[เต๋า- คชา] ข้างชีวิต

ตอนที่ 5 : 4. เย็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,093
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 ธ.ค. 54


ความรัก...

เป็นความรู้สึกที่ซับซ้อน  อ่อนไหว และทำให้มีความสุข

แม้ว่าบางครั้งจะเคลือบแฝงไปด้วยความเจ็บปวดก็ตามที

 

 

ก็คงจะเป็นได้เพียงเท่านั้น

เป็นได้แค่ภาพประกอบชีวิต

ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ได้เคียงคู่กันแนบชิดสนิท

เป็นอีกชีวิตข้างๆกัน ไม่ใช่ชีวิตที่คู่กัน ฉัน...และเธอ"


            เต๋ารู้สึกสิ้นหวัง...

            ความอ่อนแอรุมเร้าเข้ามาจนแทบจะทำให้ร่างกายของเขาทรุดร่วงลงไปทุกที   ยาแก้ปวดที่หมอให้ก่อนออกจากโรงพยาบาลก็กำลังเริ่มจะหมดฤทธิ์  ความเจ็บปวดเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากบาดแผลโดยเฉพาะกับเท้าที่รับน้ำหนักตัวของเขาทั้งหมด  แต่แผนกลับใหญ่และมีเลือดซึมออกมาเป็นจำนวนมาก

เหนือสิ่งอื่นใดนั้น ... หัวใจของเต๋าก็คล้ายว่าจะหยุดเต้นลงไปทุกที

ร่างสูงพยายามเก้าเดินกลับห้องด้วยความรู้สึกอึดอัด และร้อนรน ...

คงช้าไปแล้ว.... ต่อให้พยายามจะดึงทุกอย่างกลับมาแค่ไหน ก็คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว

มันสายไปซะแล้ว

           

เต๋ายังจำได้ถึงรายละเอียดทุกอย่างตั้งแต่รู้จักกับคชามา...ท่ามกลางผู้คนมากมายที่ยืนอยู่แวดล้อม  สายตาของเขากลับโฟกัสไปที่ตรงนั้น 

ใบหน้านิ่งๆ ทำเหมือนกับทั้งโลกนั้นมีเพียงตัวเองอยู่คนเดียวนั้นสะกิดใจเขาอย่างแรง  

คนขี้อาย แต่มักทำตัวไร้สีหน้า  จนมองไม่ค่อยออกว่าคิดอะไรอยู่กันแน่ 

เด็กผู้ชายหน้าสวย....  แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

เฟรชชี่คณะอักษรฯ...ที่มักมีพี่เรียนวิศวะฯหน้าตาคล้ายๆกันยืมคุมใกล้ๆตลอดเวลาที่รับน้องรวม  จนแทบไม่มีรุ่นพี่คนไหนกล้าเข้าใกล้ 

 

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย.... ที่อยู่ๆพี่ต้นก็เกิดติดงานจนไม่มีเวลาดูแลคชาด้วยตัวเอง ต้องไหว้วาน..(แกมขู่บังคับ) ให้เขาที่เป็นน้องรหัสไปดูแลน้องชายให้

ตั้งแต่นั้นมา เต๋ามักเริ่มสนุกที่จะสังเกตความเปลี่ยนแปลงของดวงตาของคนไร้สีหน้าเสมอ   แววตาที่มักแสดงอาการครุ่นคิด  วิตกกังวล  เขินอาย  รวมไปถึงความหวั่นไหวกับสิ่งแวดล้อมที่เข้ามารบกวนจิตใจ

ใช่...

มันรวมไปถึงรอยยิ้มนั้นด้วย

ยิ้มที่สว่างไสวจนแทบทำให้เขาลืมหน้านิ่งๆนั้นไปทันที

 

 

            มันก่อตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ...

