โฉมงามมารร้าย [สนพ. เฟยฮุ่ย]

ตอนที่ 23 : [Rewrite] บทที่ 22 - ชีวิตที่ไร้ซึ่งอิสระ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,624
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 377 ครั้ง
    21 ส.ค. 62

บทที่ 22

ชีวิตที่ไร้ซึ่งอิสระ

 

คนทั้งหกที่จับกลุ่มคุยกันอยู่ภายในห้องลับของรัชทายาท ในยามนี้พวกเขาทั้งหมดต่างตรงไปยังที่พักสำหรับทหารใหม่ที่ถูกคัดเลือกมาในวันนี้กันอย่างรวดเร็ว


รัชทายาทและหยินหลินเป็นสองคนแรกที่เดินนำคนอื่นเข้ามาและเป็นสองคนแรกที่ก้าวเข้ามาในห้องแล้วบรรยากาศเปลี่ยนเป็นตึงเครียด โดยที่ไม่รอช้า...หยางหงเยี่ยนในฐานะที่เป็นรัชทายาทเขาจึงใช้อำนาจของตนสั่งการเรียกตัวหยินหลันออกมาทันที


“หลันหวาง ออกมารายงานตัว”  รัชทายาทเรียกชื่อปลอมของหยินหลันอย่างรู้งาน ต้องขอบคุณจินหมิงที่บอกเรื่องนี้กับเขาก่อนที่จะเดินทางออกมาจากห้อง


บุรุษเจ้าของชื่อปลอมเดินออกมาจากกลุ่มคนหลังจากที่ได้ยินเสียงทรงอำนาจอันคุ้นเคย เขาปรากฏตัวออกมาพร้อมกับสีหน้าสับสนเล็กน้อย แต่เมื่อพบหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างรัชทายาทในชุดสีดำสนิท คิ้วทรงกระบี่บนใบหน้าคมสันก็ขมวดเข้าหากัน


หยินหลันในตอนนี้ดูคล้ายกับเพิ่งผ่านการอาบน้ำมาหมาด ๆ เรือนผมดำจากที่เคยรัดเกล้าได้ถูกปล่อยยาวตรงชุ่มไปด้วยหยดน้ำที่เกาะอยู่ตรงปลาย และถึงแม้ชายหนุ่มจะดูสับสนปนตกใจของการมาของทั้งสองคน แต่เขาก็เดินออกมาโดยที่ไม่ปริปาก


ในขณะเดียวกันคนอื่นก็ได้ตามมาถึง กู่เว่ยเทียนและหมี่ถงได้อาสาจะจัดการทหารที่นี่ ไม่ให้มีใครไปรบกวนการคุยกันของพวกเขา พร้อมกับสร้างเรื่องว่าประวัติในใบสมัครของหยินหลันมีรายละเอียดที่ผิดปกติจึงเรียกตัวไปสอบสวนโดยรัชทายาทเอง


เมื่อมีคนคอยดูแลที่ค่ายทหารให้ รัชทายาทจึงได้เดินนำไปยังสถานที่ที่สงบและไร้ซึ่งผู้คนรบกวน เป็นจุดลับตาคนที่มีเพียงแสงสว่างจากพระจันทร์เพียงน้อยนิดที่ส่องมาถึง


“หลันหลัน ข้าไม่เป็นห่วงเรื่องที่เจ้าพยายามจะจับตัวพวกมือสังหารหรอกนะ แต่ข้าเป็นห่วงเรื่องร่างกายเจ้าจะรับการฝึกไม่ไหวมากกว่า” รัชทายาทเปิดประเด็นทันที โดยไม่มีการอ้อมค้อม


เขารู้ดีว่าหยินหลันไม่ใช่คนประเภทที่จะมาเดินเส้นทางสายบู๊ได้ ชายหนุ่มเป็นนักฆ่าแต่ไม่ใช่นักรบ การทำอะไรเกินตัวก็ไม่ต่างจากการให้ขอทานมาเป็นพระราชา


“ข้าไม่ได้อ่อนแออย่างที่ท่านคิด”


“ท่านไม่ไหวหรอก”


จินหมิงอดพูดแทรกขึ้นมาอย่างอดไม่ได้เมื่อต้องเจอกับความดื้อด้านของคุณชายตระกูลหยิน


หยินหลินที่ตามมาด้วยในยามนี้ยังไม่ออกความเห็นใด ๆ นอกจากมองสลับไปมาระหว่างสีหน้าของแต่ละคนที่แสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยบุตรชายคนโตแห่งตระกูลนักฆ่า ส่วนตัวหยินหลินในตอนนี้ชักสงสัยว่าตกลงพี่ชายของนางแท้จริงแล้วไม่มีฝีมือหรือเป็นคนขี้โรค ทุกคนถึงต่างเป็นห่วงกันออกนอกหน้าขนาดนี้


