โฉมงามมารร้าย [สนพ. เฟยฮุ่ย]

ตอนที่ 29 : [Rewrite] บทที่ 28 - หอลี่เหม่ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,983
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 293 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

บทที่ 28

หอลี่เหมย

 

ยามรัตติกาลมาเยือน ค่ำคืนที่มีเพียงแสงจันทร์เลือนราง บริเวณทิศใต้ของวังหลวงที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของตำหนักเย็นยามนี้เงียบสงบ ร้างไร้ซึ่งผู้คน มีเพียงแสงจากคบเพลิงเพียงไม่กี่จุดที่ยังพอส่องแสงอยู่ตามทางเดิน แต่ลมหนาวเย็นยะเยือกก็คอยพัดผ่านเปลวไฟปลิวไสวจนแทบจะมอดดับลง


บรรยากาศชวนให้คนปกติขวัญผวาและไม่กล้าย่างกรายเข้ามา ใครจะไปคาดคิดว่าผู้สูงศักดิ์ถึงสามคนจะมาอยู่รวมกัน คนหนึ่งเป็นโฉมงามแห่งตระกูลนักฆ่าหยิน คนหนึ่งบุรุษจากตระกูลแม่ทัพผู้เกรียงไกรตระกูลกู่ และคนท้ายสุดรัชทายาทเพียงหนึ่งเดียวแห่งแผ่นดินหยาง ทั้งสามคนเป็นผู้ที่มาจากตระกูลมีชื่อเสียงที่น่าเคารพจากคนทั้งแผ่นดิน แต่ยามนี้ได้ลักลอบออกมากันเพียงลำพังโดยที่ไม่มีผู้ติดตามข้างกาย อีกทั้งยังทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ กันราวกับโจรขโมย


หยินหลินในยามนี้ไม่ได้สวมอาภรณ์ของสตรีดั่งเช่นยามปกติ นางสวมอาภรณ์ดั่งคุณชายเจ้าสำราญด้วยผ้าแพรไหมประณีตดูสูงค่าสีดำสนิทกลืนกินไปกับความมืดของรัตติกาล ที่น่าสนใจสำหรับชุดนี้คือมันถูกออกแบบมาให้บดบังเรือนร่างสตรีทำให้นางดูคล้ายกับคุณชายผู้ผอมบางแต่ไม่ใช่บอบบางอย่างสตรี


“เจ้าคิดว่าตนเองแต่งตัวเป็นบุรุษแล้วมันจะทำให้เจ้าดูไม่เหมือนสตรีหรืออย่างไร” รัชทายาทเอ่ยปากถามทันควันที่เห็นใบหน้าอันคุ้นตาเดินเข้ามาในระยะแสงไฟ


หยินหลินยักไหล่ให้เขา ก่อนจะหยิบหน้ากากสีดำสลักลายสีทองคล้ายรูปอสูรออกมาสวมใส่ หน้ากากของนางเปิดเผยเพียงริมฝีปากบางทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ที่อยู่ใต้หน้ากากนั้นเป็นใคร


กู่เว่ยเทียนที่เห็นการรับมือของหยินหลินที่มีต่อรัชทายาทเจ้าตัวก็หัวเราะออกมา เพราะที่โฉมงามทำนั้นมันทำให้ชายหนุ่มผู้เป็นอนาคตของแผ่นดินหยางจนคำพูดแล้วได้แต่ขมวดคิ้วแน่นอย่างที่ไม่เคยเป็น


กู่เว่ยเทียนเมื่อได้รับสายตาไม่เป็นมิตรจากสหายก็ทำเป็นกระแอมกระไอแล้วถามคำถามกลบเกลื่อน “แล้วทำไมเจ้าถึงแต่งตัวเป็นบุรุษล่ะ”


“ข้าคงไม่ปล่อยให้ตนเองเป็นสตรีเพียงคนเดียวในกลุ่มบุรุษหรอกนะ”


