(จบแล้ว)-ไอ้จืดแฟนผม-MarkBam

ตอนที่ 46 : -44- กางเกงว่ายน้ำตัวใหม่! (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7041
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    17 ธ.ค. 59








ผมเดินเข้ามาในห้างหลังจากที่พี่มาร์คพาผมมาส่ง ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะไปทำธุระที่ไหนถึงพาผมไปด้วยไม่ได้ ผมขึ้นลิฟท์มายังชั้นร้านอาหารที่นัดกับเจนไว้ เธอนมานั่งรอผมอยู่ก่อนแล้วนั่นทำให้ผมรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เธอมานั่งคอยตั้งหลายชั่วโมงจากที่นัดกันไว้



“เจน รอนานไหมครับ?” ทั้งที่เป็นคำถามที่มันไม่น่าถามแต่ผมก็ถามเพื่อมารยาท เจนทำหน้าหน่ายสุดๆก่อนจะตอบผมด้วยน้ำเสียงเอือมๆ



“ถ้านานกว่านี้เจนคิดว่าเจนคงจะกลับแล้วล่ะค่ะ” ผมผิดเองที่ปล่อยให้ผู้หญิงมานั่งคอย ได้แต่ยิ้มแหยให้เธออย่างคนสำนึกผิด



“ขอโทษจริงๆนะครับที่มาสายขนาดนี้” เจนพยักหน้าเบาๆ สีหน้าเธอดูไม่ค่อยโอเคสักเท่าไหร่



“ช่างมันเถอะค่ะ แบมทานอะไรมาหรือยังคะ? เจนหิวมากแล้วล่ะค่ะ” อ่า ผมสงสารเธอนะหิวมากขนาดนี้แต่ก็ยังนั่งรอผมมาถึงก่อน



“ยังเลยครับ” อันที่จริงผมกินมาจากบ้านพร้อมกับม๊าและพี่มาร์คบ้างแล้วล่ะ



“ค่ะ งั้นเจนสั่งอาหารเลยนะคะ” เธอยกมือเรียกพนักงานจากนั้นก็สั่งอาหารไปหลายอย่างโดยที่ผมทำได้แค่นั่งเงียบๆมองเธอบอกชื่อเมนูอาหารไปกับพนักงาน



“แบมอยากทานอะไรเพิ่มอีกไหมคะ?” ที่เธอสั่งไปก็เท่ากับจำนวนสี่ห้าคนกินแล้วนะ ให้ผมสั่งเพิ่มอีกมีหวังกินกันไม่หมดต้องได้ห่อกลับบ้านแน่ๆ



“ไม่ดีกว่าครับ ที่เจนสั่งก็น่าจะพอแล้ว” ถ้าเป็นพี่มาร์คเขาต้องด่าแน่ๆเลยว่าสั่งมาทำไมเยอะแยะ นี่ผมคิดถึงเขาขึ้นมาอีกแล้วอ่ะ



“เป็นอะไรหรือเปล่าคะแบม?” เจนทำหน้าสงสัยเมื่อผมนั่งเหม่อลอยนึกถึงพี่มาร์คแล้วหัวเราะออกมาคนเดียว



“เอ่อ เปล่าครับ กินข้าวเสร็จแล้วเจนอยากไปไหนต่อหรอ?” พี่มาร์คบอกว่าพวกผู้หญิงเวลามาเดินห้างก็จะมีอยู่แค่ไม่กี่อย่างที่พวกเธอต้องการ กินข้าว กินของหวาน ดูหนัง เดินช็อปปิ้ง แค่นี้พวกเธอก็มีความสุขแล้ว



“เจนว่าจะไปดูกระเป๋าสักหน่อยน่ะค่ะ คอนเล็คชั่นใหม่เพิ่งออกมาเมื่อกี่วันก่อนนี่เอง” เธอตอบพลางยิ้มหวานเมื่อพูดถึงภารกิจต่อไปที่เธอจะทำ



“อ๋อครับ” ผมไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรพวกนี้สักเท่าไหร่ ปกติถ้าไม่หมกมุ่นอยู่กับหนังสือผมก็จะดูรายการสารคดีในโทรทัศน์เสียเป็นส่วนใหญ่



“แบรนนี้มีกระเป๋าสำหรับผู้ชายด้วยนะคะ เดี๋ยวเจนช่วยแบมเลือกดีกว่า” เธอนั่งท้าวคางมองหน้าผมแล้วยิ้ม จะเลือกกระเป๋าให้ผมอย่างนั้นหรอ .. แต่ผมไม่มีเงินหรอกนะ พี่มาร์คให้ผมเอาเงินติดตัวมาแค่สองร้อยเองอ่ะ มันจะซื้ออะไรได้กันเชียวในห้างหรูที่มีแต่ของราคาสูงๆแบบนี้น่ะ



“แต่ว่า .. ผมไม่มีเงินหรอกครับ” เจนทำหน้าประหลาดใจ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันพร้อมใบหน้าที่เอียงเอนมองมาที่ผม



“หือ ตลกแล้ว อย่างแบมนี่นะไม่มีเงิน? ขอโทษที่ต้องถามนะคะ ปกติคุณพ่อแบมให้เงินใช้เดือนละเท่าไหร่หรอคะ?”



“ไม่เยอะหรอกครับผมไม่ค่อยได้ใช้อะไรน่ะ แต่ถ้าเดือนไหนที่ผมอยากได้หนังสือเล่มใหม่เดือนนั้นก็จะใช้เยอะหน่อย” ป๊าให้ใช้เดือนละหนึ่งหมื่นเพราะผมไม่ได้มีภาระอะไรที่ต้องใช้เงินมากนัก ออกไปอยู่คอนโดกับเฮียผมก็ไม่ต้องใช้จ่ายอะไรเลย ค่าอาหารเฮียก็เป็นคนจ่าย ค่าเสื้อผ้าที่นานๆผมจะซื้อเพราะถูกเนียร์กับแจรบเร้าให้ซื้อใหม่ ไปเรียนผมก็ซื้อแค่ข้าวกับน้ำในโรงอาหารของคณะ ถ้าหากวันไหนออกไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้านกับเนียร์และแจวันผมก็จะแชร์กันจ่าย ยิ่งหลังๆผมอยู่กับพี่มาร์คไม่ว่าจะกินจะซื้ออะไรพี่มาร์คมักจะเป็นคนจ่ายให้ทั้งหมดถึงจะบ่นแต่ก็ยอมตามใจจ่ายให้ผมอยู่ดี  ผมจึงไม่ค่อยได้ใช้เงินมากนักในแต่ละเดือน



“แบมชอบอ่านหนังสือหรอ?” เธอทำหน้าปุเลี่ยนเมื่อพูดถึงหนังสือ แต่ผมกลับยิ้มกว้างหนังสือเป็นเหมือนโลกอีกใบของผมเลยล่ะ ผมสามารถใช้เวลาทั้งวันไปกับกองหนังสือได้โดยไม่รู้เบื่อ ชอบที่จะอ่านพวกมันพาตัวเองเข้าไปอยู่ในเรื่องราวที่ผมอ่าน มันทำให้ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ใช้เวลาอยู่กับพวกมัน



“ครับ ชอบมากเลยล่ะ”



“เจนไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ” เธอหัวเราะ “เพราะแบมชอบอ่านหนังสือหรือเปล่าคะ ถึงได้สายตาสั้นแบบนี้ ว่าแต่ไม่คิดจะทำเลสิคหรอ? จะได้เลิกใส่แว่นสักทีไง” เลสิค .. ผมเคยอ่านเรื่องราวของการทำเลสิคจากหนังสือ



“ก็มีความคิดที่จะทำนะครับ แต่คงหลังจากเรียนจบแล้วล่ะ ต้องปรึกษาป๊ากับม๊าก่อนน่ะครับ”



“จะทำอะไรก็ต้องปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ด้วยหรอคะ? เหมือนเด็กน้อยจังเลยน๊า” ผมยิ้มเมื่อนิ้วมือของเธอเอื้อมมาหยิกที่แก้มผมเบาๆ



“ครับ ก็ต้องปรึกษาทุกคนที่เป็นคนสำคัญในชีวิตของผม” รวมไปถึงพี่มาร์คด้วย พี่มาร์คจะต้องดีใจแน่ๆที่ผมจะไม่ต้องใส่แว่นเทอะทะน่าเกลียดแบบนี้อีกต่อไปแล้ว




ผมกับเจนออกมาจากร้านเมื่อเรากินอาหารทั้งหมดที่สั่งมาจนอิ่ม เป็นไปตามคาดว่าอาหารที่เจนสั่งมามันมีปริมาณมากเกินกว่าที่เราสองคนจะกินหมดได้แต่เจนก็ดูเหมือนจะไม่ซีเรียสอะไรเธอเรียกเก็บเงินก่อนจะชวนผมออกมาเดินเล่นเพื่อย่อยอาหาร ค่าอาหารทั้งหมดเจนเป็นคนจ่าย ผมรู้สึกแย่เหมือนกันที่ต้องให้ผู้หญิงมาออกเงินเลี้ยงอาหารแต่ก็นั่นล่ะ ผมมีเงินติดตัวอยู่แค่สองร้อยบาท ซึ่งผมพยายามจะช่วยเธอแชร์ค่าอาหารแล้วแต่เธอไม่ยอมให้ผมช่วยจ่าย



“กระเป๋าใบนี้เหมาะกับเจนไหมคะแบม?” เธอหยิบกระเป๋าใบหนึ่งจากพนักงานสาวขึ้นมาคล้องแขน หมุนซ้ายหมุนขวาให้ผมดูด้วยใบหน้าพึงพอใจ



“เอ่อ .. ก็ดีนะครับ” ผมไม่รู้เรื่องของสาวๆนักหรอก ผมตอบเธอไม่ได้ว่ามันเหมาะสมกับเธอหรือเปล่าเมื่อมันอยู่บนแขนของเธอ



“แล้วใบนี้ล่ะคะ?” เจนหยิบอีกใบขึ้นมาลอง ใบนี้ก็สวยดีนะผมว่า เหมือนที่ม๊าผมมีเป๊ะเลยอ่ะ ม๊าก็ชอบซื้อกระเป๋าเหมือนกันแต่ม๊าไม่เคยพาผมมาเดินเลือกซื้อด้วยหรอก ส่วนใหญ่ม๊าจะมากับป๊าหรือไม่ก็ให้เฮียเป็นคนพามา จะมีก็นานๆครั้งที่ม๊าจะพาผมมากินข้าวในร้านอาหารบนห้างหรือไม่ก็พาผมไปกินไอศกรีมเสร็จแล้วก็แวะพาผมไปหาซื้อหนังสือติดมือกลับบ้าน



“ก็ .. สวยดีครับ” เจนเริ่มถอนหายใจเมื่อผมให้คำตอบเดิมๆกับคำถามของเธอ



“เห้อ ใจคอจะไม่มีคำพูดอื่นนอกจากนี้แล้วหรอคะ?” เจนทำหน้าหงุดหงิด ผมงงนะ แล้วจะให้ผมตอบเธอว่าอะไรอ่ะ ไม่เห็นจะสวยเลย ไม่เข้ากับเจนเลยสักนิด ผมว่าใบนั้นมันดูแก่ไปนะ ถือใบนั้นแล้วเหมือนเจนหิ้วถุงผ้าอะไรก็ไม่รู้อ่ะ จะให้ผมตอบเธอแบบนี้หรอ ผมงงกับพวกผู้หญิงจังเลยอ่ะ



“ขอโทษครับ” ผมรู้ว่าผมมันน่าเบื่อ ยิ่งได้เห็นสีหน้าหงุดหงิดและดูจะเอือมระอาผมของเจนแล้วยิ่งทำให้ผมรู้ตัวว่าคนอย่างผมมันไม่คู่ควรกับผู้หญิงคนไหนสักคนบนโลกใบนี้อย่างที่พี่มาร์คพูดจริงๆ



การเที่ยวกับเจนมันทำให้ผมรู้สึกอึดอัด ตลอดเวลาเจนเหมือนจะรำคาญผมเพราะเธอมักชักสีหน้าใส่ผมบ่อยๆทุกครั้งที่เธอถามอะไรแล้วผมให้คำตอบที่ถูกใจกับเธอไม่ได้ ผมเริ่มรู้สึกเบื่อ อยากโทรเรียกให้พี่มาร์คมารับแต่ก็กลัวว่าพี่มาร์คจะติดธุระสำคัญอะไรอยู่ ผมยืนรอเจนอยู่หน้าห้องน้ำพร้อมกับช่วยเธอถือถุงข้าวของพะรุงพะรังที่เธอซื้อ เจนหายเข้าไปในห้องน้ำอยู่นานสองนานจนผมเริ่มรู้สึกเมื่อยและเริ่มเบื่อกับการออกมาเที่ยวในครั้งนี้กับเธอมากเหลือเกิน



“โทษทีนะแบมรอนานไหม?” ถ้านานกว่านี้ผมจะเดินออกไปโบกแท็กซี่กลับบ้านแล้วล่ะ ผมส่ายหัวพร้อมกับฝืนยิ้มออกมาเป็นมายาท ผมเข้าใจเธอแล้วล่ะว่าตอนที่เธอนั่งรอผมที่มาสายไปเกือบสามชั่วโมงมันทำให้เธอรู้สึกยังไง



“เอ่อ ก็นิดหน่อยครับ” ตอบก่อนจะเดินหิ้วของพะรุงพะรังเดินตามเธอไป



“เจนอยากดูหนังค่ะ” ผมพยักหน้าในเมื่อเธออยากดูแล้วผมจะไปขัดใจอะไรเธอได้ ผมเดินมาซื้อตั๋วหนังสองใบในขณะที่เจนเดินไปซื้อน้ำและของกินเล่น



“แบมจะกลับยังไงหรอคะ เอารถมาหรือเปล่า?” เธอถามเมื่อเราสองคนเดินออกมาจากโรงหนัง

“ผมขับรถไม่เป็นหรอกครับ” แค่จักรยานยังปั่นไม่รอด พาพี่มาร์คตกคลองเลยด้วยเหอะ



“ให้เจนไปส่งไหมคะ?” ผมรีบส่ายหัว



“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพี่มาร์คจะมารับน่ะ” เจนหน้าเสีย



“เอ่อ แบมเป็นแฟนกับผู้ชายคนนั้นจริงๆหรอ? ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ” ผมเองก็ไม่เชื่อตัวเองเหมือนกันว่าผมจะเป็นแฟนกับพี่มาร์คได้



“ครับ”



“คบกันมานานแล้วหรอ จริงๆในมอเจนก็มีคู่รักแบบแบมเยอะนะ แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้ชายคนนั้นจะชอบผู้ชายด้วยกันได้”



“พี่มาร์คทำไมหรอครับ?”