“คุณชายหยินไม่จำเป็นต้องแฝงตัวเข้าไป คุณชายก็สามารถหาทางอื่นจัดการพวกมันได้ไม่ใช่หรือ” องค์หญิงหยางซูที่อาสาตามมาด้วยอย่างไม่ลังเลกล่าวขึ้น นางเองก็แสดงถึงความเป็นห่วงหยินหลันอย่างไม่ปิดบัง แต่ภายในแววตาเป็นกระกายที่แสดงความเป็นห่วง ราวกับว่ามันมีบางอย่างแอบแฝงซ่อนไว้ในส่วนลึก


“พูดถึงพวกมือสังหาร การที่พวกท่านบุกมาหาข้าจะทำให้มันสงสัย และการป้องกันตัวอาจจะมากขึ้นกว่าเดิม” หยินหลันพูดขึ้นโดยเลือกที่จะไม่สนใจถึงความเป็นห่วงจากคนอื่น


“เลิกการแฝงตัวซะ นี่คือคำสั่ง!” รัชทายาทออกคำสั่งเสียงเด็ดขาด


เขายิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับรัชทายาท ราวกับต้องการจะปฏิเสธคำสั่ง... “ข้าขอปฏิเสธ” เขาตอบสหายของตนด้วยเสียงที่นุ่มนวลแต่หนักแน่นไม่ลังเล


“คุณชายหยิน ข้าขอร้องให้ท่านเลือกหนทางอื่นเถอะ” องค์หญิงหยางซูพยายามอ้อนวอน


แต่คำขอของนางก็ไม่เป็นผล เมื่อหยินหลันส่ายหัวเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มสุภาพเป็นการปฏิเสธอีกครั้ง หากเป็นบุรุษทั่วไปถูกโฉมงามที่มีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงพยายามอ้อนวอนขนาดนี้คงใจอ่อนกันไปแล้ว แต่กับหยินหลันนั้นไม่เป็นผลเลย


“ขออภัยที่หม่อมฉันไม่อาจทำตามที่องค์หญิงต้องการได้” หยินหลันตอบองค์หญิงด้วยคำพูดที่เป็นทางการ แตกต่างจากที่คุยกับรัชทายาท ราวกับว่าเขาต้องการจะเน้นย้ำว่าตนกับนางมีศักดิ์ห่างกันมากเพียงใด


ซึ่งเขาไม่เคยแบ่งชนชั้นกับใครชัดเจนแบบนี้มาก่อน แม้คนผู้นั้นจะเป็นถึงฮ่องเต้หยางจิ่นเหวยก็ตาม


หยินหลินในตอนนี้ได้กลายเป็นนักสังเกตการณ์เต็มรูปแบบ ในขณะที่คอยฟังคนนี้พูดคนนั้นพูด นางก็ได้ลอบสังเกตการแสดงออกและพบความสัมพันธ์ของแต่ละคนที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ อย่างองค์หญิงที่ฉายแววตาที่เศร้าสลดออกมาเมื่อถูกพูดจาด้วยท่าทีห่างเหินจากหยินหลัน


ถึงนางจะไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการสังเกตสีหน้าคนมากนักหากไม่ได้ตั้งใจสังเกตมันดี ๆ อย่างเช่นเรื่องที่ถูกท่านพ่อหลอกเมื่อคราวก่อนนั่นก็เป็นเพราะนางไม่ทันได้ระวังตัวเอง แต่นับจากนี้ไม่มีอีกแล้ว... นางไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางความต้องการนางแน่


“ท่านพี่คิดว่าร่างกายตัวเองจะไหวหรือไม่” หยินหลินพูดขึ้นมาเมื่อทุกคนเงียบลง


นางเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้เริ่มต้นการพูดคุยด้วยการบอกให้หยินหลันล้มเลิกแผนการ เพราะส่วนลึกในความรู้สึกเองก็บอกว่าแผนนี้มันเข้าท่า เพียงแต่ว่าทุกอย่างมันกำลังขึ้นอยู่ว่าตัวท่านพี่ของนางจะรับการฝึกแบบทหารไหวหรือไม่ การแฝงเข้าไปในกลุ่มของศัตรูเป็นหนทางที่ดีและคาดไม่ถึงเสมอ หากไม่ถูกจับตัวได้เสียก่อน


