KNB | วิญญาณรัก..วิญญาณแค้น | Akashi x Kuroko

ตอนที่ 1 : EP00 : 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 599
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    22 มี.ค. 61

ใครกันที่เป็นคนกำหนดว่า ‘ความรัก’ เป็นสิ่งสวยงาม


ความรักที่แท้จริง .. มันไม่ได้สวยงามเหมือนคำลวงโลกเช่นนั้นหรอก


ความรัก..มีแต่ความเลวร้าย โกหก ทำร้ายจิตใจกันอย่างไม่รู้จบ


ใหม่ๆรักกันประดุจของคู่กัน นานวันกลับไม่เหมือนเดิม


เสียงพร่ำที่เคยบอกรักกันอย่างหวานชื่น กลับขมขื่นด่าทอกันอย่างหน้าตาเฉย


ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม แต่บัดนี้ประดับประดาไปด้วยน้ำตา


จากคนที่เคยรักกัน กลายมาเป็นเกลียดชังอย่างไม่รู้ตัว


เมื่อคนสองคนรักกันแต่อยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุขมันคือโศกนาฏกรรมของความรัก


รวมถึงตัวเขาเองด้วย ที่ต้องจบชีวิตลงเพราะคนเห็นแก่ตัวของ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่

 

 




 

ได้ยินไหมว่าฉันเกลียดนาย ! นายมันตัวซวยของฉันเท็ตสึยะ!” สิ้นสุดเสียงแฟนหนุ่ม คุโรโกะถึงกับปล่อยน้ำตาเอ่อคลอ 


ดะ เดี๋ยวสิอาคาชิคุง” คุโรโกะเอ่ยทักท้วงกับประโยคกล่าวหาของคนเป็นแฟนอย่าง อาคาชิ เซย์จูโร่เอาไว้ก่อนจะตัดสินใจอะไรบอกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น


มีอะไรอีก!” อาคาชิตวาดกลับมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวทำให้คุโรโกะกล้าๆกลัวๆกับคำตอบที่จะบอกออกไป “เร็วๆ!” อาคาชิเร่งรัดเอาคำตอบ คุโรโกะสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ


ผม..ท้อง” คุโรโกะก้มหน้าจนคางชิดกับอกเมื่อเห็นแววตาพิโรธที่แปรเปลี่ยนจากสีแดงทับทิมเป็นดวงตาสองสีของอาคาชิ


ไม่ดีใจเหรอเรากำลังจะมีลูกน้อยน่ารักนะ .. คุโรโกะทำได้แต่คิดในใจ



เพี๊ยะ!’



ใบหน้าหวานหันไปตามแรงตบที่คนชื่อว่าเป็น พ่อของลูก ในท้อง นัยน์ตาสีอความารีนคู่สวยเอ่อคลอด้วยน้ำตาที่ตอนนี้ไหลริน แก้มนิ่มที่แต่ก่อนมีสีชมพูจางๆแต่บัดนี้กลับมีรอยมือประดับบนใบหน้าสวย 


ร่านขนาดนี้ใครเป็นผัวบ้างก็ไม่รู้” คำพูดของอาคาชิทำให้คุโรโกะที่ได้ยินถึงกับหน้าชาวาบหัวใจเหมือนถูกบีบแน่นจนหายใจแทบไม่ออกเมื่อโดนคำสบประมาท


ตลอด5ปีที่ผ่านมาฉันก็มองแค่นายคนเดียวเท่านั้น นายก็รู้ดีนี่อาคาชิ


ฮึก..” คุโรโกะตอนนี้เพียงทำได้แต่สะอื้นเมื่อโดนแฟนหนุ่มที่คบกันมานานถึง5ปีดูถูกขนาดนี้ เขาไม่เคยมองใครนอกจากอาคาชิคนเดียว


หึ ตอบไม่ได้ล่ะสิ” อาคาชิมองร่างบางอย่างเหยียดๆ “น่าสมเพช!” อาคาชิด่ากล่าวทิ้งท้ายพร้อมเดินจากร่างบางไปโดยไม่หันกลับมามองทิ้งให้คุโรโกะร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างเดียวดาย มองคนรักที่เดินจากไปพร้อมกับม่านน้ำตาที่ไหลลงมาบัง


อย่าทิ้งผมไปอาคาชิ !! คุโรโกะทำได้แค่เพียงตะโกนในใจ เขาไม่กล้าบอกออกไปจริงๆหรอก


คุโรโกะเดินเตร็ดเตร่ในยามราตรีนี้เพียงลำพังพร้อมกับสายฝนที่กระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ขาดสายยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดของคุโรโกะขึ้นไปอีก เดินไปเรื่อยอย่างไม่มีจุดหมายปลายทางใดๆ


