[GOT7-FICLET] AMIGO'S DIARY #JARK

ตอนที่ 47 : [SF] Oh my 'EN' ----06---- #JARK ft. BNIOR

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ม.ค. 59










Oh my EN

06

 

 

 

 

“...”

 

เชฟรองเหลือบตามามองผมเป็นพักๆ ...แน่นอนว่าผมจะพอรู้ว่าเชฟรองมีเรื่องจะคุยด้วยก็เพราะหลังจากที่ผมเก็บร้านและเดินออกมาจากร้านเป็นคนสุดท้ายอย่างทุกวันเชฟรองที่นั่งบนบันไดเข้าร้านก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

 

“เชฟรองมีเรื่องจะคุยกับผมใช่ไหม?”

 

“อืม ขอคุยด้วยแปปหนึ่ง”

 

พวกเราเดินห่างออกมาจากร้านไกลพอสมควร บางทีเชฟรองเขาอาจจะหิวขึ้นมาเลยชวนผมมานั่งกินมาม่าในร้านสะดวกซื้อใกล้สถานีรถไฟ ผมมองเชฟรองที่สูดเส้นมาม่าเข้าปากโดยไม่พูดอะไรเลย

 

“ไม่กินละ? กินก่อนเดี๋ยวค่อยคุยกัน”

 

“ผม...ยังไม่หิวน่ะ”

 

“...โอเค” และเหมือนเชฟรองจะรู้ว่าผมอยากคุยธุระกันมากกว่าเขาเลยวางตะเกียบบนปากถ้วยกระดาษแล้วจ้องหน้าผมแบบตาไม่กระพริบ

 

“นายน่าจะรู้แล้วว่าฉันคิดยังไงกับนาย”

 

“เชฟรอง...”

 

“คบกับเชฟหรอ? คบกันตอนไหน?” แล้วเชฟรองก็ถามคำถามที่น่าค้างคาใจเขามาตั้งแต่ช่วงบ่ายและนั้นก็ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดที่ไม่รู้จะอธิบายยังไง

 

“คะ คือเรื่องที่เชฟรองชอบผมน่ะ ผมรู้และผมเองก็ชอบเชฟรองแบบพี่ชายมากกว่า ไม่เคยคิดอะไรมากกว่านี้...ผมขอโทษ”

 

“...” เชฟรองหน้านิ่งมากจนผมรู้สึกกลัวเลยละ ผมไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่...เขาเดายากมาก

 

“ส่วนเรื่องเชฟหวัง น่าจะเป็นผมมากกว่าที่...ชอบเขาฝ่ายเดียว”

 

“แล้วที่เขาพูดออกมาตอนนั้นละ? คืออะไร?”

 

“เขาก็แค่...ปกป้องผมเท่านั้น เชฟรองก็รู้ว่าเชฟหวังไม่ชอบขี้หน้าผมสักนิด”

 

“คนไม่ชอบขี้หน้า...เขาไม่ปกป้องกันหรอกนะเด็กน้อย” คำพูดของเชฟรองที่สวนขึ้นมาทำให้ผมจ้องตาเขานิ่งด้วยความรู้สึกสับสน ผมไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นยังไง เรื่องราวมันวุ่นวายจนน่าปวดหัว

 

“...ขอบคุณที่เชฟรองชอบผมนะ แต่ผมคิดว่าเชฟรองแค่เอ็นดูผมเพราะว่าผมมีส่วนคล้ายคุณเจินหยงหรือเปล่า”

 

อย่างตอนสิงน่ะครับ

 

คำพูดของผมทำให้เชฟรองที่ตั้งใจจะจัดการมาม่าต่อต้องชะงักกึกกลางอากาศ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมพูดน่ะโดนใจเขาอย่างจังเลยละ เชฟรองรักคุณเจินหยงแค่ไหนทำไมผมจะไม่รู้ พวกเขามีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งเกินพี่น้อง...ผูกพันกันมาก

ฉะนั้นตอนที่คุณเจินหยงสิงผม ท่าทางที่แสดงออกมาเป็นธรรมชาตินั้นคงจะสะดุดใจเชฟรองขึ้นมาเหมือนทำให้เขาได้เห็นคุณเจินหยงอีกครั้ง

 

เอิน...ไม่รู้ว่าทั้งวันคุณเจินหยงไปไหนมาทั้งวันแต่เสียงของเขาและการปรากฏตัวอีกครั้งทำให้ผมหันไปมองร่างโปร่งขาวซีดของคุณเจินหยงที่ส่ายหน้าช้าๆเชิงบอกให้ผมหยุดพูดในสิ่งต่อไปนี้

 

แต่พูดมาขนาดนี้แล้ว ผมเองก็อยากให้เชฟรองเข้าใจสักทีว่าคนที่เขาชอบและยังรักมาตลอด ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ คนคนนั้นก็ยังเป็น พู่ เจินหยง อยู่ดี

 

“เชฟรองเชื่อเรื่องผีไหม?”

