[GOT7-FICLET] AMIGO'S DIARY #JARK

ตอนที่ 9 : Page 8 : มุมเดียว... (잭슨)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 645
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    15 มี.ค. 58

หน้าที่ 8 มุมเดียว

 


14 Mar 2015: 잭슨

 

 

รู้สึกถึงความอึดอัดที่รายล้อมรอบตัวบ้างหรือเปล่า?

 

ผมรู้สึกนะ

 

ดวงตาเรียวรีคู่สวยมองมาที่ผมนิ่งๆยามที่ทุกคนกำลังเลือกที่นั่งบนเครื่องบินที่กำลังจะมุ่งหน้าสู่ประเทศไทยเพื่องานแฟนปาร์ตี้ครั้งแรก

เจ้าของดวงตานั่นหลุบต่ำก่อนจะหันไปหาจินยองที่กำลังทรุดนั่งข้างๆพี่ชายตัวใหญ่อย่างเบอร์นาร์ด

 

“จินยอง เดี๋ยวฉันนั่งด้วยนะ” คำขอนั่งเอ่ยขึ้นเรียกดวงตาโตๆของจินยองเบิกกว้างก่อนที่จะเหล่มาสบตากับผมที่ยืนอยู่แบมแบม แววตาหมอนั่นเหมือนกำลังถามว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ ผมไม่ตอบอะไรนอกจากยักไหล่แล้วนั่งที่นั่งริมหน้าต่าง

 

“...ปกติพวกพี่นั่งด้วยกันหนิ” แบมแบมทรุดนั่งข้างๆพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างงงงวยไม่แพ้กัน

 

“นั่งๆไปเถอะน่า” ผมตัดบทสนทนาอย่างรำคาญ แต่ก็อดน้อยใจใครอีกคนไม่ได้ ผมไม่เข้าใจมาร์คเท่าไหร่นักหรอก...แค่บางครั้งอ่ะนะ บางครั้งก็สงสัย บางครั้งก็แปลกใจและโคตรงง เมื่อเช้าตอนนั่งรถมาที่สนามบินเขาก็ไม่คุยกับผม ไม่สิ ต้องตั้งแต่ที่หอเราแล้ว พอถึงสนามบินก็เอาตัวติดแบมแบมตลอด ป้อนน้ำกันอีก ก็ใช่ ผมก็เข้าใจอยู่ แต่ที่ไม่เข้าใจก็คงจะ...ทำไมมีแต่ผมที่มาร์คไม่พูดด้วย

 

ในงานแถลงข่าวผมก็นั่งแยกกับมาร์ค พวกเราไม่พูดกันเลย แต่ว่าห้องที่เราพักก็ยังคงเป็นห้องเดียวกันถึงจะนอนห้องเดียวกันแต่ไม่พูดกันคิดว่าจะอึดอัดน้อยลงใช่ไหม? ก็ไม่อ่ะ

 

“ยังไม่นอนอีกหรือไง? พรุ่งนี้แล้วนะ” จินยองเดินเข้ามายืนพิงระเบียงข้างๆผม ตอนนี้ผมอยู่จินยองน่ะ

 

“ยังไม่ง่วงวะ”

 

“นายน่ะพักน้อยที่สุดแล้ว กลับไปนอนเถอะ พี่มาร์คคงจะนั่งเล่นโทรศัพท์อีกเหมือนเดิม”

 

“เขาเป็นอะไรวะ?” ในที่สุดผมก็ระบายออกมา จนจินยองหลุดหัวเราะคิกออกมา “อย่าคิดมาก พี่มาร์คก็เป็นอย่างนี้ ไปนอนที่ห้องตัวเองเลยไป” แล้วก็โดนไล่อีกครั้ง เอ่อ! ไปก็ได้ว่ะ

ผมเดินออกมาจากห้องพักของจินยองก่อนจะล้วงหยิบคีย์การ์ดห้องตัวเองออกมาแตะเครื่องรับสัญญาณ ผมค่อยๆผลักประตูห้องเข้าไปก็พบว่ารูมเมทของผมก็ยังคงนั่งพิงหัวเตียงเล่นโทรศัพท์อย่างเคย ผมไม่รู้จะพูดนอกจากตรงไปที่เตียงตัวเองแล้วล้มลงนอน คลุมโป่งนอนหันหลังให้

 

“ถ้าไม่คุยกัน ก็ขอให้เป็นอย่างนี้ไปจนถึงวันกลับละกัน”

ผมพูดแค่นั้นโดยไม่หันไปมองอีกคนที่ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไง แต่ให้ทำไงก็ผมน้อยใจพี่เขาอ่ะ ผมน้อยใจได้ยินไหมมาร์ค ต้วน??

