(จบแล้ว)-ไอ้จืดแฟนผม-MarkBam

ตอนที่ 51 : -48- หลับ(150%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    11 ก.พ. 60







“มาเดินทำอะไรมืดๆค่ำๆคนเดียว อุ๊ก!” ผมถองข้อศอกใส่คนที่เล่นบ้าๆอะไรไม่รู้ให้ผมตกใจกลัวจนตัวสั่น



“โอ๊ยแว่น กูเจ็บนะ!” พี่มาร์คยืนตัวงอผมหันไปตีไหล่เขาก่อนจะพาตัวเองเดินออกมาจากซอกแคบตรงนั้น



“โกรธกูหรอ?” โกรธสิฮะ เป็นใครก็คงโกรธไม่ต่างจากผมหรอก



“โกรธฮะ โกรธมากด้วย” ผมเดินหนีพี่มาร์ครีบเดินตาม



“ขอโทษ”



“...”



“แว่นนี่มึงโกรธกูจริงๆหรอ?” ข้อมือถูกคว้าเอาไว้ ผมหันไปหาพี่มาร์คที่ยืนทำหน้าสลดคล้ายคนรู้สึกผิดจริงๆ



“พี่เล่นแบบนี้เกิดผมตกใจจนช็อคตายขึ้นมาจะทำยังไงฮะ ผมกลัวมากเลยรู้ไหมอย่าเล่นแบบนี้อีกนะ” พี่มาร์ครีบพยักหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มเมื่อเห็นว่าผมมีท่าทีผ่อนลงไม่โกรธเขาเหมือนเมื่อครู่นี้



“ก็เดินตามมาตั้งแต่หน้าโรงแรมมึงก็ยังไม่รู้ตัวสักทีก็เลยกะว่าจะแกล้งเล่นสักหน่อย” แกล้งเล่นแต่ผมกลัวจริงๆนี่ฮะ



“แล้วพี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ?” ตอนคุยกันเมื่อช่วงเย็นเขายังทำสวนอยู่ที่บ้านอยู่เลยนี่นา



“เพิ่งมาถึงกำลังจะลงไปหาอะไรกินก็เห็นมึงเดินออกมาจากลิฟท์ตัวข้างๆกูเลยเดินตามมานี่ไง” พี่มาร์คคว้ามือผมไปจับก่อนจะลากผมให้เดินตามเบียดฝูงคนไปตามริมฟุตบาทด้วยกัน



“ไหนบอกว่าจะมาพรุ่งนี้ไงฮะ” ผมถามอย่างนึกสงสัยก็พี่เองเป็นคนบอกว่าจะตามมาพรุ่งนี้แต่แล้วทำไมตอนนี้เขาถึงโผล่มาอยู่ที่นี่ได้



“ก็มีเด็กบอกว่าคิดถึง กูก็เลยรีบนั่งเครื่องตามมาเลย” ผมหันไปมองใบหน้าเสี้ยวข้างของพี่มาร์คที่กำลังขึ้นสีนิดๆนี่อย่าบอกนะว่าเขารีบนั่งเครื่องบินตามผมมาที่นี่เพียงเพราะผมบอกว่าผมคิดถึงเขาน่ะ



“เกือบไม่ทันเรือเที่ยวสุดท้าย” แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมรักเขาได้ยังไงล่ะฮะ



พี่มาร์คบอกผมว่าเขานั่งเครื่องมาพร้อมกับยูค ช่วงบ่ายของวันนี้ยูคโผล่ไปหาเขาที่บ้านหลังจากรู้ข่าวจากแจว่าพี่มาร์คกลับไปหาคุณยายยูคก็รีบขี่รถไปหาพี่มาร์คที่บ้านทันที



“มึงคิดว่ากูกับมันจะเป็นพี่น้องกันได้จริงๆหรอวะ?” พี่มาร์คถามผมหลังจากที่เราเดินหาร้านทานอาหารจากในอินเตอร์เน็ตจนมาเจอร้านที่ถูกใจพี่มาร์คยังไม่ได้กินอะไรก่อนออกมาจากบ้านเลย พี่มาร์คเลือกร้านนั่งชิวสั่งเบียร์พร้อมกับอาหารทะเลมากิน ซึ่งมีคนแนะนำว่าร้านนี้อาหารอร่อย บรรยากาศดี บริการดีเยี่ยมแม้ว่าราคาจะสูงไปสักหน่อยแต่ดูแล้วน่าจะคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่าย



“ได้สิฮะถ้าพี่เปิดใจสักหน่อย” ผมรู้ว่าพี่มาร์คกับยูคไม่ได้อยู่ในสถานะที่เรียกว่าพี่น้องได้อย่างเต็มปาก พวกเขาเหมือนอยู่กันคนละโลกแต่สุดท้ายก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่ายังไงพวกเขาก็ยังมีเลือดเนื้อซึ่งมาจากพ่อคนเดียวกันด้วยกันทั้งคู่



“หึ แม่งยากนะจากคนที่เคยเกลียดจนเข้าไส้แต่จะมามองมันเป็นน้องชายได้ง่ายๆเหมือนกูไม่เคยเกลียดมันมาก่อนเนี่ย”



“แต่พี่ก็ไม่ได้เกลียดเขาเหมือนอย่างเมื่อก่อนนี้แล้วไม่ใช่หรอฮะ?” พี่มาร์คพยักหน้ายกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่ม พนักงานยกกุ้งเผาตัวใหญ่มาเสิร์ฟ



“ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดเท่าไหร่” พี่มาร์คไหวไหล่ เขาเริ่มจัดการกุ้งเผาที่ถูกพนักงานยกออกมาเสิร์ฟด้วยการแกะเปือกมันใส่ลงมาในจานของผม มื้อเย็นผมกินสเต็กกุ้งไปนิดหน่อยเลยยังไม่รู้สึกอิ่มเท่าไหร่



ใครจะคิดว่าผู้ชายอย่างพี่มาร์คจะมานั่งแกะกุ้งให้ผมกิน จากผู้ชายใจร้าย ปากไม่ค่อยดีแถมยังชอบพูดอะไรทำร้ายน้ำใจของผมอยู่บ่อยๆจะเปลี่ยนไปมากถึงขนาดนี้ ผมยกกล้องที่คล้องอยู่บนคอขึ้นมาถ่ายรูปได้ภาพมุมเผลอของพี่มาร์คมาหนึ่งภาพส่วนอีกภาพพี่มาร์คจงใจหันหน้าขึ้นมามองกล้องก่อนจะยิ้มให้ผมกดได้ถ่ายภาพของเขาเอาไว้



“ตัวจริงดูดีกว่าในรูปตั้งเยอะ” ผมกดดูภาพในกล้องที่ถ่ายเก็บไว้เมื่อครู่



“ฝีมือมึงห่วยไงแว่น” พี่มาร์คตหัวเราะก่อนจะยื่นหน้ามาดูรูปถ่ายของตัวเองในกล้องของผม



