| รัสปูติน พ่อมด รัสเซีย จอม ขมังเวทย์ หรือ ซาตานในคราบนักบุญ คำๆนี้รู้สึกว่าใช้ในการเรียกรัสปูตินเพราะเขาสามารถหยุดโรคฮีโมฟีเลียของอะเล็กเซได้ ว่ากันว่าสาเหตุที่ราชวงศ์โรมานอฟต้องล่มสลายก็เพราะคำสาบแช่งของรัสปูติน ปี ค.ศ. 1896 นิโคลาส และอเล็กซานดรา ทรงราชาภิเษกขึ้นเป็นซาร์ และซาริน่าปกครองอาณาจักร อันไพศาลของรัสเซีย พิธีราชาภิเษกนั้นยิ่งใหญ่ กึกก้องกัมปนาทด้วยเสียงปืนใหญ่ ขบวนแห่สู่ พระราชวังเครมลิน ประกอบด้วยเหล่าทหารองครักษ์ นับพัน มีการดื่มเฉลิมฉลองกันทั่วทั้งเมือง ผู้คนแก่งแย่งเบียร์และขนมปังที่ นำมาแจกกันอย่างชุลมุน กลายเป็นจลาจล ราษฎรทั้งชายหญิงและเด็กโดนเหยียบตายไปกว่าพันคน! นับเป็นการเริ่มต้นรัชกาลใหม่ ที่น่าสยดสยองยิ่ง และหลอกหลอนความรู้สึก ของสมาชิกราชวงศ์ ทุกพระองค์ตลอดเวลา ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า “พระราชินีทรงคิดว่า พระเจ้าได้สื่อสารกับ พระราชวงศ์โดยผ่านทางรัสปูติน เมื่อเขาพูดถึงสิ่งใด พระนางก็จะทรง ปฏิบัติตามโดยไม่รอช้า ดังนั้น เมื่อรัสปูตินแนะนำให้ตั้ง ใครดำรงตำแหน่งสูงๆ หรือขับไล่ผู้หนึ่งผู้ใด ห้พ้นไปเสียจากวัง พระนางก็จะทรงทำตามคำแนะนำของเขาทันทีเขา จึงเป็นผู้ที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งในพระราชวัง” ความเหิมเกริมของรัสปูตินทำให้เชื้อพระ วงศ์และข้าราชบริพารกลุ่มหนึ่งไม่อาจทนต่อไปได้ โดยเฉพาะเจ้าชาย ยูสโซปอฟ ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ผู้มั่งคั่งที่สุดองค์หนึ่ง เจ้าชายจึงทรงวางแผนกับผู้ใกล้ชิด ลวงรัสปูตินให้มาเยือนวังของพระองค์ใน นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก แล้วล่อให้เขาลงไปยังห้องใต้ดิน จากนั้น ก็ให้รัสปูตินดื่มไวน์ชั้นเยี่ยม ที่ทรงเก็บไว้ และกินแป้งราดครีมอันโอชะ หากทว่าทั้งอาหารและไวน์นี้ได้เจือปนไซยาไนด์ เพียบ ขนาดฆ่าคนธรรมดาได้ถึงสิบคนสบายๆ แต่รัสปูตินไม่ธรรมดา ทั้งดื่มทั้งกินสารพิษ ร้ายเข้าไปแล้วก็ยังมีทีท่าปกติ ยูสโซปอฟ แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง นี่ต้องเป็นอำนาจของปิศาจร้ายแน่ๆ ด้วยความโกรธและตกใจ เจ้าชายจึงชักปืนรีวอลเวอร์ ออกมากระหน่ำยิงรัสปูติน จนล้มคว่ำ แน่ใจว่าหนนี้นักบวชชั่วคงตายแน่นอน ยูสโซปอฟเข้าไปก้มดูร่างที่นอนนิ่งอยู่ หากทว่าร่างนั้นกลับลืมตา จ้องถมึงทึงพลางคำราม “แกไอ้บัดซบ” ยูสโซปอฟตระหนกสุดขีด แล้ววิ่งขึ้นบันไดร้องลั่น “มันไม่ตาย! มันยังมีชีวิต!” ไม่เพียงแต่จะพยุงร่างตัวเองขึ้นได้ แต่รัสปูตินยังสามารถเดินโซซัดโซเซ ออกไปยังสนามหน้าวัง โดยมีกลุ่ม ผู้วางแผนฯ วิ่งไล่ระดมยิงตามหลัง อย่างบ้าคลั่ง แต่กระสุนปืนไม่อาจปลิดชีพ ของนักบวชผู้มีพลังจิตนี้ได้ สุดท้ายเมื่อไม่รู้จะ ทำฉันใด เหล่าเพชฌฆาต จำเป็นจึงจับร่างของรัสปูตินโยนลง ในแม่น้ำเนวาที่ไหล ผ่านนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อากาศที่หนาวจัดทำให้น้ำ บางส่วนกลายเป็นน้ำแข็ง ยาพิษและกระสุนปืนไม่ระคายเคืองแก่รัสปูติน แต่เขาตายเพราะจมน้ำ! นอกจากความจริงที่ว่าชายผู้นี้ไม่ได้เป็นบาทหลวงโดยถูกต้องของศาสนจักรรัสเซียแล้ว ไม่มีความจริงเกี่ยวกับรัสปูตินที่เป็นที่รู้จักกันมากนัก หากคงจะกล่าวได้ว่า สาเหตุหนึ่ง (ไม่ใช่ทั้งหมด) ของการล่มสลายของระบอบกษัตริย์ในรัสเซียก็คงจะมาจากคนๆนี้นี่เอง เดิมรัสปูตินเป็นชาวนาจากหมู่บ้านเล็กๆในไซบีเรีย เมื่ออายุ 20 ปี อ้างว่าได้รับนิมิตจากพระแม่มาเรียจึงออกเดินทางเพื่อแสวงบุญ (ในเวลานี้แต่งงานแล้ว) ในระหว่างนี้ไม่มีบันทึกชัดเจนว่ารัสปูตินทำอะไรอยู่ที่ไหน รู้เพียงแต่ว่าเขาเดินทางไปเทศน์ตามที่ต่างๆและรวบรวมสาวกได้เป็นจำนวนมาก ปี 1904 รัสปูตินปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะ"ผู้สร้างปาฏิหารย์ของพระเจ้า" และโดยมีเลดี้นิโคลายเป็นสปอนเซอร์ เขาได้ใช้ปาฏิหารย์รักษาโรคเลือดไหลไม่หยุดของเจ้าชายอเล็กเซ่ซึ่งเป็นรัชทายาท เอาชนะความเชื่อถือจากสมเด็จพระราชินีอเล็กซานดร้ามาได้ และในปี 1905 ก็ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่2 ในที่สุด ทุกครั้งที่เจ้าชายอเล็กเซ่มีอาการกำเริบ รัสปูตินก็จะถูกเรียกตัวเข้าวัง แต่ก็น่าแปลกที่ทุกครั้งที่รัสปูตินทำการสวดภาวนา อาการป่วยของเจ้าชายอเล็กเซ่ก็จะหายลงทันที ทำให้ซาร์นิโคลัสและพระนางอเล็กซานดร้าไว้เนื้อเชื่อใจในตัวรัสปูตินมากจนถึงขนาดเรียกเขาว่า"สหายเรา" และยินยอมให้รัสปูตินให้คำปรึกษาในเรื่องการเมืองด้วย คำทำนายต่างๆของรัสปูตินกลายมาเป้นเครื่องชี้ซ้ายขวาในการตัดสินราชการแผ่นดินของรัสเซียในเวลาไม่ช้า พระเจ้าซาร์นิโคลัสทรงโปรดให้รัสปูตินอยู่ข้างพระองค์เสมอและคอยถามคำพยากรณ์ต่างๆก่อนที่จะตัดสินใจ จะเห็นได้จากภาพถ่ายที่หลงเหลืออยู่ว่าเกือบทั้งหมดมีภาพของชายชุดดำอยู่ด้วยเหมือนเป็นเงาตามตัว ขุนนางในราชสำนักรัสเซียจำนวนมากไม่พอใจในตัวรัสปูตินมีการสอบสวนและนำเรื่องขึ้นทูลซาร์นิโคลัสหลายครั้ง หากทั้งพระเจ้าซาร์นิโคลัสและพระนางอเล็กซานดร้าต่างก็ไม่ใส่ใจ ในบรรดาขุนนางเองก็มีทั้งที่ต้องการขับไล่รัสปูตินออกไปและที่ต้องการจะหาประโยชน์จากรัสปูติน