[Fic Harry Potter Yaoi]- we are slytherin (OC)

ตอนที่ 5 : 005 HOGWARTS part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 331 ครั้ง
    5 เม.ย. 62

HOGWARTS part 2 

 

 

ทางด้านของคีเนออันเมื่อเห็นว่าอาของตนเดินไปแล้วเขาจึงเดินเข้าไปในรถไฟ ลากกระเป๋าสองใบใหญ่ พร้อมกรงนกฮูกไปด้วย ส่วนเจ้าไวส์งูของเขาก็นอนอยู่ในกระเป๋าเสื้อตัวนอก เขาเดินเลือกตู้ที่คิดว่าเงียบสงบที่สุด คีนเลือกที่จะนั่งบริเวณท้ายขบวน เขาเลื่อนบานประตูเขาไปเผยให้เห็นที่นั่งสองข้างที่หันหน้าเข้าหากัน คีนเปิดประตูไว้ ลากกระเป๋าเข้าไปแล้วยกมันขึ้นเพื่อที่จะได้เอาขึ้นไปวางไว้ แต่มันหนักเกินไป เขายกไม่ไหว จู่ๆก็มีผู้ชาย คาดว่าเป็นรุ่นพี่เดินมา ให้ความช่วยเหลือเขา

 

ให้ช่วยไหม ผู้ชายตัวสูงหน้าตาดี เขาเดินเข้ามาถาม แล้วช่วยยกกระเป๋าให้

 

ขอบคุณครับ คีนเอ่ยขอบคุณ แล้วยิ้มกว้างให้ผู้ชายตรงหน้า หล่อแล้วยังใจดีอีกแหะ คีนคิด

 

เธอชื่ออะไรล่ะ ฉันชื่อเซดริก  ดิกกอรี่ ชายตรงหน้าคีนเอ่ยขึ้น เขาต้องเงยหน้าจนปวดคอเพื่อมองคุณดิกกอรี่ ให้ตายเถอะนี่เขาเตี้ยมากขนาดนี้เลยหรือ

 

คีเนออัน  คาร์เตอร์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณดิกกอรี่ เขาตอบกลับ

 

เธอเพิ่งมาฮอกวอตส์ปีแรกใช่ไหม ฉันอยู่ปีสาม บ้านฮัฟเฟิลพัฟ

 

ครับ ผมเพิ่งขึ้นปีหนึ่ง

 

งั้นฉันไปก่อนนะ แล้วเจอกัน พูดจบดิกกอรี่ก็โบกมือให้เขาแล้วเดินไปหน้าขบวน เขามองตามจนเห็นว่าดิกกอรี่เดินเลี้ยวเข้าตู้แล้วจึงเดินเข้ามาในตู้ ปิดประตูจากนั้นจึงนำหนังสือขึ้นมาอ่านเล่น

 

อ่านไปได้สักพักเสียงคุยกันนอกรถไฟยิ่งดังขึ้น ดังมากจนเข้าเริ่มทนไม่ไหว เขาหยิบที่ปิดหูสีดำขึ้นมาปิดหูไว้ ถึงจะยังได้ยินเสียงอยู่ แต่ก็ดีกว่าเมื่อกี้นั่งอ่านหนังสือต่อได้สองสามหน้า เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนหลายคนที่เดินแล้วหยุด จากนั้นก็เดิน แล้วก็หยุด มันดังวนอยู่แบบนี้ประมาณ20ครั้ง  จนมันหยุดลง และมันหยุดที่หน้าห้องที่เขานั่งอยู่

 

ไง คาร์เตอร์ เสียงประตูเลื่อนเปิดออกพร้อมเสียงยานคางทักทาย คีนเงยหน้าขึ้นจากหนังสือแล้วเอ่ยทักทายกลับ

 

ไง มัลฟอย มานั่งด้วยกันสิ เมื่อเห็นเด็กหัวทองผมซีด คีนจึงเอ่ยชวนทันที เดรโกเดินมานั่งลงตรงข้ามกับคีน ตามด้วยฝูง(?)กลุ่มคนหนึ่งกลุ่มที่เดินตามเข้ามา จนตู้ที่เคยนั่งสบายๆตอนนี้มีคนอยู่จนอัดแน่นเป็นปลากระป๋อง

 

นี่แพนซี่  พาร์กินสัน เดรโกเริ่มแนะนำฝูงชนที่เดินตามตนเข้ามา ส่วนนี่ เบลส  ซาบินี่  ธีโอดอร์  น็อต  สองคนนั้นคือ วินเซนต์  แครบและเกรกอรี่  กอยล์