“กูชอบรูปนี้” ผมก็ชอบรูปนี้แววตาพี่มาร์คดูอบอุ่น ตาเขาเหมือนจะมองมาที่กล้องแต่เปล่าเลยดวงตาคู่นั้นมันกำลังมองมาที่ผมซึ่งเป็นคนถ่ายรูปนี้ต่างหาก



ผมกับพี่มาร์คเดินเล่นกันอีกพักใหญ่ก่อนที่พี่มาร์คจะเดินมาส่งผมเข้าห้องเนื่องจากค่อนข้างดึกมากแล้ว



“พรุ่งนี้เจอกัน” พี่มาร์คบอกพร้อมกับเอื้อมมือมาลูบหัวผม



“อื้อ ฝันดีนะฮะ” ผมเขย่งปลายเท้าจูบริมฝีปากของพี่มาร์คเบาๆ พี่มาร์คทำตาโตใบหน้าขึ้นสีหน่อยๆก่อนจะผลักหัวผมไม่แรงนัก



“ทำอะไรของมึง!” ผมทำหน้างง ก็แค่จูบฝันดีเองอ่ะทำไมต้องขึ้นเสียงใส่แถมยังทำท่ารังเกียจกันด้วยเล่า



“อ้าว ก็แค่จะบอกฝันดีเองอ่ะ” เมื่อก่อนผมก็ทำแบบนี้กับเฮียอ่ะไม่เห็นเฮียจะว่าอะไรเลย



“จิ๊! เข้าไปนอนเลยไปกูกลับห้องละ” พี่มาร์คดันผมเข้ามาในห้องก่อนจะปิดประตูใส่หน้าผมที่ยืนมองเขาอย่างงงๆ ผู้คนนี้เป็นอะไรอีกเนี่ยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอ่ะผมเอาใจไม่ถูกเลย หันกลับมาเห็นเนียร์นอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงเขาถามผมนิดหน่อยว่าไปไหนมาผมเลยบอกว่าออกไปเดินเล่นแล้วเจอพี่มาร์คก็เลยไปหาอะไรกินกันก่อนจะกลับโรงแรม



“พรุ่งนี้เขานัดกี่โมงหรอ?” ผมทำใบตารางกิจกรรมหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้อ่ะ หาดูในกระเป๋าแล้วก็ไม่เจอ



“แปดโมงที่ห้องอาหาร” ผมพยักหน้าก่อนจะเดินถือผ้าขนหนูเเข้ามาอาบน้ำ ผมเตรียมจะนอนแล้วแต่เนียร์เขาดันเรียกผมให้เดินไปหาซะก่อนพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มาให้



“อะไรหรอ?” ผมรับโทรศัพท์จากเนียร์มาถือไว้ในมือ



“แฟนมึงถ่ายรูปปากตัวเองลงไอจีว่ะแถมยังใส่แคปชั่นว่าคืนนี้จะไม่แปรงฟันอีกต่างหาก” ผมยิ่งทำหน้างงไปกันใหญ่



“สกปรกอ่ะพี่มาร์ค” ผมว่าพลางก้มดูรูปปากพี่มาร์คบนหน้าจอก่อนจะส่งโทรศัพท์กลับไปให้เนียร์ ผมกลับมาที่เตียงของตัวเองก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาพิมพ์ข้อความหาพี่มาร์ค ผมบอกฝันดีเขาก่อนจะบอกให้เขาไปแปรงฟันก่อนนอนด้วยเดี๋ยวก็ได้ฟันผุหมดปากกันพอดี



‘เรื่องของปากกูสิ’ พี่มาร์คส่งข้อความกลับมา กวนจริงๆเลยนะผู้ชายคนนี้ถ้าฟันผุหมดปากขึ้นมาร้อนให้ต้องไปถอนเมื่อไหร่ผมจะสมน้ำหน้าเขาให้คอยดูเถอะ


**


ลงมาจากห้องตั้งแต่แปดโมงเช้าจนตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้วพวกเราก็ยังไม่ได้กลับขึ้นห้องกันไปพักเลย ผมรู้สึกอยากขอบคุณพี่มาร์คมากที่เลือกชุดว่ายน้ำให้ผมเพราะถ้าผมใส่ชุดที่ตัวเองตั้งใจจะซื้อวันนั้นตอนนี้ผิวของผมมันคงไหม้แดดจนดำเกรียมไปทั้งตัวแล้วแน่ๆเลย



“แดดร้อนชิบหาย” คนรอบตัวของผมมีแต่คนพูดคำนี้ออกมาไม่เว้นแม้แต่เนียร์ที่ปลดผ้าพันคอขึ้นมาคลุมหัวเพื่อใช้บังแดด



“โอ๊ยผิวไหม้หมดแล้วเนี่ยเมื่อไหร่จะปล่อยสักทีวะ!” ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างหน้าผมเริ่มบ่นเสียงดังแม้จะทาครีมกันแดดกันไว้แล้วแต่ผิวของพวกเธอก็ยังถูกความร้อนจากพระอาทิตย์เล่นงานจนเริ่มแดงไปทั้งตัว



“น้องๆครับ ตอนนี้เรามีสปอนเซอร์ในการจัดหาร่มบังแดดเพื่อให้น้องๆได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งกันอย่างไม่ต้องกลัวว่าผิวจะดำเป็นตอหม้อกันอีกต่อไปโดยผู้ไม่ประสงค์ออกนาม เดี๋ยวพวกพี่จะให้น้องๆย้ายเข้าไปนั่งในร่มกันนะครับ” ได้ยินเสียงถอนหายใจด้วยความดีใจจากคนที่นั่งร่วมรับชะตากรรมด้วยกันดังขึ้นมาเบาๆจากนั้นพวกผมก็ถูกย้ายจากการนั่งตากแดดร้อนๆเข้าไปในร่มที่ถูกเช่ามาเพื่อให้พวกเราได้ใช้บังความร้อน



“หิวข้าวแล้วว่ะ” เนียร์บ่นเบาๆเอนตัวมาพิงผมที่นั่งอยู่ทางด้านหลังของเขา



“เล่นเกมนี้เสร็จเดี๋ยวก็ได้ไปกินแล้ว” พี่แจ็คบอกพวกผมว่าก่อนจะได้พักพวกเราจะต้องเล่นเกมที่พวกพี่ๆปีสี่เป็นคนคิดขึ้นมาให้พวกเราเล่น ก่อนหน้านี้พวกผมได้เล่นเกมกันไปหลายเกมมากส่วนใหญ่ก็จะเป็นเกมที่เล่นกันในทะเลมีเงินและรางวัลอื่นๆแจกให้สำหรับผู้ชนะ แต่สีไหนที่ชนะเกมมากที่สุดจะได้รับรางวัลใหญ่ในภายหลังซึ่งพวกผมก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรพวกพี่ๆบอกให้พวกผมไปลุ้นกันอีกทีในเกมสุดท้าย



