(จบแล้ว)-ไอ้จืดแฟนผม-MarkBam

ตอนที่ 5 : -4- เมื่อผมป่วย (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 279 ครั้ง
    17 ก.พ. 59






          “ไม่ใส่แล้วหรอแว่นตาน่ะ ?เอ๋ ? ผมเงยหน้าขึ้นมองผ่านความพร่ามัวและหยดน้ำฝนที่ตกพรำๆลงมา ผู้ชายตัวสูงตรงหน้าวางแว่นตาลงในมือของผม ก่อนจะยืนล้วงกระเป๋ามองผมที่ค่อยๆสวมแว่นตากลับเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง




          “เอ่อ ..ไม่รู้ว่ามันล่วงหล่นลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เขายิ้มเล็กน้อยกระชับเป้ที่สะพายอยู่บนบ่าก่อนจะยื่นร่มในมือของเขามาให้ผม




          “ขึ้นห้องไม่ได้หรอ ? หรือว่ามานั่งรอใคร แต่ยังไงก็ไม่ควรมานั่งตากฝนนะเดี๋ยวจะเป็นหวัดเพื่อนใหม่ของผมที่เรารู้จักกันในเซเว่นนั่นเอง เขาสวมแบบฟอร์มพนักงานท่าทางเหมือนเพิ่งจะเลิกงานมาได้สักพักและกำลังจะเดินไปที่ไหนสักแห่งที่ไม่ใช่ทางกลับคอนโด




          “เปล่า พอดีเรา ..นั่นสิ ผมมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ จำได้ว่าตั้งแต่พี่มาร์คขับรถออกไปผมก็มานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ เพื่ออะไรนะ ? ทำไมผมต้องร้องไห้เพราะโดนเขาด่าด้วยล่ะ แถมยังมานั่งตากฝนอีกต่างหาก ถ้าผมป่วยขึ้นมา .. เฮียต้องเดือดร้อนแน่ๆเลย




          “ไปกินก๋วยเตี๋ยวป่ะ ร้านยังไม่ปิดจริงๆก็หิวนิดหน่อย เมื่อเย็นกินหมูกระทะไปนิดเดียวเองเนียร์กับแจชอบบอกว่าผมกินเหมือนแมวดมเพราะผมกินน้อยไม่คุ้มค่าบุฟเฟ่หัวละเกือบสามร้อยบาทเลย




          “เอ่อ ไม่เป็นไรไม่อยากรบกวนผมลุกขึ้นกอดกระเป๋าเป้ที่เปียกไปหมดแล้ว ไอโฟนผมก็คงจะเปียกไปด้วยไหนจะชีทเรียนกับหนังสือที่อยู่ในกระเป๋าอีกสามสี่เล่มนี่อีกล่ะ




          “ไปเถอะ ถือว่าเลี้ยงเนื่องในโอกาสที่เราเจอกันนอกเหนือเวลางานไงผมลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยอมเดินตามเขาไปอยู่ดี




          เขายื่นร่มมาบังฝนให้ผมทั้งที่ผมเปียกไปหมดทั้งตัวแล้ว ในขณะที่เขาเริ่มเปียกเล็กน้อยเพราะฝนที่ตกลงมาและเขาไม่มีร่มกำบังอีกต่อไปเมื่อเขายื่นร่มในมือมาบังเม็ดฝนให้กับผมที่เดินข้างๆเขาขณะเดินไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไม่ไกลจากคอนโดด้วยกัน




          "กินอะไรสั่งเลยเดี๋ยวกูเลี้ยงเองเขาถามหลังจากที่เดินไปตักน้ำแข็งใส่แก้วกลับมาพร้อมกับน้ำอัดลมอีกหนึ่งขวด เขาพูดมึงกูกับผมตั้งแต่ครั้งแรกที่เราคุยกันเลยล่ะ เขาบอกว่าเป็นผู้ชายเหมือนกันไม่ต้องพูดเพราะใส่กันก็ได้ มีแต่ผมที่ไม่กล้าเรียกเขาแบบนั้นไม่รู้สิครับกับเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่เด็กอย่างเนียร์กับแจผมยังไม่เคยพูดมึงๆกูๆกับพวกเขาเลย




          “เอ่อ เกาเหลากับข้าวเปล่าก็ได้เมนูประจำทุกครั้งที่เข้าร้านก๋วยเตี๋ยวผมไม่ค่อยชอบกินเส้นๆเท่าไหร่กินทีไรผมทำเสื้อเลอะทุกทีเลย




