[GOT7-FICLET] AMIGO'S DIARY #JARK

ตอนที่ 58 : SKILL 2 : LISTEN TO U PART 1 #BNIOR

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 เม.ย. 59






LISTEN TO U

PART 1

 

 

 

PARK JINYOUNG PART

 

 

 

ลองฟังดูสิ

หลับตาและเงี่ยหู

ได้ยินอะไรไหม?

 

ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมต้องแอบมาดูเขาแบบนี้

แต่ อิม แจบอม คนนั้นดูโดดเด่นมากเวลาอยู่กลางเวทีและยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้นหากเล่นเปียโนหลังใหญ่ด้านหลังเวทีหลังนั้น

แต่วันนี้เขาไม่ได้เล่น

“เพราะจัง” เสียงทุ้มต่ำที่กำลังขับร้องเพลงท่ามกลางเสียงเปียโนที่อาจารย์ประจำห้องดนตรีบรรเลงให้อย่างนุ่มนวล

ผมละชอบจริงๆเลย

ถ้าจะถามจุดเริ่มต้นของผมที่ว่าทำไมถึงมาหลงเสน่ห์เสียงของอิม แจบอมนักร้องของโรงเรียนอย่างนี้บอกเลยว่าไม่มีหรอก ผมแค่หลงเข้ามาเอาเอกสารให้อาจารย์คิมที่สอนร้องเพลงเซ็นและระหว่างที่รออาจารย์เซ็นผมก็ได้ยินเสียงร้องที่มันสะดุดหูจนต้องนั่งฟังอย่างตั้งใจ... ใครๆก็ต้องหยุดฟัง ผมเชื่อว่าใครๆก็เป็นแบบผม

อิม แจบอม เป็นคนหล่อระดับหนึ่ง เขามีโทนเสียงที่ทุ้มต่ำและมีเสน่ห์เหลือล้น ขนาดเวลาพูดยังรู้สึกเพลินเลย แต่ว่าผมไม่ได้สนิทกับเขาหรอกผมแค่เคยได้ยินเขาพูดกับเพื่อนของเขาเท่านั้น ถึงเขาจะมีเสียงที่น่าฟัง ใบหน้าหล่อๆ แต่ก็ยังดูขัดกับดวงตาเรียวดูดุอยู่ดี

Rrrrrrrrrr

ผมผละจากกรอบประตูห้องดนตรีออกมารับโทรศัพท์ที่โชว์ชื่อรุ่นพี่หัวหน้าชมรมหอกระจายเสียงของโรงเรียนที่มักจะโทรมาตามผมที่เอ้อระเหยไม่ยอมมาที่ชมรมสักทีคราวนี้ก็เช่นกัน

“ครับอูยองนิม~

(มาทำหน้าที่ของนายได้แล้วจินยอง จะถึงช่วงของนายแล้ว) เสียงทุ้มติดหงุดหงิดของรุ่นพี่หน้าคล้ายอูด้ง(?)ดังมาตามสายทำให้ผมบึนปากหน่อยๆแล้วเดินไปตามทางเดินโล่งๆในช่วงพักเที่ยงแบบนี้ ก่อนจะหยุดแล้วหันไปมองประตูดนตรีอีกครั้ง

ผมถอนหายใจไปหนึ่งที

“แปปหนึ่งนะฮยอง ผมกำลังไป”

 

 

 

“ชมรมเสียงตามสายขอทักทายช่วงพักกลางวันด้วยเพลงเพราะๆสบายๆจากเพลงประกอบละคร Descendant Of the Sun  CHEN x Punch - Every time ครับ”