“พวกเราชนะไปกี่เกมแล้ววะ?” อืม เล่นเกมมาตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้นับได้สามสี่เกมแล้วนะแต่สีน้ำเงินของพวกผมยังไม่ไม่เคยได้สัมผัสถึงชัยชนะสักครั้งเลยอ่ะ



“ยังไม่ชนะเลยสักเกม”



“เดี๋ยวเกมนี้แหละพวกเราชนะแน่” เนียร์หันมายักคิ้วใส่ผม ก็แน่สิเกมต่อไปมันคือเกมวอลเล่บอลชายหาดซึ่งกลุ่มสีน้ำเงินของพวกผมมีนักกีฬาวอลเล่บอลของคณะร่วมทีมอยู่ด้วยถึงสองคน



“เกมต่อไปพวกพี่เรียกมันว่าเกมน้ำแตก ขอให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมาทีมละสามคนนะครับ ยกเว้นสีน้ำเงินเนื่องจากมีข้อได้เปรียบตรงที่มีนักกีฬาวอลเล่ของคณะเป็นสมาชิกจึงทำให้ทีมอื่นๆเกิดการเสียเปรียบพวกพี่จึงตกลงกันว่าจะให้สีน้ำเงินส่งตัวแทนลงมาสามคนเหมือนทีมอื่นๆโดยมีข้อห้ามไม่ให้ส่งนักกีฬาวอลเล่ลงร่วมเล่นเกม กลุ่มไหนที่เลือกตัวแทนได้แล้วให้ออกมายืนตรงด้านหน้านี้เลย” เกิดเสียงอวดครวญดังขึ้นจากคนในกลุ่มของพวกผมเพราะเสียดายที่ไม่สามารถส่งคนที่จะคว้าชัยชนะให้พวกเราได้ลงไปร่วมแข่งขัน



“กูลงเล่นตั้งหลายเกมแล้ว รอบนี้ให้คนที่ยังไม่เคยเล่นลงไปเล่นบ้างเหอะ” พี่ผู้ชายตัวสูงที่สุดในกลุ่มของเราพูดขึ้น คนอื่นๆก็ดูจะเห็นด้วยที่จะให้คนที่ยังไม่เคยได้ลงเล่นเกมอะไรเลยออกไปเล่นเกมต่อไป



“น้องแว่น พี่ยังไม่เห็นน้องลงเล่นเกมอะไรสักเกมเลยนะครับ” ผมได้แต่นั่งทำหน้าเหวอเมื่ออยู่ๆก็ถูกรุ่นพี่ชี้นิ้วใส่หน้าด้วยเหตุผลว่าผมยังไม่เคยลงเล่นเกมอะไรเลยแม้แต่เกมเดียวตั้งแต่ช่วงเช้า



“พี่แน่ใจหรอว่าจะให้เพื่อนผมเล่นเกมนี้น่ะ?” เนียร์หัวเราะเบาๆถามรุ่นพี่คนที่เสนอให้ผมออกไปเล่นเกม



“เออสิวะ เอาน่าอีกเกมเดียวก็ได้กินข้าวแล้ว ถ้าชนะเกมนี้ได้สีน้ำเงินของเราอาจจะยังพอมีหวังจะได้รางวัลใหญ่กันนะโว้ย”



“โหพี่ สีอื่นเขาชนะกันไปสองสามเกมแล้วนะครับ ถ้าหวังจะเอารางวัลใหญ่สีน้ำเงินของเราคงต้องกวาดชัยชนะให้เรียบในเกมช่วงบ่ายอ่ะถึงจะมีหวังได้ลุ้นหน่อย”



“ใครจะไปรู้เกมนี้เราอาจจะชนะสีอื่นก็ได้เว้ย ไปๆอย่ามาลีลาพวกน้องสองคนน่ะลงไปเลย” สุดท้ายผมกับเนียร์ก็ถูกพวกรุ่นพี่ส่งลงแข่งเกมน้ำแตกนี้จนได้พร้อมกับรุ่นพี่ปีสองอีกหนึ่งคน ดูแววแล้วความหวังที่เราจะชนะเกมนี้ได้คงมีค่าเท่ากับศูนย์แล้วล่ะครับ



“ทำหน้าให้ดูมีแรงกันหน่อยเว้ย สู้ๆ” โถ่ แดดก็ร้อนขนาดนี้ข้าวก็ยังไม่ได้กินแล้วพวกผมจะเอาแรงที่ไหนไปเล่นเกมกันล่ะเนี่ยไม่เป็นลมล้มพับลงไปเพราะความร้อนจากแดดก็ดีเท่าไหร่แล้ว เห้อ



สีที่ได้แข่งกับสีน้ำเงินของพวกผมก็คือสีเหลืองแต่ละคนที่ฝ่ายนั้นส่งมาลงเล่นเกมล้วนมีแต่คนตัวสูงๆทั้งนั้นเลย พี่รหัสของผมเองก็เป็นหนึ่งในสามของคู่แข่ง พี่ฮุนยิ้มให้ผมก่อนที่รุ่นพี่ปีสี่จะอธิบายกติกาการเล่นให้พวกเราทั้งหมดฟัง



“ไม่ต้องออมมือนะเต็มที่เลยครับน้องแบม” มือหนาวางลงบนหัวของผมพร้อมกับรอยยิ้มกว้างจนทำเอาสาวๆแถวนี้ส่งเสียงกรีดร้องกันเกรียวกราว สิ่งหนึ่งที่ผมเพิ่งรู้ก็คือพี่รหัสของผมเป็นหนุ่มป็อปปูล่า ไม่ว่าพี่ฮุนจะกระดิกตัวทำอะไรมักจะได้ยินเสียงของสาวๆในคณะกรีดร้องเรียกชื่อเสมอเลย นอกจากนั้นเพื่อนๆในแก๊งค์ของพี่ฮุนก็ยังฮอตมากๆเพราะกลุ่มเพื่อนของพี่ฮุนมีแต่ผู้ชายหน้าตาดีกันทั้งนั้นเลยอ่ะ



“ใจละลายตามพี่รหัสมึงไปแล้วหรือไง เดี๋ยวพ่อมึงก็ตามมางาบหัวเข้าให้หรอก” ผมยู่ปากใส่เนียร์ที่เดินมากระทุ้งศอกใส่ผมเบาๆ ใครบอกว่าผมใจละลายตามพี่ฮุนกันล่ะก็แค่กำลังนึกอะไรเพลินๆอยู่เฉยๆหรอก



“ป๊าทำงานอยู่ตามมางาบหัวเราไม่ได้หรอก”



