รักคนละสี YAOI (ตีพิมพ์สนพ.ฟีลฮาร์โมนิคบุ๊คส์)

ตอนที่ 16 : สีที่ 15 : ตัวตนของคนชื่อเคิร์ด (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,718
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 343 ครั้ง
    8 ก.ย. 60



สีที่ 15



“ไอ้เคิร์ด วันนี้มึงไปตลาดนัดมั้ยวะ”

 

“............”

 

“เคิร์ด...”

 

“............”

 

“เชี่ยเคิร์ด !”  

        

“เอ้ะมึงหนิ ไม่ต้องเติมสรรพนามหน้าชื่อกูก็ได้สัส เรียกกูเพราะ ๆ หน่อยไม่ได้รึไง หน้าตาก็ออกจะดีเสือกพูดไม่เพราะ”

 

“โอ้ย มึงพูดเพราะตายแหละสัส ฮ่า...” ไอ้เบสด่าไปขำไป

 

กว่าจะเลิกเรียนได้ผมนี่เกือบสิ้นใจคาห้อง แล็บบ้าแล็บบออะไรเรียนเกือบไม่รู้เรื่อง ที่ทำงานส่งในคาบได้นี่ก็ถือว่าบุญโขแล้ว ไม่ใช่ว่ามันเรียนยากหรือว่าผมโง่นะ แต่เพราะว่ามีเรื่องเมื่อคืนมาคอยกวนใจเลยทำให้ไม่ค่อยมีสมาธิ

 

เมื่อวานหลังจากที่ถ่ายทำเรื่องสั้นเสร็จแล้ว พวกเราก็กินข้าวด้วยกันจนเกือบดึกก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ดีเซลยังคงเดินกลับมาส่งผมที่สถานีรถไฟเหมือนอย่างทุกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ผมไม่ได้ชวนเขาคุยอะไร เขาเองก็แค่นั่งเงียบ ๆ จนกระทั่งรถไฟมา ผมก็ทำแค่หันไปขอบคุณสั้น ๆ แล้วเดินขึ้นรถไฟไป

 

แต่เมื่อผมกลับมาถึงบ้านได้ไม่ถึงห้านาที แอพพลิเคชั่นสีเขียวสุดฮิตก็แจ้งเตือนว่ามีข้อความเข้าราวกับจะรู้เวลา

 

ดีเซล : เคิร์ด

 

ดีเซล : ถึงบ้านยัง

 

ถึงแล้ว ๆ

 

ดีเซล : วันนี้เข้าฉากไม่โอเคเหรอ

 

เปล่านี่

 

พิมกับมะนาวชมฉันด้วยนะ ไม่โอเคได้ไง

ดีเซล : เห็นเงียบ ๆ

 

ไม่ได้บ้าหนิจะได้พูดตลอด

 

5555555555

 

แล้วทักมามีไรป่าว

 

ดีเซล : เปล่า

 

อ่อ ๆ

 

ดีเซล : ก็แค่เป็นห่วงน่ะ

 

 

ผมกดออกจากแอพพลิเคชั่นทั้ง ๆ ที่อ่านแล้วและยังไม่ตอบ 

 

รู้นะว่าเป็นการกระทำของคนนิสัยไม่ดี ที่ทำเป็นเมินเฉยความหวังดีของอีกฝ่ายเสียอย่างนั้น แต่การที่คนอย่างดีเซลจะรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยใครสักคนคงไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ผมไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองไปมากกว่านี้แล้ว

 

“เอาไงมึง เหม่ออีกละสัสเอ้ย... ตกลงมึงจะไปตลาดนัดกะกูป้ะเนี่ย” ไอ้เบสไม่ได้พูดอย่างเดียวนะ มันยังตบหัวผมด้วยทีนึง

 

“ก็เดินมาด้วยกันขนาดนี้แล้วมึงยังเสือกจะถามอีกเนาะ”