จนมีการแบ่งราชสำนักออกเป็นสองฝ่าย เละเมื่อสงครามโลกครั้งที่1 เริ่มขึ้น กองทัพรัสเซียตกอยู่ในภาวะคับขัน พระเจ้าซาร์นิโคลัสจึงเสด็จออกบัญชาการรบที่แนวหน้าด้วยพระองค์เอง พระนางอเล็กซานดร้าซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนขอร้องให้รัสปูตินช่วย อำนาจในการปกครองจึงตกอยู่ในมือรัสปูตินเกือบทั้งหมด ในช่วงนี้เองที่เริ่มมีข่าวลือว่าพระนางอเล็กซานดร้ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับรัสปูติน และเมื่อการเดินทัพเข้าเยอรมันไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ถึงกับมีข่าวลือออกมาอีกว่าพระนางอเล็กซานดร้าซึ่งมีเชื้อสายเยอรมันได้ร่วมมือกับรัสปูตินทำสัญญาลับกับกองทัพเยอรมัน สถาณการในราชสำนักรัสเซียได้ถูกกดดันจนถึงขีดสุด และในที่สุด 25 ธันวาคม 1916 คณะขุนนางฝ่ายต่อต้านรัสปูติน นำโดยดยุคเฟลิกซ์ ยูสโพว์ ก็ทำการลอบสังหารรัสปูติน และทิ้งศพลงในแม่น้ำเนว่า แถมอีกหน่อย ในเวลานั้น มีข่าวลือกันว่ารัสปูตินเป็นอมตะค่ะ การลอบสังหารที่ว่านี่ก็เหมือนจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความอึดของรัสปูตินก็ว่าได้ แผนลอบสังหารครั้งแรกเป็นแค่การวางยาพิษ แต่รอเท่าไหร่ รัสปูตินก็ไม่ตายสักที คราวนี้เลยใช้มีดแทง แต่รัสปูตินก็ยังไม่ตายอีก มาถึงตรงนี้พวกขุนนางก็ชักจะหวาดขึ้นมา จากที่เคยวางแผนกันอย่างมีระดับก็กลายเป็นใช้กำลังเข้าสู้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาพยายามกันสุดชีวิต มีการใช้ปืนยิงจากข้างหลังตอนที่รัสปูตินกำลังสวดภาวนาอยู่ แต่ก็ยังไม่ตายแถมวิ่งไล่ตามมาด้วย(อึ๋ย) เลยยิงซ้อนๆกันอีก 4 นัด ในจำนวนนี้ 2 นัดยิงเข้าเป้า พอรัสปูตินล้มลงก็ถูกรุมชกรุมกระทืบ แต่ก็ไม่ตาย เลยผลักตกจากหน้าต่างก็ยังไม่ตายอีก สุดท้าย พวกดยุคยูสโพว์เจาะน้ำแข็งและจมรัสปูตินลงในแม่น้ำไป ในที่สุดคราวนี้ได้ตายจริงๆเสียที3วันให้หลังมีการงมศพรัสปูตินขึ้นมา พบว่ามีน้ำอยู่เต็มปอด เป็นอันว่าพิสูจน์กันได้ว่าตอนที่รัสปูตินจมน้ำ เขายังมีชีวิตอยู่จริงๆ ผู้วิเศษหรือเปล่าไม่รู้ แต่สงสัยจะเป็นคนเหล็ก เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยค่ะ "รัสปูติน"นี่เป็นนามสกุลที่มีมากในไซบีเรียค่ะ เนื่องจากเหตุการณ์ข้างต้นนี้ นามสกุลนี้กลายเป็นที่รังเกียจในฐานะของคนที่ทำให้ราชวงศ์รัสเซียล่ม คนจำนวนมากจึงเปลี่ยนนามสกุลของตน | |
รัสปูติน
เขียนโดย
jelry
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
31 ก.ค. 53
297
1
ความคิดเห็น