jojoemall
ดู Blog ทั้งหมด

คนไทยกับการกินพาราเซตามอลเกินขนาด

เขียนโดย jojoemall
Stretch Leather PantsColumbia Roc PantsGirls Tight PantsGirls Yoga PantsHot Girls In Sweat Pants6-pocket Cargo Scrub PantsMens Draw String PantsMen Tight PantsWomen'S Snow PantsRed Leather PantsKnit Jean Lounge PantsSpandex Disco PantsWomen'S Elastic Waist PantsTrack PantsAlfred Dunner Corduroy PantsWomen'S Corduroy PantsHaggar Corduroy PantsJeans PantsMens Zipper Pocket Sweat PantsBelly Dance PantsWomens Snow PantsMens Yoga PantsMen'S Yoga PantsCarhartt Hamilton PantsWhite Cotton PantsTall Scrub PantsMizuno Baseball PantsHot Girls In Tight PantsSexy Yoga PantsDickies Carpenter PantsHow To Take In Waist On PantsKickboxing PantsTie Dye PantsPlus Size Ski PantsJones New York Signature Jogging PantsLinen Beach PantsPropper Tactical PantsPetite Cargo PantsDickies Scrub PantsKnit PantsDockers Cargo PantsAthletic PantsKnee Length Baseball PantsPink Camo PantsGirls No PantsLee Plain Front Stretch PantsWrangler Khaki PantsThe North Face Cargo PantsTall Women'S PantsTight Yoga Pants
คนไทยกับการกินพาราเซตามอลเกินขนาด
 
ซองยาพาราเซตา มอลมักระบุให้กิน 2 เม็ดทุก 4 -6 ชั่วโมง ถ้าปฏิบัติตามนั้นจริงแปลว่าผู้ป่วยกินยาพาราวันละ 12 เม็ด!


    พาราเซตามอล ซึ่งคนไทยมักเรียกยานี้สั้นๆ ว่า "พารา" เป็นยาแก้ปวด ลดไข้ ที่ใช้กันบ่อยที่สุดทั้งจากการสั่งใช้โดยแพทย์หรือการซื้อหามาเพื่อรักษาตน เอง แต่กลับเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อว่าคนไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับยานี้เกินขนาด ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง


    โดยทั่วไปพาราเซตามอลจัดเป็นยาแก้ปวด ลดไข้ ที่มีอันตรายจากการใช้น้อยกว่ายาแก้ปวด ลดไข้ ชนิดอื่นเช่นแอสไพริน เนื่องจากแอสไพรินมีผลยับยั้งการจับกลุ่มของเกล็ดเลือดทำให้เลือดออกแล้ว หยุดยากจึงห้ามใช้ลดไข้ในคนที่เป็นไข้เลือดออก และห้ามใช้แก้ปวดภายหลังการผ่าตัดหรือถอนฟัน


    แอสไพรินยังทำให้เกิดแผลที่กระเพาะ อาหาร หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร อาเจียนเป็นเลือด หรือกระเพาะอาหารทะลุได้ แต่พาราเซตามอลไม่มีอันตรายดังกล่าว ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงต่างๆ ของแอสไพรินมากกว่าผู้ใช้ยาที่มีอายุน้อย ดังนั้นสมาคมแพทย์ผู้รักษาผู้สูงอายุแห่งสหรัฐอเมริกาจึงแนะนำให้ ชาวอเมริกันที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ใช้พาราเซตามอลเป็นยาหลักในการบรรเทาปวด


    นอกจากนี้สมาคมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคข้อในหลายประเทศทั่วโลกต่าง แนะนำให้ใช้พาราเซตามอลเป็นยาขนานแรกกับผู้ที่มีอาการปวดข้อจากโรคข้อเข่า เสื่อมแทนการใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบเช่นแอสไพริน ไอบูโพรเฟน (บรูเฟน) ไดโคลฟีแนค (โวลทาเรน) ซีลีค็อกสิบ (เซเลเบร็ก) หรือ อีโตริค็อกสิบ (อาร์ค็อกเซีย) เนื่องจากบรรเทาปวดได้พอๆ กันแต่มีความปลอดภัยกว่ามาก


    พาราเซตามอลยังเป็นยาที่ควรเลือกใช้ เป็นอันดับแรกในเด็ก ในผู้ที่เป็นโรคไต ในผู้ที่เป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร ในผู้ที่เป็นหอบหืดซึ่งอาจแพ้ยาในกลุ่มแอสไพรินได้ง่าย ตลอดจนผู้ที่เป็นไข้หวัดใหญ่ ซึ่งต่างเป็นข้อห้ามใช้ของแอสไพรินทั้งสิ้น พาราเซตามอลจึงมีที่ใช้กว้างขวางทั้งในเด็กและผู้ใหญ่


    อันตรายที่สำคัญที่สุดของพารา เซตามอลคือการเกิดพิษต่อตับ ในประเทศสหรัฐอเมริกาการกินพาราเซตามอลเกินขนาดเป็นสาเหตุสำคัญอันดับหนึ่ง ของการเกิดตับอักเสบเฉียบพลันจนทำให้ตับวายซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต หรือต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนตับ

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น