ดวงตาสีอความารีนนั้นดูว่างเปล่าที่กำลังเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา มือเล็กลูบหน้าท้องบางของตัวเองที่ตอนนี้กำลังมีก้อนเลือดที่ขึ้นว่า ลูก อยู่ในท้อง


ขายาวเดินมาหยุดอยู่ที่สะพานริมน้ำก่อนที่จะตัดสินใจไปยืนบนที่กั้นทางสำหรับกันพลัดตกเอาไว้ “ลูกจ๋า..ฮึก..พ่อเขาไม่ต้องการเราแล้ว” คุโรโกะกระพริบตาเพื่อไล่หยดน้ำตาออกไปให้พ้นจากการมองเห็นของตนเอง เขาได้ตัดสินใจแล้วและจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเด็ดขาด


เมื่อนายไม่ต้องการผมแล้ว .. ผมก็ไม่ต้องการมีชีวิตอยู่แล้วเหมือนกัน


ลาก่อนอาคาชิ เซย์จูโร่ ลาก่อนโลกอันแสนโหดร้ายของคุโรโกะ เท็ตสึยะ



          ตู้ม’ 



               คุโรโกะตัดสินใจกระโดดลงน้ำเพื่อจบชีวิตที่แสนจะไร้ค่าของตัวเองพร้อมกับสายฝนที่เริ่มเบาขึ้นพร้อมกับการจบชีวิตที่มันเฮงซวย ไม่อยากมีชีวิตอีกแล้ว มันเหนื่อย มันเจ็บเกินที่จะทนไหวแล้ว


เฮ้ยคนโดดน้ำ!มาช่วยกันหน่อยเร็ว” ชาวบ้านละแวกนั้นที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ตะโกนขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง “ใครก็ได้ช่วยโทรตามรถพยาบาลให้หน่อยเร็ว” ชายวัยกลางคนที่เห็นเหตุการณ์โหวกเหวกขอความช่วยเหลือ


คางามิ ไทกะ ที่พึ่งซ้อมบาสเสร็จก็กำลังเดินทางกลับคอนโดก็เจอพวกชาวบ้านกำลังมุงดูอะไรสักอย่างทางสะพานคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง จนกระทั่งได้ยินเหตุการณ์สุดช็อกแบบนี้ “เฮ้ยคนโดดน้ำ!มาช่วยกันหน่อยเร็ว” 


คางามิเดินฝ่าฝูงล้อมเข้าไปด้วยลางสังหรณ์ในหมู่คนก็เห็นหมอกำลังปั๊มหัวใจและตรวจวัดชีพจรให้อยู่ ร่างบอบบางที่ดูคุ้นเคยนอนแน่นิ่งไม่มีปฏิกิริยาใดๆตอบสนองเมื่อได้มองใบหน้าให้แน่จนชัดเจนคางามิเรียกชื่อของอีกฝ่ายออกมา “คุโรโกะ!” คางามิรีบวิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปหาคุโรโกะเมื่อเห็นร่างนอนแน่นิ่งไร้สติ เส้นผมสีฟ้าอ่อนเปียกแนบลู่อย่างไม่เป็นทรง


ใบหน้าที่คางามิเคยเอ่ยชมว่าสวยลับหลังตอนนี้กลับซีดเหมือนกระดาษ แก้มที่เคยมีเลือดฝาดจางๆตอนนี้มีเพียงรอยแดงช้ำของนิ้วมือทั้งห้าทำให้หัวใจกระตุกลงวูบทันทีเมื่อพอจะเดาเหตุการณ์ได้ว่าเพราะอะไร


ฉันให้โอกาสนายดูแลคุโรโกะแล้วนายยังจะกล้าทำร้ายเขาอีกเหรอ


คุณหมอคะคนไข้เสียชีวิตแล้วค่ะเนื่องจากสมองขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน” พยาบาลรายงานความคืบหน้าให้คุณหมอก่อนที่เจ้าหน้าที่จะจัดการเอาผ้าขาวมาห่อร่างไร้วิญญาณ คางามิที่เห็นเหตุการณ์ก็ทำให้เริ่มทำตัวไม่ถูกแต่พอตั้งสติได้มือใหญ่คว้าโทรศัพท์ในกระเป๋าเป้ในตัวเองกดโทรออกจนคนปลายสายกดรับ


สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่อยู่บ้านหรือเปล่าครับ” คางามิถามจากปลายสายที่เป็นบุพการีจากเพื่อนสนิทของเขา


อยู่จ้ะลูก มีอะไรหรือเปล่าจ้ะ ผู้เป็นแม่ของคุโรโกะตอบกลับมาเสียงใส


คุณพ่อคุณแม่ทำใจดีๆนะครับ” คางามิเงียบไปสักพักก่อนจะเอ่ยต่อ “คือว่าคุโรโกะเสียแล้วครับ” คางามิพูดพร้อมกับถอนหายใจออกมา