อาจจะตั้งแต่ได้จับพลัดจับผลูมาเป็นรูมเมทกัน 

อาจจะตั้งแต่ตื่นขึ้นมาพบกับหน้างัวเงียนั้น แล้วก็ต้องลากกันขึ้นมาจากเตียงทุกวัน

อาจจะตั้งแต่ตอนที่รอกินข้าวด้วยกันทุกมื้อ

อาจจะตั้งแต่ที่เรียนไม่เหมือนกันเลยแม้แต่วิชาเดียว... แต่กลับลากกันไปเรียนด้วยกันเสมอๆทุกครั้งที่อีกฝ่ายว่าง

อาจจะ.... ตั้งแต่ที่เขารู้สึกแปลกๆทุกครั้งที่เห็นคชากับคนรัก

 

           

            ความสัมพันธ์ของคชากับยูริเป็นไปอย่างเรียบง่าย คล้ายกับนักศึกษาทั่วไปที่คบกัน   เพียงแต่ความแตกต่างที่ทั้งคู่มีมันมากเกินไป ...

น้ำ ...กับน้ำมัน ไม่มีวันเข้ากันได้

เต๋าแทบจะคาดเดาอนาคตของทั้งสองได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้ว่าคชากับยูริคบกัน

ยูริเป็นหญิงมั่น   ท่าทางกระฉับกระเฉง  และการพูดที่ไร้ร่องรอยความไม่มั่นใจ บ่งบอกให้รู้ว่าหญิงสาวเป็นคนอย่างไร   ช่างแตกต่างกับแฟนหนุ่มอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งคู่ไม่เคยทะเลาะกัน ....แต่น่าแปลก  ที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มห่างกันเรื่อยๆ

จนกระทั่ง....วันที่ทุกอย่างจบลง

 

เพราะเต๋าเป็นต้นเหตุ

           

            เขาไม่รู้ว่าหญิงสาวชอบอะไรในตัวเขา   แต่ความรู้สึกนั้นแทบจะทำให้เขาเข้าหน้าคชาไม่ติด

 

            เต๋าอ่านความรู้สึกของคชาผ่านสายตาที่เศร้าสร้อยนั้น  เขาจึงรู้ว่าคชาไม่เคยโทษเขา...

            แววตาเจ็บช้ำคู่นั้นบอกว่าคชาโทษแต่ตัวเอง

           

คชาเป็นฝ่ายขอให้เขาดูแลยูริ

แต่เต๋าไม่รับปาก... 

เขาไม่เคยคิดกับหญิงสาวคนนั้นเหมือนที่คชาคิด

 

และเต๋ารู้ดี... ว่าคนที่เขาต้องการดูแลในขณะนั้นไม่ใช่ยูริ

 

 

 

แต่เป็นคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกอยากปกป้องด้วยชีวิตทั้งหมดที่มี

 

เผู้ชายตัวเล็ก...ที่ร้องไห้ครั้งใด... ก็ราวกับเด็กอายุสิบขวบ

 

 

เต๋าเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้

            เพิ่งรู้...ว่าคนที่อยู่ข้างๆเสมอมีอิทธิพลกับหัวใจแค่ไหน

           

แต่มันจะมีประโยชน์อะไร.... ในเมื่อเขารู้ถึงมันในวันที่สายไปแล้ว

            “คชาอยากอยู่กับเต๋ามากกว่าใครทั้งหมดนะ”

            สายไปแล้ว....

                       

           

เต๋าเปิดประตูห้องด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง ...

ทว่า 

            “ไปไหนมา  บอกแล้วไงว่าหมอห้ามไม่ให้เดินไปไหนคนเดียว”

ร่างที่นั่งอยู่บนเตียงกลับทำให้เขาแทบหยุดหายใจ

            เสียงเข้มเอ่ยขึ้นขณะที่คนตัวเล็กกระโดดข้ามห้องมาหาเขา ....

“คชา...”

“ไอ้บ้า  ไปไหนมาเนี่ย   จะมืดแล้วนะ”

เต๋านึกอยากให้เสียงหัวใจทีเต้นรัวในขณะนี้สามารถบอกแทนคำพูดของเขาได้

ถ้าเพียงแต่... เขาไม่ต้องเอื้อนเอ่ยอะไรออกมา

แต่สามารถบอกทุกความรู้สึกที่มีต่อคชาได้ทั้งหมด...