“อ้อ...” รองแม่ทัพพยักหน้าเข้าใจ


“เลิกคุยกันได้แล้ว เวลาไม่รอพวกเจ้าหรอกนะ” หยางหงเยี่ยนว่าก่อนจะออกเดินนำ


“แล้วท่านจะพาข้าไปที่ไหนกัน” หยินหลินหยุดพวกเขาก่อนที่จะตามไป


“หอลี่เหมย” คำสามคำถูกเอ่ยออกมาจากปากรองแม่ทัพหนุ่มผู้มีท่าทางเจ้าสำราญ


ขณะที่สตรีผู้รับฟังกลับชะงักฝีเท้ากะทันหัน พลางสมองก็ประมวลผลคำพูดของผู้ที่เดินนำหน้า ‘หอลี่เหมย’ หอแห่งความงามสูบวิญญาณ เป็นที่โจษจันไปทั่วเรื่องของความหรูหราราวกับจัดแต่งให้เหมือนอยู่บนสรวงสวรรค์ แต่แค่นี้ไม่ใช่เพียงเรื่องเดียวที่ถูกกล่าวขาน หากแต่เป็นเรื่องของสตรีทุกนางในหอแห่งนั้นล้วนแต่งดงามดั่งนางฟ้า จนได้รับขนานนามว่าดินแดนแห่งการพักใจ นักเดินทางต่างแดนที่มาเมืองหลวงย่อมต้องอยากแวะเวียนไปยังหอลี่เหมย ในขณะที่คนในเมืองเองก็ต่างพากันแวะเวียนไปทุกคืนวัน จนต้องทำการจองคิวกันยาวเป็นปี ๆ อีกทั้งสุราของที่นั่นยังขึ้นชื่อเรื่องความหอมหวานและราคาแพงจับใจ การได้ชิมสักครั้งถือเป็นวาสนาของชีวิต


อีกคำนิยามหนึ่งของหอลี่เหมยนั่นก็คือ ‘หอนางโลม’ ชื่อเสียงที่โด่งดังทำให้แม้แต่คนที่อยู่หุบเขาเหมันต์มาตลอดอย่างนางยังรู้จักเป็นอย่างดี ทว่าเพราะสิ่งใดกันบุรุษผู้สูงศักดิ์แห่งแคว้นหยางทั้งสองคนถึงได้เลือกหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไปหอนางโลมในยามวิกาลเช่นนี้ นอกจากนั้นเขายังชวนนางไปด้วย แต่ถึงยังไงก็ไม่น่าสงสัยเท่า เหตุใดพวกเขาถึงได้บัตรเข้าไปยังหอลี่เหมย!


ในขณะที่หยินหลินมองไล่หลังของคนทั้งคู่ด้วยสายตาจับผิดราวกับจะพูดว่า ‘ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าพวกท่านเป็นคนเช่นนี้’ หยางหงเยี่ยนที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกสบประมาทเข้าใจผิดก็เอ่ยแก้ตัวด้วยน้ำเสียงราบเรียบในทันใด “พวกข้าได้ข่าวพวกมือสังหารที่แฝงตัวอยู่ในเมืองหลวงจะจัดฉากงานเลี้ยงที่หอลี่เหมยบังหน้า เพื่อพูดคุยกันเรื่องแผนการ ถึงแม้เจ้าพวกนี้จะเป็นพวกพ่อค้าธรรมดาแต่ทว่าก็เป็นสายปลายแถว บางครั้งอาจจัดประชุมลับ บางครั้งอาจจัดงานเอิกเกริกเพื่อบังหน้า ส่วนที่เจ้าคิดสงสัยเรื่องข้าได้บัตรมายังไง...เรื่องนี้เจ้าลองถามเว่ยเทียนดูเอาก็แล้วกัน”


"งั้นข้าคงต้องมาสงสัยต่อว่าพวกท่านสนิทกันด้วยเรื่องอะไร" หยินหลินพูดตอบ


"เช่นนั้นเจ้าคิดว่าพี่ชายเจ้าเป็นคนเช่นไร" หยางหงเยี่ยนตอกกลับ


“ว่าแต่ท่านรู้ได้อย่างไรว่าคนพวกนั้นตั้งใจไปประชุมกันที่หอลี่เหมย” คนถูกย้อนเปลี่ยนเรื่องทันควัน แล้วหันไปสนใจเรื่องสายของรัชทายาทแทน


