(จบแล้ว)-ไอ้จืดแฟนผม-MarkBam

ตอนที่ 44 : -42-ร้ายกาจ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6532
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    3 ธ.ค. 59




ผมยังไม่ทันจะได้คุยอะไรกับไอ้แว่น ป๊ามันก็บอกให้ผมขับรถพาไปดูที่ดินซะก่อน ผมขับรถของผมมาโดยมีป๊าไอ้แว่นอาศัยติดรถมาด้วย ระหว่างทางมีแต่ความเงียบจนน่าอึดอัด ผมถอนหายใจเบาๆก่อนจะเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วไม่นานทั้งผมและป๊าไอ้แว่น ก็มายืนอยู่บนที่ดินผืนที่ป๊าไอ้แว่นอยากได้ไปทำเกสเฮาส์เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่หลงรักในธรรมชาติ



“ได้ยินว่ามีน้ำตกอยู่ไม่ไกล” ผมเดินนำเจ้าสัวใหญ่เข้ามาด้านในที่เต็มไปด้วยป่ารกทึบ



“ครับ สักสองกิโลเห็นจะได้” ผมแหวกหญ้าที่ด้านหน้าออกเป็นทางเดิน มันถูกปล่อยทิ้งไว้มานานจนต้นไม้ใบหญ้าพากันมาขึ้นเต็มไปหมด



“เรื่องเอกสารฉันให้คนเตรียมมาให้เรียบร้อยแล้ว หวังว่านายคงไม่คิดจะเปลี่ยนใจทีหลัง”



“ไม่ต้องกังวลหรอกนะครับ ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆก็น่าเสียดาย สู้ขายออกไปให้คนที่มีแนวคิดดีๆนำมันไปต่อยอดทางธุรกิจจะดีกว่า”



“ก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาส่งคนมาเจรจาให้ยุ่งยาก”



“ผมเป็นคนง่ายๆตั้งใจจะทำอะไรแล้วไม่คิดจะเปลี่ยนใจง่ายๆหรอกครับ”



“หึ ..”



เราต่างเงียบไม่มีใครพูดอะไรต่อจากนั้น



“คิดยังไงถึงมาชอบลูกชายฉัน?” ผมเริ่มเหนื่อย สองขาหยุดเดินที่หน้าต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ผมเดินไปเอนกายพิงมันเอาไว้ลมพัดเบาๆพอทำให้คลายร้อนได้บ้าง ป๊าไอ้แว่นก็ดูท่าทางจะเหนื่อยเหมือนกัน ท่านหยุดเดินยืนกอดอกพลางกวาดสายตามองไปรอบๆสายตาบ่งบอกถึงความพึงพอใจที่จะได้ที่ดินผืนนี้ไว้ในครอบครอง



“ลูกชายของคุณทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ชีวิตของตัวเองกลับคืน” ท่านเลิกคิ้วสายตามีแต่ความสงสัย



“ยังไง?”



“ผมไม่ใช่เด็กที่โตมาในครอบครัวที่อบอุ่น แม่ตาย .. พ่อมีครอบใหม่ ผมต้องระเห็จระเหินมาอยู่กับตากับยายทั้งที่อายุเพียงสิบขวบ” ผมเริ่มเล่าอดีตที่ไม่ว่าจะพูดถึงมันสักกี่ครั้ง มันก็ยังเกลื่อนไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดอย่างไม่เสื่อมคลาย



“แล้วทำไมนายไม่อยู่กับพ่อของนายล่ะ ตอนนั้นนายยังเด็กคงทำใจยอมรับภรรยาใหม่ของพ่อนายได้ไม่ยาก”



“ถึงผมจะอายุแค่สิบขวบในตอนนั้นแต่ภาพที่ผมเห็นแม่ผูกคอตายมันยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำไม่มีวันลบมันออกไปได้ไม่ว่าจะผ่านมันมาสักกี่ปี ในตอนนั้นผมมีแต่คำถามเต็มสมองน้อยๆของเด็กชายคนหนึ่ง .. คำถามที่ว่าพ่อหายไปไหนทำไมพ่อไม่อยู่กับแม่ทั้งที่วันนั้นเป็นวันครบรอบวันแต่งงานของพวกท่านแท้ๆ .. คุณรู้ไหมครับว่าตอนนั้นพ่อของผมเขาอยู่ที่ไหนทำไมเขาถึงไม่อยู่ฉลองวันครบรอบวันแต่งงานของตัวเองกับภรรยาที่เตรียมของขวัญสุดพิเศษไว้เพื่อมอบให้กับคนที่เธอรัก” ผมเล่ามันต่อไปหวังเพียงอยากระบายความรู้สึกบางอย่างที่กลับมาถาโถมหัวใจของผมให้เจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง “พ่ออยู่กับภรรยาและลูกชายของใหม่ของเขา มีความสุขจนลืมว่ายังมีผู้หญิงและลูกชายอีกคนรอเขาที่เป็นสามีและพ่อกลับมาร่วมงานฉลองวันครบรอบวันแต่งงานที่บ้าน”



“...”



“ผมไม่รู้ว่าแม่รอพ่อนานขนาดไหน แม่อาจจะเลิกรอพ่อตั้งแต่ตอนที่ท่านไล่ผมกลับขึ้นห้องนอน หรืออาจจะนั่งรอจนกระทั่งถึงเช้าวันใหม่ .. ผมได้เจอกับแม่อีกทีก็ตอนที่ท่านขาดใจตายคาบ่วงเชือกที่รัดคอของแม่เอาไว้ในตอนเช้าโดยไม่มีเงาของคนที่แม่รอคอยที่จะมอบของขวัญครบรอบวันแต่งงาน ..”