          “จัดไปเขาหันไปสั่งก๋วยเตี๋ยวทั้งของผมและของตัวเองกับแม่ค้าที่กำลังยืนลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้าคนอื่นที่ยืนรออยู่ มันเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวรถเข็นน่ะครับ มีโต๊ะอยู่สามโต๊ะกับร่มอีกสองคัน ยูคเขาพาผมมานั่งโต๊ะด้านในสุดที่มีร่มและน้ำฝนก็กระเด็นมาไม่ถึงพวกเราที่นั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน




          “ทำไมมึงยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่อีกวะ ? คณะมึงเรียนหนักจนเลิกดึกขนาดนี้เลย ?ผมส่ายหน้าจะให้บอกเขาได้ยังไงว่าผมนั่งรถหลงไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แถมยังโดนต่อว่าด้วยถ้อยคำแรงๆจนต้องไปนั่งร้องไห้ตากฝนอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งเขาเดินเข้ามาทักผมนั่นล่ะ




          “เปล่าหรอก พอดีเราแวะไปที่อื่นมา




          “หรอ ? แต่กูเห็นมึงนั่งอยู่ตรงนั้นตั้งแต่นาน ตอนแรกเลยคิดว่ามึงขึ้นห้องไม่ได้ซะอีก




          “ว่าแต่นายเถอะ ทำไมถึงยังต้องทำงานด้วยล่ะ อยู่คอนโดเดียวกันก็น่าจะแปลว่านายก็ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินนี่นาคอนโดที่เฮียอยู่ราคาแพงมากเลยครับ คอนโดนี้ป๊าซื้อให้เฮียตอนสมัยเฮียยังเรียนอยู่มอปลายน่ะ ซื้อตอนเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆราคามันเลยค่อนข้างจะแพงมากผมเลยสงสัยว่าทำไมเขาถึงยังต้องทำงานทั้งที่ก็น่าจะเป็นลูกคนมีเงิน




          “สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิดเสมอไปง่ะ ทำไมเขาต้องพูดให้ผมงงด้วยล่ะเนี่ย

          



          แม่ค้าเอาก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟผมเห็นยูคตักเครื่องปรุงใส่ชามก๋วยเตี๋ยวในขณะที่ผมกินรสชาติเดิมๆไม่ปรุงรสชาติใดๆลงไป ยูคเงยหน้ามองผมพลางขมวดคิ้วใช้ตะเกียบเคาะชามเกาเหลาของผมสองสามที

          



          “ไม่ปรุง ?ผมส่ายหัว




          “ปกติเราก็กินแบบนี้จริงๆแล้วผมปรุงไม่เป็นต่างหาก คือผมไม่มีรสชาติที่ชอบและผมก็ไม่รู้ว่าถ้าหากปรุงไปรสชาติมันจะแย่ลงจนกินไม่ได้หรือเปล่า




          “เหมือนเด็กเลยแฮะ พริกก็ไม่ใส่ กินจืดๆแบบนี้จะอร่อยหรอวะ ?ปกติผมก็กินแบบนี้นี่นา แต่ทุกทีเวลาผมกินกับเฮียเฮียก็จะปรุงให้นะ แต่ถ้าเฮียไม่อยู่ผมก็ไม่กล้าปรุงเองกลัวมันไม่อร่อย




          “นี่ลองเติมนี่ดูดิ นี่ด้วย นี่อีก ใส่พริกนิดนึง อ่ะคนๆดู อร่อยเชื่อกูเขาตักเครื่องปรุงอย่างละนิดละหน่อยมาใส่ถ้วยเกาเหลาของผม แต่ผมไม่กินเผ็ดนี่ฮะ .. แล้วแบบนี้ผมจะกินได้หรือเปล่าอ่ะ




          “อะไร ไม่เชื่อใจกูหรอว่ามันจะอร่อย ?เขาถามน้ำเสียงเอาเรื่อง ผมรีบส่ายหัว ทำไมทุกคนชอบทำให้ผมกลัวอยู่เรื่อยเลย




          “คือ .. เรากินเผ็ดไม่ได้เขาหัวเราะหลังจากได้ฟัง




          “ไม่เผ็ดหรอกกูเทสแล้ว วันนี้พริกไม่เผ็ดใส่นิดเดียวไม่เผ็ดมากหรอก ลองกินดูผมหยิบช้อนตักเกาเหลาใส่ปากก่อนจะตักข้าวกินตาม อืม .. ไม่เผ็ดจริงๆด้วยแฮะ




          “อร่อยใช่ป่ะ ?ผมพยักหน้า อร่อยเหมือนที่เฮียปรุงให้เลยครับ




          “นายอยู่กับใครหรอ ? อยู่คนเดียวหรอ ? เหงาแย่เลยเนอะปกติผมไม่ค่อยชวนใครคุยก่อนนะ แต่กับเขาผมรู้สึกว่าผมอยู่ด้วยแล้วสบายใจเหมือนอยู่กับเนียร์กับแจหรือว่าเฮียเลย




          “อยู่กับพี่ชาย ไม่สิ ไม่ใช่พี่หรอก เราไม่สนิทกันเขาตอบพลางไหวไหล่เล็กน้อย ผมงงนะ ไม่สนิทกันแล้วจะอยู่ด้วยกันได้หรอ ? แล้วเป็นพี่น้องกันทำไมถึงไม่สนิทกันล่ะ




          “อ้าวเป็นพี่น้องกันทำไมถึงไม่สนิทกันล่ะ ?