หลังจากที่เปิดเพลงเข้ารายการแล้วผมที่เป็นวีเจประจำช่วงพักกลางวันก็หยิบจดหมายขอเพลงจากกล่องหน้าชมรมมาอ่าน มันไม่ได้มีแค่จดหมายขอเพลงหรอกนะ มันยังมีจดหมายแอบรักแล้วให้พวกเราที่เป็นวีเจช่วยอ่าน ก็สนุกดีนะที่ได้อ่านความรักของคนอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้อยากมีความรักเหมือนคนอื่นนะ ผมว่าผมอยู่แบบนี้ก็ดีแล้ว คอยเป็นกามเทพช่วยให้คนอื่นๆได้รักกัน

เหมาะกับผมที่สุด

“ไม่ว่าจะเป็นคนดี ไม่ว่าจะเป็นคนที่กำลังตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นคนที่กำลังยุ่ง ไม่ว่าจะเป็นคนมีเงินเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ยากจน ...โลกนี้มีความหมายที่ทำให้คนใจสั่นได้หมดเลยนะครับ นั่นคือ การสารภาพ”

ผมอ่านบทความหนึ่งในช่วงสุดท้ายของเวลาพักกลางวัน เพื่อให้เหมาะกับช่วงวาเลนไทน์ที่กำลังใกล้เข้ามาอีกไม่กี่วัน

“ตอนนี้ฉันรู้สึกแปลกๆ”

“กินข้าวแล้วแต่ก็ยังหิว”

“นอนไม่หลับแต่ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย”

“ในหัวของฉันทั้งหมดนี้ คิดถึงแต่เธอคนเดียว...” พออ่านมาถึงประโยคสุดท้ายมันให้ความรู้สึกที่จู่ๆผมก็รู้สึกว่ามันชวนให้ใจสั่นพิลึก ขนาดผมยังไม่เคยรักใครผมยังรู้สึกหวั่นไหวแปลกๆเลยละ

“พอไม่ได้เห็นก็เหมือนจะเป็นบ้า”

“ทำอย่างอื่นไม่ได้เลย... เพราะอะไรกันนะ? ที่ทำให้เรารู้สึกถึงความหลากหลายที่รบกวนจิตใจเราขนาดนี้” ผมยิ้มก่อนจะหยิบจดหมายขอเพลงสุดท้ายที่ตั้งใจจะเปิดขึ้นมาดู

Def soul?

ชื่อแนวดีแฮะ

“ใกล้จะวาเลนไทน์กันแล้วนะครับ จดหมายสารภาพรักน่าจะเต็มล็อกเกอร์กันเลยใช่ไหมละ? และเพลงสารภาพก็มีเยอะแยะเหมือนกัน ฉะนั้นเพลงสุดท้ายของวันนี้ผมขอเปิดเพลง confession songs GOT7 ที่เพื่อนเรา def soul ขอเข้ามานะครับ”

เสียงกระพรวนอินโทรเพลงเริ่มขึ้นก่อนจะหรี่ให้เบาลง

“ผมขอลาไปพร้อมกับการสารภาพแสนหอมหวาน แล้วเจอกันใหม่พรุ่งนี้ครับ”

แล้วก็เปิดให้เพลงดังขึ้นตามระดับที่พอเหมาะ

ผมถอดหูฟังออกก่อนจะจ้องตัวหนังสือหวัดๆของจดหมายขอเพลงที่เขียนจาก def soul ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องจัดไป

 

“โอ๊ะ! เปิดเพลงที่ขอไปด้วย” อิม แจบอมที่กำลังเดินกลับห้องหลังจากซ้อมร้องเพลงเสร็จก็หยุดเดินกับที่ ฟังเพลงที่ตัวเองเขียนขอไปเมื่อสองวันก่อน

“วีเจตาถึงจริงๆที่เลือกจดหมายฉัน” เจ้าตัวพึมพำกับตัวเองก่อนจะยกมุมปากขึ้นนิดเป็นรอยยิ้มบางๆ ขายาวก้าวต่อพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่ล้วงกางเกงเอาไว้

 แจบอม เป็นนักร้องประจำโรงเรียน เป็นคนเด่น คนดังคนหนึ่งที่ภายนอกดูเท่ ดูดี ดึงดูดทุกท่วงท่า แต่ติดตรงที่ไม่เคยยิ้มและตีหน้าดุเสมอ

แต่ก็มีส่วนน่ารักที่ซ่อนเอาไว้

ที่ไม่มีใครเคยรู้...

