[เต๋า- คชา] ข้างชีวิต

ตอนที่ 2 : 2. สาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    4 พ.ย. 54

 

 

ใครๆก็รู้ว่าหมากับแมวเป็นสิ่งมีชีวิตคนละสายพันธุ์กัน     แถมธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตสองสายพันธุ์นี้ยังไม่ถูกกันอีก

ไม่แปลกอะไรใช่ไหมว่าเวลาที่หมากับแมวอยู่ด้วยกันมันทั้งสองก็มักจะหา เรื่องทะเลาะกันดังลั่นให้เป็นที่น่ารำคาญของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา

ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องซ้ำซากที่เถียงกันอยู่ทุกวันก็ตาม  แต่คนจะทะเลาะ… ทำยังไงมันก็หาเรื่องทะเลาะจนได้ล่ะนะ

 

 

 

เหมือนถ้าเป็นรูปถ่าย ก็คงเป็นฉันและเธอยืนอยู่กันคนละมุม ไกลๆ

แต่ทุกรูปที่เธอถ่ายก็ต้องมีฉันนั้นดำรงอยู่ แต่ว่ายืนไม่ตรงกับจุดสนใจ

 

 

“ไม่ต้องมามองแบบนั้นเลย  ก็เต๋าไม่ปลุกคชาเองนี่”

หน้าตาบูดบึ้งลอยมาพร้อมกับจานข้าวที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม่เบานัก  จนคนถูกใส่ความเงยหน้าขึ้นมองคนตัวเล็กด้วยสายตาระอา  เต๋าพยักหน้ารับคำของคชา  พร้อมเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันขณะเอ่ยด้วยเสียงลอดไรฟัน

“อ๋ออ เหรอออ เหรอออ   เต๋าไม่ปลุกเลยยย ไม่เคยปลุกเลยย  ไม่เคยปลุกเลยสักนิดเดียว”

คนตัวเล็กทำหน้ายุ่ง  เมื่อได้ยินน้ำเสียงประชดประชันนั้น  ใช่ว่าคชาจะไม่รู้ว่าการมาเรียนสาย และถูกอาจารย์ดุครั้งใหญ่ในครั้งนี้เป็นความผิดของใคร  แต่เรื่องที่จะรับผิดง่ายๆนั้นไม่มีทางซะล่ะ

คชาย่นจมูกให้กับคนที่นั่งตรงข้าม

“ไม่ต้องมาประชดเลยนะ  คชาจะฟ้องพี่ต้น!”

“หา.. .”

เต๋าทำสีหน้าปั้นยาก  เมื่ออยู่ๆอีกฝ่ายก็เอ่ยถึงพี่ชายตัวเองขึ้นมา  …  ซึ่งเขาจะไม่ว่าอะไรเลยแม้แต่น้อย  ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่พี่รหัสสายตรงของเขา …

รู้เอาไว้อย่างว่าเขาเรียนวิศวะ… และด้วยระบบของเด็กวิศวะนั้นเต๋าก็รู้อยู่แก่ใจว่ามัน… เอ่อ    ถ้าเป็นไปได้เขาก็ไม่ได้อยากมีเรื่องเดือดร้อนกับพี่ชายของคชาเลยแม้แต่ นิดเดียว     นิสัยของพี่ต้นตามที่เขารู้จักและคุ้นเคยมานานก็เป็นที่รู้กันว่าฝ่ายนั้น ทั้งห่วงน้องชายของตัวเองอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว   ให้เจ้าตัวเล็กนี่ไปพูดถึงเขาเสียๆหายๆ มีหวังได้กลายเป็นศพไร้ญาติในอนาคตอันใกล้นี้แน่ๆ

(ความจริงอยากกระซิบเบาๆ ว่าควรเรียกว่า ‘หวง’ เลยจะกินความได้ชัดเจนกว่ามาก)

“คชาตื่นสายแล้วไปเรียนสายเอง มันไปเกี่ยวอะไรกับพี่ต้นด้วยล่ะ ”

“ไม่รู้ล่ะ คชาจะฟ้องพี่ต้น บอกว่าเต๋าว่าให้คชา”

คชาบอกหน้าตาเฉย พร้อมกับลอยหน้าลอยตาตักเนื้อย่างเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย  จนเต๋าหน้ามุ่ย

“ไอ้เด็กติดพี่เอ้ย” 

เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับจ้วงช้วนไปแย่งเนื้อจากจานตรงข้ามมาเข้าปากตัวเองด้วยความหมั่นไส้  จนคนตัวเล็กกว่าร้องลั่น

“เฮ้ย   แย่งเนื้อกันทำไม  ไอ้เด็กติดตุ๊กตา!!”

