{one piece}: Prison Popinjay!

ตอนที่ 20 : Prison Popinjay!: Sector 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    8 มี.ค. 58

SECTOR 19: kuiin of hurt

 

บทที่สิบเก้า... ราชินีแห่งความเจ็บปวด

 

อย่าเผลอก้มหัวให้ราชินีเบื้องหน้า

เพราะนางอาจตัดหัวคุณได้ในทันที



 

มือเรียวจัดการสอดหนังสือลงในซองสีน้ำตาลขนาดใหญ่ พับปากซองแล้วม้วนเข้า รัดด้วยเชือกให้แน่นหนา แปะกระดาษซึ่งเขียนที่อยู่ปลายทางไว้เรียบร้อย ก่อนส่งพัสดุที่ห่อเสร็จใหม่ๆให้ผู้คุมหนึ่งในสามที่ยืนมองการกระทำของหมอสาวอย่างละเอียด

“จัดส่งตามที่อยู่นี้ให้ด้วยค่ะ”

“ครับ”

เขารับมาและพยักหน้ารับคำสั่งอย่างว่าง่าย กฎของการส่งสิ่งของใดๆออกนอกเรือนจำคือต้องมีผู้คุมสามคนเป็นพยานว่าของชิ้นนั้นปลอดภัยก่อนห่อพัสดุ ซึ่งเท่าที่เห็นมันก็เป็นเพียงตำราแพทย์ธรรมดาๆเล่มหนึ่ง... พวกเขาพยักหน้าให้กันก่อนโค้งลาอย่างสุภาพแล้วเดินออกจากห้องพยาบาล

แค่กๆๆ! โอยยย ให้ตายสิ!

“ผมว่าคุณนามิน่าจะพักบ้างนะครับ”

พ่อครัวหนุ่มเดินออกมาจากห้องเก็บของ หลังจากเข้าไปซ่อนตัวระหว่างผู้คุมทั้งสามเข้ามา และได้ดูแผนผังบนผนังในห้องนั้น

“แค่ไอน่ะ”

“เดี๋ยวจะเรื้อรังนะครับ”

“ฉันรู้น่า ฉันเป็นหมอนะอย่าลืมสิ นายกลับไปทำงานเถอะ”

พ่อครัวกะพริบตาปริบๆมองคนที่ง่วนอยู่กับหนังสือเล่มบางบนโต๊ะโดยไม่หันมาสนใจคู่สนทนาอย่างเขา แทนที่ปกติเธอจะพูดทำนองว่า ขอบใจจ้ะซันจิคุงที่เป็นห่วง แต่เธอกลับดื้อดึงหัวรั้นมากกว่าเดิม.... มากกว่าเดิมที่ว่าทำให้เธอกลับเป็น นามิ คนเดิมมากขึ้น

“ครับคุณนามิ” ซันจิโค้งลาเช่นเดียวกับผู้คุมเมื่อครู่ ก่อนก้าวออกจากห้องไป

ทันทีที่อยู่คนเดียวหมอสาวก็ผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่

แหกคุกนี่ ....ยากกว่าที่คิดแฮะ

อีกไม่กี่วัน... ราวๆ 1-2 วัน ฤดูหนาวจะมาเยือนเกาะนรกแห่งนี้ ผืนน้ำบริเวณที่ล้อมรอบเกาะจะกลายเป็นน้ำแข็ง ผืนน้ำแข็งจะคงอยู่ราวๆสองสัปดาห์ หลังจากนั้นจะใช้เวลาสามวันรอน้ำแข็งละลายจนหมด หลังจากน้ำแข็งละลายได้สามวัน ซึ่งนั่นจะเท่ากับหกวันหลังหมดฤดูหิมะ แม็กเจลแลนจะเดินทางไปทางไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่เพื่อรายงานผลประจำเดือน

และหลังจากมั่นใจว่าแม็กเจลแลนออกเรือไปได้ไกลแล้ว...