“โง่อีกละ นู่นไงพ่อทูลหัวมึงน่ะนอนกระดิกตีนอยู่ตรงนู้นเดี๋ยวก็ได้มีมวยหรอกมึงพี่มาร์คยิ่งขี้หวงมึงอยู่” คนถูกพาดพิงนอนหนุนแขนโชว์ขนรักแร้อยู่ตรงเก้าอี้ชายหาดเสื้อก็ไม่ใส่อ่ะไม่รู้จะถอดไปโชว์สาวที่ไหนผมหวงนะ



“พี่มาร์คเป็นคนมีเหตุผลหรอกน่า” เขาคงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามในที่ที่มีคนเยอะๆแบบนี้หรอก



“บางทีเหตุผลก็ไม่จำเป็นสำหรับคนขี้หึงเสมอไปหรอกนะไอ้แบม ยกตัวอย่างเช่นเฮียมึงเป็นต้น นั่นน่ะหมาบ้าของแท้” ถ้าเป็นเฮียน่ะผมเห็นด้วยกับเนียร์ทุกคำพูดเลยว่าเฮียเป็นคนไม่มีเหตุผลอย่างที่เนียร์ว่าจริงๆนั่นล่ะ



ลูกโป่งบรรจุน้ำถูกนำมาใช้แทนลูกบอล ฝ่ายไหนทำลูกโป่งแตกก็จะเสียคะแนนให้กับอีกฝ่าย ผมยืนงงอยู่ท่ามกลางแดดร้อนจัดฝ่ายสีเหลืองได้เริ่มเสิร์ฟก่อนสร้างความเสียเปรียบให้แก่สีน้ำเงินของพวกเรามาก เสียงร้องเชียร์มาพร้อมกับเสียงหัวเราะทุกครั้งเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายทำลูกโป่งน้ำแตก ผมรู้แล้วล่ะว่าทำไมเกมนี้ถึงได้ถูกตั้งชื่อขึ้นว่า ‘เกมน้ำแตก’



ฝ่ายสีเหลืองทำคะแนนนำไปได้ถึง 4-2 หากว่าฝั่งนั้นทำคะแนนได้ถึงเจ็ดแต้มเมื่อไหร่สีน้ำเงินของพวกผมก็จะถูกปรับแพ้โดยทันที ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเราจะถูกขนานนามว่าเป็นไอ้ขี้แพ้อย่างสมบูรณ์แบบเพราะไม่ว่าจะผ่านไปแล้วกี่เกมๆสีน้ำเงินของพวกผมก็ไม่สามารถที่จะคว้าชัยชนะมาได้เลยแม้แต่เกมเดียว



“ตานี้มึงเสิร์ฟ” ลูกโป่งน้ำถูกยัดใส่มือผม มันหนักมากเลยครับแค่จะจับมันแรงๆยังกลัวมันแตกเลยอ่ะขืนให้ผมออกแรงโยนมันข้ามฝั่งมันได้แตกคามือผมแน่ๆเลยอ่ะ



“เรากลัวมันแตก” สภาพแต่ละคนต่างเปียกโชกไปด้วยน้ำจากลูกโป่งที่แตกใส่ขณะรับลูกจากที่อีกฝั่งโยนข้ามฝั่งมา ผมมีหน้าที่แค่ยืนเฉยๆไม่ทำตัวเกะกะขวางทางเนียร์กับรุ่นพี่อีกคนเท่านั้น



“เออน่าเผื่อมึงจะทำคะแนนให้ฝั่งเราได้”



“ถ้าแพ้ห้ามโทษเรานะ”



“เร็วครับน้องพี่ร้อนมากแล้ว หิวข้าวแล้วด้วย” ถูกสายตาและคำพูดกดดันมาขนาดนี้ขืนยังอิดออดไม่ยอมเล่นอีกมีหวังผมได้ถูกรุมต่อว่าจนร้องไห้แน่ๆ



ลูกโป่งบรรจุน้ำในมือถูกผมยกขึ้นสูงมวลน้ำด้านในไหลเทลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลกจนผมกลัวว่ามันจะแตกคามือซะจริงๆ ประคับประคองจับลูกโป่งโยนข้ามฝั่งไปได้กก็ถึงกับต้องพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ลูกโป่งถูกฝ่ายนั้นรับเอาไว้ได้ด้วยชายเสื้อที่ถูกนำมารองรับเสียงเฮจากบรรดากองเชียร์ดังขึ้นสนั่นเมื่ออีกฝ่ายโยนลูกโป่งกลับข้ามฝั่งมาและถูกรุ่นพี่ในทีมของผมรับเอาไว้ได้ ผมว่าถ้าเอาเกมนี้ไปบรรจุเป็นกีฬาของมหาวิทยาลัยด้วยมันจะต้องสนุกมากแน่ๆเลยอ่ะ



“แม่งแพ้จนได้” เนียร์บ่นอุบเดินหน้าแดงเข้ามาหลบแดดเมื่อเกมจบลงและสีเหลืองคือผู้ชนะในเกมนี้



“แจกล้องเราล่ะ?” ถามหากล้องที่แจไปขอยืมผมที่ห้องเมื่อเช้านี้ทันทีที่รุ่นพี่ปล่อยพักหาข้าวกลางวันกิน



“อยู่ที่พี่มาร์ค” เรากำลังเดินไปหาร้านอาหารเที่ยงกินกันเฮียบอกว่าจะพาไปร้านคนรู้จักของป๊าที่มาเปิดร้านอาหารอยู่ที่นี่



“แล้วพี่มาร์คอยู่ไหน?” เดินออกมาจากกลุ่มพร้อมกับเนียร์และพี่แจ็คผมก็ไม่เห็นพี่มาร์คแล้วอ่ะ



“ไปเอาโทรศัพท์บนห้อง บอกให้มึงไปรอที่ร้านก่อนเลยเดี๋ยวตามมา” น่าจะรอกันสักหน่อยอ่ะผมจะได้ไปด้วย พี่มาร์คนี่แย่จริงๆเลย

กว่าพี่มาร์คจะตามมาถึงร้านอาหารที่สั่งมาก็พร่องลงไปเยอะแล้วอ่ะ ที่นั่งว่างข้างๆถูกเว้นให้พี่มาร์คถัดไปก็เป็นยูคที่ตามมาเที่ยวกับพวกผมด้วย ยูคค่อนข้างจะเข้ากับพวกเราได้ดียกเว้นเสียก็แต่พี่มาร์คอ่ะที่ชอบทำหน้าเบื่อโลกใส่ยูคตลอดเลย



“กูถ่ายรูปมึงไว้อย่างเยอะ” พี่มาร์คล้วงไอโฟนออกมาจากกระเป๋าก่อนจะเปิดรูปที่ถ่ายจากกล้องของผมเข้าโทรศัพท์ของเขาให้ผมดูทีละรูป แต่ละรูปที่พี่มาร์คถ่ายผมไว้ล้วนมีแต่รูปที่ผมกำลังทำหน้าตลกๆไม่ก็กำลังทำท่าทุเรศๆอยู่ทั้งนั้นเลยอ่ะ