 

อี้เอิน!!!!’

 

เชฟรองหลุบตาต่ำอย่างใช้ความคิดก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

 

“ก็ไม่ถึงกับเชื่อหรอก แต่ก็ไม่ได้ลบหลู่...ฉันไม่มีเซ้นแต่บางครั้งก็รู้สึกว่าเหมือนมีคนอยู่ข้างๆ แอบมองตลอดตอนอยู่หอน่ะ” คำพูดของเชฟรองทำให้ผมเหลือบมองคุณเจินหยงที่เลิกคิ้วเล็กก่อนจะขยับมายืนข้างหลังผม

 

จริงหรอ? รู้สึกขนาดนั้นเลยหรอ?ผมจับมือของคุณเจินหยงไว้แล้วบีบเบาๆ ให้เจ้าตัวหันมามองผมนิดๆ

 

“อาจจะคิดไปเองละมั้ง” เชฟรองพูดต่อพร้อมหัวเราะขำอย่างกับว่าเรื่องที่พูดนั้นน่ะตลกและไร้สาระสิ้นดี

 

“ไม่ได้คิดไปเองหรอกครับ ผมน่ะมีเซ้น...ผมเห็นผีครับเชฟรองเชื่อไหม?” ผมยิงคำถามออกไปจนเชฟรองถึงขั้นวางตะเกียบลงอีกครั้งเลยละ

 

“ถ้าอยากให้เชื่อก็พิสูจน์สักอย่างสิ”

 

ผมยกยิ้มมุมปากก่อนจะยื่นมือออกไปตรงหน้าเชฟรองที่เลิกคิ้วมองอย่างงงๆ “ขอมือหน่อยครับ”

 

“คิดว่าฉันเป็นหมาหรือไง?” ถึงเชฟรองจะบ่นออกมาแบบนั้นแต่เขาก็ยอมยื่นมืออกมาวางบนฝ่ามือ ผมอมยิ้มนิดๆก่อนจะยกมือที่จับมือคุณเจินหยงมาใกล้มือใหญ่ที่วางบนมืออีกข้างรอ

 

จะทำอะไรอ่ะเอิน?!!’

 

“ชู่วววว อยู่นิ่งๆสิ” ผมพูดออกมาโดยไม่คิดจะปิดบังแต่ทำให้คนตรงหน้าขมวดคิ้วฉับ “...ยังไม่ได้ขยับเลยนะ” เขาพูดออกมาซึ่งนั้นก็ทำให้ผมที่พยายามดึงมือของคุณเจินหยงไว้หลุดขำออกมา

 

“ผมไม่ได้พูดกับเชฟรองนะ ผมพูดกับเจินหยง

 

!!!

 

“อย่าเอาเรื่องนี้มาล้อฉัน ฉันไม่ชอบ!!” จู่ๆเชฟรองก็ขึ้นเสียงขึ้นมาและพยายามดึงมือออกจากมือผม ตอนแรกผมก็ไม่ทันตั้งตัวแต่ก็รีบจับมือใหญ่นั้นไว้ถึงตัวเองจะแรงน้อยก็ตาม

 

“เชฟรองใจเย็นดิ ผมไม่ได้ล้อนะ ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมเห็นอะไร...เชื่อผมสักครั้งนะ” ผมสบตากับดวงตาเรียวรีของคุณเจินหยงสลับกับดวงตาเรียวตี่ของเชฟรองที่มองมาเหมือนกัน

 

เมื่อทั้งสองฝ่ายสงบลงผมเลยดึงมือคุณเจินหยงให้เข้ามาใกล้หลังมือใหญ่ที่ผมจับให้หงายขึ้นก่อนจะวางมือของคุณเจินหยงซึ่ง...แน่นอนว่าเชฟรองไม่เห็นหรอกแต่ผมคิดว่าเขารู้สึกได้นะ

 

“...”