เขาคงจะทำ

“ใครกันแน่ที่บ้า...  ”

“ว่าใครฮะ   เต๋า  นายน่ะสิบ้า ”

ในตอนนี้.... ไม่ว่าจะหมายถึงอะไรก็ตามเต๋าก็ไม่สนใจอีก

            เต๋าคิดขณะที่รวบคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอดที่สั่นเทา

เสียงเต้นของก้อนเนื้อในอก  และเสียงลมหายใจที่หอบถี่บอกว่าเขากำลังรวบรวมสติทั้งหมดที่มี  เพื่อที่จะบอก...

เพื่อที่จะทำให้คชารู้ว่า  

            สำหรับคนชื่อ เต๋าคนนี้

            ถึงไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในหัวใจ

            แต่ขอเป็นคนที่อยู่ข้างๆคชาไปตลอดก็ยังดี !!!!!!!!

 

ฉันคิดเธอคือคนนั้น

แล้วเธอไม่ตรงกับฉันคิด ไม่ขนาดนั้นฉันต้องพร้อมทำใจ

ฉันคิดเท่าที่อยากคิด คิดไป

แม้เป็นแค่ฝัน คิดไปก็เท่านั้น

 

ช่างมันประไร



            “ไปอยู่ที่ไหนมา!!”

ร่างเล็กที่ถูกดึงเข้าไปในอ้อมแขนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ...ก่อนจะปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในอ้อมกอดนั้นโดยไม่ขัดขืน

นานเนิ่นที่อยู่ในอกอุ่น

.... และรับฟังเพียงเสียงหัวใจที่ใกล้ชิด

กอดของเต๋า...อุ่นเสมอ  อุ่นจนแทบไม่อยากออกมา

คชายิ้มบาง   พร้อมเหนี่ยวแขนขึ้นไปคล้องบนบ่ากว้าง

กอดตอบร่างกายสั่นเทานั้นให้คลายความอ่อนแอก่อนซุกหน้าลงกับไหล่ที่มักเป็นที่พักพิงให้เขาได้เสมอ

“ห้องเจมส์... “

เสียงใสตอบมาเรียบๆ...  จนเต๋าทวนคำออกมาด้วยความตกใจ

“ห้อง...จ..?...ว่าไงนะ...”

คชาขมวดคิ้วยุ่งอยู่ในกอดแน่นหนานั้น  ก่อนอธิบายเบาๆ

“บอกว่าไปห้องเจมส์มาไง  แต่เจอพี่ต้นกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันพอดี... ตกใจแทบแย่ ไม่คิดว่าสองคนนั้นจะไวไฟขนาดนี้  ไม่อยากขัดคอ  ก็เลยกลับห้อง  พอกลับห้องก็ไม่เจอเต๋าแล้ว”

“แล้ว... ”

“แล้ว... เต๋าไปไหนก็ไม่รู้น่ะสิ  นั่งรอตั้งนาน โทรศัพท์ก็ไม่เอาไป  ข้างล่างก็ไม่มี  ไปถึงไหนมาเนี่ย!”

เต๋าแทบไม่ได้ยินประโยคต่อๆมาที่คนในอ้อมกอดพูดเลยแม้แต่น้อย   เขาดันบ่าเล็กออก  และมองตาคู่นั้นด้วยคำถาม

“ไม่ได้ไปเหรอ...”

“ไปไหน...”

ดวงตาใสมองเขากลับ  ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย...

น้ำเสียงของเต๋าขาดห้วง... ทุกอย่างสับสนประดังประเดเข้ามาในหัวจนแทบจะพูดไม่ถูก  ...หัวใจของเขาร้อนรุ่มจนแทบทนไม่ไหว

“ไป....   ยูริ... ”

รอยยิ้มบางปรากฏที่มุมปากของคนตรงข้าม  อวดฟันขาวสะอาดเรียงสวย   เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถาม

“อยากให้ไปเหรอ....”