 

 

แฟนปาร์ตี้วันแรกมาถึงแล้ว พวกเราทั้ง 7 คนมาถึงสถานที่แสดงประมาณเที่ยงวัน ลงซ้อมบนเวทีจนถึงเวลาจริง ความอึดอัดเริ่มแผ่ขยายไปถึงคนอื่นๆ จนแจบอมเขามาล็อคคอผมแล้วลากออกไปห้องน้ำเมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเสร็จแล้ว

 

“ทะเลาะกับมาร์ค?”

 

“ไม่ได้ทะเลาะ”

 

“เฮ้! ไม่ได้ทะเลาะแล้วทำไม?”

 

“ไปถามมาร์คไหม? ว่าทำไม?” ผมถามกลับหน้านิ่ง ก่อนจะดึงแขนอีกคนออกแล้วเดินกลับห้องพัก พอจะเปิดประตูห้องเข้าไป ผมก็ต้องชะงักเมื่อคนที่กำลังออกมาเป็นมาร์คกับยูคยอม เราสบตากันสักครู่ก่อนที่ผมจะเบี่ยงหลบให้พวกเขาออกมาก่อน “เชิญก่อนเลย” ยูคยอมยิ้มให้ผมก่อนจะเดินนำไป แต่มาร์คกลับยังจ้องผมอยู่ซึ่งผมก็พอจะรู้ถึงจะไม่ได้มองกลับ

 

“...ไม่ได้ไม่อยากคุย...แจ็คสัน” ผมไม่รอฟังจนจบ แค่นั้นผมก็เดินเลี่ยงเข้าห้องพักไป ใครกันที่เริ่มก่อนวะ ผมไม่รู้ว่าใครผิดเพราะผมเองก็มองมันจากมุมของผมคนเดียว มุมเดียวของความคิดผมก็เท่านั้น

 

 

~에이 아는데 자꾸

 

네가 좋아하는게 이미 얼굴에 쓰여있

 

에이 나를 보다 눈을

 

아는데 에이

 

It’s not working

So stop fronting

I know you want me

Let’s start talking~

 

ตอนจบเพลงที่เราจะต้องลงไปนั่งกันสองคนอย่างที่ตอนจบตลอด พวกเราอยู่ใกล้กันนะ แต่... สิ่งที่เคยทำทุกครั้งกลับไม่มี

ใช่...นั่นคือสิ่งที่ผิดปกติ

ผมว่าไม่มีใครสังเกตหรอก ไม่มีเลยเหอะ อย่างน้อยก็ยังยิ้มให้แฟนๆ อย่างน้อยมาร์คก็ยังยิ้มให้แฟนๆ แต่แค่เราไม่ยิ้มให้กันก็เท่านั้น

 แต่ช่วงก่อนอังกอร์จะเริ่มพวกเราเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน ใครเสร็จก่อนก็ไปสแตนด์บายหลังเวทีกัน เหลือแค่ผมกับมาร์คที่ยังไม่เสร็จ ผมยืนหน้ากระจกสักพักก่อนจะหมุนตัวตรงไปที่ประตูแต่ก็ต้องชะงักเมื่อวงแขนเล็กกวาดรอบเอวผมไว้แน่น

 

“ฟังก่อนดิวะ”

 

“...อะไร?”

 

“ฉันไม่ได้ไม่อยากคุยกับนายนะ แต่ว่า...”