 

“มึงไปซื้อนมปั่นทุกวันเลยนี่”

 

“ทำม่ะ ! มีปัญหาเหรอ” ผมกวนไอ้กายกลับไปแล้วนึกขึ้นได้ “เออมึง วันนี้กูไปเดินกับพวกมึงไม่ได้ละนะ”

 

“ทำไมล่ะ นัดสาว ?” แหมไอ้กาย  สมองมึงนี่มีแต่เรื่องสาว ๆ สินะ  

 

“กูไม่ใช่นักกีฬาอย่างมึงนะ สาวจะได้ติดกันเกรียว” ผมส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ “กูมีถ่ายงานเสรี”

 

“ยังไม่เสร็จอีกเหรอวะ !” ไอ้เบสตะโกนใส่หน้าผมซะอย่างกับพี่ว้ากมาเอง หงุดหงิดมาจากไหนวะแม่ง

 

“กูบอกแล้วว่ากลุ่มกูมันอลังการ แต่วันจันทร์หน้าก็คงจะเสร็จแล้วแหละ”

 

“แล้วมึงกับดีเซลแสดงเป็นไงบ้าง กูไม่ห่วงคนอื่นนะ ห่วงก็แต่มึงคนเดียวเนี่ย ขนาดภาพนิ่งมึงยังโพสไม่เป็นเลย  แล้วแม่งไปแสดงหนังสั้น จะรอดมั้ยวะ”

 

“เฮ้ยเพื่อนกาย มึงอย่ามาดูถูกกูนะเว้ย หน้ากูเนี่ยแหละทำคนในทีมอึ้งกันมาแล้ว เมื่อวานสด ๆ ร้อน ๆ เลยนาจา” ขอผมโม้หน่อยเถอะ

 

“จริงดิ เล่นกับผู้ชายด้วยกันเนี่ยนะ”

 

“เออดิ”  

 

แต่ตอนนี้แม่งเครียดชิบหายเลยเพื่อนเอ๋ย อ่านบทที่เหลือไปก็ใจสั่นไป

 

“ไม่ใช่ว่าเล่นไปเล่นมาแล้วไปได้กันเองนะ แบบนั้นกูไม่เอานะมึง”

 

กริบ...

 

กริบจริง ๆ เพราะไม่รู้จะเถียงมันยังไง แค่จะหลอกตัวเองยังยาก จะให้หลอกคนอื่นก็คงไม่เนียนแน่ ๆ   

 

“เฮ้ย... จริงจังป้ะเนี่ย กูล้อเล่น” ไอ้เบสหัวเราะแล้วผลักไหล่ผมแรง ๆ จนเซ

 

“มึงบ้าเหรอ ! กูเป็นผู้ชายนะเว้ยจะไปชอบมันได้ไง สัส ! ขนลุก !” 

 

“อ้าว ทำไมวะ ผู้ชายชอบผู้ชายแม่งมีถมเถ เดี๋ยวนี้เขาเปิดกว้างแล้วมึง”

 

“ไอ้เบสมึงพูดอย่างนี้แสดงว่ามึงเองก็ชอบผู้ชายใช่ป้ะ”

 

ผมสวนไอ้เบสไปแบบนี้ แทนที่มันจะด่าผมกลับมาแบบทุกครั้ง แต่มันกลับเงียบแล้วหันหน้าหนี อีเหี้ย ! ช็อค !

 

ไม่จริงใช่มั้ย คิ้วท์บอยกูเป็นเกย์ !!!