 

 

 

“ฉันชอบเสียงนายจังจินยอง” นาอึนที่เหมือนจะรออยู่ก็เข้ามาบอกกับผมพร้อมกับขวดนมจืดในมือที่ถูกวางบนโต๊ะทันทีที่ผมทิ้งตัวเก้าอี้ เหมือนโปรแกรมที่ถูกตั้งเวลาเอาไว้ว่าเวลาบ่ายโมงตรงของทุกวันนาอึนและสาวๆคนอื่นๆจะมาล้อมโต๊ะผม

ผมฮอตเหมือนกันนะ

“เสียงนุ่ม ทุ้ม น่าฟังมาก” ยอนจองยิ้มหวาน

“ใจสั่นมากเลยละ” อินนา

โอ้วววววว

เพราะผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเสียงน่าฟังอะไรขนาดนั้น ก็เลยไม่รู้สึกว่าคำพูดของพวกสาวๆจะทำให้ผมดีใจอะไรมากมาย นอกจาก...

“อ่า ขอบใจนะ” ผมพูดพร้อมยกยิ้มนิดๆแล้วหันไปมองเพื่อนสนิทที่นั่งอ่านหนังสือวรรณกรรมเงียบๆไม่พูดอะไรเลย ถือว่าเป็นสัญญาณว่าพวกเธอทุกคนต้องสลายตัวออกจากโต๊ะ ผมทักมาร์คที่จมอยู่กับโลกส่วนตัวที่สร้างขึ้นมาทุกวันและทุกเวลา

“นายว่าไงอะมาร์ค?”

“เรื่อง?” มาร์คถามผมกลับแต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองกับสักนิด เหมือนว่าเขารู้ว่าผมหมายถึงอะไร

“เสียงฉันมันเพราะขนาดนั้นเลยหรอ? ไม่เห็นจะรู้สึก” ผมไหวไหล่หน่อยๆก่อนจะเปิดขวดนมดื่ม

“ก็เพราะมันคือเสียงนาย นายได้ยินมันทุกวัน ไม่แปลกที่ไม่รู้สึกอะไร”

มาร์ควางหนังสือบนโต๊ะก่อนจะหันมามองผม

“แต่เสียงนายก็น่าฟังดี... แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน”

...ตลอดอะ

ผมพ่นลมหายใจออกมาหนักๆก่อนจะผลักหัวของคนพูดน้อยแต่ต่อยหนักอย่างมาร์คไม่แรงนักอย่างคาดโทษ มาร์คยิ้มบางๆก่อนจะหยิบหนังสือเรียนคาบบ่ายออกมา

แต่ก็จริงอย่างที่มาร์คตอบนะ ของของเรากับความเคยชินยังไงเราก็ไม่รู้สึกอะไรอยู่แล้ว แต่ถ้าของของคนอื่นกับความเคยชินแบบเสียงทุ้มๆของอิม แจบอมละ...?

ยังไงก็เพราะไม่ว่าจะชินแค่ไหน ผมก็ว่าเสียงของเขาเพราะกว่าถ้าเทียบกับผม

 

 

 

“เย็นนี้จะไปดูแจ็คสันซ้อมหรอ?” ผมทวนคำพูดของเพื่อนสนิทที่พูดหลังจากที่เสียงออดหมดเวลาเรียนดังขึ้น จริงๆผมก็ไม่น่าจะถามด้วยซ้ำก็ช่วงนี้มาร์คกับแจ็คสันน่ะสนิทกันมาก พวกเขาสองคนตัวติดกันยิ่งกว่าผมกับมาร์คที่รู้จักกันแรกๆซะอีก ถึงจะน่าแปลกใจไปหน่อยว่ามาร์คกับแจ็คสันสนิทกันยังไงก็ตาม แล้วอีกอย่างแจ็คสันดูจะชอบมาร์คเท่าที่สังเกตหมอนั้นติดมาร์คแจเลยละ