พออีกฝ่ายพูดจบ  เขาก็แทบสำลักเนื้อย่าง    ดูเหมือนว่าไอ้ตัวเล็กจะไม่รับรู้เลยว่ามีคนอีกตั้งมากมายที่อยู่รอบตัวพวก เขาทั้งสอง  … พูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าสาธารณะเขาก็เสียหายหมดสิ!

“ใครติดตุ๊กตา พูดดีๆนะไอ้ตัวเล็ก”

“ก็ใครไม่รู้ที่พอเค้าเอาตุ๊กตาหมีไปกอดก็ร้องงอแงเรียกหาตลอดทั้งคืนไม่ยอมหลับยอมนอน  ไอ้ตัวโต!!”

“อะโด่  แล้วคนที่พอไม่มีคนนอนด้วยก็งอแงไม่ยอมนอน แถมตอนกลางคืนยังชอบเข้ามานอนกอดชาวบ้านล่ะ จะว่ายังไง แถมยังชอบแย่งตุ๊กตาคนอื่นไปกอดด้วย! ”

“ อะ  อะ… ก็ใครใช้ให้เปิดดูหนังผีก่อนเข้านอนล่ะ  ใครจะไปนอนคนเดียวได้วะ”

“แล้วใครกันแน่ที่บอกว่าอยากดูหนังผีก่อนนอนจนฉันต้องไปเช่ามาให้ดูตอนตีหนึ่ง!”

“ ก็ไม่คิดว่ามันจะน่ากลัวขนาดนั้นนี่หว่า”

“คราวหลังจิตอ่อนก็ไม่ต้องดู  ดูแล้วนอนไม่หลับทั้งคืน เสียสุขภาพหมด ดูซิกว่าจะตื่นได้ยากเย็นแค่ไหน”

เต๋าบอกเสียงเรียบ  และก้มลงมองจานข้าวแกงกระหรี่ของตนที่คนตัวเล็กเริ่มจะหันเอาช้อนส้อมของตัว เองหยิบฉวยเอาคืนไปบ้างแล้ว  แต่เขาก็ไม่ได้ห้ามอะไร  ถือว่าเป็นการแบ่งปันอาหาร  เพราะเต๋าเองก็ฉกเนื้อย่างของอีกฝ่ายมาเคี้ยวตุ่ยๆอย่างอารมณ์ดีเช่นเดียว กัน  จนกระทั่งเสียงทักคุ้นหูดังขึ้นไม่ไกล พร้อมกับร่างหนาของเจมส์  คนมาใหม่หัวเราะเบาๆอย่างอารมณ์ดี และตรงดิ่งมาหวังจะร่วมโต๊ะด้วยโดยที่ไม่ต้องขออนุญาตก่อน

“ นึกว่าใครส่งเสียงดัง  ทีไหนได้ ผัวเมียตีกันอีกแล้ว”

“ไอ้เวิ่น!!”   สองเสียงประสานกันดังลั่นจนคนมาใหม่แทบหูแตก

“โหย แซวนิดแซวหน่อยประสานเสียงกันเลยนะ”

ใบหน้ายิ้มระรื่นเมื่อครู่เลือนหายไปอย่างรวดเร็วกับประโยคนั้น      คน‘เวิ่น’ กัดฟันก่อนกระแทกชามราเม็งลงบนโต๊ะจนน้ำซุปแทบจะกระฉอกออกมา

“ถ้าจะกระแทกขนาดนี้ก็เอามาขว้างหัวกันเลยไหมเวิ่น”

เจมส์เบ้ปากให้กับประโยคนั้น  ปากสุนัขๆอย่างนี้ไม่มีใครอีกแน่นอกจากคนร่างสูง หน้าคม ผิวเข้ม  กล้ามเป็นมัดๆ นักกีฬาขวัญใจสาวๆทั้งมหาวิทยาลัย  มีข้อเสียอย่างเดียวก็ปากไม่มีหูรูดที่ชอบพูดอะไรตรงๆ    ทำร้ายจิตใจสาวมั่นหลายต่อหลายคนมาแล้วแทบทุกคณะในมหาวิทยาลัย  และตอนนี้มันก็กำลังพูดจาทำร้ายจิตใจเขาอย่างแสงสาหัส

“เดี๋ยวได้เจอราเม็งคว่ำใส่หัวหรอก !”