          “ลูกคนแม่ ไม่ค่อยถูกกัน แต่ก็ช่างเถอะปกติก็ต่างคนต่างอยู่น่าแปลกจังเลยแฮะ ปกติคนเป็นพี่น้องกันก็ต้องรักกันไม่ใช่หรอ อย่างผมกับเฮียเรายังรักกันมากเลยนะ แล้วลูกคนละแม่นี่หมายถึงอะไรหรอ คนเราก็ต้องมีแม่เดียวกันสิไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าเป็นพี่น้องกันได้ยังไงล่ะ ก็เกิดมาจากแม่เหมือนกันนี่นา




          “เอ๋ ?ผมเอียงคอนิดๆไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ แต่ช่างเถอะ เฮียบอกว่าอย่าไปรู้เรื่องของคนอื่นเขามากเลยมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเราก็แค่ฟังผ่านหูเดี๋ยวก็ลืมมันไปอยู่ดี




          “ฮึ มึงนี่ชอบทำหน้ามึนๆงงๆอยู่เรื่อยเขาเอื้อมมือมาเคาะหัวผมเบาๆ ชอบทำเหมือนแจเลย แกล้งให้ผมเจ็บตัวอยู่เรื่อย




          “ตี๋ !! แฮ่กๆผมสะดุ้งหันไปตามเสียงเรียกก็เห็นเฮียวิ่งตัวเปียกหน้าตาแตกตื่นตรงเข้ามา เฮียขบฟันจนกรามขึ้นเป็นสันนูนท่าทางแบบนี้เหมือนกำลังโกรธอะไรมา ผมขยับแว่นตาวางช้อนในมือลงก่อนจะลุกไปจับมือเฮียที่กำกันแน่นอยู่




          “เฮียเป็นอะไรครับเรียกผมเสียงดัง ผมตกใจนะ ?ดวงตาเรียวตวัดมองผมขุ่นเคือง นี่ผมทำอะไรผิดอ่ะทำไมต้องโกรธผมด้วยนะ ก็แค่มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวกับเพื่อนเอง




          “ดึกแล้วมัวทำอะไรอยู่ทำไมไม่ขึ้นห้อง เฮียตามหาตั้งนานนึกว่าโดนไอ้มาร์คเอาไปปล่อยทิ้งไว้ที่ไหนแล้ว !”




          “ก็เกือบทิ้งจริงๆนี่ผมตอบเสียงเบาหวิว ก้มหน้าลงมองปลายเท้าน้ำตาเกือบจะไหลออกมาอีกแล้ว




          “ว่าไงนะ ?!เฮียจับหัวไหล่ผมทั้งสองข้างเขย่า เฮียเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่ต้องการอยากจะรู้อะไรจากปากของผม




          “ทำไมเฮียต้องให้พี่มาร์คไปรับผมด้วยล่ะ เขาว่าผม เกือบจะทิ้งผมไว้ที่นั่น ผม .. ผมไม่ชอบเขาเลยคนคนนั้น .. ผมเกลียดเขาเข้าแล้วจริงๆ




          “เวรเอ๊ย !” เฮียสบถอีกสามสี่คำ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาใครบางคน ก่อนจะรัวคำพูดที่ไม่น่าฟังอีกชุดใหญ่ใส่ปลายสาย เฮียเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ผมมาถือ วางเงินลงบนโต๊ะด้วยท่าทางหงุดหงิด ก่อนจะดึงแขนผมให้เดินตามเร็วๆออกมาจากร้าน




          “เดี๋ยวเฮีย ผมยังไม่ได้ขอบคุณเขาเลยผมหันไปมองยูคที่ลุกขึ้นยืนมองผมกับเฮีย เขาจะโกรธผมไหมอ่ะที่ทิ้งเขาไว้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวคนเดียว




          “ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปขอบคุณมันก็ได้ มันอยู่ชั้นล่างของห้องเรานี่เองเอ๋ ? เฮียรู้จักเขาด้วยหรอ ?




