

ทุกคนหันไปมองที่หัวหน้าหมวกฟางเป็นจุดเดียว หลายคนยิ้มเมื่อได้ยินดังนั้น หนุ่มหมวกฟางยิ้มแล้วชกกำปั้นใส่ฝ่ามือ

เราจะเล่นให้หนักต่างหาก

 








 

 

การเตือน

‘การเตือน?’

ลูกน้องขมวดคิ้วงงกับหัวหน้าของพวกเขาที่ตั้งแต่กลับมาด้วยสภาพคลุกฝุ่นยังไม่พูดอะไรสักคำ เอาแต่นั่งกอดอกบนเก้าอี้แล้วก็อยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมง คราวก่อนที่กลับมาตอนเช้าก็มานั่งแข็งเป็นรูปปั้นแบบนี้ ยิ่งคราวก่อนที่โดนยิงก็กลับมานั่งแช่อย่างนี้เหมือนกัน สงสัยงานเดรสโรซ่าคงวุ่นวายมากกระมัง ช่วงนี้อาชญากรป่วนเมืองเต็มไปหมด

ลูกน้องสองเกลอบอกหน้ากันและต่างคิดเหมือนกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูด โดยที่ไม่รู้เลยว่า... ไอ้ที่กัปตันเขานั่งนิ่งอยู่เป็นชั่วโมงไม่ใช่เรื่องระเบิดในคืนนี้สักหน่อย เพียงแค่พูดสิ่งที่รู้อยู่แต่แรกขึ้นมาเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตเท่านั้นเอง

‘แปลว่านายรู้สินะว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้’ จีนบาร์ทเอ่ยถาม สำรวจสูทสีดำของกัปตันที่ตอนนี้กลายเป็นสีเทาด้วยฝุ่นดินทรายเต็มไปหมด... เพิ่งจะเคยเห็นชายหนุ่มสกปรกแบบนี้ครั้งแรก อยากรู้เสียจริงว่าอะไรทำให้เขามีสภาพแบบนี้

‘รู้’ เขาตอบห้วนๆ ถอดสูทออกโยนให้หมีตัวใหญ่ที่ยืนอยู่มุมห้อง เบโปะรับมาถือไว้เงียบๆ

‘หัวหน้า หน่วยข่าวส่งมา...เจ.เค.กำหนดการครั้งหน้าในอีกสามวันข้างหน้า’

‘งั้นหรือ... เล่นช่วงชุลมุนสินะ’

‘หัวหน้าครับ คุณเดียซส่งมาว่าเมื่อคืนเจอตัวเหยี่ยวข่าวแล้วครับ’

เจอตัวแล้ว...สินะ ลอว์ครุ่นคิด จิเวลรี่ บอนนี่หายตัวไปตั้งแต่เดือนก่อน คล้ายจะหลบหนีอะไรบางอย่าง ไม่มีการติดต่อส่งสารบอกข่าวใดๆทั้งสิ้น ทั้งเดียซและเขาเองก็วิตกกังวล หนึ่งคือข่าวทุกอย่างที่เขาได้มาล้วนเป็นฝีมือการสืบของจิเวลรี่ หากหล่อนถูกจับตัวได้ ข้อมูลลับที่เขาได้ก็ไม่ต่างจากกระจายให้คนๆนั้นได้รู้

‘...แล้วตอนนี้แม่นั่นอยู่ที่ไหน’

‘ศูนย์บัญชาการแบล็คมารีนครับ’

‘..............ต่อสายให้ฉัน’

 

 




 

 ‘แบนเทอร์ไม่ได้เป็นคนเริ่มเองสักหน่อย เราแค่ซ้อนแผน ตะครุบของที่พวกมันอยากได้ แล้วปิดบัญชีพวกมันซะ เป็นศาลเตี้ยที่รับค่าจ้างเป็นผลพลอยได้จากงาน ทำไมพวกเขาต้องจับเราเข้าคุกด้วยล่ะจริงไหม’

‘แต่ยังไงก็เป็นโจร โดยเฉพาะเธอ... ขึ้นชื่อเป็นหัวขโมย’

‘ชิ’

‘เธอมีเงินก้อนโตอยู่ใต้เตียง ขโมยของจากพิพิธภัณฑ์ ภาพวาดล้ำค่า แล้วก็ยังมี...ไร่ส้ม’

‘อันหลังฉันไม่ได้ขโมยสักหน่อยย่ะ!