หยางหงเยี่ยนถอนหายใจครั้งหนึ่งให้กับความเปลี่ยนไปมาของหยินหลิน ก่อนจะอธิบายต่อ “ที่เจ้าคิดว่าข้ามีสายในเมืองหลวงนั้นถูกต้องแล้ว แต่อย่างที่ข้าบอกไปคนพวกนั้นเป็นพวกปลายแถวไม่สลักสำคัญอะไร อีกทั้งยังใช้กลุ่มมือสังหารในการขับเคลื่อนกิจการตนเอง จากนั้นจึงมักจัดงานเลี้ยงโอ้อวดแผนของตนให้กับพวกเดียวกันว่าใครที่ได้รับผลตอบแทนดีงามที่สุด คนเหล่านี้แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์หยางโดยตรง แต่ถือเป็นพวกคดโกงประชาชนควรถูกกำจัดแต่ยังไม่ใช่ ในเร็ว ๆ นี้ยกเว้นเสียแต่ว่าคนพวกนั้นหาเรื่องก่อน ที่ข้าตั้งใจไปจริง ๆ ก็เพียงเพื่อสืบข่าวของเป้าหมายหลักพวกนั้น ว่ากันว่าพวกเขากำลังตามหาของและคน แต่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าอะไรคือสิ่งที่มันหา รวมไปถึงคนที่พวกมันต้องการ”


หยินหลินพยักหน้าเนิบช้าเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้ว สีหน้าที่เคยแสดงความประหลาดใจกลับมาทำหน้านิ่ง ยิ้มมุมปากนิด ๆ แล้วเดินไปยืนข้างหยางหงเยี่ยนแล้วผายมือเชิญเขา “งั้นเราก็ควรจะรีบไปกันได้แล้วสินะ”


“อืม” บุรุษหนุ่มผู้มีท่าทางองอาจมองหญิงสาวด้านข้างที่ทำท่าทีราวกับจะไปเจอเรื่องสนุกด้วยแววตาเหนื่อยใจและเสียใจ


...เสียใจที่เขาไม่น่าชวนนางมาด้วยตั้งแต่คราแรก ตอนแรกเริ่มเขาแค่เพียงคิดจะชวนนางออกไปเที่ยวเล่นเปิดหูเปิดตา แต่ข่าวที่เขาได้ยินมามันกลับหนักหนากว่าที่เขาบอกนางไป นางเองก็เป็นหนึ่งในคนที่เขาสงสัยว่าพวกเฟิ่งฟูกำลังต้องการตัว อีกอย่างหากพี่ชายของนางรู้ว่าเขาพานางไปหอลี่เหมย ไม่รู้บุรุษรูปงามผู้นั้นจะปั้นหน้าเช่นไรใส่รัชทายาทเช่นเขา


 

หอลี่เหมยในยามค่ำคืน ประดับประดาด้วยโคมไฟหลากสีสันส่องแสงสว่างไสวไปทั่วไร้ซึ่งมุมมืดให้เห็น เสียงดนตรีแผ่วเบาที่ไพเราะจับจิตดังคลอด้วยจังหวะเนิบช้าออกมาจากภายใน ชวนให้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาเหลือบมองกันทุกผู้คน เมื่อมาถึงหน้าประตูบานหลักที่มีป้ายไม้ใหญ่สลักอักษรคำว่าลี่เหมยอย่างประณีตอ่อนช้อยประดับอยู่ด้านบน ก็มีสาวงามในชุดสีม่วงอ่อนเดินมาต้อนรับ และเมื่อนางในชุดสีม่วงผู้นี้เห็นว่าผู้มาเยือนรายใหม่ทั้งสามคนนี้เป็นใคร ใบหน้าหวานประดับรอยยิ้มและลักยิ้มบนแก้มก็นอบน้อมเพิ่มขึ้นอีกเป็นสิบส่วน


“คุณชายกู่ คุณชายหง ไม่ได้พบพวกท่านเสียนานเลยนะเจ้าคะ” นางทักทายคนทั้งคู่อย่างคุ้นเคย พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานงดงามให้ ‘คุณชายหง’ อย่างไม่ปิดบัง จากนั้นจึงหันไปทักทายหยินหลินที่แต่งตัวเป็นบุรุษด้วยกิริยาที่เรียบร้อย