คำถามนั้นทำให้เขาชะงัก ... เต๋าส่ายหน้า ก่อนดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดอีกครั้ง   หน้าคมคร้ามซุกลงบนไหล่น้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“ไม่...ไม่เลยสักนิด... ”

เต๋ารู้สึกถึงเรียวแขนที่กระชับเข้ามา  ขณะที่ประโยคต่อมาทำให้เขารู้สึกถึงหัวใจที่แทบจะเด้งออกมาข้างนอกอก

“ไม่ได้ไป”

“ทำไม”

“ไม่รู้”

“แล้วคชาไม่รักเค้าแล้วเหรอ”

“แล้วเต๋ายังอยากให้คชารักเค้าอยู่เหรอ”

คชาถามเย้า ..

            “ไม่ใช่!!”

            เสียงทุ้มต่ำตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำจนคชาหยุดนิ่งไปชั่ววินาทีหนึ่ง ... ก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ

คราวนี้คชาเป็นฝ่ายดันตัวเองออกมา  และจับจูงร่างสูงนั้นไปนั่งที่เตียง

“เลือดซึมหมดแล้ว  ก็บอกว่าหมอไม่ให้เดินไงล่ะ... ”

“คชา...”

คชาเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมา    ปล่อยให้เจ้าของดวงตาคมมองตามไปด้วยความสับสน    พอกลับมาอีกครั้ง ร่างเล็กก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างไม่รังเกียจ   มือเล็กหยิบสำลีและยาฆ่าเชื้อขึ้นมา พร้อมกับจัดการบาดแผลที่เลือดซึมจากผ้ากอซสีขาวออกมาจนแดงฉาน 

“อย่าบอกนะว่าไปวิ่งรอบสนามมาแล้วสี่รอบ คอยดูนะ พรุ่งนี้ตายแน่ๆ  แผลอักเสบแน่ๆ บอกแล้วไงว่าไม่ให้เดินไปไหน ”

คนตัวเล็กเอ่ยประชดด้วยเสียงดุ  ขณะพยายามทำความสะอาดรอยเลือดที่เกรอะกรังอยู่รอบๆแผลออกไปให้หมด... แผลเย็บ 5 เข็มที่หลังเท้านั้นไม่ได้ดูดีขึ้นกว่าตอนที่หมอทำให้เลยแม้แต่น้อย...  แถมเท้าบวมๆเขียวคล้ำนั่นก็น่ากลัวว่าจะปริออกมาให้ได้

“บ้าเอ้ย”

“.... ตอนลงไปข้างล่างลิฟต์มันไม่ยอมมา... ก็เลยเดินลงบันไดไป”

“จากชั้น 8 เนี่ยนะ เต๋า!!!”

“คชาไม่บอกเองว่าจะไปหาเจมส์”

“แล้วใครจะไปรู้ว่า...   บ้าเอ้ย”

คชาขยี้หัวตัวเองอย่างแรงด้วยความไม่เข้าใจ   อยากจะฟาดหัวไอ้คนไม่เจียมตัวซักสามสี่ครั้ง...

            ให้มันได้อย่างนี้สิ!

“เจ็บมากไหม?”

“ไม่..”

“อยากโดนเตะหรือไง”

“เจ็บน้อยกว่าหัวใจนิดนึง”

            “อ้วก!”

“พอตอบก็อ้วก  พอไม่ตอบก็เตะ  จะเอายังไงหึ คชา”

คนเจ็บเริ่มใส่อารมณ์  และเอาแขนล็อคคอพยาบาลจำเป็นให้อย่างหมั่นเขี้ยว

“บ้าเอ้ย  อย่าเล่นเด่ะ จะให้ทำแผลให้ไหมเนี่ย”

“ไม่ต้องทำแล้ว  มาคุยกันดีกว่า”

“อยากให้เป็นบาดทะยักตายหรือไง!”