 

หวัดดีฉันคีเนออัน  คาร์เตอร์ คีนทักทายกลับ

 

เอ่อฉันว่านี่มันเบียดเกินไปนะ เด็กสาวที่ชื่อแพนซี่พูดขึ้น

 

เดี๋ยวธีโอดอร์ แครบและกอยล์จะไปนั่งตู้ข้างๆเอง เด็กผู้ชายผิวดำที่ชื่อเบลสพูดขึ้นพร้อมยิ้มอาบยาพิษไปให้เพื่อนของตน

 

เฮ้ เฮ้ เดี๋ยว ฉันไม่ได้พูดแบบนั้—“ เป็นธีโอดอร์ที่พูดประท้วงแต่ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคทั้งสามคนก็โดนเบลสดันออกไปนอกตู้และยังโดนดัน(ถีบ)ให้นั่งอยู่ตู้ข้างๆเรียบร้อย แครบกับกอยล์ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยซ้ำ นั่งแทะช็อคโกแลตอยู่ดีๆก็มาโผล่อีกห้องหนึ่งซะแล้ว

 

คาร์เตอร์ผมนายยาวขึ้นนี่ เป็นเดรโกที่พูดขึ้นหลังจากที่เบลสกลับมาจากการยัดเพื่อนๆทั้งสามเข้าตู้ข้างๆ

 

ใช่ๆ มันยาวขึ้นน่ะ ก่อนเปิดเทอมคุณอาเอาน้ำยาปลูกผมมาทา เขาบอกว่าเวลาฉันผมยาวแล้วน่ารักดี คีนตอบ

 

ก็จริงนะ นายน่ารักมากเลยล่ะ ตอนที่เห็นครั้งแรกฉันนึกว่านายเป็นผู้หญิง แพนซี่พูดสมทบ

 

มีคนบอกว่าเหมือนผู้หญิง ฉันควรดีใจไหมเนี่ย คีนเกาแก้มแก้เขินเล็กน้อย ถ้าให้เดาตอนนี้หน้าเขาต้องแดงมากแน่ๆ แต่ฉันจะให้มันยาวประบ่าเท่านั้นแหละ ถ้ายาวกว่านี้มันจะดูแลยากน่ะ เขาพูด อีกสามคนพยักหน้าแล้วมองผมของคีนอย่างสนใจเพราะมันดูนุ่มมากๆ

 

นี่ๆพวกเรามาทำความรู้จักกันเถอะ เบลสพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น

 

ยังไง เดรโกหันไปถาม

 

ก็เล่าเรื่องตัวเองไง เดี๋ยวฉันเล่าก่อนเอง พอพูดจบ เบลสก็เริ่มเล่าเรื่องของตน เขาบอกว่าเขาอาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง แม่ของเขาแต่งงานถึง7ครั้ง 7ครั้งเชียวนะ แล้วเขายังเล่าอีกว่าตอนได้จดหมายจากฮอกวอตส์ตื่นเต้นมาก กระโดดรอบบ้านไปตั้งสามรอบ เบลสเล่าจบพาร์กินสันก็เริ่มเล่าต่อ

 

นี่นะตอนฉันเด็กๆพ่อกับแม่บังคับให้ฉันเรียนมารยาทกุลสตรี ฉันเบื่อมากที่ต้องมาทำอะไรแบบนั้น เคยคิดจะหนีออกจากบ้านอยู่แต่ก็ต้องยกเลิก เพราะไม่เงินติดตัวเลยสักแดงเดียว เธอว่า

 

ทำไมเธอไม่ไปถอนเงินจากกริงก็อตล่ะ เบลสถาม

 

ตอนนั้นฉันยังเด็กนะ! หกขวบนะเบลส ฉันยังไม่รู้จักกริงก็อตด้วยซ้ำ แพนซี่ตอบแล้วพูดต่อ จริงๆพ่อฉันบอกให้ฉันจับเดรโกด้วย เขาบอกอยากให้ฉันแต่งงานกับเธอน่ะเดรโก

 

ถ้าเธอไม่ชอบเธอก็ควรปฏิเสธ คีนแนะนำเพื่อนสาวของตน

 