มะ..ไม่..จริงใช่ไหมจ๊ะคางามิคุง แม่ถามกลับมาเสียงสั่น


จริงครับ เขาเสียแล้ว เดี๋ยวผมจัดการเรื่องเอาศพเขาออกมาให้ก่อนนะครับ” คางามิพูดเสร็จแล้ววางสาย


ฉันเตือนนายแล้วใช่ไหมว่ายุ่งกับอาคาชิ” คางามิส่ายหน้าไปมาพร้อมกับกลับคอนโดเตรียมตัวและเอกสารไปยังโรงพยาบาลโดยหารู้ไม่ว่ากำลังมีคนกำลังเฝ้ามองอยู่ 






ทางด้านอาคาชิ



ฉันไม่สบายใจเลยที่ต้องเลิกกับเท็ตสึยะ” อาคาชิระบายความรู้สึกตัวเองออกมากับเพื่อนสนิทอย่าง มิโดริมะ ชินทาโร่


เขาเสียใจตอนนี้ยังดีกว่าเสียใจตอนรู้ว่านายป่วยมีเวลาอยู่กับเขาไม่ถึงเดือนนะ” มิโดริมะเอ่ยปลอบเพื่อนสนิทพลางขยับแว่นให้เข้ากับกรอบหน้า


รู้สึกใจไม่ดีอย่างไงก็ไม่รู้ ฉันกลัวคุโรโกะกับลูกในท้องจะเป็นอะไร” อาคาชิพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด


อาคาชิ!อาคาชินายออกมาข้างนอกเดี๋ยวนี้” มีเสียงจากด้านนอกมาเรียกทำให้อาคาชิมีสติอีกครั้งก่อนจะเอ่ยปากถามมิโดริมะ


นายชวนใครมาบ้านหรือเปล่า” อาคาชิเอ่ยถามอย่างสงสัย ถ้าถามว่าทำไมอาคาชิมาอยู่บ้านมิโดริมะได้ ก็คงเป็นเพราะว่าอาการป่วยของอาคาชิต้องได้รับการดูแลจากหมออย่างใกล้ชิดอย่างมิโดริมะ


ไม่มีนะ” มิโดริมะตอบกลับมา


อาคาชิฉันบอกให้นายออกมาไง!” อาคาชิทนไม่ไหวก็ออกไปนอกบ้านตามเสียงเรียกก็พบกับคางามิที่ยืนนิ่ง มือกำหมัดแน่นสีหน้าดูโกรธเคืองสายตาดูขุ่นแค้น


นายทำอะไรไว้นายรู้ตัวบ้างไหม!” คางามิเดินไปกระชากคอเสื้ออาคาชิจนมิโดริมะต้องมาห้าม


ค่อยๆคุยกันก็ได้” มิโดริมะหันมาห้ามคางามิที่ดูเดือดจนเลือดขึ้นหน้า


นายไม่รู้อะไรแล้วอย่ามาพูด” คางามิมองกลับไปจ้องกับอาคาชิต่ออย่างไม่เกรงกลัว “ฉันบอกบอกให้พูด!” คางามิง้างมือขึ้นเตรียมจะชก


ก็แค่เลิกกับเท็ตสึยะและบอกให้มันไปเอาลูกออกก็แค่นั้น” อาคาชิทำหน้าเฉยไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด แต่ภายในใจกลับเจ็บแปลบ  



พลั่ก’  



หมัดลุ่นๆถูกซัดบนใบหน้าหล่อเข้าอย่างเต็มแรงส่งผลให้ร่างกายของอาคาชิเซถลาไปตามแรงโดยที่อาคาชิไม่แม้แต่จะตอบโต้หรือป้องกันตัวเองแต่อย่างใด


นายเลวมากอาคาชิ !


นายรู้ไหม นายทำให้คุโรโกะต้องตายนายรู้ไหม!” คำพูดของคางามิทำให้อาคาชิชะงักก่อนจะตีหน้านิ่งเหมือนเดิม แต่ใจกลับแตกสลายไปแล้ว ฉันขอโทษเท็ตสึยะ ..