เต๋าหยุดปากเสีย.... นั่งมองคชาทำแผลอย่างเงียบๆไปในที่สุด

แต่แล้ว อยู่ๆคชาก็เอ่ยขึ้น ขณะที่บรรจงปิดเทปกาวลงไปเพื่อให้ผ้ากอซปิดแผลได้สนิท

“นี่...”

“หืม?”

“เต๋าอยากเจ็บแบบนี้อีกไหมล่ะ”

“..... หมายถึง?”

“ถ้าคนเราเคยเจอกับความเจ็บมากๆไปครั้งนึงแล้ว... คงไม่มีใครอยากเจ็บแบบนั้นอีกหรอกนะ”

คชาเก็บของลงกล่อง

“เข้าใจปะ... คชาเจ็บมาครั้งนึงแล้ว.. เรื่องอะไรจะยอมเจ็บอีกรอบ  จริงไหม?”

“หมายความว่า...”

“คชารู้นะว่าทำให้เต๋าลำบากใจ  แต่อย่าห่วงเลย  มันจะไม่มีอีกแล้วล่ะ... ”

พูดจบ คชาก็กระโดดขึ้นมานอนเกลือกกลิ้งบนเตียงทันที ... ทิ้งให้คนเจ็บนั่งมองพื้นค้างด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

...

กว่าที่สมองจะประมวลผลคำพูดเหล่านั้นออกมาเป็นความหมายได้   คนตัวเล็กก็คืบคลานดุ๊กดิ๊กมาเสยหัวบนตักของเขา    ดวงตาหลับพริ้ม   แก้มป่องๆและริมฝีปากยักชมพูระเรื่อ ทำให้เต๋าอดหมั่นเขี้ยวไม่ได้

“ไอ้ขี้อ้อน”

“อะไรวะ...ยังไม่ได้อ้อนซะหน่อย”

“อ้อน”

“ไม่ได้อ้อนซักหน่อย”

“ทำแบบนี้แหละ เค้าเรียกว่าอ้อน”

“แล้วต้องทำแบบไหนถึงจะไม่เรียกว่าอ้อนล่ะ”

“ไม่รู้.. ”

            สำหรับคชา... แบบไหนก็อ้อนทั้งนั้นแหละ

คนไม่ยอมรับว่าขี้อ้อนหัวเราะคิก   ดวงตาสวยลืมขึ้น และจ้องมองเจ้าของตักด้วยรอยยิ้ม

“รู้อะไรไหม  ตอนที่จะถูกรถชนน่ะ  ใจคชาหายวาบเลย”

            “กลัวเหรอ?

“... อื้อ  กลัว...กลัวมากเลย  ตอนที่เต๋าเอาตัวบังคชาไว้น่ะ”

“หืม”

คนตัวเล็กเกี่ยวมือของเขาไปเกาะกุม  และเอียงหน้าซบกับท่อนแขนใหญ่    เสียงนุ่มที่เอ่ยขึ้นแทบจะทำให้หัวใจของเต๋ากระโดดออกมาจากอกแทน

“มันเร็วมาก... ชั่ววินาทีเอง  แต่ความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไงก็ไม่รู้...แต่คชากลัวมากๆ

“กลัวว่า..”

กลัว... ว่าถ้าลืมตาตื่นขึ้นแล้วไม่มีเต๋าล่ะ  จะทำยังไง”

“คชา..”

            มือเล็กกระชับมือเขาแน่นอีก...   ขณะที่มือนั้นแนบอยู่บนอกเรียบ   เต๋าสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ  ขณะเดียวกัน  เหมือนยกภูเขาออกจากอก

ประกายในดวงตาของคชาทำให้เขายิ้มออก

“ ...ตกลงเราเป็นอะไรกันนะ”

มืออีกข้างเกลี่ยบางบนแก้มนิ่ม...   ครุ่นคิดถึงคำถามนั้น...

ต่อให้เป็นอะไรก็ตาม...  