 

“เดี๋ยวกูยันไปนู่นเลย” ไอ้เบสพูดพลางหยุดเดินแล้วยกขาขึ้นมาทำท่าจะถีบผม “กูก็พูดรวม ๆ ไม่ได้เจาะจงใครสักหน่อย มึงแม่งก็คิดไป เออ.. จะถึงตลาดนัดแล้วเนี่ย มึงนัดกับพวกดีเซลไว้ตรงไหน”

 

แหม... ทำเปลี่ยนเรื่อง อย่าให้กูรู้นะมึง เรื่องเสือกกูถนัดนักล่ะ

 

“เป๊กมันนัดที่หอในตอนห้าโมง นี่เพิ่งจะสี่โมงครึ่งเองคงยังไม่มาหรอกมั้ง”

 

แล้วก็เป็นจริงดังคาด พอเดินมาถึงหน้าหอในคนในกลุ่มที่นัดกันไว้ก็ยังไม่มาสักคน มีแต่พ่อค้าแม่ค้าทั้งคนนอกและนักศึกษาที่กำลังตั้งร้านขายของกัน

 

“พวกมึงไปเดินกันก่อนก็ได้ เดี๋ยวกูรอเพื่อนในกลุ่มก่อน”

 

“เหงาป่าว พวกกูนั่งรอได้นะ ไปเดินตอนนี้ก็ไม่มีอะไรหรอก” ไอ้กายว่า

 

“เหรอ... งั้นก็แล้วแต่มึงละกัน”

 

พวกเราสามคนนั่งเล่นนั่งคุยกันตรงด้านหน้าฝั่งตึกหอชาย ซึ่งจะมีเรือนพักคอยเอาไว้นั่งรอกันได้ในกรณีที่ลุงยามไม่อนุญาตให้เข้าไปมากกว่านี้ แต่ปกติก็เข้าได้หมดนะ เพราะไม่เข้มเท่าหอหญิง

 

ไลน์~~

 

เสียงแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่นเดิมดังขึ้นอีกแล้ว

 

 

เป๊ก : เปลี่ยนที่นัดเจอเป็นข้างโรงยิมนะ พอดีเรามาช่วยน้องเตรียมของเปิดหมวก

 

ผมอ่านจากที่มันแจ้งเตือนบนหน้าจอก็โอเครับทราบ ในเมื่อหัวหน้ากลุ่ม ไลน์มาบอกแบบนี้แล้วก็เท่ากับว่าวันนี้ผมยังพอมีเวลาเดินเล่นอยู่บ้าง ทว่ามันน่าแปลกตรงที่คนตรงเวลาอย่างดีเซลยังไม่มาสักทีนี่แหละทั้ง ๆ ที่ตอนนี้มันก็เกือบจะห้าโมงแล้ว แต่เมื่อวานก็ไม่เห็นบอกนี่นาว่าติดธุระอะไรหรือเปล่า บอกแค่ว่าจะแล็บเลิกไม่เกินสี่โมงครึ่ง 

 

ช่างเถอะ เดี๋ยวถ้าเขาเห็นไลน์ก็คงจะตามไปเองแหละ

 

“ไอ้เคิร์ด...มึง ๆ นั่นดีเซลไม่ใช่เหรอวะ” ไอ้กายสะกิดแขนตอนที่ผมกำลังหันไปดูกระเป๋าเป้ที่เอามาวางขายตรงหน้าหอในพอดี  

 

“ไหนวะ” ผมยืดคอมองตามทิศที่มือไอ้กายชี้ไป

 

“นั่นไง ! ที่กำลังแขวนเสื้ออยู่ตรงร้านนั้นอ่ะ ใช่ดีเซลป้ะหรือว่ากูจำผิด”

 

แขวนเสื้อ ? ดีเซลไปทำอะไร เขาถอดเสื้อไปแขวนเหรอ ...หรือยังไง ?

 

ในที่สุดผมก็ชะเง้อมองจนเจอ ไม่ใช่ดีเซลถอดเสื้อตัวเองไปแขวน แต่เขากำลังหยิบเสื้อยืดธรรมดา ๆ ออกจากลังพลาสติกใบใหญ่มาใส่ไม้แขวนเสื้อก่อนจะแขวนไว้ตาข่ายเหล็กกับใครอีกคน !