แน่นอน ตอนแรกฉันก็เออออไปกับพ่ออยู่หรอกแต่พอได้รู้จักกับไอ้ผิวซีดนี่ ฉันก็ปฏิเสธเลยล่ะ คนบ้าอะไรวาจากวนบาทาเหลือเกิน พูดจบแพนซี่ก็มองบนเล็กน้อย

 

ขนาดนั้นเลยเหรอพาร์กินสัน คีนมองไปที่เดรโกเล็กน้อย อาจเพราะยังไม่ค่อยสนิทกับเดรโกมากเท่าไหร่นักทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยเชื่อว่าเดรโกจะกวนบาทา

 

ใช่แน่นอน หมอนี่ปากร้ายอย่าบอกใคร คีเนออัน นายเรียกชื่อฉันเถอะ ฉันไม่ค่อยชอบนามสกุลตัวเองเท่าไหร่

 

ทำไมล่ะพาร์ เอ่อ แพนซี่ คีนถาม

 

ยัยนี่บอกว่านามสกุลตัวเองเหมือนชื่อโรค เป็นเดรโกที่ตอบ

 

ฉันรู้จักนะ โรคพาร์กินสันน่ะ เคยได้ยินแม่พูดถึงอยู่ เบลสว่า

 

นั่นแหละย่ะ เพราะงั้นเรียกฉันว่าแพนซี่เพราะไหนๆพวกเราก็เป็นเพื่อนกันแล้วไง แพนซี่ยิ้มให้พวกเขาทั้งสาม  ทันใดนั้นก็มีเด็กผู้ชายมาเคาะประตูแล้วเปิดประตูตู้โดยสารพวกเขาออก

 

พวกนายเห็นคางคกไหม ฉันทำมันหาย เด็กผู้ชายคนนั้นเช็ดน้ำตาตัวเองแล้วพูดกับพวกเขา

 

ลองบัตท่อมใช่ไหม เดรโกพูดขึ้น หมอนี่จะคุยกับใครก็ยังห่วงเรื่องตระกูลอยู่อีกหรือเนี่ย คีนคิด

 

เด็กผู้ชายคนนั้นพยักหน้าแล้วพูด เนวิลล์  ลองบัตท่อม

 

พวกเราไม่เห็นหรอก เบลสพูด ลองบัตท่อมน้ำตาคลอเบ้าอีกครั้ง เขาพยักหน้าให้แล้วเอ่ยขอบคุณ

 

เฮ้ นายไม่ต้องร้องไห้หรอกนะ เดี๋ยวคางคกของนายก็กลับมาแหละน่า มันไม่ไปไหนหรอก แพนซี่พูดปลอบใจเด็กชายขี้แย

 

ลองบัตท่อม เดี๋ยวฉันช่วยหา คีนลุกขึ้นจากที่นั่งของตน ฉันจะไปช่วยลองบัตท่อมหาคางคกนะ เดี๋ยวกลับมา แพนซี่ เดรโก เบลส พยักหน้าเบาๆเชิงเข้าใจ เขาจึงพาลองบัตท่อมออกมา

 

คางคกของนายชื่ออะไรล่ะ คีนถามออกมาเมื่อเห็นเนวิลล์เงียบไป

 

เทรเวอร์ มันชื่อเทรเวอร์ เนวิลล์ตอบ คีนพยักหน้าเบาๆ

 

ลืมแนะนำตัวไปเลย ฉัน คีเนออัน  คาร์เตอร์ ยินดีที่ได้รู้จักนะลองบัตท่อม คีนพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเพิ่งนึกได้ว่าลืมแนะนำตัว

 

ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกัน พวกเขายิ้มให้กันเล็กน้อย จากนั้นจึงช่วยกันตามหาเทรเวอร์ โดยมีคีนเรียกเทรเวอร์ ส่วนเนวิลล์เปิดตู้โดยสารถามคนนู้นคนนี้ไปเรื่อย คีนยังคงเรียกเทรเวอร์แล้วต่อด้วยคำว่าเมี้ยวๆ เนวิลล์เตือนว่ามันเป็นคางคกไม่ใช่แมว คีนจึงสวนกลับไป

 

ก็ฉันไม่รู้นี่ว่าคางคกมันร้องยังไง!