“ขอโทษนะจินยอง” เสียงทุ้มเอ่ยบอกเสียงเบา ทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมา

“คิดมากว่ะ ฉันเคยโกรธนายเรื่องนี้หรือไง” ผมยกมือวางบนกลุ่มผมนุ่มของอีกคนแล้วโยกไปมาเบาๆ

“แล้วนายจะไปไหนต่อหรือเปล่า?”

ผมกับมาร์คเดินลงมาจากอาคารเรียนพร้อมกันแล้วเขาก็ถามคำถามเดิมทุกครั้งที่ไม่ได้กลับพร้อมกัน

“ว่าจะไปร้านเพลง หาเพลงมาเปิดที่ชมรม” ผมตอบพลางยักคิ้ว

“งั้นถึงบ้านแล้วโทรบอกนะ”

“นายก็เหมือนกัน ไปละ”

ผมโบกมือลามาร์คก่อนจะเดินออกมาจากโรงเรียนแล้วตรงไปยังเป้าหมายของวันนี้

ถ้าเวลาว่างของมาร์คคือการเข้าร้านหนังสือและอ่านหนังสือ

ผมเองก็น่าจะเป็นการเข้าร้านเพลง ฟังเพลง ดูหนังละมั้ง

ผมนั่งรถไฟใต้ดินมาถึงอินซาดง เดินดูนั่นนี้ไปเรื่อยก่อนจะเข้าร้านเพลงประจำที่ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป นูน่าเจ้าของร้านก็เอ่ยทักทายทันที

“ไงจินยอง วันนี้จะมาส่อยอะไรจากร้านนูน่าดีละ?” ชินยองนูน่าเดินเข้ามาหาแล้วส่งยิ้มใจดีมาให้ ผมเงยหน้ามองแผงตรงหน้าก่อนจะหันไปนูน่าแล้วยิ้มกลับ

“มีมิกซ์เพลงที่ใช้ในวันวาเลนไทน์ไหมอะนูน่า?”

“อ่อ แปปนะดูเหมือนจะพึ่งมาส่ง” เธอบอกแล้วหายเข้าไปหลังร้าน ผมเลยยืนดูอัลบั้มเพลงใหม่ๆแถวหน้าร้านไปพลาง ก่อนจะสะดุดกับหน้าปกอัลบั้มหนึ่งเข้าและตั้งใจจะหยิบ

หมับ!

มือใหญ่ๆของใครคนหนึ่งที่เอื้อมมาจับพร้อมกันนั้นทำให้ผมพ่นลมหายใจออกมาแล้วดึงมือกลับก่อนจะหันไปมอง

เจ้าของมือที่ยังค่อยๆลดลงมาพร้อมกับอัลบั้มอันนั้นในมือ ดวงตาคมคุจ้องมองผมนิ่งๆ ซึ่งสติผมในตอนที่สบตากับเขามันหลุดไปและพึ่งกลับเข้ามาไม่กี่วินาทีก่อนหน้าในตอนที่ก้มมองอัลบั้มในมือ

“อ่ะ”

อิม แจบอมยื่นอัลบั้มเพลงมาให้ ผมจึงรีบโบกมือไป

“ไม่เป็นไร เราแค่จะหยิบมาดู” ผมส่ายหน้าไปมาก่อนจะยิ้มแหยๆให้เขา แจบอมเองก็เลิกคิ้วใส่แล้วพยักหน้าเข้าใจ

“อ่า...งั้นฉันเอานะ”

“อืม นาย...เรียนที่เดียวกันเลยหนิ” แหงละ ชุดเหมือนกันขนาดนี้ ผมแอบแขวะเขาในใจ สงสัยมีแค่ผมแหละมั้งที่รู้จักเขาแต่ก็ไม่แปลกหรอก