 

“ช่างมันเถอะ ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้น รีบออกไปเถอะ” ผมทิ้งไว้แค่นั้นก่อนที่มาร์คจะค่อยๆปล่อยผมออก ไม่รู้ดิ ผมว่าผมชักอารมณ์ดีขึ้นมาอีกนิดแล้วนะ อย่างน้อยๆพี่มาร์คก็แคร์ผมอยู่

 

นายยังสำคัญกับมาร์คอยู่ แจ็คสัน

 

สุดท้าย ช่วงเวลาแห่งความสุขกำลังจะจบลง พวกเราทั้ง 7 คน พี่คิวแล้วก็พี่เจยองล่ามของเราในรอบนี้มายืนอยู่สเตจตรงกลาง แบมแบมพูดขอบคุณเป็นภาษาไทย ก่อนที่พวกเราจะเอ่ยลาอย่างเคย ทีมงานก็เอาเค้กออกมา ผมจ้องมันสักพักก่อนที่พี่เจยองบอกว่านี้เค้กวันเกิดผม มาร์คร้องออกมาพร้อมกระโดดโลดเต้นเป็นเด็กๆ ทุกคนร้องโห่ดีใจกันแต่ผมก็ยังงงอยู่ดี ไม่แน่ใจจนต้องถาม ถึงตอนนี้จะหุบยิ้มไม่ได้ก็เถอะนะ

 

“ใครเตรียมมาให้อ่ะครับ?”

 

“ทีมงาน และก็แฟนๆทุกคนครับ”

 

ผมพยักหน้าก่อนจะหันไปหน้าเวทีแล้วพูดภาษาไทย “เราอยากจะบอกว่า จริงหรอ ขอบคุณครับ” ผมก้มไหว้ขอบคุณด้วยรอยยิ้ม

ก่อนที่พี่คิวจะให้ทางทีมงานถ่ายรูปเป็นที่ระทึกกัน มาร์คขยับมาใกล้ ผมหันไปมองนิดๆก่อนจะโอบเอวบางเข้ามาใกล้

 

“อ่า ครับต่อไป กลับด้านครับ ด้านนี้อยากถ่ายด้วย” แล้วพวกเราก็ย้ายกันไปอยู่อีกด้านหนึ่ง ผมขยับเปลี่ยนที่โดยไม่รู้ว่า

 

“โดดแล้วนะ”

 

หมับ!

 

“อ๊ะ!” ผมร้องออกมา ก่อนจะเผลอหลับตาเมื่อน้ำหนักที่กระโดดขี่หลังผมจะไม่น้อยก็ตาม มาร์คกอดคอผมแน่น ผมเองก็จับขาอีกคนกันตกอีกทีอย่างอัตโนมัติ มาร์คเอาแก้มมาแนบกับหัวผมไว้ เราถ่ายรูปกันแบบนั้นโดยที่ผมเองก็ไม่รู้ตัวว่ายิ้มกว้างขนาดไหน

 

“หนักไหม? โทษทีนะ” เสียงทุ้มกระซิบข้างๆยามเดินมาข้างๆ ผมหันไปมองก่อนจะโอบเอวมาร์คอีกครั้ง

 

“ไม่หนักหรอก ตัวแค่นี้” ผมยิ้มกว้างก่อนที่มาร์คจะเอียงหัวมาใกล้อีกครั้ง “ขอโทษนะที่ทำให้น้อยใจ มันเป็นแผนวันเกิด”

 

ตะลึ่งตึ่งโป๊ะ!!!!!!

 

“งั้นก็...”

 

“แกล้งกันทั้งวงนั่นแหละ”

 

“ไม่จริงน่า!!! พวกนายนี่มัน....”

 

“ไม่งอนนะ”

 

“งอนโว๊ยยยย งอนโคตรๆ” ผมร้องโวยวายออกมาแต่มาร์คก็ยังคงระเบิดหัวเราะออกมาอย่างไม่แกล้งใจผมสักนิด นี่วางแผนหลอกกันตั้งแต่อยู่เกาหลีอ่ะ ทำกันได้ไง? จิตใจพวกคุณทำด้วยอะไรกันครับ???

 

“ก็รักไง ถึงทำอย่างนี้” มาร์คบอกอีกครั้งหลังจากแฟนปาร์ตี้วันนี้จบลง แล้วกำลังจะกลับโรงแรมกัน ผมยู่ปากใส่ก่อนจะแอบอมยิ้มไม่ให้ใครเห็นแต่ว่า....

