รักคนละสี YAOI (ตีพิมพ์สนพ.ฟีลฮาร์โมนิคบุ๊คส์)

ตอนที่ 10 : สีที่ 9 : แผ่นหลังที่อบอุ่น (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,439
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 310 ครั้ง
    7 ส.ค. 60




สีที่ 9

 

“เคิร์ด... นี่แก้วที่หกเองไม่ใช่เหรอ”

 

“...........”

 

“นี่กี่นิ้ว”

 

“ห้า !”

 

“กลับเถอะ”

 

เอ้า... จะรีบไปไหนอ่ะสงครามยังไม่จบ  เอ่อ...เหมือนจะยังไม่เริ่มเลยด้วยซ้ำ  ทำไมดีเซลยอมแพ้แล้วอ่ะ  แล้วนั่น...นั่นจะทำอะไร  เก็บสูทสีขาวของผมพาดบ่าตัวเองทำไม  แล้วยังจะมาดึงผมขึ้นไปอีก  ม่ายอาววว.... ผมจะนั่งอยู่ตรงนี้  ผมหยอดกาวตาช้างไว้ที่เก้าอี้แล้วยังไงก็ดึงไม่ขึ้นหรอก โธ่...

 

ดีเซลพยายามจะพยุงผมขึ้น  แต่ทำไงได้ขาผมมันไม่ค่อยมีแรงเลย  แถมหนังตาก็หนักมากด้วยเหมือนมันอยากจะทิ้งตัวอย่างเดียวเลย  ผมต้องต่อสู้กับความเมาของตัวเองเพราะเกรงใจคนที่พามา  สภาพแบบนี้ช่วยตัวเองยังไม่ได้เลย  มาเป็นภาระชัด ๆ  ถ้าไปโบกแท็กซี่คงไม่มีคันไหนรับขึ้นแน่นอน  แล้วก็ต้องเดือดร้อนดีเซลไปส่งที่บ้านอีก 

 

หลังจากพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะเรียกสติที่มันดับ ๆ ติด ๆ ให้กลับคืนมา  พยายามจะลุกขึ้นอยู่หลายต่อหลายครั้งจนสุดท้าย...

 

ตุ้บ !

 

โอ๊ยยย... แค่ลุกมาได้นิดนึงก็ร่วงลงไปอีก  ขนาดดีเซลที่พยุงอยู่ยังรับไม่ทันปล่อยให้ผมลงไปนั่งกับพื้น  ก่อนจะรีบดึงผมขึ้นมาให้แล้วล็อคตัวไว้ให้แน่นกว่าเดิม  นี่สาบานเลยนะ  ว่าผมไม่ได้อ่อย... ผมเมาจริง ๆ และเหมือนจะคุยไม่รู้เรื่องแล้วด้วย

 

“ทำไมไม่บอกก่อนว่ากินไม่ได้จะได้ไม่ชวนมา”

 

“คราย ? ครายบอกว่ากินม่ายด้าย ...เอิ้ก !”  ผมหันไปค้อนให้ทั้งที่ตาแทบลืมไม่ขึ้นแล้ว  “เฮ้ย ๆ  จะทามรายอ๊า !”  จะไม่ให้ผมตกใจได้ไง  อยู่ ๆ เขาก็หันหลังย่อตัวลง  แล้วเอามือสอดเข้ามาใต้ข้อพับตรงหัวเข่าเพื่อดันให้ผมขึ้นไปอยู่บนหลังเขา  ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยท่าทะมัดทะแมงก่อนจะเดินออกไป

 

มึงหิ้วปีกกูก็ได้ป๊ะวะ ?