เมื่อนั้นพวกเราจะหนี

ตอนนี้แค่ต้องรอของที่ส่งไปส่งกลับมาอีกรอบ

จารูบา... เป็นสายให้ฉัน.... เธอไว้ใจเขาได้ เขาจะช่วยเธอ

คำพูดของทราฟาลก้า ลอว์แวบเข้ามาในหัว ไม่อยากพูดแต่ก็ต้องพูด... เขาหาเครื่องทุ่นแรงให้เธอ

เธอไม่ได้อยากนึกถึงเขาหรอกนะ

ดวงตากลมโตเหลือบมองหนังสืออีกเล่มที่เพิ่งถูกวางบนโต๊ะ มันเป็นหนังสือนวนิยายรักโรแมนติกที่ผู้คุมคนหนึ่งนำมาให้เธอ ด้วยความประสงค์ดีว่าเธออาจจะเบื่อและอาจจะชอบอ่านเรื่องรักๆเฉดเช่นผู้หญิงคนอื่น อีกทั้งยังหวังจะทำแต้มกับเธอไปในตัว.... ซึ่งความจริงเธอก็ชอบอ่านนะ หนังสือน่ะ

แต่บอกตามตรงมาอยู่ที่แบบนี้.... ไม่มีอารมณ์อ่านหรอก

ถ้าเธออยู่อีกโลกหนึ่ง เธอคงจะหยิบมันขึ้นมาอ่านพลางนั่งจิบกาแฟอ่อนๆ.... แต่ขอโทษทีนี่เธออยู่ในคุกนะ

นิยายรักเกือบทุกเรื่อง นางเอกมักถูกรุมชอบเสมอ และแต่ละคนก็หน้าตาหล่อสุดยอด ....

แต่ถ้าคุณได้มาอยู่ในคุกแบบนี้ แค่หน้าตาหล่อดีเป็นสุภาพบุรุษก็หายากบรรลัยแล้ว แถมไอ้ถูกรุมชอบน่ะก็ไม่ได้เรียกว่าชอบ....

เรียกว่าอยากทำกิจกามด้วยจะดีกว่า

กริ๊ง....

หมอสาวดึงหน้ากากอนามัยให้มิดชิดเมื่อนักโทษถูกส่งตัวเข้ามา... กิลดิโน่ นักโทษหมายเลข 106 นั่งลงบนเตียงตรวจด้วยสีหน้าหมองคล้ำ ทรงผมของเขากลายเป็นเครื่องหมายคำถามหลังจากเข้ามาอยู่ที่นี่  ดูท่าการถูกกักขังอยู่ที่นี่จะส่งผลต่อสภาพจิตของเขาอย่างร้ายแรง

“ถึงเวลาฉีดยาให้ฉันตายแล้วใช่ไหมหมอ”

นั่นไง...

“ใจเย็นคุณกิลดิโน่ ยังไม่ถึงวันตายของนาย” หมอสาวดีดปลายเข็มฉีดยาเบาๆ มองใบหน้าบวมตุ่ยซึ่งน่าจะเกิดจากถูกรุมซ้อม ฉะนั้นการฉีดยาลดบวมและลดอักเสบน่าจะช่วยได้ดี หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงกลัวเข็มฉีดยาจนเลือกจะทำแผลป้ายยาให้คนไข้อย่างเดียว แต่หลังจากอยู่กับงานนี้นานขึ้นเธอก็ชำนาญทางในที่สุด “....มันอาจจะกลับกันก็ได้”

“หมายความ.... ว่าไง”

“ฉันคิดว่ามิสเตอร์ทูน่าจะบอกนายแล้ว”

“เรื่องแผนเหรอ ไม่... ไม่มีวันที่ฉันจะออกไปจากที่นี่ได้ ฉันคงจะเน่าตายอยู่ในคุกนี้ จนกลายเป็นเถ้าถ่าน... ผ่านการเน่าเปื่อย หนูจะแทะซากศพของฉัน และ...”

โว้ว ใจเย็นพ่อคุณ กิลดิโน่ผู้ชาญฉลาดหายไปไหนแล้วห๊ะ? ฉันรู้จักนาย นายเคยมั่นใจ ฉลาดเป็นกรด นายไม่คิดอยากจะออกไปจากที่นี่หรือไง”

“ไม่มีใครออกไปจากมิลลิเนียมดาวน์ได้ – ไม่ ไม่มี... ไม่มีทาง”

“มันต้องมีสิ ถ้านาย...”

“ไม่ ไม่มีทาง ไม่ ไม่ ไม่มีใครออกไปจากที่นีได้”

“เฮ้”

“ฉันจะต้องเน่าตายอยู่ในนี้”

“ฟังสิ”

“ฉันต้องกลายเป็นโครงกระดูก...”