“พี่ถ่ายรูปนี้ไว้ทำไมอ่ะ?” ผมในรูปที่พี่มาร์คถ่ายกำลังตีลังกาหงายท้องลงไปในทะเลตอนที่เล่นเกมอยู่ โคตรทุเรศเลยเหอะผมในตอนนั้น



“ตลกดีกูชอบ”



“แต่ผมไม่ชอบนี่นา” ใครจะชอบให้แฟนเก็บรูปเราตอนกำลังทำอะไรน่าเกลียดๆไว้บ้างอ่ะ



“ก็กูชอบจบนะ” ผู้ชายคนนี้แย่มาก นั่งดูรูปผมแล้วก็หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียว



“หน้าตาผมมันตลกมากขนาดนั้นเลยหรือไงอ่ะ?” หัวเราะอยู่ได้ หัวเราะหนักมากจนผมสูญเสียความมั่นใจไปเลยอ่ะ



“รูปนี้มึงตลก” รูปที่ผมล้มลงไปรับลูกโป่งแต่ดันพลาดถูกลูกโป่งหล่นใส่หัวจนแตกเต็มหัวถูกยื่นมาให้ดู



“น่าเกลียดอ่ะ ลบเลยนะ” ผมจะแย่งไอโฟนในมือเขามาลบรูปน่าเกลียดๆของตัวเองที่ถูกพี่มาร์คถ่ายไว้แต่ก็ไม่สามารถแย่งมันออกมาจากมือของพี่มาร์คได้ จนสุดท้ายผมก็เหนื่อยแล้วเลิกล้มความตั้งใจนั้นหันมาก้มหน้าก้มตากินข้าวตรงหน้าของตัวเองต่อไป



“ลบทำไม ทุกรูปที่กูถ่ายกูอยากเก็บไว้ทุกรูปนั่นล่ะ มึงคือความสุขของกูต่อให้รูปที่กูถ่ายมึงจะกำลังทำหน้าตาทุเรศๆหรือจะตลกมากขนาดไหนกูก็อยากจะเก็บเอาไว้เพราะไม่ว่ากูจะเปิดขึ้นมาดูเมื่อไหร่กูก็ยิ้มออกมาได้เพราะรูปที่กูถ่ายมันมีมึง” ง่า พูดมาขนาดนี้ผมก็เขินแย่เลยน่ะสิฮะ



“ตอนที่ผมทำหน้าดีๆก็มีเยอะแยะอ่ะทำไมไม่ถ่าย]ล่ะฮะ?” ก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้นี่ฮะ ตอนที่ผมกำลังทำหน้าดีๆหรือไม่ได้ทำอะไรตลกๆอยู่ทำไมพี่มาร์คไม่ถ่ายเก็บไว้ล่ะ



“มึงเคยมีหน้าตาดีๆแบบนั้นด้วยหรอ? นึกว่าขี้เหร่จนชินกับหน้าตาของตัวเองซะแล้วอีก”



“เกลียดพี่มาร์คแล้ว”



“มึงโกหก มึงรักกูจะตาย”



“ก็ได้ผมโกหก”



“หึหึ เด็กน้อยจริงๆนะมึง นี่ดูดิกูอัพรูปมึงลงไอจีด้วย” พี่มาร์คยื่นโทรศัพท์ของเขามาให้ผมดู



mark_tuan แฟนใครทำไมขี้เหร่



“งื้อ น่าเกลียดมากเลยอ่ะพี่มาร์ค” เรื่องอะไรถึงได้เอารูปที่ผมกำลังนั่งแคะขี้มูกไปลงอ่ะ นิสัยเสียที่สุด!



“แดกข้าวครับไอ้สัด นั่งจีบกันอยู่ได้สงสารคนไร้คู่อย่างกูบ้างเถอะไอ้เพื่อนชั่ว!” เสียงของพี่แจ็คดังขึ้นท่ามกลางเสียงช้อนส้อมกระทบกับจานกระเบื้อง



“เพราะมีเพื่อนชั่วๆอย่างกูมึงถึงได้เป็นคนขี้อิจฉาตาร้อนไงครับไอ้แจ็ค”



“เลว!” พี่แจ็คเบะปากใส่พี่มาร์คก่อนจะก้มลงไปจ้วงมันกุ้งเผาที่พนักงานเพิ่งยกออกมาเสิร์ฟ



“มึงก็โรคจิตชอบแกล้งให้มันงอแงนะไอ้มาร์ค” เฮียพูดถูกพี่มาร์คน่ะโรคจิตที่สุดเลย ชอบแกล้งผม



“ก็น้องมึงมันน่าแกล้ง”



“มึงก็ไปดิ้นตามมันนะตี๋ หัดนิ่งไว้บ้างเวลามันแกล้งน่ะ”



“ก็พี่มาร์คชอบแกล้งผมอยู่เรื่อย” ผมเถียงเฮีย จะให้ผมนิ่งได้ยังไงอ่ะก็ดูเขาแกล้งผมแต่ละอย่างสิฮะ



“กูอยากแกล้ง” พี่มาร์คก้มลงมาคุยกับผมเสียงเบาๆ ทุกคนบนโต๊ะล้วนต่างพากันเงียบเสียงซึ่งผมก็งงอ่ะทำไมอยู่ดีๆพวกเขาถึงได้พร้อมใจพากันเงียบไปทั้งโต๊ะเลย “เวลามึงโดนแกล้งแล้วน่ารัก”



“ฮิ้ว! ไอ้สัดจะชมเขาทั้งทีก็ยังจะปากแข็งยกนู่นยกนี่มาอ้าง สมกับเป็นมึงจริงๆนะไอ้เชี่ยมาร์ค”



“เพื่อนผมเขินจนแว่นหล่นใส่ถ้วยต้มยำแล้วพี่” งื้อ โดนแซวเลยอ่ะ ผมอายจังเลย



“จิ๊! ขี้เสือกกันจังนะพวกมึงเนี่ย”



เพราะถูกพี่มาร์คแกล้งถ่ายรูปตอนผมทำหน้าหรือท่าทางประหลาดๆวันนั้นตลอดทั้งวันผมเลยเอาแต่ทำหน้านิ่งๆพยายามไม่ให้ตัวเองหลุดทำอะไรตลกๆออกไป สุดท้ายกลุ่มของผมก็ไม่ชนะเกมอะไรเลยแม้แต่เกมเดียวในคณะที่กลุ่มอื่นเขาชนะเกมได้รับรางวัลติดมือกลับไปคนละรางวัลสองรางวัลก่อนจะถูกไล่กลับขึ้นห้องมาอาบน้ำแต่งตัวลงไปร่วมปาร์ตี้ริมชายหาด