เขาก็ยังคงรักคชาอย่างนี้ต่อไป

“ไม่รู้สิ”

            “แล้วเต๋าอยากให้เป็นอะไรล่ะ”

เสียงใสๆถามขึ้นอย่างซุกซน...   เต๋าหัวเราะ  และบีบจมูกรั้นอย่างหมั่นเขี้ยว

ขณะที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลึก และจริงจัง

            “อยากเป็นคนที่อยู่ข้างๆคชา... จะได้ไหมล่ะ”

           

            คราวนี้เป็นฝ่ายคชาที่หัวเราะลั่น    ร่างเล็กยันตัวขึ้น   และหมุนตัวเพื่อนั่งขัดสมาธิเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย

“แล้วทุกวันนี้ไม่ได้อยู่ข้างเหรอ”

“ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น.. เต๋าหมายความว่า... ข้างๆ  ชีวิต”

            แววตาซึ้ง... จับจ้องมองใบหน้านั้นด้วยความรู้สึกลึกล้ำ

หวัง...  เพียงอีกฝ่ายจะรับรู้บ้าง

แม้เพียงสักนิดก็ยังดี

“เต๋าอยู่มาตั้งนานแล้วนี่นา... ”

            มือที่เกาะกุมกันไม่ห่างนั้น ... ถูกเลื่อนมาที่อกซ้ายอีกครั้ง

คราวนี้... เต๋าไม่ได้รับรู้เพียงแค่เสียงหัวใจของคชา

“นาน...จนนึกไม่ออกเลยว่าถ้าเต๋าไม่อยู่คชาจะทำยังไง จะมีชีวิตอยู่ไปได้ยังไง”

 

แต่เป็นหัวใจของเขาด้วย...ที่เต้นรัวไม่แพ้กัน

 

 

เป็นอีกชีวิตข้างๆกัน

ไม่ใช่ชีวิตที่คู่กัน

ฉัน...และเธอ

 

 

 

            เต๋าปล่อยหมัดฮุคที่หน้าท้องของคนตัวเล็กไม่แรงนัก  ... แต่นั่นก็ทำให้คนที่ไม่ได้ตั้งตัวถึงกับจุก  ร่างโปร่งบางงอตัว ก่อนจะชี้หน้า

“โอ๊ยย  รังแกคชา!

“ห้ามพูดแบบนี้อีกนะ”

“ทำไม”

“ไม่ทำไม แต่ไม่อยากให้พูด”

“ทำไมล่ะ”

เสียงเซ้าซี้ทำให้เขาหันไปตะคอกเสียงเขียว(เหมือนทุกคราว)

“เอ๊ะ  ก็บอกว่าไม่มีอะไร  อย่าตื้อได้ไหมล่ะ”

“เอ๊ะ  ก็แค่อยากรู้ ไม่ได้ตื้อซักหน่อย"

คนตัวเล็กก็ยังไม่ยอมแพ้

“ถ้าไม่ตื้อก็ดื้อ!  เด็กดื้อคชา”

“ดื้อตรงไหน”

“ดื้อตรงนี้แหละ”

“ดื้อแล้วจะทำไม”

“ก็ไม่มีอะไร”

“รำคาญเหรอ”

“เปล่า... แต่ดื้อมากๆแล้วมันไม่น่ารัก”

“ถ้าดื้อมากๆจะไม่รักเหรอ”  เด็กดื้อถามเสียงอ่อน   ขณะก้มหน้างุด เพื่อรอคำตอบด้วยความไม่มั่นใจ   “แล้วถ้าคชาไม่ดื้อ เต๋าจะรักหรือเปล่าล่ะ”

“ไม่รู้สิ ”

            เต๋าเอ่ยเสียงเรียบ... ก่อนใช้นิ้วเชยคางเรียวได้รูปขึ้นเพื่อให้มองเขา

 “ไม่รู้... เพราะไม่เคยไม่รัก ”

 

 

 

            หน้าขาวขึ้นสีแดงจัด...    ดวงตาใสที่มักเจิดจ้ายามอยู่ใกล้เขา บัดนี้เต็มไปด้วยความเขินอายและสับสน

“เขินเหรอ  คชา”

“ ไอ้... ไอ้บ้า”

            คล้ายกับคชาคนขี้อายคนเดียวที่เขาเคยพบ...