“กิลดิโน่”

“จะไม่มีใครจำฉันได้...”

“โอเค พอกันที!!เมื่อความอดทนหมดลงเหมือนนาฬิกาทราย มือเรียวในถุงมืออนามัยคว้าคอนักโทษแล้วกดลงกระแทกเตียง “ฟังให้ดีนะกิลดี้ ลูฟี่เอานายเข้ามาอยู่ในแผน เขาเชื่อว่านายจะต้องมีประโยชน์! ฉะนั้นเลิกบ่นเป็นตาแก่ใกล้ตายเสียที! เพราะฉันสาบานได้ว่าถ้านายทำแผนพัง ฉันจะฉีดยาให้นายตายอย่างทรมานแน่!

กิลดิโน่หน้าซีดเผือด มองหน้าหมอสาวด้วยสีหน้าหวาดกลัว เพิ่งโดนนักโทษคนอื่นข่มเหงมาแท้ๆ ยังมาโดนคุณหมอห้องพยาบาลข่มขู่อีกต่อ

“ทีนี้บอกมา นายจะหนีออกไปจากที่นี่อย่างผู้กล้า หรือจะนอนเน่าตายอยู่ในนี้อย่างคนขลาด”

“.......”

“ว่าไงเล่า!

“ก็ได้ๆ! ฉันเอาด้วย ฉันเอาด้วย!

“ดี! อย่างนี้ค่อยคุยง่ายหน่อย”

“โอ๊ย!

นามิทิ่มเข็มฉีดยาเข้าข้างกรามของอกฝ่าย กดดันตัวยาเข้าใต้ผิวหนัง ก่อนปล่อยคอกิลดิโน่เป็นอิสระ โยนเข็มฉีดยาลงถังขยะ เหล่มองมนุษย์เทียนด้วยหางตา “โอดครวญเป็นคนสิ้นหวังต่อหน้าพวกผู้คุมต่อไปน่ะดีแล้ว แต่อย่ามาทำให้ฉันเห็น ทีนี้บอกฉันสิ... ถ้าฉันถอดปลอกคอให้นายได้ นายมีวิธีหนีออกจากทีนี่ยังไง”

“เธอ...ทำได้เหรอ”

“เรื่องนั้นไม่สำคัญ ฉันถามนายก่อน ตอบ”

“ไม่รู้สิ.... ฉันคงหยุดผู้คุมได้จำนวนหนึ่ง”

“........”

ถ้าอย่างนั้นเขาน่าจะถ่วงเวลาได้เยอะอยู่นะ

“กิลดิโน่ นายอยู่ที่นี่มากี่ปีแล้ว?”

“...สองปี”

“งั้นนายน่าจะรู้เกี่ยวกับฤดูหนาวทีนี้ใช่ไหม”

“........อีกสองวัน”

“ใช่... หลังจากฤดูหนาวหมด เราจะหนี

 

 



 

 

ความรักเหรอ...

...ไร้สาระ

โลกนี้ไม่จำเป็นต้องมีเรื่องพรรคนั้นหรอก

แต่ทำไมแกคิดถึงมันอยู่ล่ะ ทราฟาลก้า?

เป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มพลิกร่างไปมาราวกับไม่สบายตัว ทั้งที่เตียงนี้เขาก็นอนมาเป็นเดือนๆแล้ว ไม่เคยจะสนใจด้วยซ้ำว่ามันจะนุ่มหรือไม่ ฟังเสียงหยดน้ำหยดติ๋งลงกระทบพื้นเหล็กที่เจิ่งนอง ท่อประปาที่ไม่รู้จะถูกซ่อมเมื่อไหร่ กลิ่นเทียนหอมที่ถูกจุดหน้าห้องขังทำให้กลิ่นอับชื้นในห้องบางเบาลงได้บ้าง ความมืดในค่ำคืนนี้กลับกลายเป็นแสงเทียนสลัวตามทางเดิน นั่นเพราะนี่เป็นคืนเดือนมืด