 

แช้วเชฟรองก็เหมือนจะสะดุ้งหน่อยๆก่อนจะจ้องฝ่ามือตัวเองนิ่ง ผมปล่อยมือออกแต่มือใหญ่ยังค้างกลางอากาศก่อนจะค่อยๆจับมือของคุณเจินหยงที่จ้องมือของตัวเองที่กำลังถูกกุมอย่างช้าๆ

 

“บะ บ้าน่า ไม่จริงหรอก...หยงหย่ง”

 

ฮึก ฮือ เป็นไปได้ไง ไม่มีทางนี่...

 

เชฟรองมองหน้าผมด้วยน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ในดวงตาเรียวคม ผมไม่รู้หรอกว่าเชฟรองมองเห็นหรือสัมผัสคุณเจินหยงได้แค่ไหนแต่ที่แน่ๆพวกเขารู้สึกถึงกันได้จริงๆ

 

ผมมองวิญญาณสีขาวสว่างเจ้าของดวงตากลมโตที่มองมาที่ผมแล้วยิ้มให้ ผมพยักหน้านิดๆก่อนความเป็นตัวเองจะมืดลง

 

 

END YIEN PART

 

 

 

 

 

ZHENGRONG PART (SOUL)

 

ผมเข้ามาในร่างของอี้เอินอีกครั้งก่อนจะช้อนตามองไจ้ฟ้านที่ยังคงจ้องมาที่เอินนิ่งๆ

 

“...หยงหย่งใช่ไหม?” เขาถามผมเสียงแผ่วและตอนนั้นแหละที่ผมลุกจากที่นั่งแล้วโผ่เข้าไปกอดไจ้ฟ้านที่ลุกขึ้นยืนไว้แน่น เขาเองก็กอดตอบผมเช่นกัน

 

คิดถึงไจไจ้ที่สุดเลย ฮือ ฮึก ลำบากแย่เลยนะ

 

ไจ้ฟ้านส่ายหน้าไปพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก ึ้นอีกึ้นยืนมกอดให้แน่น ลำบากแย่เลยนะุกจากที่นั่งแล้วโผ่เข้าไปกอดไจ้ฟ้านแน่นีกคนึงกันได้จริงๆ

”ไม่...สักนิด ไม่เลย” เสียงทุ้มว่าข้างหูก่อนจะผละออกมา เขาประคองหน้าของผมพลางลูบแก้มอย่างเบามือ

 

“พี่ดีใจที่เรายังอยู่...ดีใจที่ยังอยู่ใกล้ๆ”

 

ผมสะอื้นจนตัวสั่นไปหมดไจ้ฟ้านจึงรวบผมไปกอดอีกครั้ง มือใหญ่ลูบแผ่นหลังเพื่อปลอบประโลม

 

ไม่คิดว่าเผลอเข้ามาสิงเอินจะได้เจอไจไจ้ด้วย

 

“เอินพูดถูกนะ...ไม่ว่ายังไงพี่ก็ยังรักเจินหยงคนเดียว”

 

ไจ้ฟ้านเป็นคนที่เชื่อในสิ่งที่พิสูจน์แล้วตัวเองรู้สึกและรับรู้ได้จริงๆ ตอนแรกผมก็แปลกใจที่เขาเชื่อเรื่องนี้ได้ง่ายๆแต่เพราะนิสัยเดิมๆที่ติดตัวตลอดแบบนี้ไงถึงจะดูบ้าๆบอๆเขาก็พร้อมจะเชื่อ

็แปลกใจที่เขาเชื่อเรื่องได้ง่ายๆแต่เพราะนิสัยเดิมๆที่ติดตัวตลอดแบบนี้ไงอนแรก

แต่ถึงเราจะรักกันยังไง

เมื่อถึงเวลา...

ผมก็ต้องไป เพราะผมจากโลกนี้ไปแล้ว

 

โหดร้ายนะ

 

 

 

 

 

ไจ้ฟ้านขอไปเข้าห้องน้ำสาธารณะหลังจากที่นั่งกินมาม่ากันเสร็จแล้วตอนนี้พวกเราก็อยู่ระหว่างทางกลับร้านของเชฟหวัง ผมยืนรอไจ้ฟ้านหน้าห้องน้ำที่มีเพียงแสงไฟข้างทางเดินกับความเงียบยามค่ำคืนเท่านั้น ถึงจะดูน่ากลัวไปหน่อยก็เถอะแต่ลึกๆในใจผมรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง

 

แกรก

 

ขวับ!