หยางหงเยี่ยนกระแอมเบา ๆ อยู่สองสามครั้ง ขณะที่เหลือบตามองหยินหลินภายใต้หน้ากากที่แม้จะปิดบังใบหน้างามเอาไว้ แต่ก็ไม่อาจปิดริมฝีปากบางที่ยิ้มแสดงความสนอกสนใจในคำว่าคุณชายหงไปได้ “เดินทางครานี้ข้าไปไกลกว่าที่คิดไว้ ทำให้คุณชายกู่ไม่มีสหายมาเที่ยวเล่นที่หอลี่เหมย ไม่คิดว่าไม่มีข้าแล้วบุรุษผู้นี้จะไม่กล้ามาเองตัวคนเดียว” น้ำเสียงของประโยคหลังหยางหงเยี่ยนนั้นจงใจพูดยียวนสหายข้างกายกลบเกลื่อนตัวเองเต็มที่


“เจ้าก็กล่าวเกินไปแล้วหงเหิน ข้ามีงานราชการมากมายต้องสะสางเหตุใดจะไปมีเวลาเที่ยวเล่นไปทั่วเช่นคุณชายอย่างเจ้าเล่า” กู่เว่ยเทียนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคุณชายหน้าบาง ก็ทำการยอกย้อนคนกล่าวหาด้วยการใส่ร้ายว่าเป็นคุณชายเจ้าสำราญให้เสร็จสรรพ


ผลัดกันใส่ร้ายกันเองต่อหน้าสาวงามเนี่ยนะ หยินหลินนึกค่อนขอดอยู่ภายในใจ


“เสียเวลาคุณชายมากเกินไปแล้ว จวี๋เอ๋อร์ต้องขออภัย เชิญคุณชายทั้งสามทางนี้เจ้าค่ะ” จวี๋เอ๋อร์กล่าวขึ้นมาหลังจากปล่อยให้คนทั้งคู่เถียงกัน และเพื่อไม่ให้เป็นการขวางทางลูกค้าคนอื่นนางจึงพาทั้งสามไปยังห้องพักชั้นสองริมสุดทางเดิน ที่มีประตูไม้บานหนึ่ง และดอกไม้ประดับด้านข้างเล็กน้อย


หยินหลินเดินตามทั้งสามรั้งท้ายมาอย่างเงียบ ๆ เนื่องจากนางกำลังสังเกตสถานที่แห่งนี้จึงให้เดินเชื่องช้าลง ตั้งแต่เหยียบเท้ามายังหน้าประตูหอลี่เหมย สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนเลยคือกลิ่นหอมหวานประหลาดที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย กลิ่นชนิดนี้ฟุ้งไปทั่วหอลี่เหมยไม่อาจจำแนกได้ว่ามาจากดอกไม้หรือกำยานชนิดใดบ้าง และยิ่งเมื่อพบเข้ากับดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ด้านในแล้ว หยินหลินก็รู้สึกตาลายขึ้นมาเข้าใจคำว่ามึนเมาก็ในวันนี้


ส่วนของการตกแต่งด้านใน นอกจากดอกไม้ที่ประดับประดาไปทั่วแล้ว ยังมีผ้าไหมบางเนื้อดีหลากสีสันตกแต่งไว้ตามทางเดิน หากเดินเข้ามาลึกด้านในหน่อยจะพบกับลานกว้างที่ฉากเบื้องหลังเป็นน้ำตกจำลอง ตรงกลางคือเวทีที่ในยามนี้มีเหล่าสาวงามกำลังร่ายรำและขับร้องสร้างความบันเทิงให้กับแขกภายในหอชั้นล่าง โดยรอบชั้นหนึ่งที่เหลือก็จะเป็นชุดโต๊ะทั่วไป หากเดินออกห่างจากบริเวณเวทีอีกนิด จะพบว่าสองฝั่งของเวทีมีบันไดขึ้นไปยังชั้นสอง เมื่อขึ้นไปถึงสิ่งที่จะพบเลยคือห้องรับรองขนาดใหญ่ มีทางแยกด้านข้างบันไดทั้งสองฝั่ง และมีทางไปยังด้านหลังอีกซึ่งเป็นที่ชมการแสดงชั้นสองสำหรับชนชั้นสูงและผู้มีกระเป๋าเงินหนา ส่วนทางที่หยินหลินไปนั้นคือทางด้านขวามือนับจากขึ้นไปได แล้วเดินไปยังสุดทางเดิน