 

ดีเซลล็อคขาผมไว้แน่นมากจนผมสลัดไม่ออกเลยได้แค่ตีขาใส่เบา ๆ  และคิดหาทางลงแบบคนสติไม่เต็มอยู่จนกระทั่งมาถึงบันได  คือบาร์ที่นี่จะมีสองชั้น  และเป็นผมเองที่ชวนเขาขึ้นไปนั่งบนชั้นสอง  มาถึงตรงนี้ผมต้องยอมเกาะหลังเขานิ่ง ๆ แล้วครับ  ไม่อย่างนั้นคงได้กลิ้งเป็นลูกขนุนทั้งคู่แน่นอน

 

จากตอนแรกที่แขนผมวางพาดไหล่เขาเฉย ๆ ตอนนี้มันกลายเป็นคล้องคอเขาเองโดยอัติโนมัติ  ผมซุกหน้าลงที่ลำคอเขาเพราะตอนนี้แทบลืมตาไม่ขึ้นแล้ว  แถมยังรู้สึกเวียนหน้ามากกว่าเดิม  กลิ่นชื้นเหงื่อกับน้ำหอมที่คอนี่ผสมกันมั่วไปหมด  แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเหม็นอะไร  ผมว่ากลิ่นมันดูเป็นเอกลักษณ์ดีจะตาย

 

ฟุดฟิด... ฟุดฟิด...

 

ขณะที่เขาเดินไปอย่างช้า ๆ ผมที่กำลังซบอยู่ที่ซอกคอเขาก็ดมฟุดฟิด ๆ ไปเรื่อย  แปลกดีที่อีกฝ่ายยอมเดินไปอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้บ่นไม่ได้ห้ามอะไร  ปล่อยให้ผมดมได้ตามใจชอบ  รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นโรคจิตเลยแฮะ  ผมไม่รู้ว่าเขาเดินออกมาถึงตรงไหนแล้วเพราะผมหลับตามาตลอดทาง  แต่ที่สัมผัสได้คือผมรู้สึกอบอุ่น  ปลอดภัย  และมั่นใจว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งผมไว้กลางทางแน่นอน

 

“ดีเซล...”  พอสติเริ่มคืนมาผมก็เรียกชื่อเขาเบา ๆ ฟังจากเสียงรอบข้างที่เปลี่ยนไป  ผมเดาเอาว่าตอนนี้เราคงออกมานอกร้านแล้ว  และน่าจะกำลังเดินไปที่ลานจอดรถ “เคยให้ใครขี่หลังมั้ย”

 

“ไม่เคยหรอก”  คำตอบนี้ทำเอาผมอมยิ้มจนแก้มแทบปริ

 

ผมเอาหัวออกจากตรงคอเขาและเอียงคอมอง  แต่ก็เห็นเพียงแค่เสี้ยวเดียว  “บอกให้ยิ้มก็ไม่ค่อยยิ้ม  ชอบทำหน้าบูด  เห็นแบบนี้ทีไรละหดหู่ว่ะ”

 

“ผมบอกไปแล้วนี่ว่าหน้ามันเป็นอย่างนี้”

 

“อย่างน้อย ๆ นายก็น่าจะหัดยิ้มบ้าง  ยิ้มให้เพื่อนให้ฝูงจะเป็นไร  เนี่ย ๆ อย่างนี้ไง...”  ผมเอามือตีไหล่อีกคนรัว ๆ และพยายามโน้มหัวไปข้างหน้าจนเขาเซ  และหันหน้าไปหาเพื่อให้เขามองเห็นผมชัด ๆ “ดู ๆ หันมา ๆ”  พอเขาหันหน้ามาได้ครึ่งหนึ่ง  ผมก็ยิ้มปากแทบฉีกไปถึงหู  โชว์ทั้งฟันทั้งเขี้ยวให้เขาเห็น จนกระทั่ง...

 

“หึ หึ”

 

“นี่ไง  ยิ้มแล้ว ๆ แต่มันไม่ใช่อ่ะ”

 

“อะไรล่ะ”

 

“อันนี้มันแสยะยิ้ม  นายต้องยิ้มทั้งหน้าดิ”  ยิ้มแต่มุมปากเหมือนจ้องจะเขมือบอะไรสักอย่างแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน  “ดีเซล... นายยังคิดมากเรื่องการคบเพื่อนอยู่รึเปล่า”

 

 

กึก...