แต่นี่คือหยินหลัน พี่ชายที่นางรู้จักมานานพอสมควร นานพอที่จะรู้ว่ารูปร่างบอบบาง ใบหน้าอ่อนโยนของว่าที่ประมุขตระกูลนักฆ่าหยิน มันเป็นแค่เปลือกนอก


“เจ้าคิดว่าข้าเป็นพี่ชายของใครกัน” ผู้เป็นพี่ตอบพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเอื้อมมือมาลูบหัวผู้เป็นน้องอย่างอ่อนโยน


หยินหลินไม่ใช่เด็กน้อยแล้วหยินหลันนั้นรู้ดี นางเป็นตัวปัญหาเรื่องนั้นเขาเองก็รู้ เขารู้เรื่องที่นางทดลองยากับตัวเอง รู้ว่านางแอบฝึก รู้ด้วยซ้ำว่านางในตอนนี้มีฝีมือมากกว่าเขาจนไม่อาจเทียบได้ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นในสายตาของเขา นางก็ยังคงเป็นน้องสาวตัวน้อยของเขาเสมอมา


“ข้าไม่ยอมให้ตัวเองแพ้ทางเจ้าเป็นรอบที่สองหรอก” หยินหลันพูดถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นก่อนจะดีดหน้าผากนางทีหนึ่ง


หยินหลินลูบหน้าผากตัวเองป้อย ๆ แม้จะไม่เจ็บมากก็เถอะ แต่เมื่อได้ยินคำตอบยืนยันจากผู้เป็นพี่ แล้วนางจะปฏิเสธความตั้งใจนั้นลงได้อย่างไรกัน อีกอย่างการแฝงตัวนี้นางเองก็รู้สึกเห็นด้วย นางชอบแผนการเป็นไส้ศึกเป็นอย่างมาก ถ้าหากตัวเองสามารถเข้าไปร่วมด้วยได้ นางก็คงจะทำอย่างพี่ชายตนเองแล้ว


“ข้าสนับสนุนท่าน” นางกล่าว


“ไม่ได้!” คนที่ยืนฟังอยู่พูดออกมาเป็นเสียงเดียวกัน


“คุณหนู! ที่คุณชายมาแฝงตัวนั้นก็เพราะความปลอดภัยของคุณหนูนะเจ้าคะ” จินหมิงพูดขึ้นมาด้วยคำพูดที่ทำให้หยินหลินเปลี่ยนความคิดในฉับพลัน


คนที่กำลังสนับสนุนพี่ตัวเองพลันชะงักตัวไปสักพักเมื่อได้ยินแบบนั้น


“เหรอ...” นางลากเสียงยาว “ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ท่านกลับหุบเขาไปซะเถอะ” หญิงสาวไล่พี่ชายกลับไปโดยไม่ลังเล


หยินหลินเปลี่ยนความคิดตัวเองเมื่อได้ฟังว่าพี่ชายของนางเลือกจะมาที่นี่เพียงเพื่อช่วยตนเอง ซึ่งนางไม่ต้องการให้ใครเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเพื่อตัวของนาง


หยินหลินเป็นคนประเภทที่ไม่ต้องการเป็นหนี้ชีวิตใคร ต่อให้คนคนนั้นเป็นคนในครอบครัวของนางก็ตาม แล้วยิ่งกับคนที่ไม่ใช่พี่แท้ ๆ แบบหยินหลัน นางย่อมไม่ยอมแน่


นางไม่ต้องการเป็นคนสำคัญของใครทั้งนั้น


“ข้าไม่ใช่ทำเพื่อเจ้าเพียงคนเดียวหรอกนะหลิน แต่ในฐานะว่าที่ประมุขคนต่อไป ข้าจำเป็นต้องจัดการเรื่องนี้ให้จบโดยเร็ว ทั้งเพื่อตระกูลและราชวงศ์หยางที่เรารับใช้มาตลอด”


“ตัดเรื่องที่จะปกป้องข้าออกไป แล้วข้าจะสนับสนุนท่านเต็มที่” โฉมงามพูดเสียงเด็ดขาด


“ได้” หยินหลันรับปาก


“แต่คุณชายยังมีหนทางอื่นอีกนะเจ้าคะ” จินหมิงยังคงพยายาม


“แต่ไม่มีทางไหนเร็วเท่าวิธีนี้หรอก” คนที่ยึดมั่นในความคิดตัวเองก็ยังคงดื้อรั้นเช่นเดิม ราวกับว่าความดื้อรั้นเป็นนิสัยติดตัวของคนในตระกูลหยินทุกคน


จินหมิงเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าการแฝงตัวมันได้ผลเร็วกว่าการตามล่า แต่นางก็ไม่อยากให้หยินหลันต้องมาฝืนตัวเองเช่นนี้ หากตัวนางเองเป็นบุรุษก็คงเข้าร่วมแผนการไปแล้ว


ในขณะนั้นกู่เว่ยเทียนและหมี่ถงก็ได้ตามมาสมทบ การที่มีคนมากทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น เพราะทุกคนต่างเอาแต่หาเหตุผลพันประการมาให้คุณชายนักฆ่าล้มเลิกความคิดนี้


ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับหยินหลิน เมื่อนางได้ใช้โอกาสที่ทุกคนสนใจแต่หยินหลัน แอบหายตัวไปท่ามกลางความมืดมิด โดยที่ไม่มีใครได้ทันรู้ตัว


 

ยามเช้าตรู่


หยินหลินตื่นไวกว่าปกติ เมื่อแต่งตัวเสร็จนางก็ออกมาเดินเล่นอยู่ที่สวนดอกเหมย วันนี้นางเลือกแต่งตัวด้วยอาภรณ์สีแดงผสมชมพูดูสดใสมีลวดลายของดอกโบตั๋น ไม่แต่งแต้มเครื่องประทินโฉม แต่ประดับใบหน้างามของตนไว้ด้วยรอยยิ้มสดใส ขณะเดียวกันดวงตาหงส์ก็คอยจับจ้องมองไปยังประตูใหญ่เป็นพัก ๆ ราวกับรอการมาของใครบางคน


แล้วในที่สุดการรอคอยของนางก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อหมี่ถงหัวหน้าราชองครักษ์ของรัชทายาทได้เข้ามาในตำหนักหลิงเหมย พร้อมกับองครักษ์ใต้บังคับบัญชาของตนอีกสามนาย


ส่วนจุดประสงค์ที่องครักษ์ทั้งสี่คนมาที่ตำหนักของนางตั้งแต่ยามเช้าเช่นนี้ ก็เพื่อมานำกระบี่เหมันต์ของตระกูลหยินไปเก็บไว้ยังห้องลับตามที่หารือกันไว้เมื่อวาน แต่ต้องทำโดยไม่ให้เรื่องของรัชทายาทรั่วไหล ดังนั้นหมี่ถงจึงเผยแพร่คำสั่งว่าที่ต้องเก็บกระบี่เพราะนางเอามาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ ซึ่งก็คือท่านพ่อของนางเอง


“อรุณสวัสดิ์หมี่ถง” นางกล่าวทักทายหัวหน้าราชองครักษ์อย่างหมี่ถงด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง


“อรุณสวัสดิ์คุณหนูหยิน คุณหนูคงทราบเหตุผลที่หม่อมฉันมาแล้ว” หมี่ถงทักทายกลับก่อนจะเริ่มเข้าประเด็นในทันที ขณะเดียวกันก็สังเกตมองไปรอบ ๆ ด้านของหยินหลินราวกับมองหาใครบางคน


หยินหลินเองก็สังเกตเห็นการกระทำนั้น แต่เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดใจ นางจึงเลือกที่จะไม่พูดถึงมัน


“ข้าเก็บมันเอาไว้ในห้องสมุด” นางเบนหน้าไปมองทางด้านขวาซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องสมุดภายในตำหนัก


หมี่ถงโค้งหัวลงคำนับหยินหลินเป็นเชิงขออนุญาต ก่อนจะเดินออกไปยังห้องสมุดนั้นพร้อมกับคนของตน


ในขณะเดียวกันหยินหลินก็เดินไปนั่งลงบนโต๊ะหินอ่อนตรงกลางสวน มือข้างหนึ่งเท้าคาง ส่วนมืออีกข้างก็ใช้นิ้วเคาะเบา ๆ เป็นจังหวะเนิบช้าที่โต๊ะ


ไม่นานนั้นเองหมี่ถงก็พุ่งตัวกลับมาหานางด้วยความรวดเร็ว ในยามนั้นสีหน้าขององครักษ์หนุ่มได้มีคำว่า ‘เรื่องด่วน’ ปรากฏอยู่บนใบหน้าชัดเจน


“เกิดเรื่องอันใดขึ้น” นางเลิกคิ้วถาม


“กระบี่เหมันต์หายไปขอรับ” เขาตอบนาง


“อะไรนะ!” นางมีสีหน้าตกใจ “ใครกันที่กล้าบุกมายังที่พักของบุตรสาวตระกูลหยินอย่างข้า นักฆ่าเหมันต์เหล่านี้ช่างไร้หูตากันเสียจริง!