          “ทำไมเฮียรู้ล่ะ ?ผมงงนะ




          “ไอ้นั่นน่ะน้องเพื่อนเฮีย เลิกสงสัยแล้วขึ้นห้องไปอาบน้ำเข้านอนได้แล้วง่ะ ! ทำไมโลกมันกลมจังเลย แต่ถ้ายูคเป็นน้องของเพื่อนเฮีย งั้นแสดงว่าเพื่อนเฮียก็ต้องเป็นพี่ชายที่ไม่ถูกกันกับยูคน่ะสิ ..   


          **



          รู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัว แถมยังปวดหัวมากๆ อาการแบบนี้ผมรู้เลยว่าผมกำลังไม่สบาย ปกติผมก็ป่วยบ่อยอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อคืนผมตากฝนมาทั้งคืนเช้ามาไข้เลยขึ้นสูง ลมหายใจร้อนผ่าวจมูกตื้อหายใจไม่ค่อยสะดวก ผมลืมตาขึ้นมองนาฬิกาบนฝาผนังสายขนาดนี้แล้วเฮียคงไปเรียนแล้วล่ะ ผมคงต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อนสินะ ..




          ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยอาการมึนหัวแล้วก็ต้องล้มลงไปนอนอีกรอบ ผมไม่อยากโทรไปบอกเฮียว่าผมกำลังป่วยเพราะเฮียต้องรีบโดดเรียนกลับมาดูแลผมแน่ๆเพราะฉะนั้นวันนี้ผมจะช่วยเหลือตัวเองโดยไม่ทำให้ใครต้องมาเดือดร้อนหรือวุ่นวายเพราะผมเป็นอันขาด




          ผมหลับไปอีกรอบตื่นขึ้นมาตอนเที่ยงอาการก็เหมือนยังไม่ทุเลาลง ผมค่อยๆปีนลงจากเตียงจะออกไปเอาน้ำมากินยา ท้องไส้ของผมมันปวดแสบปวดร้อนไปหมด ร้องโครกครากเสียงดังเพราะเลยเวลากินข้าวมานานมากแล้ว ผมจะปวดท้องมากๆหากวันไหนไม่ได้กินข้าวเช้ามันเป็นความเคยชินไปเสียแล้วที่ผมต้องกินข้าวตรงตามเวลาทุกมื้อไม่อย่างนั้นผมจะปวดท้องจนแทบไม่มีแรงเดินไปไหนได้เลย




          ผมหยิบข้าวกล่องในตู้เย็นออกมาอุ่นกิน มันเป็นสิ่งเดียวที่ผมทำได้เลยมั้งครับเพราะไม่ยุ่งยากอะไรแค่จับใส่ไมโครเวฟแล้วตั้งเวลารอเพียงอึดใจเดียวข้าวก็ร้อนพร้อมกินได้แล้ว แต่หากจะถามว่านอกจากเวฟข้าวกล่องกินได้แล้วมาม่าล่ะผมทำได้ไหม ผมว่าผมก็ทำได้นะแต่ส่วนใหญ่เฮียไม่ค่อยให้ผมกินเพราะมันไม่ค่อยมีประโยชน์และมีโซเดียมเยอะเฮียเลยไม่เคยซื้อมาติดห้องเอาไว้เลยนอกจากข้าวกล่องซึ่งก็มีไม่มากหรอกครับซื้อมาเก็บไว้เผื่อฉุกเฉินจริงๆ




          ปกติเฮียจะทำกับข้าวใส่ตู้เย็นไว้ให้ผมอุ่นกินเวลาที่เฮียต้องไปขายของหลังเลิกเรียนเพราะผมจะอยู่คนเดียวตั้งแต่กลับมาถึงห้องจนถึงเที่ยงคืนตีหนึ่งทุกวัน แต่วันนี้เฮียไม่ได้ทำกับข้าวทิ้งเอาไว้ให้นั่นก็หมายความว่าวันนี้เฮียคงเลิกเรียนเร็วกว่าทุกๆวัน ผมนั่งกินข้าวกินยาแล้วกลับเข้ามานอนต่อโชคดีที่วันนี้ผมไม่เรียนเลยไม่ต้องฝืนร่างกายลุกขึ้นไปเรียน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เจอเฮียนั่งก้มๆเงยๆอยู่ข้างเตียง




          “ดีขึ้นหรือยัง ?เฮียถามพลางเก็บกองชีทที่ผมเอาออกมาอ่านแล้วไม่ได้เก็บให้มันเรียบร้อยขึ้นไปวางบนโต๊ะเขียนหนังสือ




          “ดีขึ้นแล้วฮะเสียงแหบจนน่าเกลียดเลยอ่ะ




          “ทีหลังพยายามอย่าตากฝนผมพยักหน้าเบาๆ จริงๆยังรู้สึกไม่ค่อยมีแรงปวดเมื่อยเนื้อตัวลมหายใจร้อนผ่าวอยู่เลย