“นายคงเจ็บปวดมากเลยสินะที่ต้องเห็นภาพแม่ของตัวเองเป็นแบบนั้น” ผมกระพริบตาถี่ๆหวังไล่น้ำตาที่กำลังจะพังทลายลงมา



“ใช่ครับ ผมเจ็บปวด แต่ที่เจ็บยิ่งกว่าการที่ต้องรับรู้ว่าแม่จากไปอย่างอาจกลับคืนมาได้อีกแล้ว .. คือการที่พ่อพาครอบครัวใหม่ของเขาเข้ามาในบ้าน .. บ้านที่เคยมีแต่ผมกับแม่ บ้านที่เคยมีแต่เรา .. บ้านที่ไม่ได้มีแค่พ่อกับแม่และผมอีกต่อไปแล้ว บ้านที่ไร้ความอบอุ่นอย่างวันวาน บ้านที่มีคนอื่นเข้ามาแทนที่ผมกับแม่ ผมไม่รู้ว่าพ่อทำมันลงไปได้ยังไงทั้งที่งานศพของแม่เพิ่งจะผ่านพ้นไปได้เพียงแค่สามวัน” หัวไหล่ถูกบีบด้วยฝ่ามือของคนที่รับฟังเรื่องราวความเจ็บปวดของผม ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอย่างไม่คิดอายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีเสียงร้องไห้ฟูมฟาย มีเพียงน้ำตาที่ค่อยๆไหลลงมาจากดวงตาทั้งสองข้างโดยไม่ทันรู้สึกตัว



“ผมมักจะทำตัวเหลวไหลเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้าง อิจฉาแม้กระทั่งลูกชายคนใหม่ของพ่อที่มีครอบครัวสุดแสนจะอบอุ่น .. มีทั้งพ่อมีทั้งแม่ ในขณะที่ชีวิตของผมมีแค่ตากับยาย พอตาเสียไปผมก็เหลือแค่ยายที่เป็นครอบครัวคนเดียวที่ผมหลงเหลืออยู่”



“...”



“ลูกชายของคุณเป็นคนเดียวที่ผมกล้าเผยด้านอ่อนแอให้มันเห็นได้อย่างไม่คิดอายหรือเสียศักดิ์ศรี .. มันเป็นคนเดียวที่เข้าใจผมนอกจากยาย เป็นคนที่ผมกล้าเปิดใจที่จะรักใครสักคนหลังจากที่หวาดกลัวความรักเพราะเห็นสิ่งที่พ่อทำกับแม่ด้วยตาของตัวเอง ..”



“ลูกชายของคุณ เป็นเพียงคนเดียวที่ผมยอมเปิดใจรับเข้ามาจนกลายเป็นอีกหนึ่งคนสำคัญในชีวิตที่ผมคิดจะปกป้องและดูแลเท่าที่คนอย่างผมจะสามารถใช้ชีวิตทั้งชีวิตนี้จะสามารถทำมันได้ .. ผมรักลูกชายของคุณจริงๆนะครับ ไม่ใช่เพราะเห็นว่าลูกชายของคุณซื่อบื้อและอ่อนต่อโลกถึงได้คิดจะเข้าไปหลอกและทำร้ายให้มันต้องเสียใจอย่างที่คุณกังวล”



“แบมบอกว่านายดีกับมัน  เจ้านั่นมันซื่อเกินกว่าจะมองออกว่าใครเป็นยังไง แต่ในฐานะที่ฉันเป็นพ่อแน่นอนว่าฉันต้องกังวลอยู่แล้วว่าลูกชายของฉันจะถูกคนในสังคมมองด้วยสายตายังไง ฉันมีลูกชายเพียงสองคนมันคงไม่ผิดหรอกใช่ไหมที่ฉันก็มีความหวังว่าสักวันลูกชายของฉันจะแต่งงานมีครอบครัวมีหลานตัวเล็กๆวิ่งเล่นกันเต็มบ้าน ..” ผมสูดหายใจลึกเข้าปอด เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันเมื่อเจอกับคำพูดแนวๆนี้



“ไม่ผิดหรอกครับที่คุณจะหวังให้ลูกชายของคุณแต่งงานมีครอบครัว แต่หากว่าคุณมองย้อนกลับไปในวันที่คุณเลี้ยงลูกชายคนเล็กของคุณมาแบบไหน .. คุณทะนุถนอมมันมากจนเกินไป คุณยัดเยียดสิ่งที่คุณคิดว่าดีที่สุดให้กับมันโดยที่มันไม่มีโอกาสได้เลือกสิ่งที่ตัวเองต้องการ คุณเองก็รู้ว่าลูกชายของคุณคงไม่มีทางจะเป็นหัวหน้าครอบครัวให้กับผู้หญิงคนไหนได้ .. คุณคงไม่อยากเห็นลูกของคุณประสบความล้มเหลวในชีวิตคู่และสุดท้ายมันอาจจะลงเอยด้วยการมีชีวิตครอบครัวที่เลวร้ายเหมือนกับครอบครัวของผม .. ผมอยากให้คุณลองเปิดใจและไว้ใจให้ผมดูแลลูกชายของคุณ ขอโอกาสให้ผมได้คบหากับลูกชายของคุณเถอะนะครับ” ผมยอบกายคุกเข่าลงตรงหน้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของคนผู้ชายที่ผมรัก ผมไม่เคยทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างที่ทำในตอนนี้ให้ต่อหน้าใครสักคนมาก่อนในชีวิต มันเป็นคำขอร้องที่มาจากก้นบึ้งหัวใจของผู้ชายอย่างผม



“ก็ลองดู .. ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าความรักของผู้ชายกับผู้ชายด้วยกันมันจะไปกันได้สักกี่น้ำเชียว” ..