หยินหลินกล่าวออกมาเสียงดัง ทำเอาเหล่านักฆ่ารอบด้านที่ถูกส่งมาอารักขาจากคำสั่งของประมุขหยินพากันขนลุกวูบ พวกเขากำลังกลัวว่าตัวเองจะถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นคนขโมยกระบี่ล้ำค่านั้นไป และอีกใจหนึ่งก็กลัวว่าตัวเองจะถูกนำตัวไปทิ้งโทษฐานปฏิบัติหน้าที่บกพร่องทำให้มีคนบุกไปขโมยกระบี่ได้


แต่ไม่ว่าจะทางไหน พวกเขาก็คิดว่าแค่คุณหนูชี้นิ้วมาทางพวกตน ชีวิตน้อย ๆ นี้คงจะดับได้ในไม่ช้า


“หรือจะเป็นพวกมือสังหาร” หมี่ถงทวนถามขึ้นมา เขามีสีหน้ามืดครึ้มลงเรื่อย ๆ


“พวกมันมีฝีมือเหนือชั้นกว่านักฆ่าตระกูลหยินอีกงั้นหรือ” นางพึมพำ ขณะปรายตามองยังนักฆ่าของตัวเองด้วยแววตาที่เปล่งประกายไปด้วยความสนุกที่เห็นพวกเขากำลังหวาดกลัวนางหัวหด


ทางด้านหมี่ถงพยายามคิดหาว่าใครมีโอกาสฝ่านักฆ่าตระกูลหยินมาเอามันไปโดยไม่ได้สังเกตเห็นแววตาของหยินหลิน สิ่งที่เขานึกได้ในเวลานี้นอกจากพวกมือสังหารเฟิ่งฟูก็ไม่น่ามีใครอื่น เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนจากหุบเขาจะมาหักหลังกันเอง และกระบี่เล่มนั้นทุกคนต่างก็รู้ดีแก่ใจว่ามันเลวร้ายแค่ไหนกัน


“หม่อมฉันจะสั่งให้คนออกไปตามหากระบี่เดี๋ยวนี้ขอรับ” หมี่ถงกล่าวกับหยินหลินด้วยสีหน้าสำนึกผิด การที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น นอกจากพวกนักฆ่าหยินจะถูกมองว่าไร้ความสามารถแล้ว ตัวเขาเองในฐานะหัวหน้าหน่วยราชองครักษ์แล้วก็ผิดไม่แพ้กัน กับการที่ปล่อยให้มือสังหารเฟิ่งฟูบุกเข้ามาภายในการดูแลได้ และยังปล่อยให้มันเข้ามาในตำหนักของหยินหลินอีก


หมี่ถงกล่าวลาหยินหลินอีกครั้ง ก่อนจะรีบไปสั่งการคนใต้บัญชาตัวเองให้ตามหากระบี่เล่มนั้นโดยด่วน ซึ่งงานนี้แม้แต่ตัวหมี่ถงเองก็ยังร่วมหาด้วยตนเอง


“เกิดอะไรขึ้น” จินหมิงออกมาจากในตำหนัก ก่อนจะตรงมาถามกับหยินหลินถึงเรื่องความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้


ภาพที่จินหมิงเห็นคือเหล่านักฆ่าที่มาทำงานเป็นคนดูแลตำหนัก ในตอนนี้ดูร้อนรนแปลก ๆ พวกเขามองรอบด้าน ค้นทุกซอกทุกมุมราวกับกำลังพยายามตามหาอะไรบางอย่าง ไหนจะภายนอกตำหนักที่มีทหารและองครักษ์เดินไปมาขวักไขว่วุ่นวายจนผิดสังเกต


“กระบี่เหมันต์หายไป” หยินหลินตอบเสียงเรียบ ใบหน้าหวานนิ่งเฉยดูไม่เดือดร้อน


“เป็นไปได้ไง” จินหมิงตกใจผงะไปด้านหลัง สีหน้าของนางดูสับสน


หยินหลินกลับนั่งมองความวุ่นวายด้วยท่าทีสบายใจ มุมปากประดับรอยยิ้มบาง ๆ ที่เจือจางจนแทบมองไม่เห็น “เจ้าก็ไปช่วยหมี่ถงตามหาซะสิ” หยินหลินไล่องครักษ์ข้างตัว


แต่ทว่าองครักษ์สาวยังคงจับจ้องมองมาที่นางโดยไม่วางตา จนสาวเจ้าต้องเลิกคิ้วขึ้นสูงแล้วถามกลับว่า "เจ้าคิดว่าข้าจะขโมยกระบี่ตัวเองหรือไง"