 

 

เทรเวอร์ อ๊บๆๆๆ เสียงคีนดังขึ้นอีกครั้ง เนวิลล์มองอย่างงุนงง คางคกร้องอ๊บๆรึเปล่านะ มีบางคนที่โผล่ออกมานอกตู้เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อกี้ได้ยินเสียงเมี้ยวๆ อยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงอ๊บๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรก็เอาหน้ากลับเข้าตู้ไปเหมือนเดิม

 

รถไฟออกจากสถานีมาสักพักแล้ว คีนกับเนวิลล์ก็ตามหาเทรเวอร์มาสักพักแล้วเช่นกัน ค้นหาทุกซอกทุกมุมที่เดินผ่านมาแล้วก็ยังไม่เจอ เดินไปเรื่อยๆจนถึงตู้ของเด็กชายผู้รอดชีวิตเขาจึงเข้าไปทักทาย

 

สวัสดีพอตเตอร์ คีเนออันทักเด็กชายใส่แว่น

 

อ้าว สวัสดีคาร์เตอร์ แฮร์รี่ทักทายกลับ เขามองอีกคนที่อยู่ในห้องโดยสารเดียวกันกับแฮร์รี่ ผมสีแดงเพลิง หน้าตกกระ พวกวิสลีย์แน่

 

พวกนายเห็นคางคกของฉันไหม ฉันทำมันหาย มันชอบหนีไปเรื่อยเลย เนวิลล์ที่เดินตามมาถาม

 

วิสลีย์และพอตเตอร์ส่ายหน้า เนวิลล์เริ่มเบะปาก เหมือนจะร้องไห้อีกครั้ง

 

เดี๋ยวมันก็กลับมาน่า พอตเตอร์บอก

 

อือ เนวิลล์พูดอย่างขมขื่น อือ ถ้านายเห็นล่ะก็...แล้วเขาก็เดินออกไปตามหาเทรเวอร์ต่อ

 

ไม่รู้ทำไมหมอนั่นต้องตามหาคางคกด้วย วิสลีย์วิจารณ์ ถ้าฉันเอาคางคกมา ฉันจะทำให้มันหายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลย คีนมองเด็กชายผมแดงอย่างไม่ชอบใจเล็กน้อย ของที่นายเห็นว่าไม่สำคัญใช่ว่าสำหรับคนอื่นมันจะไม่สำคัญนี่

 

หวัดดีนายคือวิสลีย์สินะ คีนทักเด็กหัวแดงขึ้นเมื่อเห็นว่าเด็กคนนั้นจ้องเขม็ง

 

ใช่ รอน วิสลีย์ เด็กชายผมแดงคนนั้นตอบกลับมา

 

ฉันคีเนออัน  คาร์เตอร์ คีนพูดขึ้น เขาไม่ได้พูดว่ายินดีที่ได้รู้จัก เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยอยากเป็นเพื่อนกับเด็กคนนี้เท่าไหร่

 

นั่นหนูนายเหรอ ดูเหมือนมันตายแล้วเลย คีนมองไปที่หนูตัวอ้วนที่กำลังนอนอยู่บนตักของวิสลีย์แล้วพูดขึ้น

 

วิสลีย์เหลือบมองหนูบนตักตนแล้วพูด ใช่ ฉันก็เคยคิดนะว่ามันตายแล้วน่ะ

 

คีเนออัน นายมีที่นั่งรึยัง มานั่งกับพวกเราไหม เป็นแฮร์รี่ที่พูดขึ้นเมื่อเห็นทั้งรอนและคีนคุยกันจบ

 

ไม่เป็นไรพอตเตอร์ ฉันนั่งอยู่ตู้ทางท้ายขบวนกับพวกมัลฟอยน่ะ คีนยิ้มให้เด็กชายผู้รอดชีวิต พลางคิดในใจว่าพอตเตอร์จะได้อยู่กริฟฟินดอร์แบบที่เขาฝันรึเปล่า ถ้านายเบื่อๆ ก็ไปหาพวกฉันได้นะ ว่าจบคีนก็ขยับออกมาจากห้องนั้นแต่ยังไม่ได้เดินไปไหน

 

อือ เดี๋ยวไปนะ พอตเตอร์ตอบกลับมา

 

คีนพยักหน้าแล้วตอบกลับ อือ แล้วเจอกัน แล้วก็เดินไปหาเทรเวอร์ต่อ เดินออกมาห่างได้สามสี่ตู้ หูดีๆของเขาก็ได้ยินเสียงวิสลีย์พูด

 