เถียงไม่พอ ยกเท้าขึ้นถีบหน้าอกชายหนุ่มสุดขา... ทั้งสองนั่งคุยกันอยู่บนโซฟาตัวยาว หันหน้าเข้าหากันเหมือนทุกครั้ง เว้นแต่ตอนนี้เจ้าหล่อนเหยียดขามาแล้วนอนเหยียดกายยาว ขาทั้งสองยกขึ้นพาดตักชายหนุ่มราววางอำนาจ ซึ่งร่างสูงก็ไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยให้เจ้าหล่อนทำตามอำเภอใจ

‘ฉันว่าจบจากนี้เราน่าจะออกทะเลสักทีนะ’ โซโลเสนอความคิด เขาว่าพวกเขาหมวกฟางอยู่เมืองนี้นานเกินไปแล้ว สู้ไปเร่ร่อนกันอยู่กลางทะเลอย่างอิสระยังสบายใจกว่า อยู่แบบนี้อันตรายไม่เท่าไหร่ แต่ถูกต้อนจนมุมได้ง่ายมาก นึกแล้วคิดถึงเรือเธาว์ซันซันนี่ เรือแสนสุขสบายของพวกเขา เป็นโจรสลัดก็ควรอยู่ในทะเล ไม่ใช่มากบดานเล่นอยู่ในเมือง

‘อย่าเพิ่งสิ ฉันยังสนุกอยู่เลย... พวกนั้นมันก็แค่คลื่นลูกหลัง พวกเรานี่สิที่สุดของที่สุดแล้ว.... โอ๊ยๆๆ เจ็บนะ!

‘เดี๋ยวถ้าเจ็บตัวกว่านี้จะสนุกไม่ออก’ โซโลดึงเรือนผมสลวยของฝ่ายตรงข้ามเบาๆอย่างหมั่นไส้ ผู้หญิงคนนี้เห็นอะไรก็สนุกไปหมด เธอรักพวกพ้องเป็นอันดับหนึ่ง มองพวกพ้องของตนเป็นที่หนึ่ง เธอบอกเขาเสมอว่าลูฟี่คือนักสู้อันดับหนึ่ง เขาคือนักดาบอันดับหนึ่ง ซันจิคือพ่อครัวมือหนึ่ง เธอเชื่อมั่นความคิดของเธอมากๆ

‘ทำไม นายไม่สนุกหรือไง’

‘ไม่ ฉันเจ็บแขน’

‘โถ โซโลที่น่าสงสาร โดนยิงแค่นี้บ่นเป็นตาแก่เลยนะ’

‘ใครบ่นกัน ยัยบ้า!

นามิหัวเราะชอบใจที่สามารถทำให้ชายหนุ่มขึ้นเสียงได้

 

 






 

Hasta Luego

มือหยาบลูบเคราปลายคาง เผลอคลี่ยิ้มมุมปาก... เสียงหวานใสเอ่ยประโยคภาษาสเปนอย่างคล่องแคล่วยังก้องอยู่ในหูของเขา รอยยิ้มซุกซนของโฉมงามตอนหล่อนปล่อยร่างดิ่งสู่เบื้องล่างหน้าผา โดยเฉพาะความเอาแต่ใจหมายจะชนะที่ฉายชัดในดวงตาคู่หวาน ...แสบเอาเรื่อง

เขามีพลังปีศาจก็จริง แต่ก็ไม่เอามาใช้ถ้าไม่จำเป็นเท่าไหร่ เพราะไม่อยากเป็นที่จับตาของเบื้องบนนัก แต่มันก็ไม่บ่อยนักที่เขาจะปล่อยให้คนธรรมดาหรืออาชญากรธรรมดาทำอะไรตามใจชอบ อย่างแรกเลย เธอยิงเขา ไม่บ่อยนักที่เขาจะปล่อยให้อาชญากรที่กล้ายิงเขาลอยนวลไปง่ายๆ... อย่างสอง เธอจูบเขา ไม่สิ... เขาเป็นคนท้าเธอเอง อย่างสาม... เธอสั่งเขา

อืม... เขาก็ยอมทำตาม

เพราะเกมหรอกนะไม่ใช่เพราะจูบนั่น

เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ

เสียงหญิงสาวดึงความสนใจร่างสูงหันกลับมามองภายในห้องอีกครั้งหลังจากเหม่อมองวิวทิวทัศน์ในยามค่ำคืนเป็นเวลานาน จิตที่ไม่เคยล่องลอยไปไกลฉงนงุนงงขึ้นมาทันใดเมื่อมองเจ้าของเรือนผมสีชมพูในสภาพสะบักสะบอมระดับหนึ่ง ใบหน้าฟกช้ำและบาดแผลตามแขนขา ฉุกนึกถึงเหตุผลที่หล่อนมาที่นี่...

...อ๋อใช่ เขาเรียกเธอมานี่นา

‘...เอาใหม่สิ’

‘อะไรนะ?’ คนเจ็บหน้าเหวอ ‘นี่ที่ฉันเล่ามาตั้งนานได้ฟังบ้างหรือเปล่าหา!

ไม่ เขาตอบตามตรง

‘บ้าเอ๊ย.... คือง่ายๆเลยนะ – ตอนนี้ถ้าคนในไฟล์นั่นเป็นอะไรขึ้นมาก็เพราะนาย

‘............ พวกมันได้ไปสินะ’

‘ใช่’

‘...’