พอดีผมเป็นพวกล่องหนเก่งน่ะ

“ใช่ ดูยูนิฟอร์มเราดิเหมือนกันเลยเนอะ” ผมขำกับคำพูดของตัวเอง แบบ...ไม่มีอะไรจะพูดแล้วอะ ผมน่ะแอบมองแอบชื่นชมอยู่ห่างๆแท้ๆแล้ววันหนึ่งแบบวันนี้ที่ไม่คิดว่าจะพูดคุยกันแบบจริงๆจังๆก็เข้ามาในชีวิต

อะไรจะเหมือนมาร์คขนาดนี้

แต่ผมไม่ได้ชอบแจบอมแบบนั้นนะ...

เขาอมยิ้มขำตามผมก่อนจะจับป้ายชื่อที่ติดบนหน้าอกเสื้อนักเรียนข้างซ้าย

“ฉันชื่ออิม แจบอม”

รู้จักแล้ว...

“อ่อ เราชื่อปาร์ค จินยอง”

บอกไปแล้ว...

ยินดีที่ได้รู้จักกันจริงๆนะแจบอม

 

หลังจากที่ผมได้อัลบั้มมิกซ์เพลงที่ชินยองนูน่าหาให้กับแจบอมที่ได้อัลบั้มที่เราเจอพร้อมกันก็เดินออกมาจากร้านและเดินอยู่ข้างกันตอนนี้

“นายบอกว่าอยู่ห้อง A งั้นก็รู้จักมาร์คดิ” แจบอมถาม เพราะหลังจากเดินเอื่อยๆเราก็ถามตอบกลับกันไปหลายเรื่องรวมถึงเรื่องนี้ด้วย

ว่าแต่...ทำไมแจบอมรู้จักมาร์ค?

“ต้องรู้จักอยู่แล้ว ก็หมอนั้นเพื่อนสนิทเรา” ผมตอบ “รู้จักมาร์คด้วยเหรอ?”

“ก็เพื่อนฉันมันเล่นเล่าเรื่องเพื่อนนายให้ฉันฟังทุกครั้งที่ว่างเลยนี่”

เพื่อน?

“แจ็คสัน?” ผมถามกลับแจบอมเลยพยักหน้า

เรียกว่าโลกกลมได้ไหมเนี่ย?

“งั้นวันนี้ก็โดนมาร์คเทอะดิ” แจบอมถามยิ้มๆ ผมเลยพยักหน้า

“นายก็ด้วย”

จบคำพูดของผมเราก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน การเจอกันของพวกเราเลยกลายเป็นการเจอกันของคนถูกเพื่อนทิ้ง

ผมหัวเราะได้ไหมนานก่อนจะหยุดมองร้านดอกไม้ฝั่งตรงข้ามแล้วเพ่งมองบางอย่างในร้าน ที่เพ่งไม่ใช่อะไรหรอกวันนี้ผมไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์เลยมองไกลๆไม่ค่อยชัด

“ตั้งใจมองอะไร?” เสียงทุ้มของแจบอมดังอยู่ข้างๆ

“หากุ...อ๊ะ” ผมกำลังจะไปตอบเขาแต่ก็โดนกระชากข้อมือจนเซชนหน้าอกใหญ่พร้อมกับแขนอีกข้างที่โอบรอบตัวผมอย่างอัตโนมัติเหมือนเป็นสัญชาตญาณ

ผมจะตอบเขาว่าดอกกุหลาบขาว...

แต่ตอนนี้ผมกลับนิ่งเงียบเพราะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เสียงถอนหายใจดังอยู่ใกล้ๆ

“ขับเร็วชะมัดเลย เป็นไงบ้างจินยอง?”