ความรักมันไร้สาระ มันเป็นเรื่องไร้สาระ มันก็แค่ความรู้สึกไร้สาระ... ไร้สาระ

เขาท่องมันไว้ในใจ ใช่ว่าโตป่านนี้แล้วจะไม่รู้จักว่ามันคืออะไร

เขาเคยมีความรัก ความรักที่ยิ่งใหญ่ ความรักที่มาพร้อมกับความภักดี.... ความรักที่มีให้ผู้มีพระคุณ ทว่าทั้งหมดนั่นมันถูกทำลายลงไปแล้ว ทำลาย.... ไม่เหลือชิ้นดี

เมื่อมีความรัก มักย่อมเจ็บปวด ไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่ง ทุกอย่างไม่คงอยู่ตลอดกาล หากไม่เพียบพร้อมที่จะปกป้องความรัก... ก็จงอย่าริอาจคิดมีมัน

ฉะนั้นหยุดโหยหาเรื่องไร้สาระแบบนั้นสักที

มันจะไม่แปลกเลย ถ้าเขาไม่เคยเจอหล่อนมาก่อน เพราะเรียกได้ว่าหล่อนเป็นผู้หญิงในคุกนรกแห่งนี้ ใครๆก็ต้องชอบเจ้าหล่อนทั้งนั้นล่ะ ทั้งสวย ฉลาด หุ่นดี อะไรก็ช่าง... แมลงร้อยทั้งร้อยก็ต้องชอบดอกไม้อยู่แล้ว

แต่ประเด็นคือเขาเคยเจอหล่อนมาก่อน นั่นล่ะที่ทำให้ทุกอย่างไม่ปกติ

เมื่อสองปีก่อนมันควบคุมง่ายกว่านี้ แต่ตอนนี้เหมือนทุกอย่างมันทวีคูณขึ้น ทั้งความต้องการ ความรู้สึก

จนตอนนี้บางทีเขาไม่รู้จะรับมือกับความรู้สึกบ้าบอของตัวเองยังไงดี

กึก...

เสียงฝีเท้าของใครบางคนหยุดอยู่หน้าห้องขังของเขา เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบเครื่องแบบผู้คุมร่างเล็ก ทำให้เขาดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงในทันที แปลกใจที่ตัวเองไม่ได้กลิ่นเจ้าหล่อน อาจเพราะเทียนหอมหรือเพราะโคโลญของบุรุษที่หล่อนฉีดพรางกลิ่นกายสตรี .... อย่างไรก็ช่าง

....ผู้หญิงอะไรตายยาก พอนึกถึงก็โผล่มาอย่างกับแม่มด...

“สวัสดียามดึก คุณผู้คุม” เขาออกปากทักทายก่อน สาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้ลูกกรง เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อวันก่อน และเรื่องเมื่อหลายๆวันก่อน ในใจก็แอบรู้สึกผิดลึกๆ... เอาจริงๆก็เรียกได้ว่าเขาแทบจะล่วงเกินหล่อนน่ะนะ ถ้าไม่ติดว่าเจ้าหล่อนก็เคลิ้มตาม ฉะนั้นก็เรียกได้ว่าล่วงเกินแบบก้ำกึ่งๆ

“กองไว้นั่นแหละ ...แค่กๆ

และดูเหมือนหล่อนจะยังไม่หาย ใบหน้านั้นถูกคลุมด้วยหน้ากากผ้าสีดำ มันเป็นเครื่องแบบอีกอย่างของผู้คุม จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ตามแต่โอกาสและความพอใจ แต่อย่างไรมันก็ช่วยอำพรางกลีบปากอิ่มได้ดี

“กินยาบ้างหรือเปล่า”

“ไม่ใช่เรื่องของนาย”

ก็นั่นน่ะสิ... เสียงในใจตอกย้ำตัวเอง ไม่เข้าใจจะเอ่ยถามหล่อนไปทำไม มันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องใส่ใจ ต้องสนใจ ต้องเป็นห่วง ต้องห่วงใย ต้องกังวล.... มันไม่ใช่สักเรื่อง พวกเขาแค่ทำงานด้วยกัน ก็เท่านั้น

ก็เท่านั้น....ใช่ไหมล่ะ

“หลังจากฤดูหนาวหมด....” หล่อนเอ่ยเสียงแหบพร่า เสียงที่ทำให้ฟังคล้ายผู้ชาย “เราจะหนี”

หลังจากฤดูหนาวหมด... นั่นหมายถึงหลังจากหิมะละลาย ซึ่งหากเขาคาดเดาไม่ผิดเจ้าหล่อนคงกะในวันที่แม็กเจลแลนไม่อยู่คุม เพราะเขาเป็นด่านยากที่สุดในการแหกคุก.... ฟังดูเข้าท่า

