โซ่เสน่หาอสูร (Re-Up)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 1 อย่าบอกให้ฉันไป [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,505
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    1 มิ.ย. 62


"พี่กานต์อยู่อเมริกานะอาย ฉันน่าจะจำคนผิดเองแหละ" ศิวาพรพยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากเพื่อน แม้ว่าในใจจะคัดค้านและไม่เชื่อเช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องมารับรู้อะไรแบบนี้ ได้ยินมาว่าคนท้องอารมณ์ยิ่งอ่อนไหวง่ายด้วย

"ไม่ผิดหรอกปริม เป็นพี่กานต์จริงๆ" พูดจบเจ้าของร่างบางก็ผลุนผลันออกไปท่ามกลางเสียงเรียกของเพื่อนสนิท

"อาย แกจะรีบไปไหน รอฉันด้วยสิ" ศิวาพรตะโกนตามหลังเสียงดังพร้อมกับรีบเรียกพนักงานมาเช็กบิลค่าอาหารและลุกตามไปด้วยความเป็นห่วง ไหนๆ เรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้ชายที่เพื่อนรักและเทิดทูนหนักหนาจะทำลายหัวใจเพื่อนเธอได้ลงคอหรือเปล่า

"พี่กานต์คะ" อชิรญากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามทั้งคู่ไปติดๆ ภาวนาอยู่ในใจไปตลอดทางว่าขอให้คนที่เห็นไม่ใช่คนเดียวกับคนที่เธอเฝ้ารอทุกวันทุกคืน

"ใครเหรอคะกานต์" มัชฌิมาหันมามองต้นเสียงที่เรียกคนรักด้วยความสงสัย ในขณะที่คนข้างกายมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

"เดี๋ยวผมมานะครับเคท ไปรอผมที่ร้านก่อน" กันต์ธรบอกเสียงหวานซึ่งนางแบบสาวก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ทว่าในใจกลับไม่พอใจอยู่ลึกๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงจะไม่ธรรมดา เดาได้จากใบหน้าจืดๆ ที่ใกล้จะร่ำไห้ออกมาเต็มที

"อายมาทำอะไรที่นี่?"

"อายมากกว่าค่ะที่ต้องถามว่าพี่กานต์กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่" อชิรญาสวนกลับไปหลังถูกพามายังบริเวณมุมด้านนอกติดกับห้องน้ำของห้างสรรพสินค้า

"พี่เพิ่งกลับมาเมื่อวานนี้"

"แล้วเมื่อกี้ที่พี่กานต์บอกอายว่ายุ่งล่ะคะ หมายความว่ายังไง" น้ำเสียงหวานเริ่มสั่นเครือ ดวงตากลมจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างรอคำตอบ หวังได้คำตอบว่ายุ่งจริงๆ และผู้หญิงที่เห็นเมื่อกี้เป็นเพียงใครสักคนที่ไม่ได้มีความหมายอะไรกับชีวิตของเขา

"คงถึงเวลาแล้วสินะที่พี่ต้องพูดกับเธอตรงๆ"

"พูดอะไรหรือคะ" เธอหวังว่าเขากำลังจะบอกว่าทุกอย่างที่นั่นเรียบร้อยดีแล้ว และเขากำลังจะกลับมาอยู่ที่นี่กับเธอ

"ต่อไปนี้อายกับพี่คงไม่จำเป็นต้องติดต่อกันอีก" สิ่งที่ได้ยินทำเอาคนฟังมึนงงราวกับกำลังถูกกำปั้นหนักๆ ซัดเข้าที่ใบหน้า ผู้ชายที่เคยพูดว่าหวงกันนักหนา บัดนี้แปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เวลากว่าสามเดือนที่ห่างกันมันทำให้หัวใจของคนๆ หนึ่งเปลี่ยนไปขนาดนี้เชียวหรือ พ่อของลูก ผู้ชายที่รักที่สุด ความตั้งใจจะบอกเรื่องตนเองตั้งครรภ์มลายหายไปหมดสิ้น คงหลงเหลือเพียงความเจ็บปวดรวดร้าวที่ได้รับ แม้จะยังมีลมหายใจก็ไม่ต่างไปจากกำลังตายทั้งเป็น