          “วันนี้เฮียจะไปทำงานไหมฮะ ?ผมอยากให้เฮียอยู่ด้วย ทุกทีเวลาที่ผมป่วยผมไม่อยากอยู่คนเดียวเลย




          “อืม จะให้เฮียเรียกแก๊งค์เรามาอยู่เป็นเพื่อนหรือเปล่าล่ะ ?ง่า แย่จังเลย ผมก็อยากให้เพื่อนมาอยู๋ด้วยนะครับ แต่ว่าผมเกรงใจพวกเขาน่ะ กว่าเฮียจะกลับก็ดึกแล้วแถมบ้านพวกเขายังอยุ๋คนละฝั่งกับคอนโดเฮียเลย ผมไม่อยากให้พวกเขาขับรถกลับตอนดึกๆน่ะมันอันตรายแถมพรุ่งนี้ยังมีเรียนแต่เช้า ผมเกรงใจพวกเขาไม่อยากให้ต้องมานั่งเฝ้าผมที่เป็นตัวภาระอีก




          ผมกัดชายผ้าห่มกลอกตาไปมาไม่รู้จะเอายังไงดี ใจหนึ่งก็อยากจะอ้อนเฮียให้ไม่ไปอ่ะ แต่ถ้าเฮียไม่ได้เฮียก็จะขาดรายได้ไปเยอะเลยนะร้านเฮียน่ะขายดีมากๆแถมยังเกรงใจเจ้าของร้านที่เฮียทำงานอยู่ ถ้าหากว่าเฮียต้องหยุดงานมานั่งเฝ้าผม




          “ไม่เป็นไรฮะ ผมอยู่ได้ไม่เป็นไรหรอกจะไม่เป็นอะไรจริงๆใช่ไหมนะ หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้นอ่ะ ผมจะพยายามไม่ทำตัววุ่นวายหาเรื่องเจ็บตัวอีกก็แล้วกัน จะนอนนิ่งๆอยุ่บนเตียงจนแบบนี้จนกว่าจะหายดี




          “แน่ใจนะว่าจะไม่ให้เฮียเรียกเพื่อนเรามาอยู่ด้วย ?เฮียเดินมาลูบหัวผมเบาๆ ไม่แน่ใจหรอกครับแต่ผมพยักหน้าอ่ะก็ผมเกรงใจพวกนั้นนี่นา




          “แล้วนี่กินยาหรือยัง ?




          “กินแล้วฮะ เมื่อเที่ยงนี่เองเฮียดูนาฬิกาข้อมือพยักหน้าเล็กน้อย




          “อืม เพิ่งกินไปได้ชั่วโมงเดียวเฮียพึมพำก่อนจะเดินออกจากห้องไป ผมนอนนิ่งอยู่บนเตียงเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาตามหน้าผาก เฮียปิดแอร์ในห้องแต่เปิดระเบียงและประตูห้องทิ้งไว้ ผมได้กลิ่นข้าวต้มหอมๆลอยมาจนเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แม้ว่าจะเพิ่งกินข้าวไปเมื่อตอนเที่ยงแต่ตอนนี้ผมก็เริ่มหิวขึ้นมานิดๆแล้วเหมือนกัน




          “ตี๋ เฮียทำข้าวต้มไว้ในครัวนะ เฮียตั้งนาฬิกาปลุกไว้ให้แล้ว ตื่นก็กินข้าวกินยาให้ตรงเวลาด้วยล่ะ ห้ามลืมเด็ดขาดเฮียเดินมาสั่งพลางลูบหัวผมอย่างอ่อนโยน เนียร์เคยบอกกับผมว่าเฮียเป็นเป็นผู้ชายนิสัยไม่ดีแต่ทำไมผมถึงไม่เคยรู้สึกแบบนั้นเลยนะ ผมว่าเฮียน่ะใจดีจะตายแถมยังสุภาพอ่อนโยนสุดๆเลยด้วย บางทีเนียร์อาจจะเข้าใจอะไรผิดไป




          “ฮะพยักหน้าตอบไปก่อนจะนอนหลับไปอีกรอบ ตื่นขึ้นมาเฮียก็ไม่อยู่แล้ว ผมปิดเสียงนาฬิกาปลุกพยายามพาตัวเองออกมากินข้าวกินยาตามที่เฮียสั่ง ผมตักข้าวต้มในหม้อใส่ถ้วยเอาเข้าไมโครเวฟก่อนจะเดินไปกดน้ำเปล่าจากกระติกน้ำร้อนใส่แก้วมาวางบนโต๊ะนั่งกินข้าวจนอิ่มผมก็กินยา เบื่อๆไม่รู้จะทำอะไรก็เลยไปหยิบหนังสือออกมานอนอ่านที่โซฟา หนังสือที่ผมซื้อมาเมื่อวานเปียกน้ำฝนหมดเลยครับเฮียเลยเอาไปตากแดดให้รอมันแห้งก็น่าจะยังพออ่านได้ ผมเสียดายน่ะไม่อยากทิ้งแล้วไปซื้อใหม่เลยต้องจำใจอ่านทั้งที่สภาพมันเป็นแบบนั้นไปแล้ว