อะไรทำให้นายอยากรู้จักแม่นั่นนักหนานะ

เธอถามเป็นครั้งที่สามแล้วนะ คุณผู้หญิง

ก็ฉันอยากรู้นี่

.....หล่อนเป็นอาชญากร กรมเดรสโรซ่าตามตัวแบนเทอร์อยู่ ฉันจะสืบประวัติมันจะแปลกตรงไหน

แปลกตรงที่นายอ้างว่าสืบให้เดรสโรซ่าแต่นายไม่บอกโดฟลามิงโก้สักเรื่องน่ะสิ นายกำลังปกป้องพวกเขา

.........ฉันกับหัวหน้าแบนเทอร์เป็นพันธมิตรกัน

งั้นจะสืบทำไมล่ะ อย่ามาอ้างพันธมิตรลับๆหน่อยเลย ยิ่งทำให้ฉันอยากรู้นะยะ

.....ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน

“ฉันมาบอกแค่นี้ ไปล่ะ”

เสียงแหบห้าวเรียกสติเขากลับมาอีกครั้ง

“เดี๋ยว”

เขาเรียกเธอไว้ก่อนที่ร่างบางจะหมุนตัวกลับไป ดวงตากลมโตใต้เงาหมวกกันกระแทกจ้องมองเขาด้วยแววตาเย็นชา ทว่ามันเป็นแค่เกราะป้องกันที่ร่างเล็กสร้างขึ้นกำบังธาตุแท้ของตัวเองเท่านั้น มันจะสู้กับสายตาเย็นชาอย่างแท้จริงของชายหนุ่มได้อย่างไร

“เธอ....”

“........”

“เธอมีแผนจะทำอะไร”

มันไม่ใช่ประโยคที่เขาอยากพูด แต่มันแล่นมาจุกอยู่ตรงอกราวกับคายไม่ออก เพราะเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากพูดอะไร และหากมันแล่นออกไปเขาจะพูดว่าอะไร

นิ้วเรียวในถุงมือหนังยกขึ้นชี้ที่ลำคอตัวเองเป็นคำตอบ รู้สึกไม่ปลอดภัยที่ต้องออกเสียงบอกเขาในสถานที่แบบนี้ ถึงแม้ว่าบทสนทนาที่พวกเขาคุยกันมันจะแผ่วเบาแค่ไหนก็ตาม มันก็ยังไม่ปลอดภัย

ครั้งนี้ทราฟาลก้า ลอว์เป็นฝ่ายพยักหน้าและถอยเท้าเพื่อกลับไปยังเตียงของตน ทว่า...

ลอว์

เสียงหวานทว่าแหบพร่าเรียกชื่อเขา ซึ่งไม่บ่อยที่จะมีใครเรียก ทำให้ชายหนุ่มหันกลับมาสบกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหวานที่เต็มไปด้วยความสงสัยแทนที่ความเย็นชาเมื่อครู่ นิ้วเรียวถึงผ้าคลุมหน้าลงเผยริมฝีปากแห้งผากและซีดเผือด หากแต่ไม่รู้ทำไมมันยังคงดูเย้ายวน

“ฉันถามอะไรหน่อยสิ”

“......ได้สิ”

“........”

ผู้คุมร่างเล็กเงียบไปชั่วครู่ หากแต่ไม่ถอนสายตาออกจากเขา ราวกับพยายามอ่านสีหน้าและแววตาของคู่กรณี แต่พบว่ามันช่างยากเหลือเกิน

“สิ่งที่นายทำน่ะ.... มันเป็นความต้องการ.... หรือความรัก?”

“..........”