"อายทำอะไรผิดหรือคะพี่กานต์" ดวงตากลมโตที่เคยสดใสบัดนี้ถูกบดบังด้วยม่านน้ำตาที่รินไหลลงมาอย่างไม่ขาดสายกับความเสียใจซึ่งกำลังเผชิญ

 

“พี่เบื่อเธอแล้วอาย" วาจาไร้เยื่อใยบอกราวกับต้องการย้ำให้ชัดเจนว่าเธอไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับเขาอีกแล้ว ใครอาจจะมองว่าเขาใจร้ายแต่ที่พูดแบบนี้ก็เพื่อให้เธอตัดใจจากเขาได้เร็วขึ้น

"งั้นเหรอคะ แล้วที่ผ่านมาหมายความว่ายังไงคะ ที่พี่กานต์เคยบอกให้อายรอ มันหมายความว่ายังไง" อชิรญาเผลอตะโกนคาดคั้นเอาคำตอบจากคนตรงหน้าเสียงดังด้วยความลืมตัว

"อย่ามาขึ้นเสียงใส่พี่นะอาย เดี๋ยวพี่จะให้เงินเธอไปตั้งตัวเป็นการตอบแทนสำหรับความสุขที่ผ่านมา" คนใจร้ายยื่นข้อเสนอให้หญิงสาวตรงหน้า ข้อเสนอที่ทำเอาหัวใจคนฟังยับเยินไม่มีชิ้นดี นอกจากจะฆ่ากันได้ทั้งเป็นแล้วเขายังกล้าดูถูกความรักที่เธอมีให้อย่างเลือดเย็น

"อายไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวและอายก็ไม่เคยต้องการเงินของพี่สักนิด อายรักพี่กานต์ อย่าทิ้งอายไปนะคะ" อชิรญาอ้อนวอนผู้ชายตรงหน้าอย่างลืมอาย ลืมแม้กระทั่งรักษาศักดิ์ศรีของตน ยอมเอ่ยปากอ้อนวอนขอให้เขาเปลี่ยนใจทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีหวังเลยก็ตาม

"แต่พี่ไม่ได้รักเธอ...ไม่เคยรัก" นอกจากจะไม่สงสารแล้วยังไม่แม้แต่จะรักษาน้ำใจผู้หญิงที่มอบความรักให้เขาอย่างหมดหัวใจ

"จำได้ไหมคะเมื่อก่อนพี่กานต์เคยบอกอายว่า อายเป็นผู้หญิงที่พี่กานต์คบด้วยนานที่สุด" เจ้าของเสียงหวานทวงคำพูดเมื่อครั้งอดีตในขณะที่น้ำตาก็ยังคงไหลลงมาราวกับเขื่อนทำนบแตก ผู้ชายมักหาเหตุผลร้อยแปดมาอ้างเสมอ

"ไม่เอาน่าอาย นี่ไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาบีบน้ำตาใส่พี่นะ" กันต์ธรทำเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจที่เธอทำเหมือนเข้าใจอะไรได้ยากมากขนาดนี้

"พี่กานต์มีคนอื่น เป็นผู้หญิงคนนั้นใช่ไหมคะ?"

หลังจากที่คำถามดังกล่าวจบลง ความเงียบก็กลับเข้ามาครอบงำทั้งคู่อีกครั้ง กันต์ธรไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะหาคำพูดแบบไหนที่เหมาะสมมาพูดกับหญิงสาวในตอนนี้ นอกจากคำตอบที่อาจจะดูโหดร้ายกับคนฟังมากเกินไปแต่เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าควรพูดออกไปให้จบๆ สักที

"ใช่ เคทคือผู้หญิงที่พี่คิดจะแต่งงานด้วย" คำพูดราวกับไม่แยแสและไม่สนใจความรู้สึกกันถูกพ่นออกมาจากปากผู้ชายที่เธอรัก ในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาก็ใช้คำพูดแบบนี้กับผู้หญิงแทบทุกคน ครั้นพอยื่นข้อเสนอเป็นเงินก้อนใหญ่ให้ก็รีบตะครุบไว้อย่างไม่รีรอ ไม่เคยมีใครบีบน้ำตาให้ได้เห็นดังเช่นที่ผู้หญิงตรงหน้ากำลังทำในขณะนี้