“...ห๊ะ?” ผมรีบถอยห่างออกจากเขาทันทีที่หันไปมอง แต่ถอยได้ไม่มากก็ถูกมือใหญ่ของแจบอมที่ยังคงจับไว้ดึงเข้าไปอีก

“จะตกทางเดินอยู่แล้ว...” แล้วแจบอมก็ก้มมองมือตัวเองก่อนจะรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว เขากำมือแน่นเลยด้วยส่วนผมก็ได้แต่ลูบๆข้อมือข้างที่โดนแจบอมจับไว้เบาๆ

“ขอบใจ” ไม่รู้สิทำไมถึงรู้สึกเหมือนมีอะไรแล่นไปทั่วร่างกายตอนนี้ มันทั้งชา สั่น แล้วก็ร้อนไปหมด

ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย

ระหว่างที่เดินมาสถานีรถไฟแจบอมก็ดึงแขนเสื้อผมให้เดินเข้าข้างในส่วนเขาก็เดินอยู่ด้านนอก ผมพยายามไม่คิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่แค่เผลอคิดผมก็ใจสั่นขึ้นมาแปลกๆแล้ว

ตอนนี้ผมกลับมาประสบความสายตาสั้นของผมอีกครั้ง

ก็เพราะมองสถานีที่ต้องลงไม่ชัดผมเลยเพ่งหนักกว่าเดิมให้ตายเถอะ มันต้องอยู่ไหนกันบ้านผมน่ะ

“ให้ช่วยไหม?” แจบอมถามผม เขายืนซ้อนหลังผมแล้วยื่นหน้าข้ามไหลเพื่อดูแผนที่รถไฟ

“ต้องลงที่สถานีมหาลัยดงกุกอะ” ผมบอก

“ลงก่อนฉันสถานีหนึ่ง... มาเดี๋ยวไปซื้อบัตรให้” เขาดันหลังผมให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ซื้อบัตรที่อยู่ใกล้ๆ ปล่อยให้ผมยืนรอไม่นานแจบอมก็กลับมาพร้อมบัตรรถสองใบ

“สายตาสั้นขนาดนี้ไม่ใส่แว่นละ?” แจบอมถามตอนที่เรายืนรอขบวนรถตรงชานชาลาด้วยกัน ผมหันไปมองเขาก่อนจะเบ้ปากนิดๆ

“เราใส่คอนแทคเลนส์ แต่วันนี้รีบเลยไม่ได้ใส่”

“ใส่คอนแทคเลนส์? ไม่เคืองตาหรือไง?” เขาถามผมด้วยน้ำเสียงเกร็งๆหน่อยเหมือนกลัวการใส่คอนแทคเลนส์ซึ่งผมก็คิดว่าใช่นะ

“ไม่”

“ฉันว่าใส่แว่นดีกว่า อาจจะไม่สะดวกแต่ก็ดีกว่าน่ารักด้วย” ผมมองใบหน้าหล่อของอิม แจบอมที่อมยิ้มหน่อยๆตอนพูด

มองใกล้ๆแล้วเขาก็หล่อดีนะ

แต่...ใส่แว่นหรอ?

 

 

 

วันต่อมา

ผมก็ใส่แว่นมาโรงเรียน

ให้ตายเถอะ ผมไม่ได้ตั้งใจทำตามอย่างที่แจบอมพูดเลยนะ ผมแค่ขี้เกียจใส่คอนแทคเลนส์ก็เท่านั้น ...เชื่อไหมเนี่ย?

ผมขยับแว่นกรอบเหลี่ยมสีดำของตัวให้เข้าที่ขณะที่มองหาขนมปังสอดไส้สักชิ้นเป็นอาหารเช้า

“โห้! วันนี้ใส่แว่นด้วย”

พรึ่บ!

ผมหันไปมองเจ้าของเสียงทุ้มที่เอ่ยแซวผมใกล้ๆซึ่งแค่หันไปเขาก็ยืนซ้อนหลังแล้วอมยิ้มรออยู่แล้ว

“...เออ”

ดวงตาคมดุไล่มองทั่วหน้าผมแล้วยิ้มจนตาหยี

“เป็นไงเหมือนที่ฉันพูดปะ?”

