[GOT7-FICLET] AMIGO'S DIARY #JARK

ตอนที่ 42 : [SF] SKY #JARK #MARKSON

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 424
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 ธ.ค. 58




[SF] SKY #JARK #MARKSON




 Super Junior K.R.Y. - SKY (Ost. to the beautiful you)

 

 

 

 

 

ท้องฟ้า

สิ่งแรกที่นึกถึงคือความกว้างใหญ่ ไร้ขอบเขต สุดลูกหูลูกตา

สีครามฟ้าสดใส มีก้อนเมฆสีขาวๆฟูๆลอยละล่องคอยเคียงข้างในตอนกลางวัน

และสีดำ มีดวงดาวพราวแสงระยิบระยับอยู่เคียงข้างในตอนกลางคืน

 

นั่นคือท้องฟ้ายามสดใส

 

และถ้าไม่สดใสละ?

สีเทา...มืดหม่น...ขุ่นมัว แล้วก็มีฝนด้วย...ใช่ไหม?

 

ฉะนั้น...

 

ท้องฟ้าก็เหมือนเหรียญสองด้าน

เหมือนสีขาวและสีดำ

เหมือนแสงสว่างและมืดมิด

ถึงจะแตกต่างแค่ไหน...ท้องฟ้าก็คือท้องฟ้า

ขาวและดำอยู่ด้วยกันได้

มืดหม่นและสดใสก็อยู่ด้วยกันได้

 

 

 

 기울여봐요 들리지 않나요 작은 속삭임

ลองเงี่ยหูฟังหน่อยสิ ไม่ได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ นี้เหรอไง

 

 

ผมมักเงยหน้าขึ้นมองฟ้าสีครามสดใส มองก้อนเมฆที่ค่อยๆลอยผ่านหน้าไปแบบเลือนลอย

ก่อนจะหลับตาฟังเสียงลม...เหมือนมีเสียงกระซิบ

 

 

그대 들리는 어디든 그곳에 함께 있을게요

แม้ว่าจะเป็นที่ใดก็ตามที่เธอได้ยินมัน ที่แห่งนั้นจะเป็นที่ๆ เราได้อยู่ด้วยกัน

 

 

แต่จริงๆมันก็แค่เสียงลม เสียงใบไม้ลู่ไหวก็เท่านั้น

 

“เฮ้! เสียงทุ้มแหบร้องทักก่อนจะโยนกระดาษที่ขย้ำๆเป็นก้อนลอยข้ามรั้วบ้านเข้ามา พอดีกับที่ผมลุกขึ้นนั่งแล้วรับมันไว้พอดิบพอดี

 

“อ่านดิ” เจ้าของกระดาษตะโกนบอกอีกครั้งให้ผมก้มมองก้อนกระดาษในมือแล้วค่อยๆแกะออกทีละชั้น

 

 

เมื่อไหร่จะยอมคุยกัน?

 

 

ผมเงยหน้ามองไปที่ร่างหนาที่ยืนเกาะรั้วบ้านไม่ห่างไปไหน หมอนี้ตามผมมาตั้งแต่วันแรกที่ผมย้ายมาอยู่ที่นี้ ผมไม่ใช่คนที่เป็นมิตรนักหรอกแต่ก็ไม่เชิงหยิ่ง ผมเป็นคนพูดน้อยและค่อนข้างเงียบเอาเรื่องแต่คนที่กำลังยืนรอคำตอบหรือคำพูดสักประโยคจากผมในตอนนี้นั้นแหละที่เข้ามาหาและชวนคุยตลอดเวลา

 

แจ็คสัน

 

คือชื่อหมอนี้

 

“นายต้องการอะไร?” ผมตัดสินใจเดินเข้าไปหาและถามสั้นๆ ถึงจะสั้นแต่ก็ทำให้แจ็คสันยิ้มกว้างเหมือนดีใจ

 

“แค่นี้แหละ...แค่นายคุยกับฉันก็ดีใจแล้ว”

 

ประหลาด...

 

“...บ้าหรือไง?”

 

“ไม่ได้บ้า ฉันแค่อยากเป็นเพื่อนนาย บ้านฉันอยู่ข้างๆนี่เอง” แจ็คสันชี้ไปที่บ้านหลังข้างๆที่ทำให้ผมมองตามและกลับมาสนใจใบหน้าคมที่อมยิ้มอยู่ตรงหน้า

 

มาร์คใช่ไหม? ถ้าจำไม่ผิด”

 

“นายความจำดี” ผมตอบ

 

“ความจำดีเฉพาะแต่กับคนที่ฉันชอบแหละ” ผมสบตากับดวงตาคมวาวที่ดูระริกสดใสเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แสงแวววาวระยับนั้นมันทำให้ผมรู้สึกบางอย่าง...