"พี่กานต์" อชิรญาเรียกชื่อคนตรงหน้าเสียงเบาหวิว เธอได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า เขาพูดว่าต้องการแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น เธอกำลังพ่ายแพ้อย่างราบคาบ ที่ผ่านมาแม้แต่คำว่า 'รัก' เขายังไม่เคยพูดให้ฟังสักครั้ง มีแต่เธอที่บ้าบอไปเองคนเดียว

"เงินนี่พี่ให้เธอไว้ไปตั้งตัว" คนใจร้ายยื่นเช็คที่เพิ่งเขียนหมาดๆ มาให้ อชิรญาเองก็ไม่ปฏิเสธที่จะรับไว้ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยต้องการอะไรจากเขาเลยสักนิดแต่เพราะนึกถึงเลือดเนื้อเชื้อไขที่กำลังถือกำเนิดทำให้ตัดสินใจที่จะรับในสิ่งที่เขามอบให้และนั่นก็ทำให้อีกฝ่ายมองว่าเธอเป็นผู้หญิงหิวเงินเหมือนผู้หญิงที่เขาเคยผ่านมาจนได้

"สุดท้ายเธอก็ไม่ต่างไปจากคนอื่น" กันต์ธรแค่นเสียงใส่ด้วยความไม่พอใจก่อนทำท่าจะผละออกไป แต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าลงจากแรงสวมกอดทางด้านหลัง

"อายขอให้พี่โชคดีนะคะ ขอให้พี่กานต์มีความสุขมากๆ อายหวังว่าผู้หญิงคนนั้นจะรักพี่เหมือนที่อายรัก" สิ้นถ้อยคำลาดังกล่าวหญิงสาวก็ปล่อยโฮออกมาอีกเป็นครั้งที่สองอย่างสุดกลั้นกับความจริงที่ว่าความรักที่เธอมอบให้ไม่เคยมีค่าในสายตาของเขา

"พี่ดีใจนะที่อายเข้าใจอะไรง่ายๆ แบบนี้" น้ำเสียงนั้นราบเรียบราวกับไม่ยินดียินร้ายกับคำอวยพรของเธอ

"เข้าใจสิคะ ความรักมันบังคับกันไม่ได้ค่ะ แต่อายจะไม่มีวันลืมว่าผู้หญิงคนนั้นแย่งพี่ไปจากอาย" อชิรญาอดค่อนขอดถึงผู้หญิงที่ทำให้เธอต้องเสียคนที่ตนรักไปไม่ได้แม้จะเข้าใจดีว่า 'ตบมือข้างเดียวคงไม่ดัง'

"เธอไม่ได้เป็นอะไรกับพี่ อย่าพูดถึงเคทแบบนั้น" ผู้ชายคนนี้ย่ำยีหัวใจกันอีกครั้งเมื่อเธอเผลอพาดพิงไปถึงผู้หญิงที่กำลังจะกลายเป็นว่าที่ภรรยาในอนาคต

"อายไม่ได้พูดอะไรผิดค่ะ อายมาก่อนเขา" อชิรญายังคงเถียงกลับไปตามความเป็นจริงในเมื่อผู้หญิงคนนั้นมาทีหลังซึ่งไม่ต่างไปจากมือที่สาม

"ถ้าเธอยังไม่หยุดพูดแบบนี้อีก อย่าหาว่าพี่ไม่เตือน" สิ้นเสียงร่างสูงใหญ่ก็หันกลับมาเผชิญหน้า มือหนาผลักร่างบางเบาๆ ให้ออกห่าง แต่ก็ทำเอาคนที่ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะประคองตัวเองเซไปทางด้านหลังหลายก้าว ใบหน้าเนียนสวยเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ดวงตากลมมองตามเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆ เดินจากไป ไม่มีอีกแล้วผู้ชายที่เธอรัก เขาทำร้ายเธอได้ลงคอ ทิ้งเธอไปอย่างไม่คิดจะสงสารกันสักนิดเดียว

"แกเป็นไงบ้างอาย" ศิวาพรที่เดินตามหาทั้งคู่จนเจอเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่บัดนี้กำลังยืนปิดหน้าร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนคนนี้บ้าง

"ปริม พาฉันกลับบ้านนะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว"