แล้วยังไง” อาคาชิทำหน้ากวนอย่างไม่แคร์สายตาโกรธแค้นของคางามิ


นายนี่มันน่าตัวเมียจริงๆ” คางามิพูดพร้อมกับผลักอาคาชิออกไปก่อนจะเดินไปที่รถทางฝั่งข้างคนขับพร้อมกับอุ้มร่างบางที่ไร้วิญญาณออกมา


คุโรโกะฉันพานายมาลามันล่ะคนที่นายรักมันไง” คางามิพูดพร้อมกับลูบใบหน้าขาวซีดนั้นอย่างเบามือ ราวกับกลัวมันจะแตกหักก่อนจะอุ้มไปวางไว้ที่เดิมอย่างเบามือก่อนจะเดินขึ้นไปฝั่งทางคนขับก่อนจะขับรถออกไปจากบริเวณบ้านมิโดริมะ


อาคาชิแทบทรุดทันทีเมื่อได้รู้ข่าวว่าแฟนสุดที่รักของเขาได้จากไปแล้ว นึกโทษตัวเองที่ไม่ยอมบอกเหตุผลที่แท้จริงทำให้คุโรโกะเข้าใจความผิดนี้มันที่ไม่น่าให้อภัย อาคาชิรักคุโรโกะมากขนาดไหนเรื่องนี้มิโดริมะและอดีตเพื่อนร่วมทีมเองรู้ดี น้ำตาแห่งลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างไม่แคร์สายตาเพื่อนสนิท มิโดริมะรู้ว่าอาคาชิฝืนแค่ไหนก่อนจะพาอาคาชิเข้าบ้านไปพักผ่อนเพราะกลัวอาการจะกำเริบ


งานศพของคุโรโกะจัดขึ้นบำเพ็ญกุศลอย่างใหญ่โตให้สมกับฐานะลูกชาย ‘นักธุรกิจ’ ชื่อดัง ภายในงานมีแขกญาติสนิทต่างมาร่วมงานกันอย่างเศร้าโศก ผู้เป็นพ่อแม่ต่างยืนคอยรับแขกที่มาแสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจวบจนถึงคืนวันที่สามเป็นคืนที่ฝนตกกระหน่ำลงมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกแต่อย่างใด กิ่งไม้เอนไหวคล้ายจะหักลงมาอยู่รอมร่อ



เพล้ง



รูปตั้งหน้าศพของร่างบางเกิดร่วงลงมาเรียกให้ทุกคนตกใจที่เกิดขึ้น เมื่อมองออกไปข้างนอกพายุโหมกระหน่ำฝนตกลงมาราวกับจะไม่หยุดแต่ตอนนี้พายุฝนนั้นได้หยุดนิ่งพร้อมกับความสงบเสมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ผู้เป็นมารดาค่อยๆบรรจงหยิบกรอบรูปมองใบหน้าลูกรักที่อยู่ในรูปอย่างอาลัยอาวรณ์


กลับบ้านเรานะลูก..กลับบ้านกับพ่อแม่นะ” มารดาเอารูปตั้งไว้อย่างเดิมก่อนจะสวดบำเพ็ญกุศลเป็นคืนสุดท้าย


กลางดึกสงัดทุกคนต่างนอนหลับกันบ้างก็ยังคงไม่นอน หมาหอนเกรียวกราวสลับกับลมที่พัดมาทำให้อากาศน่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังขึ้นมาทำให้สาวใช้ที่กำลังจะนอนต้องออกมาดู


ใครกันมานั่งร้องไห้ตอนดึกดื่นแบบนี้


ว่าแล้วก็เดินออกไปดูให้หายสงสัย แต่ก็ต้องสร้างความตกใจให้สาวใช้ทันทีเมื่อเห็นร่างบางของ คุณหนู ของบ้านที่ตายไปแล้วกำลังกอดเข่าร้องไห้พร้อมกับหันหน้ามามอง


ฮือออ..ยูกิซัง..ฮึกกก..ผมเจ็บท้อง” เสียงร้องไห้โหยหวนทำให้สาวใช้ที่เป็นหลานของป้าแม่บ้านถึงกับตาโตเมื่อเห็นดวงตาสีอความารีนนั้นหลั่งน้ำตาออกมาเป็นเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากทางตาและตามต้นขา


 “กรี๊ดดดดดดดดดดดด” ยูกิกรี๊ดออกมาอย่างสุดเสียงด้วยความกลัวปนตกใจ ทำให้ทุกคนในบ้านแตกตื่นออกมาพร้อมกับเปิดไฟในบ้านให้สว่างขึ้น


เป็นอะไรไปยูกิร้องซะเสียงดังเชียว” ยูริเอ่ยถามหลานสาวของตัวเองที่กำลังยืนสั่นราวกับลูกนกเปียกฝน


หนูเห็น..ฮึก....คุณหนู” ยูกิบอกพร้อมกับสะอึกสะอื้นพร้อมกับกอดคนเป็นป้าเอาไว้แน่นเพื่อหาที่พักพิง


เห็นยังไงเล่าให้ฉันฟังหน่อยยูกิ” คุณหญิงของบ้านเป็นคนถามอย่างเร่งรีบ


คุณหนูบอกเจ็บค่ะคุณหญิง...แล้วก็มีเลือดออกจากตาและทางขาด้วยค่ะ” ยูกิรีบซุกกับอกกับคนเป็นป้าอย่างรู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่เจอ