 

กูว่าแล้ว... จู่ ๆ เมื่อวานก็เข้ามาชวน คงกะจะให้มาช่วยขายจริง ๆ สินะ ที่ตั้งร้านเสร็จคงเพราะดีเซลเป็นคนทำล่ะสิ  ...ชิส์ อ่อยไม่เนียนไปเรียนมาใหม่นะ

 

“ดีเซลมีแฟนแล้วเหรอ” ไอ้เบสถาม

 

“แฟนที่ไหน !  เพื่อน !”

 

“แล้วมึงจะตะคอกกูทำไมเนี่ย แต่ดูเหมาะกันดีนะเหมือนคู่รักที่กำลังช่วยกันทำมาหากิน แบบว่ากำลังสร้างเนื้อสร้างตัว” 

 

มึงไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้นะเบส “สร้างเนื้อสร้างตัวอะไรล่ะ ดีเซลเคยไปถ่ายรูปให้ผู้หญิงคนนั้นต่างหาก ไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อย”

 

“เขาไม่ได้เป็นแฟนกัน แล้วมึงอ่ะเป็นอะไร หงุดหงิดเหี้ยไรเนี่ย หรือว่ามึงชอบผู้หญิงคนนั้น”

 

“บ้า กูไม่ได้ชอบ เลอะเทอะแล้วมึงอ่ะ”

 

ไม่ได้จะทำเสียงดังกลบเกลื่อนแต่อย่างใด แต่ผมไม่ได้ชอบแม่ค้าขายเสื้อคนนั้นจริง ๆ ผมยอมรับว่าเธอดี เธอขยัน  เธอเก่งที่เรียนไปหาเงินไป แต่คนมันหมั่นไส้อ่ะ แล้วพอหมั่นไส้ก็เลยพาลไม่ชอบหน้า ...ผมผิดเหรอ ?

 

“ดีเซล” ผมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินไปสะกิดหลังคนที่กำลังแขวนเสื้อยืดอยู่

 

“อ้าวเคิร์ด”

 

“เป๊กเปลี่ยนที่แล้วนะ เป็นแถว ๆ โรงยิม”

 

“อ้าว เหรอ” สีหน้าเขาดูตกใจเล็กน้อย

 

นี่คงช่วยกันเพลินจนลืมงานเลยสินะ

 

“เดี๋ยวเราไปก่อนนะ ไอติมทำคนเดียวได้ใช่มั้ย”

 

แหม... ทำคนเดียวได้ใช่มั้ย ผมนี่อยากจะมองบน มือก็มีนี่ แถมที่สูง ๆ ดีเซลก็แขวนให้หมดแล้วด้วย เหลือแต่ความสูงแค่หัวไหล่จะถึงกับแขวนเองไม่ได้เลยเหรอ นี่ก็ห่วงกันเกินไปละ

 

“อื้ม ! ขอบคุณมากนะดีเซล  ตังใจถ่ายงานนะ”

 

เหอะ นี่ก็อีกคน ทำตัวยังกับเป็นแม่บ้านญี่ปุ่นที่ต้องคอยพูดเป็นธรรมเนียมเวลาสามีจะออกไปงาน ตั้งใจถ่ายงานนะ แหวะ...

 

อีกอย่างนะ อันนี้ผมว่าผมไม่ได้คิดไปเองแน่นอน แต่ดูเหมือนเธอกำลังมองผมด้วยหางตาด้วยล่ะ 

 

“มึงหึงเหรอวะไอ้เคิร์ด” ไอ้กายชะโงกหน้ามาหาผม

 

“หึงเหี้ยไร !”