“อย่ารังแกเต๋านะเวิ่น!!”

เสียงทุ้มหวานของร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆเขาดังขึ้น ตามด้วยอาการตกใจของเจมส์     จากตอนแรกที่คิดว่าจะมาทักทายเช้าวยามสายด้วยการจิกกัดทั้งคู่ให้เหวอะ แหวะพอเป็นพิธีตามประสาคนรักเพื่อน   เป็นอันว่านอกจากเนื้อไม่ได้กินแล้ว เขายังถูกแส้ฟาดกลับด้วยซ้ำไป

“อ้าว…. เมื่อกี้ทะเลาะกันอยู่ไม่ใช่เหรอวะ  ไหงปกป้องกันงี้วะ”

เจมส์เอ่ยก่อนทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง  มองหน้าคนสองคนที่พร้อมใจปกป้องกันจากเขาอย่างแข็งขันด้วยความประหลาดใจ

“คชาทะเลาะกับเต๋าได้คนเดียว คนอื่นห้ามทะเลาะด้วย”

คนตัวเล็กเอ่ยขึ้นขณะก้มหน้าก้มตาเลือกเนื้อย่างของตัวเองที่มีหนังค่อน ข้างกรอบ  จิ้มไปป้อนให้กับคนที่นั่งตรงข้ามกิน เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายชอบ  โดยไม่ได้สนใจสายตาที่มองตามด้วยความสนใจของเจมส์เลยแม้แต่น้อย …   ส่วนไอ้คนตัวสูงที่นั่งอ้าปากรับเนื้อย่างจากคชาไปเคี้ยวกร๊วมๆด้วยท่าทาง มีความสุขนั่นก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง   โดยเฉพาะตอนที่มันเอ่ยขึ้นมาด้วยสายตาเยาะเย้ย

“รู้ไว้ซะนะเวิ่น  ไม่มีสิทธิ์ก็อย่ามาแหยม  ฮ่าๆ ”

คนไร้คู่ยักไหล่ด้วยความหน่าย      ก่อนบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ

“กูล่ะเพลียกับอิคู่นิ้จริงๆ  ”

ทั้งสองดูจะไม่หวั่นไหวกับการต่อว่าต่อขานใดๆของมนุษย์คนอื่นบนโลกนี้ เจมส์จึงบ่นเรียกร้องความสนใจอีกครั้งหนึ่ง ก่อนยกตะเกียบคีบเส้นราเม็งเข้าปากบ้าง

“ทีด่าคนอื่นนี่รีบกลับมาสมัครสมานสามัคคีเลยนะสองคนนี้”

“แน่น๊อน”

“แนะนำให้แกสองคนไปออกรายการ We got married ด้วยกันเลยเหอะ รับรองเรตติ้งกระฉูด”

คนขี้อิจฉาไม่วายแซวอีกครั้ง   จนคราวนี้คชาหันกลับมาจ้องหน้าเจมส์แบบเพลียๆไม่ต่างกัน

“วันนี้เป็นไรมากปะเจมส์  ประจำเดือนมาไม่ปกติเหรอ เอ… หรือว่าวันนี้พี่ต้นเหวี่ยงมา???? ”

“เฮ้ย!! ”

คนตัวเวิ่นร้องลั่นด้วยความตกใจ …ก่อนถามเสียงอ่อน

“รู้ได้ไงวะ ”

คชารับฟังพร้อมยักไหล่และส่ายหน้า   ก่อนจะสบตากับเต๋าที่มองมาอย่างเข้าใจ

“ถ้ามันไม่ไหวก็เลิกตื้อเหอะ  พี่ต้นไม่เหมือนกับชาวบ้านนะ  ถ้าจะจีบก็ต้องใช้เวลาหน่อย  นี่ยังไม่นับว่าพี่ต้นอาจจะไม่สนใจนายเลยก็ตาม ”

“ก็รักไปแล้วนี่หว่า  จะทำยังได้  แล้วไหนแกบอกฉันว่าถ้าเป็นฉันก็มีลุ้นไงวะ ”