“ขอบคุณนะครับที่ยอมเปิดใจ”



“ขออย่างเดียว อย่ามาทำอะไรประเจิดประเจ้อต่อหน้าฉัน .. ฉันรับไม่ได้”



“เข้าใจแล้วครับ”



“ลุกขึ้นเถอะ จะได้ไปจัดการเรื่องที่ดินให้มันเสร็จสิ้นสักที เย็นนี้ฉันมีประชุมต่ออีกเดี๋ยวจะเสียเวลากันไปมากกว่านี้” ผมลุกขึ้นยืน ปัดเศษดินและใบไม้แห้งกรอบออกจากกางเกงก่อนจะเดินนำป๊าไอ้แว่นออกมาจนถึงที่รถ ผมขับรถกลับมาถึงบ้านโดยใช้เวลาไม่นาน ตลอดทางผมกับเจ้าสัวมีโอกาสได้พูดคุยเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างที่ท่านคิดจะลงทุนทำธุรกิจบนที่ดินผืนนั้นจนกระทั่งรถเลี้ยวผ่านประตูรั้วบ้านเข้ามาจึงได้เห็นว่าไอ้แว่นมันยืนเกาะประตูรั้วบานเล็กชะเง้อคอรอผมกับป๊าของมันอยู่ตรงนั้น



“ป๊า ..”



“เดี๋ยวกลับพร้อมป๊าเลยนะ” ป๊าพูดกับมันด้วยน้ำเสียงรีบร้อนก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน ไอ้แว่นหันมามองผมด้วยแววตากังวลใจ ผมยกมือลูบหัวมันก่อนจะเดินเข้าไปประชิดใกล้



“เดี๋ยวโทรหา”



“แต่ผมอยากอยู่กับพี่นี่!”



“เป็นโรคติดกูตั้งแต่เมื่อไหร่?” มันหันมาทำหน้ามุ่ยใส่



“พี่ไม่อยากให้ผมอยู่ด้วยหรือไง?” อาการนี้งอนกูเข้าแล้วสินะ ..



“ถามป๊ามึงดิว่าจะยอมให้มึงกลับพร้อมกูหรือเปล่า”



“ป๊าคงไม่ยอมหรอก ..” มันเริ่มตาแดงทำท่าจะร้องไห้



“แล้วลองขอหรือยังล่ะ แค่นี้ก็ต้องร้องนะมึง”



“เปล่าซะหน่อยอ่ะ”



“หรอ งั้นที่เห็นนี่ก็ขี้มูกมึงอ่ะดิ สกปรกนะมึง” ยกมือดันหัวมันเบาๆมันก็ยิ่งหน้างอเข้าไปใหญ่



“พี่ชอบแกล้งผมอ่ะ”



“ก็มึงมันน่าแกล้ง เดินเร็วๆเถอะจะได้รีบทำอะไรให้เสร็จกูหิวข้าวแล้ว” มีแค่อาหารเบาๆรองท้องตอนออกจากคอนโด นี่ก็เลยเวลาเที่ยงมาหลายชั่วโมงแล้วผมยังไม่ได้กินข้าวเลยเพราะมัวแต่วุ่นวายอยู่กับป๊าของไอ้แว่น



“ป๊าผมขอกลับพร้อมพี่มาร์คได้ไหมฮะ?” ไอ้แว่นยืนอยู่ข้างรถหลังจากทำธุระเรื่องที่ดินจนเสร็จสรรพป๊าไอ้แว่นก็ขอตัวกลับเลยเพราะมีประชุมต่อตอนช่วงเย็น มันทำหน้าสลดขออนุญาตป๊ามันกลับพร้อมกับผมที่คิดไว้ว่าจะเดินทางกลับวันพรุ่งนี้



“ก็ตามใจ” ป๊ามันตอบก่อนจะเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ ไอ้แว่นยืนงงหนักมันหันมามองหน้าผมที่ไหวไหล่ให้ก่อนจะเดินหนีเข้าบ้าน



“พี่มาร์ค! นี่มันยังไงกันอ่ะผมงงไปหมดแล้วนะ ทำไมป๊ายอมง่ายจังเลยอ่ะ ปกติต้องลากผมกลับบ้านแล้วสิฮะ” ผมถูกมันซักฟอกทันทีเมื่อป๊ามันขับรถออกไป



“ก็ไม่มีอะไร .. ป๊ามึงคงเปิดใจให้เราคบกันได้แล้วมั้ง” ผมไม่กล้าเล่าเรื่องที่ตัวเองไปคุกเข่าขอร้องเจ้าสัวให้มันฟังหรอกนะ .. น่าอายจะตายห่ารู้กันแค่ผมกับป๊ามันสองคนก็เกินพอ



“หรอฮะ .. แต่ว่า มันไม่มีอะไรจริงๆใช่ไหมฮะ?” มันถามเหมือนไม่อยากจะเชื่อ



“อืม”



“พี่ไปทำอะไรป๊ามาอ่ะ บอกผมมานะผมไม่เชื่อหรอก ต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆเลยตอนที่ผมไม่อยู่ด้วย”



“มึงอยากรู้จริงๆหรอ?”



“อื้อ มันเกิดอะไรขึ้นหรอฮะ? พี่มาร์คไปทำยังไงป๊าถึงยอมใจอ่อนอ่ะ” มันทำท่าอยากรู้หนัก



“เอาหูมาดิเดี๋ยวกูบอก” ไอ้แว่นขยับตัวยื่นหูมาใกล้ๆ ผมก้มลงไปกระซิบข้างหูมันอย่างช้าๆชัดๆ



“กู ไม่ บอก”



“แกล้งผมอีกแล้วนะพี่มาร์ค!”