‘แล้วอย่าลืมนะว่าฉันเป็นแค่คนหาตามที่นายบอก ถ้านายไม่ขอ... ไฟล์นั่นก็จะไม่ถูกสร้างขึ้นมา นายผิดเองที่อยากได้มัน แล้วตอนนี้ไฟล์นั่นก็กระจายไปแล้ว’

‘มากน้อยแค่ไหน’

‘ไม่มาก...แต่ก็ไม่น้อย ไฟล์ไม่ลึกเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้หาตัวได้ง่ายขึ้นเยอะ’

‘...’

‘นายอยากรู้จักเธอเอง โดยไม่มีเหตุผลสำคัญนี่ ใช่ไหม?’

ลอว์เลือกที่จะไม่ตอบคำถาม ทว่าการเงียบคือคำตอบอีกนัยหนึ่งอยู่แล้ว

‘งั้นนายก็ต้องรับผิดชอบ

ฉันรู้... ขอให้ทันก็แล้วกัน





















................
จบกันไปกับการย้อนอดีตยาวๆ 4 ตอนนนนนน
เป็นอย่างไรกันบ้างงงง ตอนต่อไปกลับสู่ปัจจุบันกันแล้วน้าาา
ปล. สวัสดีปีใหม่อีกรอบค่าาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

455 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #217 tangkanok (@tangkanok) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:50
    หมอลอว์มาดหื่นๆๆๆ..จูบๆๆๆๆ..ฟินอ่ะ
    #217
    0
  3. #182 Ayo'z Premmii (@primmysang) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2558 / 14:32
    จูบอีกแล้ววววววหมอติดใจนามิล่ะสิใช่ม้าาาาาาาาาาาาา
    #182
    0
  4. #181 wunza (@wunny-indy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2558 / 09:14
    ติดใจจูบ ก็บอกมาเหอะ=\= ฮุๆๆ
    #181
    0
  5. #180 chrysalis_devil (@chrysalis_devil) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 22:20
    หมอๆ หมอๆ ติดใจจุบเค้าก้ว่ามา อย่ามาฟอร์ม แบบว่าชอบจุงเบย
    เคมีคู่นี่มันดคตรใช่อะ แบบฟินเลยอะ
    #180
    0
  6. #179 R_rainnie (@jw_rainnie) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 21:30
    จูบค่ะ จูบอีกแล้ววววว55 ฟินนนนนนนเป็นที่สุด แค่จูบเองน๊ะยังฟินไปซะ!!

    เจอกันออกจะบ่อยง่ะ!!! เฮ้ยยย มันพรหมลิขิตชัดๆๆๆ อร๊ายยยยย><

    แล้วไหง๋ ณ ปัจจับันนางจำลอว์ไม่ได้ล่ะนั่น สงสัยสมองได้รับการกระทบกระเทือนมากเกินไปสิน่ะ 

    เฮ้อออ จำได้สักทีสิจะได้มีเลิฟฟฟๆ กันอีก55 รู้สึกว่ารีดเดอร์อยากฟินนน!!!

    ความจริงฉากของโซโลก็ฟินนนอยู่เหมือนกันนะ ยอมให้นางนอนเอาขาพาดด้วยง่า มุ้งมิ้งน่ารักอ่า ใจเริ่มโลเลแล้วง่าT^T

    พ่อมฑูตเริ่มหลงรักนางแล้วล่ะสิ เผอลเปนไม่ได้ คิดถึงนางตลอดดด ยิ้มคนเดียวก็มีอ่ะ เปนเอามากนะเนี่ย ><

    นามิใช่มั้ยคนในโปรไฟลที่ให้บอนนี่ไปสืบมาอ่ะ นามิต้องโกรธมากแน่ๆถ้ารู้ว่าพ่อหมอเป็นต้นเหตุทำให้นางกับเพื่อนโดนบุกถึงบ้านง่ะ  เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยยหมอ*|&@฿#¥$

    ปีใหม่ ปีใหม่ มีความสุขมั่กมากนะ ไรท์ แล้วมาอัฟต่อนะ ติดตามจ้าา รอตอนต่อไปน๊า><



    #179
    0
  7. #178 Tamil Satan (@sakurasasuke) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 17:58
    มาแล้ววววววววววววว สนุกมากกกกกกกเลย    แหม๋นามิกับโซโลเนีย สนิทกันจังน่าาาาาาาาา ลอว์เองก็ชอบนามิแบบไม่รู้ตัวสินะ
    #178
    0
  8. #177 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 16:45
    คนในไฟล์นี่นามิใช่ไหมม โอ้ยยยย พ่อหล่อลอว์ของเดี้ยนนน555555555 ตอนนี้มันส์มากกกกกก มันส์สุดๆ ชอบมาก พล็อตแบบนี้เจบีเขียนได้สุโค่ย555555 รอตอนต่อไป รอตอนปจบ.
    #177
    0