“ก็เขาดูไม่น่าจะชอบผู้ชายด้วยกันได้เลย คือเจนก็พอจะรู้จักเขาบ้างนิดหน่อยน่ะ เห็นว่าเจ้าชู้พอตัวเลย สาวๆในมอเจนหลายๆคนก็เคยควงกับเขา” พอมาได้ยินเรื่องราวของพี่มาร์คจากปากของคนอื่นแบบนี้ก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่ามันทำให้ผมรู้สึกแย่ขึ้นมาได้ไม่น้อยเหมือนกัน



“ครับ ก็พอจะได้ยินมาบ้างเหมือนกัน”



“แล้วแบมไม่กลัวหรอ?” คำถามของเจนทำให้ผมเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างประหลาดใจ



“กลัวอะไรหรอครับ?”  



“ไม่กลัวว่าเขาจะนอกใจ หรือไม่ก็ทิ้งแบมไปไง ได้ยินมาว่าเขาคบใครได้ไม่เคยนาน ขนาดเพื่อนเจนยังควงเขาได้ไม่ถึงอาทิตย์เองค่ะ”



“ไม่มีอะไรให้ต้องกลัวนี่ครับ” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ใจก็อดที่จะรู้สึกหวั่นๆขึ้นมาไม่ได้



“ขอโทษที่ถามนะ แบมเคยมีอะไรกับเขาหรือยัง?” เรื่องแบบนี้มันใช่เรื่องที่จะมาพูดให้คนอื่นฟังหรือไงกันนะ ผมไม่ตอบทำเพียงแค่ยิ้มบางๆให้เธอแทน



“อ่า ที่เขาว่ากันว่าไม่เคยมีใครรอดนี่คงจะจริงสินะ” ยิ่งฟัง ทำไมยิ่งอดรู้สึกปวดหนึบในใจขึ้นมาไม่ได้เลยนะ คงมีอะไรอีกเยอะที่เกี่ยวกับพี่มาร์คที่ผมยังไม่เคยรู้



“ก็ .. เจนแค่อยากเตือนให้เผื่อใจไว้บ้าง เจนเตือนด้วยความหวังดีนะคะแบม”



“ขอบคุณนะเจน” ได้แต่ยิ้มรับความหวังดีจากเธอ ผมเดินลงไปส่งเจนที่รถ ก่อนจะกลับขึ้นมานั่งรอพี่มาร์คในห้าง เดินเล่นเรื่อยเปื่อยก็ยังไม่มีท่าทีว่าพี่มาร์คจะโทรมา ผมลองโทรไปหาเขาแต่มันไม่สามารถติดต่อได้ นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกกังวลใจขึ้นมาเพราะไม่รู้ว่าพี่มาร์คหายไปไหนและอยู่กับใครทำไมถึงต้องปิดเครื่องหนีกันด้วย



ผมวนกลับไปที่ร้านขายกระเป๋าที่มากับเจนอีกครั้ง ผมมีโอกาสได้เห็นกระเป๋าตังค์ของพี่มาร์คบ่อยๆ มันเป็นกระเป๋าตังค์ยี่ห้อแบรนเนมแบรนหนึ่งซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง



“สนใจรุ่นไหนเป็นพิเศษอยู่หรือเปล่าคะ?” พนักงานสาวเดินเข้ามาถามทันทีเมื่อผมหยุดยืนอยู่หน้าตู้โชว์กระเป๋าตังค์ใบที่ผมเล็งมันไว้ตั้งแต่ครั้งแรกเห็น



“เอ่อ ยังไม่มีครับ” เพราะมีเงินไม่พอผมจึงตอบเธอไปแบบนั้น ผมยืนมองมันอยู่สักพักก่อนจะถอดใจเดินกลับไปนั่งรอพี่มาร์คที่หน้าโรงหนังเพราะมันค่อนข้างเงียบไม่มีคนพลุกพล่านนั่งรออยู่นานจนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงก็ยังไม่มีท่าทีว่าพี่มาร์คจะโทรกลับมาสักที ผมเริ่มง่วงอยากกลับบ้านแต่ก็ยังอยากจะนั่งรอพี่มาร์คอยู่อย่างนี้ ผมอยากให้พี่มาร์คมารับเพราะเขาสัญญากับผมแล้วว่าจะมาพี่มาร์คต้องไม่ผิดสัญญากับผมแน่ๆผมมั่นใจว่ายังไงพี่มาร์คก็ไม่มีทางทิ้งผมไว้ที่นี่



แต่แล้วพี่มาร์คก็ไม่มา ..



พนักงานของโรงหนังเดินเข้ามาแจ้งผมว่าจะปิดให้บริการในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า ผมบอกเขาว่าผมรอแฟนมารับขอนั่งอยู่ตรงนี้ก่อนเขาจึงเดินกลับไปทำหน้าที่ของเขา ยิ่งดึกผู้คนก็ยิ่งบางตาจนแทบจะเหลือผมเพียงคนเดียวในบริเวณนี้ จากที่นั่งรออยู่เงียบๆผมเริ่มเอนตัวนอนราบไปกับโซฟา ในหัวมันฟุ้งซ่านไปหมดว่าพี่มาร์คไปไหน อยู่กับใครและกำลังทำอะไรทำไมถึงยังไม่มา คำพูดของเจนลอยวนกลับเข้ามาในหัวของผมอีกครั้ง จากตอนแรกที่ผมไม่ได้คิดอะไรมันเริ่มทำให้ผมอดที่จะคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าตอนนี้พี่มาร์คอาจจะอยู่กับคนอื่น



“แบม!” ผมลืมตา มองหน้าลุงรหัสที่ยืนกอดอกอยู่เหนือหัวของผม ข้างๆกันคือรปภ.ของห้างและผู้หญิงหน้าตาสวยมากอีกคนหนึ่ง



“อ้าว พี่แจ็ค” ผมลุกขึ้นนั่ง ขยับแว่นตาให้เข้าที่



“มึงมานอนทำห่าอะไรแถวนี้ไม่กลับบ้านกลับช่องหรือไง?”



“ผมรอพี่มาร์คอยู่ฮะ พี่มาร์คบอกว่าจะมารับ”



“ห้างจะปิดแล้วนะครับคุณ” รปภ.บอกว่าอย่างนั้น



“เออนี่มันดึกแล้วนะมึง ขืนไม่กลับกูว่ามึงได้นอนเฝ้าห้างแน่ๆ”



“แต่ว่า ..”