จวี๋เอ๋อร์เปิดบานประตูสีขาวนำทั้งสามคนเข้ามาในห้องเรียบหรู ภายในห้องมีเครื่องเรือนไม่มาก มีเพียงโต๊ะตัวใหญ่หนึ่งตัวและเก้าอี้ไม้ปูด้วยเบาะหนังเนื้อดี อีกทั้งในห้องนั้นยังประดับด้วยดอกไม้ป่าสีสดใสในแจกันสีขาวลายนกนางนวลสีเงิน รอบด้านมีตู้วางของที่วางประดับด้วยวัตถุที่ดูมีอายุและล้ำค่าหลากหลาย รวมไปถึงภาพวาดธรรมชาติที่สวยงามประดับตามฝาผนัง


แต่ที่ที่ทำให้ห้องแห่งนี้โดดเด่นคงไม่พ้นวิวภายนอกหน้าต่าง ที่แม้เป็นชั้นสองห้องมุม แต่กลับได้วิวที่สวยงามของต้นหลิวหลายสิบต้น มีฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีดำประดับด้วยดวงดาวสว่างไสว เมื่อมองไปยังข้างล่างก็มีแม่น้ำไหลผ่านตลอดเวลารายล้อมด้วยดอกไม้นานาพันธุ์


ทั้งสามคนนั่งลงที่โต๊ะที่จัดไว้ให้ติดกับริมหน้าต่าง โดยหยินหลินเลือกที่จะนั่งริมสุดเพราะนางอยากจะชื่นชมวิวทิวทัศน์ของสถานที่แห่งนี้ จนไม่ทันได้สังเกตว่าหยางหงเยี่ยนตีเนียนมานั่งข้างนางเสียแล้ว


จวี๋เอ๋อร์คารวะให้กับคนทั้งสามก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานอันไพเราะ “ขอให้คุณชายรอที่นี่สักครู่ จวี๋เอ๋อร์จะไปตามเถ้าแก่เนี้ยมานะเจ้าคะ”


“ต้องรบกวนจวี๋เอ๋อร์แล้ว” หยางหงเยี่ยนเอ่ยกับสาวงาม อีกฝ่ายพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มที่ประดับใบหน้าสวย จากนั้นนางก็เดินจากไปด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบา


หยินหลินมองตามจนประตูปิด สมองนางก็พลันประเมินสตรีผู้นั้น...จวี๋เอ๋อร์ ใบหน้าของนางนับว่าสวยแต่ไม่ใช่สวยอันดับหนึ่งแห่งหอลี่เหมยเป็นแน่ ดูท่าแล้วการที่นางเป็นคนออกมาต้อนรับหยางหงเยี่ยนกับกู่เว่ยเทียนต้องเป็นเรื่องที่นัดแนะกันมาก่อนแล้ว อีกอย่างนางไม่ใช่สตรีพูดมากดังเช่นสตรีในหอนางโลมทั่วไปที่มักจะหาเรื่องสนทนาน่าสนใจมาพูดคุยกับลูกค้า


ส่วนเถ้าแก่เนี้ยที่ว่าคงเป็นเจ้าของที่นี่กระมัง ในขณะเดียวกันนางก็คงเป็นสายของหยางหงเยี่ยนหรือไม่ก็พวกคนที่ขายข่าวเพราะแค่เพียงกิจการจากหอนางโลมไม่มีทางที่จะหาซื้อข้าวของที่มีมูลค่าควรเมืองได้มากมายถึงเพียงนี้ อีกทั้งดูเหมือนว่าหยางหงเยี่ยนจะปิดบังตัวตนของตัวเองเอาไว้นั้นแสดงว่าอีกฝ่ายมาบ่อยเพื่อที่จะสืบข่าวคราวภายในสถานที่เริงรมย์แห่งนี้


ส่วนกู่เว่ยเทียนก็แสดงท่าทางเจ้าสำราญออกนอกหน้า เวลาเดินผ่านสาวงามด้านในก็แสร้งส่งสายตาหวานเยิ้มตลอดทาง ชายหนุ่มมีท่าทีคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้จนหยินหลินเองยังรู้สึกประหลาดใจ ไหนเขาว่ากันว่ารองแม่ทัพหนุ่มมีใจให้องค์หญิงกันนะ


“ไม่คิดเลยว่าจะมีคนบางคนตั้งชื่อให้ตนเองว่าหงเหิน” หยินหลินยกยิ้มมุมปากดูแคลนขณะที่เอ่ยกล่าว ไม่รู้ว่ารัชทายาทแห่งแคว้นหยางคิดเช่นไรถึงตั้งชื่อให้ตนเองว่าผู้ยิ่งใหญ่มากเช่นนั้น