 

คะ...ใครอ่ะ?

 

สวบ

สวบ

 

หมับ!

 

อื้อออออออออ

 

ผมร้องอื้อในลำคอทันทีที่โดนลากเข้าพุ่มไม้แถวนั้นก่อนจะไปเรื่อยๆโดนที่มีถุงผ้าสีดำคลุมหัวตลอดทาง

ความรู้สึก...เหมือน

 

ตอนนั้น...

 

มือใหญ่ยิ่งกดลงมาบริเวณปากผมแน่นขึ้นอีกเพื่อไม่ให้ผมมีเสียงเล็ดออกมา

 

แย่ละสิ ผมอยู่ในร่างของเอินแบบนี้ เขากำลังมีอันตรายถึงตัว

 

ปึก!

ฟึ่บ!

 

โอ๊ย!’

 

จู่ๆร่างของอี้เอินก็กระแทกอะไรสักอย่างอย่างแรงพร้อมกับผ้าที่คลุมหัวอยู่ก็หลุดออกเผยให้เห็นผู้ชายร่างใหญ่ใบหน้าคมเข้มแต่ซูบไม่น้อย รอบดวงตาคมที่มองมามันคล้ำดำเหมือนคนเล่นยา ริมฝีปากเหยียดยิ้มออกมาพร้อมเสียงหัวเราะที่ทำให้ผมรู้สึกขนลุกซู่ทันที เสียงเขาคุ้นมากแถมสัมผัสที่แตะผิวก็หยาบโลนจนภาพความทรงจำในหัวผุดขึ้นมา...ขาดๆหายๆ

 

“เด็กของไจ้ฟ้านหรอ?”

 

“...”

 

ถึงเขาจะเอาผ้าคลุมออกให้ก็เถอะแต่มือทั้งสองอี้เอินกลับถูกรวบไว้ด้านหลัง ก่อนจะพุ่งเข้ามาใช้มือใหญ่หยาบบีบแก้มเนียนให้เงยหน้าขึ้นมอง

แววตาที่มองมาทำให้ใจสั่นแปลกๆ ผมกลัวสายตาคู่นี้...

 

กลัวที่สุด

 

 

“จำฉันไม่ได้หรอ? อี้เอิน”

 

ผู้ชายคนนั้น...

 

“คุณ...เฮ่อไค อึก! อื้อ” พูดจบอี้เอินก็ถูกดันจนแผ่นหลังชนกับกำแพงเย็นชื้นใกล้ๆก่อนจะถูกร่างใหญ่โถมตัวเข้ามาเบียดจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้หายใจและปลายจมูกโด่งก็คลอเคลียข้างแก้มก่อนจะเลื่อนลงมาที่ซอกคอ ผมหลับตาปี๋และพยายามดิ้นแต่ก็ถูกคว้าลำคอพร้อมกับแรงบีบที่ทำให้อากาศหายใจสะดุด ผมอ้าปากพลางพยายามกลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก มือทั้งสองที่ถูกปล่อยก่อนหน้าเกร็งจนทิ้งข้างลำตัวสิ้นแรงขัดขืน

แต่ก็เหลือบมองใบหน้าของเพื่อนของไจ้ฟ้านที่จู่ๆภาพเหตุการณ์บางส่วนที่ขาดหายไปก่อนหน้ากลับมาจนดวงตาพร่าเลือนเพราะน้ำตาที่เอ่อคลอ

 

ผมรู้แล้วว่าตัวเองตายยังไง...

ผมรู้แล้ว...

 

พรึ่บ!

 

แฮ่ก แฮ่กไม่ยอมหรอก ผมไม่มีทางยอมให้อี้เอินมาเจออะไรแบบผมแน่ๆ

 

ผมรวบรวมแรงทั้งหมดก่อนจะยกขาถีบร่างใหญ่กว่าออกจนถอยหลังไปหลายก้าว จึงใช้โอกาสนี้วิ่งออกมาจากซอกมืดๆนั้น

ทุกอย่างเกิดซ้ำรอยได้ตรงเป๊ะอย่างเหมาะเจาะ ไม่ว่าจะทางมืดๆ เสียงหอบหายใจ เสียงฝีเท้าที่ผมเร่งให้มันเร็วขึ้น

 

ผมจะต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะกับอี้เอิน

 

แต่ว่า

 

ผมก็ทำไม่ได้

 

ขอโทษนะอี้เอิน

 

หมับ!