 

 

อ้าว ! หยุดเดินทำไมอ่ะ  หรือผมไปพูดจี้ใจดำอะไรหรือเปล่าหว่า  แต่ก็ไม่น่าใช่นะเพราะก่อนหน้านี้เราก็เคยคุยเรื่องนี้กันมาก่อนแล้วนี่  “ตอนที่อยู่ในร้านนายยังเล่าเลยว่านายน่ะมีปัญหาเรื่องการคบคนยาก  อยากจะแก้ก็แก้ไม่หาย  แต่ฉันไม่คิดว่านายจะมีปัญหาตรงไหนเลย  นายยังมีเพื่อน  มีพี่ตู้ที่สนิทกัน  แล้วมีไอติมที่เข้ามาจีบนายด้วยนะ”

 

“เคิร์ดเมาแล้วล่ะ  เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านนะ”  เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นก่อนจะเริ่มเดินต่อ

 

มามุกนี้คิดเหรอว่าผมจะปล่อยไปง่าย ๆ ตอนนี้กำลังเมาเลยกล้าถาม  ถ้าเวลาปกติมองหน้าผมยังไม่กล้าเลย  มีโอกาสแล้วผมไม่ปล่อยให้หลุดมือแน่นอน 

 

ผมใช้สองแขนล็อคคอเขาเอาไว้  “เดี๋ยวสิ ! ไม่ให้ไปคุยกันก่อน”  ทั้งล็อคคอทั้งถีบขาเลยตอนนี้  “ฉันก็แค่อยากมั่นใจ  ว่านายจะไม่คิดมากแล้วจริง ๆ”

 

“ผมไม่ได้คิดมากแล้ว”  เขาไม่ยอมหยุดแต่ก็เดินช้าลง

 

“จริงเหรอ  แต่ทำไมบางครั้งนายดูไม่มีความสุขเลยอ่ะ  หรือเป็นคาแรคเตอร์ของนายที่ต้องทำหน้าอมทุกข์ตลอดเวลา”  ถามเยอะแบบนี้นี่ไม่ได้สร่างนะครับ  สติผมยังมา ๆ ไป ๆ  แถมยังคอพับคออ่อนพิงคนแบกอยู่เนี่ย 

 

“อ้อ... อีกอย่างนะ  นายควรจะเลิกคิดได้แล้วว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้ฉันเจ็บตัว ดวงคนมันจะโดนต่อยอ่ะหนียังไงก็ไม่พ้นหรอก  เพราะงั้นนะ...”  ผมเว้นจังหวะก่อนจะพยายามยกคอตัวเองขึ้นมาทำให้แก้มของเราแนบกันพอดี 

 

“เพราะงั้นอะไร”

 

“อะ...” ผมรีบผละออกมา  เมื่อกี้เหมือนจะสติหลุดไปแป๊บนึง  ใครจะรู้ว่าแก้มเขานิ่มมากขนาดนี้  ดีเซลหันหน้ามาเล็กน้อย  ผมเห็นเขาใช้หางตามองมาทางผม  “อ๋อ... เพราะงั้นนะครั้งหน้าไปกินข้าวกัน”  ผมรีบหลบสายตาก่อนจะหลุดอะไรไปมากกว่านี้

 

“..................”

 

“นะ”

 

“..................”

 

“ไม่ตอบถือว่าไม่ปฏิเสธ  ต่อไปถ้าฉันชวนนายนายก็ต้องไป  แล้วนายก็ต้องมาชวนฉันด้วย  โอเค๊...ดีล !”  พูดเองเออเองเลยกู  ช่างแม่ง ! อยากเงียบเองทำไม  แล้วอย่าหาว่าผมเผด็จการทีหลังนะ

 

ผมวางแผนเอาไว้แล้ว  วันไหนกายกับพี่เบนซินมีซ้อมด้วยกัน  ผมจะไปวันนั้นแหละ  แล้วจะให้กายคอยจับตาดูพี่เบนซินให้  แค่นี้เราก็รู้ทางหนีทีไล่แล้ว เพราะฉะนั้นหมดห่วงเรื่องที่สองคนนี้จะตีกันได้เลย  และตัวผมก็จะไม่โดนลูกหลงอีกต่อไป  