            “ว่าไงครับ.. คชา ”

“พะ พูด...พูดอย่างนี้เดี๋ยวกัดลิ้นขาด....”

“เชิญกัดเลย”

เต๋าหัวเราะร่วนอย่างผู้ชนะ    ก่อนยื่นหน้าไปใกล้พร้อมกับแล่บลิ้นออกมาอย่างล้อเลียน      

            …

!!!!!!!!

รวดเร็ว... ฉับไว

ไม่ทันที่เต๋าจะทันตั้งตัว   

ร่างเล็กโผเข้ามาหาและเกี่ยวตวัดเขาแน่นจนทำให้เขาลืมหายใจ   

โสตประสาทไม่ได้ยินสรรพเสียงใดๆอีก                  

ยามที่ริมฝีปากรุ่มร้อนนั้นแนบลงบนริมฝีปากเขา  ลมหายใจผ่าวร้อนสอดประสานกันอยู่ภายใต้จังหวะหัวใจ

สองมือที่คล้องอยู่ที่คอโอบรัดแน่นขึ้นเมื่อมือหนาโอบรอบร่างน้อยไว้แน่น...

ยามเมื่อปลายลิ้นสัมผัสกัน ...

หัวใจก็เต้นรัว เต็เต

 

 

                ชนะตรงไหนล่ะ... ไม่เลยสักนิด

                เต๋าแพ้...

                แพ้อีกแล้ว

“เต๋า...”

เสียงกระซิบแผ่วหวิวเอ่ยขึ้น ...   

 

“ถึงเป็นเพื่อนกัน  ก็รักกันได้ใช่ไหม”     

เต๋าหัวใจกระตุก...

“.... หืม”

“เป็นเพื่อนที่อยู่ข้างๆคชา.... อยู่ตรงนี้  เป็นเพื่อนรักคนเดียวของคชาได้ไหม”

ยิ่งกว่าเข้าใจ... ยามเมื่อลิ้มรสชาติกลีบปากบางที่หวานล้ำนั้นอย่างเชื่องช้า .. และรับรู้ความหวั่นไหวที่แฝงไปด้วยความอ่อนไหวของหัวใจคชา

“เพื่อน...ร่วมชีวิตของคชานะ”

จูบหนักซับน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมา

“อือ... จะเป็นเพื่อนคชา   จะอยู่เป็นเพื่อนคชา”

เต๋าโอบประคองใบหน้านั้น  พร้อมกับคำมั่นสัญญาในใจ 

 

 “ตลอดไป”

 

แค่นี้  ...ก็พอแล้ว

เป็นเพียงคนข้างชีวิต...

            ก็มากเกินพอแล้วสำหรับเขา

 

ฉันและเธอเธอและฉัน

นั้นเป็นคนสองคนที่สัมพันธ์กันอย่างซับซ้อนยากที่จะเข้าใจ

ฉันรู้จักเธอรู้จักฉัน

เหมือนมันจะมากกว่านั้นแล้วมันก็เท่านั้น ฉันไม่รู้ทำไม

 

 

           

 

ค่ำคืนที่แสนเงียบเชียบ... มีเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นเเป็นท่วงทำนองอ่อนหวานอยู่ในอก   สองมือที่เกาะกุมกระชับแน่น  พอๆกับอ้อมกอดที่แสนอุ่น ... คชาเอ่ยขึ้นขณะที่ซุกอยู่ภายใต้แผ่นอกกว้างนั้นด้วยความสงสัย

“เต๋า ถ้ามีคนถามว่าเราเป็นอะไรกันล่ะ”

“นั่นสิ”

“ตอบว่าไงดี”

เต๋ายิ้มบาง  และพลิกตัวโอบร่างเล็กให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น

“ไม่รู้สิ... ความจริงก็ไม่ต้องไปตอบหรอก”

 

ต่อให้เป็นแค่ความสัมพันธ์ที่อธิบายไม่ได้.....