"บางทีท่านอาจไม่อยากให้กระบี่เล่มนั้นห่างตัวจึงเอาไปซ่อนไว้ก็ได้"


"งั้นเจ้าก็ไปตามหาสิ เผื่อจะเจอว่าข้าซ่อนไว้ที่ไหน" หยินหลินยิ้มท้าทาย "วังหลวงกว้างใหญ่ออกขนาดนี้ ข้าจะเอาไปซ่อนที่ไหนถึงพ้นหูห้นตาเหล่าทหารและองครักษ์ในวังได้ล่ะ"


จินหมิงจ้องใบหน้าของสตรีที่ได้ขึ้นชื่อว่างดงามตรงหน้าอย่างไม่ไว้วางใจ แต่ก็เป็นอย่างที่หยินหลินกล่าว ถ้านางซ่อนมันเอาไว้เช่นนั้นก็คงมีคนค้นเจอไปนานแล้ว แต่จินหมิงก็ต้องค้นเผื่อไว้ให้แน่ใจ...เพราะบางทีอาจเป็นแผนหลอกลวงของหญิงสาวตรงหน้าที่หลอกให้ผู้คนแตกตื่นไปเองก็ได้


จินหมิงไม่ตอบโต้อะไรหยินหลิน แล้วเลือกที่จะเดินไปยังห้องสมุดที่หยินหลินเก็บกระบี่เล่มนั้นเอาไว้


ทางด้านหยินหลินเมื่อจินหมิงเข้าไปในห้องหนังสือแล้ว นางก็กลับเข้าไปในตำหนักของตน มองผ่านเจ้าไป่ลี่ที่น้องหลับอุตุอยู่ตรงมุมห้อง ก่อนจะเดินเลยไปยังโต๊ะน้ำชาที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับหน้าต่าง แล้วมองชมวิวของกลีบดอกเหมยที่ร่วงโรยตามแรงลมอย่างงดงามอยู่ด้านนอก


ในขณะเดียวกันนั้นเององค์รัชทายาทก็ได้เข้ามาภายในตำหนักของนาง แล้วตรงมานั่งที่เก้าอี้ด้านข้างหญิงสาว การมาของเขาไม่มีใครประกาศเตือนเพราะชายหนุ่มนั้นได้ใช้ความวุ่นวายข้างนอกในการแอบเข้ามา เขามองสีหน้าที่ดูสบายใจของหยินหลินด้วยแววตานึกสนุก ก่อนจะถามนาง


“เจ้าดูไม่เดือดร้อนเลยนะที่ของสำคัญหายไปเช่นนี้” เสียงทุ้มกล่าวขึ้นมาราวกับรู้เรื่องราวทุกอย่าง


หยินหลินเหลือบตามองเขาก่อนจะระบายยิ้มที่มุมปากอย่างเลศนัย


“ในเมื่อทุกคนวุ่นวายแทนข้ากันหมด ใยข้าจะต้องวุ่นวายตามอีก” นางเอามือเท้าคางตัวเองขณะที่มองรัชทายาท


“เจ้า...” รัชทายาทพูดแต่นั้นก่อนจะหรี่ตาลงมองจับผิดใบหน้างาม แต่ถึงเขาจะพอเดาอะไรออกแต่ก็เลือกที่จะไม่พูดมันออกมา


“น้ำชาไหมเพคะ” หญิงเปลี่ยนเรื่องขณะที่มุมปากยังคงประดับรอยยิ้มพึงใจกับเรื่องราวในวันนี้ พร้อมกับรินน้ำชาให้กับองค์รัชทายาทส่วนของตนเองเป็นน้ำเปล่าจากอีกกา


“เจ้าไม่ดื่มชางั้นหรือ” เขาถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็นน้ำในถ้วยของนาง


“ไม่...รวมไปถึงพวกสมุนไพร” หญิงสาวปฏิเสธออกมาตรง ๆ นางไม่ชอบจริง ๆ ของพวกนั้น เพราะความเป็นคนสมัยใหม่ดังนั้นสำหรับหยินหลินแล้วอาหารโบราณจึงเป็นของที่นางไม่ค่อยชอบและไม่ถูกปากเลย


“แต่เจ้าก็ฝึกให้ตนเองกินยาพิษเนี่ยนะ” รัชทายาทเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ เพราะพวกยาพิษเหล่านั้นก็ถือเป็นสมุนไพรอย่างหนึ่ง หากหยินหลินกล่าวว่าร่างกายของนางต้านพิษ เช่นนั้นนางก็ต้องผ่านพวกสมุนไพรเหล่านั้นมาไม่น้อย