          อ่านหนังสือไปก็ไม่เข้าหัวเลย สมองผมตื้อไปหมดหายใจก็ไม่ค่อยสะดวกน้ำมูกไหลจนรำคาญตัวเอง สุดท้ายก็ต้องวางหนังสือถอดแว่นวางลงกับโต๊ะหยิบรีโมทขึ้นมาเปิดสารคดีดูแทน




          เนียร์กับแจเคยถามผมว่าทำไมผมถึงชอบดูแต่สารคดี ผมว่าดูอะไรพวกนี้มันสบายใจดีนะครับยิ่งเป็นสารคดีเกี่ยวกับชีวิตของพวกสัตว์ทะเลหรือกระต่ายนี่ผมยิ่งชอบมากเป็นพิเศษเลย




          ติ๊งต่อง~ ติ๊งต่อง ~




          ผมละสายตาจากหน้าจอทั้งที่ยังไม่ทันจะได้กดเปิดเลย มองไปที่ประตูห้องพลางลังเลเล็กน้อยว่าควรจะลุกไปดูดีไหมว่าใครมา ปกติไม่เคยมีใครมาที่ห้องในเวลาแบบนี้หรอกครับ ถ้าป๊ากับม๊าจะมาก็จะโทรมาบอกก่อนล่วงหน้าตั้งหลายวันก่อน

เพื่อนเฮียหรอ ? พวกเขาก็รู้นี่นาว่าเลิกเรียนแล้วเฮียต้องไปทำงานต่อแต่ถึงจะเป็นเพื่อนเฮียจริงๆก็ขึ้นมาไม่ได้หรอกนะครับถ้าไม่มีคีย์การ์ดของคอนโด หรือว่าเขาจะกดผิดห้องกันนะ ? แต่ไม่เป็นไรหรอกลองลุกไปดูสักหน่อยอาจจะเป็นคนรู้จักของเฮียในคอนโดนี้ก็ได้ที่มากดกริ่งน่ะ ผมหยิบแว่นตาขึ้นมาสวมลุกเดินไปส่องตาแมวแต่ก็ไม่เห็นจะมีใครเลยนี่นา ..พอผมไม่เปิดเขาก็รัวกดกริ่งอีกครั้งสามสี่ครั้งติดต่อกันจนผมต้องยอมเปิดประตูชะโงกหน้าออกมาดู




          “เย้ย !” ผมชักเท้าถอยหลังเมื่อเปิดประตูออกมาเจอพี่มาร์คยืนอยู่หน้าห้อง นี่เขาขึ้นมาบนนี้ได้ยังไงกันน่ะ ? ผมงงมากเลยนะ แล้วเขามาทำอะไรที่นี่อ่ะเขาไม่ร็หรอว่าเฮียไม่อยู่ห้อง




          “ทำหน้าอะไรของมึง หลบดิกูจะเข้าห้องเอ๋ ? เข้าห้อง ? เข้ามาทำไมอ่ะ ?




          “เข้ามาทำอะไรครับ ? เฮียไม่อยู่หรอกครับ เฮียไปทำงานผมยืนอยู่ที่เดิมไม่หลบให้เขาหรอก เรื่องอะไรจะมาเข้าห้องคนอื่นมั่วซั่วกันล่ะ แล้วยิ่งเฮียไม่อยู่อีก เอ๊ะ ? หรือเขาจะมาต่อว่าผมอีกเรื่องที่ผมทำให้เขาโดนเฮียว่าเมื่อคืนกันนะ ผมถามเฮียเองล่ะว่าตอนอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเฮียต่อว่าใครไปชุดใหญ่เลย




          “กูรู้ว่ามันไม่อยู่ มันบอกกูว่ามึงป่วยแล้วมันให้กูมารับผิดชอบมึงที่กูสะเหล่อทำให้มึงตากฝนจนป่วย ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดเหี้ยอะไรของกูเลย




          “ไม่ต้องหรอกครับ ผมดีขึ้นมากแล้วครับพี่กลับไปเถอะผมคงอึดอัดใจแย่ถ้าต้องอยู่กับเขาอ่ะ ไม่เอาหรอกไม่ต้องมารับผิดชอบผมหรอก