“รบกวนคุณช่วยคุยกับเขาให้หน่อยนะครับ ห้างต้องปิดให้บริการแล้วครับ” ลุงรปภ.มองหน้าพี่แจ็คอย่างลำบากใจ



“ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมพาน้องผมกลับเอง”



“ขอบคุณมากครับ” ลุงรปภ.เดินออกไปแล้ว



“แล้วมึงโทรหามันหรือยัง มันไปไหนได้บอกมึงไว้ไหม?” ผมส่ายหัว ถ้าผมโทรหาพี่มาร์คติดผมก็คงรู้แล้วสิว่าพี่มาร์คจะมารับผมได้เมื่อไหร่



“พี่มาร์คปิดเครื่องฮะ” พี่แจ็คถอนหายใจ



“เดี๋ยวกูไปส่ง กลับไปรอมันที่บ้านก่อนเดี๋ยวมันก็ติดต่อกลับมา” ผมนั่งเม้มปากอย่างลังเล แต่พอเหลือบตามองผู้หญิงที่มากับพี่แจ็คแล้วถึงได้เห็นว่าเธอเริ่มทำหน้าหงุดหงิดไม่พอใจ



“ก็ได้ฮะ” ผมยอมเดินตามพี่แจ็คมาจากชั้นโรงหนังแต่โดยดี พี่แจ็คขับรถพาผมมาส่งที่บ้านก่อนจะบอกให้ผมไม่ต้องคิดมากแล้วรีบขับรถออกไป ผมกลับเข้ามาในบ้านเจอป๊านั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟา



“ไปไหนมาแบม?” หนังสือในมือของป๊าถูกพับปิด



“ไปเดินห้างกับเจนมาฮะ” ป๊าขมวดคิ้ว



“เจน ลูกสาวเพื่อนป๊าที่พาไปทำความรู้จักวันนั้นน่ะหรอ? ป๊านึงว่าแบมเลิกติดต่อกับเธอไปแล้วซะอีก”



“ใช่ฮะ พอดีเจนชวนผมไปกินข้าวดูหนังเป็นเพื่อนน่ะฮะ”



“ก็ไหนม๊าเราว่าออกไปกับเจ้านั่นไม่ใช่หรือไง” เจ้านั่นของป๊าก็หามยถึงพี่มาร์คนั่นแหละ



“พี่มาร์คไปส่งฮะ”



“กลับไปแล้วหรือไง?” ป๊ามองไปที่ประตูรั้ว



“อ๋อ เมื่อกี้พี่แจ็คมาส่งผมน่ะฮะ เพื่อนเฮียน่ะเป็นเพื่อนพี่มาร์คด้วย” ป๊าก็น่าจะรู้จักกับพี่แจ็คนะ ผมเคยเห็นพ่อของพี่แจ็คตามงานเลี้ยงบ่อยๆเพราะพ่อพี่แจ็คก็ทำธุรกิจประเภทเดียวกันกับป๊าผมแถมป๊ายังรู้จักสนิทสนมกับพ่อของพี่แจ็คด้วย



“แล้วเจ้าตัวไปไหนล่ะ?” ผมเองก็ไม่รู้ว่าพี่มาร์คไหน



“พี่มาร์คไปทำธุระน่ะฮะ ผมไปอาบน้ำก่อนนะฮะป๊า ง่วงนอนแล้ว” ป๊าพยักหน้าไม่ได้พูดอะไร ผมรีบเดินขึ้นห้องอาบน้ำหาชุดนอนมาใส่ก่อนจะเดินลงมาด้านล่างหานมดื่มก่อนนอนจะได้เลิกฟุ้งซ่านคิดมากสักที



เสียงออดหน้าประตูรั้วดังขึ้นสองสามทีติดกัน ผมวางแก้วนมทิ้งไว้ก่อนจะเดินออกไปดูเห็นพี่แจ็คยืนเกาะประตูรั้วบานเล็กอยู่ก็อดที่จะรู้สึกแปลกใจไม่ได้



“อ้าวพี่แจ็ค” ผมเปิดประตูรั้ว ชะโงกหน้ามองเห็นว่าเขามาคนเดียว



“แบมไอ้มาร์คมันโดนตีหัวนอนพะงาบๆอยู่โรงพยาบาล”



“พะ .. พี่มาร์คอยู่โรงพยาบาล?! แล้วพี่มาร์คเป็นอะไรมากหรือเปล่าฮะ?” ผมถามอย่างตกใจ พี่มาร์คถูกตี? ทำไมถึงถูกตีได้  



“กูก็ไม่รู้ว่ะยังไม่เห็นสภาพ มันให้กูมารับมึง” ผมพยักหน้าบอกให้พี่แจ็คยืนรอก่อนจะรีบวิ่งขึ้นมาบอกป๊าว่าจะออกไปเยี่ยมพี่มาร์คที่โรงพยาบา ตอนแรกป๊าเหมือนจะไม่ให้ผมไปแต่พอผมบอกว่าพี่มาร์คนอนพะงาบๆอยู่ป๊าก็เลยยอมให้ผมไปแถมยังเดินลงมาส่งถึงรถพี่แจ็คด้วย



“คุณลุงสวัสดีครับ” ป๊าพยักหน้ารับไหว้พี่แจ็ค



“เจ้านั่นเป็นอะไรมากหรือเปล่า เห็นแบมว่าอาการน่าเป็นห่วง”



“น่าจะหนักเอาเรื่องอยู่ครับหมอถึงให้นอนโรงพยาบาล”



“อยู่โรงพยาบาลไหนล่ะ ฉันจะได้ให้เลขาส่งของไปเยี่ยม” พี่แจ็คบอกชื่อโรงพยาบาลพร้อมตึกชั้นและห้องให้อย่างครบถ้วน



“อืม รีบไปเถอะ เดี๋ยวยังไงจะให้เจ้าบีไปรับกลับ”



ผมนั่งรถมากับพี่แจ็คด้วยความรู้สึกกระสับกระส่าย มันรู้สึกกังวลเป็นห่วงพี่มาร์คจนนั่งรถด้วยอาการอยู่ไม่เป็นสุขในใจภาวนาให้รถวิ่งไปถึงที่โรงพยาบาลเร็วๆ ผมอยากเจอพี่มาร์คอยากรู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้าง อยากถามว่าเขาไปทำอะไรมาถึงได้เจ็บตัวถึงขนาดเข้าโรงพยาบาลได้



พี่แจ็คพาผมขึ้นมายังชั้นห้องพักของพี่มาร์ค ผมเดินตามพี่แจ็คด้วยสองขาที่ก้าวเร็วกว่าปกติ แม้ว่าพยาบาลจะแจ้งเราสองคนว่าหมดเวลาเข้าเยี่ยมผู้ป่วยแล้วแต่สุดท้ายพี่แจ็คก็ขอร้องคุณพยาบาลให้ผมเข้าไปเยี่ยมพี่มาร์คเพียงแค่คนเดียวส่วนเขาจะมาเยีย่มพี่มาร์คใหม่ในวันพรุ่งนี้



ผมเปิดประตูเข้ามาในห้องพักฟื้นที่มีชื่อของพี่มาร์คเป็นคนไข้ติดอยู่ด้านนอก บนเตียงมีร่างของคนที่ผมอยากเจอที่สุดนอนหลับสนิทอยู่บนนั้น ภาพของผู้ชายที่ถูกผ้าพันหัวเอาไว้ ผมเดินเข้าไปใกล้ๆยิ่งได้เห็นผมยิ่งรู้สึกสงสารจนอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา



“พี่เจ็บหรือเปล่าอ่ะ?” มันต้องเจ็บมากแน่ๆเลย



“เจ็บสิวะ เอ้ย!” พี่มาร์คเหมือนจะตกใจ เขาลืมตาโพลงก่อนจะจ้องหน้าผมนิ่ง



“พี่ไม่ได้หลับหรอ?” ผมถามยกมือจับผ้าที่พันรอบหัวเขาเบาๆ มันน่ากลัวจังเลยอ่ะ



“ก็มึงกวนใครจะนอนได้”