ร่างสูงเรือนผมสีแดงสดกำลังนอนหลับด้วยเพราะฤทธิ์ของยา เตียงที่ร่างสูงนอนยุบฮวบลงตรงบริเวณข้างกายที่เคยเป็นที่นอนของ ‘คุโรโกะ เท็ตสึยะ’ คนรักเก่า มือบางค่อยๆลูบแก้มสากของคนรักอย่างคิดถึงพร้อมน้ำตาที่เอ่อคลอพร้อมรินไหลได้เสมอ


อาคาชิคุง” เสียงเรียกราวกับเสียงกระซิบ “ทำไมอาคาชิต้องทิ้งผมกับลูกด้วย..ผมทำอะไรผิด คุโรโกะเอื้อมมือที่ขาวซีดสัมผัสอย่างแผ่วเบาก่อนที่น้ำตาจะร่วงหล่นบนแก้มสากพร้อมขยับตัวเองลงไปในอ้อมกอดของคนรัก อาคาชิสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาอย่างไม่เต็มตื่นดีนักก็พบเหมือนว่ากำลังโอบกอดอะไรบางอย่างก่อนจะหลับตาลงอีกรอบ


ฮึก..ฮือ” เสียงร้องไห้ดังอยู่ข้างหูเป็นเสียงคุ้นเคยที่ได้ยินเป็นครั้งสุดท้าย ความสงสัยทำให้อาคาชิเบิกตาโพลงก็พบกับร่างของคนรักที่ดูคล้ายกับอากาศเสียมากกว่า


เท็ตสึยะ!” อาคาชิรีบลุกออกมาเตียงด้วยความตกใจ


ทุกข์ใช่ไหมเจ็บปวดใช่หรือเปล่าคำถามมากมายเกิดขึ้นภายในหัว


เพราะนาย..เพราะนายทำให้ผมต้องตายพร้อมกับลูกนายต้องตายเหมือนกับผม!” ร่างบางเปลี่ยนสายตาจากโศกเศร้าเป็นสายตาแห่งโกรธแค้นพยาบาทอาฆาตทันที พร้อมกับพุ่งตรงไปยังร่างของอาคาชิด้วยความเร็วและบีบเข้าที่ลำคอแกร่งของอีกฝ่ายอย่างไม่ทันตั้งตัว


ฉันขอโทษฉันไม่ได้ตั้งใจ” อาคาชิพยายามอธิบายให้ฟังแต่ยิ่งดูว่ายิ่งอธิบายอะไรไปคุโรโกะก็มีทีท่าว่าจะไม่ฟัง 


แค่ก..แค่ก” อาคาชิเริ่มหายใจไม่ออกมือหนาก็พยายามแกะมือบางออกยิ่งพยายามดิ้นหนีเท่าไหร่คุโรโกะยิ่งออกแรงบีบมากขึ้น 


อ้ากกกกก” อาคาชิสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับโวยวายเสียงดังจนทำให้มิโดริมะที่อยู่ข้างห้องต้องวิ่งออกมาดูเพื่อนสนิทด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวว่าอาการจะกำเริบ


นี่ฝันไปหรอเนี่ยทำไมรู้สึกเหมือนจริงชะมัด


เป็นอะไรไปฝันร้ายหรอ” อาคาชิรีบพยักหน้าเป็นคำตอบให้กับมิโดริมะ “ฝันว่าอะไรไหนเล่าให้ฉันฟังหน่อย” มิโดริมะตบบ่าเพื่อนเบาๆเป็นเชิงปลอบขวัญ


ฉันฝันเห็นเท็ตสึยะ” คำบอกเล่าประโยคแรกทำให้มิโดริมะถึงกับขนลุกซู่ “เท็ตสึยะมาร้องไห้มาบอกรักฉันและกอดฉันก่อนจะบอกว่าฉันทำให้เท็ตสึยะและลูกต้องตาย สายตาเท็ตสึยะในฝันน่ากลัวมาก” มิโดริมะนั่งฟังอาคาชิระบายความฝันให้เงียบๆก่อนจะสะดุ้งกับประโยคที่ว่า ฉันต้องตายเหมือนกับเขาแล้วก็มาบีบคอจนสะดุ้งตื่น” มิโดริมะเดินเข้ามาสำรวจที่คอของเพื่อนสนิทก็พบกับรอยมือเล็กที่อยู่บนคอเพื่อนสนิทจนเขียวช้ำอย่างเห็นได้ชัด