“นั่นมันเมื่อสองเดือนก่อน…   คือตอนนั้นก็คิดว่าแกเป็นคนที่มีโอกาสมากที่สุดในบรรดาคนพวกที่มาจีบแล้วไง“

“แล้วตอนนี้”

“แกก็ยังเป็นคนที่มีโอกาสมากที่สุดเหมือนเดิม”

คชาพยักหน้าและตบบ่าเจมส์เบาๆ   จนคน ‘มีโอกาส’ ยิ้มกว้าง  ยืดอกรับฟังด้วยความตื่นเต้น

“แต่นั่นเพราะว่าแกปิดโอกาสคนอื่นจนหมด  แล้วทีนี้ก็เหลือแกคนเดียวที่จีบพี่ต้น…ดังนั้น พูดไม่ได้ว่ะ  แกไม่มีคู่แข่งแล้วก็จริง  แต่ไม่ได้หมายความว่าพี่ต้นจะเลือกแกนะ”

คำบอกเล่าจากน้องชายของคนที่เขากำลังจีบทำให้เจมส์แทบจะจุ่มหน้าลงในชามราเม็ง  ไม่สิ…อยากยกชามราเม็งฟาดหน้าไอ้คนบอกมากกว่า …

“เง้อ  ไอ้คชา ไอ้บ้า  เกลียดแกแล้ว  ;_; ”

คชาขำก๊าก ก่อนลุกขึ้นและหันไปหาร่างสูงใหญ่ที่นั่งกลั้นหัวเราะอยู่เช่นกัน

“เดี๋ยวไปล้างมือแป้บ เอาอะไรไหม”

เต๋าส่ายหน้า ก่อนก้มหน้าจดจ่อกับอาหารของตัวเองและอาหารของอีกคนที่ยกที่เหลือในจานให้ เขาหมด  … พออีกฝ่ายก้าวออกไปจากโต๊ะ  หน้าคมคร้ามก็เงยขึ้นมาพร้อมแววตาที่เป็นประกาย   เสียงทุ้มร้องเรียกคนที่เพิ่งเดินออกไปทันที

“คชาเอ้ย  ฝากซื้อทิชชู่ให้ด้วย”

“กี่ม้วน”

“สี่เลยละกัน  เผื่อเช็ดน้ำตาเจมส์มัน”

“ โอเค เดี๋ยวมา…. ว่าแต่สี่พอเหรอ?  ฮ่าๆๆ ”

ร่างเล็กโปร่งบางเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะ

“ขอบคุณนะเพื่อน…รักกันจริงจริ๊งงง”

เจมส์กัดฟันด้วยความคับแค้นใจที่ทำอะไรใครไม่ได้  อีกคนก็เพื่อนสนิท(และน้องของคนที่จีบอยู่ทุกวันนี้)   ส่วนอีกคนก็ตัวใหญ่เกินกว่าที่เขาจะต่อกรได้    ขืนมีเรื่องกับมันมีหวังไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต…

แซวได้แซวไป อย่าให้ถึงตาเขาบ้างละกัน  …   เจมส์คิดอย่างมีอารมณ์

“เออนี่เต๋า    คชามันเป็นไงมั่ง  อาการดีขึ้นหรือยัง”

“หือ?  อาการอะไรวะ ”

เต๋าเลิกคิ้ว  หลังจากจัดการอาหารทุกอย่างบนโต๊ะจนเรียบวุธ ตอนนี้สิบเอ็ดโมงกว่า  วิชาต่อไปก็เรียนในช่วงบ่ายสาม ดังนั้นเขาจึงไม่รีบร้อนอะไร   แถมกะว่าตอนบ่ายโมงจะไปนั่งชิลๆเรียนวรรณคดีกับคชาด้วย   เพราะไม่มีอะไรทำระหว่างรอเรียนวิชาตัวเอง … แล้วคาดว่าคชาก็คงจะไปนั่งหลับอยู่ในห้องเรียนแคลคูลัสกับเขาด้วยเช่นกัน

ระหว่างคิดเพลินๆ  อยู่ๆเจมส์ก็โพล่งคำถามหนึ่งขึ้นมาชนิดไม่ให้เขาตั้งตัว

“คชามันเลิกเสียใจหรือยังเรื่องยูริ”