 

บางอย่างที่ทำให้ผมต้องหลบแววตาคู่นั้น

 

 

 

 

 

 

 

멀리 있대도 그댈 부르는 바람이 있죠

แม้ว่าเธอจะอยู่แสนไกล แต่จะมีสายลมคอยส่งเสียงเรียกเธอ

 

 

“มาร์ค!!!” เสียงทุ้มตะโกนเรียกผมจากข้างหลังทำให้ผมต้องหันไปมอง ระยะทางที่ไกลพอสมควรกับมือที่โบกให้ขณะที่อีกคนกำลังวิ่งมาหามันทำให้ผมหยุดมองจนระยะทางเราใกล้กันมากขึ้น

 

“อรุณสวัสดิ์”

 

“อรุณสวัสดิ์”

 

พวกเราทักทายกันแค่นั้นก่อนจะออกเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง เราสองคนเดินข้างกันโดยไม่ได้พูดคุยแต่ถึงอย่างนั้นระยะห่างที่ผมเองเริ่มรู้สึกว่ามันใกล้กันเหลือเกินนั้นอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองมือของตัวเองที่ทิ้งข้างลำตัวเวลาเดินแล้วมันก็ชนเข้ากับมือหนาของแจ็คสันที่เดินอยู่ข้างๆ ผมจ้องอยู่อย่างนั้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าคมที่พักหลังมานี้ผมชักจะแอบมองอยู่บ่อยๆจนไม่เข้าใจตัวเอง

 

“มองอยู่ได้...”

 

ผมเบิกตาอย่างตกใจที่จู่ๆแจ็คสันก็หันมามอง เราสบตากันอีกครั้งและผมก็หลบสายตาคู่นั้นเหมือนเดิม

 

“...”

 

แจ็คสันหัวเราะออกมาเบาๆและนั้นก็ยิ่งทำให้ผมเร่งฝีเท้าให้ไวจนคนที่หัวเราะอยู่เมื่อกี้ต้องวิ่งตาม

 

“รอกันด้วยสิ”

 

 

우리만 아는 설렘이 파란 하늘 끝에 닿아서

ความตื่นเต้นที่มีเพียงเราเท่านั้นที่รู้ได้ไปถึงสุดขอบฟ้าสีคราม

 곁에 있어 줘요  손을 잡아요

ขอเพียงมีเธออยู่เคียงข้างฉัน จับมือของฉันไว้

 

 

“ไม่พูดอะไรบ้างละมาร์ค?”

 

“...”

 

“สักนิด...”

 

“...”

 

“มาร์ค”

 

“...”

 

หมับ!

 

ผมถลึงตาจ้องคนที่คว้ามือผมไปจับไว้อย่างหน้าตาเฉย ตกใจมากแล้วก็...ตื่นเต้น

 

“ค่อยยังช่วยหน่อย”

 

“อะไร?”

 

“ก็จับไว้แบบนี้ไงจะได้รู้ว่ามีนายยังอยู่ข้างๆ...อย่าเงียบแบบนี้สิ” แจ็คสันบอกผมอย่างนั้นขณะที่ผมใช้ตะเกียบคีบเนื้อทอดอยู่กลางอากาศ แค่สัมผัสเบาๆที่ทำให้ผมแทบจะมืออ่อนยวบ ไม่มีแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น

 

“แล้วปล่อยได้ยัง?” ผมถาม

 

แจ็คสันยิ้มจนตาหยีก่อนจะปล่อยมือผม

 

“มือนายนุ่มดีนะ”

 

“อะ...อือ ขอบคุณ”

 

 

 

 

 

 

 

작은 속삭임이 말해준 바람이 전하는  들으며

เมื่อเธอได้ยินคำพูดที่สายลมได้กระซิบเบาๆ ส่งผ่านออกมา

하늘로 날아 오르면 되요

เราก็สามารถบินขึ้นไปบนท้องฟ้าได้แล้ว

 

 

ท้องฟ้าค่ำคืนนี้ดูโล่งมากแถมเห็นดาวชัดกว่าทุกวัน ผมเลยทิ้งตัวลงบนผืนหญ้าในสวนหลังบ้านจดจ้องดาวบนท้องฟ้าอย่างเหม่อลอยแต่ระหว่างที่ปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปบนท้องฟ้า ใบหน้าของคนที่ตัวติดกับผมแทบตลอดเวลาก็ผุดขึ้นมาในสมอง

 

 

“...บ้าไปแล้วแน่ๆ”

 

สายลมอ่อนยามค่ำคืนทำให้ผมหลับตาลงปล่อยให้ตัวเองจมลึกลงไปในความคิดอีกระดับก่อนจะถูกกระชากขึ้นมาเพียงเสียงทุ้มที่เรียกผมอยู่ทุกวัน

 

สวบ

สวบ

 

“ดูดาวหรอ?”