“ไหนพยาบาลบอกว่าพี่ความจำเสื่อมอ่ะ?” ผมคุยกับพยาบาลตอนที่เขาพามาส่งเขาบอกว่าอย่างนั้นอ่ะ



“กูลืม ตอนแรกว่าจะแกล้งมึงซะหน่อย” อ้าว นี่คิดจะแกล้งผมอยู่หรอกหรอ



“ทำไมต้องแกล้งกันด้วยล่ะ แค่หัวแตกอย่างเดียวไม่พอหรือไงอ่ะ” แค่นี้ผมก็เป็นห่วงจะแย่แล้วนะ ถ้าเขาแกล้งความจำเสื่อมอีกผมคงไม่รู้จะทำตัวยังไงถ้าพี่มาร์คทำเป็นจำผมขึ้นมาไม่ได้



“ก็กูอยากแกล้งมึงไง เหตุผลมีแค่นี้แหละ”



“ชอบแกล้งผมอยู่เรื่อย แล้วพี่ไปทำอะไรมาอ่ะทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้” ผมลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงพี่มาร์ค



“โดนแม่ไอ้ยูคตีมาอ่ะดิ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงท่าทางปกติ



“อ้าว ทำไมเขาต้องตีพี่มาร์คด้วยล่ะ” หลังจากนั้นพี่มาร์คก็เล่าให้ผมฟังว่าเขาหายไปทำอะไรมาถึงได้มาอยู่ในสภาพแบบนี้



“แม่ยูคเสียหรอฮะ?” ผมตกใจมากเลย ไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายถึงขนาดมีคนเสียชีวิต



“อืม”



“สงสารยูคจังเลยฮะ” น่าสงสารที่เขาต้องเสียแม่ไป



“...”



“แล้วพี่มาร์คจะทำยังไงต่อไปหรอ?”



“ก็ไม่ทำยังไง กูตัดขาดกับพ่อแล้ว” ผมเชื่อว่าพี่มาร์คคงจะมีเหตุผลของตัวเอง



“พี่คิดดีแล้วใช่ไหมฮะ?”



“กูก็ใช้ชีวิตโดยไม่มีพ่อมาตลอดตั้งแต่วันที่แม่ตาย กูคงไม่จำเป็นต้องมีพ่อที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้ความรักกับกูมาตั้งแต่เกิดหรอก กูมีแค่ยายที่รักกู มีมึงที่เข้าใจกูแค่นี้ก็พอแล้ว” มือของพี่มาร์คยกขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ


“อืม แต่บางทีผมก็ไม่เข้าใจพี่นักหรอก” อย่างเรื่องที่เขาคิดจะแกล้งผมก็ด้วย



“ก็มึงมันบื้อ ไปเที่ยวกับยัยนั่นมาเป็นยังไงมั่ง?” แล้วผมก็เล่าเรื่องที่ผมไปเที่ยวกับเจนวันนี้ให้พี่มาร์คฟัง



“กูบอกแล้วว่าคนอย่างมึงไม่เหมาะกับใครทั้งนั้นบนโลกใบนี้หรอกนอกจากกู” ผมเบะปากทันทีที่พี่มาร์คพูดออกมาแบบนั้น



“คนหลงตัวเอง”



“ไม่ต้องแปลกใจหรอกไอ้แว่นขนาดมึงยังหลงกูเลย ไม่งั้นจะร้องตามกูอยู่ได้ทั้งวันหรอ หึ”



“เปล่าซะหน่อยเหอะ”



“พี่มาร์คพาผมไปด้วย พี่มาร์คจะไปไหนอ่ะให้ผมไปด้วยนะ พี่มาร์ค .. พี่มาร์ค” เขาดัดเสียงล้อเลียนผมอ่ะฮะ



“ผมว่าพี่น่าจะความเสื่อมจริงๆนะ จะได้เลิกแกล้งผมสักทีอ่ะ”


**


เผลอแปปเดียวก็ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว อีกไม่กี่วันผมก็ต้องไปเที่ยวทะเลกับรุ่นพี่ที่คณะเฮียก็เลยจะพาผมออกไปหาซื้อชุดว่ายน้ำชุดใหม่ ผมตื่นแต่เช้ารีบอาบน้ำแต่งตัวลงมาด้านล่างม๊ากำลังเตรียมจัดข้าวเช้าขึ้นโต๊ะผมเลยเข้าไปช่วยม๊ายกถ้วยกับข้าวออกมาจากห้องครัว



“เฮียอ่ะม๊า?”



“ยังไม่มาเลยค่ะ” เฮียไม่ได้กลับมานอนบ้าน ผมรู้ว่าเฮียอยู่กับเนียร์แต่นั่นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะเข้าไปยุ่งวุ่นวาย ผมไม่รู้ว่าป๊าจะทำยังไงกับเฮียต่อพักนี้ป๊าเงียบไปจนน่าใจหายผมไม่รู้ป๊ากำลังคิดจะทำอะไรแต่ทำไมผมถึงรู้สึกมั่นใจว่ามันจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับสองคนนั้นแน่ๆ



“แล้วนี่จะไปกันกี่วันคะ?” ปกติม๊าไม่ค่อยอยากให้ผมไปไหนกับคนอื่นนักหรอก แต่เพราะครั้งนี้มันเป็นการไปเที่ยวกับเพื่อนๆและพี่ๆในคณะม๊าจึงยอมอณุญาตให้ผมไป



“สองวันฮะม๊า” พวกเราจะนอนค้างกันแค่คืนเดียวเท่านั้น



จัดโต๊ะกินข้าวเสร็จไม่นานรถของเฮียก็ขับมาจอดอยู่หน้าประตูรั้วตามด้วยรถอีกคันที่ผมคุ้นตาดี ผมรีบวิ่งออกมาเปิดประตูรั้วไม่คิดเหมือนกันว่าพี่มาร์คจะตามเฮียมาด้วย ไหนเขาบอกว่าจะกลับไปหาคุณยายไงแล้วทำไมถึงมาอยู่หน้าบ้านของผมพร้อมกับเฮียได้ ชอบทำอะไรให้ผมแปลกใจอยู่เรื่อยเลย



“ไหนบอกว่าจะไปหาคุณยายไงฮะ?” เมื่อคืนเขาบอกผมแบบนั้นตอนคุยโทรศัพท์



“ค่อยไปตอนค่ำๆ” พี่มาร์คล็อครถก่อนจะเดินมาหาผมที่ยืนเกาะรั้วบานเล็ก



“แต่ว่าผมจะออกไปข้างนอกกับเฮียนะ”



“มันบอกกูแล้ว ถึงได้ตามมันมาด้วยนี่ไง” อ๋อ แบบนี้นี่เองพี่มาร์คกับเฮียถึงได้มาที่นี่พร้อมกัน



“เดี๋ยวเฮียไปรับไอ้เนียร์ก่อน ฝากบอกม๊าด้วยว่ามันจะมากินข้าวกับเรา” ผมมองหน้าเฮีย จริงอยู่ที่ม๊าไม่รู้ว่าเฮียกับเนียร์มีความสัมพันธ์กันแบบไหน แต่แน่นอนว่าป๊ารู้และคงไม่ดีนักหากว่าเฮียทำอะไรประเจิดประเจ้อเกินไปให้ม๊าสงสัย



“แต่ว่า ..”