**


“แม่พี่มาร์คสวยจังฮะ” ไอ้แว่นนอนดูรูปถ่ายในอัลบั้มของแม่ที่ผมเก็บเอาไว้ มันเอ่ยปากชมแม่ผมว่าสวยอย่างนั้นสวยอย่างนี้มาตั้งแต่ดูรูปถ่ายใบแรกจนถึงใบสุดท้ายของอัลบั้ม



“กูถึงได้หล่อไง”



“คนหลงตัวเอง” มันเบะปากใส่ผมที่นอนตะแครงข้างเข้าหามันอยู่บนเตียง



“หรือมึงจะเถียงว่ากูไม่หล่อ?”



“ก็ไม่เถียงอ่ะ แต่ว่าผมไม่เคยเห็นใครชมตัวเองออกมาได้หน้าตาเฉยเหมือนพี่มาร์คเลยสักคน” อ๋อ นี่มึงกำลังหลอกด่ากูว่าหน้าด้านด้วยคำสุภาพใช่ไหมวะ



“มึงอยากโดนตีหรอ?” ผมเงื้อมือจะทุบหัวมัน มันรีบหดคอเก็บเข้าไปในผ้าห่ม



“ไม่อยากฮะ” มันจับมือผมที่เงื้อค้างไว้ในอากาศลง



“ไม่อยากโดนตีก็รีบๆนอน กูง่วง” แล้วทำไมผมต้องทนแหกตาอดหลับอดนอนเพราะมันตั้งนานสองนานด้วยวะเนี่ย



“เกาหัวให้หน่อย” มันเก็บอัลบั้มรูปของแม่ผมไว้บนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะถอดแว่นสายตาเก็บไว้บนอัลบั้มรูป มันเอื้อมมือมาจับมือผมไปวางแปะบนหัวมัน ผมขยับนิ้วเกาหัวให้มันจนตัวเองเริ่มเคลิ้มจะหลับไอ้แว่นก็เริ่มพลิกตัวไปพลิกตัวมาอยู่บนเตียงขึ้นมาจนผมต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง



“แว่น! เมื่อไหร่มึงจะนอน” ผมเริ่มง่วงแล้วนะ ปกติไม่ใช่คนนอนตรงเวลาแบบนี้หรอก ตั้งแต่ผมเริ่มรู้จักกับมันผมก็เริ่มเที่ยวน้อยลงจนกลายเป็นไม่ค่อยเที่ยวเลยถ้าหากว่าเพื่อนไม่รบเร้าชวนผมไป เดี๋ยวนี้พอกินข้าวอาบน้ำเสร็จหนังตาผมก็เริ่มหย่อนแล้ว ให้มาทนแหกตาจนดึกจนดื่นแบบเมื่อก่อนผมทำไม่ได้แล้วล่ะ



“ผมลืมบอกพี่อ่ะ” มันพลิกตัวนอนตะแครงเข้าหาผมก่อนจะยกทั้งแขนและขาของตัวเองมากอดผมไว้แน่น



“อะไร?”



“ตอนหัวค่ำเจนโทรมาด้วยล่ะฮะ” ผมลืมตาโพรงเมื่อมันพูดถึงผู้หญิงคนที่ป๊ามันหามาให้ เธอโทรมาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมผมถึงไม่รู้เพราะเธอคงไม่มีเบอร์ใหม่ของไอ้แว่นแน่ๆหรือว่ามันไปแอบให้เบอร์ใหม่กับผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่



“มึงเอาเบอร์ใหม่ให้ผู้หญิงคนนั้นหรอ?” ผมเริ่มคาดคั้น ต่อให้รู้ว่าไอ้แว่นไม่ได้คิดอะไรกับเธอแต่ผมก็หวง



“เปล่านะฮะผมไม่ได้ให้ แต่เจนโทรมาเบอร์พี่มาร์คอ่ะ ตอนนั้นพี่มาร์คไปหาคุณยายแล้วมีคนโทรมาผมเห็นว่าเป็นเจนก็เลยรับ” น่าจะเป็นช่วงหัวค่ำที่ผมไปหายายที่ห้องแล้วไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวไป



“แล้วยัยนั่นโทรมาทำไม?” คิดว่าจะเข้าใจแล้วนะว่าไอ้แว่นมันมีเจ้าของแล้ว แต่ถ้ายังใจกล้าโทรมาขนาดนี้ก็แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นคงหน้าหนาไม่เบา



“เจนโทรมาชวนไปดูหนังแล้วก็ช็อปปิ้งเป็นเพื่อนเธอน่ะฮะ แต่ว่าผมบอกเจนไปแล้วนะว่าต้องขอพี่มาร์คก่อน” พอได้ยินแบบนี้แล้วก็โกรธมันไม่ลง



“เอองั้นเดี๋ยวกูส่งข้อความไปบอกเธอให้ว่ากูอนุญาต”



“แต่ว่าผมไม่ไปก็ได้นะฮะ ถ้าพี่มาร์คไม่อยากให้ไปอ่ะ”



“ไม่ไปผู้หญิงเขาเสียใจแย่” พูดจบผมก็ลุกไปคว้าโทรศัพท์บนหัวเตียงมาส่งข้อความถึงยัยเจนอะไรนั่น นัดสถานที่และเวลาเสร็จสรรพทำอย่างกับว่าผมเป็นคนที่จะไปกินข้าวดูหนังเดินช็อปปิ้งกับเธอซะเอง