“แบมมานั่งนี่ดิ” พี่แจ็คกวักมือเรียกผมแต่ไกล



“เนียร์ล่ะฮะ?” เนียร์ลงจากห้องมาก่อนผมราวๆยี่สิบนาทีได้



“อยู่กับสายรหัสมันมั้งเห็นพี่มันเดินมาเรียก” ผมพยักหน้าหันมองไปรอบๆก่อนจะเห็นเนียร์นั่งคุยกับพี่รหัสของเขาอยู่อีกด้านหนึ่ง ลมทะเลค่อนข้างแรงจนผมรู้สึกหนาวจนต้องยกแขนขึ้นกอดตัวเองไว้



“ไอ้มาร์คมันฝากมาให้” ผ้าสีน้่ำตาลเข้มถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยถูกโยนลงมาบนตัก ผมจับผ้าผืนนั้นไว้ก่อนจะคลี่ออกดูพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของผม



“พี่มาร์ครู้ได้ไงอ่ะว่าผมจะหนาว” ถึงภายนอกจะดูเหมือนไม่ค่อยสนใจผมสักเท่าไหร่แต่จริงๆแล้วพี่มาร์คเป็นผู้ชายที่น่ารักมากเลยนะเนี่ย



“คนอื่นเขายังรู้เลยว่าอากาศตอนกลางคืนมันหนาว มีก็แต่มึงเนี่ยแหละที่ไม่ได้รู้ห่าอะไรกับเขาเลย” หันมองคนรอบตัวล้วนมีแต่คนใส่เสื้อแขนยาวหรือไม่ก็มีผ้าคลุมอยู่บนหัวไหล่กันทั้งนั้นเลยอ่ะไม่เว้นแม้แต่เนียร์ก็ยังใส่เสื้อแขนยาวลงมาเลยอ่ะ มีแค่ผมคนเดียวจริงๆด้วยอ่ะที่ไม่รู้เลยว่าอากาศตอนกลางคืนมันจะเย็นมากขนาดนี้



“แล้วพี่มาร์คไปไหนหรอฮะ?” แยกย้ายกันไปหลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จผมก็ยังไม่ได้เจอกับพี่มาร์คอีกเลย ส่งข้อความคุยกันสองสามประโยคแล้วพี่มาร์คก็เงียบหายไปเลยอ่ะ



“เห็นเดินตามสาวฝรั่งไปไหนก็ไม่รู้ว่ะ กูเห็นจริงๆนะเว้ย ฝรั่งแม่งหุ่นอย่างงี้เลย” พี่แจ็คทำมือให้ผมดู “อย่างเด็ดอ่ะไอ้แบม นมกระดานแบบมึงนี่ชิดซ้ายไปเลย” ก้มมองหน้าอกตัวเองพร้อมกับนึกภาพฝรั่งคนนั้นที่พี่แจ็คบอกว่าพี่มาร์คเดินตามไป



“เท่านี้เลยหรอฮะ?” พี่แจ็คมองผมก่อนจะพยักหน้าเบาๆ



“เออใหญ่กว่านั้นอีก” ใหญ่กว่านี้เขาคงป่วยเป็นโรคอะไรสักอย่างเกี่ยวกับทรวงอกแล้วอ่ะผมว่า



“แล้วเฮียล่ะฮะ?” ถ้าเฮียรู้ว่าพี่มาร์คทำแบบนั้นคนอย่างเฮียไม่มีทางอยู่เฉยๆแน่



“กูเห็นมันไปด้วยกัน” ผมขอตัวแยกออกมาจากพี่แจ็คก่อนจะเดินมาหาเนียร์แล้วเล่าเรื่องที่พี่แจ็คบอกผมให้เนียร์ฟัง



“พี่แจ็คมันปั่นมึงไม่รู้หรอ?” เนียร์จิ้มหน้าผากผมเบาๆ อะไรอ่ะนี่ผมโดนพี่แจ็คหลอกอย่างนั้นหรอเนี่ย



“อ้าว ก็ใครจะไปรู้ล่ะ” ก็พี่มาร์คหายไปแบบนั้นผมก็คิดสิฮะว่ามันอาจจะจริงอย่างที่พี่แจ็คบอกอ่ะ



“ถ้าพวกเฮียทำแบบนั้นจริงไอ้แจก็ต้องไลน์มาบอกกูแล้วดิ นี่มันยังเช็คอินอยู่ร้านเหล้ากับเฮียกับพี่มาร์คอยู่เลยเนี่ย” เนียร์เปิดไอจีของแจให้ผมดู ในภาพมีแจกับยูคที่นั่งติดกันเห็นนาฬิกาบนข้อมือของเฮียจากมุมหนึ่งของหน้าจอแถมยังถ่ายใบหน้าเสี้ยวข้างของพี่มาร์คติดมาในรูปด้วย



“พี่แจ็คนิสัยไม่ดี” ผมบ่นก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เดิม มีคนเข้ามาคุยกับพี่แจ็คเป็นระยะ ส่วนพี่รหัสของผมก็เพิ่งแยกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อน สายรหัสของผมมีแค่พี่แจ็คผมแล้วก็พี่ฮุนสามคนเท่านั้นซึ่งพอผมถามถึงปู่รหัสของผมคำตอบที่ได้รับก็คือเขาเสียชีวิตไปแล้วสายรหัสของเราจึงมีกันอยู่แค่นี้



“ดื่มอะไรไหมแบมเดี๋ยวพี่ไปเอาให้” พี่ฮุนถือกีตาร์เดินมานั่งข้างผม



“ไม่เป็นอะไรครับผมเกรงใจ เดี๋ยวผมไปเอามาให้พี่ดีกว่า” ผู้ชายคนนี้เป็นคนยิ้มเก่งมาก เมื่อไหร่ที่เจอกันผมก็มักจะได้เห็นรอยยิ้มของเขาประดับอยู่บนริมฝีปากเสมอ



“งั้นพี่ไม่เกรงใจนะครับ ฝากหยิบอาหารมาด้วยก็แล้วกันเมื่อเย็นพี่ไม่ได้กินข้าวน่ะ” อ้าว ก็เห็นลงลิฟท์จะไปห้องอาหารพร้อมกันนี่นาแล้วทำไมพี่ฮุนถึงยังไม่ได้กินข้าวล่ะ ผมคิดแต่ไม่ได้ถามอะไรออกไป ลุกขึ้นมาหยิบเครื่องดื่มกับอาหารสองสามอย่างเดินกลับมาให้พี่ฮุนยังไม่ทันที่พี่ฮุนจะได้กินอะไรเขาก็ถูกรุ่นพี่ปีสี่เรียกตัวไปเล่นกีตาร์ให้โดยมีนักร้องจำเป็นในคณะผลัดกันขึ้นไปร้องเพลงไม่ขาดสาย