 

“ก็ได้”

 

“เย้...”  ดีใจอย่างกับเด็กไม่รู้จักโต  แหงนหน้าไปข้างบนยืดตัวชูไม้ชูมือข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งจับไหล่เขาเอาไว้  พอก้มลงมาก็เห็นดีเซลค่อย ๆ คลี่ยิ้มให้

 

 เหี้ย ! เขายิ้มแล้วว่ะ  โอ้ย... สร่างเมาเลยเนี่ยเจอยิ้มพิฆาตเข้าไป  ถ้าขอถ่ายรูปเก็บไว้จะให้มั้ยวะ

 

คือมันเป็นรอยยิ้มแบบนี้แหละที่ผมอยากเห็น  รอยยิ้มที่มาจากใจ  ยิ้มไปถึงดวงตา  ดูอบอุ่นอ่อนโยน  ไม่คิดว่าคนแข็งกระด้างและเย็นชาจนดูไร้ความรู้สึกอย่างดีเซลจะมีสิ่งนี้อยู่ในตัวด้วย  ต่อให้ผมนั่งมองจนเช้าก็มองได้  และรู้สึกเลยว่านี่แหละคือสิ่งที่ผมรอคอยมานาน  และวันนี้ผมทำสำเร็จแล้ว

 

“ขอบคุณนะ”  แล้วผมก็เผลอพูดออกไป  สงสัยเพราะเมาแน่ ๆ ปากถึงได้ตรงกับใจแถมไปไวกว่าสมอง  “ขอบคุณที่ยิ้มแบบนี้ให้ฉันเห็น”  ผมยิ้มให้เขาบ้าง

 

ไม่รู้ว่าเขาเขินหรือว่ายังไงถึงได้หันหน้ากลับไปแล้วรีบจ้ำอ้าวจนตัวผมโยกไปมาตามแรงเดินของเขา  มองด้านข้างก็ยังเห็นเขาอมยิ้มอยู่  แบบนี้เรียกว่าทำตัวไม่ถูกสินะ

 

ผมกอดคอเขาให้แน่นกว่าเดิมและหลับตาลง  นึกอยากให้รถของเขาจอดไกล ๆ ผมจะได้อยู่บนแผ่นหลังอันอบอุ่นแบบนี้นาน ๆ ผมไม่กล้าบอกเขาว่านอกจากจะขอบคุณสำหรับรอยยิ้มนั้นแล้ว  ผมยังอยากขอบคุณเรื่องที่เขายอมเปิดใจและให้ผมก้าวเข้ามาในโลกอีกใบของเขา  ยอมให้ผมได้มาเห็นอีกมุมที่ต่างออกไปและไม่ค่อยมีใครได้เห็น  และผมจะไม่มีวันหยุดแค่นี้แน่ 

 

เพราะผมไม่ได้อยากเป็น ‘แค่เพื่อน’  ของเขา...

 

 

 

 

Bases Part

 

เด็กหนุ่มสิบกว่าคนที่นั่งโต๊ะใหญ่กลางร้านเหล้าหลังมอต่างพากันส่งเสียงโหวกเหวกเฮฮาลั่นร้าน  หลังจากที่อดตาหลับขับตานอนเพื่ออ่านหนังสือสอบ  และเตรียมตัวนำเสนองานมาหลายวันก็ได้เวลาเป็นอิสระเสียที 

 

หลังจากที่นั่งดื่มได้สักพัก  กายก็สะกิดผมที่นั่งข้าง ๆ พร้อมชี้นิ้วไปที่นอกร้าน  ยกนิ้วชี้และนิ้วกลางติดกันไว้ตรงปากเป็นเชิงบอกว่าจะออกไปสูบบุหรี่และให้เดินไปด้วยกัน

 