“เรื่องบางเรื่องก็จำเป็นที่จะต้องฝืนตัวเอง แต่บางเรื่องถ้าปล่อยผ่านได้ก็ควรปล่อย” นางตอบก่อนจะยักไหล่ราวกับบอกว่ามันช่วยไม่ได้


“เจ้านี่เป็นสตรีที่ประหลาดเสียจริง” รัชทายาทพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม


“ข้าก็ประหลาดมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ข้าว่าคนที่มีไอมารอยู่ในตัวอย่างท่านมันประหลาดกว่าข้าเสียอีก” นางย้อนกลับ


“สนุกดีออกที่เป็นอมตะ ตราบใดที่ไม่ขึ้นครองราชย์” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสดใส แต่ในแววตาสีดำกลับลุ่มลึกไปด้วยอารมณ์ที่ไม่อ่านเดาความคิดได้


“อาจจะ” หญิงสาวว่า


หากเป็นไปได้หยินหลินก็อยากจะรู้ที่มาของคำสาปที่มีทั้งผลดีและผลร้ายนั้น แต่นางคิดว่าต่อให้ถามออกมาตรง ๆ คนตรงหน้านางในยามนี้ก็คงไม่ปริปากออกมาง่าย ๆ เป็นแน่ เรื่องบางเรื่องหากปล่อยให้เวลาเป็นตัวตัดสินอาจจะดีกว่า


ทั้งสองคนภายในห้องที่อากาศปลอดโปร่งต่างจมลงกับความเงียบ ต่างฝ่ายต่างมองออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับจมดิ่งลงไปในความคิดส่วนลึกของตัวเอง แต่แล้วรัชทายาทก็ละสายตาออกจากทิวทัศน์ของดอกเหมย จากนั้นก็หันไปมองใบหน้างามจากที่นั่งอยู่ข้างกาย ก่อนจะพูดขึ้นมาทำลายความเงียบงัน


“ข้ามีของที่อยากให้เจ้าช่วยตัดสินใจ”


“อะไร” นางดึงสติกลับมาก่อนจะหันไปมองเขา


รัชทายาทหยิบสมุดภาพที่เก็บไว้ในอกเสื้อสีดำออกมาวางบนโต๊ะตรงหน้าหยินหลิน


หยินหลินเปิดออกดูก็พบว่าภายในนั้นคือภาพของเหล่าโฉมงามทั้งหมดสิบเก้านาง ที่จะต้องถูกคัดเลือกเพื่อมาอยู่ในวัง


“ในนี้มีรูปสตรีอยู่เพียงสิบเก้านาง ที่มันไม่มีเจ้าเพราะเจ้าไม่ใช่ตัวเลือกที่จำเป็นต้องไปแข่งกับใคร”


“แย่จัง องค์รัชทายาท...หม่อมฉันรักการแข่งขัน เช่นนี้หม่อมฉันควรทำอย่างไรดีเพคะ” หยินหลินแกล้งพูดจาด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย ในขณะที่กล่าวประโยคออกมาราวกับประชดประชันคนตรงหน้า


“ชายาที่รักของข้า เจ้าอย่ากังวลไปเลย การแข่งนี้เจ้าชนะตั้งแต่เจ้าเป็นผู้หญิงของข้าแล้ว” รัชทายาทเองพอถูกประชดมาเช่นนั้น จึงพูดย้อนใส่หยินหลินด้วยคำพูดที่เหนือชั้นไม่ต่างกัน ทำเอารอยยิ้มหวานบนใบหน้างามแข็งค้างราวกับถูกน้ำแข็งในฤดูเหมันต์แช่เอาไว้


“เหอะ ทำไมข้าต้องมาเลือกผู้หญิงให้ท่านกัน” นางเค้นหัวเราะออกมา ส่วนสมุดภาพในมือพลันถูกโยนลงไปอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ


“ก็เจ้าต้องใช้ชีวิตอยู่กับพวกนาง เจ้าก็ต้องเป็นคนเลือกสิ” รัชทายาทกล่าว ก่อนจะเอื้อมมือไปจับปอยผมของหยินหลินที่หลุดออกตามแรงลมไปทัดหูนาง


"ตกลงผู้หญิงเหล่านี้จะต้องแต่งให้ท่านหรือข้ากันแน่"


"เจ้าอยากแต่งกับพวกนางไหมเล่า"


"..." โฉมงามหุบปากเงียบกริบ


ไม่ใช่เพราะนางไม่อยากโต้เถียง เพียงแต่นางคิดว่าในเวลานี้ต่อให้เถียงไปก็ดูจะไร้ประโยชน์