นายคงโดนคุโรโกะเล่นงานเข้าแล้วล่ะ” มิโดริมะพูดออกมาอย่างมีสีหน้าลำบากพร้อมกับดันเพื่อนสนิทให้นอนลงไปตามเดิม “ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนนายเอง นอนซะ” อาคาชิพยักหน้าก่อนจะเข้าสู่ในห้วงนิทราอีกครั้ง ปล่อยให้มิโดริมะครุ่นคิดเรื่องนี้เกือบทั้งคืนโดยมีสายตาจากสิ่งที่มองไม่เห็นจ้องมองทั้งคู่อยู่ 


 

 เช้าวันรุ่งขึ้นคางามิก็เตรียมของไปที่วัดเพื่อทำบุญให้กับเพื่อนสนิทที่เขาแอบรักมาตลอด รักเกินกว่าคำว่าเพื่อนสนิท .. แต่ทำยังไงได้คำว่ารักมันไม่สามารถจำกัด สถานะ ได้หรอก



Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr



คางามิล้วงเข้ากระเป๋ากางเกงเพื่อรับโทรศัพท์ สายตาคมมองชื่อคนที่โทรมาอย่างชั่งใจก่อนจะกดรับ ว่าไงครับรุ่นพี่” คางามิเอ่ยถามปลายสายเมื่อเห็นว่าโทรมาเช้าขนาดนี้


วันนี้มาซ้อมด้วยนะ ฮิวงะบอกธุระที่ต้องบอกให้คนตัวสูงรู้


ขอโทษทีนะครับ แต่วันนี้ผมมีธุระ” คางามิตอบปฏิเสธปลายสายไป อะไรก็ไม่สำคัญเท่าคุโรโกะอีกแล้ว


ยังทำใจเรื่องเขาไม่ได้อีกหรอคางามิ ฮิวงะถามกลับมาด้วยความเป็นห่วง


รุ่นพี่ก็รู้ว่าผมรักเจ้านั่นมากขนาดไหน ผมทนเห็นมันกับเจ้านั่นมาตั้ง5ปีนี่ก็เก่งแค่ไหนแล้ว” คางามิตอบไปด้วยน้ำเสียงที่เริ่มติดหงุดหงิด ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะไปเอาเลือดหัวมันออกนัก


ยังไงก็อย่าเครียดมากนะ แค่นี้ก่อนนะ ฟังบทสนทนาจบคางามิก็ตัดสายทิ้งก่อนจะขับรถไปยังวัดเพื่อไปทำบุญให้กับเพื่อสนิทที่คิดไม่ซื่อ
           

 คางามิขับรถไปที่บริเวณทุ่งกว่างที่มีดอกไม้สีขาวต่างสายพันธุ์เรียงรายกันอยู่สวยงาม กลิ่นหอมทำให้ได้ดมสูดกลิ่นของดอกไม้ได้อย่างไม่มีเบื่อ คางามิจอดรถไว้ข้างนอกพร้อมกับเปิดประตูรั้วของสวนดอกไม้


มือหนาหยิบช่อดอกไม้สีขาวออกมากอดไว้ในอ้อมกอดอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่ากลีบมันจะช้ำเสียก่อนที่จะให้กับใครคนหนึ่ง คางามิเดินผ่านทุ่งกว้างนั้นมาอย่างง่ายดายเพราะมักจะมีคนสวนคอยมาดูแลที่นี่ทุกๆวันพร้อมกับคอยเฝ้าระวังไม่ให้ใครมารุกรานสถานที่แห่งนี้


            สถานที่แห่งนี้ที่ใครว่าสวยงามนักหนาแต่ภายในสวนนั้นกลับให้คนที่มารู้สึกเศร้าและหดหู่และพร้อมจะเรียกน้ำตาให้กับคนที่ อ่อนแอ’ ได้เสมอ ขายาวเดินมาหยุดที่ป้ายหินแห่งหนึ่งที่เบื้องหน้ามีธูปและดอกไม้สีขาวชนิดต่างๆวางอยู่เรียงราย


ป้ายหินมีตรงหน้าเขามีรูปคนที่เขารักสุดชนิดแปะติดอยู่พร้อมกับป้ายหินที่แกะสลักว่า ‘คุโรโกะ เท็ตสึยะ เพราะที่แห่งนี้เป็นที่ที่คุโรโกะชอบมาเป็นพิเศษ พ่อแม่ของคุโรโกะจึงนำร่างคุโรโกะมาทำพิธีฝังเอาไว้ที่นี่หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สุสาน


คุโรโกะ ฉันมาหาแล้วนะ” คางามิวางช่อดอกไม้ในอ้อมกอดวางอยู่ตรงหน้าพร้อมกับเอื้อมมือไปตามสัมผัสตามรูปน่ารักที่ติดอยู่แต่ก็สลดใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะสูญเสียคุโรโกะไปเร็วขนาดนี้ น้ำตาแห่งลูกผู้ชายที่ไม่เคยมีใครเสียแต่ตอนนี้มันกลับไหลออกมาเป็นครั้งแรก