“ทำไมไอ้เคิร์ดมันไม่มาด้วยวะ”  กายป้องมือกันลมจุดบุหรี่ก่อนจะหันมาถามผม  เราเดินออกมาสูบบุหรี่ในที่ที่ร้านจัดไว้ให้  ตาก็มองไปรอบ ๆ เผื่อเจอใครที่ถูกใจ

 

“เห็นบอกไปงานแต่งใครไม่รู้”

 

“ก็ยังว่า... ปกติวันเสาร์แม่งไม่เคยพลาด”  กายทำหน้าเซ็ง ๆ ก่อนจะอัดควันเข้าปอดอีกสักรอบ

 

“ไอ้เคิร์ดมันได้เรื่องอะไรนะ  งานหนังสั้นเสรีอ่ะ”

 

“ฮะ... อ๋อเรื่องเพศที่สาม” กายทิ้งก้นบุหรี่ที่สูบได้ครึ่งเดียวลงถังทราย  ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงติดตลก  “แม่งได้เล่นบทเกย์แน่ ๆ เลยว่ะ มึงว่ามันจะคู่กับใคร  กลุ่มมันมีผู้ชายสามคนรวมมันด้วย”

 

“แล้วมึงคิดว่ามันจะคู่กับใครล่ะ”

 

“ดีเซล ?”  แค่นึกถึงตอนคุยกันปกติ  กายยังอดหัวเราะไม่ได้

 

“ไม่รู้ดิ”  คิดไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี  “โทษครับพี่  ขอชุดนี้อีกโปรครับ”

 

“เฮ้ยมึงยังจะเอาอีกเหรอ  เดี๋ยวก็ขี่รถไม่ได้หรอก”  

 

“กูแดกเผื่อไอ้เคิร์ดมัน”

 

“ถ้ามึงจะแดกเผื่อมันนะครึ่งแก้วก็ถมเถละ  สั่งโปรมาทำเหี้ยไร”  กายมันบ่นเพราะบนโต๊ะยังเหลืออยู่สองขวด  แต่ผมดันสั่งมาเพิ่มอีกสาม  แถมเพื่อนคนอื่นก็เริ่มจะเลื้อยกันแล้ว

 

“เออน่า  วันนี้กูอยากด้วยแหละ  ถ้ากูกลับไม่ได้มึงก็แบกกูกลับเหมือนทุกทีละกัน”  ผมเถียงมันก่อนจะรินเบียร์ให้ตัวเองจนเต็มแล้วหันไปรินให้เพื่อนใหม่จากกลุ่มงานเสรีที่เพิ่งเริ่มถ่ายกันไปเมื่อเย็นนี้  “เดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

 

ระหว่างที่เดินไปเข้าห้องน้ำไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า  มันรู้สึกเหมือนมีคนกำลังจ้องมองอยู่ตลอดเวลา  พอหันไปมองก็เห็นแค่ลาง ๆ เพราะไฟหน้าร้านค่อนข้างสลัว  และฤทธิ์เบียร์ก็ทำให้สติผมไม่เต็มร้อยมองอะไรก็เบลอไปหมด  มีจังหวะนึงที่เราสบตากัน  ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะใช่ผู้ชายคนนั้นมั้ยแต่สัญชาตญาณผมเตือนว่าให้ทำเป็นไม่สนใจจะดีกว่า

 

แสงสว่างจ้าในห้องน้ำทำเอาผมตาพร่า  ผมรีบทำธุระให้เสร็จแล้วออกมายืนล้างมือหน้ากระจกบานใหญ่  บอกตัวเองเลิกสนใจสายตาของผู้ชายคนนั้น  คนเมื่อครู่ที่ผมเห็นอาจจะเป็นคนหน้าเหมือนก็ได้  หรือไม่ก็เพราะ ‘เกลียดขี้หน้า’ มากไปเลยตาฝาด

 

“เหอะ ! เจอกันอีกแล้ว  บังเอิญจังนะมึงว่ามั้ย ?