มัลฟอย? เขาเป็นเพื่อนกับมัลฟอยเหรอ พนันได้เลยใครก็ตามที่คบกับมัลฟอย ก็นิสัยไม่ดีกันแน่ๆ พวกมัลฟอย ชอบโอ้อวดว่าสายเลือดของพวกเขามันดีเลิศขนาดไหน แล้วก็เหยียบคนอื่นให้จมดิน วิสลีย์ว่า ฉันได้ยินมาว่าครอบครัวเขาเป็นพวกแรกเลยที่กลับมาอยู่ฝ่ายเราหลังจากคนที่นายก็รู้ว่าใครหายตัวไป วิสลีย์บอกอย่างเคร่งขรึม พวกเขาแก้ตัวว่าต้องมนตร์ทำให้ไปเข้าข้างนั้น แต่พ่อฉันไม่เชื่อพ่อบอกว่า พ่อของมัลฟอยน่ะไม่มีข้ออ้างอะไรเลยที่จะไปเข้าข้างฝ่ายมืด ฟังได้เท่านั้นคีนก็เดินออกไปให้ห่างๆพอที่จะไม่ได้ยินถ้อยคำนินทาเพื่อนของเขา เขาช่วยเนวิลล์ตามหาคางคกจนสุดขบวน เมื่อไม่เจอเขาจึงขอตัวกลับไปหาเพื่อนๆของเขา

 

 

คีเนออันกระแทกนั่งลงบนเบาะแรงๆ เพื่อนสามคนมองเขาด้วยความสงสัย เขาจึงพูดขึ้น

 

วิสลีย์ รอน  วิสลีย์ ฉันรำคาญหมอนั่นน่ะ มันว่าร้ายครอบครัวนายเดรโก

 

อ๋อ วิสลีย์น่ะเหรอ ฉันเห็นพวกเขาอยู่นะที่เป็นแฝดกัน เห็นว่าชื่อเฟร็ดกับจอร์จ สองคนนั้นก็ตลกดีนะ เบลสพูด

 

ฉันเคยเจอ คนที่เป็นพรีเฟ็คน่ะ เขาดูหยิ่งๆฉันเลยไม่อยากเข้าใกล้ แพนซี่ว่าขึ้น

 

ดูเหมือนคนที่ฉันเจอจะชอบวิจารณ์คนอื่น เขาวิจารณ์ลองบัตท่อมที่ตามหาคางคกด้วย คีเนออันตอบ

 

พวกวิสลีย์มันเลี้ยงลูกยังไงของมัน ทำไมลูกแต่ละคนถึงได้นิสัยต่างกันขนาดนี้ เดรโกพูดขึ้น พวกเขายักไหล่ตอบแล้วมองออกไปดูนอกหน้าต่างที่ตอนนี้มีต้นไม้อยู่เต็มไปหมด จนกระทั่งมีเด็กสาวผมฟู ฟันหน้าค่อนข้างใหญ่โผล่มาพวกเขาจึงละความสนใจออกจากหน้าต่าง

 

มีใครเห็นคางคกไหม เนวิลล์ทำหาย เธอพูด

 

ไม่ พวกเราไม่เห็น เป็นแพนซี่ที่ตอบออกไป

 

งั้นหรือ ฉันเฮอร์ไมโอนี่  เกรนเจอร์ พวกเธอชื่ออะไรกันล่ะ เด็กสาวผมฟูแนะนำตัวแล้วถามพวกเขา

 

มักเกิ้ลบอร์น เหอะ ฉันไม่อยากทำความรู้จักกับเลือดสี——.” เดรโกพูดไม่ทันจบก็โดนเบลสพุ่งไปปิดปากไว้

 

เบลสยิ้มแหยๆให้เกรนเจอร์แล้วพูด ฉันเบลส  ซาบินี่ ไอ้หัวทองนี่ เดรโก  มัลฟอย ส่วนผู้หญิงคนนั้นคือแพนซี่  พาร์กินสัน แล้วเบลสก็เพยิดหน้ามาทางเขา นั่นคีเนออัน  คาร์เตอร์

 

เกรนเจอร์พยักหน้า ยินดีที่ได้รู้จัก แล้วเธอก็เดินออกไป

 

นายอย่าคิดจะพูดคำนั้นออกมาเชียว มันเป็นคำหยาบนะ เบลสพูดขึ้นหลังจากเกรนเจอร์เดินออกไปแล้ว

 

ถ้าเธอได้ยินเดี๋ยวเธอจะเสียใจเอา แพนซี่พูดต่อ

 

เดรโกสะบัดหน้าหนี แล้วไงล่ะ ก็เขาโดนสอนมาแบบนี้นี่

 