สิ่งที่เขาทำ... เขาเข้าใจดีมันหมายถึงอะไร เพียงแต่ไม่รู้จะตอบออกไปอย่างไร มันเป็นคำถามที่เขาถามตัวเองและคิดหนักอยู่เมื่อครู่ก่อนที่เจ้าหล่อนจะมา และเขาเองก็ยังหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับตัวเองไม่ได้ ฉะนั้นเขาจะให้คำตอบที่ดีที่สุดกับเธอได้อย่างไร .... ความรัก ความต้องการ สองสิ่งนี้มันแยกกันอย่างนั้นหรือ? ความรักที่เขาเคยมี มีแต่ความรักให้กับผู้มีพระคุณ ความกตัญญู ความภักดี แต่มันไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่าความต้องการ.... เพราะฉะนั้นความต้องการแบบนี้มันเป็นสิ่งที่เขาเพิ่งเคยประสบกับตัว

เขาไม่สมควรมีความรัก

ความรักมีแต่ความเจ็บปวด อย่าลืมสิ.... ทราฟาลก้า

ใครที่เขารักและห่วง มักต้องมีจุดจบอย่างเดียวกันเท่านั้น.... นั่นคือความตาย

มันจะจบลงอย่างเดียวกับคุณโคราซอน ต้องการอย่างนั้นเหรอ

เสียงของตัวเองดังก้องอยู่ในอกของเขา มันกำลังถกเถียง ทำให้จิตใจวุ่นวายได้ในเวลาสั้นๆ

ทุกครั้งที่เขาสัมผัสเธอ หัวใจด้านชากลับเต้นแรงผิดจังหวะอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันเรียกว่าความรักหรือความหลงใหล บางทีเขาแค่อาจลุ่มหลงในมนต์เสน่ห์ของแม่มด แค่บางที.... มันอาจจะเป็นแค่นั้นเอง

มันไม่ใช่ความรัก

ใช่แล้ว... มันไม่ใช่ความรัก

แต่มันเป็น...

“แค่ความต้องการ

เขาตอบออกไปในที่สุด จ้องมองดวงตาสีชาที่คืนความเย็นชากลับมาอีกครั้ง ทว่าเห็นความเจ็บปวดไหววูบอยู่ราวคลื่นทะเลลูกเล็ก ก่อนที่ร่างบางจะหันกลับไป เลี่ยงเผชิญหน้ากับเขา ออกก้าวอีกครั้งด้วยฝีเท้าแผ่วเบาดั่งอดีตโจรฝีมือดี และเอ่ยลาเขาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

ราตรีสวัสดิ์ คุณทราฟาลก้า

 

 











 

ในห้องพยาบาล มีเพียงคนสองคน ยืนประจันหน้ากันตามลำพัง กับหัวใจที่พองโต

จะทำอะไรน่ะ!’

เธอก็รู้นี่

‘ถ้านายจูบ.... ฉันตบนะ!

‘มันก็คุ้มค่า’

‘..........’

‘ทีนี้ขอจูบเธอได้หรือยัง คุณผู้หญิง’

‘.........อื้อ

มันไม่ใช่การตอบตกลงด้วยคำพูด.... กลีบปากอิ่มเผยอรับเรียวปากบางที่ประทับลงมาช้าๆ ปล่อยให้ร่างสูงบุกรุกอย่างเต็มใจ... เธอไม่ใช่นักจูบที่เก่งสักเท่าไหร่ ชายหนุ่มคิด อาจจะมากประสบการณ์เรื่องโจรกรรม แต่อ่อนประสบการณ์เรื่องปฏิสัมพันธ์ เมื่อเขาผ่อนลมหายใจออกทางจมูกเพื่อไม่ให้ริมฝีปากของพวกเขาขาดตอน เธอจึงทำตาม

เนิ่นนานราวกับเวลาผ่านไปเชื่องช้ากว่าทุกครั้ง เขาชอบเหลือเกินที่ได้กลืนกินความหวานละไมจากเธอ และเมื่อมือหนาลูบจากลำคอมาอยู่เหนืออกอิ่ม เขาสัมผัสถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วรัว เลือดสูบฉีดไปทั้งแรงกายราวกับนักกีฬาตื่นสนามหรือศิลปินตื่นเวที

ร่างบางกลั้นหายใจอีกครั้งเมื่อมือหนาเริ่มซุกซนรุกไล้ลงมาตามแผ่นหลังของเธอ รวบส่วนเอวคอดกิ่วและรั้งให้ร่างเธอเข้าประชิดติดกับกายแกร่งของเขา ก้อนเนื้อนุ่มนิ่มทาบสนิทชิดกับอกกำยำ มือหยาบกร้านค่อยๆเคลื่อนสอดเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ต