 

ผมเงยหน้ามองกระจก  คราวนี้ชัดเจนกว่าตอนขามาอีกจะแกล้งทำเป็นไม่รู้จักก็คงไม่ทันแล้วด้วย

 

“ก็แค่บังเอิญ”  ผมดึงทิชชู่มาเช็ดมือก่อนจะเบี่ยงตัวหนี  ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปต่อปากต่อคำกับคนที่เราไม่ชอบหน้า  แต่...

 

 

พลั่ก !

 

 

“เฮ้ย ! ทำเหี้ยไรวะ”

 

อีกฝ่ายผลักผมไปกระแทกกับกำแพงห้องน้ำ  แถมยังเอามือมากดไหล่สองข้างของผมไว้อย่างแรง  สัสเอ้ย ! นี่หัวไหล่กูนะไม่ใช่ลูกซอฟต์บอล  อดโมโหตัวเองที่ไม่ระวังตัวจนพลาดท่าให้มันเสียได้

 

“กวนตีนดีนะมึงอ่ะ  อยู่ดีไม่ว่าดีเสือกรนหาที่มามีเรื่องกะกูจนได้” 

 

ผมกำข้อมือเบนซินเอาไว้  พยายามจะดันมือมันออกจากไหล่แต่นักกีฬาอย่างมันแรงเยอะกว่า  ยิ่งผมผลักมันก็ยิ่งกดแรงเข้าไปอีก  “ก็ใครใช้ให้มึงทำตัวน่ารังเกียจก่อนละวะ  เที่ยวปากหมาด่าคนอื่นเขาไปทั่ว”

 

“ปากดีนักนะมึง  กูเตือนไว้ตรงนี้เลยถ้าไม่อยากให้หน้าจืด ๆ ของมึงมีรอยช้ำ  เลิกเสือกเรื่องของกูได้ละ  คิดจะปีนเกลียวรุ่นพี่มันยังเร็วไป  หึ หึ หึ”  มันเอาเท้าข้างนึงเหยียบเท้าผมไว้แบบขวางไม่ถีบมันได้  สมกับเป็นนักเลงจริง ๆ

 

“ฮะ  ฮะ... มึงนึกว่ากูจะกลัวเหรอ”  มันทำตาขึงใส่ผมที่กำลังหัวเราะเยาะมัน  “ถ้าไม่อยากให้รุ่นน้องปีนเกลียว  มึงก็ทำตัวเป็นรุ่นพี่ที่น่าเคารพหน่อยสิวะ”

 

“สัส !  อยากลองดีใช่มั้ย”  เบนซินปล่อยมือที่กดหัวไหล่ผมออกแล้วเปลี่ยนมากระชากคอเสื้อแทน

 

“เอาสิ  มึงอยากทำเหี้ยไรก็เชิญ  แต่ให้รู้ไว้นะว่ามึง... เป็นคนเริ่มก่อน”

 

โครม !!!

 

เบนซินถีบผมครั้งนึงก่อนจะเหวี่ยงหมัดเน้น ๆ มาที่หน้าจนเห็นดาว  ฤทธิ์แอลกอฮอล์บวกกับแรงหมัดทำให้ผมร่วงลงไปเช็ดเลือดที่มุมปากกับพื้น

 

“กูเตือนมึงแล้วนะไอ้เหี้ยเบส !”  มันชี้หน้าขู่ผม

 

เสียงขู่ก้องไปทั่วทำเอาคนที่กำลังจะใช้ห้องน้ำถึงกับหยุดอยู่แค่ที่หน้าประตูทางเข้า  แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาห้ามสักคน 

 

พลั่ก !!!

 

พอลุกขึ้นได้ผมก็ยกขาขึ้นมาเตะมันจนเสียหลัก  แล้วศึกกลางห้องน้ำก็เปิดฉากขึ้นอีกครั้ง  ผมรัวหมัดใส่มันไม่ยั้งโดนบ้างพลาดบ้างแต่ก็สะใจดี  ที่โดนไปเมื่อตะกี้เป็นเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลยเสียท่าไปฟรี ๆ แต่คราวนี้ต่อให้เป็นนักกีฬาหรือแข็งแรงกว่าสักกี่เท่า  ขอเพียงตั้งท่ารับให้ดีก็คงไม่ยากที่จะเอาชนะได้