เต๋านิ่งไป  ชื่อนั้นสะกิดใจของเขาอย่างเหลือเชื่อ

“… ยูริ เหรอ… ”

“เธอติดต่อมาบ้างไหม”

เขาส่ายหน้า   ก่อนถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง

“ไม่  ไม่มี”

            ดีแล้ว..ที่ไม่มี

                “แล้วมันจะลืมได้หรือยังวะ”

เจมส์ถาม….  ทว่าเป็นคำถามที่เขาไม่มีคำตอบ   ไม่สิ… ไม่อยากตอบเลยด้วยซ้ำ

“ไม่รู้สิ… คงไม่ลืมง่ายๆหรอก  ก็รักซะขนาดนั้น”

ความเงียบโรยตัวลงระหว่างทั้งสองเป็นครั้งแรก    เจมส์ขยับตัวอย่างอึดอัดเมื่อรู้ว่าพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดไปซะแล้ว

“อย่าพูดกับคชาเรื่องนี้นะ”

“เออ  รู้น่า ถึงได้มาถามแกไง   คชามันยิ่งเป็นพวกเสียใจกับเรื่องอะไรนานๆอยู่  ฉันรู้จักมันมานาน ก็เป็นห่วงมันไง   ดีนะได้มาสนิทกับแก… ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าสภาพของมันจะเป็นยังไง”

“ฉันไม่ได้ทำอะไรหรอก… “

เต๋าปฏิเสธ  …  เพราะรู้ตัวดีว่าไม่ได้ทำอะไรเลยแม้แต่น้อย

ในทางตรงกันข้ามเขารู้ว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่เลวมาก…  เพราะแค่ได้ยินเรื่องของผู้หญิงคนนั้น … เขาก็แทบไม่อยากจะอยู่ตรงนี้

จะยกโทษได้อย่างไร… ยกโทษให้กับผู้หญิงคนที่ทำให้หัวใจรักบริสุทธิ์ของคชาต้องบอบช้ำขนาดนั้น

ถ้าเขาทำอะไรได้มากกว่านี้คงดี….อย่างน้อยคชาก็ไม่ต้องเจ็บ

แต่จะโทษใครได้ …

ถ้าจะโทษ  ก็คงต้องโทษคนตัวเล็กที่ทำให้เขาต้องเดือดร้อนหัวใจอย่างนี้ทุกวัน

“ทำแบบนี้แหละดีแล้ว   คชามันเป็นคนขี้อ้อน  ถ้าปล่อยเอาคนเดียวนี่คงเป็นปัญหา  แค่มีคนให้อ้อนก็จบ  เดี๋ยวก็ลืมเรื่องอื่นๆเอง  เรื่องคลอเคลียนัวเนียชาวบ้านล่ะถนัดนัก  เวลาติดใครก็ติดจริงๆ  เวลารักใครก็รักจริง   โคตรเหมือนลูกแมว”

สิ่งที่เจมส์พูดทำให้เต๋ากระหวัดไปคิดถึงสภาพเมื่อเช้า  … เอออ  เหมือนลูกแมวจริงๆด้วย

ตัวเล็กๆ  ขาวๆ นุ่มๆ… ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม     แค่คิดก็….

เต๋าห้ามยิ้มที่ผุดขึ้นมาบนมุมปากไม่ได้เมื่อนึกถึงสภาพตอนตื่นนอนทุก เช้าของคชา…  คิดอยู่ว่าคล้ายๆกับอะไร… แต่คิดไม่ถึงว่าจะเหมือนลูกแมว

“ส่วนฉันก็คงเป็นลูกหมา…ตื่นมาถึงได้ทะเลาะกันทุกวัน”

แมวน้อย…

“เออ…ลูกหมากับลูกแมว  เกิดมาเพื่อกันและกันแท้ๆ นะพวกนายสองคน เหอะๆ”

เจมส์ประชด  แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้รับฟังเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะมัวแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับตัวเอง

จนเขาส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจกับเพื่อนตัวเอง …

เจมส์มองดวงตาคม ทว่าหวานซึ้งคู่นั้นอย่างจริงจัง  ก่อนจะเอ่ยออกไปว่า

“เต๋า… ถามตรงๆนะ ช่วยตอบตามความจริงด้วย”

“อะไร”

“ชอบคชาใช่ปะ”