 

“...อืม” ผมลืมตามองคนที่มายืนมองอยู่ข้างๆก่อนที่อีกคนจะนั่งลงแล้วทิ้งตัวนอนอยู่ข้างๆ

 

“ท้องฟ้าโปร่งมากอ่ะ”

 

“อืม”

 

แล้วผมก็หันไปมองแจ็คสันที่ปล่อยสายตาให้ล่องลอยไปบนท้องฟ้าโดยไม่รู้ตัวว่าผมแอบมองเขาอยู่

 

 

모두 잊을  있죠  순간만은

ลืมทุกสิ่งทุกอย่างในช่วงเวลานั้น

 

 

“นายน่ารักมากเลยนะ...รู้ตัวไหม?” แล้วจู่ๆแจ็คสันก็พูดขึ้นมาก่อนจะหันมามองผมที่มองเขาอยู่แล้ว เราสบตากันโดยมีแสงระยิบระยับจากดวงตาเขาดึงดูดให้เราสบตากันนานกว่าทุกครั้ง

 

แจ็คสันเอื้อมมือมาจับมือผมไว้แล้วบีบเบาๆ

 

“ฉันชอบนายนะ”

 

“...”

 

“พูดอะไรบ้างสิ...อย่าเงียบได้ไหม?”

 

“...”

 

“พูดอะไรหน่อย ให้ฉันรู้ว่านายคิดอะไรหน่อยได้ไหมมาร์ค?”

 

 

두려워 숨지 마요  손을 잡아요

อย่ากลัว อย่าหลบซ่อนเลย จับมือฉันไว้

 

 

ผมยังคงเงียบอยู่แบบนั้นโดยที่มือของผมยังคงอยู่ในมือของแจ็คสันอยู่ ผมบีบมือเขาเบาๆแทนคำพูดทั้งหมดของตัวเอง

 

“คิดเหมือนฉันใช่ไหม?” แจ็คสันถามอีกหน

 

“...” และผมก็เงียบอยู่เหมือนเดิม

 

เขาจะรำคาญผมบ้างหรือเปล่า? ที่ผมปล่อยให้เขาพูดอยู่คนเดียวแบบนี้

เพราะผมเป็นแบบนี้ไง ผมเลยรู้สึกว่าการมีแจ็คสันคอยพูดอยู่ข้างๆแบบนี้ทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียว

 

แจ็คสันพลิกตัวหันมาทางผมก่อนจะยันตัวเองให้อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน มืออีกข้างที่ยังว่างค่อยๆยกขึ้นเกลี่ยแก้มผมเบาๆ

 

“มาร์ค...พูดอะไรหน่อยสิ”

 

“...จะให้พูดอะไร ฉันไม่มีอะไรจะพูด”

 

“นายชอบฉันไหม? ตอบฉันที”

 

“...”

 

“ชอบไหม?”

 

“...อืม ฉันชอบนาย”

 

วินาทีที่ผมตอบออกไป สัมผัสนุ่มยุ่นก็แนบทาบลงมาที่ริมฝีปาก สัมผัสแผ่วเบาราวกับสายลมยามเย็นที่ทำให้ผมหลับตาลงรับอย่างรู้สึกดีพลางเงี่ยหูฟังเสียงกระซิบที่ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น มันแรงและเร็วจนผมรู้สึกเหนื่อยมากราวกับกำลังวิ่งรอบสนามสิบกว่ารอบเลยละ

 

 

 

ท้องฟ้า

สีครามฟ้าสดใส มีก้อนเมฆสีขาวๆฟูๆลอยละล่องคอยเคียงข้างในตอนกลางวัน

และสีดำ มีดวงดาวพราวแสงระยิบระยับอยู่เคียงข้างในตอนกลางคืน

 

 

모든   같은 하늘색뿐 이라서

เพราะทุกสิ่งทุกอย่างจะกลายเป็นสีเดียวกับท้องฟ้า

 

 

“ฉันให้นายเป็นท้องฟ้ายามกลางวัน”

 

“...”

 

“เพราะอะไรรู้ไหม?” ผมจ้องแจ็คสันที่เงยหน้ามองท้องฟ้าในตอนนี้...เวลานี้

 

เรานั่งข้างกันบนเนินลาดข้างแม่น้ำที่มีกลิ่นอ่อนๆของต้นหญ้าและเสียงไหลของแม่น้ำ

 

“เพราะนายสดใส ถึงจะไม่ค่อยพูดก็เถอะส่วนฉันจะเป็นก้อนเมฆพวกนั้นที่คอยอยู่ข้างๆลอยอยู่ใกล้ๆไม่ไปไหน”

 

“...ลึกซึ้ง” ผมพูด

 

“...อ่าฮา ยิ้มด้วยแฮะ น่ารักอ่ะ”

 

“หืม?”