“ทีนี้ก็นอนได้แล้ว”



“กอดผมด้วย”



“เออ”



ผมขับรถพาไอ้แว่นในสายๆของวัน ไปส่งมันที่บ้านเสร็จผมกะว่าจะไปบ้านพ่อเพื่อไปดูห้องนอนของแม่แต่ม๊าไอ้แว่นท่านกลับเอ่ยปากชวนผมอยู่กินข้าวเที่ยงด้วยกันก่อน ผมคิดว่าพ่อน่าจะเก็บของทุกอย่างของแม่ไว้เหมือนเดิม มันน่าจะมีอะไรที่สามารถให้คำตอบกับผมได้ว่าความจริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นจนทำให้แม่ของผมคิดฆ่าตัวตายได้ สิ่งที่ผมอยากรู้จากปากของพ่อคือความจริงที่ว่าแม่ของผมเป็นคนไปแย่งพ่อมาจากคนอื่นจริงหรือเปล่า



“คิดอะไรอยู่หรอฮะ คิ้วยุ่งอีกแล้วนะ” ผมนอนหนุนหมอนใบเล็กๆอยู่บนเสื่อที่ปูทับต้นหญ้าใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ผมนอนเล่นกับไอ้แว่นอยู่ในสวนระหว่างที่รอคุณน้าทำกับข้าวอยู่ในครัว



“คิดเรื่องแม่”



“คิดถึงแม่หรอฮะ?”



“อืม คิดถึง กูเคยคิดนะว่าถ้าแม่กูยังอยู่ตอนนี้กูคงเป็นคนที่ติดแม่มาก กูคงอ้อนแม่จนกลายเป็นลูกแหง่ในสายตาของคนอื่นไปแล้วล่ะ” ผมเคยคิดแบบนั้นจริงๆ วาดฝันตัวเองในวันที่ถ้าหากผมยังมีแม่อยู่ด้วยกันกับผม



ผมเป็นแค่คนธรรมดาที่ต้องการความรักความอบอุ่นจากคนในครอบครัว ผมโหยหาอ้อมกอดจากพ่อกับแม่ที่มันหายไปตั้งแต่วันที่แม่เสีย ผมเกลียดพ่อ .. นั่นคงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมเติบโตขึ้นมาโดยมีความคิดที่ว่าผมไม่มีทั้งพ่อและแม่มาโดยตลอดตั้งแต่วันที่พ่อตบหน้าผมและพาผู้หญิงคนนั้นพร้อมกับน้องชายต่างแม่เข้ามาเหยียบในบ้าน



ผมคิดเสมอว่าทำไมพ่อถึงกล้าบอกว่ารักและคิดถึงผมทั้งที่เขาสามารถทำร้ายจิตใจผู้หญิงคนหนึ่งที่รักเขาสุดหัวใจอย่างแม่ของผมได้ถึงขนาดนั้นแถมยังตบหน้าเด็กชายตัวเล็กๆอายุเพียงสิบขวบเพียงเพราะเด็กคนนั้นไม่ยอมรับในตัวของผู้หญิงคนอื่นให้เข้ามาเป็นแม่ของผมอีกคน ทำไมพ่อถึงทำร้ายเราสองคนแม่ลูกได้อย่างเลือดเย็นแต่กลับมาตีหน้าเศร้าทำดีกับผมในวันที่เขาสูญเสียทั้งผมและแม่ไปทั้งๆที่มันสายเกินกว่าจะเรียกร้องอะไรกลับคืน



“งั้นผมจะเป็นแม่ให้พี่เอง” มันค้อนใส่มันขวับเมื่อมันเสนอตัวขึ้นมาแบบนั้น



“อยากเป็นแม่ให้กูงั้นแสดงว่ามึงไม่อยากเป็นแฟนกูแล้วใช่ไหม?” ผมเริ่มหงุดหงิดกับมันแล้วนะกล้าพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไงทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้



“เปล่านะ แต่ว่าพี่จะได้คิดถึงผม จะได้อ้อนผมเหมือนที่พี่อยากทำกับแม่ไง” ให้ผมอ้อนมันนี่นะ .. ให้ด่าจนมันร้องไห้ขี้มูกโป่งยังทำใจง่ายกว่าอีก



“ฝันอยู่หรือไง” เอื้อมมือไปผลักหัวมันจนมันหงายท้องกลิ้งไปกับพื้นหญ้า



“อื้อ ชอบเล่นแรงๆอ่ะพี่มาร์ค” มันลุกมาทำหน้ามุ่ยใส่ คลานกลับมาทุบท้องผมจนจุกตัวงอ



“จะให้ไปส่งไหม?” นัดยัยเจนอะไรนั่นไว้ตอนบ่ายโมง ผมไปส่งมันเสร็จแล้วค่อยไปบ้านพ่อ ผมไม่อยากเจอหน้าผู้หญิงคนนั้นกับลูกชายของมัน แต่ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อผมมีธุระที่ต้องไปก็คงหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพวกมันสองแม่ลูกไม่ได้ ไอ้ยูคผมไม่แน่ใจว่ามันจะอยู่บ้านหรือเปล่าแต่แม่ของมันคงใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์สุดหรูที่ไม่ได้สร้างมาด้วยตัวของตัวเองได้อย่างหน้าด้านๆโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรว่าบ้านหลังนั้นมันสร้างขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของพ่อกับแม่และความช่วยเหลือจากคุณตาของผม



“แค่ไปส่งเองหรอฮะ?” มันหน้างอ งอแงจะให้ผมอยู่กับมันด้วยตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว



“ก็เดี๋ยวไปรับ”