"เอาเป็นว่าเจ้าเลือกให้ข้ามาสักเก้าคนก็แล้วกัน" หยางหงเยี่ยนสรุปเองเสร็จสรรพ


“ทำไมท่านไม่เลือกเอาเอง คนพวกนี้เป็นของท่าน ท่านเองก็ต้องตายในสักวันทำไมไม่ทำอะไรตามใจตัวเองดูเล่า” นางถามขณะที่จ้องหาคำตอบในดวงตาสีดำที่ดูน่าเกรงขามแต่ก็แฝงไว้ซึ่งความอบอุ่น แม้มือของเขาจะประคองอยู่ที่ใบหน้า แต่นางก็ไม่ได้ปัดมันออก


“ชีวิตข้าไม่ได้เป็นอิสระ และข้าก็พาเจ้าเข้ามาในชีวิตที่ไร้ซึ่งอิสระนี้ ดังนั้นช่วงเวลาไหนที่ยังมีหนทางให้เจ้าได้เลือก ข้าก็อยากให้เจ้ามีอิสระที่จะได้เลือกมันด้วยตัวเอง” เสียงนุ่มนวลของชายหนุ่มกล่าวออกมาแผ่นเบา แต่ก็ดังพอที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกถึงความอบอุ่นในคำพูดนั้น


ทั้งคู่ต่างเงียบลง ขณะที่จ้องตาของอีกฝ่ายเพียงเพื่อที่จะอ่านความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ส่วนลึกของจิตใจ มือบางก็ยกขึ้นสัมผัสใบหน้าคมสันของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ราวกับพิสูจน์ว่าภาพตรงหน้าของนางเป็นความจริง แต่ในขณะที่บรรยากาศกำลังไปได้สวย หมี่ถงก็พุ่งตัวเข้ามาในห้อง โดยปราศจากการแจ้งเตือน เป็นผลให้คนทั้งคู่ภายในห้องผละออกจากกันในทันที


“เอ่อ...ขออภัยองค์รัชทายาท แต่มีเรื่องด่วนที่จำเป็นต้องรายงาน” หมี่ถงพยายามกลืนน้ำลายที่หนืดคอ ขณะที่สัมผัสได้ถึงไอสังหารจากตัวรัชทายาท


“ว่ามา” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม


“มือสังหารที่เราจับมา ดูเหมือนจะมีคนลอบเข้าไปช่วยมันหลบหนีพ่ะย่ะค่ะ”


หยินหลินและรัชทายาทเบนสายตามามองกันอย่างมีเลศนัย และทั้งคู่ก็ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกดั่งเช่นหมี่ถงทำ แม้เรื่องที่ถูกรายงานมาจะเป็นเรื่องใหญ่มากก็ตาม


รัชทายาทพลันยิ้มที่มุมปากขณะที่มองใบหน้างามแล้วกล่าวว่า


“ดูเหมือนจะมีหนูติดกับดักของเจ้าแล้วสินะ”


-------------------------------------------------------------

เปิดจองรูปเล่ม "โฉมงามมารร้าย" 

ราคา 580.- บาท

สั่งภายในวันนี้ - 5 ก.ย ฟรีค่าจัดส่ง และแถม Magnet





สามารถสั่งซื้อผ่านไรท์ได้ทางข้อความหรือทิ้งความเห็นตอบกลับเอาไว้ และที่เพจ "Agitator K."

หรือสั่งซื้อโดยตรงกับทางสนพ. ได้เลยที่เพจ "FeiHui-Books"

*จะทำการจัดส่งประมาณกลางเดือนกันยายน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 377 ครั้ง

660 ความคิดเห็น

  1. #427 fairy (@game_) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:05
    สมกับเป็นพี่น้องกันจริมฟ
    #427
    0
  2. #325 Mnvw (@Mnvw) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 22:00
    ดื้อทั้งพี่ทั้งน้อง
    #325
    0
  3. #261 risuki666 (@risuki666) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 00:13
    จอมดื้อทั้งสองกำลังทำไรกันนะ 55
    #261
    0
  4. #260 P42213042 (@P42213042) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 21:44
    ขอบคุณค่ะ
    #260
    0
  5. #259 nawnam (@nawnam) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 21:32
    รอต่ออออออออ
    #259
    0
  6. #258 jokerlovery (@jokerlovery) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 20:54
    รอออออออ
    #258
    0
  7. #257 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 20:47
    นางเอกเราคงตามหลังพระเอกอยู่หลายขุมทีเดียว 5555
    #257
    0