ใบหน้าคมคลายยิ้มลงทันที   แววตาคู่นั้นปรากฎร่องรอยความลำบากใจ   เต๋าหลบตาอีกฝ่ายอย่างชัดเจน  ก่อนตอบเสียงเบาในคอ

“เพื่อนกัน…”

“เอ๊ะ ไอ้นี่ ถามว่าชอบหรือไม่ชอบ”

เจมส์ขึ้นเสียง   และมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาเคร่งขรึม  จนอีกฝ่ายขมวดคิ้ว  และขึ้นเสียงไม่แพ้กัน

“เอ๊ะ ไอ้นี่ ก็เพื่อนกันจะให้ตอบว่าไม่ได้ชอบหรือไง”

“งั้นถามใหม่”
เจมส์ยื่นมือไปคว้าคางได้รูปของอีกฝ่ายเพื่อให้หันมาหาตน สายตาจริงจังและคาดคั้น

ก่อนเอ่ยด้วยเสียงเนิบ ช้า ทว่าหนักแน่น!

            “รักคชาไหม”







TBC.
[ช่วยเม้นท์ช่วยโหวตให้บ้างนะคะ T^T ]
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

33 ความคิดเห็น

  1. #17 My-Akazuya (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2554 / 22:58
    เด็กน้อยจริงๆอ่ะคชา เด็กติดพี่ มีอะไรฟ้องตลอด ทั้งที่เต๋าไม่ผิดแต่ก็ซวยไป

    แอบฮาตรงที่ดูหนังผี รู้ว่ากลัวแต่ก็ยังดู ดูแล้วก็นอนไม่หลับ เช้ามาตื่นสาย

    คนที่รับกรรมก็คงเป็นเต๋าเหมือนเดิม 55+ แต่ก็คงไม่อยากยกหน้าที่ให้ใครใช่ไหมจ๊ะ

    ถึงได้โดนเจมส์ถามได้ตรงประเด็นขนาดนั้น "รักไหม" แอบรักหมีชงเบาเบาค่า



    ชอบอ่ะ คงเป็นลูกหมาลูกแมวที่เกิดมาเพื่อกันและกันจริงๆ >___<

    แค่เต๋าและคชาเท่านั้น
    #17
    0
  2. #16 roseless (@roseless) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2554 / 10:53
     เจมส์ เธอตรงประเด็นดีนะ ชั้นชอบ กร๊ากก 555
    อิพี่เต๋าก็นะ อยู่กินด้้วยกัน ทำอะไรให้กันชนาดนี้ ไม่หวั่นไหวให้มันรู้ไปซี้
    แมว น่ารักจัง ><
    #16
    0
  3. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 / 19:27
    หมีสนับสนุนเต็มที่5555
    #15
    0
  4. #14 แซงทางโค้ง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 / 10:19
    ดีมากหมี

    จงเป็นพ่อสื่อเข้าไป



    #14
    0
  5. #13 TAKARA KUN (@TAKARAKUN) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 / 00:46

    หมีหล่ะก็ถ้าจะถามกันขนาดนี้

    ก็ตอบเขาไปตามตรงกันเลยนะต๋าวววววววว

    #13
    0
  6. #12 Amoebah28 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 / 23:18
    ตามมาอ่านจาก blog ค่ะ >_<

    ชอบเรื่องนี้มากกกกก เป็นธรรมชาติมมาก ทั้งเต๋าและคชา

    สงสารน้องเต๋าเบาๆ ทนไหวได้ยังไงจริงๆ น่ะแหละ 555

    คชา เอ็งนี่ก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเล้ยยย แต่ป้าชอบนะ อ้อนต่อไปเรื่อยๆ กร๊ากกกก



    เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะคะ สู้ๆๆ
    #12
    0
  7. #11 patwo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 / 23:10
    วิดวิ้ววววววววว พี่หมี ถามซะตรง 555



    ไม่ใช่ว่าคชาได้ยินนะแกกกกก







    เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะค่ะ เราฟังเพลงข้างชีวิตแล้ว ชอบมากก เหมาะกับเต๋าคชามาก

    คิดไว้ว่าน่าจะมีคนมาทำOPVและแต่งฟิค แต่ก็ไม่เห็นมี

    พอเห็นเรื่องนี้แล้วดีใจมากๆ เราว่ามันเป็นเพลงเต๋าคชาจริงๆเลยล่ะ
    #11
    0