 

“เต็มหน้ากูเลยนะ เหี้ยมึงเนี่ย”

 

“กูไปก่อนนะ เดี๋ยวเพื่อนกูรอนาน”

 

ขี้เกียจต่อปากต่อคำกับพวกนี้ละ เมื่อกี้ผมเห็นเป๊ก พิมและมะนาวยืนโบกมือให้แว้บ ๆ รีบชิ่งตอนนี้ดีกว่า 

 

ผมจ้ำอ้าวโดยที่ไม่รอดีเซล เพราะตอนนี้ความรู้สึกผมมันชัดเจนมาก มากจนผมยังตกใจตัวเองเลย ถ้าให้เจอหน้ากันตอนนี้คงไม่ไหว หัวใจมันบีบจนแทบระเบิด ไม่สงสัยแล้วว่าที่เป็นบ้าอยู่ทุกวันนี้มันเพราะอะไร ยอมรับก็ได้ว่า... 

 

เออ ! ผมหึง ผมไม่ชอบให้ใครอยู่ใกล้ดีเซล จบมั้ย ?

 

 

………………………………………………….

 

 

 

การเลือกตลาดนัดเป็นสถานที่ถ่ายทำเป็นการคิดผิดอย่างมหันต์ ช่วงเวลาก่อนห้าโมงเย็นยังพอมีแสงสว่างอยู่บ้างและคนก็ยังเดินน้อยอยู่ ตอนซ้อมคิวเลยไม่มีอุปสรรคเท่าไรนัก แต่ตอนที่รอเซ็ตกล้องนี่กลับกินเวลาจนตะวันตกดินไปแล้ว

 

ขณะที่เรากำลังถ่ายทำฉากเกือบสุดท้าย คนก็เริ่มพลุกพล่านขึ้นเรื่อย ๆ และแสงจากหลอดไฟต่าง ๆ ทั้งสีส้ม สีขาวก็ทำเอาตาผมแทบเบลอ ทำงานยากชะมัด 

 

“เคิร์ดไหวป้ะเนี่ย” มะนาวเข้ามาถามพร้อมยื่นแก้วน้ำส้มปั่นให้ผม

 

อ๊า... สดชื่น พอได้กินอะไรเย็น ๆ จนจี้ดขึ้นสมอง มันทำให้กระปรี้กระเปร่าขึ้นเยอะเลย

 

“อืม...”

 

“วันนี้คนเยอะมันเลยถ่ายยาก แต่นี่ก็ใกล้เสร็จละนะเหลือแค่ฉากจับมือกันแล้วก็ย้ายไปถ่ายที่หอเราเลย” เป๊กพูดก่อนจะยกกล้องขึ้นดูผลงานแต่ละฉากที่ถ่ายไปเมื่อครู่

 

ผมเองก็ไม่อยากจะเป็นตัวปัญหาของทีมนะ แต่บอกตรง ๆ ว่าตอนนี้มันไม่ไหวจริง ๆ นอกจากอากาศจะร้อนอบอ้าวสุด ๆ แล้ว คนที่เดินเบียดไปเบียดมาบางคนก็เข้ามาบังมุมกล้องจนต้องถ่ายซ่อมเกือบสิบครั้งได้ บางครั้งผมต้องทำเป็นก้ม ๆ เงย ๆ ดูของก็มีคนมาเดินชนบ้างล่ะ มีคนมาหยิบของปาดหน้าบ้างล่ะ และที่หนักสุดคือเมื่อกี้นี้เลย ขณะที่ผมกำลังย่อตัวลงดูของของร้านที่วางบนพื้นก็ถูกใครไม่รู้เดินมาเตะตูดเกือบหน้าคะมำจนผมหันไปทำชักสีหน้าใส่ เป๊กที่เห็นอย่างนั้นจึงสั่งพักกองแล้วมายืนแกร่วกันอยู่แถวหลังโรงยิมแทน

 

“อ้ะ” ผมยื่นแก้วน้ำส้มให้คนที่กำลังซับเหงื่อให้ตัวเอง “ไม่ค่อยเปรี้ยวนะ”

 

“กินได้”

 

“ขอโทษนะที่ต้องทำให้ถ่ายซ่อมตลอดเลย”