 

“แอบไม่เนียนเลยแฮะ” เสียงนั่นเป็นของแจบอมที่เดินมาตามหลัง

 

“เรื่องของฉันป่ะวะ”

 

“เอ่อๆ เรื่องนาย มาร์คๆ กลับไปก็ง้อมันนานๆหน่อยละกัน” หัวหน้าวงพูดทิ้งไว้แค่นั้นก่อนจะผลักผมแล้วขึ้นรถไป ปล่อยให้ผมยืนจ้องมาร์คที่อยู่ข้างหน้าไม่กี่ก้าว

 

“จะง้อไงอ่ะ?” ผมกระแซะเข้าไปใกล้จนมาร์คผลักผมนิดๆ “จะให้ง้อแบบไหนละ?”

 

“แล้วแต่ฉันป่ะเนี่ย?”

 

“แล้วแต่...มั้ง”

 

“งั้น...ขอกอดทั้งคืนเลยนะ” ผมว่า ไม่ยอมก็ต้องยอมแล้วละมาร์ค (ยกยิ้มชั่วร้าย)


To Be Page 9 :)



Talk: สวัสดีค่ะ ฮิฮิ 
หายไปนานเลยเนอะ พอดีติดสอบมิดเทอมแล้วชะแว้บไปงานแฟนมีตติ้งหนุ่มๆกันด้วย
พอดีมุกได้บัตรหน้างานน่ะค่ะ ==" เลยได้เข้าไปฟินด้วยคน โมเม้นคู่จาร์คที่เฝ้ามองมาทั้งงาน ในที่สุดก็มี
#ร้องไห้หนักมาก ไม่นับ "ฉันหล่อไป" นะคะ เล่นเอาช็อคค้างไปเลย มาเต็มทุกคนค่ะ 555555

สุดท้ายก็ enjoy reading นะคะ ^^

Minor!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

791 ความคิดเห็น

  1. #746 852626 (@toobpong1) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 09:46
    อ่านแล้วคิดถึงแรง ^^
    #746
    0
  2. วันที่ 2 มกราคม 2559 / 10:30
    งืออออ น่ารัก เขิน
    #392
    0
  3. #305 fatymi (@fatymi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 06:12
    นี่ไรท์เป็นจิ้งจกตามตัวกัซปะเนี่ย ทำไมมันเรียลงี้ㅠㅠㅠ
    #305
    0
  4. #72 skyhigh. (@kiam94) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 01:05
    เบาหวานกินคนแก่ค่ะ ช่วยด้วย น่าร้ากกกมากกก
    #72
    0
  5. #53 Mini'ELFs (@hug-kyumin137) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 05:55
    โอ้ย!!!! ไอ้เราก็นึกว่าเอินงอนอะไรที่ไหนได้แผนทั้งนั้น แหมมม ยิ้มจนมุมปากจะถึงหูอยู่แล้วนะกา น่ารัก! เขินนน
    #53
    0
  6. #33 _ptuan (@yaesong_yunjae) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 13:37
    งื้อออออ มันใช่เลย เหมือนไรท์มาช่วยมโนให้เราเห็นภาพมากขึ้น55555 ขอบคุณมากๆค่า ตอนแรกเฟลไปแล้ว บรรยากาศดูมาคุมาก ไอเราก็คิดว่าอดแน่ๆมมของช้านนน ถึงจะมีโผล่มาแค่นี้แต่ก็ฟินจนตัวจะแตก รอพี่มาร์คมาเขียนต่ออีกเพ็จน้าา
    #33
    0
  7. #32 ˊˊCHICIM (@chicim) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 11:47
    อ่านแล้วอิน เพราะขามามันไม่ใกล้กันเลยจริงๆ TT
    ไม่อยากเชื่อว่าในแฟนปาร์ตี้จะมี พอมีปริ่มจนอยากจะร้องไห้
    5555555555555555555555555555555555
    #32
    0
  8. #31 Pimmie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 23:49
    ชอบมากเลยค่ะ อ่านแล้วคือใช่ความรู้สึกของตัวเอง ตอนแรกรู้สึกอึดอัโมากกก แบบทำไมไม่ใกล้กันเลย จนเกือบจบมีช็อตนั้นมาให้ต่อลมหายใจ

    แล้ววันนี้หายงอนกันแล้วก็ตัวติดกันเหมือนเดิมน่ารักมาก ขอบคุณอีกครั้งนะคะ
    #31
    0