“จะไปไหนวะแบม?” ผมกำลังจะเลี่ยงตัวออกจากงาน เริ่มรู้สึกง่วงแล้วก็เพลียมากๆด้วย



“ว่าจะกลับขึ้นห้องแล้วฮะพี่แจ็ค” ผมเห็นหลายๆคนเลี่ยงออกจากงานกันไปบ้างแล้วก็เลยอยากจะหนีกลับขึ้นห้องไปนอนบ้าง



“อ่อ เออพรุ่งนี้เจอกัน” ผมพยักหน้า พี่แจ็คก็ไม่ได้เดินทางกลับกับทางคณะเหมือนกัน เขาอยู่เที่ยวต่อกับพวกผมโดยขากลับพวกเราอาจจะต้องนั่งเครื่องเพราะพี่มาร์คไม่ได้เอารถมา ส่วนรถของเฮียคงพาพวกเราทั้งหมดกลับไปด้วยกันไม่ได้แน่ๆ



“ราตรีสวัสดิ์นะฮะ”



“เออหลับให้สบาย”



“ผมไม่ได้จะไปตายซะหน่อย” คำพูดนั้นมีแต่คนเขาเอาไว้บอกคนตายอ่ะ



“โทษทีอย่าถือสาคนเมาอย่างกูเลย” ดูจากสภาพแล้วผมก็คงถือสาเขาไม่ลงหรอกแค่เดินให้ตรงพูดให้ชัดเหมือนคนปกติยังไม่ได้เลยอ่ะ



“อย่าดื่มเยอะนะฮะ” บอกพี่แจ็คก่อนจะแยกตัวออกมาผมเริ่มง่วงมากแล้วล่ะเพราะกิจกรรมที่ทำในวันนี้มันสูบพลังของผมไปจนหมดตัวเลย  



“เดี๋ยวครับน้อง จะกลับห้องแล้วหรอ?” ผมหันไปตามเสียงเรียก พี่คนนี้เรียนอยู่ปีสี่ผมจำได้



“ครับ”



“ฝากของไปให้คนรู้จักพี่หน่อยได้ไหมครับ?” ผมยกมือเกาหัวก่อนจะพยักหน้ารับอย่างงงๆ



“เอ่อ ครับ” ถุงกระดาษถูกยื่นมาให้ ก้มดูด้านในเห็นมีเสื้อผ้าหลายตัวพับวางอยู่ด้านใน



“ตัวท้วมๆใส่เสื้อสีแดงยืนรออยู่ตรงสวนของโรงแรมนะครับ ขอบใจมาก”



เดินหาคนตัวท้วมๆใส่เสื้อสีแดงอยู่สักพักก็ไม่เห็นเจอสักที ผมจึงยืนรออยู่ตรงนั้นอีกพักหนึ่งก่อนจะก้มดูของในถุงอีกครั้ง สิ่งที่สะดุดตาก็คือถุงซิปล็อคที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อตัวหนึ่งตรงก้นถุง ผมหยิบมันขึ้นมาดูสิ่งที่บรรจุอยู่ด้านในคือผงสีขาวคล้ายแป้งฝุ่นแต่มันกลับไม่มีกลิ่นเหมือนแป้งอย่างที่เข้าใจ ผมเริ่มนึกถึงความน่าจะเป็นไปได้ของสิ่งที่อยู่ในมือจากหนังสือเล่มที่ผมเคยอ่านความวิตกกลังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวสมอง มันจะใช่สิ่งที่ผมคิดหรือมันอาจจะไม่ใช่เลยก็ได้ แต่พอคิดถึงความน่าจะเป็นว่าใครจะมาส่งเสื้อให้กันในเวลามืดค่ำแบบนี้สิ่งที่ผมคิดก็เริ่มมีความเป็นไปได้สูงจนน่าตกใจ



“เฮโรอีน?” ผมโยนถุงในมือทิ้งลงพื้น ร่างของผู้ชายตัวท้วมร่างกายเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ด้านหน้า ในมือของเขามีอาวุธที่พร้อมจะปลิดชีพของผมได้ตลอดเวลา



“แส่ไม่เข้าเรื่อง!” มันพุ่งเข้ามาหาผมพร้อมกับมีดในมือที่กำลังเงื้อขึ้นสูง



ฉึบ!



ไม่ใช่! ไม่ใช่ผมที่ถูกทำร้าย ร่างกายถูกใครบางคนจับพลิกตัวหลบคมมีดนั้นก่อนที่กายสูงจะเป็นคนรับคมมีดนั้นเอาไว้แทนผม



“หนี! หนีไปแบม!” ผมตกอยู่ในสวาวะตกใจจนก้าวขาไม่ออก แม้ว่าจะได้ยินคำสั่งของคนที่เข้ามาช่วยเหลือผมแต่ขามันกลับไม่ทำตามที่สมองสั่งการ



“พี่!” ผมเห็นเขาหันกลับไปปัดมือของผู้ชายร่างท้วม มีดหล่นลงบนพื้นแต่ไม่พ้นมือเจ้าของมีดเล่มนั้นที่เก็บมันขึ้นมาได้อีกครั้ง



“ไปตามคนมาช่วย! เร็วรีบไป!” ผมพยักหน้าฝืนฝีเท้าตัวเองวิ่งออกมาจากตรงนั้นด้วยใจที่ยังเป็นห่วงใครอีกคนกลัวว่าเขาจะถูกทำร้ายไปมากกว่านี้ สิ่งที่ผมต้องทำและคิดออกแค่เวลานี้ก็คือวิ่งข้ามถนนกลับไปที่ชายหาดอีกครั้งเพื่อตามคนมาช่วยพี่รหัสของผม



ปรี๊น!!!!! เอี๊ยดด! โครม!



ร่างกายของผมกำลังลอยขึ้นเหนือจากพื้น มันถูกแรงกระแทกจากรถที่วิ่งด้วยความเร็วและเจ้าของรถเหยียบเบรคไม่ทันเมื่อถูกผมวิ่งตัดหน้า



ตุ๊บ!



“อึ่ก!”



ร่างกายชาจนแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด รับรู้เพียงสิ่งเดียวคือจุกมากจากการที่ร่างกายลอยขึ้นสูงและตกลงกระแทกกับพื้นถนน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วทั้งโพลงปากและจมูก ผมไม่รับรู้อะไรหลังจากนั้นอีกต่อไปทุกอย่างมันดับมืดลงไปในชั่วระยะเวลาเพียงครู่เดียวที่ดวงตาของผมปิดพับลง


#มาร์คไม่รักน้อง

===================================

TBC.