“งั้นยกเลิกนัดกับเจนก็ได้ ผมไม่อยากไปแล้ว”



“อย่างี่เง่าน่าแว่น”



“เหมือนพี่ไม่รักผมเลยอ่ะ จะให้ผมไปกับคนอื่นแถมยังเป็นคนนัดให้เองด้วย” มันเริ่มเบะปากทำท่าจะร้องไห้ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ถ้าไม่ติดว่าบอกพ่อไปแล้วว่าผมจะกลับบ้านผมคงตามไปเฝ้ามันกับยัยนั่นทุกที่ที่มันไปแล้วล่ะ ที่ผมยอมให้มันไปเพราะอยากให้ผู้หญิงคนนั้นรับรู้นิสัยจริงๆของมันว่าคนอย่างไอ้แว่นไม่สมควรจะคบหาด้วยในฐานะของคนรัก แต่ถ้าหากเธอยินดีมากพอที่จะคบมันไว้ในฐานะเพื่อนไอ้แว่นจะได้มีเพื่อนเพิ่มมาอีกหนึ่งคน เห็นมันมีเพื่อนแต่ละคนก็ดูเหมือนพวกนั้นจะไม่ค่อยสนใจมันสักเท่าไหร่ ถ้าไม่ติดว่ารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กสองคนนั้นจะมองมันเป็นเพื่อนหรือเปล่าผมยังไม่รู้เลย



“คิดอะไรของมึงวะแว่น กูแค่อยากให้ผู้หญิงคนนั้นได้รับรู้นิสัยใจคอคนแบบมึงว่าเป็นยังไง สมควรที่จะเข้ามาหาผลประโยชน์จากมึงด้วยการสานสัมพันธ์ต่อไปด้วยหรือเปล่า มึงคิดว่าถ้ายัยนั่นรู้ว่ามึงมันซื่อบื้อ ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง แถมยังปัญญาอ่อนงื้อๆง้าๆทั้งวันมึงคิดว่าเธอจะไม่รำคาญมึงหรอ? ที่กูไม่ไปด้วยไม่ใช่ว่ากูหวงแต่กูมีธุระต้องไปทำ ยังไงกูก็ต้องไปรับมึงอยู่ดี”



“พี่รำคาญผมหรอ?” ผมถอนหายใจ เริ่มจะทะเลาะกันไปใหญ่แล้ว ผมรู้ว่าผมพูดแรงเกินไปอาจจะดูไม่มีเหตุผลด้วยซ้ำที่ให้มันไปเจอกับผู้หญิงคนนั้น แต่ก็นั่นแหละผมอยากให้ยัยนั่นได้รู้จักตัวตนของไอ้แว่นจริงๆ ต่อให้เธอคิดจะเข้ามาหาผลประโยชน์อะไรจากไอ้แว่นเธอจะได้ล้มเลิกความคิดบ้าๆนั้นซะ ผมไม่ได้คิดว่าไอ้แว่นมันน่ารำคาญนักหรอกมีมันอยู่ด้วยผมมีความสุขดี คงไม่มีใครทำให้ผมด่าให้ผมแกล้งได้ทั้งวันแบบมันหรอก จากคนพูดน้อยจนแทบจะไม่พูดเลยกับคนอื่นแต่ต้องมากลายเป็นคนพูดมากเวลาที่อยู่กับมัน นี่ผมคงรำคาญมันหรอกมั้งไม่รู้มันใช้หัวสมองหรือนิ้วตีนคิดกันแน่



“ถ้ากูรำคาญกูจะไปขอมึงกับป๊ามึงทำซากอะไร คิดมั่งนะแว่น” ผมลุกขึ้นนั่งดูนาฬิการข้อมือเห็นว่ามันใกล้เที่ยงแล้ว ผมเริ่มหิวข้าวและคิดว่าม๊ามันน่าจะทำกับข้าวใกล้เสร็จแล้ว



“พี่ไม่ได้รำคาญผมจริงนะ?”



“เออ” ไอ้แว่นมันเป็นคนขี้สงสัย มันจะถามจนกว่ามันจะแน่ใจกับคำตอบนั่นล่ะถึงจะหยุดถาม



“สักนิดก็ไม่มี?”



“เออ”



“จริงนะ?”



“แว่น มึงอยากโดนจับแขวนคอใต้ต้นไม้ใช่ไหม เลิกถามได้แล้วน่า” ผมเกาหัวตัวเอง ไม่รู้คิดผิดหรือคิดถูกที่เอามันมาเป็นแฟน มีคนมากมายบนโลกใบนี้ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผมแต่ไม่รู้ผีห่าอะไรดนใจให้ผมไปคว้าไอ้แว่นหน้าตาจืดชืด นิสัยประหลาดๆอย่างมันมาเป็นแฟนซะได้ คิดแล้วก็ตลกดีเหมือนกันจากที่ตอนแรกผมรู้สึกว่าผมไม่ชอบมันเอาซะมากๆ แต่ตอนนี้เสือกไปคว้าคนประหลาดๆอย่างมันมาทำแฟนแถมยังจริงจังถึงขั้นไปขอมันมาจากป๊าของมันเป็นเรื่องเป็นราว นี่ถ้าเป็นคนอื่นผมคงเขี่ยทิ้งไปตั้งแต่รู้ว่าครอบครัวของเขาไม่ยอมรับผมแล้วล่ะ



“พี่ว่าผมควรบอกเจนให้เลิกยุ่งกับผมสักทีดีไหมฮะ?”