“เฮียคงต้องทำอะไรให้มันชัดเจนสักที” เฮียคงเริ่มรู้ตัวว่าป๊ากำลังคิดจะทำอะไร



“อืม งั้นเดี๋ยวผมจะบอกม๊าให้นะฮะ” กลายเป็นว่ามีแขกมาร่วมกินข้าวกับครอบครัวเราเพิ่มขึ้นถึงสองคน ผมเดินเข้าบ้านมาพร้อมกับพี่มาร์ค ช่วงนี้พี่มาร์คเข้าออกบ้านผมบ่อยยิ่งกว่าอยู่คอนโดตัวเองเสียอีกนะผมว่า



“มึงจะซื้ออะไรบ้าง?” ผมกับพี่มาร์คกำลังนั่งรอเฮียกับเนียร์อยู่ที่โต๊ะกินข้าว ม๊าขึ้นไปเปลี่ยนชุดใหม่เพราะชุดที่สวมใส่ก่อนหน้านี้มันไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่นักกับการที่ต้อนรับแขกมาร่วมกินข้าวกับเราด้วย



“ชุดว่ายน้ำใหม่ฮะ แล้วก็ผมอยากได้กล้องสักตัวด้วย” ผมอยากได้กล้องสักตัวเอาไว้ถ่ายรูปก็นานๆผมจะได้ไปเที่ยวสักทีนี่นะ หากจะไม่ถ่ายรูปเก็บความทรงจำเอาไว้บ้างเลยก็คงจะเสียดายแย่



“ไม่เห็นบอกกูเลยว่าจะไป นี่ถ้ากูไม่รู้มาจากไอ้บีมึงก็คงจะไม่บอกกูเลยใช่ไหม?” พี่มาร์คหรี่ตามองผมด้วยแววตาไม่พอใจสุดๆ



“เปล่านะ ก็พี่มาร์คบอกว่าจะไปบ้านคุณยายอ่ะ ผมก็เลยคิดว่ากลับมาแล้วค่อยบอกก็ได้”



“อ๋อหรอ? กูมันไม่สำคัญไงก็เลยเอาไว้ทีหลัง โอเคๆกูเข้าใจแล้ว” ดูเหมือนว่าเขาจะงอนผมล่ะ



“นี่พี่งอนผมอยู่หรอฮะ?” เหมือนมันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ลำดับที่แปดของโลกเลยก็ว่าได้ที่คนอย่างพี่มาร์คกำลังงอนผมอยู่



“หน้ากูเหมือนคนกำลังงอนอยู่นักหรือไง?” อ่า หน้าแบบนี้ต่อให้มองเห็นจากระยะสองกิโลเมตรใครๆก็คงจะดูออกอ่ะว่าเขากำลังงอน



“อื้อ”



“เหอะ กูนี่นะงอนมึง ฝันอยู่หรอแว่น หน้าตากูตอนนี้มันดูเหมือนคนกำลังงอนมึงอยู่ตรงไหน? นี่มันหน้าตาของคนไม่สนไม่แคร์อะไรเลยชัดๆ I don’t care น่ะ ยูโนว? เข้าใจซะด้วยนะแว่น?” ผมถอนหายใจ หน้าตากับคำพูดนี่มันช่างสวนทางกันซะจริงๆเลยนะ ปากบอกว่าไม่ได้งอนไม่สนไม่แคร์แต่หน้านี่จะบึ้งไปไหน ผมอยากลุกไปหยิบกระจกมาให้เขาดูหน้าตัวเองตอนนี้ซะจริงๆจะได้เลิกปากแข็งเข้าข้างตัวเองเสียทีว่าไม่ได้งอนผมน่ะ



“แค่พูดว่างอนผมอยู่ออกมาตรงๆมันคงไม่ทำให้พี่เสียหน้านักหรอกนะฮะ” พี่มาร์คกอดอกหันมาจ้องผมตาเขม็ง



“จิ๊! บอกว่าไม่ได้งอนก็ไม่ได้งอนสิวะ!”แล้วทำไมต้องโมโหด้วยล่ะ ผู้ชายคนนี้น่ะเข้าใจยากซะจริงๆเลย ผมเลิกสนใจพี่มาร์คก่อนจะเปิดเว็ปดูกล้องในโทรศัพท์ ผมไม่อยากได้กล้องสเป็คสูงนักหรอกอยากได้ราคากลางๆไม่แพงมากแต่ว่าสเป็คไม่ต่ำจนเกินไปเท่านั้นก็น่าจะพอแล้ว



“เอารุ่นนี้ดิ” พอเห็นว่าผมไม่สนใจพี่มาร์คก็เริ่มเอาตัวเองเข้ามามีส่วนร่วมกับผมแทน



“ไม่เอาหรอกฮะ มันแพงไป”



“กูรวยเดี๋ยวกูซื้อให้เอง” ผมรู้หรอกว่าเขารวย แต่ว่าราคามันก็สูงเกินไปอยู่ดี ผมไม่ค่อยรู้เรื่องกล้องนักหรอก เอาแค่ราคากลางๆก็พอเพราะผมคงไม่มีโอกาสได้ใช้มันบ่อยนัก



“แต่ว่าผมไม่ค่อยได้ใช้มันบ่อยๆนี่ฮะ”



“ซื้อมาแล้วเดี๋ยวก็ได้ใช้บ่อยๆเองแหละน่า” ผมนั่งเถียงกับพี่มาร์คอยู่นานจนม๊าลงมาจากห้องนั่นล่ะศึกถึงจะสงบลงได้ ไม่นานเฮียกับเนียร์ก็มาถึงบ้านหลังจากนั้นเราจึงได้เริ่มกินข้าวเช้าพร้อมกันสักที



“ทำไมไม่ไปรถคันเดียวกันล่ะเด็กๆจะได้ไม่เปลืองน้ำมันไงคะ” ม๊าเสนอความคิดเห็นเมื่อเราสี่คนทำท่าจะเอารถทั้งสองคันไป



“เดี๋ยวผมต้องไปทำธุระต่อน่ะม๊าขี้เกียจกลับมาส่งตี๋ที่บ้าน” ม๊ามองเฮียกับเนียร์เพียงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า



“เอาเถอะค่ะ ยังไงก็ขับรถดีๆ” เฮียกับเนียร์ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ม๊าเรียกผมเข้ามาคุยด้วยเป็นการส่วนตัวโดยให้พี่มาร์คยืนคอยอยู่ที่รถ



“เห้อ เมื่อก่อนม๊าเคยคิดว่าถ้าเฮียเราเลิกจงเกลียดจงชังเนียร์ได้ก็คงจะดี แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ไปซะได้” ผมไม่ได้ตกใจมากนักหรอก คิดเอาไว้แล้วว่าม๊าจะต้องรู้เรื่องของเฮียกับเนียร์เข้าจนได้



“ม๊าเสียใจไหมฮะที่พวกเราเป็นแบบนี้” ม๊ายิ้มก่อนจะส่ายหัวเป็นคำตอบเบาๆ



“ไม่เลยค่ะ ลูกของม๊าไม่ว่าจะเป็นยังไงม๊าก็รัก แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าม๊าผิดหวังนิดหน่อย ก็เฮียเราเป็นความหวังของครอบครัวเรานี่นะแต่พอเป็นแบบนี้ความหวังที่ม๊าอยากจะมีหลานก็คงจะเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ” ผมสงสารม๊าจังท่านคงผิดหวังในตัวเราสองคนพี่น้องมากแน่ๆเลย