ฉันคิดถึงนาย” น้ำตาร่วงลงมาเรื่อยๆแต่เจ้าตัวกลับไม่คิดจะเช็ดมันออก “ฉันรักนายนะ..รักมาตลอด” คางามิพูดพร้อมกับมองหน้าเจ้าของภาพที่หน้าเอ่อนองไปด้วยน้ำตา ฉันนี่เหมือนคนบ้าเลยว่ะ นายว่างั้นไหม” คางามิพูดพร้อมกับหัวเราะเยาะตัวเองที่พูดพร่ำเพ้อทั้งที่เจ้าตัวก็ไม่ได้อยู่แล้ว


ลมพัดมากระหน่ำทั้งๆที่วันนี้พยากรณ์บอกว่าอากาศแจ่มใสไม่มีฝนหรือลมมรสุมใดๆ แต่มีสายตาคู่หนึ่งที่มองร่างสูงจากตรงหน้าอย่างอาลัยอาวรณ์แต่ร่างสูงไม่อาจจะเห็นได้ วิญญาณของคุโรโกะไม่เคยไปไหนเลยเขาวนเวียนอยู่ใกล้เพื่อนตัวสูงตลอดมา


ที่เขายังไปไหนไม่ได้ เพราะเขายังไม่ได้แก้แค้น อาคาชิ’ อย่างไงล่ะ


ทำไมคุโรโกะจะไม่รู้ล่ะว่าคางามินั้นคิดเกินเลยกับเขาเกินเพื่อนมานานเท่าไร แต่คุโรโกะมีอาคาชิที่เป็นคนรักอยู่แล้วเขาไม่สามารถทิ้งอาคาชิมาหาคางามิได้จนกระทั่งเขาสูญเสียคางามิและจบชีวิตตัวเองลง


คุโรโกะสวมกอดจากทางข้างหลังโดยที่ร่างสูงรู้สึกถึงความอบอุ่นจึงยืนแน่นิ่งเหมือนเดิม ร่างบางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองเป็นได้แค่ ธาตุอากาศ ตามที่สิ่งนักวิทยาศาสตร์เรียก


ไปหาฉันบ้างนะ” คางามิมองแท่นป้ายนั้นอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป


ได้ครับผมจะไป วิญญาณของคุโรโกะได้รับรู้แล้ว




 

ย้อนไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน

 

ร่างบางที่กำลังเดินเข้ามาหาคนรักหนุ่มทุกวันโดยมีเพื่อนสนิทจอมซื่อบื้อมาส่งพร้อมกับขนมที่เจ้าตัวตั้งใจทำมาด้วยสุดความสามารถ ทุกครั้งที่ร่างบางมาจะโทรบอกร่างสูงเสมอแต่วันนี้เขาอยากจะมาเซอร์ไพรส์แฟนหนุ่มด้วยการเปิดประตูเข้ามาอย่างไร้เสียงก่อนจะเดินย่องไปในครัวนำขนมจัดใส่จานพร้อมกับเดินไปประตูห้องนอนอย่างวิสาสะ แต่ภาพที่ร่างบางเห็นทำให้เผลอปล่อยจานในมือตกลงมา



เพล้ง



คุโรโกะน้ำตาเอ่อคลอพร้อมกับหันหน้าหนีภาพบาดตาบาดใจนั้น โดยคนที่ชื่อว่าเป็นคนรักของเขากำลังนอนเปลือยพร้อมกับกกกอดคนอื่นไว้ในอ้อมแขน มือเล็กกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิท


ทำไมคุณทำกับผมแบบนี้ล่ะอาคาชิคุง


คางามิ...มารับผมหน่อย” คุโรโกะบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่นอย่างยากลำบาก พร้อมกับถอดแหวนเงินวงเล็กที่สลักเป็นชื่อของทั้งสองคนออกพร้อมกับวางไว้บนหัวเตียงนอนของทั้งคู่


คุโรโกะเดินลงจากห้องคนรักลงมาด้วยอาการที่เหม่อลอย ดวงตากลมโตสีอความารีนที่เคยสดใสแต่บัดนี้ได้มีแต่น้ำตามาบดบัง ทันทีที่คางามิเห็นคุโรโกะลงมาก็รีบลงจากรถไปสวมกอดคนเป็นเพื่อนทันที คุโรโกะเองก็เอาหน้าซุกอกเพื่อนไม่อายสายตาของใครๆมือใหญ่เอื้อมมือมาลูบหลังบางอย่างแผ่วเบา เขาเห็นคุโรโกะเจ็บเขาก็เจ็บไปไม่น้อยกว่าคุโรโกะอีกเหมือนกันแต่เมื่อตัวการที่ทำให้คนในอ้อมกอดก็โผล่ลงมาด้านล่างมองเขาสองคนที่กำลังกอดปลอบ