          “ไม่ทำตัวมีปัญหาสักวันมันจะตาย ?เขาทำหน้าดุจนผมเผลอชักเท้าหนี แล้วเขาก็เบียดตัวเองแทรกเข้ามายืนในห้องได้จนสำเร็จ ผมไม่ได้ทำตัวมีปัญหาอะไรเลยนะ ต่อให้ผมอยู่เฉยๆเขาก็หาเรื่องมาว่าผมได้อยู่ดี ผมทำอะไรก็ผิดตลอดนั่นแหละในสายตาของเขา




          พี่มาร์คเดินไปนั่งที่โซฟา ผมไม่รู้จะทำยังไงผมไม่อยากอยู่ใกล้ไม่อยากให้เขาเห็นผมอยู่ในสายตา ผมอยากทำตัวเป็นธาตุอากาศเขาจะได้มองไม่เห็นผมแล้วจะได้ไม่ต้องมาดุผมว่าผมทำอะไรผิดหรือโง่ในสายตาของเขาอีก




          “ยืนเอ๋ออีก ไม่มีตูดหรอ หรือกูแย่งที่มึงนั่ง ?น่ะเห็นไหมว่าขนาดผมยังไม่ได้ทำอะไรเขายังหาเรื่องมาว่าผมได้เลย เขาเขยิบไปนั่งที่โซฟาอีกตัว หยิบถุงที่เขาซื้อมาขึ้นมาหาอะไรอยู่สักพักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองมาทางผมที่กำลังเดินไปนั่งโซฟา




          “เอาไป !” เขาโยนซองอะไรสักอย่างลงบนตักผม ผมหยิบขึ้นมาดูเห็นมีรูปเด็กนอนมีอะไรสักอย่างแปะอยู่บนหัวด้วย




          “?




          “เจลลดไข้ กูคิดว่ามึงคงไม่โง่ว่าเป็นของกินอีกนะง่ะ คำก็โง่สองคำก็โง่ แน่จริงพี่มาแข่งเรียนกับผมไหมว่าใครจะได้เกรดมากกว่ากันอ่ะ ผมเบะปากก้มมองของในมืออีกครั้ง เจลลดไข้หรอ ?




          “อื้อ ..อยู่ๆเขาก็ยื่นมือมาแตะหน้าผากผมอ่ะ รู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตเลยตอนที่มือของเขาสัมผัสผิวเนื้อของผม คือ .. มันตกใจอ่ะครับ นึกว่าเขาจะตีผมซะอีก




          “ตัวยังร้อนอยู่ กินข้าวกินยาแปะไอ้นี่แล้วนอนไม่น่าจะพออะไรของเขา พึมพำคนเดียวอยู่ได้




          “อาบน้ำได้ไหมมึงอ่ะ ?เอ๋ ?




          “ไม่ได้สินะ งั้นเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าก็พออะไรของเขา ผมไม่เข้าใจเขาเลย




          “เอ่อ .. ให้ผมเปลี่ยนชุดทำไมอ่ะครับ ?




          “จะพาไปหาหมอ




          “.....   


          #มาร์คไม่รักน้อง

===================================

TBC.

มาร์คนางฤทธิ์เยอะกว่านี้ได้อีก 

เรื่องแมวนี่บอกเลยว่าเอาออกไปกลิ่นก็ไม่หายง่ายๆค่ะ กลิ่นมันติดฝ้าอ่าถึงเอาซากมันออกแต่กลิ่นยังติดกับฝ้าอยู่เลยหายเหม็นยาก มันเคยขึ้นมาตายบนฝ้าห้องพี่ชายไปแล้วรอบหนึ่งสามสี่เดือนแล้วห้องยังมีกลิ่นจางๆอยู่เลย นี่ก็คงติดไปสักชาติอ่ะค่ะเล่นมาตายกันยกคอก สงสัยต้องย้ายบ้านหนี 5555555555555555 ♥

 

 

 