 

ผมไม่รู้ว่าตัวเองหลุดยิ้มออกมาตอนไหนและตอนนี้ผมคิดว่าหน้าผมคงจะโคตรเด๋อมากๆ

 

“ดีใจนะที่นายยิ้มบ้าง ยิ่งยิ้มยิ่งสดใสเหมือนแสงแดดอ่อนๆในฤดูหนาวเลย”

 

แจ็คสันก็เข้าใจเปรียบเทียบนะ

 

“งั้นนายคงจะเป็นท้องฟ้ายามกลางคืน”

 

“ทำไมอ่ะ?”

 

“นายชอบใส่เสื้อสีดำ”

 

“ฮ่าๆ โอเค ยอมเลย” แจ็คสันหัวเราะออกมาก่อนจะยกมือลูบผมผมเบาๆ

 

“ล้อเล่นน่า...จริงๆแล้วนายเปรียบเหมือนดวงดาวที่คอยรับแสงจากดวงอาทิตย์และส่องแสงอยู่ข้างๆ”

 

“...”

 

“มันทำให้รู้ว่านอกจากตัวฉันแล้วยังมีนาย”

 

 

 순간만은 그대와   함께할  있죠

ในช่วงเวลานั้นเธอและฉันก็สามารถอยู่ด้วยกันได้แน่นอน






END.







ENJOY READING ^^


O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

791 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 3 มกราคม 2559 / 02:21
    ชอบคำเปรียบเทียบ ละมุนแตกต่างแต่ลงตัววววว
    #432
    0
  2. #372 caramel852girl (@caramel852girl) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 02:47
    เราน้ำตาคลอ มันซึ้งง่ะ มันดีมาก มันแบบละมุน งื้อออมันดีมากจริงๆค่ะ ^^
    #372
    0
  3. #371 HENS_Eternal (@eye-hibari) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 04:51
    น่ารักมากเลยยยยย เพราะแต่งต่างถึงเหมาะสมและลงตัวนะะะะ
    #371
    0
  4. #370 เอินแฟนหวัง (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 23:24
    เมื่อคนหนึ่งเป็นท้องฟ้ายามกลางวัน อีกคนก็เป็นก้อนเมฆ

    เมื่อคนหนึ่งเป็นท้องฟ้ายามกลางคืน อีกคนก็เป็นดวงดาว

    ชอบการเปรียบเทียบแบบนี้ และยิ่งฟังเพลงไปด้วย ยิ่งฟินนนน
    #370
    0
  5. #369 ✿정아가씨✿ (@newwie) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 21:10
    ทำไมเราอ่านแล้วร้องไห้ กับประโยคของมาร์ค มันดีมากเลยย
    #369
    0
  6. #368 Nu'Belle Love P'Mark (@bellfergoll) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 12:40
    ละมุนจังเลย รักแบบไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมาย -/////-
    #368
    0
  7. #367 Wild plants (@warongkon) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 10:18
    แตกต่างแต่ลงตัวจริงๆนะคู่นี้ละมุนมาก อยู่ข้างกันไปเรื่อยๆนะ
    #367
    0
  8. #365 ฮัดชิ่ว! (@joyzpzkung) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 08:58
    นอกจากตัวฉันแล้วยังมีนาย
    ฮือ มันอบอุ่นเหมือนกับกำลังนั่งรับแสงอาทิตย์(ที่แรงแบบพอดีๆ)
    มันไม่ได้อบอุ่นจนร้อน แต่รู้สึกดีแทน
    ถึงจะแตกต่างกันแต่ก็เติมเต็มกันได่อย่างประหลาด
    อ่านแล้วนึกถึงสัมภาษณ์เมื่อวานที่สลับกันพูดเลยค่ะ
    ฮือ น่ารัก ๆ มาร์คที่พูดน้อยกับแจ็คสันที่ช่างพูด
    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆ
    #365
    0
  9. #364 SophJee (@soya12) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 02:05
    ดีมากๆค่ะ ความแตกต่างที่ลงตัวเนอะ ชอบการบรรยายทุกอย่างเลย การเปรียบเปรย มันดี
    #364
    0
  10. #363 ˊˊCHICIM (@chicim) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 02:00
    ชอบคำเปรียบเทียบเรื่องนี้จัง
    อ่านไปยิ้มไป ละมุน น่ารักๆ เขิน งื้อ
    ถึงต่างกัน แต่ก็เป็นท้องฟ้าที่ไม่โดดเดี่ยวเนอะ
    #363
    0