กู่เว่ยเทียนหลุดขำ ตัวเขาเองก็คิดเช่นเดียวกันเมื่อครั้งที่สหายตนแนะนำตัวด้วยชื่อนี้เป็นครั้งแรกเมื่อตอนที่พวกเขาทั้งสองออกมานอกวังหลวง หากแต่ในยามนั้นยังไม่กล้าพอที่จะกล่าวถึงจึงได้แต่เก็บความคิดไว้ในใจ จนในวันนี้มีสตรีไม่เกรงกลัวความตายยกขึ้นมาเป็นหัวข้อล้อเลียน


หยางหงเยี่ยนผู้ถูกล้อเรื่องชื่อได้แต่นั่งหลังตรงไม่โต้แย้ง ส่วนสายตาคมเหลือบมองสตรีข้างตัวด้วยแววตาคาดโทษ เป็นทำนองเตือนนางว่าหากเขานำเรื่องที่นางไม่อยู่ในวังต้องห้ามจำลองมาเผยแพร่งานนี้นางไม่รอดแน่ อีกทั้งไม่ใช่แค่เรื่องที่นางออกนอกอาณาเขต หากแต่เป็นการลอบออกจากวังในวันนี้ด้วย


“คิดว่ามองด้วยสายตาเช่นนั้นแล้วข้าจะกลัวรึ” ริมฝีปากบางจอมหาเรื่องยังคงไม่คิดหยุด อีกทั้งยังประดับรอยยิ้มเยาะไม่จางหาย


“หลินเอ๋อร์กล่าวเช่นนี้ ข้าคงต้องหาวิธีกำราบเจ้าแล้วกระมัง” เสียงทุ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานหยอกเย้า หยางหงเยี่ยนเมื่อใช้สายตาปรามไม่อยู่ เขาจึงเริ่มเปิดฝีปากขึ้นบ้าง ด้วยตัวเขารู้ดีว่าการแกล้งสตรีตรงหน้าด้วยคำพูดนั้นไม่ได้ยากเย็นสักเท่าไร


ฝ่ายคนที่ถูกเรียกด้วยชื่อ หลินเอ๋อร์ บัดนี้ขนตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าของนางลุกชูชันไปทั้งตัว คำว่าเอ๋อร์ที่ไม่คุ้นเคยถูกนำมาเติมท้ายชื่อที่ตนกำลังครอบครองทำเอาร่างบางร้อนหนาวสลับอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังถูกเรียนด้วยน้ำเสียงหวานนั้นแล้ว นางยิ่งรู้สึกอยากเปลี่ยนชื่อแซ่ให้รู้แล้วรู้รอด


ครั้งแรกนางแกล้งเมิน


ครั้งที่สองนางแกล้งลืม


ครั้งที่สาม...


ร่างของนางสั่นนิด ๆ ริมฝีปากที่เผยออกมานอกหน้ากากครึ่งหนึ่งเม้มแน่น หยางหงเยี่ยนที่เห็นแบบนั้นก็คิดว่านางคงจะหนาว จึงปลดเสื้อคลุมตนเองออกแล้วคิดจะคลุมตัวนาง ทว่าร่างบางที่สั่นเทาหาใช่เพราะความหนาวแต่เป็นเพราะระงับความโกรธ หากเขามองเห็นดวงตาหงส์ที่ประกายวาววับด้วยความกระหายเลือดในยามนี้คงไม่คิดแตะต้องนางเป็นแน่ อนิจจังรัชทายาทหนุ่มผู้ไม่รู้อะไร เขาได้เอื้อมมือโอบรอบไหล่นางเพื่อจะคลุมผ้าให้ เมื่อผ้าแตะตัวนางไม่ทันไร ศอกน้อย ๆ ที่เต็มไปด้วยแรงมหาศาลก็เสยเข้าที่คางของรัชทายาทแคว้นหยางเต็มเปา