mx-xine
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 279 ครั้ง

14,382 ความคิดเห็น

  1. #14248 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:17
    อ้าวพี่
    #14248
    0
  2. #14230 kim_vbts (@kim_vbts) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 14:58
    ขอถอดคำพูดที่บอกว่าน้องซื่อเเล้วน่ารักได้ม่ะ
    #14230
    0
  3. #14193 NuNanMooKapook (@NuNanMooKapook) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:06
    เป็นห่วงพูดไม่ยากนะมาร์คคคค
    #14193
    0
  4. #14160 bb1a1n (@benzswbb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:21
    พูดเพราะๆ บ้างงง น้องจะได้เข้าใจว่ามาร์คก็เป็นห่วงไงงงง มาร์คเอ้ยยยยย
    #14160
    0
  5. #14085 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 23:43
    เเหม๊ ละก็บอกไม่ใช่เรื่อง
    #14085
    0
  6. #14050 verynan (@verynan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 18:42
    อ่อนโยนกับแบมหน่อยเด็กมันซื่อออออ
    #14050
    0
  7. #13992 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 08:17
    ยูคนี่น้องมาร์ครึป่าว มาร์คนี่เจอหน้าน้องก็ปากร้ายใส่ใจร้ายที่สุด
    #13992
    0
  8. #13985 newyears1704 (@newyears1704) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 19:56
    อยู่กับคนแบบแบมนี่คงฆ่าตัวตายอ่ะ ปวดหัววว
    #13985
    0
  9. #13887 babyB_ig7 (@babyB_ig7) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 19:18
    เข้าใจแหละ คือพี่แกพูดดีๆเพราะๆไม่เป็น อืมๆ
    #13887
    0
  10. #13880 kaowkanya2002 (@kaowkanya2002) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 22:06
    มาร์คนางน่าจะเป็นไบโพลาร์ น่าสงสัยอยู่?
    #13880
    0
  11. #13800 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 02:12
    มาร์คจะเอายังไง หึ
    #13800
    0
  12. #12414 NwSmile (@n-pity) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 01:39
    สงสารไรต์ 55555
    #12414
    0
  13. #11637 Blackcat in night (@tooncream) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 17:47
    ขำไรท์ มาอัพเดตเรื่องแมวดั้วะ 555555
    #11637
    0
  14. #11589 Dearnaded (@dearnaded) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 18:04
    ชอบแนวนี้น่ารักจัง
    #11589
    0
  15. #10776 yukdear (@yukdear) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 16:21
    ทำไมไม่นึกถึงยูคเลย-หน้าจืด555555
    #10776
    0
  16. #10646 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 21:47
    เชียร์ยูคได้มั้ย 555555
    ยูคเป็นน้องมาร์ครึเปล่าเนี่ย
    #10646
    0
  17. #9338 BeeKray (@BeePhonenimith) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 15:01
    แบมแบมชื่อจนดูเหมือนโง่ แบบว่า แม้แต่คำว่าลูกคนละแม่เป็นไปได้ยังไงที่จะชื่อบื้อจนไม่รู้อะไรเลย มันยิ่งกว่าเด็ก7ขวบอีกนะที่ไม่รู้คำว่าลูกคนละแม่
    #9338
    1
    • #9338-1 july94 (@july94) (จากตอนที่ 5)
      25 กันยายน 2559 / 23:53
      ยังไงดีล่ะ จริงๆแบมคล้ายเด็กที่มีความผิดปกติด้านสมองค่ะ แต่ไรท์ไม่อยากเขียนเจาะจงว่าแบมเป็นเด็กพิเศษที่มีความผิดปกติตรงๆ เพราะไรท์ไม่เข้าใจอาการของคนที่เป็นโรคนี้ค่ะกลัวเขียนออกมาแล้วมีคนท้วงเรื่องความรู้ที่ไม่แน่นพอของคนที่เป็นโรคนี้ อาจจะเขียนแล้วทำให้คนอ่านรู้สึกตะขิดตะขวงใจก็ขอโทษด้วยนะคะ
      #9338-1
  18. #9067 Lorelei (@yoyumito) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 17:03
    เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายตามไม่ทีนล่ะมาร์ค^^
    #9067
    0
  19. #9036 P-ENT (@pentsy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 13:07
    มาร์คดูแลแบมดีๆได้ไหม พูดดีๆด้วย
    #9036
    0
  20. #8780 SehunMark (@ice_indy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 20:44
    คือบางทีแบมก็โง่เกินไปจริงๆนั่นแหละ นางใช้ชีวิตมาถึงบัดนี้ยังไง 5555
    #8780
    0
  21. #8720 ~เกล็ดน้ำค้าง~ (@applebreeze) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 11:31
    พาน้องไปหาหมอหรอ
    #8720
    0
  22. #8556 puifai judu (@puifai-02) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 19:37
    อ่านฟิคแบมก็น่าสงสารนะ แต่เราว่าไรท์น่าสงสารกว่าแบมอีกT-T 55555555
    #8556
    0
  23. #8403 Yellow (@netty25) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 00:21
    คุยกับน้องดีดีกว่านี้สิพี่มาร์คคค ฮึ่ยย
    #8403
    0
  24. #8145 ptptct (@leepatelf) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 01:13
    รับผิดชอบเลยอิอิ
    #8145
    0
  25. #8122 zmgebob (@zmgebob) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 19:00
    ว่าน้องแต่ก้ช่วยทุกอย่าง ????????????????
    #8122
    0