 

“ไอ้เบส ! พี่ซิน !”  ผมได้ยินเสียงไอ้กายที่ร้องเรียก  และพยายามตะโกนห้าม  แต่อารมณ์ตอนนี้มันหยุดไม่อยู่แล้ว “หยุดเถอะครับพี่ ! พอแล้วไอ้เบส !”  คราวนี้มันไม่ห้ามปากปล่าว  แต่เอาตัวเข้ามาแทรกกลางแล้วดันพี่มันไปอีกทาง

 

“มึงบอกเพื่อนมึงด้วยนะไอ้กาย  อย่าซ่าให้มันมากนัก”

 

“มึงก็ไปบอกรุ่นพี่มึงด้วยนะว่าถ้าเมาแล้วอย่ามากร่างใส่กู”

 

“พอ ๆ พอทั้งสองคนนั่นแหละ  ไอ้เบสมึงอ่ะเมาแล้ว  กลับเหอะ”  ไอ้กายเดินมาลากผมออกไปจากตรงนั้น  แต่เรื่องอะไรผมจะต้องยอมมัน

 

“เมาเหี้ยอะไร ! พี่มึงนั่นแหละ  ถ้ารู้ตัวว่าเมาแล้วจะเลอะเทอะขนาดนี้ทีหลังมึงไม่ต้องมา”

 

“หยุดดดด !” 

 

กายพยายามห้าม และเอามือมาปิดปากไม่ให้ผมพูดต่อ  ส่วนเบนซินก็มีเพื่อนที่ตามมาทีหลังคอยดึงแขนไว้  ไม่อย่างนั้นป่านนี้มันคงวิ่งมาต่อยผมซ้ำแล้ว  และคงจะเกิดศึกกันอีกรอบ  สุดท้ายพี่ชมรมมันก็ยอมเดินตามเพื่อนออกไปก่อนแต่ก็ยังไม่วายหันมาชี้หน้าผมแทนคำเตือน

 

“ไอ้เบส  ไมมึงใจร้อนงี้วะ  มึงไปต่อยกับพี่ซินได้ไง”  กายบ่นอย่างหัวเสีย 

 

หลังจากที่ออกจากห้องน้ำมาแล้ว   กายก็พาเดินกลับไปที่โต๊ะพร้อมฝากเงินจำนวนนึงไว้กับเพื่อนที่มาด้วยกัน  เพราะผมกับมันต้องกลับก่อน  คิดแล้วแค้นสั่งเบียร์มาแม่งก็ไม่ได้กิน  แถมยังมาเจ็บตัวอีก  พี่ชมรมมันนี่ตัวซวยจริง ๆ

 

“จะไม่ให้ต่อยได้ไง  มึงไปถามพี่มึงดูว่ามันทำไรกูก่อน”

 

“แล้วเขาทำอะไรมึง”

 

“กูยังไม่ทันได้ทำเหี้ยไรเลย  อยู่ดี ๆ แม่งก็เดินมาหาเรื่องกู  แล้วจะให้กูอยู่เฉยเหรอวะ”  พูดแล้วขึ้น  แม่งอยากกลับเข้าไปซัดอีกสักรอบ

 

“โอ๊ย... นี่มันเรื่องอะไรวะเนี่ย  มึงไปโกรธไปเกลียดกันตั้งแต่เมื่อไรวะ”

 

“..........”  ใครจะไปตอบได้วะ  คนไม่ถูกชะตาแม่งต้องมีที่มาที่ไปด้วยเหรอ  เลยได้แต่เซ็ง ๆ ถอนหายใจเหนื่อย ๆ ไปก่อน

 

“เออน่า  ยังไง ๆ มึงกับเขาก็เจอกันยากอยู่แล้ว  มึงก็เฉย ๆ ไว้ไม่ต้องไปอะไรกับเขาก็พอ ...นะมึง  ให้มันจบแค่วันนี้นี่แหละ”

 