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกก ปล่อยนะ!!!! ช่วยด้วยยยยยยยยยยยย ไจ้ฟ้านนนนนนน”

ผมถูกกระชากกลับไปในซอกใกล้ๆก่อนจะโดนบีบคอจนหายใจไม่ออก มือไม้เกร็งไปหมด ขนาดผมเป็นแค่วิญญาณแต่ตอนนี้ผมกำลังจะกลับไปตายอีกครั้ง

 

ฟึ่บ!

 

 ผมหลุดออกมาจากร่างของอี้เอิน จ้องมองเฮ่อไคที่กำลังจะทำอี้เอินอย่างที่เขาเคยทำกับผม...

 

ผมทำอะไรไม่ได้เลย

 

 

 

END ZHENGRONG PART (SOUL)

 

 

 

 

ZAIFAN PART

 

 

“ขอโทษทีนะ... อ้าว! หายไปไหนแล้วละ?”

 

ทันทีที่ผมทำธุระในห้องน้ำเสร็จแล้วเดินออกมาก็ต้องเจอแต่ความว่างเปล่า เพราะร่างโปร่งของอี้เอินที่เจินหยงสิงอยู่ตอนนี้หายไป

 

“หายไปไหนนะ?”

 

“เจินหยง!” ผมลองตะโกนเรียกพร้อมก้าวไปตามทางเดินที่เชื่อมไปทางร้านสะดวกซื้อก่อนหน้านี้ ผมตะโกนเรียกตลอดทางแต่ก็ไม่เห็นวี่แววของอี้เอินเลย

จู่ๆก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายก็บีบแน่นจนปวดหนึบไปหมดอย่างไม่ทราบสาเหตุ ผมหยิบโทรศัพท์กดโทรหาอี้เอินแต่ผมกลับได้ยินแต่เสียงสัญญาณที่ดังสม่ำเสมอเท่านั้น

 

“อี้เอิน! เจินหยง! พี่มาแล้วนะ อย่ามาเล่นซ่อนแอบนะ ไม่สนุกเลยอย่าแกล้งกันแบบนี้”

 

ผมรู้สึกไม่ดีจริงๆนะ ผมเองก็พูดไปงั้นแหละเพราะรู้ไงว่าเจินหยงคงไม่ไปหลบผมเล่นๆหรอก

 

“ไจ้ฟ้าน!!” เสียงที่ผมคุ้นเป็นอย่างดีดังขึ้นจากข้างหลังพร้อมกับร่างหนาของเชฟหวัง แจ็คสันที่กำลังลงมาจากรถที่จอดข้างทางแล้ววิ่งเข้ามาหา

 

“เชฟ”

 

“อี้เอินละ ฉันเห็นนายออกมากับเขา”

 

“...ผะ ผมไม่รู้ จู่ๆเขาก็หายไป ผมกำลังตามหาเขาอยู่” และดูเหมือนเชฟจะจับน้ำเสียงที่พูดได้ เขาแค่ถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

“โทรหายัง?”

 

“ไม่รับ”

 

“เฮ้อ! ทำไมชอบทำให้เป็นห่วงเรื่อยเลยนะ” เชฟบ่นเสียงเบาๆก่อนจะยกมือตบบ่าผมเบาๆ

 

“ช่วยกันหา”

 

 

 

 

ผมกับเชฟเราช่วยกันหาอี้เอิน(เจินหยง)ไปเรื่อยๆจนถึงแถวมุมตึก มุมหอพักบางส่วนที่มืดและไม่มีไฟข้างทางส่องถึง

 

อี้เอินจะมาแถวนี้หรอวะ?

 

ตึง!

 

ตึง!

 

เสียงส้นรองเท้าหนักๆที่ดังมาแต่ไกลก่อนจะเงียบหายเข้าไปในซอกมุมไหนสักมุมแต่เสียงที่ตะโกนจนสุดเสียงนั้นแหละที่ทำให้ผมวิ่งตรงไปอย่างไม่คิดชีวิต

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกก ปล่อยนะ!!!! ช่วยด้วยยยยยยยยยยยย ไจ้ฟ้านนนนนนน”

 

“เจินหยง!!!