“ก็ดี เพราะถ้ามึงไม่พูด วันนี้กูก็กะจะพูดอีกทีให้เข้าหัวสมองยัยนั่นสักหน่อย” อย่าว่าผมไม่ให้เกียรติผู้หญิงเลย แต่ในเมื่อเธอไม่ให้เกียรติผมทั้งที่ผมว่าผมก็บอกเธออย่างชัดเจนไปแล้วว่าผมว่าเป็นอะไรกับไอ้แว่นผมก็คงไม่จำเป็นจะต้องให้เกียรติคนอย่างเธอด้วยเหมือนกัน



“พี่ปากร้ายจังเลยอ่ะ เจนเป็นผู้หญิงนะ” มันเก็บหนังสือมาถือไว้ในมือ ผมม้วนเสื่อขึ้นมาหอบไว้ในมือก่อนจะคว้ามือมันมาจับเดินเข้าบ้าน



“ผู้หญิงแล้วไงวะ ถ้ายังไม่เลิกยุ่งกับมึงอีกกูจะด่าจนร้องไห้หาทางกลับบ้านไม่เจอเลย แล้วถ้ายังโทรมาไม่เลิกกูจะด่าให้สำนึกไม่ทันเลยคอยดู”



“ใจร้ายที่สุด”



“นัดบ่ายโมงใช่ไหม? งั้นเดี๋ยวบ่ายสามค่อยไป”



“อ้าว ทำไมล่ะฮะ?”



“มึงรู้ไหมผู้หญิงไม่ชอบการผิดเวลาสักเท่าไหร่ พอเธอรอมึงนานๆทีนี้ก็จะเริ่มไม่มีอารมณ์อยากช็อปแล้ว นี่มึงไม่ต้องพกบัตรเอทีเอ็มไปนะ พกเงินติดตัวไปสองร้อยพอ พอเธอจะให้มึงจ่ายค่าเสื้อผ้าน้ำหอมกระเป๋าอะไรที่เธอช็อปให้พอมึงไม่มีจ่ายเธอจะได้หน้าเสียไง แล้วเวลากินข้าวอ่ะนะมึงสั่งมาเยอะๆเลยแล้วให้เธอจ่าย เชื่อกูสิต่อไปยัยนั่นจะไม่กล้านัดมึงออกไปเดทที่ไหนอีกเลย” นี่ล่ะคือแผนการที่แท้จริงของผม แค่คิดก็ขำแล้วล่ะ อยากรู้ว่าถ้าไอ้แว่นทำถึงขนาดนี้ยัยนั่นจะกล้านัดมันออกไปเที่ยวไหนอีกหรือเปล่า ดีไม่ดีอาจจะหนีกลับบ้านแทบไม่ทันเลยด้วยซ้ำ



“ทำไมพี่มาร์คเป็นคนร้ายกาจขนาดนี้นะ” มันมองผมด้วยสายตาอึ้งๆ



“ก็ช่วยไม่ได้ อยากมายุ่งกับคนมีเจ้าของเอง”


#มาร์คไม่รักน้อง

=========================

TBC.

ใครคิดถึงยูคคคคคคคคคคคคคค ยกมือเลยตอนหน้าจะพาไปหา 55555555555555555

ความจริงจะเปิดเผยแล้ววววววว บอกเลยไม่มาร์คก็ยูคต้องมีสักคนที่ต้องเจ็บปวดเพราะการกระทำของพ่อและแม่ตัวเองในอดีต ...

ถ้าเป็นมาร์ค .. มาร์คจะคือคนที่น่าสงสารเรื่องปมครอบครัวที่สุด จากที่น่าสงสารอยู่แล้ว

แต่ .. ถ้าคือยูค น้องจะน่าสงสาที่สุดเพราะที่ผ่านมา น้องไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ..



    


mx-xine  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

14,382 ความคิดเห็น

  1. #14371 missnight__ (@missnight17) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 01:40
    ร้ายมาก แต่ไม่ใช่ว่าเจนยอมเพราะเห็นแก่อนาคตไรงี้นะ
    #14371
    0
  2. #14340 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 23:16
    เจนก็นะ....เธอต้องการอะไรอ่ะ
    #14340
    0
  3. #14304 NuNanMooKapook (@NuNanMooKapook) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 11:41
    เกลียดพี่ม้าคคคค

    สอนน้องเเต่ล่ะอย่าง ว้อยยยยยย555
    #14304
    0
  4. #14291 bangtanna (@bangtanna) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 15:31
    เกลียดพ่อมาร์ควะ
    #14291
    0
  5. #14225 Charlottelowell (@Charlottelowell) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 00:35
    พี่มาร์คพูดเเบบจุกมากอะ 'สองคนนั้นถ้าไม่ติดว่ารู้จักมาตั้งเเต่เด็กยังจะมองว่ามันเป็นเพื่อนไหม' แม่งใช่มาก หึ้ยยยพูดเเล้วโมโหวะ!!5555555
    #14225
    0
  6. #14030 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 13:43

    พี่มาร์คแกนี่จริง ๆ เลยสอนน้องแต่ละอย่าง เจนกลับบ้านไปไป๊

    #14030
    0
  7. #13916 babyB_ig7 (@babyB_ig7) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 13:35
    เรื่องผู้ใหญ่กีดกัดได้คลี่คลายแล้ว ปัญหาใหม่จะเข้ามาใช่มั้ย เซฮุนเงียบไปนะ...