แต่เชื่อเถอะ

ว่าความรักนั้นสวยงามเกินกว่าจะหาชื่อเรียกได้จริงๆ

เต๋าจูบปลายนิ้วเรียวทีละนิ้ว  ก่อนกระซิบเบาที่ข้างหู

            “รู้กันสองคนก็พอ”

 

 

 

 

 

และที่ของฉัน นั้นคงเป็นได้แค่ข้างชีวิต
ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ได้เคียงคู่กันแนบชิดสนิท
เป็นอีกชีวิตข้างๆกัน ไม่ใช่ชีวิตที่คู่กัน ฉัน...และเธอ ก็คงจะเป็นได้เพียงเท่านั้น
เป็นได้แค่ภาพประกอบชีวิต
ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ได้เคียงคู่กันแนบชิดสนิท
เป็นอีกชีวิตข้างๆกัน ไม่ใช่ชีวิตที่คู่กัน ฉัน...และเธอ"


THE END.

เขียนเองฟินเองง อ๊าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

33 ความคิดเห็น

  1. #32 NVIP (@nuiijan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2555 / 15:40
    รู้กันสองคนพอ ชอบจัง
    #32
    0
  2. #31 My-Akazuya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2554 / 11:40
    เกลียดผู้หญิงคนนี้จริงๆ ทำร้ายตัวเล็กได้ไงอ่ะ

    แค่เลิกกันก็เจ็บแล้วนะ แต่เลิกเพราะมาชอบเต๋านี่ ฆ่ากันเลยเถอะ (ของขึ้นๆ 55+)

    สงสารน้องมาก ไม่โทษใคร โทษแต่ตัวเอง มามะๆเดี๋ยวเค้าปลอบเอง *โดนเต๋าโบก*



    อ่านไปลุ้นไป นึกว่าเต๋าจะไปไม่ทันซะแล้ว นับถือความพยายามจริงๆ

    เพื่อตัวเล็ก เจ็บยังไงก็ทนได้ แมนมากกกก

    แต่สุดท้ายตัวเล็กรออยู่ที่ห้องนั่นเอง โดนดุเลยนะจ๊ะเต๋า

    แต่จุดนี้อะไรก็ยอมอยู่แล้ว ขอให้ได้คนนี้กลับมาอยู่ข้างๆกันเป็นพอ

    โอยละลายตายยยยยยไปแล้ว ถ้าจะอ้อนและน่ารักให้กันได้ขนาดนี้

    ตายสนิทกันประโยคไม่เคยไม่รักนี่แหละ กรี๊ดดดดดดดด >////<





    ขอบคุณสำหรับความหมายของคำว่าข้างชีวิตนะจ๊ะ ตอบโจทย์ทุกอย่างในใจพี่จริงๆ

    สองคนนี้เหมาะที่จะเป็นคนข้างชีวิตของกันและกันที่สุดแล้ว

    รักฟิคเรื่องนี้มากกกกกก ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆนะคะ พี่ชอบมากกกเลยจ้า >__<



    ปล. ขอบคุณสำหรับความสัมพันธ์ไม่มีชื่อเรียกนะจ๊ะ ตัวโตตัวเล๊ก ^___^
    #31
    0
  3. #30 N_NuinuiTK (@nuinui323) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2554 / 02:49
     แอร๊ยยยยย เขินนน รู้กันสองคนก็พอ ฟินตรงนี้แหละ 
    #30
    0
  4. #29 NooniiZ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 / 17:07
    อ่านไปเขินไป แอร๊ยยยยยยยยยย
    #29
    0
  5. #28 แซงทางโค้ง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2554 / 19:55
    ความสัมพันธ์ไม่มีชื่อเรียกนี่เอง



    อืออออออออออออออออออ
    #28
    0