มีน้องทักไลน์มาถามว่าเมื่อไหร่จะได้หนังสือ บอกตรงๆเครียดเหมือนกันตอนที่มีคนมาทวงถามเพราะไรท์เองก็ยังให้คำตอบที่แน่นอนไม่ได้ บอกตรงๆว่าทำงานทุกวันไม่ค่อยมีเวลาเขียนเลยค่ะ แอบเขียนในที่ทำงานจนโดนใบเตือนไปสองรอบแล้วซึ่งถ้ามีอีกรอบคือโดนไล่ออกแน่นอน

ร้องไห้ทุกวันเลยค่ะ เครียดมากกลัวเสร็จไม่ทันตามที่ชี้แจงเอาไว้ ตอนนี้เหลือพาร์ทหน้าตอนเดียวก็จบแล้วค่ะ และยังเหลือบทส่งท้ายและสเปเชี่ยลก็ส่งพิสูจน์อักษรและส่งไฟล์ให้โรงพิมพ์ได้ทันที

ขอโทษนะคะหากว่ามันช้ามากเกินไปสำหรับฟิคเรื่องนี้ จะพยายามเอาเวลาหลังเลิกงานมาเขียนให้ได้มากที่สุดค่ะ ซึ่งกดดันมากยิ่งตอนใกล้จบเรื่องแล้ว

ตอนหน้าก็จบแล้วนะคะ ใครสนใจอยากได้หนังสือยังสามารถโอนเงินมาได้อ่านรายละเอียดได้ที่แชปเตอร์ที่ 27 หรือปักหมุดบนทวิตเตอร์ @July94s ของไรท์ได้เลยนะคะ พยายามต่อรองกับซุปว่าขอแอบเขียนในเวลางานหน่อยได้ม้ายยยยยยยย คือซุปเขาเข้าใจค่ะแต่ตำแหน่งสูงกว่านั้นเขาไม่เข้าใจเราแน่ๆถ้าเขามาเจอว่าเราแอบทำอะไรในเวลางาน ฮือออออออออ จะพยายามงับบบ สู้ๆ

mx-xine  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

14,382 ความคิดเห็น

  1. #14346 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 14:05
    น้องงงงงปลปบบหบหบบกบเบบกบหบดสดาากาดสิสบดบดบกืก่ดาดสบิบิยิยดสสหา ฮือออออ
    #14346
    0
  2. #14036 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 21:58

    อย่าเป็นอะไรนะแบม ขอร้องล่ะ

    #14036
    0
  3. #13868 4cf1c742a7514ca (@4cf1c742a7514ca) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 15:17
    เดียวน่ะอะๆรเกิดอะไรขึ้นจะจบอยู่แล้ว มันกำลังจะดีอยู่แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้แบมต้องไม่เป็นอะไรน่ะลูก คือตอนนี่เป็นอะไรที่หวานและอบอุ่นมากเลย พี่มาร์คต้องมาช่วยแบมน่ะจะให้จบแบบแสดไม่ได้งงเด้ไปอีก
    #13868
    0
  4. #13847 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 19:54
    โถ่เอ้ยยยยย น้องแบมมมมมม ใครมาช่วยแบมม
    #13847
    0
  5. #13789 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 12:55
    อุส่าก์มีคนมาช่วยแบมละ บังซวยไปโดนอีกเรื่องนะแบมเอ้ย
    #13789
    0
  6. #13742 bbbbbbbys (@bestyespd) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 13:11
    พี่มัคมาช่วยน้องเร็ววววว
    #13742
    0
  7. #13685 waslikebubblegum (@waslikebubblegum) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:07
    งืออ มันจะไม่ใช่อย่างที่คิดใช่มั้ยอะ พี่แจ็คพูดอะไรตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้!!!!!
    พี่ฮุนมาช่วยทันเพราะมีเอี่ยวอะไรรึเปล่าอะ แล้วที่พี่มาร์คเคยคิดไว้คืออะไร พี่ฮุนเคยทำอะไร โฮยยย
    ตอนนี้พี่มาร์คน่ารักมากกกกกกก จนกลัวเลย กลัวว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย แต่ละคนพูดไว้จนกลัวไปหมดแล้วววว
    #13685
    0
  8. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:06
    ใครมาช่วย??? พี่ฮุนหรอ แบมยังมาโดนรถชนอีกขอให้ปลอดภัยทั้งคู่นะ
    #13620
    0
  9. #13619 Jerene (@Jannizza) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:58
    รออออ มาต่อนะคะไรท์ ใจจะขาดค่ะ ฮืออออ
    #13619
    0
  10. #13618 0826126243 (@0826126243) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:02
    สู้ๆๆน่ะคะไรท์
    #13618
    0
  11. #13617 ktenn (@kik-waranya) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 04:12
    ชอบที่มาร์คถ่ายรูปน้องอ่ะ5554555น่ารักเนาะแต่แบบแบมนี่ซวยจริงอ่ะฮุนต้องไม่เป็นไรนะน้องแบมด้วยนะเจ็บปวดอ่ะถ้าพี่มาร์ครู้เรื่องคงเจ็บปวดมากอ่ะ ฮืออออม่าามาก
    #13617
    0
  12. #13616 lalita3887 (@lalita3887) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:23
    ...................
    .
    .
    ...ปวดจายยยยยยยยยยยยยยยยย
    #13616
    0
  13. #13615 กุมคัพเค้ก (@Bow_Benz) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:07
    งุมดราม่าาาา
    #13615
    0
  14. #13614 ยิ้งฉุบ (@nongwanjang) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:21
    โอ้ยยยยยย ต้องรอดนะลูกกกกก
    #13614
    0
  15. #13613 ปีใหม่ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:04
    ยัยหนูนนนนนนนนน
    #13613
    0
  16. #13612 Beammer (@saro222) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:47
    ขอให้ปลอดภัยทั้งคู่
    #13612
    0
  17. #13611 ptptct (@leepatelf) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:08
    ช็อคอ่ะงง
    #13611
    0
  18. #13608 LeeRaeRi (@LeeRaeRi) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:36
    อึ้ง!!!! ยังตกใจไม่หาย
    #13608
    0
  19. #13607 Fourthfc (@lovejiewza) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:15
    กำลังหวานๆมา พอเลื่อนมาอ่านถึงตอนล่างๆ ฮืออออแ
    #13607
    0
  20. #13606 ป็อปคอร์น (@time-line) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:02
    สู้ๆนะคะ คิดว่าคนอื่นเองก้คงเข้าใจเหมือนกัน ไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ ยิ่งรีบงานยิ่งออกมาไม่ดี เอาช้าๆแต่ชัวร์ดีกว่า
    #13606
    0
  21. #13605 Hard Carry Hey (@nattaya2537) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:01
    สู้ๆคะไรท์????
    #13605
    0
  22. #13604 kukkik_wasoon (@kukkik_wasoon) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:19
    ไรท์สู้ๆนะคะ ยังไงก็รอได้ค่ะ 
    #13604
    0
  23. #13603 ทูน่าโยชิ (@pang-temsawat) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:10
    มาต่อออ
    #13603
    0
  24. #13602 Nase nase (@9090765) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:35
    แงงงงง
    #13602
    0
  25. #13601 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:09
    ฮือออ แบมจะเป็นอะไรมั้ยอ่าา ...ไรท์สู้ๆน้าา
    #13601
    0