“อืม”

“น่ารักจริงๆด้วยนะ”

 

ให้ตายเถอะ ผมโดนอิม แจบอมแอคแทคด้วยรอยยิ้ม...




To Be Continued.

Talk: เอาทักษะที่สองมาให้ลองอ่านกันค่ะ รอทักษะที่หนึ่งกันหน่อยนะคะ

ทักษะที่สอง >> ฟัง LISTEN TO U

เป็นเรื่องราวของอิม แจบอมและปาร์ค จินยอง อาจจะคล้ายๆคู่แรกหน่อยแต่ไม่มาก

แจบอมเป็นนักร้องของโรงเรียน หล่อ เท่ ดูดี พูดมากไม่มากขึ้นอยู่สถานการณ์ ไม่ค่อยยิ้มนะแต่พอได้อยู่กับจินยองแจบอมก็ยิ้มออกมาโดยที่ตัวเองก็ยังแปลกใจ พาร์ทของแจบอมจะเป็นตอนหน้านะคะ

จินยองเป็นวีเจประจำชมรมหอกระจายเสียงค่ะ เป็นผู้ชายที่น่ารัก พูดเก่ง กวนๆหน่อย ในเรื่องจินยองชื่นชมแจบอม ชอบแอบไปนั่งฟังอีกคนซ้อม ไม่ค่อยแสดงตัวตนแต่ก็ไม่ได้เงียบ นอกจากแจบอมจะเป็นคนดัง จินยองเองก็ดังไม่แพ้กันค่ะ

เรื่องนี้ก็จะออกแนวน่ารักเหมือนกันค่ะ จริงๆมุกไม่เคยเขียนบีเนียร์เป็นคู่หลักเลยนะ

ทั้งๆที่ชอบไม่แพ้คู่หลักเลย

ยังไงก็ขอฝากทักษะที่สอง LISTEN TO U กันด้วยนะคะ ^^


 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 


791 ความคิดเห็น

  1. #571 rockme。 (@pwandering) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 23:13
    น่ารักกกกกกก บรรยากาศชมพู้วววชมพูววววว เขินอ่าาา
    #571
    0
  2. วันที่ 27 เมษายน 2559 / 20:33
    น่ารัก
    #565
    0
  3. #564 BearBlaBla (@if_pondle) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 23:54
    น่ารักทั้ง skill 1 / skill 2 เลยค่ะ

    อ่านแล้วสบายใจ ยิ้มตอนอ่านไปด้วยแหละค่ะ ฮิฮิ

    แอบงงนิดหน่อยว่า เอ คู่จาร์คยังไม่จบหนิ แต่พออ่านทอล์คด้านล่างเลยอ๋อเลยค่ะ

    จะรออ่านตอนต่อๆไปจนครบและติดตามงานฟิคเรื่องอื่นด้วยนะคะ ไรท์เตอร์สู้ๆ ??
    #564
    0
  4. วันที่ 25 เมษายน 2559 / 13:58
    คุณเดฟฟฟ น่ารัก คุณดีเจก็น่ารัก อบอุ่นๆ ~
    #559
    0
  5. #558 Jark2jae (@orrawanwan48) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 02:18
    เจบีน่ารักอ่ะ
    #558
    0
  6. #557 Jark2jae (@orrawanwan48) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 02:17
    งือออ เจบีมีความน่ารัก
    #557
    0
  7. #556 ˊˊCHICIM (@chicim) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 02:07
    อ่านแล้วชอบฟิคเซตนี้มากเลย
    ไอเดียดีมากเลย ชอบบบ ฮือ
    น่ารักมากกกกกกกกก
    #556
    0
  8. #555 HENS_Eternal (@eye-hibari) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 02:02
    แงงงงง คู่นี้จินยองแอบชอบก่อนเหรอ แต่แจบอมก็ทำเหมือนจีบ
    #555
    0