 

เมื่อผมวิ่งไปถึงร่างโปร่งของอี้เอินที่หมดสติกำลังถูกคร่อมด้วยร่างใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งผมไม่คิดอะไรทั้งนั้น ผมคิดแค่ว่าเจินหยงต้องปลอดภัยเท่านั้น

 

ผัวะ!

 

พลั่ก!

 

ผมคว้าไหล่หนาให้หันมาด้วยอารมณ์โมโหก่อนจะชะงักไปเพียงครู่เดียวเมื่อเห็นหน้าว่าเป็นใคร

 

“ไอ้!!! ไอ้เลววววววววววว”

 

ผมซัดหน้าของไอ้เพื่อนเลวไปไม่ยั้งก่อนจะถูกซัดกลับมาจนล้มหงายไปข้างหลัง เฮ่อไคตามมาซัดหน้าผมแต่ไม่นานผมก็ถีบร่างใหญ่นั้นจนหงายหลังแต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เชฟหวังก็วิ่งเข้ามาเตะจนเฮ่อไคหน้าหันไปอีกทางแล้วสลบไป

 

เชฟดูโมโหมาก เขากำมือแน่นไปจนห่อเลือดแดงเส้นเลือดปูดโปนอย่างเจ็บใจเมื่อเห็นร่างขาวของอี้เอินที่เป็นรอยแดงจ้ำตามลำคอและเสื้อผ้าถูกกระชากฉีกเกือบหมด

 

“เอิน!!...อี้เอิน ได้ยินฉันไหม? เอิน...”

 

ผมได้แต่นั่งอยู่กับที่เพราะไม่มีแรงมองร่างอี้เอินที่ถูกเชฟประคองกอดอย่างทนุถนอม แขนแกร่งโอบกอดและกระชับเข้ามาในอ้อมแขนแล้วช้อนตัวขึ้น

 

“...นาย ไปโรงพยาบาลกัน”

 

ผมพยักหน้ารับก่อนจะค่อยๆลุกแล้วเดินตามเชฟที่อุ้มอี้เอินเดินนำไปแล้ว ผมหันไปมองร่างของเฮ่อไคที่นอนแน่นิ่งตรงนั้นพลางหันไปมองรอบๆเพื่อหาเจินหยง แต่บางทีผมก็ลืมไปว่าผมไม่มีเซ้น ผมมองไม่เห็นเขา เลยจำใจเดินตามเชฟไปขึ้นรถ

 

ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองหรือเปล่า แต่ผมได้ยินเสียงของเจินหยง...เบาราวกับเสียงกระซิบ

 

เจินหยงขอโทษที่ช่วยอะไรไม่ได้นะ

 

เท่านั้นแหละ แค่เท่านั้นจริงๆ ผมกลับยิ้มออกมาอย่างโล่งใจในที่สุด

 

ไม่เป็นไรก็ดีแล้วเจินหยง

แค่เจินหยงอยู่กับอี้เอิน แค่คอยมองก็ดีมากแล้ว

 

 

 

END ZAIFAN PART

 

 

 

 

 

 

JACKSON CHEF PART

 

ผมแทบจะนึกอะไรไม่ออกเลย ถ้าหากว่าผมหรือไจ้ฟ้านไม่ไปเจออี้เอิน...

ผมคงจะเสียใจไปชั่วชีวิต

 

ผมกุมมือบางที่เย็นเชียบไว้แน่น อี้เอินนอนนิ่งบนเตียงมาหลายชั่วโมงแล้วหมอบอกว่าปลอดภัยแล้วแค่มีรอยฟกช้ำเป็นจ้ำๆเพราะถูกทำร้ายร่างกายมาไม่น้อย

 

“ลืมตาสักทีเอิน” ยิ่งเห็นรอยแดงแถวลำคอขาวผมยิ่งโกรธตัวเองมากกว่าเดิม

 

ผมก้มจูบเบาๆที่หลังมืออีกคนเบาๆ

อยากให้ตื่นขึ้นมามองหน้ากัน อยากให้มานั่งฟังสิ่งที่อยู่ในใจเขาที่เฝ้าทบทวนมาทั้งวัน ถึงเวลาทบทวนของผมจะน้อยแต่ผมมั่นใจว่าจริงๆแล้วใครกันแน่ที่อยู่ในใจผมมาตลอด

 

“เอินครับ...ตื่นขึ้นมาคุยกับเจียเอ๋อหน่อยสิ”

สรรพนามที่ผมเปลี่ยนเองถูกเอื้อนเอ่ยออกมา จริงๆผมอยากลองแทนชื่อของผมเองยามคุยกับเอินนะ อยากให้เขาได้เรียกชื่อนี้ อยากให้สิทธิ์ทุกอย่างกับเขา...แค่คนเดียว

ฉะนั้น...