“เหอะ! คุณชายหงเหินดูเหมือนมียุงเกาะที่หน้าท่าน ข้าเลยหวังดีปัดออกให้ ไม่คิดว่าจะออกแรงถึงเพียงนี้ ข้าต้องขออภัยที่ควบคุมแรงของตนเองมิได้” เสียงหวานเปล่งออกมาแต่ละคำฟังดูก็รู้ว่ากัดฟันพูดออกมา และเมื่อนางหันมาดูใบหน้าของคนผู้ถูกเสยคางที่ในยามนี้มีรอยแดงเถือก ริมฝีปากบางที่เม้มแน่นจึงระบายยิ้มออกมาอีกครั้ง


หยางหงเยี่ยนเบิกตากว้างระคนตกใจ ก่อนจะถลึงตามองสตรีตรงหน้าด้วยความเคียดแค้น ปัดออกให้งั้นรึ...นางกล้าพูดคำนี้ออกมาได้เช่นไร คอของเขาแทบจะหักเสียด้วยซ้ำ แต่นางกลับยังยิ้มร่าออกมาได้


ทางด้านกู่เว่ยเทียนที่ดูละครตรงหน้า ก็พลันแอบยิ้มมุมปากบาง ๆ ไปอีกคน พลางจิบน้ำชาที่เตรียมไว้ก่อนหน้าอย่างสบายใจ เหตุการณ์เช่นนี้ไม่คิดว่าวันนี้จะมีวาสนาได้มาเห็น หนึ่งรัชทายาทผู้สูงศักดิ์ถูกบุตรสาวนักฆ่าศอกใส่คาง แล้วเลือกจะทำเพียงถลึงตาใส่...หากเป็นสตรีทั่วไปแล้วละก็ เกิดทำให้คนผู้นี้เจ็บตัวเพียงนิดคงโดนเอาคืนอย่างสาสม


หยินหลินหนอหยินหลิน ตระกูลหยินนี้ช่างมีดีทำให้คนหลงใหลเสียจริง ๆ


-------------------------------------------------------------

เปิดจองรูปเล่ม "โฉมงามมารร้าย" 

ราคา 580.- บาท

สั่งภายในวันนี้ - 5 ก.ย ฟรีค่าจัดส่ง และแถม Magnet





สามารถสั่งซื้อผ่านไรท์ได้ทางข้อความหรือทิ้งความเห็นตอบกลับเอาไว้ และที่เพจ "Agitator K."

หรือสั่งซื้อโดยตรงกับทางสนพ. ได้เลยที่เพจ "FeiHui-Books"

*จะทำการจัดส่งประมาณกลางเดือนกันยายน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 293 ครั้ง

660 ความคิดเห็น

  1. #549 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 20:41

    ทำนางเขินเลยแขนกระตุก

    #549
    0
  2. #433 fairy (@game_) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:28
    เอ่แล้วๆ
    #433
    0
  3. #362 Nattiya Bursnachaitavee (@nsttiyaburana) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:23
    ประกาศให้รางวัลผู้ที่ให้เบาะแสของไรท์ ซึ่งได้หายไปเป็นเวลานานมากแล้ว จะให้รางวัลอย่างงาม.
    #362
    0
  4. #361 Dewboon (@dwedarin) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 03:20
    ค้างอ๊าาาาาา
    รีบๆมาต่อนะคะไรท์
    #361
    0
  5. #360 eyeyuri (@eyekiku02) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 06:31
    โอ้ยยยย โคตรค้างงงงงง อยากอ่านต่อเร็ววๆ ติดพลันเรื่องนี้ภายในคืนเดียว ชอบบบบบ
    #360
    0
  6. #359 Sinsupa (@numeenaza) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 22:22
    เพราะหยินหลินนั้นมากเล่ห์ยิ่งกว่าสินะ
    #359
    0
  7. #358 Eorro (@1n-ongpanga) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 20:51
    สนุกมากกกค่ะ รออออ
    #358
    0
  8. #357 MesitaPhumingsri (@MesitaPhumingsri) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 16:54
    แลดูสั้นจัง
    #357
    0
  9. #353 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 23:22
    รออ่านความมันหลังจากนี้ค่ะ
    #353
    0
  10. #352 risuki666 (@risuki666) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 19:42
    ลุ้นมากศึกนี้ 55
    #352
    0
  11. #351 namwan0-02 (@NamWan0-0) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 18:57
    มันอะ 555555 สงสารหญิงนางอื่นกลัวว่านางเอกเราเล่นแรงส์
    #351
    0
  12. #350 hazelham (@hazelham) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 18:48
    ลุ้นไปกับนาง 555
    #350
    0