“แต่ป๊าคงไม่ยอมแน่ๆเลยฮะ” แค่คิด .. ผมก็รู้สึกสงสารเฮียขึ้นมาแล้วอ่ะ เฮียต้องกลายเป็นคนที่ป๊าฝากความหวังทุกอย่างไว้แทนผมที่มันไม่ได้เรื่องอะไรเลย



“เดี๋ยวม๊าจะลองคุยกับป๊าดู ม๊าเชื่อว่ายังไงป๊าก็คงจะเข้าใจ” ไม่รู้สิฮะ แต่เรื่องของผมกว่าป๊าจะยอมรับมันได้ก็ไม่ใช่ง่ายๆเลย ยิ่งเฮียเป็นความหวังสุดท้ายของป๊าแล้วด้วย ผมคิดว่ามันน่าจะยากกว่าเรื่องของผมกับพี่มาร์คแน่ๆ



“ขอบคุณนะฮะ ที่เข้าใจพวกเรา” ผมไม่รู้จะขอบคุณม๊ายังไงดีที่แม้ว่าผมกับเฮียจะเป็นแบบนี้แต่ม๊าก็ยังเข้าใจพวกเรา



“รีบไปเถอะค่ะน้องแบมพี่เขาคอยอยู่” ผมเดินเข้าไปส่งม๊าในบ้านก่อนจะเดินออกมาขึ้นรถที่พี่มาร์คสตาร์ทรอได้สักพักแล้ว พี่มาร์คมองหน้าผมเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร



“พี่มาร์คว่าป๊าจะทำยังเกี่ยวกับเรื่องของเฮียอ่ะ?” ถ้าให้ผมเดาก็คงไม่ต่างจากผมนักหรอก



“มันเป็นลูกคนโต ต้องแบกรับภาระหน้าที่ทุกอย่างที่ป๊ามึงสร้างไว้ให้และคาดหวังกับมันเยอะที่สุด กูก็ไม่รู้ว่ะว่าป๊ามึงจะทำอะไรที่แน่ๆมันคงไม่ง่ายเหมือนเรื่องของมึงกับกู” พี่มาร์คคิดเหมือนผมเป๊ะเลยอ่ะ



“ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันฮะ”



“ก็คงต้องแล้วแต่พี่มึงว่ามันจะทำยังไงต่อไป หากมันยังขี้ขลาดอยู่แบบนี้กูก็ไม่รู้ว่ามันจะกล้างัดข้อกับป๊ามึงหรือมันจะยอมทิ้งไอ้เนียร์เพื่อทำตามความต้องการของป๊า ทุกอย่างอยู่ที่มันมันเป็นคนที่ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง” คิดมาจนถึงตรงนี้ ผมเริ่มรู้สึกสงสารเนียร์ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ ผมกลัวว่าเฮียจะทิ้งเนียร์ ผมกลัวว่าเฮียจะไม่กล้าทำตามความต้องการของตัวเองเพราะป๊า



“น่าสงสารเนียร์นะฮะ ถ้าต้องกลายเป็นคนที่เฮียไม่เลือกทั้งที่เฮียก็ดูเหมือนจะรักเนียร์มากเหมือนกัน” เฮียเป็นคนแข็งกระด้างกับคนรอบข้างเสมอ มีผมแค่ได้เห็นมุมอบอุ่น อ่อนโยนของเฮียอาจจะเป็นเพราะเราเป็นพี่น้องกันและเฮียก็ค่อนข้างจะรักผมเฮียเลยแสดงออกมาให้ผมได้เห็นมันอยู่บ่อยๆ แต่กับเนียร์แม้เฮียจะดูเหมือนไม่ใส่ใจไม่แคร์ไม่รัก แต่จริงๆแล้วเนียร์ค่อนข้างจะมีความสำคัญกับเฮียอยู่มากเลยทีเดียว ปกติเฮียไม่ค่อยสนใจใครเท่าไหร่นักหรอกแต่แปลกที่พักหลังๆที่เฮียหายไปบ่อยๆเขาเอาเวลาไปอยู่กับเนียร์ แม้ภายนอกเฮียอาจจะดูเย็นชาไปบ้างแต่ผมว่าลึกๆแล้วเฮียรักเนียร์มากเพียงแต่เฮียอาจจะไม่ได้แสดงมันออกมาให้เนียร์ได้เห็นก็เท่านั้นเอง



“มึงจะซื้อชุดว่ายน้ำแบบไหนวะแว่น? ไอ้ลายเป็ดของมึงก็ดีอยู่แล้วไงจะซื้อใหม่อีกทำไม” มันก็ดี แต่จะให้ผมใส่ชุดว่ายน้ำลายติ๊งต๊องแบบนั้นไปเที่ยวทะเลน่ะหรอ .. อายเขาแย่เลย ผมรีบหยิบโทรศัพท์มาเข้าเว็ปเปิดกางเกงว่ายน้ำที่ผมเล็งๆไว้ให้พี่มาร์คดู เท่านั้นแหละ โทรศัพท์ของผมถูกแย่งออกจากมือโยนทิ้งไว้เบาะหลังทันทีเลย



“มึงใส่กางในเล่นน้ำเลยไหมถ้าจะซื้อแบบนี้น่ะ” แค่นี้ก็ต้องโมโหด้วยอ่ะ



“ไม่เอาอ่ะผมอาย” จะให้ใครมาเห็นกางเกงในลายการ์ตูนของผมได้ยังไงอ่ะ บ้าเหอะ



“แล้วทำไมต้องทำรุนแรงกับโทรศัพท์ผมด้วยล่ะเนี่ย! ก็แค่กางเกงว่ายน้ำเองจะโมโหทำไมก็ไม่รู้” ผมเอื้อมมือกลับไปหยิบมันมาเก็บใส่กระเป๋า เดี๋ยวพี่มาร์คเกิดบ้าขึ้นมาเอาโทรศัพท์ของผมเหวี่ยงทิ้งลงจากรถล่ะก็แย่เลย



“เดี๋ยวกูเลือกให้เอง” แล้วผมก็ถูกลากขึ้นมาบนร้านขายชุดว่ายน้ำทันทีที่เรามาถึงห้างสรรพสินค้า ผมไม่มีโอกาสได้เดินดูชุดว่ายน้ำแบบที่ตัวเองอยากได้เลยอ่ะ พี่มาร์คเป็นคนจัดการให้ทุกอย่างจนกระทั่งเขาจ่ายเงินเสร็จนั่นแหละผมถึงได้มีโอกาสเห็นชุดว่ายน้ำของตัวเองที่พี่มาร์คเป็นคนเลือกให้



“นี่มันชุดดำน้ำนี่ฮะ” ผมไม่ได้จะไปดำน้ำดูปะการังนะ! ไอ้ชุดดำน้ำขายาวแขนยาวสีดำล้วนนี่มันอะไรกัน



“ชุดนี้แหละ มันก็ใส่เล่นน้ำได้เหมือนกันล่ะน่า” เขาพูดมันหน้าตาเฉย



“แต่ว่า ..”