 

“ไม่หรอก บางฉากผมก็ไม่พร้อม”

 

“นี่ดีเซล...” ผมชั่งใจอย่างหนักก่อนจะถามต่อ “ที่บอกจะมาตลาดนัดคือมาช่วยไอติมเหรอ”

 

“ก็ส่วนนึงน่ะ”

 

“อ้าว แล้วอีกหลายส่วนอ่ะ”

 

เขาตั้งหน้าตั้งตาดูดน้ำส้มต่อไปสักพักแล้วส่งแก้วคืนผม “ก็มาถ่ายงานไง”

 

“เฮอะ !”

 

“เป็นอะไร”

 

“ไม่มีอะไรหรอก เป๊กถ่ายต่อเถอะ เดี๋ยวดึกแล้วฉันจะกลับบ้านไม่ได้”

 

ในเมื่อไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก ผมก็ไม่อยากรู้ละ ...หมั่นไส้

 

และฉากเกือบสุดท้ายที่ผมต้องถ่ายก็มาถึงเสียที ฉากนี้เหมือนจะไม่มีอะไรยาก ก็แค่เดินคู่กันไปเรื่อย ๆ แต่เพราะคนเยอะและเบียดกันมาก ดีเซลเลยจับมือผมไว้เพราะกลัวหลง แต่พอถึงเวลาถ่ายทำจริง ๆ แม่ง ! โคตรยาก

 

ผมกับดีเซลเล่นผิดคิวกันบ่อยมาก คือมันไม่รู้ไงว่าจะต้องเดินไปไกลขนาดไหนถึงจะจับมือได้ บางทีเสือกจับเร็วไปก็เดินกลับมาถ่ายใหม่ บางทีเขายื่นมือจะไปจับแต่ผมดันเอามือขึ้นมาปาดเหงื่อบนหน้าก็เลยวืดอีก 

 

คัต !” เป๊กตะโกนด้วยความเหนื่อยใจ “คือมันไม่ใช่แบบนั้นอ่ะดีเซล นายต้องจับมือเขาอย่างนิ่มนวล จับแบบเนียน ๆ จนเคิร์ดไม่รู้ตัวว่าโดนจับมือตั้งแต่เมื่อไร ไม่ใช่จับหมับเข้าไปอย่างนั้น มันเสียอารมณ์เว้ย”

 

เฮ้ย พวกกูเป็นผู้ชายทั้งคู่นะเว้ยเผื่อมึงจะลืม แถมยังเป็นผู้ชายทั้งแท่งและไม่เคยจับมือผู้ชายด้วยกันเดินตลาดมาก่อนอ่ะ เข้าใจป้ะวะว่ามันไม่ง่ายแต่ก็พยายามอยู่นี่ไง ไม่ใช่แค่เป๊กเริ่มหัวเสียคนเดียว ผมกะดีเซลก็หงุดหงิดไม่แพ้กันนั่นแหละ แต่ไม่อยากเถียงเดี๋ยวงานมันจะไม่เสร็จ

 

“ดีเซล เวลาจับมือน่ะ ลองจินตนาการว่าเคิร์ดเป็นผู้หญิงตัวบาง ๆ”

 

“เดี๋ยวววว ทำไมต้องผู้หญิงตัวบาง ๆ ด้วยวะ นี่เป็นผู้ชายนะ” ก็ดูไอ้เป๊กมันพูดดิ จะไม่ให้ผมแทรกได้ไง

 

“เงียบก่อนเคิร์ด โอเคดีเซลฟังต่อนะ” เป๊กหันมาตวาดแล้วหนีไปคุยกับพระเอกของเรื่องต่อ “นายต้องคิดไปเลย ว่าคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ เราคือผู้หญิงในสเปคเรา คือคนที่เรารักและอยากทะนุถนอมเขา ดูแลเขา แล้วก็กลัวว่าถ้าไม่จับมือเขาไว้  เขาก็อาจจะหายไปได้ อะไรประมาณนี้อ่ะ ...ทำได้มั้ย”