 

“...เอิน!” จู่ๆเปลือกตาสีเนื้อนวลก็ค่อยๆเปิดขึ้น เสียงถอนหายใจยาวๆดังขึ้นพร้อมกับเปลือกตาที่กระพริบถี่ๆเพื่อปรับโฟกัส

 

เขาสบตากับผมแล้ว

 

เอินสบตากับผมนานจนผมยกยิ้มบางส่งไปให้

 

“เป็นไง? ดีขึ้นไหม?”

 

ฟึ่บ!

 

หมับ!

 

ผมนิ่งไปครู่เพราะตั้งตัวไม่ทันที่อยู่ดีๆเอินก็ลุกขึ้นโผ่กอดผมแน่น แขนเรียวกระชับกอดผมแน่นขึ้นอีกอย่างกับว่าจะกลัวผมหายไปอย่างไงอย่างงั้น

 

“...ฮือ ฮึก เชฟ เชฟ”

 

“...โอ๋นะ ไม่ต้องร้องไห้ ไม่เป็นไรแล้วนะ” ผมเจ็บใจที่สุด ผมพึ่งรู้ว่าไม่ชอบให้เอินร้องไห้เลย

 

เอินตัวสั่นจนผมต้องกระชับกอดดันหัวกลมๆซุกกับช่วงท้องแล้วลูบผมนุ่มเบาๆ

 

“เอิน...กลัว”

 

“ไม่เป็นไรนะ เอินอยู่กับเจียเอ๋อแล้ว เจียเอ๋อจะปกป้องเอินเองนะ”

 

ไม่ต้องกลัวแล้ว

เจียเอ๋ออยู่นี่แล้วนะ

 

 

 

 

เมื่อเอินเผลอหลับไปอีกครั้งผมถึงเดินออกมานอกห้องก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆไจ้ฟ้านที่นั่งนิ่งบนที่นั่งรอไม่ไกล

 

“อี้เอินเป็นไงบ้างครับเชฟ”

 

“ตื่นขึ้นมากินอะไรนิดๆหน่อยๆแล้วหลับไปแล้วละ” ผมบอกเขา

 

“ดีแล้วละ”

 

ผมมองหน้าไจ้ฟ้านอยู่นานก่อนที่เขาจะเหลือบตามองกลับ

 

“...ผมไม่ได้ชอบอี้เอินแล้ว ไม่ต้องห่วง” เขาบอกผมด้วยน้ำเสียงที่เรียบมาก แต่ทำไมจู่ๆก็ไม่ชอบแล้วอ่ะ

 

“ไม่เข้าใจ ทำไมวะ?”

 

“เพราะจริงๆผมมีคนที่รักแล้ว แต่เขาตายไปเมื่อสองปีก่อน”

 

“...ไม่เห็นจะเกี่ยวกัน” ผมว่า

 

“อี้เอินบอกผมน่ะ เขา...มาสิงทำให้หลังๆมานี้อี้เอินเปลี่ยนไป เชฟน่าจะสังเกตได้”

 

คำพูดของไจ้ฟ้านทำให้ผมต้องขมวดคิ้วมุ่น ก็เพราะว่าสิ่งที่เขาเล่านั้นมันตรงกับสิ่งที่เอินบอกเมื่อวันก่อนไม่มีผิด

 

“...เจินหยง พู่ เจินหยง ลูกชายของพ่อเลี้ยงผม พวกเรารักกันมาก มากกว่าพี่น้องที่พ่อเขากับแม่ผมขีดเส้นขอบเขตไว้ให้ วันหนึ่งผมโดนแม่เรียกไปคุยเรื่องนี้เธอบอกให้ผมตัดใจซะ เพราะยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้ แล้วเชฟรู้ไหมว่าผมทำยังไง?”

 

“ไม่ทำตามที่แม่นายบอก”

 

“ผมทำตามคำขอนั้นและก็ทำให้เจินหยงร้องไห้แล้ววิ่งหายออกไปจากบ้าน แต่เพราะผมเป็นห่วงเขาเลยตามออกไป...”