    แจเนียร์นี่ยังจำเปนยุมั้ยอะ ไม่ค่อยไม่มีบทบาทเลย เพื่อนสนิทไม่ใช่เหรอ บทน้อยไปมั้ยคือแบบมันน้อยมากจริงๆ
    #13916
    0
  8. #13839 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 00:12
    ปมเรื่องแม่มาร์คนี่ยังไง แต่มาร์คแก พูดไม่ออกเลย ร้ายจริงๆๆ ไปสอนให้น้องทำแบบนั้นกับผู้ญ แถมยังจะไปด่าเค้าอีก โหดดดดสัสส 555555555
    #13839
    0
  9. #13216 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 11:57
    ร้ายมากกกกก
    #13216
    0
  10. วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 21:03
    ร้ายกาจมากนะมาร์ค ทุกครั้งที่มาร์คเล่าถึงอดีตสงสารมาร์คมาก เจ็บปวดจริงๆๆ
    #13041
    0
  11. #12951 anansiweaw (@anansiweaw) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 21:35
    โอร้ายกาจขนาดเลยพี่มาร์ค
    #12951
    0
  12. #12865 waslikebubblegum (@waslikebubblegum) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 10:58
    ร้ายกาจจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 555 ขำที่บอกว่าจะด่าให้สำนึกไม่ทันเลย เชื่อนะว่าพี่เขาจะทำอย่างนั้นจริงๆ ปากคอเราะร้ายนักกคนนี้
    ป๊าเริ่มเปิดใจแล้ว เย้ๆๆๆๆๆๆๆ ถือเป็นเรื่องราวดีๆ คิดอยู่เลยว่าวิธีไหนที่จะทำให้ป๊ายอมเปิดใจ เพราะดูยากกว่าม๊ามาก
    ความจริงจะเปิดเผยแล้ว จะได้รู้สักทีเนอะะ
    #12865
    0
  13. #12792 ringgle (@nilnil) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 19:58
    ขำมาร์ค นิสัยไม่ดีเลย อีพี่ม้ากกกกกก
    #12792
    0
  14. #12728 markbammuay (@markbammuay) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 10:23
    ยังต้องเจ็บกว่านี้อีกหรอมาร์คเนี่ย โอ้ยแค่นี้ก็สุดจะทนและถ้าไม่มีตายายคงรู้สึกนรกมากอ่ะ แต่มาร์คร้ายจริงอย่างขำ แบมพี่เขารักเธอมากกกกกกก
    #12728
    0
  15. #12399 Oni (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 02:51
    หวังว่าแบมจะทำตามคำแนะนำขแงมาร์คน้าาาาาาาา

    ยัยเจนจะได้เลิกบ้าปละหวังเห่ะครอบครัวแบมสักที

    แค่คิดก็สนุกแว้วววววว

    ส่วนความจริงครอบครัวมาร์คเราไม่อยากให้มาร์คเจอ

    เรื่องเจ็บปวดอีกเพราะมาร์ทุกข์มาเยอะแล้แค่ดูจากสถานการณ์ป๊าหันมาทำดีกับมาร์คแบบนี้น่าจะเป็นข่าวดีมากกว่าข่าวร้ายนะ

    เพราะป๊าคงทำผิดไว้กับแม่และมาร์คมากเกินไป

    ส่วนยูคคงจะทำใจให้ยอมรับได้กับคงามจริงทั้งหมด

    ยูคเป็นคนดีแยกแยะเรื่องของผู้ใหญ่ได้
    #12399
    0
  16. #12398 Oni (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 02:50
    หวังว่าแบมจะทำตามคำแนะนำขแงมาร์คน้าาาาาาาา

    ยัยเจนจะได้เลิกบ้าปละหวังเห่ะครอบครัวแบมสักที

    แค่คิดก็สนุกแว้วววววว

    ส่วนความจริงครอบครัวมาร์คเราไม่อยากให้มาร์คเจอ

    เรื่องเจ็บปวดอีกเพราะมาร์ทุกข์มาเยอะแล้แค่ดูจากสถานการณ์ป๊าหันมาทำดีกับมาร์คแบบนี้น่าจะเป็นข่าวดีมากกว่าข่าวร้ายนะ

    เพราะป๊าคงทำผิดไว้กับแม่และมาร์คมากเกินไป

    ส่วนยูคคงจะทำใจให้ยอมรับได้กับคงามจริงทั้งหมด

    ยูคเป็นคนดีแยกแยะเรื่องของผู้ใหญ่ได้
    #12398
    0
  17. #12394 ptptct (@leepatelf) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 23:46
    แผนเด็ดนะพี่555555
    #12394
    0
  18. #12386 PexYen (@PexYen) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 17:52
    แบมเหมือนเด็ก...ติดมาร์ค...แต่ก็ชอบ
    มาร์ค พูดแต่ละที เหมือนรำคาญแบม
    #12386
    0
  19. #12317 bbbbbbbys (@bestyespd) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 00:37
    ยอมใจพี่มัค55555555555
    #12317
    0
  20. #12285 LightRock (@nalinnalar) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 21:45
    แผนพี่เค้าเลิศ อ่ะ วัดกันไปเหลย
    #12285
    0
  21. #12164 NPimean (@NPimean) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 15:24
    เหยดดดดด ที่ให้ไปเพราะมีแผนนี่เอง55555555
    #12164
    0
  22. #12158 ixnoree (@ixnoree) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 13:18
    ตลกมาร์คอะ 5555555
    #12158
    0
  23. #12156 pntmtn13 (@pntmtn13) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 11:11
    คถ.ยูคยอมมม <3
    #12156
    0
  24. #12155 Vlovegot7 (@sirikorn35) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 06:02
    พี่มาร์คแม่งงง
    #12155
    0
  25. #12154 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 01:26
    พี่มาร์คไอ่ที่สอนแบมมาทั้งหมดนี่ ประสบการณ์ตรงของตัวเองล้วนๆเลยใช่มะ? 55555 #พี่มาร์คสายเปร์
    #12154
    0