“กูก็ไม่อยากเจอหรอก  กูบอกไว้เลยนะ  ‘กู เกลียด มัน’  มึงจะเอาไปบอกมันก็ได้นะกูไม่ว่า”

 

“เออน่า  พอได้แล้ว  ไป ๆ กลับได้ละมึง”

 

ดีเหมือนกันที่วันนี้เคิร์ดไม่มา  ไม่งั้นคนห้ามคงเป็นมันแน่นอน  เผลอ ๆอาจจะโดนลูกหลงเข้าให้อีก  คิดแล้วแค้นไม่หาย ... ‘เสียดายเบียร์สามขวด’

 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 310 ครั้ง

440 ความคิดเห็น

  1. #421 - WiSH - (@gxnasama) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 17:56
    แก้มดีเซลนุ่มมากมั้ยเคิร์ดดดด อิ_อิ // ซินเบส (หรือเบสซิน?) ยิ่งเกลียดยิ่งเจอยิ่งจะรักกันเด้อ5555555555
    #421
    0
  2. #417 คุณหนูดวงดาว (@phacharamaniee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 16:41

    วินาทีนี้ไม่สงสารใครทั่งนั้นนอกจากกาย
    #เป็นคนกลางก็เหนื่อยหน่อยนะ 5555
    #417
    0
  3. #339 0930653088 (@0930653088) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 11:30
    กาย ทำไมไม่เข้าข้างเพื่อน-_- ชิปเบสกับเบนซิลได้ม้ะ?5555
    #เบนเบส #เบสเบน อร๊ายยยยยยน
    #339
    0
  4. #257 นุ๊ก ไนท์กี้. (@gnxfhvhk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 23:54
    ครั้งนี้ไม่พอใจเบนซินทำไมต้องหาเรื่องด้วยยย
    #257
    0
  5. #250 paechpeach♡、 (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 22:44
    นี่พี่เบนซินว่างมากหรอ ทำไมชอบหาเรื่องเขาไปทั่ว แถมหาเรื่องก่อนด้วยนะ ที่สมควรโดนว่าสุดก็พี่เบนซิน
    #250
    0
  6. #236 Chopoom94 (@chompoo3957) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 23:38
    เออ เสียดายแทนเหมือนกัน ไม่ใช่ละ อิพี่เบนซินนี่ยังไง เป็นพวกขวางโลกจริงๆ หาเรื่องเขาไปทั่ว วุ้ย
    #236
    0
  7. #207 KaTuyOopa! (@T-sis) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 22:26
    ลำไยอิกายอ่ะอิผี อ่านแล้วแม่งรมเสียโว๊ะฟ๊วยมั๊คๆ
    #207
    0
  8. #203 Rainie Fonnie (@fonny1987) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 03:59
    รำคาญอ่านแล้วหงุดหงิด
    #203
    0
  9. #196 6002thecey (@pikipinocchio) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 03:18
    รำกายล่ะเด้ออออออออ สองทีล่ะนะ ทำไมอ่ะ ชอบเบนซินเหรอ อะอ่ะไรก็ว่าแต่เบสก่อน ลืมไปเปล่า เบสเป็นเพื่อนเด้อออ หรือแล้วไงอีกคนเป็นพี่ ควรถามทั้งสองฝ่ายนะ อย่างเอียง อยากห้ามปามแบบผิดๆอีก
    #196
    0
  10. #167 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 16:34
    กายแม่มมมมม
    #167
    0
  11. #118 No! Sparrow (@1896reborn2) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 07:35
    ทำไมเราหงุกหงิดกายพิกลๆ เหมือนจะเข้าข้างซินจังวะ = =
    #118
    0
  12. #112 MIND&KEY (@mindpentoa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 00:36
    ยิ่งเกลียดยิ่งเจอเลยทีเดียว
    #112
    0
  13. #101 นานา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 17:18
    กายแอบชอบเบนซินหรอ ดูเข้าข้าง

    เบสคือเพื่อนเธอนะกายยย
    #101
    0
  14. #8 arai? (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 02:49
    เบสซิน ซินเบส 😻😻
    #8
    0