“ลมทะเลมันแรงนะ แดดร้อนด้วยผิวเสียหมด ใส่แบบนี้แหละผิวจะได้ไม่ไหม้ ทางที่ดีหาเสื้อแขนยาวสวมอีกชั้นจะดีมาก” ถ้าผมกลัวดำแล้วจะไปเที่ยวทะเลทำไมอ่ะ



“ผิวไหม้นิดหน่อยกลับมาค่อยบำรุงใหม่ก็ได้นี่ฮะ” ผมเตรียมครีมกันแดดเตรียมของที่จำเป็นไว้หมดแล้วด้วยอ่ะ ถ้าผิวดำขึ้นค่อยกลับมาให้ม๊าพาไปฟื้นบำรุงผิวใหม่ก็ได้นี่นา



“จิ๊! มึงนี่ขัดใจกูจังนะ กูบอกให้ใส่ชุดนี้ก็ชุดนี้สิ จะใส่สั้นๆไปโชว์ใครวะ? ไม่กลัวเดินแล้วไข่โผล่ออกมาข้างกางเกงหรือไง!”



“มันเก็บได้นี่ฮะ ..”



“มึงนี่โง่หรือโง่ ถ้ากูใส่กางเกงสั้นๆไปเดินโชว์สาวบ้างมึงจะรู้สึกยังไงฮะ?”



“แล้วพี่จะไปเดินโชว์สาวทำไมล่ะฮะ ไปทะเลนะฮะไม่ได้ไปเดินแฟชั่นโชว์อ่ะ” พี่มาร์คเริ่มถอนหายใจ อยู่ดีๆเขาก็ลากแขนผมเดินหลบเข้ามาในที่ลับตาคนอ่ะ



“กูหวงเข้าใจไหม ใส่ชุดที่กูเลือกให้นี่แหละ!” พูดตรงๆก็ได้นี่นา ไม่เห็นต้องวางฟอร์มท่ามากเลยอ่ะผู้ชายคนนี้

 


#มาร์คไม่รักน้อง

======================================

TBC.

ใกล้จบแย๊วววววววววววววววว ใครยังอยากได้เล่มยังโอนได้อยู่นะคะ ใครโอนเงินมาแล้วรบกวนกรอกฟอร์มพร้อมส่งสลิปมายืนยันด้วยค่ะ หาเจ้าของเงินไม่เจอไรท์ก็ส่งหนังสือให้ไม่ถูกนะคะ เดี๋ยวมาทวงทีหลังไรท์ไม่มีหนังสือส่งให้น๊าาาาาาาา

ตัวอย่างกางเกงที่แบมจะซื้อแต่มาร์คไม่ให้ซื้อฮะ ถ้าแบมใส่มันจะต้องเผ็ชมากแน่ๆเลยว่ามะ ..



mx-xine  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

14,382 ความคิดเห็น

  1. #14342 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 12:04
    ปากเเข็งมากมาร์คเอ้ยย
    #14342
    0
  2. #14307 NuNanMooKapook (@NuNanMooKapook) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 19:38
    ว้อยยยย อิพี่ไหนบอกจะเเกล้งน้อง เเค่น้องถามก้เผลอตอบเเร้ว 555
    #14307
    0
  3. #14294 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 20:09
    กุหวง ก้จบละปะพี่มาร์ค 5555
    #14294
    0
  4. #14261 GOT-MarkBam (@Angle-2358) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 23:50
    พ่อคนปากแข็ง แหมกว่าจะพูดได้นะคะ
    #14261
    0
  5. #14184 ploylaksi (@ploylaksi) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 15:45
    ตลกอะ แง55555555
    #14184
    0
  6. #14122 Nanzii97 (@Naanjee_B) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 16:37

    หวงก็บอกน้องตรงๆไปก็จบ ทำเป็นวางฟอร์มาเรื่องนะมาร์ค

    #14122
    0
  7. #14032 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 17:20
    พูดว่าหวงน้องสะก็จบละ แค่นี้น้องก็เข้าใจแล้วจ้ะ
    #14032
    0
  8. #13918 babyB_ig7 (@babyB_ig7) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 14:15
    พี่เขาหวง เข้าใจมั้ยแบม55555 
    #13918
    0
  9. #13841 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 00:55
    โอ้ยตายยยยย น่ารักกกกกกกกก
    #13841
    0
  10. #13218 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 12:24
    กรี๊ดอยากให้แบมใส่แบบนี้อ่ะ 55555555
    #13218
    0
  11. วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 21:47
    หวงก็บอกว่าหวงค่ะมาร์ค
    #13043
    0
  12. #12974 jjtk (@bebiejaney) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 21:18
    หูยยยหวงแรงงงง ชอบพี่มัคตรงนี้แหละ หวงก็บอกหวง
    เริ่มสงสารเฮียละเนี่ยนนน อย่าทิ้งเนียรนะเว้ยยนนน อิเฮียยยย
    #12974
    0
  13. #12954 anansiweaw (@anansiweaw) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 00:54
    สุดท้ายคือพี่หวงมากอะคะ
    #12954
    0
  14. #12915 Fuseka (@Fuseka) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 23:00
    ว้าว เกงสั้นได้ใจมาก อยากเห้นคนหึงจังเลย 555
    #12915
    0
  15. #12880 Anase-san (@951902) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 17:54
    จะหึงจะหวงก็บอกน้องไปตรงๆค่ะพี่มาร์ค 55555
    #12880
    0
  16. #12874 ptptct (@leepatelf) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 00:38
    หวงนี่นา555
    #12874
    0
  17. #12872 shapehyunn (@shapehyun04) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 23:20
    ปากแข็งเองอิพี่ 55
    #12872
    0
  18. #12870 FernWalailuk (@FernWalailuk) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 17:58
    หว๊าาา คนเรา พูดตรงๆตั้งแต่แรกก็จบแล้ว 5555
    #12870
    0
  19. #12869 MBY_626 (@miraculous_626) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 16:12
    ต้องพูดตรงๆอ้อมไปน้องไม่รู้55555555
    #12869
    0
  20. #12868 namfon-ufa (@namfon-ufa) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 06:01
    หวงได้ฮาร์ดคอสุดๆ
    #12868
    0
  21. #12867 waslikebubblegum (@waslikebubblegum) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 12:19
    โหหหห.. สั้นกว่านี้ก็กางเกงในแล้วน้องแบมมมมมม 555
    555ฉมน้ำหน้า ปากแข็งอยู่ได้ รู้สึกหลังๆมานี้น้องแบมเอาพี่มาร์คอยู่หลายครั้งเลยอะ ด้วยวิธีซื่อๆ ของน้องนี่แหละ น่ารักที่สุดด
    ยัยเจน ยัยบ้า มาพูดอะไรกรอกหูน้องฉันห้ะะ เดี๊ยะๆๆๆ
    #12867
    0
  22. #12862 Malin (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 23:33
    หวงก้อบอก ทำเปนแอ๊บ หึหึ ขำตรงที่ มันเก็บได้นี้แหละ 555555
    #12862
    0
  23. #12859 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 14:49
    ขี้หวงไปอีกกกก 5555555
    #12859
    0
  24. #12849 210741k (@210741k) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 03:39
    หวงงงได้อีกก 5555 พูดยากพูดเย็นจริงๆเลยพ่อคุณ
    #12849
    0
  25. #12848 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 00:19
    พี่มาร์คหวงเข้าใจไหม 55555555 มีภาค 2 มั้ยยง่าา ชอบเรื่องนี้มาก
    #12848
    0