ก่อนจะถูกหยุดด้วยมือเล็กอีกต่อหนึ่ง

‘ไหนบอก....แค่จูบ’ เสียงหวานใสเอ่ยกระซิบผ่านริมฝีปาก มือเล็กดันมืออีกฝ่ายออกจากใต้เสื้อช้าๆ ก่อนแขนเรียวจะเปลี่ยนมาโอบรอบคอของร่างสูง แกล้งขบปลายจมูกของชายหนุ่มเบาๆเป็นการหยอกเอิน

‘ฉันไม่เคยพูดว่า แค่ จูบ’

นามิยกยิ้มพราวเสน่ห์ เลื่อนใบหน้าแนบแก้มสากของเขาเพื่อกระซิบที่ใบหูของอีกฝ่าย ‘พูดแบบนี้แปลว่าจะขอทำมากกว่า จูบ ล่ะสิ’

‘ขึ้นอยู่กับเธอ คุณผู้หญิง’

‘งั้นแค่จูบค่ะ!

ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆเมื่อร่างบางในอ้อมกอดตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด

‘ถ้าเราออกไปได้เมื่อไหร่...’ หญิงสาวกระซิบแผ่ว ‘... มันจะขึ้นอยู่กับนาย’

ลอว์ยิ้มพอใจกับสิ่งที่เจ้าหล่อนตอบ แขนแกร่งโอบรัดร่างเธอไว้ให้แนบชิดขณะอีกมือเคลื่อนขึ้นเชยคางให้ดวงหน้าหวานเงยรับจูบของเขาอีกครั้ง ขบเม้มริมฝีปากล่างของคนตัวเล็กเป็นการหยอกกลับ ก่อนบดเบียดแนบสนิทดูดกลืนความหอมหวานที่โปรดปราน เนิ่นนานและแช่มช้า

ออดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!

เฮือก!!

มันเป็นเสียงออดยามเช้าที่ดังที่สุดสำหรับเขา ปลุกให้นักโทษทุกคนตื่นจากนิทรา เมื่อเช้าวันใหม่มาถึง ยามแสงอาทิตย์ทอดส่องเข้ามาในหน้าต่างบานเดียวกลางหลังคาของเรือนจำ เสียงบ่นอิดออดของนักโทษดังซือแซ่ด ดวงตาเรียวคมจ้องมองเพดานเหล็ก หยัดกายลุกขึ้นนั่งมองรอบตัว ขยี้ศีรษะของตนอย่างหัวเสีย

....ออดบ้าๆ

ไม่สิ....

แกต่างหากที่บ้า!!

หล่อนไม่มีทางพูดจาหวานๆแบบนั้นกับเขาหรอก!

แค่ความต้องการ

แค่ความต้องการ

พูดอย่างนั้นกับเจ้าหล่อนเองแท้ๆ แต่กลับมาฝันเรื่องบัดซบแบบนี้ได้

ก้อนเนื้อในอกปวดแปลบอย่างประหลาดเมื่อหวนนึกถึงแววตาเจ็บปวดที่ไหววูบในดวงตากลมโตเพียงเสี้ยววินาที ร่างสูงจ้องมองขึ้นไปยังห้องพยาบาลชั้นห้าที่อยู่ไกลตา

แค่ความต้องการจริงๆงั้นรึ.... ทราฟาลก้า

 









 

แค่ความต้องการ

แค่ความต้องการ

แค่ความต้องการงั้นเรอะ!! ไอ้หมอโรคจิต!!

เห็นเธอเป็นอะไร คุณตัวหรือไง!?

แล้วรู้ไหมความต้องการของเธอตอนนี้คืออะไร

หักคออีตาบ้านั่นไง!!!

“โอ๊ยยยยย ฉันคิดอะไรไม่ออกแล้ว!!

กระดาษบนโต๊ะถูกขยำเป็นก้อนแล้วปาลงในถังขยะอีกครั้ง ร่างบางผุดลุกขึ้นนั่งๆยืนๆซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับนั่งไม่ติดยืนไม่ไหว พิษไข้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสูญเสียเรี่ยวแรงแต่อย่างใด เป็นนางเอกใช่ว่าจะต้องอ่อนแอแต่อย่างใด กับแค่ป่วยนิดเป็นหวัดหน่อยไม่ได้ระแคะระคายต่อพละกำลังเธอแม้แต่น้อย ....บางทีอาจเพราะแรงโกรธแรงแค้นมันมากกว่ากระมัง

กริ๊ง....

เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น หมอสาวผ่อนลมหายใจเข้าออกรัว เร็ว แรง ตามสภาพอารมณ์ที่ฉุนเฉียวของตน หันมองจอมอนิเตอร์ ....ก็แค่โดนซ้อมนิดหน่อย นักโทษกากๆพวกนี้ไม่เบื่อบ้างหรือไง หาเรื่องจะเข้าห้องพยาบาลอยู่ได้!..... เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทจะตีหน้ายิ้มหวานหรือทำเย็นชาได้ทุกสถานการณ์หรอกนะ อันที่จริงเธอค่อนข้างเอาอารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ ฉะนั้นจะมาให้ทำใจดีค่อยยิ้มให้ชายตัวบักเอ๊กตลอดน่ะขอที หากเป็นเด็กตัวเล็กๆก็ว่าไปอย่าง แต่ไม่ว่าจะด้วยทางไหน.... ตอนนี้เธอ – ไม่มี – อารมณ์!

ฉะนั้นแทนที่จะเดินไปกดปุ่มเปิดประตู เจ้าหล่อนกลับกดอีกปุ่มหนึ่งเพื่อส่งเสียงของตัวเองออกไปแทน

“ส่งให้คุณหมอกอนเครย์แทน ขอบคุณค่ะ”

 





















.............
ป่านนี้ปิดเทอมกันหรือยังเอ่ยยยย
เจบีปิดพฤษภานู่นอ่ะ ตามฉบับเด็กมหาลัย
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

455 ความคิดเห็น

  1. #256 R_rainnie (@jw_rainnie) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 00:42
    ลอว์ปากแข็งค่ะ!!! หึ้มมมมม!! ตอบไปแบบนั้นได้ไงค่ะ
    หลงนางชอบนางถึงขั้นเก็บมาฝันเป็นเรื่องเป็นราวเลยนะนั่น
    ไม่เรียกว่ารักแล้วเรียกว่าอัลไรรร ทั้งรักทั้งต้องการสินะลอว์
    ตอบแบบนั้น ระวังนามิจะหักคอเอานะ!!! หมอลอว์บ้าาา
    #256
    0
  2. #248 chrysalis_devil (@chrysalis_devil) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 00:34
    ลอว์ขอแช่งหักกระดูก -_-# ไอ้หมอโง่ โดนคาบไปเด๋วรู้เลย
    #248
    0
  3. #247 Self Confidentgirl (@badromeo) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 20:11
    ทำไมตอบอย่างนี้คะพี่ลอว์ขา??? รู้สึกแย่แทนนามิเลยเนี่ย
    #247
    0
  4. #244 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มีนาคม 2558 / 19:49
    หลุดอุทานหยาบมากกับคำตอบหมอลอว์ เราเป็นนามินี่เดินหันหลังจากมาเงียบๆสวยๆละคะ หมอปากแข็งทำไม แล้วดูฝันซะแหม่ะ55555555555 ยิ่งกว่าคิดเรื่องที่แล้วอีก รักเขาก็บอกว่ารักดิ้ คอยดูเหอะ เดี๋ยวแมวน้อยเปลี่ยนไปหาคนใหม่แล้วจะรู้สึก!!
    #244
    0
  5. #243 tangkanok (@tangkanok) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มีนาคม 2558 / 14:36
    ตื่นเต้นอ่ะ..อิอิ..น่ารักจังอยากอ่านต่อเร็วๆ อาทิตย์ละ2ตอนได้มั้ยคะ (เผื่อฟลุ้ค)
    #243
    0
  6. #242 tktakaru (@tktakaru) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มีนาคม 2558 / 03:12
    มาแล้วๆลอร์ทำไมปากแข็งแบบนี้นะ
    #242
    0
  7. #241 wunza (@wunny-indy) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 22:41
    ลอว์ปากแข็งสุดๆ= =; แน่ใจนะว่านั่นแค่ความต้องการ(- - )?
    #241
    0
  8. #240 Fairy_Naru_Reborn (@badgirl1) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 18:18
    ลอว์แน่ใจนะแค่ความต้องการ  ><// 
    #240
    0
  9. #239 tanmada (@tanmada) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 17:38
    ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้อ่าน55555อัพต่อนะคะเจบีๆๆ เป็นกำลังใจให้นะค้า
    #239
    0