 

“...” ผมมองเสี้ยวใบหน้าคมที่นิ่วหน้าแสดงความเจ็บปวดออกมาจนทำได้แค่ตบบ่าเขาเบาๆ

 

“เขาถูกข่มขืนและฆ่า ฮึก ตอนนั้นผมเสียใจมาก เจ็บใจตัวเองที่สุด เฝ้าโทษตัวเองทุกวันว่าที่เจินหยงตายก็เพราะผม ฮึก และตอนที่เห็นอี้เอินในสภาพนั้นผมแทบจะคุมสติไม่อยู่ ผมไม่อยากให้เขาเจอชะตากรรมแบบเจินหยง...ฮึก”

 

“พอแล้ว...”

 

ผมหลับตาข่มอารมณ์ในใจก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาหนักๆ

 

“ผมขอโทษ...”

 

“เอินไม่เป็นไรแล้วไจ้ฟ้าน พวกเราช่วยเขาได้...”

 

ใช่ เพราะผมกับไจ้ฟ้านช่วยเอินไว้

 

และเอินก็ไม่เป็นไรแล้ว

 

เอินไม่เป็นอะไรแล้ว...

 

 

END JACKSON CHEF PART

 






Talk: ยังไม่ตรวจคำผิดนะคะ 
ตอนที่ 6 แล้วค่ะ ตอนหน้าจะจบแล้วนะคะ ^^
ตอนนี้ยาวมากเลยเนาะ พึ่งมาสังเกตตอนจะเอาลงว่าตัวเองเขียนพาร์ทของตัวละครหลักครบเลย
มีอี้เอิน เจินหยง ไจ้ฟ้านแล้วก็เชฟหวัง ครบเลยค่ะ
เป็นยังไงบ้างคะ? คู่ไจ้หยงเคลียร์ไหมเอ่ย?? ฮี่~ เคลียร์เหอะเนาะ 5555555555555555555
ยังไงไจ้ฟ้านก็รักเจินหยงคนเดียวอย่างที่เคยสัญญาจริง เหมือนที่ทุกคนเม้นเลยค่ะ
เพราะว่าเจินหยงสิงเอินไง ไจ้ฟ้านก็เลยสับสน
ส่วนคู่เชฟเอินก็จะเคลียร์ตอนสุดท้ายนะคะ เชฟต้องแสดงความจริงใจออกมาเยอะเลยค่ะ
สุดท้ายก็...
ENJOY READING นะคะ

。SYDNEY♔
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

791 ความคิดเห็น

  1. #460 ดาร์กเกอร์ (@kiklike) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 15:08
    เอินนนน ดีนะที่เชฟกับเชฟรองๆปช่วยทัน
    #460
    0
  2. #454 ˊˊCHICIM (@chicim) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 15:52
    ถ้าไปช่วยไม่ทันจะเกิดไรขึ้น TT
    คู่ไจ้หยง น่าสงสารอะ แง้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ส่วนเชฟกับเอิน ขอให้เคลียร์กันดีๆนะ

    #454
    0
  3. วันที่ 10 มกราคม 2559 / 15:43
    ดีนะที่ช่วยทัน
    #453
    0
  4. #452 SophJee (@soya12) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 14:13
    ชอบตอนเชฟแทนชื่อจริงตัวเองจัง ซึ้งมากกก เศร้าอะที่สุดท้ายยังไงไจ้ฟ่านกับเจินหยงไม่มีทางอยู่ด้วยกันได้อีกแล้ว โหดร้ายมาก จริงๆควรจับไอ่เลวนั่นไปส่งตำรวจมั้ยอะ ปล่อยมันนอนอยู่งั้นทำไม
    #452
    0
  5. #451 มี่ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 11:34
    อี้เอินของแม่ ตกใจมากมั้ยค่ะคนดีไม่เป็นไปแล้วนะ

    แล้วเจิงหยงละ เจิงหยงจะเป็นไงบ้างงง
    #451
    0
  6. #450 Mewy0493 (@lila94) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 10:39
    ดีที่ช่วยทันจริงๆ ต่อไปก็เคลียร์กันให้เข้าใจนะ
    #450
    0
  7. #449 โนว เนม : ] (@patchalita) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 09:22
    ฮือออ ขอบคุณที่ช่วยเอินทันน้า เคลียร์กันดีดีเน้อออ
    #449
    0
  8. #448 HENS_Eternal (@eye-hibari) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 04:01
    ฮรืออออ ดีที่ช่วยทัน เกือบไปปปปป ขอให้เคลียร์กันได้นะ
    #448
    0