หึ ถ้าอยากนักก็ไปโรงแรมสิไม่อายผีสางบ้างหรือไง” อาคาชิใช้คำพูดรุนแรงออกมาทำให้คุโรโกะปล่อยน้ำตาออกมายิ่งขึ้นมือบางกำเสื้อคนตรงหน้าแน่นจนคางามิรับรู้ถึงความชื้นของเสื้อพร้อมกับลูบหัวร่างบางไปด้วย


นายนั่นแหละ ทำไมชอบทำร้ายจิตใจเพื่อนฉันตลอดเลยวะ” คางามิทนดูไม่ได้หากใครมาดูถูกเพื่อนสนิทที่เขารักและดูแลทะนุถนอมมาตลอด


แล้วนายล่ะอย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่านายคิดยังไงกับเท็ตสึยะ” อาคาชิมองคนตรงหน้าอย่างเหยียดๆ


ทำไมฉันรักเจ้านั่นแล้วมันผิดตรงไหน!” คางามิพูดออกมาด้วยความโมโห เรื่องที่ว่าชอบน่ะเขาเคยสารภาพมาแล้ว


คางามิครับ พอแล้ว” คุโรโกะกระตุกชายเสื้อคางามิก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้าหาคนรักของตนเอง


หึ แค่นี้ก็ทำเป็นสำออยร้องไห้ ตอแหล!” คำพูดของอาคาชิยังไม่ทันจบประโยคก็พุ่งเข้าไปชกที่ใบหน้าของแฟนเพื่อนสนิทตัวเล็กทันที


พลั่ก


หมัดนี้สำหรับที่นายทำร้ายเพื่อนฉัน


พลั่ก


หมัดนี้สำหรับคำที่นายดูถูกเพื่อนฉัน


พลั่ก


หมัดนี้สำหรับคำที่ด่าเมื่อกี้


พลั่ก


หมัดนี้สำหรับคำเหี้ยๆที่ดูถูกคนที่รัก


พลั่ก


และหมัดสุดท้ายสำหรับความหมั่นไส้ เมื่อคางามิต่อยอาคาชิจนพอใจแล้วคางามิก็โอบร่างบางขึ้นรถไปอย่างไม่รีรออะไร ใครก็รู้ว่าดูถูกเขาน่ะไม่เป็นไรแต่ถ้าดูถูกคุโรโกะเมื่อไหร่มันเจ็บแน่


เฮือก” อาคาชิเผลอสะดุ้งตื่นขึ้นมา นี่เขาฝันแบบนี้มานานเท่าไรแล้วเขาไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้หรอก


อาคาชิดึงทึ้งผมด้วยความชินแต่ครั้งนี้ที่ดึงออกมาภายในมือใหญ่มีเส้นผมของเขาร่วงติดมือมาด้วย ทำให้อาคาชิปวดหัวจี๊ดถึงกับต้องรีบค้นหายาระงับอาการแก้ปวดกินและนอนพัก อาการของอาคาชิหนักขึ้นเรื่อยๆเมื่อเริ่มพักผ่อนไม่เพียงพอและทำให้น็อกจนต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างกะทันหันเสียหลายครั้ง แต่โชคดีที่มิโดริมะกลับมาทันจึงพาไปส่งโรงพยาบาลได้อย่างหวุดหวิด

 


กลับมาอัพต่อแล้วค่าาาาา

1 คอมเม้นต์ = 1 กำลังใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #13 Kagakuro (@Kagakuro) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 01:09

    ต่อออออ

    #13
    0
  2. #12 ซามากิโกะ คิ?รุ?มิ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 00:21

    หลอนมากเลยลูกแม่ทำเอากูหลอนเลย ปรบมือ/สนุกมากค่ะไรต์ มาต่อเร็วๆนะค่ะ

    #12
    0
  3. #11 Devil Nightmare1827 (@devilnightmare) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 20:24
    รออยู่นะคะไรท์
    #11
    0
  4. #10 hong0943599389 (@hong0943599389) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:53
    ฮืออ~~~~~พ่อจ๋า แม่จ๋า หนูนอนหลับหนูกลัวผี(มันคือความจริงหลังจากอ่านเรื่องก็หลอนทั้งคืน)แต่ก็สนุกดีนะ
    #10
    0
  5. #6 Phenixfire (@Phenixfire) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 15:19
    หลอนดี
    #6
    0
  6. #1 supawee6371 (@supawee6371) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:25
    มีความหลอน
    #1
    0