คีเนออัน นายช่วยพูดหน่อยสิ แพนซี่หันมาพูดกับเขา แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกไปแค่ยักไหล่ประมาณว่าไม่รู้จะพูดอะไร

 

เขาไม่มีความเห็นกับเรื่องนี้หรอกนะ

 

เพราะเขาก็ไม่ชอบมักเกิ้ลบอร์นเหมือนกัน

 

เวลาผ่านไปสักพัก รถไฟค่อยๆเคลื่อนช้าลงเรื่อยๆ คีนจึงพูดขึ้น

 

น่าจะใกล้ถึงฮอกวอตส์แล้วนะ เราเปลี่ยนชุดกันเถอะ

 

โอเค เบลสตอบแต่เดรโกถอดเสื้อแล้ว แพนซี่รีบปิดตาทันที แต่เป็นการปิดตาที่แปลกดีนะ ทำไมถึงใช้นิ้วชี้ปิดแค่นิ้วเดียวล่ะ

 

นี่! ให้ฉันออกไปก่อนสิยะ แพนซี่แหวใส่เดรโกที่ถอดเสื้อไม่สนใจใคร เธอเดินออกไป หยิบเสื้อผ้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำทันที

 

พวกเขาเปลี่ยนเสื้อเสร็จเรียบร้อย รถไฟก็เคลื่อนช้าลงมาก มีเสียงประกาศดังมาตามตู้ต่างๆว่า เราจะถึงฮอกวอตส์ในอีกห้านาที กรุณาทิ้งหีบสัมภาระไว้ในรถไฟ จะมีเจ้าหน้าที่ขนไปให้ที่โรงเรียนทีหลัง

 

 

 

แพนซี่เธอจะปิดตาโดยใช้นิ้วชี้นิ้วเดียวไม่ได้555 ตอนหน้าก็ถึงฮอกวอตส์แล้วค่ะ พาร์ทต่อไปน่าจะมาลงตอนค่ำๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 331 ครั้ง

134 ความคิดเห็น

  1. #125 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 04:15
    เธอน่าจะพกกล้องไว้นะแพนซี่~
    #125
    0
  2. #83 Narania (@SARANIA) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 01:08

    ไรท์ขาาา เพิ่มขนาดตัวอักษรให้เราหน่อยจิ เราสายตาสั้น ขี้เกียจกดเพิ่มทุกครั้งที่อ่านตอนใหม่ง่ะ ว่าจะบอกตั้งแต่ตอนแรกละ เค้าลืม ฉากหนูคีนร้องเหมี้ยวๆหาเทรเวอร์ในจิตนาการเรานี่น่ารักมากอ๊า แพนซี่จะปิดตาทำไม ถ่ายรูปไว้ดีกว่านะ อิอิ

    #83
    1
    • #83-1 eunkyminharu (@kaeunrujipha) (จากตอนที่ 5)
      7 เมษายน 2562 / 09:06
      คุณnarania อ่านในแอพเด็กดีหรือเปล่าคะถ้าอ่านในแอพคุณเพิ่มตัวอักษรเอาจะสะดวกกว่านะคะ เพราะเราลองเพิ่มตัวอักษรแล้วพอไปเปิดอ่านในแอพตัวอักษรก็ยังเท่าเดิมค่ะ แต่ถ้าอ่านในเว็บ(กรณีที่อ่านในคอม)คุณสามารถซูมหน้าจอของคุณได้เน้อกดที่จุด3จุดที่มุมขวาบนได้เลยค่ะ
      #83-1
  3. #68 rookie_king2 (@Rookie_King) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 16:23
    อย่าปิดเลยดีกว่าแพนซี่ 5555555
    #68
    0
  4. #60 Conflagration (@leafre-algorithm) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 20:28
    Mudblood!
    #60
    0
  5. #43 Ralaza (@bacon1) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 16:45

    แพนซี่ถ่ายรูปมาให้ที~
    #43
    0
  6. #35 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 22:21

    รู้สึกอยากเป็นแพนซี่ขึ้นมาทันที 55
    #35
    0
  7. #15 black9_n (@black9_n) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 15:14

    เเพนจ๋าา เห็นอะไรบ้าง ฮิฮิ
    #15
    1
    • #15-1 eunkyminharu (@kaeunrujipha) (จากตอนที่ 5)
      24 ตุลาคม 2561 / 11:15
      แพนซี่: ไม่ๆ ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแหละ
      #15-1