"ไปสิ เรากลับบ้านกัน" สิ้นเสียงศิวาพรก็ตรงเข้าไปประคองร่างบางไปยังลานจอดรถเพื่อเดินทางกลับบ้านทันที ซึ่งบรรยากาศภายในรถทั้งคู่แทบจะไม่ได้พูดคุยอะไรกัน ศิวาพรก็ยังไม่คิดที่จะคาดคั้นอะไรเพราะรู้ดีว่าตอนนี้เพื่อนกำลังอ่อนแอมากแค่ไหน

"แกเล่าให้ฉันฟังได้หรือยังว่าไอ้ผู้ชายสารเลวคนนั้นมันทำอะไรกับแกบ้าง" ศิวาพรเปิดปากถามอีกครั้งหลังจากที่พาอีกฝ่ายนั่งลงบนโซฟาตัวเล็กภายในบ้าน

"ไม่มีอะไรหรอกปริม ฉันกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้วล่ะ"

"มันทำอะไรแกอาย มันสั่งให้แกไปเอาลูกออกงั้นเหรอ" ด้วยความเป็นห่วงทำให้คำถามยิ่งเต็มไปด้วยความไม่พอใจเนื่องจากเข้าใจว่าเพื่อนบอกเรื่องที่กำลังตั้งท้องให้ผู้ชายใจร้ายคนนั้นรู้แล้ว

"เปล่าหรอก พี่กานต์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันท้อง เขาบอกเลิกฉันก่อนน่ะ" อชิรญาส่ายหน้าปฏิเสธเสียงเครือ

"ว่าไงนะ ไอ้ผู้ชายเฮงซวยเอ๊ย ฉันจะตามไปฉีกอกมันเดี๋ยวนี้แหละ" ทันทีที่เพื่อนพูดจบ ศิวาพรก็แทบอยากจะตามไปเอาเรื่องผู้ชายสารเลวให้ถึงที่สุด โทษฐานที่ทำให้เพื่อนของเธอต้องเสียใจ

"อย่าเลยปริม ถือว่าฉันขอร้อง เราอย่าไปยุ่งกับพวกเขาอีกเลย ให้มันจบลงตรงนี้ดีกว่า" อชิรญาห้ามเพื่อนด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"แกแน่ใจนะอาย แล้วลูกในท้องแกล่ะ" ศิวาพรย้ำอีกครั้ง ในใจยังรู้สึกเดือดไม่หาย

"ลูกคนเดียวฉันเลี้ยงได้" น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว แม้ในใจลึกๆ จะรู้สึกขมขื่นและสมเพชในชะตากรรมของตนเองแค่ไหน แต่เธอก็ต้องยิ้มให้ได้ เพื่อลูก!

"อืม...ฉันเข้าใจแก ผู้ชายนี่มันเลวเหมือนกันหมด" จากตัวอย่างที่มีให้เห็นไม่น้อยทำเอาคนที่เกลียดผู้ชายลึกไปถึงกระดูกสบถออกมาด้วยความไม่พอใจ โดยปกติก็เกลียดผู้ชาย(บางส่วน)เป็นทุนเดิมอยู่แล้วยังต้องมาเห็นเพื่อนถูกทำร้ายจิตใจอีก ชาตินี้คนอย่างปริมไม่มีทางมีแฟนแน่ ฟันธงได้เลย!

"ฉันรู้สึกปวดหัว ขอตัวไปนอนก่อนนะปริม"

"งั้นฉันกลับก่อนนะ แกอยู่คนเดียวได้แน่นะ?"

"ฉันอยู่ได้ แกกลับเถอะ" อชิรญาพยักหน้าตอบเนือยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปภายในห้องนอนส่วนตัวบริเวณชั้นล่างท่ามกลางสีหน้าเป็นห่วงของศิวาพรซึ่งพอจะเดาออกว่าเพื่อนยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้าใครทั้งนั้นในเวลาแบบนี้

"พ่อเขาใจร้ายกับแม่เหลือเกินลูก พ่อเขาทิ้งพวกเราไปแล้ว แต่หนูเกิดมาจากความรักของแม่นะลูก ต่อไปนี้เราต้องอยู่ด้วยกันสองคน อยู่กับคุณยายที่บ้านของเรา" อชิรญาลูบลงไปบริเวณหน้าท้องเบาๆ เพื่อสื่อสารกับเลือดเนื้อเชื้อไขของตนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แม้รู้ดีว่าลูกอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่อย่างน้อยขอให้เธอได้ระบายเอาสิ่งทุกข์ใจออกไปบ้าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

717 ความคิดเห็น