 

ผมมัวแต่อึ้งจึงไม่ทันสังเกตว่าอีกฝ่ายหันมามองหน้าผมตั้งแต่เมื่อไร นี่...เขาคงไม่ได้คิดว่าผมเป็นสาวน้อยคาวาอี้ใช่มั้ยเนี่ย 

 

ดีเซลมองหน้าผมอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยไป “อืม จะลองดู” 

 

 

เป็นเพราะผมแท้ ๆ ที่อยากมาเดินตลาดตอนวันสิ้นเดือน ดีเซลเลยต้องมาเบียดเสียดผู้คนเป็นเพื่อน ยิ่งค่ำคนก็ยิ่งเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนผมหมดอารมณ์จะดูของกิน 

 

“ดีเซลไปโซนนู้นกันเหอะ ขี้เกียจเบียดคนละ” ผมชี้ไปยังอีกฝั่งที่เป็นโซนขายเสื้อผ้า ตรงนั้นคนเริ่มเบาบางกว่าโซนนี้ที่เป็นของกิน

 

“เอางั้นก็ได้”

 

“โอ้ย !” ใครไม่รู้เดินมาชนผมจนตัวเซ ดีที่ถุงของในมือไม่หล่นไปด้วย

 

“เป็นไรมั้ยอ่ะ”

 

“ไม่อ่ะ ช่างเถอะ”

 

ผมเปลี่ยนจากถือของมือซ้ายมาเป็นมือขวา แต่ก็ถูกดีเซลแย่งไปถือเองหมด ก่อนจะเนียนเอามือตัวเองมากุมมือผมไว้แทน พอผมเงยหน้ามองเขาก็แกล้งทำหน้านิ่งไม่รู้ไม่ชี้ ผมก้มมองมือที่จับกันไว้แล้วก็แอบอมยิ้มให้ตัวเอง

 

 

ใจสั่น... 

 

ใช่ครับ ตอนนี้หัวใจผมเต้นแรงมากจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอกแล้ว ยิ่งในตอนที่เขาบีบมือเบา ๆ มันกลับทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นมากกว่าจะตกใจ สัมผัสนั้นมันนุ่มนวลและอบอุ่นมากจนผมคิดอยากจะต่อเวลานี้ออกไป

 

ผมเดินช้าลงอีกนิดเพื่อให้เราได้เดินด้วยกันนานกว่านี้อีกหน่อย ส่วนดีเซลก็กระชับมือให้แน่นขึ้น ไม่รู้ว่าเขาทำไปตามบทที่ต้องเล่น หรือเป็นเพราะเขารู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไรก็ตาม ผมก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่เขาทำวันนี้ มันทำให้ผมรู้สึกดีจริง ๆ

 

“คัต !

 

เป๊กยิ้มร่าแล้วยกนิ้วโป้งให้ “โอเคครับ !”

 

“ฟู่ว...” ผมถึงกับถอนหายใจออกมาดัง ๆ

 

แต่พอนึกขึ้นว่ามือยังจับกันไว้อยู่ ไอ้ผมนี่ถึงกับแกะมือออกแทบไม่ทัน ไม่ใช่ว่าไม่ดี ไม่ชอบ หรือว่ารังเกียจนะ แต่เพราะมันรู้สึกดี แบบดีเกินไป ดีจนไม่กล้าจับไว้นาน ๆ กลัวใจตัวเอง ฮ่า...

 

“เป็นไรรึเปล่า”

 

“หือม์ ยังไงเหรอ”

 

“ไหวมั้ย”

 

“อะไรนะ” ผมงงไปแป้บนึงถึงนึกขึ้นได้ว่าเขาคงหมายถึงที่เข้าฉากกันเมื่อกี้แน่ ๆ  “อ๋อ แค่นี้เอง... สบ๊ายยย” แค่คิดก็รู้สึกเขินขึ้นมาทันที

 

“แต่เคิร์ดหน้าแดงนะ ไม่สบายรึเปล่า”

 

“ปล๊าว ก็แค่ร้อนเฉย ๆ ไม่มีไร”

 

ปั้ก !

 

“โอ๊ย !”

 

สบ๊ายยย สบายบ้านป้าใครล่ะวะ ! มัวแต่เขินจนไม่ได้มองทางเดินก็เลยสะดุดอิฐตัวหนอนที่มันเผยอขึ้นมาจนหน้าแทบแหก ดีหน่อยที่ดีเซลรั้งแขนผมไว้ทัน ไม่งั้นก็นั่นแหละ ขอตังพ่อแม่อัพหน้าใหม่ได้เลย  

 

“แน่ใจนะว่าไหว”

 

“เออดิ ก็แบบเมื่อกี้มันมืดไง เลยมองทางไม่เห็น”

 

“แน่นะ”

 

“แน่ดิ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ทำงานหามรุ่งหามค่ำฉันก็ทำมาแล้ว นี่เพิ่งจะสามทุ่มเอง เด็ก ๆ”

 

นี่ยืนยันขนาดนี้เขาก็ยังไม่เชื่อ แถมทำหน้าโหดละยักคิ้วข้างเดียวให้อีกเนี่ย คงจะคิดว่าโกหกล่ะสิ

 

“ละ... แล้วจะปล่อยได้ยังอ่ะ”  

 

นั่นแน่ คิดกันละสิว่าเราต้องอยู่ในท่าทางแบบพระเอกนางเอกในละคร บอกเลย... ผิดครับ ดีเซลก็แค่ยังจับแขนผมเอาไว้ไม่ปล่อยเท่านั้นเอง ไอ้ที่มโนกันว่าผมจะตกอยู่ในอ้อมแขนเขา แล้วเราก็มองตากันจนหน้าก้มลงมาเกือบชิด

 

ฝันเอาเถอะครับ นี่มันไม่ใช่หนังรักโรแมนติก

 

แต่ลึก ๆ ในใจผมก็อยากให้เขาจับไปเรื่อย ๆ นะ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่จับมือเข้าฉากแบบตั้งใจ (ตามบท) หรือจะจับแขนผมไว้อย่างเมื่อกี้ ขอแค่เป็นสัมผัสจากความห่วงใยของเขา ผมก็พร้อมจะรับเอามาหมดนั่นแหละ



 

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 343 ครั้ง

440 ความคิดเห็น

  1. #412 forgetmenot224 (@forgetmenot224) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 02:59
    ชอบความจิกกัดของน้องเคิร์ดที่พูดถึงไอติมอ่ะ สนุกดี 55555555+
    #412
    0
  2. #387 SUNelf213 (@kc-thesun213) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 15:49
    คือ.. กลัวเซลรู้นะ แต่แสดงออกโคตรชัด ลูกเอ๊ยยยย5555
    #387
    0
  3. #259 paechpeach♡、 (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 00:11
    รู้สึกเหมือนว่าเบสจะชอบ ... ไม่กล้าบอกชื่อเลยกลัวเดาผิด555555555
    #259
    0
  4. #201 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 21:34
    อธิบาย ความ รู้ สึก นี้ ไม่ ได้ จริง ๆ แต่ชอบมาก
    #201
    0
  5. #173 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 18:39
    ชอบบบบ แต่มันรู้สึกหน่วง
    #173
    0
  6. #127 R_T_K07 (@R_T_K_07) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 19:07
    โอ้ยคือชอบนายเอกมากอ่ะ55
    #127
    0
  7. #18 Rósè Äpplë (@Thitipinya) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 23:57
    สนุกอะมาต่อไวๆนะคะ><
    #18
    0